เข้าสู่ระบบ“คุณเพลิงคะ ตาลขอแวะไปเอาของที่ห้องได้มั้ยคะ”
“ไม่ได้!นี่เธอคิดจะตุกติกกับฉันเหรอ” “ตาลแค่จะแวะไปเอาของใช้ส่วนตัวนิดหน่อยค่ะ” ”เมื่อเช้าฉันสั่งให้เธอจดให้ไอ้แตมแล้วไม่ใช่เหรอ!“ค่ะใช่ค่ะ..แต่มันของส่วนตัวของผู้หญิงจริงๆ“ เพลิงสั่งแตมออกรถทันที “ไอ้แตม!ออกรถ!” “จะไปไหนครับนาย” “ไอ้นี่!กลับบ้าน!หรือมึงอยากไปนอนเฝ้ารากมะม่วง” “ครับๆกลับบ้านครับ” ในรถน้ำตาลหิวจนตาลายแทบจะเป็นลม ”นี่เธอ! น้ำตาล !“ น้ำตาลที่ใบหน้าเริ่มซีด มือเย็น เหงื่ออชื้น ”นี่เธออย่ามาแกล้งเป็นลมในรถฉันนะ“ ”นายคนเป็นลมต้องปลดกระดุมเสื้อครับนาย“ ”ไอ้บ้าแตม!มึงจะให้กูปลดกระดุมเสื้อผู้หญิงเหรอ“ ไอ้แตมอมยิ้มพึมพำเบา”ฮึ!ทำยังกะไม่เคย“ ”มึงขับรถเร็วๆเข้า เอายาดมส่งมาด้วย จะมาเป็นลมอะไรเวลานี้วะเนี่ย“ เพลิงรีบรับยาดมจากไอ้แตมมาอย่างลนลาน มือหนาประคองศีรษะเล็กของน้ำตาลให้ซบลงบนไหล่กว้าง กลิ่นยาดมผสมกลิ่นน้ำหอมดุดันของเขาคละคลุ้งไปทั่วรถ น้ำตาลที่หลับตาพริ้มเพราะความหน้ามืดเริ่มได้สติขึ้นมาบ้างเมื่อรู้สึกถึงไออุ่นจากร่างสูง "น้ำตาล... ลืมตาขึ้นมามองฉันเดี๋ยวนี้!" เพลิงสั่งเสียงดุแต่แฝงความกังวล "ไอ้แตม! มึงเหยียบมิดเลยนะ ถ้าถึงบ้านช้ากว่าสิบนาที กูจะปลดมึงไปเฝ้าห้องน้ำ!" "ครับนาย! มิดไมล์แล้วครับ!" ไอ้แตมรับคำพลางลอบยิ้มในกระจกมองหลัง 'ปากด่าเขาปาวๆ แต่มือกอดเค้าแน่นเชียวนะเจ้านาย' น้ำตาลปรือตาขึ้นมองใบหน้าคมกริบที่อยู่ใกล้แค่คืบ เธอเห็นแววตาที่สั่นไหวของเพลิงก่อนที่มันจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิมเมื่อเขารู้ว่าเธอฟื้นแล้ว "หิวจนจะเป็นลม... สำออยชะมัด!" เพลิงพ่นลมหายใจทิ้งพลางดันศีรษะเธอให้ออกห่างไหล่ แต่ก็ยังประคองไว้อยู่ "จำไว้... ถ้าตายในรถฉัน ฉันจะตามไปทวงหนี้ที่นรกแน่!" น้ำตาลไม่มีแรงจะเถียง เธอทำได้เพียงหลับตาลงอย่างอ่อนแรง 'จะที่ไหนก็คงไม่ต่างกันหรอก... เพราะตอนนี้ชีวิตเธอก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นอยู่แล้ว' ทันทีที่รถจอดสนิท ไอ้แตมยังไม่ทันจะลงมาเปิดประตูให้ เพลิงก็ช้อนอุ้มร่างบางของน้ำตาลขึ้นแนบอกท่ามกลางสายตาตกตะลึงของแม่บ้านและลูกน้องคนอื่นๆ "นายครับ... ให้ผมช่วย..." ไอ้แตมเสนอหน้าเข้ามา "ไม่ต้อง! มึงไปสั่งป้าภาให้จัดสำรับข้าวขึ้นไปบนห้องกูเดี๋ยวนี้... อ้อ เอาข้าวต้มอ่อนๆ มาด้วย ยัยนี่มันกระเพาะบาง เดี๋ยวจะตายคาห้องกูซะก่อน" "ครับนาย! จัดไปครับ!" ไอ้แตมยิ้มกริ่ม รีบวิ่งไปสั่งงานทันที เพลิงอุ้มน้ำตาลที่หน้าซีดเซียวขึ้นมาบนชั้นสอง ท่ามกลางสายตาเลิ่กลั่กของลูกน้องคนอื่นๆ แต่พอก้าวพ้นบันไดมาได้ไม่กี่ก้าว เสียงเข้มๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นขัดจังหวะ “คุณเพลิง! ทำอะไรน่ะ ปล่อยลงเดี๋ยวนี้เลยนะ!” ป้าภา เดินถือถาดน้ำเข้ามาเห็นเข้าพอดี เพลิงชะงักกึก หน้าตึงขึ้นมาทันที “ป้าภา... อย่ามายุ่งน่า ยัยนี่มันเป็นลูกหนี้ผม” “ลูกหนี้หรือลูกอะไรก็ไม่ควรไปอุ้มกระเตงแบบนั้น น้องเค้าหน้าซีดจะแย่แล้ว คุณเพลิงไปทำอะไรเธอ!” ป้าภาเดินเข้ามาตีแขนเพลิงเพียะใหญ่ จนมาเฟียหนุ่มต้องรีบวางน้ำตาลลงบนเตียงในห้องนอน “ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะป้า ยัยนี่มันหิวจนเป็นลมเองต่างหาก” เพลิงบ่นอุบอิบพลางขยับเนกไทแก้เก้อ “ก็เพราะคุณเพลิงนั่นแหละ มัวแต่แกล้งจนเธอไม่ได้กินข้าวใช่ไหมล่ะ” ป้าภาส่ายหัวอย่างระอาใจ ก่อนจะหันมาลูบหัวน้ำตาลอย่างเอ็นดู “ไม่ต้องกลัวนะลูก เดี๋ยวป้าไปเอาข้าวต้มร้อนๆ มาให้ คุณเพลิงน่ะออกไปข้างนอกก่อนเลย ป้าจะดูแลน้ำตาลเอง” “นี่ห้องผมนะป้า!” “ห้องใครป้าไม่สน ออกไปเดี๋ยวนี้! ก่อนที่ป้าจะฟ้องคุณท่านว่าคุณเพลิงทำตัวเป็นอันธพาลรังแกเด็ก” เพลิงฮึดฮัด สะบัดหน้าเดินออกจากห้องไปอย่างเสียไม่ได้ แต่ไม่ลืมหันมาขู่ฝากไว้ “ฝากไว้ก่อนนะน้ำตาล กินข้าวให้หมดล่ะ ถ้าป้าภาบอกว่าเธอเหลือแม้แต่คำเดียว... คืนนี้เธอเจอดีแน่!” หลังจากป้าภาดูแลให้น้ำตาลทานข้าวต้มจนหมดและหลับไปได้ครู่หนึ่ง เพลิงที่แอบยืนสูบบุหรี่รออยู่ตรงระเบียงก็ก้าวเข้ามาในห้องอีกครั้งในสภาพที่เปลี่ยนเป็นชุดคลุมอาบน้ำสีเข้ม เขานั่งลงที่ปลายเตียง จ้องมองใบหน้าหวานที่ดูมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้าง ก่อนจะสะกิดเท้าเธอเบาๆ "ตื่น... มาเซ็นสัญญาให้มันจบๆ ไป" น้ำตาลปรือตาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เห็นเพลิงถือปึกกระดาษและปากกาสีทองหรูหราอยู่ตรงหน้า เธอค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นพิงพนักเตียง "สัญญา... หนี้เหรอคะ?" "เออ! ยอดหนี้ทั้งหมดที่พี่ชายเธอทำฉันเสียหายไว้ รวมดอกเบี้ยและค่าเสียโอกาสของกาสิโนฉัน" เพลิงโยนกระดาษลงบนตักเธอ "อ่านซะ... ถ้าตกลงก็เซ็นซะตอนนี้" น้ำตาลไล่สายตาอ่านข้อความในสัญญา หัวใจเธอแทบจะหยุดเต้นเมื่อเห็นตัวเลขมหาศาล และข้อตกลงที่ระบุว่า 'ผู้กู้ นางสาว คณึงนาง สุวรรเวสต้องยอมรับการถูกกักตัวและปฏิบัติหน้าที่ตามที่เจ้าหนี้สั่งทุกประการ จนกว่าจะชดใช้หนี้หมดแก่นาย อัคคี ก้องเกียรติไพบูลย์‘ "นี่มัน... ไม่ยุติธรรมเลยนะคะคุณเพลิง 'ทุกประการ' นี่มันหมายถึงอะไรบ้าง" "หมายถึง... ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ" เพลิงโน้มตัวเข้ามาใกล้ จนน้ำตาลต้องกระถดตัวหนี "รวมถึงการนอนบนเตียงนี้... และทำหน้าที่ 'เมียขัดดอก' ให้ฉันจนกว่าฉันจะพอใจ" "คุณเพลิง!" "เซ็นซะน้ำตาล... หรือจะเลือกให้ฉันส่งไอ้แตมไปตามล่าพี่ชายเธอแบบเอาถึงตาย?" น้ำตาลมือสั่นระริก เธอไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ ปลายนิ้วเล็กหยิบปากกาขึ้นมาลงชื่อที่ท้ายกระดาษด้วยหัวใจที่แตกสลาย เพลิงหยิบสัญญานั้นขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้มผู้ชนะ เขาพับมันใส่กระเป๋าเสื้อคลุม ก่อนจะรวบเอวคอดของคนบนเตียงเข้าหาตัวทันที! "คุณเพลิง... เดี๋ยวค่ะ ตาลยังไม่พร้อม" น้ำตาลประท้วงเสียงสั่น พยายามดันแผงอกกว้างที่ร้อนผ่าวออกห่าง แต่ยิ่งดันเขากลับยิ่งรัดวงแขนแน่นขึ้น "เซ็นสัญญาแล้ว... ห้ามเบี้ยว" เพลิงกระซิบเสียงพร่าพลางซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น กลิ่นกายสาวบริสุทธิ์ทำให้ความอดทนที่เขาสั่งสมมาทั้งวันพังทลายลง เขาผลักร่างบางให้นอนราบลงกับเตียงกว้าง ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักข้างหัวเตียงเพื่อหา 'เครื่องป้องกัน' ตามสัญชาตญาณ... แต่ปรากฏว่ามัน ว่างเปล่า! "ไอ้แตม!!!" เพลิงสบถลั่นห้องด้วยความหงุดหงิด เขาลืมไปว่าปกติเขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมานอนที่นี่ และไอ้ลูกน้องตัวแสบมันก็ 'ซื่อ' เกินกว่าจะรู้ใจว่าเขาจะเผด็จศึกน้ำตาลคืนนี้ มันเลยไม่ได้เตรียมของสำคัญไว้ให้เลยสักชิ้นเดียว! "เป็นอะไรคะคุณเพลิง..." น้ำตาลถามด้วยความแปลกใจ เพลิงหันกลับมามองใบหน้าสวยหวานที่ดูไร้เดียงสานั่น ความปรารถนาในอกมันพุ่งพล่านจนยากจะดับ แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นอย่างคนตัดสินใจเด็ดขาดเวลาผ่านไปหลายเดือน... เด็กหญิงแฝด พะแพง และ พะพาย ในวัย 6 เดือนกำลังอยู่ในวัยจ้ำหม้ำน่ารักน่าเอ็นดูบรรยากาศในบ้านเต็มไปด้วยความอบอุ่น แต่แล้วการกลับมาจากอเมริกาของ แก้วใจ ก็ทำเอาน้ำตาลถึงกับประหลาดใจ เมื่อน้าสาวไม่ได้กลับมาเพียงลำพัง แต่กลับมีทารกน้อยวัย 3 เดือนอยู่ในอ้อมแขน!น้ำตาลรับเด็กน้อยตัวเล็กลงมาอุ้มไว้ในอ้อมอกอย่างเบามือ สายตามองใบหน้าจิ้มลิ้มด้วยความเอ็นดูจับใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“น่ารักน่าชังเชียว... หลานอา”น้ำตาลช้อนสายตาขึ้นมองน้าสาวที่ดูซูบผอมลงไปเล็กน้อยแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความหนักใจ ก่อนที่น้ำตาลจะเอ่ยถามด้วยความสงสัยที่ปิดไม่มิด“...แล้วพี่ต้นรู้ไหมคะว่า...”“ยังไม่รู้...” แก้วใจถอนหายใจออกมาเบาๆ สีหน้าลำบากใจ “ฝ่ายนั้นเขาไม่ให้บอก”แม้จะมีคำถามและปมความจริงมากมายที่ยังไม่ถูกคลี่คลาย แต่น้ำตาลก็ตระหนักดีว่าเด็กน้อยตรงหน้าบริสุทธิ์และต้องการความรักมากที่สุดในเวลานี้ เธอตบไหล่น้าสาวเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ พร้อมกับส่งรอยยิ้มที่ทำให้คนฟังวางใจได้ทันที“ตาลจะเลี้ยงหลานเองค่ะ น้าแก้วสบายใจได้...”1สัปดาห์ผ่านไป “น้ำตาล ตอนเด็กๆก็โตพอที่จะพาเดินทางไปเที่ยว
สายลมเย็นพัดผ่านพื้นที่อันกว้างขวางของไร่พราวตะวันเพลิง กำลังเดินตรวจความเรียบร้อยของโครงการรีสอร์ตแห่งใหม่ที่ใกล้จะเปิดให้บริการ โดยมีเด็กชายตัวน้อยเดินเตาะแตะจับมือผู้เป็นพ่อไว้ไม่ยอมห่างพล็อตเตอร์ทำหน้ามุ่ยพลางถอนหายใจยาวขณะมองต้นไม้รอบตัว ก่อนเงยหน้าพูดกับพ่อเสียงงอแง“แด็ดดี้... พล็อตเตอร์คิดถึงอาแตมครับ เมื่อไรอาแตมจะกลับ อาแตมไปกรุงเทพฯ หลายวันแล้วนะ พล็อตเตอร์ไม่มีเพื่อนเล่นเลย!”เพลิงก้มมองลูกชายแล้วหลุดยิ้มด้วยความเอ็นดู ยามเห็นท่าทางงอแงเกินวัยของเจ้าตัวเล็ก“งั้นเดือนหน้าแด็ดดี้จะให้พล็อตเตอร์ไปโรงเรียน จะได้มีเพื่อนเล่นเยอะ ๆ ดีไหมครับ?”“ดีครับ!” พล็อตเตอร์ตอบรับทันควัน แววตาเป็นประกายวับ... แต่แล้วก็หรี่ตาลงนิดหนึ่งเหมือนนึกขึ้นได้ ก่อนเสนอเงื่อนไขใหม่พร้อมทำท่าจะวิ่งกลับเรือนพัก “...แต่ตอนนี้พล็อตเตอร์ขอเข้าไปทักทายน้อง ๆ ก่อนได้ไหมครับ““ไม่ได้ลูก! ไม่ได้!”เพลิงคว้าคอเสื้อตัวน้อยไว้แทบไม่ทัน ดึงลูกชายดื้อกลับมาอุ้มเข้าเอว พลางเอ็ดเสียงหลงด้วยความตกใจ“หม่ามี๊นอนพักอยู่ข้างใน ห้ามไปกวนเด็ดขาดเลยครับ! รออีกไม่กี่เดือนก็จะได้เจอหน้าน้องแล้ว!”พล็อตเตอร์ทำหน้ากวนใส่แด็
เช้าวันรุ่งขึ้น... ภายในห้องหอสุดหรูภายในโรงแรม อัศวธารากุลแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าลอดผ่านม่านมู่ลี่กระทบเตียงกว้าง น้ำตาลขยับกายยุกลยิกอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของสามีที่ยังคงตระกองกอดเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“เฮียคะ... ปล่อยค่ะ”“จะรีบลุกไปไหนครับ” เพลิงเอ่ยเสียงทุ้มงัวเงีย ซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมฟอดใหญ่“คิดถึงลูกสิคะ ป่านนี้ร้องหาตาลแล้ว ไม่ได้นอนกอดตั้งหลายวัน”“ฮึ... พล็อตเตอร์น่ะอยู่กับป๊ากับม้า หรือไม่ป่านนี้คุณตาก็พาเดินดูรอบโรงแรมแล้วครับ” เพลิงกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกนิดอย่างงอแง“แต่ตาลก็ยังห่วงลูกอยู่ดีนี่คะ” น้ำตาลพยายามดันแผงอกแกร่งออกเบา ๆ พลางอมยิ้มเป็นไปตามที่เพลิงคาดไว้ไม่มีผิด วันนี้พร้อมพัฒน์พาน้องพล็อตเตอร์เดินทัวร์ชมกิจการตั้งแต่เช้า ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจยามแนะนำหลานชายกับพนักงาน“เห็นไหมพล็อตเตอร์... กิจการตรงนี้ใหญ่โตแค่ไหน” พร้อมพัฒน์เอ่ยเสียงอารมณ์ดี พลางก้มลงพูดกับหลานชายอย่างเอ็นดู “จำไว้นะลูก... อีกหน่อยโรงแรมนี้ก็ต้องเป็นของพล็อตเตอร์”เด็กชายตัวน้อยหยุดก้าวเดิน ใบหน้ากลมเอียงมองคุณตาพร้อมสั่นศีรษะเบา ๆ ด้วยท่าทางจริงจังเกินไว“ไม่ใช่ของพล็อตเตอร์ครับ แด็ด
บรรยากาศงานเลี้ยงฉลองดำเนินไปอย่างชื่นมื่น แขกเหรื่อและนักธุรกิจชั้นนำต่างมาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวอย่างล้นหลาม เพลิงและน้ำตาลยังคงส่งยิ้มต้อนรับทุกคนอย่างอบอุ่น ทว่า... ท่ามกลางความยินดีเหล่านั้น กลับมีรอยร้าวซ่อนอยู่เงียบ ๆ ‘ภรภัทร’ (ต้น) ที่ฝืนร่างกายมาร่วมงาน เดินเคียงคู่มากับ ‘แพทย์หญิงนรินทิพย์’ (น้ำฟ้า) ภรรยาตามกฎหมาย โดยมี ‘พร้อมพัฒน์’ ผู้เป็นพ่อเดินนำหน้า คอยแนะนำลูกชายและลูกสะใภ้ให้ผู้ใหญ่รู้จักอย่างภูมิใจ “นี่ตาต้นลูกชายผม ส่วนนี่หนูน้ำฟ้าลูกสะใภ้ครับ เป็นคุณหมอประจำโรงพยาบาล คู่นี้อีกไม่นานก็คงมีข่าวดีเรื่องทายาทตามตาเพลิงกับยัยน้ำตาลมาติด ๆ เหมือนกันครับ” คำประกาศของคุณพ่อเรียกเสียงชื่นชมจากรอบข้าง ทว่าใบหน้าของภรภัทรกลับนิ่งสนิท ไร้ความยินดี ชายหนุ่มฝืนยิ้มตามมารยาท จนกระทั่งสบโอกาสเดินเลี่ยงออกมาบริเวณมุมอับสายตาด้านข้างฮอลล์ ทันทีที่อยู่กันลำพัง สายตาของภรภัทรกลับแปรเปลี่ยนเป็นความห่างเหิน ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าก่อนหันมากดเสียงต่ำใส่นรินทิพย์อย่างเย็นชา “คุณจะเดินตามผมอีกนานไหม!” “ฟ้าแค่อยากดูแลพี่นะ นะคะ” น้ำฟ้าเอ่ยเสียงแผ่ว นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความน้
ภายในห้องหออบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกกุหลาบขาว‘น้ำตาล’ ในชุดสีขาวบริสุทธิ์กำลังนั่งเช็ดเครื่องสำอางหน้ากระจก โดยมี ‘เพลิง’ ที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว เดินมากอดซ้อนหลัง“เหนื่อยไหมครับหม่ามี๊” เพลิงกระซิบถามเสียงนุ่ม กดจมูกหอมแก้มเนียนซ้ำ ๆ ชดเชยเวลาที่ต้องแยกห้องนอนเมื่อคืน“เหนื่อยนิดหน่อยค่ะ แต่มีความสุขมากกว่า” น้ำตาลเอียงหน้าหลบความสากของไรหนวดพลางยิ้มหวาน “แล้วเฮียล่ะคะ หายเวียนหัวหรือยัง แอบไปดมยาดมในงานตั้งหลายรอบ ตาลเห็นนะ”“เห็นเมียสวยขนาดนี้ แด็ดดี้หายเป็นปลิดทิ้งเลยครับ” เพลิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนจูงมือน้ำตาลมานั่งปลายเตียง “น้ำตาล... เฮียมีอะไรจะให้ดู”เพลิงเดินไปหยิบกล่องไม้มาส่งให้เธอ น้ำตาลมองสามีด้วยความสงสัย ก่อนเปิดฝากล่องออก ด้านในมีซองจดหมายเก่าซองหนึ่ง พอดึงกระดาษออกมา... มันคือรูปถ่ายแอบถ่ายจากระยะไกลเป็นภาพน้ำตาลในชุดนักศึกษา กำลังเดินยิ้มอยู่ใต้คอนโดหรูใกล้มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ“นี่มัน... คอนโดใกล้มหา’ลัยที่ตาลเคยอยู่นี่คะ รูปนี้มาได้ยังไง” น้ำตาลตาโตด้วยความประหลาดใจเพลิงกุมมือนุ่มของภรรยา แววตาคมกริบเปี่ยมไปด้วยความรักและความจริงใจทั้งหมดที่มี“คร
หลังฝ่าด่านประตูเงินประตูทอง ขบวนขันหมากก็ก้าวเข้าสู่พิธีด้านใน บานประตูห้องแต่งตัวเปิดออกช้า ๆ แก้วใจ ผู้เป็นน้าเดินเข้าไปประคองรับตัวหลานสาวออกมา ส่งมอบต่อให้กับเจ้าบ่าวยามที่ น้ำตาล ในชุดไทยศิวาลัยประยุกต์สีชมพูกลีบบัวก้าวออกมา เพลิงยืนนิ่งตะลึง สายตาจับจ้องมองเมียรักตาไม่กะพริบ ด้วยความรักและภาคภูมิใจจนลืมสูดยาดมในมือไปชั่วขณะพิธีการยามเช้าดำเนินไปอย่างสงบ คู่บ่าวสาวร่วมกันตักบาตร นั่งเคียงคู่รับศีลรับพร ก่อนจะเข้าสู่ช่วงสวมแหวนหมั้น เพลิงบรรจงสวมแหวนเพชรลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของภรรยา จากนั้นน้ำตาลก้มกราบลงบนตักแกร่งของสามีอย่างอ่อนช้อย แล้วสวมแหวนคู่ให้เพลิงที่นิ้วนางข้างซ้ายเช่นกัน ท่ามกลางเสียงยินดีและแสงแฟลชของแขกเหรื่อเมื่อเสร็จพิธีรดน้ำสังข์ จึงเข้าสู่พิธีบายศรีสู่ขวัญผูกข้อมือตามประเพณีล้านนา เพื่อรับพรจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพร้อมพัฒน์คุณพ่อของน้ำตาลก้าวเข้ามาผูกข้อมือให้ลูกเขยเป็นคนแรก ใบหน้าสูงวัยเต็มไปด้วยรอยยิ้มตื้นตัน “พ่อฝากน้ำตาลด้วยนะตาเพลิง... ดูแลน้องและหลาน ๆ ให้ดี ๆ นะลูก”“ผมสัญญาครับคุณพ่อ” เพลิงน้อมรับคำด้วยสายตาหนักแน่นตามด้วย ‘ก้องเกียรติ’ พ่อของเพลิงที่ก้า
ณ โกดังร้างหลังกาสิโน เพลิงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าไอ้นิคที่ถูกมัดติดเก้าอี้ แววตาคมกริบจ้องมองคนทรยศเหมือนมองซากศพที่ไร้วิญญาณ เขาไม่ได้ลดตัวลงไปแตะต้องมันแม้แต่นิดเดียว แต่รังสีอำนาจที่แผ่ออกมากลับกดดันจนไอ้นิคแทบหายใจไม่ออก "มึงรักการใช้ปืนมากใช่ไหมนิค... มึงใช้มือคู่นี้ทำลายเพื่อนที่ซื่อสัตย์ท
"คุณเพลิง... เดี๋ยวค่ะ ตาลยังไม่พร้อม" น้ำตาลประท้วงเสียงสั่น พยายามดันแผงอกกว้างที่ร้อนผ่าวออกห่าง แต่ยิ่งดันเขากลับยิ่งรัดวงแขนแน่นขึ้น "เซ็นสัญญาแล้ว... ห้ามเบี้ยว" อัคคีกระซิบเสียงพร่าพลางซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น กลิ่นกายสาวบริสุทธิ์ทำให้ความอดทนที่เขาสั่งสมมาทั้งวันพังทลายลง ร่างบางถูกผลักให้นอนร
น้ำตาลจำใจให้เขาไปส่งหน้าตึก ขณะที่เธอกำลังจะก้าวลงจากรถตู้คันหรู “เดี๋ยวก่อน!ห้ามตุกติกนะ ถ้าฉันรู้ว่าเธอคิดไม่ซื่อ ฉันจะจับเธอขังไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลย คอยดู!” “ตาลสัญญาค่ะ” “ไอ้แตม เอาโทรศัพท์ มึงมาซิ เธอใช้ของไอ้แตมไปก่อน แล้วเอาของเธอมานี่ เธอไม่มีสิทธิ์ใช้มัน ฉันจะโทรเชค ทุกชั่วโมง“
เพลิงยืนกอดอกพิงขอบเตียง จ้องมองร่างเล็กที่กำลังลนลานดีดตัวขึ้นมานั่ง สภาพของเขาตอนนี้มีเพียงกางเกงนอนผ้าแพรขายาวตัวเดียวที่เกาะอยู่หมิ่นเหม่บนสะโพกสอบ ท่อนบนเปลือยเปล่าโชว์มัดกล้ามและรอยสักที่ดูดิบเถื่อนแต่ทรงเสน่ห์จนน้ำตาลต้องรีบก้มหน้ามองมือตัวเอง “ขะ...ขอโทษค่ะ ตาลตื่นสาย” เสียงหวานสั่นเครือ







