เข้าสู่ระบบน้ำเหนือพูดอย่างมั่นใจในตัวโรเบอร์โต เธอคบหาดูใจเขามาครึ่งปี เขาเป็นคนอบอุ่น อ่อนโยนและใจเย็น เธอรักเขาหมดหัวใจโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ อีก ไม่ว่าเขาจะมีฐานะเป็นเช่นไร เธอไม่เคยคิดใส่ใจสักนิด
“หนูมั่นใจได้ยังไงว่าเขาเป็นคนดี”
“หนูคบกับเขาตั้งนานแล้วนี่คะ”
น้ำเหนือตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเมื่อคิดถึงโรเบอร์โต เธอเคยพาเขามาพบบิดาแล้ว แต่ไม่บ่อยนัก เธอรู้ว่าบิดาจะยังไม่ยอมรับเขา แม้ชายหนุ่มจะเอาใจบิดาขนาดไหนก็ตามที แต่ท่านก็ไม่ได้ทำท่าทีรังเกียจเขาจนออกนอกหน้านัก
โดยที่น้ำเหนือไม่เคยรู้ว่าบิดานั้นไม่อยากขัดใจเธอ ลึกๆ แล้วไม่ชอบโรเบอร์โตเอามากๆ กลัวอีกฝ่ายจะมาเกาะลูกสาวกิน และชายหนุ่มก็เป็นพวกศิลปินอารมณ์แปรปรวน จะช่วยดูแลกิจการรีสอร์ตคงไม่ได้ เขาต้องการคนที่สามารถดูแลกิจการรีสอร์ตได้หากเขาไม่อยู่ รวมถึงดูแลบุตรสาวอันเป็นที่รักได้ด้วยเช่นกัน
“น้าก็เห็นด้วยกับพ่อของเรานะน้ำ เราจะแต่งงานทั้งที เลือกผู้ชายที่มันดีๆ หน่อย มีหัวนอนปลายเท้ามาดูแลรีสอร์ต ไม่ใช่เลือกใครก็ไม่รู้” เมธาเสนอความคิดเห็นบ้าง หลังจากที่เงียบไปนาน
“เขาเป็นคนดีนะคะน้าเมธ”
น้ำเหนือชี้แจง เมธาส่ายหน้าไปมากับหลานสาว
“เป็นคนดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีอย่างอื่นด้วย เราจะให้พวกศิลปินติสต์แตกอะไรเทือกนั้นมาดูแลกิจการรีสอร์ตของเราได้ยังไง มันจะไปรอดหรือ” เมธายังแย้งในคำพูดของหลานสาว
“น้ำก็อยู่ทั้งคนนี่คะ น้ำดูแลรีสอร์ตได้”
น้ำเหนือพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ เมธาทำท่าจะพูดต่อแต่ก็โดนพี่เขยปรามเอาไว้
“พอก่อนเถอะทั้งสองคน เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ให้ลูกไปคิดดูดีๆ ก่อน พ่อยอมรับในการตัดสินใจของลูก”
ธารยุติเรื่องทุกอย่าง เขาเองไม่อยากขัดใจบุตรสาว น้ำเหนือคงเห็นว่าผู้ชายคนนั้นดีที่สุดแล้ว แต่ความเป็นพ่อ ทำให้เขาเป็นกังวลหลายอย่าง ว่าผู้ชายคนนั้นจะดีจริงหรือเปล่า แบบนี้คงต้องพิสูจน์กันหน่อย
ส่วนเมธาคิดว่าตนต้องลองพูดกับพี่เขยอีกครั้ง อย่างไรเสียก็ไม่ยอมให้หลานสาวไปคว้าใครมาก็ไม่รู้ทำสามี
“ขอบคุณค่ะคุณพ่อที่เข้าใจน้ำ งั้นน้ำขอตัวก่อนนะคะ”
น้ำเหนือขอตัวเพราะไม่อยากให้ใครบังคับอีก เธออยากรีบไปทำงานด้วยเหมือนกัน
“ไปเถอะ”
ธารพยักหน้าให้บุตรสาวยิ้มๆ เมื่อลับร่างน้ำเหนือไปแล้ว เมธาจึงหันไปคุยกับพี่เขยอย่างจริงจัง แต่พี่เขยยังยืนยันว่าอย่างไรก็ตามใจบุตรสาวอยู่ดี เพราะเมื่อหลายวันก่อน ธารเคยไปเจรจากับโรเบอร์โตมาแล้ว อีกฝ่ายพูดอย่างจริงจังว่ารักน้ำเหนือจริงๆ ไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทน
ถึงอย่างนั้น ธารเองก็ไม่มีวันห้ามบุตรสาวได้ เขาคงต้องหาทางอย่างอื่นเพื่อพิสูจน์ความจริงใจของอีกฝ่าย
เมธากระแทกกายนั่งบนเก้าอี้ในห้องทำงานด้วยความรู้สึกหงุดหงิดใจ ก่อนจะกดเบอร์โทรศัพท์หาวศิน เจ้าของรีสอร์ตที่พาหลานชายมาทาบทามน้ำเหนือไปเป็นหลานสะใภ้
“จริงเหรอครับคุณเมธา แล้วแบบนี้หลานชายผมก็แห้วน่ะสิครับ” วศินแสดงอาการเสียดายมาตามสาย
“ยังไงผมก็ต้องขัดขวางให้จงได้ คุณวศินไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกครับ ผมต้องเห็นคนกันเองสำคัญกว่าคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบนั้น”
เมธาให้ความมั่นใจไปตามสาย
“ผมขอบคุณคุณเมธจริงๆ ที่ให้เกียรติผมขนาดนี้ หลานชายผมเขาชอบหลานสาวของคุณจริงๆ นะครับ ถ้าไม่อย่างนั้นตาสันต์คงอกหัก กินไม่ได้นอนไม่หลับเป็นแน่ หากหนูน้ำเหนือไม่ตกลงในครั้งนี้”
“ยังไงผมก็จะทำให้ยัยน้ำตอบตกลงให้จงได้ คุณศินมีเมตตากับผมขนาดนี้”
“แหม... เรื่องเล็กน้อยครับ อย่าคิดมากเลย”
วศินเหยียดริมฝีปากเจ้าเล่ห์ ดวงตาเป็นประกายด้วยความโลภ คนอย่างเขาน่ะหรือจะยอมเสียผลประโยชน์ให้คนนอก หากไม่คิดว่าน้ำเหนือไม่ใช่ทายาทเพียงคนเดียวของรุ้งประกายแสง เขาไม่มีวันสนับสนุนหลานชายให้แต่งงานกับน้ำเหนือเด็ดขาด ผู้หญิงอะไร ทั้งอ้วนทั้งดำ หาความสวยไม่ได้ พอแต่งแล้วค่อยหย่าก็ได้ เมื่อฮุบทรัพย์สินฝ่ายโน้นมาจนหมด แค่นี้ทุกอย่างก็ต้องเป็นของเขา
“ผมเองก็อยากให้หลานสาวได้กับคนดีๆ อย่างตาสันต์ ไม่เช่นนั้นผมคงนอนตายตาไม่หลับ พี่พรเขาก็ฝากผมเอาไว้ก่อนตาย ตัวผมเองก็มีหลานสาวคนเดียว หากได้คนดีๆ จะได้หมดห่วง”
เมธาคิดหวังเอาว่าวศินและวสันต์จริงใจกับเขาจริงๆ และเขาเองก็อยากให้หลานสาวได้กับคนที่มีกิจการเหมือนๆ กัน วศินไม่มีทายาท ดังนั้น วสันต์จึงเป็นทายาทเพียงคนเดียวที่จะสืบทอดรีสอร์ตแสงเพชร
ลูกเขย
ไม่ว่าอย่างไรน้ำเหนือก็พาโรเบอร์โตเข้ามาอยู่ในบ้านได้เป็นผลสำเร็จ ธารเองไม่ได้นิ่งนอนใจ ให้คนคอยจับตามองและดูความประพฤติของชายหนุ่มอยู่ตลอดเวลา โรเบอร์โตไม่เคยทำอะไรเสื่อมเสีย แววตาที่มองเขาดูจริงใจ สิ่งที่เขาไม่พึงใจในตัวของลูกเขยคงจะเป็นฐานะทางสังคมและอาชีพที่อีกฝ่ายทำอยู่ ไม่ว่าอย่างไร ดูแล้ว... ไม่มีความสามารถจะดูแลรีสอร์ตได้เลยแม้แต่น้อย คนไม่เคยทำธุรกิจ หรือทำงานบริหาร คงไม่มีความรู้และความสามารถในการที่จะแก้ปัญหาใดๆ ได้เลย
อย่างไรเสีย ธารจำต้องยอมรับลูกเขยคนนี้เข้ามาอยู่ในบ้าน ด้วยว่าหากเขาไม่ยินยอม บุตรสาวคนเดียวก็จะย้ายตัวเองไปอยู่กับโรเบอร์โตแทน หากเป็นเช่นนั้น เขาคงทนไม่ได้ สู้ให้อยู่ในสายตาจะดีกว่า
ด้วยความที่ธารเองสนิทสนมกับบุตรสาวมาตั้งแต่เด็กเพราะดูแลใกล้ชิด ทำให้เขารับรู้เรื่องราวความเป็นมาเป็นไปของน้ำเหนือโดยตลอด บุตรสาวไม่เคยโกหกอะไรเขาเลย มีอะไรเล่าให้ฟังทุกอย่าง แถมยังละเอียดไม่เคยคิดปิดบังเลยสักครั้ง
“ยัยน้ำ ตกลงลูกรับไอ้หนุ่มนี่เป็นสามีจริงเหรอ”
ธารถามบุตรสาวเพื่อขอคำเน้นย้ำอีกครั้ง หลังจากวันก่อนโดนบุตรสาวทั้งงอนทั้งอาละวาดเสียยกใหญ่
“ใช่น่ะสิพ่อ อย่าเอะอะโวยวายไปสิคะ เดี๋ยวเขาเตลิดหนีไป จะหาหล่อๆ ท่าทางใจดีแบบนี้ไม่ได้แล้วนะคะ”
น้ำเหนือปรามบิดา หันมาส่งยิ้มแป้นให้ชายหนุ่มที่นั่งสงบเสงี่ยมอยู่อีกด้าน
“อะแฮ่ม” ธารกระแอมเหมือนมีอะไรติดคอ
ไอ้หมอนี่ก็ยิ้มอยู่ได้ หมั่นไส้จริงโว้ย!!!
ธารหน้าเครียดเล็กน้อย จริงๆ เขาห่วงบุตรสาว ยังไม่อยากให้ออกเรือนตอนนี้ วศินเองที่มาทาบทามสู่ขอ เขาเองก็แบ่งรับแบ่งสู้ ลองสอบถามบุตรสาวดูก่อน แต่น้ำเหนือกลับบอกเขาว่าจะหาสามีด้วยตนเอง เลยกลายเป็นเรื่องราวมาจนถึงบัดนี้
“เราล่ะ ลูกเต้าเหล่าใคร”
ธารหันไปถามลูกเขย แม้จะเคยพูดคุยกับอีกฝ่ายมาบ้างแล้ว แต่ตอนนั้นเป็นการยื่นข้อเสนอให้โรเบอร์โตออกไปจากชีวิตของบุตรสาว แต่ตอนนี้สถานะคือเขาต้องมาทำความรู้จักกับชายหนุ่มอย่างจริงจังเสียที
“คุณพ่อคุณแม่ผมเสียแล้วครับ มีญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวคือคุณน้า...” โรเบอร์โตทำท่าจะเล่าต่อ แต่เสียงของว่าที่ “เมีย” ที่จะเป็นเมียเขาจริงๆ คืนนี้ก็ขัดขึ้น
“โธ่คุณพ่อ จะเป็นใครก็ช่าง หนูเลือกแล้ว ไม่ต้องซักถามให้มากความหรอกค่ะ เดี๋ยวพี่ร็อบของหนูจะอึดอัดใจเสียเปล่าๆ เขาจะเป็นใครไม่สำคัญ ขอแค่เป็นคนดี รักหนู ดูแลหนูก็เป็นพอ”
ว่าไปนั่น นี่ยังไม่ทันไร เข้าข้างผัวเสียแล้ว ธารต่อว่าบุตรสาวในใจ แค่คิดเขาก็หวงบุตรสาวขึ้นมาทันที คืนนี้น้ำเหนือจะเข้าห้องหอแล้วเหรอ มันต้องจัดงานแต่งงานก่อนสิ แต่จัดงานแต่งไปก็มีแต่จะอับอายขายหน้าที่ใครๆ รู้ว่าเขาได้ลูกเขยไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบนี้
“พ่อให้คนจัดห้องไว้ให้โรเบอร์โตแล้วนะลูก”
“จัดห้องทำไมคะ” น้ำเหนือถามอย่างไม่เข้าใจ
“จัดไว้ให้สามีลูกพักไง” ธารรีบบอกบุตรสาว
“พี่ร็อบกับน้ำเป็นสามีภรรยากันแล้วค่ะ เราจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ทำไมต้องแยกห้องนอนด้วยคะ อีกอย่าง น้ำคิดว่างานแต่งไม่สำคัญเท่าความรักค่ะ น้ำไม่ได้ต้องการงานแต่งงานใหญ่โต แต่น้ำต้องการความสุขในชีวิตคู่เพียงเท่านั้นค่ะพ่อ”
น้ำเหนือตอบบิดาอย่างจริงจัง เวลาบุตรสาวตอบจริงจังเช่นนั้น ธารรู้ดีว่าไม่มีอะไรจะเปลี่ยนใจอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่น้อย
เป็นทายาทเจ้าของรีสอร์ตรุ้งประกายแสง ความจริงผมก็พอจะรู้จักเธอจากเฟซบุ๊ก แต่ไม่ได้ใส่ใจนักหรอกเธอเป็นคนคุยสนุก ยิ้มง่าย หัวเราะน่ารัก กินเก่ง และไม่เสแสร้ง ไม่มีมารยา ออกจะขี้อ้อน เธอเป็นคนตรงมากครับ บอกว่าชอบผมตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ผมไม่ทันตั้งตัวเลยครับผมยิ้มรับและบอกว่าผมรู้สึกดีกับเธอเช่นกัน เดตแรกของเรามันอิ่มเอมไปด้วยความประทับใจอย่างที่สุด...เดตที่สองของผม…ผมอยากพักผ่อน อยากวาดภาพ และถ่ายภาพ ซึ่งเป็นงานอดิเรกของผม เข้าพักตามโรงแรมต่างๆ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และข้อมูลผมได้เจอกับน้ำเหนืออีกครั้ง เธอยังสงวนท่าทีโดยการรับประทานอาหารกับผมในร้านอาหารหรูในตัวเมืองใหญ่ แต่ยังไม่เปิดโอกาสให้ได้อยู่เป็นส่วนตัวกับผม ซึ่งผมก็เข้าใจนอกจากน้ำเหนือจะเป็นคนตลกแล้ว เธอยังเป็นคนจิตใจดีมากๆ เลยครับ เธอช่วยเหลือคนแก่ข้ามถนน ตอนที่ผมปลีกตัวไปซื้อของ ช่วยเหลือเด็กที่พลัดหลงกับแม่ผมทึ่งในตัวเธอมากครับ แบบนี้ไง ผมถึงรู้สึกพิเศษกับเธอขึ้นเรื่อยๆ และเธอก็เป็นคนทานง่าย ไม่เรื่องมากจุกจิกจู้จี้เหมือนผู้หญิงคนอื่น เธอเป็นคนจริงใจมากๆ ผมเริ่มคิดที่จะจริงจังกับเธอในเดตที่สองครับเดตที่สามของผม…
ผิวสีจัดที่พวกเขาเหล่านั้นเคยคิดว่าดำก็ดูกระจ่างเป็นสีน้ำผึ้งน่าสัมผัส บรรดาหนุ่มๆ ต่างเสียดายเป็นทิวแถว มองน้ำเหนือตาละห้อยสาวๆ หลายคนต่างถามน้ำเหนือว่าทำยังไงถึงได้เปล่งปลั่งเช่นนี้ แถมยังดูหุ่นดีกว่าแต่ก่อน น้ำเหนือยิ้มรับไม่ยอมปริปากบอกว่าเธอออกกำลังกายทุกคืนทุกเวลากับสามี เพราะมันเป็นความลับส่วนตัวที่ไม่สามารถบอกใครได้เมื่องานทุกอย่างเสร็จสิ้น พิธีส่งตัวเข้าห้องหอก็มาถึง ทั้งสามคู่ถูกส่งตัวเข้าห้องหอในฤกษ์ยามที่หาเอาไว้ และญาติผู้หญิงก็ปล่อยให้แต่ละคู่อยู่ด้วยกันตามลำพังในห้องหอโรเบอร์โตพาภรรยาสาวไปอาบน้ำแล้วอุ้มมาไว้ที่เตียงกว้าง น้ำเหนือมองร่างบึกบึนของสามีที่เปลือยเปล่าตรงหน้าอย่างเสน่หาร่างสูงสมาร์ตขยับเข้ามานั่งริมเตียง อวดความแข็งแกร่งที่ตรงหน้าขาให้เธอลอบมองด้วยความกระสันเสียว เขาขยับกายเข้าหามองสะโพกผายงามงอนของภรรยารัก สายตาไล่ระดับมองรูปร่างสมบูรณ์แบบที่เขาเป็นคนปั้นแต่งขึ้นมาให้กระชับตึงถึงขนาดนี้อุ้งมือใหญ่เริ่มลูบคลึงเนินสวาทอวบอูมตรงหว่างขาของภรรยา เธอหนีบมือเขาแล้วช้อนสายตามองสบฉ่ำเยิ้ม“จะกักพี่ไว้หรือไง” เขาถามกลั้วหัวเราะ ภรรยาทำปากยื่นเล็กน้อย ค้อนให้สามีห
เขาปัดๆ โซฟาตัวยาวทำเป็นที่นอน แล้ววางหมอนก่อนขึ้นไปนอน ห่มผ้าถึงต้นคอ แอบชะโงกไปดูประตูห้องนอนของหญิงสาวเล็กน้อย แค่นี้ก็ชื่นใจลลิตาพยายามข่มตาให้หลับก็ไม่ยอมหลับ เธอผุดลุกขึ้นจากที่นอนนุ่ม ค่อยๆ ย่องไปที่ประตูห้องแง้มออกไปดูน้าชายของเพื่อนที่นอนอยู่ เมธาหลับไปแล้ว เขาคงเหนื่อยเพราะต้องทำอาหาร ทำงานบ้าน เธอเพิ่งรู้ว่าเขาได้ลาพักร้อนยาวก็ตอนที่น้ำเหนือโทร.มานั่นเองร่างอวบย่องออกไปดูเขาใกล้ๆ ดังใจคิด ผ้าห่มที่เขาห่มตกลงบนพื้น มือบางค่อยๆ หยิบขึ้นมาห่มให้เปรี้ยง!!!“ว้าย!!!”ลลิตาผวาเข้ากอดรัดร่างที่ลุกขึ้นมาเพราะเสียงฟ้าผ่า หญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอดของเมธาอย่างแนบแน่น ใบหน้าซุกที่อกกว้างด้วยความรู้สึกตกใจกลัว“ไม่ต้องกลัวนะครับ” มือหนาลูบไหล่ลูบหลังให้หญิงสาวเพื่อปลอบโยนให้คลายจากความหวาดกลัวลลิตาค่อยๆ ได้สติ เงยหน้าจากที่ซุกอกกว้างขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลา ก่อนจะหน้าแดงเรื่อเมื่อเผลอให้เขากอดแนบอกอก“น้าเมธ ปล่อยตาเถอะค่ะ”“ไม่... น้าอยากกอดตาแบบนี้” คนที่ไม่เคยดื้อมาหลายวันกลับอ้อนอย่างน่ารัก“น้าเมธ” ลลิตาพยายามพาตัวเองออกมา แต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อย“ให้น้ากอดตาไว้แบบนี้ตลอดชีวิตได้ไหม”เ
และอบอุ่นใจทุกครั้งที่เขาไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขอีก แถมยังช่วยทำงานอย่างแข็งขันไม่เหมือนแต่ก่อน แค่นี้เธอก็สุขใจแล้ว เธอไม่ได้อยากขออะไรมากมายไปกว่านี้อีกลลิตาชะงักฝีเท้าเมื่อเดินออกมาจากห้องแล้วได้กลิ่นอาหาร เสียงในห้องครัวเล็กๆ ทำให้เธอคิดไปว่าคงเป็นชูใจหรือไม่ก็แตงโมมาทำอาหารให้กิน“ตื่นแล้วเหรอครับ น้าทำอาหารเยอะแยะเลย”แต่เสียงที่ทักเธอออกมาจากห้องครัวพร้อมกับร่างสูงเดินถือจานอาหารมาวางบนโต๊ะทำให้ลลิตาขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ“น้าเห็นในตู้เย็นมีอาหารหลายอย่าง ก็เลยลงมือทำ ตากับลูกในท้องจะได้ทาน หิวหรือยังเอ่ย น้าทำของโปรดตาทั้งนั้นเลยนะ”เมธาเร่งจัดโต๊ะอาหารเล็กๆ อย่างคล่องแคล่ว“หิวค่ะ แต่ตาไม่อยากรับประทานอาหารฝีมือน้าเมธ” เธอไม่อยากโกหกความรู้สึกของตัวเอง อยากรู้ว่าเขาจะตอบว่าอย่างไรเมธาชะงักไปเล็กน้อย เล็กน้อยเท่านั้น เขาเริ่มจัดโต๊ะอาหารใหม่อย่างไม่ย่อท้อ ลลิตาไม่สนใจหญิงสาวเดินไปอุ่นข้าวต้มและเจียวไข่ร้อนๆ หอมกรุ่นออกมานั่งทานหน้าทีวี เมธาหน้าเจื่อนมองอาหารบนโต๊ะด้วยความรู้สึกเสียใจที่เธอเมินเฉย“น้าช่วย” เมธารีบหยิบถ้วยข้าวต้มที่ทานหมดแล้วกับจานไข่เจียวไปเก็บ ลลิตาชะง
“พี่ร็อบรู้เยอะจังเลย”“เราเลิกพูดถึงเรื่องคนอื่นกันเถอะครับ น้ำไม่ต้องทำอะไร ทุกอย่างพี่จัดการเอง”“ปกติพี่ร็อบก็จัดการอยู่แล้วนี่คะ แต่พี่ร็อบให้น้ำออกหน้า คนก็หลงเข้าใจว่าน้ำเก่ง ชมกันใหญ่ น้ำยังอายๆ อยู่เลยที่เอาหน้าคนเดียว”“พี่อยากเป็นคนเบื้องหลังครับ และการเจรจาซื้อขายรีสอร์ตพี่จะให้น้ำไปออกหน้านะครับ ส่วนเงิน พี่เตรียมเอาไว้ให้แล้ว”“แต่ว่า...”“ของของพี่ก็เหมือนของของน้ำครับ เงินของพี่ก็คือเงินของน้ำ”“ขอบคุณค่ะพี่ร็อบ”“น้ำครับ”“คะ” เธอเงยหน้ามองสามีที่มองเธอหวานซึ้ง“แต่งงานกับพี่นะครับ”“พี่ร็อบ” คำพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม ทำให้เธอหัวใจพองโต เธอว่าการขอแต่งงานบนเตียงช่างโรแมนติกนัก“ค่ะ ใครปฏิเสธการแต่งงานกับพี่ร็อบคงโง่เต็มที น้ำไม่อยากโง่ งั้นน้ำตอบตกลงนะคะ สินสอดไม่ต้องค่ะ แค่พี่ร็อบดูแลน้ำเป็นอย่างดีก็เพียงพอแล้ว เงินทองเป็นของนอกกาย”“ว้า... เจ้าสาวของพี่ทำไมไม่เอาสินสอดเลยครับนี่”โรเบอร์โตบีบจมูกเล็กอย่างเอ็นดู“ก็ทรัพย์สมบัติของพี่ร็อบเป็นของน้ำหมดแล้วนี่คะ อิอิ”ของของเขาก็เหมือนของของเธอ ไม่ต้องเอาหรอกสินสอดแค่นั้น เอาทั้งหมดเลยจะดีกว่า น้ำเหนือคิดอย่างเจ้าเล่ห์“โห.
แต่การเพิ่มเงินเดือนนั้น ไม่ได้เพิ่มขึ้นเฉยๆ โรเบอร์โตได้แนะนำให้ภรรยาสาวทำตามข้อตกลงกับพนักงานเป็นลายลักษณ์อักษร พนักงานคนไหนทำดีเพื่อหวังขึ้นเงินเดือน แต่ผลงานในต่อๆ ไปกลับแย่ลงอาจถูกปรับลดเงินเดือนได้ตามสมควรแก่งานที่ทำ ซึ่งพนักงานก็ยินดีรับข้อเสนอนั้น“เป็นแบบนี้ได้ยังไง”มาลีแทบบ้าเมื่อมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง ยัยกระถินที่เคยทำงานงกๆ ตามคำสั่งของเธอกลับได้เลื่อนเป็นหัวหน้าแม่บ้าน แต่เธอกลับมาเป็นคนงานขัดห้องน้ำแทนเสียนี่ จะโวยวายมากก็ไม่ได้เพราะจะถูกไล่ออก จึงได้แต่ฮึดฮัดขัดใจส่วนพนักงานต้อนรับก็มีการปรับเพิ่มเงินเดือนให้ วิมลเรขาทำงานดีไม่ขี้นินทา ทำให้ได้รับรางวัลความขยัน ส่วนริตกานต์และพนักงานคนอื่นๆ คอยแต่จะจับกลุ่มนินทาจึงไม่ได้เพิ่มค่าแรงในส่วนนั้น หลังๆ จึงหันมาสนใจงานมากขึ้นเพราะกลัวต่อไปจะโดนไล่ออกที่ทำงานไม่คุ้มค่าสำหรับฝ่ายบัญชี น้ำเหนือให้ชไมพรและสมรศรีทดลองงานเป็นหัวหน้าดู แต่ปรากฏว่าทั้งสองร่ำร้องที่จะให้ลลิตากลับมารับตำแหน่งแทน เพราะงานมากมายด้านบัญชีที่ชวนปวดหัว แถมยังรู้สึกผิดที่มองลลิตาไม่ดี พร้อมกับคิดเสียใหม่ว่าอย่าดูถูกคนที่อายุ บางครั้งคนที่มีอายุน้อยกว่าอา







