เข้าสู่ระบบ“เดี๋ยวคืนนี้จะให้ดมทั้งคืน” โรเบอร์โตบอกอย่างใจดี ทำให้อีกฝ่ายตาโตเท่าไข่ห่าน แถมยังอ้าปากอย่างน่ารักนัก เขายิ้มใส่ตาแล้วยื่นมือไปบีบปลายคางเบาๆ
“พูดจริงเหรอคะ” น้ำเหนือทำตาปิ๊งๆ ใส่สามีหนุ่ม โรเบอร์โตหลุดขำออกมาเบาๆ
“จริงสิ พี่ไม่ใช่คนพูดเล่น น้ำก็รู้นิสัยพี่ดี เราคบกันมาหลายเดือนแล้วนะครับ”
เขาบอกอย่างเอ็นดูมากขึ้นเมื่อหญิงสาวกำลังมองเขาเหมือนจะกลืนกิน
“งั้นพี่ร็อบอาบน้ำก่อนไหมคะ อากาศร้อนๆ แบบนี้ เดี๋ยวเราจะได้ออกไปรับประทานอาหารพร้อมกับคุณพ่อและน้าเมธ”
“ก็ดีนะ อาบด้วยกันไหม”
โรเบอร์โตชวนหญิงสาวด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ แต่แฝงไว้ด้วยความจริงจังเชิงกระเซ้าเย้าแหย่
“อาบได้ด้วยเหรอคะ” น้ำเหนือเอ่ยถามเหมือนไม่ค่อยแน่ใจ แอบกรี๊ดในใจ ก้มมองแผงอกและเรือนร่างกำยำตาละห้อยเหมือนจะกลืนกิน โรเบอร์โตแทบอยากหัวเราะในกิริยาของเจ้าหล่อน แต่เขาเก็บมันเอาไว้ ไม่อยากให้เธอประหม่าหรือขัดเขินที่เขารู้ทันความคิดของเธอ
“ได้สิ เดี๋ยวพี่ถอดเสื้อผ้าให้นะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ น้ำถอดเอง” หญิงสาวแกะกระดุมออกด้วยมืออันสั่นเทา แล้วสลัดออก
โรเบอร์โตถึงกับเลิกคิ้ว แต่กุมท้องเอาไว้เพื่อกลั้นหัวเราะเมื่อว่าที่ภรรยาหน้าแดงก่ำเหมือนลูกตำลึง
“พี่ร็อบ”
“ครับ” โรเบอร์โตขานรับมองหญิงสาวที่กุมเสื้อที่แกะกระดุมเข้าหากันแน่น
“อายค่ะ”
“ครับ” โรเบอร์โตตอบรับ ก่อนเข้าประชิดร่างภรรยาสาว
“พี่ร็อบ”
“ครับ ใจเต้นแรงไปหมดแล้ว เหมือนจะทะลุออกมาแล้วนี่”
ชายหนุ่มวางมือหนาที่อกด้านซ้ายของหญิงสาว
“หัวใจก็ต้องเต้นสิคะ ถ้าไม่เต้นแสดงว่าคนคนนั้นตายแล้ว”
เธอเถียงอย่างน่ารัก ริมฝีปากจึงจุมพิตหน้าผากเนียนนั้นเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
“แต่เวลาพี่เห็นน้ำ หัวใจพี่แทบหยุดเต้น ถ้าเป็นแบบนี้แล้ว พี่จะตายไหมครับ”
“ไม่รู้สิคะ น้ำไม่รู้จริงๆ”
น้ำเหนือส่ายหน้าไปมา ก้านนิ้วแข็งแกร่งจึงเชยคางสาวให้เงยขึ้นสบตา
“ถ้าหัวใจพี่หยุดเต้น คงเป็นเพราะพี่หมดลมหายใจ แต่ไม่ว่ายังไงพี่ไม่มีวันหยุดรักน้ำ ทุกวินาทีที่หัวใจพี่ยังเต้น มีแต่คำว่าพี่รักน้ำ พี่รักน้ำ” มือหนาจับมือภรรยามาวางทาบทับที่อกด้านซ้าย
“พี่ร็อบ”
น้ำเหนือขวยเขินจนทำอะไรไม่ถูก เกิดมาไม่เคยเขินอายแบบนี้มาก่อน แม้เธอจะมีผู้ชายมากหน้าหลายตาหมั่นแวะเวียนเข้ามาขายขนมจีบก็ตามที แต่ไม่เคยมีชายหนุ่มคนไหนทำให้เธอหวั่นไหว หัวใจเต้นแรงแบบนี้มาก่อน
“ครับ ตกลงว่าไง จะอาบน้ำกับพี่หรือเปล่า” เขาถามย้ำ มองพวงแก้มนวลสีน้ำผึ้งที่แดงจัดด้วยความเอ็นดู
“ขอคิดสักหลายๆ นาทีได้ไหมคะ” เธอตอบอย่างเอียงอาย
“ทำไมคิดหลายนาทีจัง”
“คุณพ่อสอนว่าเป็นผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัวค่ะ ทำอะไรต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน”
“แล้วไงอีกครับ” โรเบอร์โตกลั้นยิ้มขบขันในคำพูดของภรรยาสาว
“ถ้าน้ำเข้าไปอาบน้ำกับพี่ร็อบ พี่ร็อบอาจจะอดใจไม่ไหว” น้ำเหนือบีบนิ้วตัวเองเล่น อยากบอกว่า เธอจะอดใจไม่ไหวเสียมากกว่า
“ตอนนี้พี่ก็แทบอดใจไม่ไหวครับ”
แก้มสาวถูกจุมพิตซ้ายขวาด้วยความมันเขี้ยว
“อย่าเพิ่งสิคะ ยังไม่ได้อาบน้ำเลย”
“แล้วยั่วพี่ทำไมล่ะ” เขามองมือของภรรยาที่ไล้ไปตามร่างกายของเขาโดยการไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ
“ไม่ได้ยั่วนะคะ” น้ำเหนือส่ายหน้าปฏิเสธ ละมือจากร่างกายเรียบตึงของเขาแทบไม่ทัน คิดแล้วก็หน้าแดงที่เผลอไผลลูบไล้ถูไถเขาเสียนานสองนาน
“นี่ขนาดไม่ได้ยั่ว” โรเบอร์โตเข้าประชิดตัว หญิงสาวถอนเท้าหนี รู้สึกหวั่นๆ กับการแนบชิดและสัมผัสที่ใกล้ชิดเช่นนี้เหลือเกิน
น้ำเหนือส่ายหน้าถอยหลังจนไปชนกับขอบเตียง ก่อนที่จะเสียหลักล้มลง
“อุ๊ย! พี่ร็อบ”
“หือ ว่าไง” โรเบอร์โตทาบทับร่างอวบอัดของภรรยาสาว น้ำเหนือหลับตาปี๋ หัวใจมันเต้นกระหน่ำเหมือนตีกลองเพล
“คะ... คือ” น้ำเหนือเสียงสั่นๆ เหมือนจะเป็นลม เธอสบตาเขาเพียงครู่ก่อนสติจะดับวูบลงไป เมื่อใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาแนบชิดพร้อมกับริมฝีปากอุ่นที่ประทับลงมาอย่างอ่อนโยน
“น้ำเหนือ น้ำเหนือครับ” โรเบอร์โตถอนริมฝีปากออกจากเรียวปากสาว เขย่าเรียกหญิงสาวเบาๆ อมยิ้มด้วยความเอ็นดู มือหนาปัดปอยผมออกไปจากหน้าผาก
“เป็นลมไปแล้ว พี่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย”
เขาช้อนอุ้มร่างอวบอัดขึ้นไปวางบนเตียงนอนกว้าง ให้เธอได้นอนสบายขึ้น พิจารณาหญิงสาวเพียงครู่ ก่อนเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหาผ้าเช็ดตัว
ร่างสูงเดินเข้าห้องน้ำ นำผ้าชุบน้ำมาเช็ดตามเนื้อตัวให้ภรรยาเพื่อให้เธอสบายตัว ก่อนจะห่มผ้าให้อย่างเบามือและเดินเข้าห้องไปชำระร่างกายอีกครั้ง
ดูแลเธอด้วยหัวใจ
น้ำเหนือดีดตัวขึ้นจากที่นอนทันทีที่สามีเดินเข้าห้องน้ำไป เธอยกมือขึ้นลูบหน้าตาตัวเอง ไม่ได้การแล้ว เธอต้องเตรียมตัว อารามตกใจทำให้ลุกเร็ว ขาสะดุดกับผ้าห่มที่สลัดออก หน้าคะมำลงกับพื้น
โป๊ก!!!
เสียงหน้าผากที่โขกกับพื้น ทำให้น้ำเหนือดาวลอยขึ้นเต็มหัว รู้สึกมึนงงและเจ็บจนต้องร้องออกมาเสียงดัง นอนแอ้งแม้งอยู่ข้างเตียงไม่ไหวติงชั่วครู่
“หัวโนแล้วยัยน้ำ เจ็บชะมัดเลย”
หญิงสาวนอนสงบนิ่งอยู่ข้างเตียงนานหลายนาทีก่อนที่ประตูห้องน้ำจะเปิดออกมา
“น้ำ ลงไปนอนทำอะไรตรงนั้นครับ”
โรเบอร์โตผวาเข้ามาหาร่างที่นอนแอ้งแม้งอยู่ข้างเตียง
“ล้มค่ะ”
น้ำเหนือตอบเสียงแผ่ว ชายหนุ่มรีบอุ้มภรรยาวางบนเตียง ตกใจที่เห็นหน้าผากของอีกฝ่ายเป็นรอยแดง พรุ่งนี้คงเขียวน่าดู
“นอนนิ่งๆ นะ เดี๋ยวพี่ประคบและหายามาทาให้”
ชายหนุ่มมองภรรยาด้วยความสงสาร น้ำเหนือพยักหน้าเออออเพราะยังมึนๆ และเจ็บพอสมควร
“ซี้ด...” เธอยกมือขึ้นลูบหน้าผากก็ต้องซี้ดปาก
เพียงไม่นานโรเบอร์โตก็กลับเข้ามาในห้องภรรยาอีกครั้ง เขาไม่ได้มาคนเดียว แต่มาพร้อมบิดา น้าชายและบรรดาคนรับใช้ที่เข้ามาดูอาการกันอย่างตกอกตกใจ
“เป็นยังไงบ้างลูก” ธารถลาไปที่เตียงนอนของบุตรสาวด้วยความห่วงใย
“เจ็บค่ะคุณพ่อ” น้ำเหนือตอบเสียงอ่อยจนน่าสงสาร
“ทำไมเป็นแบบนี้นี่” ธารหันไปถามลูกเขยหนุ่มที่กำลังใช้น้ำแข็งประคบหน้าผากของบุตรสาว ในใจก็คิดว่าไอ้ฝรั่งนี่รู้เรื่องการประคบเย็น ประคบร้อน กับเขาด้วยเหรอนี่
“พ่ออย่าดุพี่ร็อบสิ น้ำซุ่มซ่ามสะดุดหกล้มเองนะคะ”
น้ำเหนือรีบออกรับแทนสามี
“ขออภัยครับคุณพ่อ”
โรเบอร์โตกล่าวขออภัย ไม่ได้แก้ตัวอะไรทั้งสิ้น ธารจะตำหนิก็ตำหนิไม่ลง ยิ่งเห็นบุตรสาวเหล่ตามองเขียวๆ เข้าใส่เขาเลยจำต้องเงียบเสีย
ภรรยาที่ล่วงลับไปแล้ว ก่อนตายได้สั่งเอาไว้ว่า อย่าขัดใจบุตรสาว มิเช่นนั้นน้ำเหนืออาจจะกลายเป็นเด็กมีปัญหาได้
“ไม่เป็นไรแล้วนะครับ ประคบสักพักอาการก็จะดีขึ้น”
โรเบอร์โตปลอบใจภรรยา และเหมือนคุยกับพ่อตาที่นั่งหน้าเครียดอยู่ข้างเตียงด้วยเช่นกัน
“พ่อๆ ไปเถอะ ผัวเมียเขาจะจู๋จี๋กัน” ฟักซึ่งเป็นคนรับใช้หนุ่มวัยยี่สิบสองต้นๆ รูปร่างติดจะท้วมเข้ามากระซิบกระซาบกับเจ้านายปนทะลึ่งเล็กน้อย ด้วยความที่เป็นเด็กกำพร้าและธารเลี้ยงมาแต่เด็ก ฟักจึงเรียกธารว่าพ่อจนติดปาก
“เออ รู้แล้ว สู่รู้จริงแก” ธารหันไปทำเสียงดุ เห็นกิริยาเอาอกเอาใจบุตรสาวของลูกเขยก็ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย
“พ่อไปก่อนนะน้ำ มีอะไรรีบเรียกพ่อล่ะ”
ธารพูดด้วยความเป็นห่วงบุตรสาว ก่อนไปไม่วายหันมาสั่งความเอาไว้ แถมยังอิดออดที่จะออกจากห้อง
“ค่ะ” น้ำเหนือตอบรับบิดาให้ท่านคลายใจ เธอรู้ดีว่าท่านเป็นห่วงเธอมากแค่ไหน ตั้งแต่มารดาเสียท่านก็ดูแลเธอมาเป็นอย่างดี อยู่ในโอวาทของมารดาที่สั่งความไว้เรื่อยมา
“เป็นยังไงบ้างน้ำ ค่อยยังชั่วหรือยัง” โรเบอร์โตถามภรรยาเมื่อทุกคนออกไปจากห้องแล้ว
“ค่อยยังชั่วแล้วค่ะพี่ร็อบ” น้ำเหนือตอบรับเสียงอ่อยเช่นเดิม
“คราวหน้าคราวหลังต้องระวังตัวเองให้มากกว่านี้นะครับ เกิดหกล้มเป็นอะไรมากกว่านี้ อาจจะต้องนอนซมอยู่กับเตียงหลายวันเลย” เขาพูดด้วยความห่วงใย
“พี่ร็อบเป็นห่วงน้ำเหรอคะ”
“ใช่น่ะสิครับ ไม่เป็นห่วงเมียแล้วจะให้เป็นห่วงใคร”
โรเบอร์โตพูดด้วยความเอ็นดู คนที่นอนอยู่บนเตียงมองสามีตาปริบๆ
เป็นทายาทเจ้าของรีสอร์ตรุ้งประกายแสง ความจริงผมก็พอจะรู้จักเธอจากเฟซบุ๊ก แต่ไม่ได้ใส่ใจนักหรอกเธอเป็นคนคุยสนุก ยิ้มง่าย หัวเราะน่ารัก กินเก่ง และไม่เสแสร้ง ไม่มีมารยา ออกจะขี้อ้อน เธอเป็นคนตรงมากครับ บอกว่าชอบผมตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ผมไม่ทันตั้งตัวเลยครับผมยิ้มรับและบอกว่าผมรู้สึกดีกับเธอเช่นกัน เดตแรกของเรามันอิ่มเอมไปด้วยความประทับใจอย่างที่สุด...เดตที่สองของผม…ผมอยากพักผ่อน อยากวาดภาพ และถ่ายภาพ ซึ่งเป็นงานอดิเรกของผม เข้าพักตามโรงแรมต่างๆ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และข้อมูลผมได้เจอกับน้ำเหนืออีกครั้ง เธอยังสงวนท่าทีโดยการรับประทานอาหารกับผมในร้านอาหารหรูในตัวเมืองใหญ่ แต่ยังไม่เปิดโอกาสให้ได้อยู่เป็นส่วนตัวกับผม ซึ่งผมก็เข้าใจนอกจากน้ำเหนือจะเป็นคนตลกแล้ว เธอยังเป็นคนจิตใจดีมากๆ เลยครับ เธอช่วยเหลือคนแก่ข้ามถนน ตอนที่ผมปลีกตัวไปซื้อของ ช่วยเหลือเด็กที่พลัดหลงกับแม่ผมทึ่งในตัวเธอมากครับ แบบนี้ไง ผมถึงรู้สึกพิเศษกับเธอขึ้นเรื่อยๆ และเธอก็เป็นคนทานง่าย ไม่เรื่องมากจุกจิกจู้จี้เหมือนผู้หญิงคนอื่น เธอเป็นคนจริงใจมากๆ ผมเริ่มคิดที่จะจริงจังกับเธอในเดตที่สองครับเดตที่สามของผม…
ผิวสีจัดที่พวกเขาเหล่านั้นเคยคิดว่าดำก็ดูกระจ่างเป็นสีน้ำผึ้งน่าสัมผัส บรรดาหนุ่มๆ ต่างเสียดายเป็นทิวแถว มองน้ำเหนือตาละห้อยสาวๆ หลายคนต่างถามน้ำเหนือว่าทำยังไงถึงได้เปล่งปลั่งเช่นนี้ แถมยังดูหุ่นดีกว่าแต่ก่อน น้ำเหนือยิ้มรับไม่ยอมปริปากบอกว่าเธอออกกำลังกายทุกคืนทุกเวลากับสามี เพราะมันเป็นความลับส่วนตัวที่ไม่สามารถบอกใครได้เมื่องานทุกอย่างเสร็จสิ้น พิธีส่งตัวเข้าห้องหอก็มาถึง ทั้งสามคู่ถูกส่งตัวเข้าห้องหอในฤกษ์ยามที่หาเอาไว้ และญาติผู้หญิงก็ปล่อยให้แต่ละคู่อยู่ด้วยกันตามลำพังในห้องหอโรเบอร์โตพาภรรยาสาวไปอาบน้ำแล้วอุ้มมาไว้ที่เตียงกว้าง น้ำเหนือมองร่างบึกบึนของสามีที่เปลือยเปล่าตรงหน้าอย่างเสน่หาร่างสูงสมาร์ตขยับเข้ามานั่งริมเตียง อวดความแข็งแกร่งที่ตรงหน้าขาให้เธอลอบมองด้วยความกระสันเสียว เขาขยับกายเข้าหามองสะโพกผายงามงอนของภรรยารัก สายตาไล่ระดับมองรูปร่างสมบูรณ์แบบที่เขาเป็นคนปั้นแต่งขึ้นมาให้กระชับตึงถึงขนาดนี้อุ้งมือใหญ่เริ่มลูบคลึงเนินสวาทอวบอูมตรงหว่างขาของภรรยา เธอหนีบมือเขาแล้วช้อนสายตามองสบฉ่ำเยิ้ม“จะกักพี่ไว้หรือไง” เขาถามกลั้วหัวเราะ ภรรยาทำปากยื่นเล็กน้อย ค้อนให้สามีห
เขาปัดๆ โซฟาตัวยาวทำเป็นที่นอน แล้ววางหมอนก่อนขึ้นไปนอน ห่มผ้าถึงต้นคอ แอบชะโงกไปดูประตูห้องนอนของหญิงสาวเล็กน้อย แค่นี้ก็ชื่นใจลลิตาพยายามข่มตาให้หลับก็ไม่ยอมหลับ เธอผุดลุกขึ้นจากที่นอนนุ่ม ค่อยๆ ย่องไปที่ประตูห้องแง้มออกไปดูน้าชายของเพื่อนที่นอนอยู่ เมธาหลับไปแล้ว เขาคงเหนื่อยเพราะต้องทำอาหาร ทำงานบ้าน เธอเพิ่งรู้ว่าเขาได้ลาพักร้อนยาวก็ตอนที่น้ำเหนือโทร.มานั่นเองร่างอวบย่องออกไปดูเขาใกล้ๆ ดังใจคิด ผ้าห่มที่เขาห่มตกลงบนพื้น มือบางค่อยๆ หยิบขึ้นมาห่มให้เปรี้ยง!!!“ว้าย!!!”ลลิตาผวาเข้ากอดรัดร่างที่ลุกขึ้นมาเพราะเสียงฟ้าผ่า หญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอดของเมธาอย่างแนบแน่น ใบหน้าซุกที่อกกว้างด้วยความรู้สึกตกใจกลัว“ไม่ต้องกลัวนะครับ” มือหนาลูบไหล่ลูบหลังให้หญิงสาวเพื่อปลอบโยนให้คลายจากความหวาดกลัวลลิตาค่อยๆ ได้สติ เงยหน้าจากที่ซุกอกกว้างขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลา ก่อนจะหน้าแดงเรื่อเมื่อเผลอให้เขากอดแนบอกอก“น้าเมธ ปล่อยตาเถอะค่ะ”“ไม่... น้าอยากกอดตาแบบนี้” คนที่ไม่เคยดื้อมาหลายวันกลับอ้อนอย่างน่ารัก“น้าเมธ” ลลิตาพยายามพาตัวเองออกมา แต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อย“ให้น้ากอดตาไว้แบบนี้ตลอดชีวิตได้ไหม”เ
และอบอุ่นใจทุกครั้งที่เขาไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขอีก แถมยังช่วยทำงานอย่างแข็งขันไม่เหมือนแต่ก่อน แค่นี้เธอก็สุขใจแล้ว เธอไม่ได้อยากขออะไรมากมายไปกว่านี้อีกลลิตาชะงักฝีเท้าเมื่อเดินออกมาจากห้องแล้วได้กลิ่นอาหาร เสียงในห้องครัวเล็กๆ ทำให้เธอคิดไปว่าคงเป็นชูใจหรือไม่ก็แตงโมมาทำอาหารให้กิน“ตื่นแล้วเหรอครับ น้าทำอาหารเยอะแยะเลย”แต่เสียงที่ทักเธอออกมาจากห้องครัวพร้อมกับร่างสูงเดินถือจานอาหารมาวางบนโต๊ะทำให้ลลิตาขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ“น้าเห็นในตู้เย็นมีอาหารหลายอย่าง ก็เลยลงมือทำ ตากับลูกในท้องจะได้ทาน หิวหรือยังเอ่ย น้าทำของโปรดตาทั้งนั้นเลยนะ”เมธาเร่งจัดโต๊ะอาหารเล็กๆ อย่างคล่องแคล่ว“หิวค่ะ แต่ตาไม่อยากรับประทานอาหารฝีมือน้าเมธ” เธอไม่อยากโกหกความรู้สึกของตัวเอง อยากรู้ว่าเขาจะตอบว่าอย่างไรเมธาชะงักไปเล็กน้อย เล็กน้อยเท่านั้น เขาเริ่มจัดโต๊ะอาหารใหม่อย่างไม่ย่อท้อ ลลิตาไม่สนใจหญิงสาวเดินไปอุ่นข้าวต้มและเจียวไข่ร้อนๆ หอมกรุ่นออกมานั่งทานหน้าทีวี เมธาหน้าเจื่อนมองอาหารบนโต๊ะด้วยความรู้สึกเสียใจที่เธอเมินเฉย“น้าช่วย” เมธารีบหยิบถ้วยข้าวต้มที่ทานหมดแล้วกับจานไข่เจียวไปเก็บ ลลิตาชะง
“พี่ร็อบรู้เยอะจังเลย”“เราเลิกพูดถึงเรื่องคนอื่นกันเถอะครับ น้ำไม่ต้องทำอะไร ทุกอย่างพี่จัดการเอง”“ปกติพี่ร็อบก็จัดการอยู่แล้วนี่คะ แต่พี่ร็อบให้น้ำออกหน้า คนก็หลงเข้าใจว่าน้ำเก่ง ชมกันใหญ่ น้ำยังอายๆ อยู่เลยที่เอาหน้าคนเดียว”“พี่อยากเป็นคนเบื้องหลังครับ และการเจรจาซื้อขายรีสอร์ตพี่จะให้น้ำไปออกหน้านะครับ ส่วนเงิน พี่เตรียมเอาไว้ให้แล้ว”“แต่ว่า...”“ของของพี่ก็เหมือนของของน้ำครับ เงินของพี่ก็คือเงินของน้ำ”“ขอบคุณค่ะพี่ร็อบ”“น้ำครับ”“คะ” เธอเงยหน้ามองสามีที่มองเธอหวานซึ้ง“แต่งงานกับพี่นะครับ”“พี่ร็อบ” คำพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม ทำให้เธอหัวใจพองโต เธอว่าการขอแต่งงานบนเตียงช่างโรแมนติกนัก“ค่ะ ใครปฏิเสธการแต่งงานกับพี่ร็อบคงโง่เต็มที น้ำไม่อยากโง่ งั้นน้ำตอบตกลงนะคะ สินสอดไม่ต้องค่ะ แค่พี่ร็อบดูแลน้ำเป็นอย่างดีก็เพียงพอแล้ว เงินทองเป็นของนอกกาย”“ว้า... เจ้าสาวของพี่ทำไมไม่เอาสินสอดเลยครับนี่”โรเบอร์โตบีบจมูกเล็กอย่างเอ็นดู“ก็ทรัพย์สมบัติของพี่ร็อบเป็นของน้ำหมดแล้วนี่คะ อิอิ”ของของเขาก็เหมือนของของเธอ ไม่ต้องเอาหรอกสินสอดแค่นั้น เอาทั้งหมดเลยจะดีกว่า น้ำเหนือคิดอย่างเจ้าเล่ห์“โห.
แต่การเพิ่มเงินเดือนนั้น ไม่ได้เพิ่มขึ้นเฉยๆ โรเบอร์โตได้แนะนำให้ภรรยาสาวทำตามข้อตกลงกับพนักงานเป็นลายลักษณ์อักษร พนักงานคนไหนทำดีเพื่อหวังขึ้นเงินเดือน แต่ผลงานในต่อๆ ไปกลับแย่ลงอาจถูกปรับลดเงินเดือนได้ตามสมควรแก่งานที่ทำ ซึ่งพนักงานก็ยินดีรับข้อเสนอนั้น“เป็นแบบนี้ได้ยังไง”มาลีแทบบ้าเมื่อมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่ง ยัยกระถินที่เคยทำงานงกๆ ตามคำสั่งของเธอกลับได้เลื่อนเป็นหัวหน้าแม่บ้าน แต่เธอกลับมาเป็นคนงานขัดห้องน้ำแทนเสียนี่ จะโวยวายมากก็ไม่ได้เพราะจะถูกไล่ออก จึงได้แต่ฮึดฮัดขัดใจส่วนพนักงานต้อนรับก็มีการปรับเพิ่มเงินเดือนให้ วิมลเรขาทำงานดีไม่ขี้นินทา ทำให้ได้รับรางวัลความขยัน ส่วนริตกานต์และพนักงานคนอื่นๆ คอยแต่จะจับกลุ่มนินทาจึงไม่ได้เพิ่มค่าแรงในส่วนนั้น หลังๆ จึงหันมาสนใจงานมากขึ้นเพราะกลัวต่อไปจะโดนไล่ออกที่ทำงานไม่คุ้มค่าสำหรับฝ่ายบัญชี น้ำเหนือให้ชไมพรและสมรศรีทดลองงานเป็นหัวหน้าดู แต่ปรากฏว่าทั้งสองร่ำร้องที่จะให้ลลิตากลับมารับตำแหน่งแทน เพราะงานมากมายด้านบัญชีที่ชวนปวดหัว แถมยังรู้สึกผิดที่มองลลิตาไม่ดี พร้อมกับคิดเสียใหม่ว่าอย่าดูถูกคนที่อายุ บางครั้งคนที่มีอายุน้อยกว่าอา







