ログインเมื่อนักธุรกิจสาวยุคอนาคตทะลุมิติไปเป็นหญิงอ้วนที่แสนร้ายกาจของจีนยุค80อีกทั้งสามีไม่รักแม่สามีรังเกียจ ผู้หญิงอย่างเธอเมื่อเจอแบบนี้ต้อง"หย่า"เท่านั้น!!
もっと見るฟารีดา กิตติภัค นักธุรกิจสาวไฟแรง เจ้าของห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ กำลังขับรถมาด้วยความเร็วบนถนนที่คุ้นเคย จู่ๆ ก็มีเจ้าหมาน้อยตัวหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถเธออย่างกะทันหัน ด้วยสัญชาตญาณ เธอหักหลบอย่างเร็วจนรถเสียการทรงตัว พุ่งชนเข้ากับต้นไม้ข้างทางอย่างจัง
"กรี๊ดดดด!" เสียงกรีดร้องของเธอถูกกลบด้วยเสียงดังสนั่น ปัง! โครม! ทุกอย่างมืดดับลงสนิท และเมื่อเธอรู้สึกตัวอีกครั้ง สิ่งที่เห็นคือร่างของตัวเองที่นอนจมกองเลือดอยู่คาพวงมาลัยรถ ภาพนั้นทำเอาเธอใจสลาย "ฮื้อๆๆๆ สวรรค์ทำไมทำกับลูกช้างแบบนี้ ผัวก็ยังไม่มี ลูกก็ยังไม่มี ทำไมไม่ให้ลูกช้างได้มีครอบครัวก่อน แล้วถ้าท่านยมถามว่ามีผัวรึยังลูกช้างจะตอบยังไง ฮื้อๆๆ" เธอคร่ำครวญอย่างน่าสงสาร "อะแฮ่ม เจ้าชื่อ ฟารีดา กิตติพัฒน์ ใช่หรือไม่?" เสียงทุ้มต่ำและกังวานดังขึ้น เธอหันไปมองต้นเสียงก็พบกับร่างสูงใหญ่ ตัวดำทะมึนยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า แต่เอ๊ะ... นามสกุลไม่ใช่ชื่อเธอนี่นา "ฮื้อๆ ชื่อถูกเจ้าค่ะ แต่นามสกุลไม่ใช่ นามสกุล กิตติภัค ค่ะ ไม่ใช่พัฒน์" เธอตอบเสียงสะอื้น "เอ้า! นี่ข้ามารับผิดตัวรึไงกัน ซวยแล้ว จะโดนท่านยมบ่นอีกแน่ๆ" ร่างทมิฬสบถเบาๆ อย่างหัวเสีย ฟารีดาได้ยินดังนั้นถึงกับชะงัก การรับรู้ว่าตัวเองตายฟรีเพราะความผิดพลาดของยมทูตทำให้เธอหันขวับ!กลับไปมองร่างของตัวเองอีกครั้ง แล้วก็ร้องไห้หนักกว่าเดิมอย่างห้ามไม่อยู่ “โฮ…ฮื้อๆๆๆๆ” "เอาล่ะๆ เจ้าอย่าร้องไห้ไปเลย ข้าขอโทษ จะส่งเจ้าไปเกิดใหม่แทนแล้วกัน และไถ่โทษจะให้ของเป็น กำไลมิติห้างสรรพสินค้าของเจ้าเอง" เธอได้ฟังก็ได้แต่ทำตาปริบๆ เกิดใหม่? กำไลมิติ? อะไรกันวะเนี่ย? ยังไม่ทันได้เอ่ยถามหรือทำความเข้าใจ เธอก็ถูกดูดด้วยแรงมหาศาล สัมผัสได้ถึงความเร็วที่พุ่งผ่านดวงดาวนับล้าน กระทั่งสติของเธอก็ดิ่งวูบหายไปในความมืดมิดอีกครั้ง . . . ย้อนกลับไปในยุคจีน ปีค.ศ. 1979 ณ คอมมูนชนบทอันเงียบสงบ เสียงเจื้อยแจ้วของการทำงานและเสียงตะโกนสั่งงานดังแว่วมาตามลม ฟางหรู แม่สามีของ หลี่ซูเซียว กำลังง่วนอยู่กับการคัดแยกธัญพืชในโรงงานของคอมมูน เหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าอย่างไม่ใส่ใจ เพราะนี่คืองานประจำวันที่ต้องทำเพื่อแลกแต้มอาหารสำหรับครอบครัว "ป้าฟางครับ! ป้าฟาง! ลูกสะใภ้รองของป้าล้มหัวฟาดพื้นสลบที่หน้าบ้านแน่ะครับ!" เสียงหอบเล็กๆ ของเด็กหนุ่มวิ่งเข้ามาตะโกนบอกด้วยความตื่นตระหนก ฟางหรูชะงักมือ ใบหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที "เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะนี่!" เธอพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย ไม่ต้องเดาให้ยากก็รู้ว่าต้องเป็นฝีมือของหลี่ซูเซียวสะใภ้รองตัวปัญหาสร้างเรื่องอีกแล้ว ใจจริงฟางหรูไม่ชอบหน้าหลี่ซูเซียวเอาเสียเลย ตั้งแต่ที่ยายอ้วนคนนี้วางยา เฉินเฟยเทียน ลูกชายคนรองของเธอจนต้องมาแต่งงานกัน แถมยังมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนคือ เปาเปา แต่ถึงอย่างนั้นหลี่ซูเซียวก็ไม่เคยทำตัวเป็นแม่ที่ดี ไม่เคยสนใจงานบ้านงานเรือน มีแต่สร้างปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน จนเฉินเฟยเทียนต้องแยกบ้านออกมาอยู่เองกับลูกชายเพื่อความสบายใจของทุกคนในบ้าน แม้จะไม่ชอบใจเพียงใด แต่สายเลือดก็ตัดไม่ขาด หลี่ซูเซียวก็ยังคงเป็นสะใภ้ของบ้านสกุลเฉินอยู่ดี ยิ่งคิดถึงหลานชายตัวน้อยอย่างเปาเปาที่อาจจะไม่มีใครดูแล ฟางหรูก็ไม่อาจจะนิ่งเฉยได้ เธอวางตะกร้าในมือลงอย่างรีบร้อน ก่อนจะรีบไปลาหัวหน้าหน่วยเพื่อไปดูสถานการณ์ที่บ้านลูกชาย . . . หลังจากที่ฟางหรูรีบรุดมาถึงบ้านลูกชาย สิ่งแรกที่เห็นคือร่างอวบอ้วนของหลี่ซูเซียวที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหน้าบ้าน และเสียงร้องไห้จ้าของเด็กชายตัวน้อย "ฮื้อๆๆ แม่ก๊าบๆๆ" เปาเปา ลูกชายวัยสองขวบ กำลังพยายามเขย่าตัวแม่ที่ร่างกายใหญ่โตกว่าเขาหลายเท่าด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด ใบหน้าเล็กๆ เปื้อนน้ำตาด้วยความตกใจและหวาดกลัว ฟางหรูรีบถลาเข้าไปอุ้มหลานชายตัวน้อยขึ้นมาแนบอกทันที "ย่ามาแล้วลูก ย่ามาแล้ว" เธอปลอบประโลมเปาเปาที่ยังคงสะอึกสะอื้นไม่หยุด ในขณะที่ย่ากำลังกอดปลอบหลานชายอยู่นั้นเอง จู่ๆ เสียงกรีดร้องอันแหลมสูงก็ดังขึ้น "กรี๊ดดดดด!" ฟารีดาที่ถูกดูดข้ามมิติมาพลันลืมตาขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดร้องนั้น แต่ทว่านี่ไม่ใช่เสียงของเธอเลยแม้แต่น้อย ร่างกายที่รู้สึกอึดอัด หนักอึ้ง และใหญ่โตผิดปกติทำให้เธอขยับตัวได้ยาก พลันเธอก็รู้สึกปวดศีรษะอย่างรุนแรงจนต้องยกมือขึ้นกุมขมับ ภาพความทรงจำของร่างนี้ไหลทะลักเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก ทั้งเรื่องราวของ หลี่ซูเซียว หญิงอ้วนร้ายกาจที่วางยาเฉินเฟยเทียนจนได้แต่งงาน มีลูกชายชื่อเปาเปา แต่กลับไม่เคยดูแลใส่ใจใคร มีแต่สร้างปัญหาให้ครอบครัวสามีจนถูกเกลียดชัง และสาเหตุที่เธอต้องล้มหัวฟาดพื้นก็เพราะวิ่งไล่ตีเด็กที่มาล้อว่าเธออ้วนเหมือนหมู! ให้ตายเถอะ! เธอเกิดใหม่ในร่างของยัยอ้วนที่ทำตัวร้ายกาจคนนี้หรือนี่! ไมนะ! ท่านยมใจร้ายมากกกก!เช้าวันใหม่มาเยือนพร้อมกับแสงแดดอ่อนๆ ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง บรรยากาศภายนอกดูสดใสและเงียบสงบ แต่สำหรับ หลี่ซูเซียว แล้ว มันกลับไม่สดใสเอาเสียเลย เธอนั่งหน้าบึ้งตึงอยู่บนเตียง พลางมองไปยังชายหนุ่มข้างกายที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความขุ่นเคืองก็จะไม่ให้เธอหน้าบึ้งได้อย่างไร ในเมื่อตอนเช้าตรู่ที่เธอตื่นขึ้นมา เธอกลับพบว่าตัวเองเป็นฝ่ายนอนกอดเขาเสียเอง! แขนเรียวของเธอพาดไปบนแผงอกกว้างของ เฉินเฟยเทียน ขาเรียวยาวก็เกี่ยวรัดอยู่บนตัวเขาอย่างแนบแน่น และใบหน้าของเธอก็ซุกอยู่ตรงแก้มสากๆ ของเขาอย่างไม่รู้ตัวความตกใจทำให้เธอเบิกตากว้างขึ้นมาทันที และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เฉินเฟยเทียนก็พลันหันหน้ามา ทำให้ริมฝีปากของทั้งคู่แตะกันโดยไม่ได้ตั้งใจ!จูบแรกยามเช้าที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันและไม่คาดฝัน ทำให้หลี่ซูเซียวถึงกับผงะถอยออกมานั่งตัวตรงด้วยความตกใจและเขินอายสุดขีด ส่วนเฉินเฟยเทียนกลับยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น'ให้ตายเถอะ! นี่มันอะไรกันเนี่ย!' หลี่ซูเซียวคิดในใจอย่างหัวเสีย ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความอับอายและไม่เข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เธอมองเขาด้วยสายตาคาดโทษ แต่
หลังจากที่ เฉินเฟยเทียน เดินจากไป ทิ้งให้ หลี่ซูเซียว นั่งนิ่งอยู่คนเดียวที่โต๊ะไม้กลางบ้าน ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง มีเพียงเสียงหัวใจของเธอที่เต้นระรัว 'ไม่หย่า? แถมยังให้ไปอยู่ด้วยกันในเมืองอีก!' แผนการที่เธอวางไว้อย่างดิบดีว่าจะหย่าเพื่อเป็นอิสระและเลี้ยง เปาเปา ด้วยตัวเองพังทลายลงในพริบตาเธอพยายามประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้น 'ทำไมเขาถึงไม่ยอมหย่า? ทั้งที่เมื่อก่อนรังเกียจเธอจะตายไป' ความเปลี่ยนแปลงของเฉินเฟยเทียนทำให้เธอสับสนอย่างมาก จากท่าทีเย็นชาและรังเกียจ บัดนี้กลับกลายเป็นคำสั่งที่เด็ดขาดและแววตาที่ยากจะคาดเดาหลี่ซูเซียวถอนหายใจเฮือกใหญ่ 'เอาเถอะ ในเมื่อเขาไม่ยอมหย่า และยังบังคับให้ไปอยู่ด้วยกันในเมือง ก็คงต้องตามน้ำไปก่อน' เธอคิดอย่างนักธุรกิจที่พร้อมปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เธอจะต้องใช้โอกาสนี้ในการสำรวจเมือง หาช่องทางทำมาหากิน และวางแผนชีวิตใหม่ให้มั่นคงกว่าเดิมคืนนั้น หลี่ซูเซียวแทบไม่ได้นอน เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ในการคิดทบทวนแผนการใหม่ทั้งหมด การย้ายไปอยู่ในเมืองหมายถึงโอกาสที่มากขึ้นในการใช้ประโยชน์จาก กำไลมิติ และสินค้าใน ห้างสรรพสินค้า ของเธอ แต่ก็หมายถึงความเสี่ยงที่มากข
เฉินเฟยเทียน อ้าแขนรับ เปาเปา ลูกชายที่วิ่งเข้ามาหาอย่างเต็มอก เขากอดเจ้าก้อนซาลาเปาน้อยที่บัดนี้อ้วนจ้ำม่ำน่ารักขึ้นมาก จากที่เคยผอมซูบจนน่าสงสาร ตอนนี้กลับกลมป๊อกและยังมีผิวขาวผ่องขึ้นอีกด้วยหลังจากกอดลูกชายแน่นแล้ว เขาก็เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง หลี่ซูเซียว กำลังมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่มีแววตาแห่งความคลั่งรักหรือความหลงใหลที่เคยมีให้เขาอีกแล้ว มีแต่ความว่างเปล่าที่มองมายังเขา แต่เมื่อเธอหันไปมองเด็กน้อยที่เขาอุ้มอยู่ แววตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความรักใคร่และอ่อนโยนอย่างสุดซึ้งชายหนุ่มมองสายตาที่หญิงสาวมองลูกชาย พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่ผุดขึ้นบนใบหน้าของเธอ หัวใจของเฉินเฟยเทียนถึงกับกระตุกวูบกับรอยยิ้มนั้นทันทีที่ได้เห็นมัน'สวย...' คำเดียวผุดขึ้นในความคิด ตอนนี้หัวใจของเขามันเต้นแรงเพียงแค่ได้มองหน้าเธอ ความรู้สึกนี้มันคืออะไรกัน? เมื่อก่อนเขาไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้เลย มีแต่ความรังเกียจ ไม่อยากเข้าใกล้ ยิ่งเธอร้ายกาจ เขายิ่งรังเกียจจนต้องแยกห้องนอนกัน แต่ตอนนี้... ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด… หลี่ซูเซียว เอ่ยถาม เฉินเฟยเทียน ด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติท
ฟางหรู แม่สามีจ้องมอง หลี่ซูเซียว ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย "เธอไปทำอะไรมาสะใภ้รอง!"หลี่ซูเซียวยิ้มแหยๆ "แฮ่ๆ ก็ลดอาหารลงกับออกกำลังกายไงคะ" เธอตอบเลี่ยงๆ"ออกกำลังกาย? ยังไง?" ซินอี๋ สะใภ้ใหญ่เอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ'หือ? คนยุคนี้ไม่รู้จักการออกกำลังกายเหรอเนี่ย?' หลี่ซูเซียวคิดในใจอย่างสงสัย ก่อนจะตอบไปแบบง่ายๆ เพื่อให้พวกเขาเข้าใจ "เอ่อ... ก็วิ่งรอบบ้านน่ะค่ะ""อ๋อ... งั้นเหรอ" ฟางหรูพยักหน้าหงึกหงัก แม้จะยังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ"อ้อ! ลืมไปเลยค่ะ นี่ของฝากจากแม่ของฉันค่ะ" หลี่ซูเซียวเปลี่ยนเรื่องทันควัน เธอโกหกไปทั้งๆ ที่ของเหล่านั้นเป็นผลผลิตสดใหม่จาก กำไลมิติ เธอหยิบ ผลไม้สด และ ผักสด ที่ดูน่ากินออกมาจากรถเข็นยื่นให้แม่สามี"ขอบใจมากนะ" ฟางหรูรับของมาด้วยท่าทีที่อ่อนลงกว่าเดิม "กินข้าวมาหรือยัง พวกเรากำลังจะกินข้าว เธอมากินพร้อมพวกเราไหมล่ะ จะได้ไม่เสียเวลา""เอ่อ... ก็ได้ค่ะ" หลี่ซูเซียวตอบรับอย่างยินดีหลังจากวันนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างหลี่ซูเซียวกับครอบครัวสามีก็เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาเริ่มมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค





