로그인
Intro
"เลิกพูดเรื่องนี้กับโตสักทีเถอะม๊า!"
ชายหนุ่มในวัยยี่สิบปียืนถกเถียงกับม๊าอยู่ที่กลางบ้านใหญ่ ซึ่งปกติแล้วเขาจะกลับมาที่บ้านสัปดาห์ละครั้ง เพื่อมากินข้าวกับป๊ากับม๊าของเขาตามที่เคยตกลงกันไว้ก่อนที่เขาจะออกไปอยู่ที่คอนโดใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัย และทุกครั้งที่กลับมาเขากับป๊าม๊าก็มักจะทะเลาะกันแบบนี้เป็นประจำตั้งแต่ปีที่แล้ว ตั้งแต่ตอนที่เขาอายุเพียงสิบเก้าปี
"โต ฟังม๊า ก็แค่หมั้นกันไปก่อน ยังไม่ต้องแต่งก็ได้ เรียนจบแล้วค่อย…"
"โตไม่หมั้น แล้วก็ไม่แต่งด้วย"
"ม๊า โตเพิ่งจะอายุยี่สิบเองนะ ม๊าจะหาเมียให้โตไม่ได้"
"เหอะ ถ้าม๊ากับป๊าไม่หาเมียดีๆ ให้โตสักคน ป่านนี้ไม่รู้ว่าลูกชายของม๊าจะติดโรคก่อน หรือจะโดนผู้หญิงจับก่อน"
"แล้วอีกอย่างนะ นี่เป็นเรื่องที่ป๊าของลูกคุยกับทางนั้นไว้แล้ว"
"งั้นม๊าก็ให้ป๊าแต่งเองสิ โตไม่หมั้นไม่อะไรทั้งนั้น อย่ามายุ่งกับโต"
"ไม่รู้ละ น้องเพิ่งเข้ามหา'ลัยเดียวกับโต ยังไงก็ดูแลน้องด้วย น้องชื่อ…"
"โตไม่ดูใครทั้งนั้น"
สิงโต กิจวรกุล เป็นลูกชายคนเดียวของบ้านกิจวรกุล ที่มีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเครือของกิจวรกุลมากมายมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นคอนโด หรือที่ดิน หรืออพาร์ทเมนท์ให้เช่า และเขาก็มีคู่หมั้นตั้งแต่ตัวเองอายุได้เพียงแค่สิบเก้าปีเท่านั้น เขาปฏิเสธมันมาตลอด ทุกครั้งที่ป๊าหรือม๊าพูดเรื่องนี้ขึ้นมา เขามักจะหัวเสีย และทะเลาะกับที่บ้านจนเตลิดออกมาเสมอ
ปกติแล้วก่อนหน้านี้ชีวิตของเขาก็เป็นสุขดี เขาเป็นที่รักของที่บ้าน ทั้งป๊า และม๊า รักเขามาก จนกระทั่งเมื่อหนึ่งปีก่อน เพื่อนสนิทของป๊าเสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็ง ก่อนจะเสียเพื่อนสนิทของป๊าได้ทวงคำสัญญาอะไรบางอย่างกับป๊าของเขา
หึ! ขนาดยังไม่เคยเจอหน้ากัน ก็เกลียดเข้าไส้ขนาดนี้ คนอะไรเอาลูกมาเร่ขาย!
หน้าไม่อาย!
"ตาโต จะไปไหน กลับมาฟังม๊าก่อน ถ้าป๊ารู้ว่าโตดื้อขนาดนี้ป๊าต้องลงโทษโตแน่"
เขาไม่ฟังเสียงห้ามของม๊า หึ! บ้านนั้นจะสำคัญขนาดที่ว่าป๊าจะกล้าลงโทษเขาได้ลงคอเลยเหรอ เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าระหว่างคำสัญญาเก่าเต่าล้านปีนั้น มันจะสำคัญกว่าลูกชายที่สืบทอดธุรกิจหรือเปล่า
สิงโตรีบเดินมาขึ้นรถสปอร์ตคันหรูของเขาและขับรถออกมาด้วยความรวดเร็ว เร็วชนิดที่ว่าเสียงของเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตหรูดังลั่นจนม๊าแทบจะหัวใจวายตาย มือเรียววางทาบที่หน้าอกมองตามรถของลูกชายสุดที่รักไปจนสุดสายตา
"เฮ้อ… ยังไม่ได้ทันรู้จักน้องเลย น้องเป็นเด็กน่ารักมากนะลูก"
กรรัมภา เองก็เหนื่อยใจเต็มทนแล้ว ที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาทีไรลูกชายของเธอก็พยศทันที เธอหวังในใจว่าหนูพิมพ์มาดาจะสามารถช่วยปราบพยศลูกชายของเธอได้ เพราะถึงแม้ว่าสิงโตจะเป็นที่รักของคนที่บ้านมากแค่ไหน แต่ด้วยความเป็นลูกผู้ชายเพียงคนเดียวของบ้าน เขาจึงเอาแต่ใจมากถึงมากที่สุด ใครพูดอะไรก็ไม่ฟัง หากจะหาคนผิด ก็คงต้องเป็นเธอเอง ไม่สิ ต้องบอกว่าทั้งเธอ และสามีของเธอเองที่รักลูกมากเกินไป สปอยล์ลูกมากเกินไปจนลูกชายของเธอเสียผู้เสียเสียคน
สิงโตเป็นคนที่มีอารมณ์ร้าย อารมณ์ของเขารุนแรง เขาชอบคิดว่าความคิดของตัวเองเป็นใหญ่เหนือคนอื่นอยู่เสมอ ไอ้คำว่าพ่อแม่รังแกฉัน เธอเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าสิ่งที่เธอกับสามีทำ มันทำร้ายลูกของเธออย่างไร
ในยามที่สิงโตอารมณ์ปกติ เขามีความน่ารัก เขาจะขี้อ้อนมากทีเดียว แต่เวลาที่ไม่พอใจอะไรขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว ก็แทบจะควบคุมตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ เธอคิดว่าลูกชายของเธอน่าจะเป็นไซโคพาธเธอเคยพยายามจะพาลูกไปรักษา แต่เขาไม่ยอม เขาไม่ไป ไม่ว่าจะอย่างไรยังไงก็ไม่ไป สาเหตุคงหนีไม่พ้นที่เขาถูกละเลย แม้เขาจะเป็นที่รักของที่บ้าน แต่เพราะที่บ้านมีอาณาจักรธุรกิจที่ใหญ่โต เลยทำให้ทั้งป๊า และม๊า ละเลยเขาไปบ้าง อีกทั้งเมื่อก่อนตอนที่เขายังเป็นเด็ก เธอกับสามีมักจะทะเลาะกันบ่อยครั้ง แต่เดี๋ยวนี้ก็เบาลงมากแล้ว
เอี๊ยดดดดดด!
รถสปอร์ตหรูคันสีดำด้านจอดในที่จอดประจำของเขาที่คลับแห่งหนึ่งที่เขามักจะมากับเพื่อนๆ บ่อยๆ แต่ครั้งนี้เขามาที่นี่เพียงคนเดียวเขาไม่อยากพูดคุยกับใครทั้งนั้น และทุกครั้งที่ทะเลาะกับที่บ้านมา สิงโตก็มักจะมาระบายอารมณ์ที่นี่เพียงคนเดียว เขาไม่อยากให้เพื่อนได้รับรู้ปัญหาของเขา ไม่ใช่ว่าเขาแคร์เพื่อน แต่เพราะว่าเขาคิดว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องป่าวประกาศบอกใคร
"สวัสดีครับคุณสิงโต"
สิงโตเพียงแค่พยักหน้ารับรู้ สองมือของเขาล้วงกระเป๋าเดินก้าวขาเรียวยาวราวกับนายแบบเข้าไปในคลับแห่งนั้น คลับนี้เป็นของรุ่นพี่ที่สนิทกัน เขาเข้ามาจนเปรียบเสมือนกับว่าเป็นคลับของตัวเอง อีกทั้งรุ่นพี่คนนั้นก็ไปเรียนต่อต่างประเทศแล้ว เลยยกที่นี่ให้สิงโตเป็นคนดูแลให้ชั่วคราว เขาดูแลมันได้เป็นอย่างดี และไม่ได้สนใจเรื่องส่วนแบ่งเพียงเล็กน้อยนั้นด้วยซ้ำ ซึ่งเพียงเล็กน้อยที่ว่าก็คือกำไร 40% ของคลับ ที่เขารับมาเพียงเพราะพี่คนนั้นบอกเขาว่า ถือว่าเป็นค่าช่วยเขาดูในตอนที่เขาไม่อยู่ดูแลเองแล้วกัน
"วันนี้เป็นไง"
นั่งลงที่บาร์ด้านหน้าถามลาเต้ผู้จัดการคลับ แล้วยกมือให้ปุริมบาร์เทนเดอร์หนุ่มจัดออนเดอะร็อกมาให้เขา มือหนาควงแก้วใสใบสวยหมุนเก้าอี้มองออกไปที่ด้านหน้า เห็นทั้งสาวๆ ที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกไปมา บ้างก็เต้นอย่างไม่ลืมหูลืมตา บ้างก็กอดจูบกับคนรัก บ้างก็หันมาเล่นหูเล่นตากับเขา แต่ดันมีคนหนึ่งที่นั่งร้องไห้เงียบๆ อยู่คนเดียวช่างสะดุดตาเขาเหลือเกิน
"วันนี้ลูกค้าเยอะเหมือนเดิมเลยครับ" ลาเต้ตอบกลับมาพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อดูความเรียบร้อย
"ตั้งแต่คุณสิงโตเข้ามาช่วยดูแล ทุกอย่างเป็นระบบมากขึ้นมากๆ ทุกเรื่องผมรายงานคุณธีร์เรียบร้อยตามที่คุณสิงโตสั่งไว้ทุกครั้งเลยครับ"
"อืม ดี คนนั้นใครเพิ่งมาครั้งแรกเหรอไม่เคยเห็นหน้าเลย"
ด้วยสีผมที่ค่อนข้างสะดุดตา หญิงสาวคนนั้นเธอผมสั้นประบ่า ผมของเธอสีชมพูพาสเทลดูค่อนข้างตัวเล็ก แต่เล็กแค่ไหนเขาไม่ทราบได้เพราะเธอยังไม่ได้ยืน แต่ดูก็รู้เลยว่าตัวเล็กกว่าเขามาก เธอผิวขาว หน้าตาเธอน่ารักจิ้มลิ้ม ออกจะเซ็กซี่หน่อยๆ แม้ตอนนี้เธอจะกำลังร้องไห้อยู่แต่มันไม่ได้ทำให้ใบหน้าของเธอมีที่ติได้เลย
ผู้หญิงอะไรขนาดร้องไห้ยังดูดีขนาดนี้…
เธอใส่ชุดเดรสสีแดงเพลิง ที่เนินอกด้านขวามีลายสักเล็กๆ น่ารัก
จิ๊!
"อยากได้วะ"
"ป๊า~""พู่กันครับ""กั๊บ""พู่กันจะได้เป็นพี่ชายแล้วนะครับ ดีใจมั้ย""พี่ชาย~""ใช่ครับ พู่กันจะมีน้องแล้ว เราสองคนในฐานะที่เป็นผู้ชายที่รักม๊าเหมือนกัน เราต้องช่วยกันดูแลม๊ากับน้องให้แข็งแรง ตกลงมั้ยครับ"นิ้วก้อยของผู้ใหญ่ ยื่นไปข้างหน้าเด็กน้อยพู่กันยิ้มแฉ่งแล้วเกี่ยวก้อยกับป๊าของเขา ก่อนที่สิงโตจะจับลูกชายตัวเอง ฟัดแก้มซ้าย ฟัดแก้มขวา แล้วอุ้มพู่กันขึ้นมาพาเดินไปหาม๊าของเขา"ไหน ย้อง""อยู่ในนี้ครับพู่กัน""โอ้ววว! จู่ได้ไง""เอ่อ… " พิมพ์มาดาชะงัก เธอเหลือบมองสามีของเธอที่ยังอมยิ้มหยิกแก้มลูกชายเล่น"เดี๋ยวโตก็รู้เอง" สิงโตเป็นฝ่ายตอบหลายเดือนต่อมา @โรงพยาบาลโสภากุล"โอ๊ย ในชีวิตไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีหลานถึงสองคนเลย" บรรพตพูดขึ้นในตอนที่กำลังอุ้มเด็กน้อยตัวแดงๆ ขึ้นแนบอกโดยมีสายตาขี้หวงของสิงโตมองจ้องอยู่"อาตี๋ มองป๊าแบบนี้หมายความว่ายังไง"ไม่ใช่แค่ สิงโตที่มองเขาอย่างนั้น แต่ยังมีเจ้าแสบวัยซนที่นั่งอยู่ข้างๆ เตียงของม๊าเขากอดอกทำหน้าบึ้งอยู่"อ่ะ ตี๋น้อยมองกงแบบนั้นไม่ดีนะ""สุดเขต" ใช่ ลูกชายคนเล็กของนายสิงโตชื่อสุดเขต เป็นการบ่งบอกว่าคนเป็นพ่อจะหยุดที่ลูกชายคนนี้ และที่สำค
ตอนพิเศษ 5สองเท้าหนักเดินวกไปวนมาอยู่หน้าห้องน้ำภายในห้องนอน แม่บ้านทั้งสองคนยืนกัดเล็บอยู่ทางด้านหลัง ดวงตาของเธอทั้งสองจดจ้องมาที่บานประตูกระจกห้องน้ำที่พิมพ์มาดาเข้าไปในนั้น ทุกอย่างอยู่ในความเงียบสนิทได้ยินเพียงเสียงกรนเบาๆ ของพู่กันที่ยังนอนหลับอยู่บนฟูกอย่างสบาย"ยังไม่เสร็จอีกเหรอ"สิงโตพึมพำเบาๆ เขาเริ่มเดินหนักขึ้น ถี่ขึ้น ถี่ขึ้น ก่อนจะตัดสินใจพรวด!"อ่ะ! พะ โต"เปิดประตูเข้าไปเพราะว่าภรรยาของตัวเองยังไม่เดินออกมาสักที เขาร้อนรนใจ เขาต้องการอยากรู้ว่าเธอจะมีทายาทให้เขาอีกคนหรือเปล่า เมื่อเปิดประตูเข้ามาเห็นว่าพิมพ์มาดากำลังจ้องที่ตรวจครรภ์อันสุดท้ายอยู่พอดี สิงโตรีบเดินก้าวเข้ามาหาเธอ หยุดยืนอยู่ข้างๆ เธอ ใช้มือหนึ่งประคองเอวบางของเธอ แล้วเป็นฝ่ายแย่งแท่งเล็กๆ ที่เธอกำลังถืออยู่มาถือเอาไว้เอง"หลับตาทำไมคะ""พี่ตื่นเต้นน่ะ""คิก คิก เป็นปะป๊าแล้วทำไมถึงยังน่ารักได้ขนาดนี้คะ""แต่นี่พี่กำลังจะเป็นปะป๊าที่กำลังลุ้นว่าจะมีลูกสาว หรือลูกชายเพิ่มมาอีกคนหรือเปล่าน่ะสิ""ถ้าอยากรู้ก็ลืมตาดูสิคะ อันนี้อันสุดท้ายแล้วด้วย"เธอรับรู้ได้ว่ามือของเขาสั่นขนาดไหน เธอรับรู้ได้ว่าเขากำลังห
ตอนพิเศษ 04กลางดึก"พู่กันยังไม่นอนเหรอคะ"พิมพ์มาดาเดินเข้ามาในห้องนอน เห็นสิงโตกำลังเล่นกับน้องพู่กันอย่างสนุกสนานเขาเล่นกับลูกดูท่าทางมีความสุขมาก ราวกับว่าชีวิตนี้ไม่เคยมีความสุขแบบนี้มาก่อนหลังจากที่เธอมีน้องพู่กันมานี่ก็เข้าปีที่สามแล้ว คุณแม่ของเธอลดการทำงานลงไปตั้งเยอะและใช้เวลาทั้งหมดในการเลี้ยงหลาน และท่องเที่ยว เห็นว่าตอนที่ยังสาวๆ หรือตอนที่มีครอบครัวเธอใช้ชีวิตเพียงแค่ ทำงาน กลับบ้าน และดูแลลูกกับสามีส่วนบ้านของสิงโตหลังจากที่ป๊าโอนทุกอย่างมาให้เป็นชื่อของเขาแล้ว ป๊ากับม๊าก็เหมือนจะมีความสุขขึ้นเรื่อยๆ และพากันท่องเที่ยวไปทั่วเหมือนกัน ยังดีหน่อยที่ทุกครั้งที่กลับมาจากเที่ยวพวกท่านจะมาหาหลานก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ"ครับ ไม่ยอมนอนเลยดูตาสิแป๋วมากขนาดนี้ ป๊าจะกล้าให้ลูกรักนอนได้ไงครับ ใช่มั้ย""ปะป๊า~""คร้าบบบ~ ลูกชาย""ยักปะ~""ป๊าก็รักพู่กันมากครับ"เห็นแล้วก็อดหมั่นไส้ไม่ได้จนบางทีเธอก็สับสนไม่รู้ว่าลูกติดป๊า หรือป๊าติดลูกกันแน่ สิงโตเล่นกำมือกับพู่กันไปพลาง บ้างก็กดไอแพดดูงานไปพลาง แล้วก็หันมาเล่นกับพู่กันไปพลาง อันที่จริงแล้วตั้งแต่ที่มีพู่กันออกมาเธอค่อนข้างสบายเลยแ
ตอนพิเศษ 03สามปีต่อมาบรื้นนนน! บรื้นนนน! บรื้นนนน!"ปะ" เสียงเด็กน้อยพูดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงรถที่คุ้นเคย พิมพ์มาดาเดินออกมาจากห้องครัวแล้วก้มลงอุ้มลูกน้อยของตัวเองเอาไว้แนบอก พาเดินไปต้อนรับป๊าของเขาที่หน้าประตูบ้านเหมือนกับทุกๆ วัน"ปะ~""พู่กัน~" น้องพู่กันลูกชายทายาทคนแรกของเขายิ้มแป้นเมื่อเห็นใบหน้าหล่อๆ ของคนเป็นพ่อ สิงโตเดินเข้ามาเขาก้มลงหอมแก้มลูกชายทั้งสองข้าง และหอมแก้มภรรยาสาวของตัวเองทั้งสองข้างจะได้ไม่เกิดอาการน้อยใจกัน"เอาไปเลยค่ะ พู่กันร้องห้าป๊าทั้งวัน"สิงโตยิ้มอย่างมีความสุข เขาอุ้มลูกชายตัวเองไว้แนบอกส่วนพิมพ์มาดาก็เอากระเป๋าเอกสารของเขาไปเก็บที่ห้องทำงาน แล้วเดินลงมาจัดโต๊ะอาหาร ที่บ้านเธอมีแม่บ้านสองคนเป็นหลานสาวของป้าฉายกับป้าจันทร์ ชื่อแก้ว กับสาย โดยที่ทั้งสองคนเป็นทั้งแม่บ้าน และพี่เลี้ยงของน้องพู่กันอีกทั้งยังทำงานได้เป็นอย่างดีอีกด้วย"พี่โตเอาพู่กันมาค่ะ แล้วก็ไปอาบน้ำนะคะจะได้มากินข้าวกัน"อุ้มลูกกลับมาแล้วหอมแก้มสามีไปทั่วทั้งใบหน้า ถ้าเธอไม่ทำแบบนี้สามีของเธอก็จะงอนตุ๊บป่องเป็นเด็กๆ ไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรนะ ตั้งแต่เธอมีน้องพู่กันก็หึงหวง และตามติดเธอยิ่ง
ตอนพิเศษ 02โรงพยาบาลโสภากุลพิมพ์มาดาอยู่ที่โรงพยาบาลในห้องรอคลอดมาหลายชั่วโมงแล้ว ทำเอาสิงโตอยู่ไม่เป็นสุขเลย เขาเดินไป เดินมา เดินมาก็เดินไป จนผู้ใหญ่ที่มาด้วยต่างก็เอ็นดู และปวดหัวไปตามๆ กัน หลังจากที่จัดงานปาร์ตี้ให้กับพนักงานของพิมพ์มาดา ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วจนพวกเขาเลื่อนระดับชั้นแล้ว ตอนนี้สิงโตอยู่ปีสามส่วนพิมพ์มาดาอยู่ปีสอง และพวกเขาก็จะไม่ดรอปเรียนด้วยเพราะมีคนช่วยเลี้ยงลูกอยู่หลายคนทั้งบ้านกิจวรกุล และบ้านธาดาวงศ์"ตาโตลูกนั่งนิ่งๆ ได้มั้ย ม๊าเวียนหัวไปหมดแล้ว""ก็โตตื่นเต้นอะม๊า""ไม่บอกป๊าก็รู้ ดูตี๋ยืนสิขาสั่นไปหมดแล้ว ทำเหมือนกับจะคลอดเอง""นั่นสิพ่อโต มือเย็นขนาดนี้จะถ่ายรูปตัวเล็กได้เหรอ" พุดจีบเดินมาจับบ่าจับมือลูกเขยด้วยความเอ็นดู มือของลูกเขยเย็นเฉียบ และมีเหงื่อชุ่ม แม้ว่าเขาจะใส่เสื้อผ้ามาอย่างเนียบตามสไตล์การแต่งตัวของตัวเองก็ตาม"ตี๋เอากล้องมาให้ป๊าถือก่อนมา แล้วใจเย็นๆ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนูพิมพ์ไม่เป็นอะไรหรอกตอนม๊าจะคลอดตี๋ก็เข้าไปนานแบบนี้แหละ""โตอยากเข้าไปหาพิมพ์อ่ะป๊า พิมพ์ต้องกลัวมากแน่ๆ เลย""เอาสิ เดี๋ยวป๊าไปคุยกับหมอให้ ตี๋รอป๊าแป๊บนะ""ครับ" ค่อยใจ
ตอนพิเศษ 01หลายเดือนต่อมา @งานปาร์ตี้ ตัวแทนขายของพิมพ์มาดา"พิมพ์อย่าเดินให้มันเร็วนักสิ ดูสิท้องโตขนาดนี้แล้วนะ"สิงโตมาที่งานเลี้ยงตัวแทนขายที่พิมพ์มาดาเคยบอกเขาเอาไว้ ตอนแรกเขาจะไม่ยอม อยากจะให้เธอคลอดลูกก่อนแล้วค่อยมาจัดย้อนหลัง แต่ว่าเธอบอกว่าได้แจ้งกับทางตัวแทนทุกคนไปแล้ว และทุกคนก็รอคอยที่จะเจอเธอ อีกทั้งตอนนี้ก็เป็นช่วงใกล้ปีใหม่หลายๆ คนก็คงจะกลับบ้านช่วงเทศกาลเธอเลยเลือกจัดก่อนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับตัวแทน"พี่โตช่วยประคองหน่อยสิคะ พิมพ์ปวดขาไปหมดแล้วเนี่ย""โถ่พิมพ์จ๋า พี่นี่แทบอยากจะอุ้มพิมพ์เดินอยู่แล้ว"ตอนแรกที่คิดเอาไว้ว่าจะไปจัดงานอีกที่หนึ่ง แต่เนื่องด้วยท้องโตๆ ของเธอลากสังขารไปไม่ไหวเลยแจ้งตัวแทนเปลี่ยนเป็นที่หัวหินแทน โดยตัวแทนของเธอมีเพียงแค่พันกว่าคนไม่รวมกับพนักงานที่อยู่ในออฟฟิศ และวันนี้พิมพ์มาดาก็จะแจ้งเปลี่ยนสถานะตัวแทนให้เป็นพนักงานขายโดยมีเงินเดือนให้กับทุกคน พร้อมกับยอดขายที่ตัดให้เป็นค่าคอมมิชชัน"พิมพ์พี่ว่าพิมพ์นั่งพักก่อนดีมั้ย นี่ก็เพิ่งจะเก้าโมงเองแล้วพวกเราก็เพิ่งมาถึง""พี่โตคะ พนักงานของเราเขามาถึงกันตั้งแต่เจ็ดโมงแล้วนะคะ เราจะให้เขารอเร







