LOGINบทที่ 3
เกือบขาดใจ NC
ดวงตากลมโตมองคุณหมอองศาด้วยความไร้เดียงสา เขาอยากจะร้องแหมให้ถึงดาวอังคารแต่เอาเถอะ ไม่อยากต่อว่าอะไรเธอเลยสักนิด
"อิ่มไหมครับ"
"พะ พี่องศา"
สายตาที่เธอมองไปที่ชายหนุ่มมันทำให้อีกฝ่ายหัวใจเต้นแรง เขาจับเธอลุกขึ้นจากนั้นก็ป้อนจูบให้เธอด้วยความเร่าร้อน เธอไม่สนใจว่าตอนนี้จะมีใครอีกคนกำลังดูการกระทำของเธอ ผ่านกระจกมองหลัง เธอไม่เคยคิดกลัวด้วยสักนิดเดียว
ถ้าเขาจะมาร่วมสนุกด้วยก็เชิญ
"อ๊าา~"
"ไอ้สกายคงเหงาแย่" องศากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงกระเส่า "ให้มันมาสนุกกับเราดีไหมครับน้องครัวซองต์"
"ค่ะ~"
สกายรีบหามุมมืดจอดรถเพื่อมองภาพการการเล้าโลมให้เต็มตา ลำกายของเขาแข็งจนปวดมาตั้งนานแล้ว รู้ว่าเธอแกล้งเมา รู้ว่าเธอกำลังใช้ปากปรนเปรอให้เพื่อนเขาอยู่
เมื่อความกำหนัดทำงานเต็มที่ สกายก็รีบลงจากรถเพื่ออ้อมไปเปิดประตูด้านหลัง จนเขาเข้าไปนั่งเต็มตัว
เขาดึงร่างของหญิงสาวเข้ามาประชิดตัวจากนั้นก็บดจูบเธอด้วยความเร่าร้อน ปล่อยให้องศาสอดมือเข้าไปในมินิเดรสตัวสั้น เขาสัมผัสแพนตี้ลายลูกไม้บาง ๆ ก่อนจะรูดลงมาแล้วถอดออกไปให้พ้นขาเรียวทั้งสองข้าง
สกายจับเธอเอนพิงกับอกแกร่ง เขาสอดมือเข้าใต้แขนเพื่อบีบขยำ อีกมือดึงชุดเธอลงไปกองอยู่ที่เอว
"นมโคตรใหญ่ หัวนมสวยจัด"
ยิ่งสกายพูดแบบนี้ คนถูกกระทำยิ่งมีอารมณ์เพิ่มขึ้นกว่าเดิม
องศาขยับถอยหลังแล้วยกขาทั้งสองข้างของเธอขึ้นเป็นรูปตัวเอ็ม ความสาวเปียกแฉะจนไหลเยิ้มลงมาที่เบาะ
นิ้วยาวลูบไล้กลีบสาวขยี้จนน้ำหลังไหลไม่รู้จักหยุด เสียงร้องครางของครัวซองต์บ่งบอกถึงความกระสันและมีอารมณ์จนถึงขีดสุด เธอกระตุกเอวขึ้นลงจนองศาอดที่จะฟาดด้วยฝ่ามือไม่ได้
เพียะ!
"อ๊าา~"
น้ำใคร่สวาทแตกซ่านกระจายจนเปียกเบาะหนัง เขาเห็นเธอเหนื่อยหอบจึงโน้มลงไปขบดูดถอดถัน จากนั้นก็ก้มลงมาที่ความสาว
จ๊วบ~
"อ๊ออ~ พี่องศา~"
เธอเสียวจนครางเรียกชื่อเขาในทันที ลิ้นสากสอดเข้าไปในรูคับแคบ แล้วระรัวจนเสียงน้ำดังเฉอะแฉะ
"อ๊ายย~ เสียว~ อื๊ออ"
นิ้วเรียวสอดใส่เข้าไปในร่องรัก จากนั้นก็ขยับซอยเข้าออกจนหญิงสาวร้องหวีดครางออกมา เธอเสียวเหมือนคนจะขาดใจ เสียวเหมือนน้ำจะแตกซ่านออกมาอีก
"อ๊ะ อ๊ะ"
สกายไม่รอช้าเขารีบเอียงใบหน้าป้อนจูบ บีบขยำหน้าอกเต่งตึง มือหนาลากลงไปที่กายสาวเพื่อช่วยส่งนิ้วเรียวยาวเข้าไปช่วยเพื่อนอีกแรง
แจ๊ะ~
เสียงน้ำเฉอะแฉะดังขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายเธอก็พ่ายแพ้แตกซ่านจนน้ำแทบหมดตัว
"อ่าาา"
"ไม่ไหวก็นอนพักนะครับ เดี๋ยวพวกพี่ไปส่งที่บ้านเอง"
สองหนุ่มรีบช่วยกันใส่เสื้อผ้าของครัวซองต์ จากนั้นก็เดินมานั่งด้านหน้าทั้งสองคน เพื่อพาเธอมาส่งที่บ้าน โดยที่เจ้าตัวหลับสนิทอยู่เบาะหลัง
ระหว่างทางสกายชำเลืองมองกระจกมองหลังิเพื่อมองครัวซองต์เป็นระยะ จนถึงทางเข้าไร่อัศวะเดชา ไฟบ้านใหญ่และไปทางไปบ้านหลังเล็ก ที่ครัวซองต์อยู่กับหมอธเนศส่องสว่าง ราวกับเฝ้ารอเจ้าของบ้านกลับมา ด้วยความกังวลใจ
รถยนต์ของคุณหมอสกายขับมาจอดที่หน้าบ้านของคุณหมอธเนศ เจ้าของบ้านก็รีบเดินลงมารับลูกสาวด้วยความร้อนใจ พอเห็นลูกสาวนอนหลับปุ๋ยอยู่ในรถ คนเป็นพ่อก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่ง
"เฮ้อ... ขอบใจมากนะ สกาย องศา"
"ไม่เป็นอะไรครับอาจารย์ เราคนกันเองอยู่แล้ว"
"เรื่องรถเดี๋ยวเพื่อนน้องขับมาส่งให้พรุ่งนี้นะครับ เห็นว่าต้องไปส่งเพื่อนที่ชื่อฟ้าใสด้วย"
"ไม่เป็นไร อาคุยกับพ่อเจ้าไอซ์แล้ว"
"องศา สกาย นี่ก็ดึกแล้วนอนค้างที่นี่เถอะ เราสองคนก็ดื่มมาด้วย หลังเที่ยงคืนทางเข้าเมืองมีด่านเป่าแอลกอฮอล์นะลูก" กอหญ้าอดเป็นห่วงทั้งสองคนไม่ได้ ถ้าเกิดเจอด่านก็ต้องมาซวยเพราะลูกสางของเธอแท้ ๆ
ทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะพยักหน้าตกลง พวกเขาก็ดื่มมาพอสมควร เป่าแอลกอฮอล์แล้วคงได้นอนห้องขังก่อนจะได้กลับบ้าน
ในขณะที่ทุกคนคุยกัน ไม่มีใครรู้เลยว่ายัยตัวแสบที่นอนอยู่ในรถ กำลังสะดีดสะดิ้งด้วยความดีใจ ผู้ชายที่ชอบมานอนที่บ้านไม่พอ ก่อนหน้านี้เธอก็ฟินจนน้ำแตกกับพวกเขามาแล้ว
เช้าวันต่อมาครัวซองต์เดินลงมาจากห้องนอนในสภาพอิ่มเอิบอิ่มใจ ลงมาถึงเธอก็เห็นคุณพ่อกำลังคุยกับลูกศิษย์ทั้งสองคนอยู่ที่โต๊ะอาหาร
ทั้งสองมองขึ้นมาแวบเดียว จนยัยตัวแสบรู้สึกจั๊กจี้หัวใจ เดินมาถึงเธอก็ขบับเก้าอี้ฝั่งซ้ายตัวที่สองถัดจากคุณแม่นั่งด้วยความเรียบร้อย ส่วนสองหนุ่มนั่งอยู่ฝั่งขวาทั้งคู่
"ครัวซองต์เมื่อคืนทำไมถึงเมาเละเทะแบบนั้น" น้ำเสียงของคุณหมอธเนศไม่ได้แข็งกร้าว แต่คนฟังแอบขนลุกไปถึงหนังหัว
"ปกติไม่เคยดื่ม คิดยังไงถึงได้ออกไปดื่มกับเพื่อนล่ะลูก" กอหญ้าหันมาถามลูกสาว
ทุกคนหันมามองหน้าครัวซองต์เป็นตาเดียว เธอกำลังคิดหาคำแก้ตัวที่ดีอยู่ เมื่อคืนเธอชิวมาก แต่ที่อยู่ในสภาพนั้เพราะทำตัวเองล้วน ๆ
"เมื่อวานวันเกิดเพื่อนของฟ้าใสค่ะคุณพ่อ คุณแม่ ครัวซองต์เลยลองดื่มตามเพื่อนค่ะ"
โกหกทั้งเพ พวกเขาเห็นหมดตั้งแต่เธอยกแก้วแรกจนถึงออนเดอะร็อคเข้ม ๆ ตอนเดินออกมาก็เดินปกติ แสดงว่าคอเธอแข็งใช้ได้
"คราวหลังถ้าจะดื่มต้องบอกพ่อก่อน พ่อจะได้ไปรับนี่ดีนะว่าลูกเจอองศากับสกาย ถ้าไปเจอพวกไม่หวังดีทำอะไรลูกขึ้นมาพ่อจะทำยังไง ปืนที่พ่อซื้อมาพ่อยังใช้ไม่คล่องเลยนะลูก!"
แคกๆๆ
สองหนุ่มสำลักน้ำต้มจนต้องผลัดกันลูบหลัง ทุบหลังจนหายเป็นปกติ เกือบจะดีอยู่แล้วเชียว
"เป็นอะไรกัน พวกเราไม่คิดว่าอาจะมีปืนเหรอ"
"ผมแค่ไม่คิดว่าอาจารย์จะยิงปืนเป็น" สกายยิ้มแห้ง มองผู้อาวุโสที่นั่งหัวโต๊ะ
"ฮ่า ๆ ๆ มีลูกสาวสวยขนาดนี้ อาต้องมีติดไว้บ้างสิ"
สองหนุ่มแอบหน้าเจื่อนเล็กน้อย แต่ก็ยังควบคุมสถานการณ์ได้ดี หลังจากทานมื้อเช้าจนอิ่มก็ร่ำลาคุณอากอหญ้าเพื่อเดินทางไปทำงานตามปกติ เช่นเดียวกับคุณหมอธเนศที่ต้องเดินทางไปทำงานเช่นกัน
"คุณแม่คะ ศรัณย์ไม่คิดจะกลับมาบ้านนี้เลยเหรอคะ ใจคอจะอยู่กับคุณยายตลอดไปเลยใช่ไหม"
"อยู่ด้วยกันก็ทะเลาะกัน ปล่อยน้องไปอยู่กับคุณยายนั่นแหละดีแล้ว"
"เหอะ! คอยดูเดี๋ยวครัวซองต์จะตามไปรังควานศรัณย์เองค่ะ"
"เรานี่นะ ไปเข้าบ้านกัน ไปช่วยแม่คิดเมนูเย็นนี้ดีกว่า"
"ค่าา"
บทที่ 30ตลอดกาล(ตอนจบ)เวลาผ่านไป การเป็นคุณแม่ลูกสองมันง่ายแต่การเป็นแม่ที่ดีและใจเย็นมันยากมากกกก ลูกคนที่สองของฉันชื่อสมายด์ เธอเอ๊ย! ดื้อสะบัดเลย "สมายด์คะ คุณพ่อตื่นแล้วนะเดี๋ยววันนี้พวกเราจะไปทำบุญที่วัดกัน สมายไปอาบน้ำแต่งตัวสวยๆ ก่อนนะคะ" "ไม่ไปค่ะ!" เด็กน้อยวัยเกือบสองขวบตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังไม่ค่อยชัด แต่เธอก็พยายามพูดออกมาให้คนอื่นเข้าใจ "พี่อัยย์แต่งตัวเสร็จแล้วนะคะลูก" ลูกสาวคนโตสวมใส่ชุดไทยประยุกต์น่ารัก สมกับเป็นคุณหนูแห่งสวนอัศวะเดชา ส่วนคนเล็กนั้น... น่ารักเหมือนกันนั่นแหละแต่นิสัยต่างกันฟ้ากับเหว"พี่แต่งตัวเสร็จแล้วนะสมายด์" "แง แงงง ไม่เอาไม่ไปวัดมังย้อนน" "ไม่ร้อน ที่วัดเย็นสบายจะตาย คุณทวดบอกว่าทำบุญแล้วจะได้บุญ ชาติหน้าเกิดมาจะได้สวยๆ" "ไม่เอา มะ ไม่เอา!" "พี่ส้มคะรบกวนฝากด้วยค่ะ เดี๋ยวฉันขอไปดูในครัวก่อน" "ได้เลยค่ะ เดี๋ยวพี่จัดการคุณหนูสมายด์เอง" พี่ส้มจัดการอุ้มลูกสาวคนเล็กของฉันไปด้านหลัง เพื่ออาบน้ำแต่งตัว ส่วนหนูอัยย์นั่งรอเงียบๆ คุณพ่อ คุณตา คุณยายเดินลงมาจากชั้นสองกันหมดแล้ว พอเห็นหนูอัยย์ต่างก็พากันยิ้มหวานในความน่ารักเรียบร้อย "หลานยายสวยจั
บทที่ 29ความสุข2 ปีผ่านไปเสียงอ้อแอ้ของลูกสาวคนแรกของฉันกับพี่องศาดังมาจากด้านนอก คุณพ่อของฉันท่านพาหนูอัยย์ไปอาบแดด ตอนนี้กำลังพากันเดินเข้ามาในบ้านแล้ว"ไงจ๊ะหลานสาวยาย วันนี้คุณพ่อกลับบ้านใช่ไหม ตื่นแต่เช้าแต่งตัวสวยเชียว""ฮะ ๆ""หลานตานี่สดใสดีจริงๆ หนุบหนับไปหมด"ฉันมองคุณพ่อกับคุณแม่เลี้ยงหลานแล้วรู้สึกดีใจจนพูดไม่ออก พวกท่านรักและดูแลฉันกับลูกยิ่งกว่าไข่ในหินพี่สกายลงมาจากบ้านก็รีบมาช่วยคุณพ่อเลี้ยงหนูอัยย์ รายนี้อยู่ดูแลฉันมาตลอด ส่วนพี่องศาขึ้นแท่นเป็นผู้บริหารแล้ว ช่วงนี้อาจจะงานยุ่ง แต่หลังจากครึ่งปีนี้งานก็จะเริ่มเบาลง พี่องศาจึงขอมาดูแลโรงพยาบาลสาขาที่จันทบุรีส่วนที่กรุงเทพฯ จะเข้าไปดูความเรียบร้อยและเซ็นเอกสารสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ซึ่งหลังจากนี้ฉันก็จะตามไปดูแลทุกครั้งที่พี่องศาไปกรุงเทพฯ"หนูอัยย์อยู่กับคุณพ่อสกายก่อนนะคะ เดี๋ยวแม่ไปช่วยงานในครัวก่อน คุณพ่อคะ ศรัณย์กลับมาหรือเปล่าคะ หนูโทรหาไม่รับสายเลย""ช่วงนี้น้องเรียนหนักมากเลย ไม่รู้จะได้กลับหรือเปล่า แต่เมื่อคืนพ่อโทรหาเหมือนจะงานยุ่งมาก""เอาไว้วันหยุดเราค่อยไปหาน้องที่กรุงเทพฯ ก็ได้ค่ะ""พ่อก็คิดอยู่เหมือนกัน
บทที่ 28หมดเคราะห์หมดโศก"กรี๊ดดดด ครัวซองต์!" คุณแม่กอหญ้ารีบวิ่งขึ้นมาหาลูกสาว เช่นเดียวกับคุณพ่อของเธอ สามีที่เพิ่งผ่านพิธีแต่งงานสติแทบหลุดออกมาจากร่าง"ครัวซองต์อย่าหลับ มองหน้าพี่!" องศาดึงผ้าชายกระโปรงของครัวซองต์กดห้ามเลือดที่บาดแผลบริเวณช่องท้องไว้"พี่..." เมื่อดวงตาคู่สวยดับวูบ คุณหมอธเนศจึงรีบให้องศาอุ้มลูกสาวขึ้นรถพยาบาลที่ขับเข้ามา โชคดีที่บรรดาคุณหมอเตรียมความพร้อมเรื่องพวกนี้ไว้ จึงพาครัวซองต์ออกมาจากงานได้อย่างรวดเร็วห้องผ่าตัด ไฟหน้าห้องผ่าตัดสว่างวาบ หมอธเนศและหมอองศา สองศัลยแพทย์มือหนึ่งที่เพิ่งผ่านพิธีมงคลสมรสมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ตอนนี้อยู่ในชุดสครับสีเขียวเข้มทับด้วยผ้ากันเปื้อนพลาสติกที่เปื้อนเลือดมือของหมอธเนศที่เคยนิ่งสงบยามกรีดมีด ตอนนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อคนไข้บนเตียงคือแก้วตาดวงใจของตัวเอง"องศา ตั้งสติ" หมอธเนศเอ่ยเสียงเข้มเพื่อเตือนทั้งลูกศิษย์และเตือนตัวเอง "ตอนนี้เราสองคนไม่ใช่พ่อ ไม่ใช่สามีของคนไข้ แต่เราคือหมอที่จะช่วยชีวิตคนไข้เข้าใจไหม""ครับอาจารย์" องศาสูดหายใจเข้าลึก แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น "ชีพจรต่ำลงเรื่อยๆ ครับ สัญญาณชีพไม่
บทที่ 27เจ้าสาวของสองหมอ'แต่งงานกับพวกพี่นะครับ' ฉันมือสั่นไม่ใช่เพราะแพนิค แต่ที่สั่นก็เพราะกลั้นความดีใจเอาไว้ไม่อยู่ ฉันร้องไห้สะอื้นจนถูกสวมกอดจากด้านหลัง พี่สกายเข้ามากอดฉัน ตามด้วยพี่องศา ฉันดีใจที่ในที่สุดก็มีวันนี้ "พวกพี่เซอร์ไพรส์ฉันอีกแล้วนะ ฮืออ" "โอ๋เอ๋นะครับ" สกายรีบเช็ดน้ำตาให้แฟนสาว ฉันหันไปสวมกอดทั้งสองคน พร้อมหอมแก้ม จูบปากเป็นรางวัล ในที่สุดฉันก็จะได้เป็นเจ้าสาวสมใจแล้ว "พรุ่งนี้ครอบครัวพวกเรามีนัดทานข้าวกัน พวกพี่ปรึกษาผู้ใหญ่แล้ว การแต่งงานน่าจะจัดขึ้นที่สวนอัศวะเดชา พี่อยากให้คนในไร่มาร่วมสนุกด้วยกัน""ดะ ดีเลยค่ะพี่องศา ฮืออ หยุดร้องไห้ไม่ได้เลย ฮึก!" ทั้งสองช่วยกันโอ๋จนฉันหยุดร้องไห้ พวกเราสามคนพากันมานั่งทานข้าวที่ฉันซื้อมาให้ บริเวณส่วนสุขภาพอากาศปลอดโปร่ง การ์ดและช่อดอกไม้ถูกฉันถ่ายรูปไอจี ฉันปล่อยทิ้งเอาไว้แบบนั้นจนกลางดึก หลังจากภารกิจ ฉันลุกมาเข้าห้องน้ำ ไม่ลืมหยิบโทรศัพท์ติดมือมาเปิดดูคอมเมนต์จากเพื่อนและครอบครัว จนกระทั่งฉันไปสะดุดตากับคอมเมนต์หนึ่ง For_me : สกปรก! อีนี่คือใครกัน ฉันกดเข้าไปดูโปรไฟล์ของอีนางนี่ด้วยความโมโห แต่เลื่อนดูรูปแล้วเห
บทที่ 26เติบโตด้วยความรักหลายปีผ่านไป ช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ฉันได้เติบโตได้เรียนรู้ทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดี อะไรที่ดีฉันก็เก็บเอาไว้ ส่วนอะไรที่มันแย่ฉันก็แค่ตัดมันทิ้งไปอย่างเช่นอดีตเพื่อนรัก ตอนนี้ฉันเรียนปีสุดท้ายยื่นโปรเจกต์สุดท้ายจบแล้วด้วย ที่เหลือคือรอรับปริญญาและเริ่มต้นชีวิตที่สวยหรู ศรัณย์เรียนจบมปลายก็ย้ายมาอยู่ที่คอนโดเดียวกับฉัน แต่ฉันอยู่ที่นี่อีกไม่นานยังไงก็ต้องกลับบ้านเกิด เพื่อไปบริหารงานแทนคุณพ่อคุณพ่อท่านอยากลุยงานที่โรงพยาบาลให้เต็มที่ ก่อนที่จะวางมือและกลับมารอเลี้ยงหลานอยู่ที่บ้าน แต่คงไม่ใช่เร็ว ๆ นี้แน่นอน เพราะฉันยังแฮปปี้กับชีวิตตอนนี้อยู่ วันหยุดไปเที่ยวพักผ่อนตามประสาคนรัก ถ้ามีลูกตอนนี้ทั้งชีวิตฉันคงต้องอุทิศให้ลูกหมดเลยระหว่างที่รอน้องชายตัวดีกลับมาที่ห้อง ฉันก็มองไปยังครีมทาผิวรวมทั้งเครื่องสำอางผู้หญิง ที่มันร่วงอยู่ใต้โซฟา มันไม่ใช่ของฉันแน่นอน เพราะฉันไม่ได้ใช้แบรนด์เด็กน้อยแบบนี้ "กลับมาแล้วครับ" ศรัณย์ตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยๆ วันนี้เขาเรียนทั้งวันแถมยังเรียนหนักจนแทบอ้วก"ศรัณย์มีของใช้ผู้หญิงอยู่ที่ห้องนั่งเล่น แกพาแฟนมาที่นี่ห
บทที่ 25จุดจบของเธองานหมั้นถูกจัดขึ้นที่โรงแรมหรูในตัวเมือง บรรยากาศหรูหราตกแต่งด้วยดอกลิลลี่สีขาว ฉันเดินเข้ามาในงานด้วยชุดเดรสสีชมพูอ่อน มีเพื่อนร่วมรุ่นหลายคนที่มางานนี้เหมือนกัน พี่องศากับพี่สกายแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาว สวมสูทสีน้ำตาลอ่อนทับอีกที ไอซ์ก็แต่งตัวสบาย ๆ มาพร้อมกับครอบครัว "ฉันนึกว่างานแต่ง" "เออคิดเหมือนกัน พวกไอ้เจนก็งง ฟ้าใสเล่นแจกการ์ด จนทุกคนคิดว่าจะแต่งงาน" "ไอซ์แกว่าฟ้าใสมันจะมาไม้ไหน ฉันว่ามันตั้งใจจะปั่นประสาทฉันมากกว่า""ไม่ต้องถามแล้ว ฟ้าใสมาโน่นแล้ว" ฉันหันไปมองที่ประตู ตอนนี้ฟ้าใสเดินเข้ามาในงานด้วยชุดไทย อีกด้านคือเสี่ยชัชที่อายุมากกว่าคุณพ่อของฉันอีก "ยินดีด้วยนะฟ้าใส" เสียงเพื่อนร่วมรุ่นเอ่ยทัก ฟ้าใสหันไปยกยิ้มมุมปากให้เท่านั้น เมื่อฟ้าใสขึ้นมานั่งบนเวที พิธีกรจึงเริ่มกล่าวพิธีการต่าง ๆ จนงานหมั้นดำเนินมาถึงช่วงสวมแหวน "แหวนเพชรยี่สิบกะรัตเลยนะ" เสียงแขกในงานซุบซิบกัน "ดูท่าเสี่ยชัชจะหลงเมียเด็กคนนี้นะ เห็นว่าเรียนไม่จบด้วย ไม่รู้ลูกชายเสี่ยชัชยอมได้ยังไง""เรื่องนี้ไม่เท่าไหร่ เรื่องคลิปหลุดสิน่ากลัวกว่า เคยถูกรุมโทรมด้วยนะ"พวกฉันเริ่มหั







