Partager

บทที่ 1

last update Date de publication: 2025-03-26 12:45:08

เช้าวันต่อมารติชาเลือกที่จะขับรถออกจากคอนโดมิเนียมตั้งแต่ยังไม่หกโมง เพราะมั่นใจว่าเส้นทางไปออฟฟิศรถติดหนักแน่ เสื้อผ้าก็ยังคงเป็นชุดเดิมๆ เนื่องจากไปช่วยแค่สามสี่เดือนจึงไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ ทรงผมเธอก็พึ่งไปตัดให้เข้าทรงแล้วทำสีอีกเล็กน้อยเพื่อให้หน้าสว่างขึ้น แต่งหน้าเบาๆ ให้พอไม่จืดชืดเน้นสีปากสวยๆ ทุกอย่างก็ลงตัว

รถมินิคูเปอร์สีแดงมุ่งหน้าไปบนถนนโดยรติชาเป็นคนขับ รถคันนี้เธอซื้อมาด้วยเงินของตัวเองจึงภูมิใจมาก เสียงโทรศัพท์ที่เก็บในกระเป๋าสะพายซึ่งวางอยู่บนเบาะข้างๆ คนขับก็ดังขึ้น นั่นทำให้เธอต้องละสายตาจากถนนมามอง เพียงเสี้ยววินาทีต่อจากนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

โครมมม

รติชาหลับตาแน่น เมื่อครู่นี้เธอรับรู้ได้ถึงแรงกระแทกแต่ก็ไม่ได้มากถึงขนาดถุงลมนิรภัยหน้ารถทำงาน ใจดวงน้อยเต้นโครมครามเพราะความตกใจและความกลัว เพราะนี่คือครั้งแรกที่เธอขับรถชนรถคันอื่น พอตั้งสติได้ก็รีบเปิดประตูลงมาจากรถซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่คู่กรณี

ปิลันธน์อยู่ในชุดทำงานเต็มยศเพราะวันนี้มีประชุมกับลูกค้า ผมยังคงถูกเซ็ตมาเป็นทรงอย่างดีเหมือนทุกวัน น้ำหอมกลิ่นสปอร์ตจากแบรนด์ชื่อดังโชยออกมาจากตัวเขา ชายหนุ่มยกแขนเสื้อขึ้นมองเวลาเพราะคงไปสายแน่นอน 

“คุณคะ ฉันขอโทษจริงๆ” รติชาเอ่ยขอโทษเพราะรู้ว่าเธอผิดเต็มๆ ที่หันไปสนใจเสียงโทรศัพท์จนเกิดอุบัติเหตุขึ้น ในขณะที่ปิลันธน์ยังคงยืนนิ่งเพื่อสำรวจความเสียหาย จึงเห็นว่าท้ายรถสปอร์ตคันสวยยุบและมีรอยชนอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่รถมินิคูเปอร์คันก่อเหตุมีรอยเล็กน้อย

“ไม่เป็นไรครับ ผมว่าเราเรียกประกันก่อนดีกว่า”

“ค่ะๆ” รติชาเอ่ยรับจากนั้นก็กลับมาที่รถเพื่อคว้าโทรศัพท์ออกมากดโทรหาประกันซึ่งปิลันธน์ก็ทำเช่นเดียวกับเธอ ก่อนที่ตำรวจจะเข้ามาเคลียร์พื้นที่เพื่อเปิดการจราจรที่ตอนนี้ติดยาวไปหลายร้อยเมตร เวลานี้รถทั้งสองคันจึงย้ายมาจอดริมถนนแทน ไม่นานประกันของแต่ละคนก็มาถึง

รติชาตัดสินใจโทรหาอรสาเพื่อบอกว่าตอนนี้เธอเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยและอาจไปช้า ส่วนปิลันธน์เขาไม่สามารถยกเลิกนัดหมายเช้านี้ได้ บอสหนุ่มทำท่าครุ่นคิดเพื่อหาทางออก กระทั่งหันมาเห็นคู่กรณีเข้าความคิดหนึ่งก็ผุดเข้ามาในหัวทันที 

“คุณ”

“ค่ะ” รติชาขานรับด้วยสีหน้างุนงง เธอรู้ว่าตัวเองผิดที่ประมาทจนทำให้อีกฝ่ายเดือดร้อน เขาจะดุจะว่าอะไรเธอก็พร้อมยอมรับ 

“ขอโทรศัพท์หน่อยครับ”

“โทรศัพท์” เครื่องหมายคำถามเกิดขึ้นบนใบหน้าของรติชาทันที

“ใช่...โทรศัพท์คุณ ผมขอหน่อย”

“นี่ค่ะ” รติชาเอ่ยรับแล้วจัดการปลดล็อคจากนั้นก็ยื่นโทรศัพท์ให้ชายตรงหน้าไปอย่างงุนงงอีกครั้ง หรือเช้านี้เธอยังไม่ได้กินกาแฟสมองเลยสั่งงานช้ากว่าปกติ 

เมื่อได้โทรศัพท์ของคู่กรณีมาไว้ในมือ ปิลันธน์ก็ไม่รีรอที่จะกดโทรออกไปยังเบอร์ตัวเขาเอง จากนั้นก็เซฟชื่อไว้ว่า

รถมินิคูเปอร์สีแดง จากนั้นก็ยื่นคืนให้เธอพร้อมกับกุญแจรถเขา

“นี่กุญแจรถผมครับ”

“เอ้...คุณให้ฉันไว้ทำไม” รติชาถามกลับไปทันที

“เมื่อกี้นี้ผมใช้โทรศัพท์คุณโทรหาผม ฉะนั้นตอนนี้เราจะมีเบอร์โทรของกันและกัน”

“โอเค เรื่องนั้นฉันเข้าใจแต่เรื่องกุญแจรถคุณฉันไม่เข้าใจ”

“พอดีผมรอจนประกันเคลียร์เสร็จไม่ได้ ผมเลยจะฝากคุณจัดการต่อให้หน่อย”

“อะไรนะคะ!” เสียงของรติชาดังกว่าปกติ เพราะไม่คิดว่าจู่ๆ ชายตรงหน้าจะทำแบบนี้ 

“เอกสารทุกอย่างอยู่ในรถ บัตรประชาชนผมทางประกันถ่ายรูปไว้แล้ว ถ้ามีอะไรติดต่อผมได้ตลอด แต่ตอนนี้ผมต้องไปก่อน”

“คุณ...เดี๋ยวก่อนสิ” รติชาพยายามเรียกชายตรงหน้าแต่ทว่าเขากลับไม่สนใจเธอเสียแล้ว ซึ่งเวลานั้นปิลันธน์เข้าไปคุยกับทางตำรวจต่อด้วยเจ้าหน้าที่ประกันเสร็จก็นั่งรถแท็กซี่ออกไปทันที ปล่อยให้รติชามองตามอย่างงุนงงและสับสนเล็กน้อย

“ฮือ...นี่มันวันอะไรเนี่ย” เสียงโวยวายดังขึ้นอยู่ภายในใจของรติชา สุดท้ายเธอก็ต้องอยู่จัดการทุกอย่างกระทั่งผ่านไปเกือบชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น 

เวลานี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจากไปแล้วเจ้าหน้าที่ประกันก็เช่นเดียวกัน รติชายืนเท้าสะเอวมองรถเธอสลับกับรถคู่กรณีที่รู้จากเจ้าหน้าที่ประกันว่าเขาชื่อปิลันธน์อย่างใช้ความคิดเพราะคงปล่อยรถเขาจอดไว้ตรงนี้ไม่ได้ กระทั่งเธอปิ๊งไอเดียระยะเวลาจากจุดเกิดเหตุไปถึงบริษัทไม่ไกลนักถ้าจะขับไปจอดรถไว้ที่นั่นคงไม่เสียหายอะไร 

รติชาขับรถตัวเธอไปที่บริษัทก่อนแต่กว่าจะวนหาที่จอดได้ก็กินเวลาหลายนาที จากนั้นก็นั่งแท็กซี่ย้อนกลับมาขับรถของปิลันธน์ไปจอดไว้ที่นั่นด้วย แต่ที่รู้สึกแปลกคือทำไมตอนเธอขับรถตัวเองมากลับหาที่จอดยากแสนยาก แต่พอขับคันนี้เข้ามาปุ๊บเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถึงกับวิ่งหน้าตั้งมาดูแลแถมยังยกที่กั้นตรงจุดจอดรถวีไอพีให้อีกต่างหาก

หรือว่ารถปอร์เช่ 911 คันนี้มันมีภาษีกว่ารถมินิคูเปอร์ของเธอ รติชาได้แต่คิดแล้วก็สงสัยและยิ่งสงสัยมากขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตอนเจอเธอ เพราะจะตะเบ๊ะทำความเคารพก็ไม่เชิงสีหน้าดูตกใจบอกไม่ถูก รติชาจึงส่งยิ้มให้แล้วเดินเข้าไปภายในพร้อมกับแจ้งตรงจุดประชาสัมพันธ์ว่าเธอต้องการมาพบใคร ไม่กี่อึดใจอรสาก็ลงมารับ

“เดินช้าๆ ลงหน่อยก็ได้พี่เอม” รติชาเอ่ยบอกคนท้องแก่ที่ตอนนี้ดูอุ้ยอ้ายแต่อรสาก็คล่องแคล้วเสียจนคนไม่ท้องรู้สึกกลัวแทน

“ขอโทษที ลืมไปว่าท้องอยู่” อรสาหันมาตอบ ทั้งสองคนเดินผ่านจุดนั้นจุดนี้มาเรื่อยๆ กระทั่งถึงโซนทำงานของผู้บริหารที่ในสุดเป็นของประธานที่วันนี้ติดประชุมกับลูกค้าจึงยังไม่เข้ามา

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 31 (จบ)

    “ก็ยังอยากมาทำงานนี่คะ”“สงสัยผมต้องเรียกรถพยาบาลมาสแตนบายรอคุณแล้วมั่งเนี่ย”“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ น้ำเดินแล้วค่อยไปโรงพยาบาลก็ได้ ว่าแต่เหตุการณ์ตอนนี้มันคุ้นๆ เหมือนกันนะคะบอส ตอนนั้นเอมก็ท้องแก่แบบนี้แล้วก็ให้ปิ่นมาช่วยงาน ทำงานอยู่ดีๆ เอมก็น้ำเดินจนต้องรีบไปโรงพยาบาล พูดแล้วก็คิดถึงปิ่น ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง” อรสาคิดถึงรติชามากจริงๆ แต่เพราะยุ่งๆ ระยะนี้จึงไม่ค่อยได้คุยกันเท่าที่ควร“สบายดีครับ วันก่อนพึ่งจะไปเล่นสกีมา”“เอมประทับใจความรักของบอสกับปิ่นจริงๆ นะคะ อยากให้มีคนเอาไปทำละครจัง”“งั้นช่วยตัดช่วงที่ผมกลัวแมลงออกก็ดีนะครับ” ปิลันธน์เอ่ยติดตลก เพราะคงไม่มีพระเอกที่ไหนกลัวแมลง“เอางั้นเหรอคะ”“ครับ”“สรุปบอสจะไม่รับเลขาจริงๆ เหรอคะ” อรสาเอ่ยถามอีกครั้ง“ไม่ครับ ผมจัดการงาน

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 30

    “ทำไมหรือว่าคุณปิลันธน์ไม่อยากให้ปิ่นทำงาน”“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ แต่ปิ่นคิดว่าที่บริษัทไม่เหมาะกับปิ่น ยังไงปิ่นฝากพี่ฤดีดูแลและรักษามันด้วยนะคะ” รติชาส่งยิ้มให้ฤดี ซึ่งอีกคนก็ส่งยิ้มที่ออกมาจากใจให้รติชาเป็นครั้งแรกเช่นกัน“พี่สัญญา” ฤดีเอ่ยรับอย่างหนักแน่น เมื่อหยุดคิดว่าตัวเองนั้นดีหรือวิเศษกว่าใครลงได้ ก็เหมือนเปิดโลกให้ฤดีมองเห็นความดีของคนอื่นและใช้ชีวิตในเส้นทางที่ถูกที่ควรหลังจากนั้นอีกสามวันรติชาก็พาปิลันธน์ไปหาโสภิตาที่เชียงราย ซึ่งครั้งนี้คนที่ถูกแซวจนหน้าแดงก่ำคือเธอบ้าง ส่วนปิลันธน์นั้นก็เหมือนจะชอบการใช้ชีวิตที่ไร่ของโสภิตามากเช่นกัน จนอยากมีบ้านที่นี่สักหลัง“ถามจริงๆ นะ แกยังอยากไปต่างประเทศอยู่อีกหรือเปล่า”“ไป”“คุณปิลันธน์ไปด้วยใช่ไหม”“ไม่รู้” รติชาตอบเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ นั่นเพราะปิลันธน์เองก็มีงานที่ต้องทำที่นี่ คงไปอยู่กับเธออย่างถาวรที่ต่างประเทศไม่ได้ แต่จะใ

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 29

    “ครับผม” ปิลันธน์เอ่ยรับแล้วหลับตาพริ้มรอรับสัมผัสที่จะเกิดขึ้น รติชาส่ายหน้าให้เขาเล็กน้อยก่อนจะขยับตัวขึ้นไปหอมแก้มคนรักฟอดใหญ่ตามที่เขาร้องขอแต่จังหวะที่เธอกำลังขยับออกก็ถูกคนเมารวบตัวไว้แล้วมอบจูบให้อย่างดูดดื่มซึ่งรติชาเองก็จูบเขากลับไปเช่นกัน รสจูบของทั้งคู่ร้อนแรงเต็มไปด้วยความต้องการ ยิ่งมีกลิ่นแอลกอฮอล์เจืออยู่จางๆ ในรสจูบด้วยแล้วก็ยิ่งกระตุ้นให้เลือดในตัวสูบฉีดจนร้อนรุ่ม“อันที่จริงผมไม่อยากเมาแบบนี้เท่าไหร่ เพราะมันจะทำให้คุณพลอยเดือดร้อนไปด้วย” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยบอกเมื่อถอนจูบออก แววตาของปิลันธน์นั้นแพรวพราวเจ้าเล่ห์นัก“เดือดร้อนยังไงคะ” รติชาเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะตอนนี้ปิลันธน์ก็ไม่ได้ทำให้เธอเดือดร้อนอะไรด้วยซ้ำ อีกอย่างการดูแลคนเมาเธอเองก็ไม่ได้ลำบากอะไร“เพราะถ้าเมาผมยิ่งต้องการคุณ ผมจะกลืนกินจนคุณเข่าอ่อนมากกว่าทุกๆ ครั้ง”“ไม่เชื่อ”“ผมชอบจังที่คุณเป็นคนไม่เชื่ออะไรง่ายๆ แบบนี้ เพร

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 28

    “ปิ่นรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจังที่ได้รู้จักคุณ” คำพูดของรติชาทำให้ปิลันธน์ยิ้มกว้างออกมาพร้อมกับยื่นมือมาสัมผัสแก้มของเธออย่างอ่อนโยน“ผมเองก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้เจอปิ่น” ทั้งคนพูดและคนฟังต่างยิ้มออกมาอย่างมีความสุขกับช่วงเวลาในขณะนี้ แต่ความรักที่ปิลันธน์มอบให้จากใจจริงก็ทำให้รติชารู้สึกผิดกับเขาอย่างบอกไม่ถูก นั่นเพราะแผนที่จะย้ายไปต่างประเทศก็ยังคงอยู่ เธอเหมือนคนโลภที่ไม่อยากเสียอะไรไปแม้แต่อย่างเดียวในที่สุดฤดีก็ยอมออกจากห้องและไปร่วมงานเผาศพของลูกชาย แม้จะทำใจยอมรับได้แต่ถึงอย่างนั้นก็ร้องไห้และเป็นลมล้มพับไปหลายต่อหลายครั้งโดยมีสามีและลูกสาวคอยอยู่ข้างๆ งานวันนี้มีญาติ เพื่อนและคนรู้จักเดินทางมาเพื่อแสดงความเสียใจต่อครอบครัวและร่วมส่งร่างที่ไร้วิญญาณของน้องเอเป็นครั้งสุดท้ายมากมาย หนึ่งในนั้นคืออรสาและสามี ก่อนจะแปลกใจที่เห็นปิลันธน์อยู่ในงานด้วยอรสากำลังประติดประต่อเรื่องราว ยิ่งเห็นว่าทั้งคู่สนิทกันกว่าที่คิดก็ยิ่งให้จินตนาการไปไกล แต่ไม่ว่าความสัมพันธ์ของปิลันธน์กับรต

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 27

    ฤดีคว้ารูปของลูกชายมากอดอย่างคิดถึงยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกผิดจนไม่กล้าสู้หน้าทุกคน เธอยังคงร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสารจนตัวไหวสะอื้น เสียงร้องไห้ของฤดีดังลงไปถึงชั้นล่างส่งผลให้ทุกคนที่ได้ยินอดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เช่นเดียวกันรติชาเข้าไปสวมกอดพี่สะใภ้เป็นครั้งแรก แม้จะดูขัดๆ ไปบ้างแต่เธอก็อยากกอดเพื่อให้ฤดีรับรู้ว่าไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้เพียงแค่คนเดียว อ้อมกอดของรติชายิ่งกระตุ้นให้ฤดีร้องออกมาหนักกว่าเดิมเสียอีก นั่นเพราะความรู้สึกผิดที่เคยทำไว้ต่อรติชามันผุดขึ้นมาเช่นกันและคนที่ตรงเข้ามากอดฤดีต่อจากนั้นคือสามีและลูกสาวคนเล็ก สามคนพ่อแม่ลูกนั่งร้องไห้และกอดกันกลมราวกับต้องการให้น้ำตาช่วยชะล้างความเสียใจครั้งนี้ออกไป รติชายืนปาดน้ำตาตัวเองเช่นกัน หวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น เธอหวังแบบนั้นจริงๆ เมื่อเสร็จเรื่องเธอจึงขอตัวกลับ“นี่ก็ค่ำมากแล้วไม่นอนด้วยกันที่บ้านหรือปิ่น” ผู้เป็นแม่เอ่ยถามขึ้น เพราะหลังจากกลับจากวัดรติชาก็ตรงมาบ้านเพื่อเข้าไปคุยกับฤดี“ไม่ดีกว่าค่ะแม่”“

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 26

    เมื่อมาถึงโรงพยาบาลสิ่งที่รติชาเห็นคือภาพการร้องห่มร้องไห้ของพี่สะใภ้พร้อมกับเอ่ยโทษทุกอย่างบนโลกใบนี้ที่พรากลมหายใจของลูกชายสุดที่รักไป ฤดีกอดร่างที่ไร้วิญญาณของลูกชายไม่ยอมปล่อย ร้องไห้ปานจะขาดใจตายตาม ไม่สนใจใครทั้งนั้นแม้กระทั่งสามีและลูกสาวอีกคนการเสียชีวิตของน้องเอทำให้ชีวิตของฤดีเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือก็ว่าได้ อาจเพราะความเสียใจอย่างกะทันหันเธอจึงตั้งสติรับไม่ทันจนกลายเป็นคนซึมเศร้าและไม่เอาอะไรทั้งนั้น วันๆ หมกตัวอยู่แต่ในห้องลูกชายไม่ยอมออกไปไหนแม้กระทั่งงานศพก็ไม่ไปร่วมงานแม้แต่วันเดียว“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป” ฤดีขว้างปาข้าวของใส่สามีที่พยายามเข้าไปคุยเรื่องลูกชาย แจกันดอกไม้ลอยมากระแทกเข้ากับใบหน้าจนเลือดอาบ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่นึกโกรธเคืองแต่อย่างใดสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ทำให้รติชาต้องยื่นมือเข้าไปช่วยจัดการงานศพของหลานชาย เธอแทบไม่ได้พักด้วยซ้ำยังดีที่มีปิลันธน์คอยดูแลไม่งั้นกว่าจะเสร็จงานก็คงล้มพับไม่สบายไปอีกคน แม้ใครในงานจะสงสัยว่าปิลันธน์นั้นเป็นอะไรกับรติชา แต่บรรดาญาติๆ ก็ไม่กล้าถาม

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 12

    “คุณโฉมมีธุระอะไรกับผมหรือครับ” เสียงทุ้มเอ่ยถามลูกค้าคนสำคัญออกไปอย่างสุภาพ “คือโฉมจะจองรถรุ่นใหม่น่ะค่ะ คุยกับเซลล์ก็ไม่มีใครรู้เรื่องรถรุ่นนี้เลยสักคน ความหวังเดียวของโฉมคงเป็นคุณปิลันธน์” นอกจากเรื่องรถที่หยิบมาใช้เป็นข้ออ้างแล้วความหวังเดียวของผู้หญิงวัยสี่สิบต้นๆ ที่ชื่อว่าโฉมฉายเจิดจรัสก็คื

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 7

    “ใช่...หนึ่งเขารักครอบครัวมากยิ่งมีลูกด้วยกันก็ยิ่งตอกย้ำว่าพี่เลือกคนไม่ผิด” อรสายิ้มออกมาอย่างมีความสุข ก่อนจะหันไปมองลูกสาวตัวน้อยที่เป็นโซ่ทองคล้องใจเธอและสามี รติชาอยู่กระทั่งสามีของอรสาเข้ามาเธอจึงขอตัวกลับ ระหว่างทางที่ขับรถอยู่นั้นก็เมาท์มอยกับโสภิตาไปด้วย แต่เมื่อมาถึงคอนโดมิเนียมรติชาก็ไ

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 6

    บอสหนุ่มถึงกับอุทานออกมาเสียงหลงพลอยทำให้รติชาลนลานตามไปอีกคน ส่วนตัวก่อเรื่องกลับไม่สะทกสะท้าน รติชายื่นมือไปจับตั๊กแตนตำข้าวตัวนั้นอีกครั้งคราวนี้เธอจับมันแน่นกว่าเดิมเพราะกลัวจะกระโดดไปเกาะหน้าของปิลันธน์เข้าอีก“มาได้ยังไง” ปิลันธน์หันมองซ้ายทีขวาทีอย่างหวาดระแวงเพราะกลัวว่าจะมีตั๊กแตนตำข้าวตัว

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 5

    เช้าวันที่สองของการไปทำงานแทนอรสา ทุกอย่างดูราบรื่นกว่าวันแรกมากแถมวันนี้รติชายังไปถึงที่ทำงานเร็วอีกด้วย ส่วนปิลันธน์นั้นเสียเวลารอรถคันใหม่เล็กน้อยเพราะคันที่ใช้อยู่ชายหนุ่มต้องส่งไปซ่อมเมื่อมาถึงเขาก็ทักทายเธอเล็กน้อยจากนั้นก็เข้าห้องทำงานไป รติชาถูกเรียกไปพบปิลันธน์อธิบายเรื่องงานที่เธอต้องรับ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status