Partager

บอสขา...อย่าพึ่งมารัก
บอสขา...อย่าพึ่งมารัก
Auteur: วรนิษฐา / Miss sexy

บทนำ

last update Date de publication: 2025-03-26 12:44:58

บทนำ

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“เข้ามา” เสียงทุ้มดังออกมาจากในห้องทำงานเพื่ออนุญาตให้คนที่รออยู่เข้าไปได้ ไม่นานประตูบานใหญ่ก็ถูกเปิดออกจากนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินถือแฟ้มเอกสารตรงไปยังเจ้าของห้องที่ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่..

“งบบัญชีค่ะบอส” เอ่ยจบก็วางแฟ้มลงบนโต๊ะแล้วขยับออกไปรอรับคำสั่งอยู่ไม่ไกล

“ขอบคุณมาก”

“ค่ะ” 

“นี่คุณยังไม่ลาคลอดอีกเหรอ” ชายที่อีกฝ่ายเรียกว่าบอสเอ่ยถามขึ้น ก่อนจะละสายตาจากงานที่กำลังทำอยู่แล้วหันมองไปยังเลขาส่วนตัวที่ทำงานด้วยกันมาหลายปี แต่สิ่งที่สะดุดตาเขาได้มากคงเป็นหน้าท้องของเธอที่เมื่อก่อนแบนราบทว่าตอนนี้กลับนูนออกมามาก มากเสียจนเขากลัวว่าเธอจะเดินไม่ไหวเสียด้วยซ้ำ นั่นเพราะตอนนี้อรสากำลังตั้งครรภ์และคงใกล้คลอดเต็มที 

“ยังค่ะ ตั้งใจว่าจะทำงานอีกสองอาทิตย์ค่อยลา”

“สองอาทิตย์ก็ครบกำหนดคลอดพอดีไม่ใช่หรือ ทำไมไม่ลาตั้งแต่ก่อนหน้านั้น” ปิลันธน์เอ่ยถามด้วยใบหน้าจริงจัง นั่นเพราะเขาอยากให้เลขามีเวลาเตรียมตัวรอคลอดมากกว่านี้

“อยากเก็บวันลาไปไว้ใช้กับตัวเล็กเยอะๆ น่ะค่ะ เอมกะว่าน้ำเดินก่อนค่อยลา”

“เอาจริง”

“จริงค่ะ” ว่าที่คุณแม่ตอบรับกลับมาอย่างหนักแน่น 

“คุณลาคลอดมากกว่าสามเดือนผมก็ไม่ว่าอะไรนะ ผมเข้าใจ”

“ขอบคุณมากค่ะ บอสคะ เรื่องเลขาที่จะมาช่วยงานตอนที่เอมลา บอสตัดสินใจหรือยังคะว่าเลือกใคร” อรสาเอ่ยถามนั่นเพราะจนถึงตอนนี้ปิลันธน์ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องเลขาคนใหม่แต่อย่างใด ถามกี่ครั้งก็บอกว่าเขาทำงานเองไหว ทั้งๆ ที่อรสารู้ว่าเจ้านายเธอคนนี้งานยุ่งมากกว่าใคร 

“ยัง”

“บอสต้องมีเลขานะคะ ไม่อย่างนั้นบอสจะไม่มีเวลาได้พักผ่อนหรือทำเรื่องส่วนตัวแน่ งานบอสจะท่วมหัว บอสอาจโหมงานหนักเกินไปแบบไม่รู้ตัวจากนั้นก็เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันแล้วก็สู่ขิตเอาได้ แบบนั้นไม่ดีนะคะบอส” เพราะทำงานกันมานาน บทสนทนาบางครั้งจึงเกิดจากความสนิท 

“คุณพูดมาขนาดนี้แล้ว ผมว่าผมคงต้องหาเลขาจริงๆ จังๆ แล้วล่ะมั้ง” ปิลันธน์ส่ายหน้าให้เลขาส่วนตัว เพราะรู้นิสัยกันดี นี่ถ้าไม่ติดว่าท้องโตใกล้คลอดความห้าวของอรสาหรือจะลด

“ที่ผ่านมาไม่มีใครที่บอสพอจะเลือกได้เลยหรือคะ” 

“ไม่มี” บอสหนุ่มเอ่ยรับออกไป เท่าที่ได้พูดคุยกันเหมือนมีบางอย่างยังไม่ใช่ เพราะรู้สึกแบบนั้นเขาจึงยังไม่ได้เลือกใครมาทำงานหน้าที่แทนอรสา 

“คือจะเป็นไปได้ไหมถ้าเอมจะแนะนำคนนอก”

“ใคร”

“เธอชื่อรติชาเป็นรุ่นน้องของเอมเองค่ะ เคยทำงานเป็นเลขามาก่อนแต่ตอนนี้ลาออกแล้ว”

“ทำไมถึงลาออก” 

“มีแพลนไปต่างประเทศค่ะ ที่เอมแนะนำรุ่นน้องคนนี้เพราะเห็นว่าทำงานดี อีกอย่างคือเอมอยากกลับมาทำงานกับบอสเลยกลัวว่าคนอื่นจะเลื่อยขาเก้าอี้ตอนลาคลอดด้วยน่ะค่ะ” คำตอบของเลขาส่วนตัวทำให้ปิลันธน์เผลอหัวเราะออกมา ซึ่งเป็นกิริยาที่น้อยคนจะได้เห็นมัน 

“ผมไม่ให้ใครมาเลื่อยขาเก้าอี้คุณได้ง่ายๆ หรอก ยังไงเราก็ต้องทำงานด้วยกัน”

“ขอบคุณนะคะบอส” 

“งั้นก็ลองให้เข้ามาทำงานดู ถ้าภายในสองอาทิตย์นี้คุณโอนงานให้คุณรติชาได้ครบถ้วน ผมก็จะให้เธอทำงานจนกว่าคุณจะพร้อมกลับมา” แม้จะยอมแต่ปิลันธน์ก็วัดความสามารถของรติชาด้วยการเรียนรู้งานเช่นกัน 

“ได้ค่ะ” อรสายิ้มกว้างออกมา นั่นเพราะเธอคิดว่ารติชาเหมาะกับงานนี้มากกว่าใครจริงๆ แม้จะเป็นแค่ช่วงสั้นๆ ก็ตาม

หลังจากออกมาจากห้องทำงานของปิลันธน์ อรสาก็ต่อสายตรงหารุ่นน้องสาวทันที นั่นเพราะเธอเคยเกริ่นบอกกับรติชาไว้บ้างแล้วว่าอยากให้มาช่วยงานบอสตอนเธอลาคลอด เรื่องเงินเดือนหรือสวัสดิการอะไรไม่ต้องห่วงปิลันธน์ซัพพอร์ทให้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว 

“พี่รู้ว่าปิ่นกำลังยุ่งๆ ที่จะเตรียมตัวไปนอก แต่พี่ก็อดสงสารบอสไม่ได้จริงๆ นะ เพราะแค่พี่ท้องแก่ลุกนั่งไม่สะดวกบอสก็รับผิดชอบงานแทนจนแทบไม่มีเวลาส่วนตัวเลย ถ้าได้ปิ่นไปช่วยก็คงดีมากๆ แน่ แค่สามเดือนเอง แถมบอสพี่ก็ยังโสดแล้วก็หล่อมากด้วยนะ” 

“เรื่องโสดกับหล่อไม่ใช่ประเด็นเลยค่ะ เพราะต่อให้ขี้เหร่หน้าปลาดุกชนเขื่อนปิ่นก็เต็มใจจะช่วยพี่เอมอยู่แล้ว” รติชาเอ่ยบอกนั่นเพราะแค่ไปช่วยงานระยะสั้นๆ เธอสามารถทำได้อยู่แล้ว สามเดือนก็แป๊บๆ ไม่ได้นานอะไร คิดเสียว่าไปเปิดประสบการณ์ก่อนบินไปต่างประเทศ 

“สรุปนี่คือปิ่นตอบตกลงใช่ไหม”

“ค่ะ”

“แล้วจะให้พี่พูดชักแม่น้ำทั้งห้าทำไมจ๊ะ...หืม” คนท้องแก่ใกล้คลอดเป่าลมออกปากหนักๆ นั่นเพราะกลัวเหลือเกินว่ารติชาจะปฏิเสธ จึงหว่านล้อมจนคอแห้งไปหมดแล้ว 

“ก็อยากฟังเสียงพี่เอมนี่คะ”

“พี่ก็พูดจบหอบหายใจแทบไม่ทันแล้วเนี่ย”

“โอ๋ๆ ปิ่นขอโทษ เอาเป็นว่าปิ่นเริ่มงานได้พรุ่งนี้เลยค่ะพี่เอม” เพราะอยากช่วยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว รติชาจึงใช้เวลาตัดสินใจไม่นาน

“ดีมากน้องรัก งั้นพรุ่งนี้มาเจอกันที่บริษัทแล้วกันนะ” 

“ค่ะ” รติชาเอ่ยรับจากนั้นจึงวางสายจากรุ่นพี่สาวไป ส่วนอรสาก็ยิ้มกว้างพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก มั่นใจมากว่ารติชาสามารถแบ่งเบาภาระเรื่องงานให้ปิลันธน์ได้เป็นอย่างดี นอกจากเรื่องงานแล้วถ้าสองคนนั้นจะพัฒนาความสัมพันธ์ในเรื่องส่วนตัวอื่นๆ เธอก็เห็นว่าเหมาะสมกันดี

เพราะถึงแม้รติชาจะทำงานเป็นเลขาส่วนตัวกินเงินเดือนเหมือนคนทั่วๆ ไป แต่พื้นฐานของครอบครัวถือว่ามีฐานะมากเรียกได้ว่าเป็นเศรษฐีคงไม่ผิด ซึ่งมีแค่คนสนิทๆ เท่านั้นที่จะรู้เรื่องนี้ รติชาเรียนจบปริญญาตรีที่เมืองไทยจากนั้นก็บินไปเรียนต่อปริญญาโทที่เมืองนอก จบก็กลับมาทำงานหาประสบการณ์ที่เมืองไทยและเหตุผลที่ไม่ได้กลับไปช่วยงานที่บ้านเพราะไม่ค่อยกินเส้นกับพี่สะใภ้ จึงออกมาทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองจนกระทั่งอิ่มตัวเลยตั้งใจว่าจะไปใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์แต่เงินในบัญชีอู้ฟู่อยู่ต่างประเทศ

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 31 (จบ)

    “ก็ยังอยากมาทำงานนี่คะ”“สงสัยผมต้องเรียกรถพยาบาลมาสแตนบายรอคุณแล้วมั่งเนี่ย”“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ น้ำเดินแล้วค่อยไปโรงพยาบาลก็ได้ ว่าแต่เหตุการณ์ตอนนี้มันคุ้นๆ เหมือนกันนะคะบอส ตอนนั้นเอมก็ท้องแก่แบบนี้แล้วก็ให้ปิ่นมาช่วยงาน ทำงานอยู่ดีๆ เอมก็น้ำเดินจนต้องรีบไปโรงพยาบาล พูดแล้วก็คิดถึงปิ่น ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง” อรสาคิดถึงรติชามากจริงๆ แต่เพราะยุ่งๆ ระยะนี้จึงไม่ค่อยได้คุยกันเท่าที่ควร“สบายดีครับ วันก่อนพึ่งจะไปเล่นสกีมา”“เอมประทับใจความรักของบอสกับปิ่นจริงๆ นะคะ อยากให้มีคนเอาไปทำละครจัง”“งั้นช่วยตัดช่วงที่ผมกลัวแมลงออกก็ดีนะครับ” ปิลันธน์เอ่ยติดตลก เพราะคงไม่มีพระเอกที่ไหนกลัวแมลง“เอางั้นเหรอคะ”“ครับ”“สรุปบอสจะไม่รับเลขาจริงๆ เหรอคะ” อรสาเอ่ยถามอีกครั้ง“ไม่ครับ ผมจัดการงาน

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 30

    “ทำไมหรือว่าคุณปิลันธน์ไม่อยากให้ปิ่นทำงาน”“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ แต่ปิ่นคิดว่าที่บริษัทไม่เหมาะกับปิ่น ยังไงปิ่นฝากพี่ฤดีดูแลและรักษามันด้วยนะคะ” รติชาส่งยิ้มให้ฤดี ซึ่งอีกคนก็ส่งยิ้มที่ออกมาจากใจให้รติชาเป็นครั้งแรกเช่นกัน“พี่สัญญา” ฤดีเอ่ยรับอย่างหนักแน่น เมื่อหยุดคิดว่าตัวเองนั้นดีหรือวิเศษกว่าใครลงได้ ก็เหมือนเปิดโลกให้ฤดีมองเห็นความดีของคนอื่นและใช้ชีวิตในเส้นทางที่ถูกที่ควรหลังจากนั้นอีกสามวันรติชาก็พาปิลันธน์ไปหาโสภิตาที่เชียงราย ซึ่งครั้งนี้คนที่ถูกแซวจนหน้าแดงก่ำคือเธอบ้าง ส่วนปิลันธน์นั้นก็เหมือนจะชอบการใช้ชีวิตที่ไร่ของโสภิตามากเช่นกัน จนอยากมีบ้านที่นี่สักหลัง“ถามจริงๆ นะ แกยังอยากไปต่างประเทศอยู่อีกหรือเปล่า”“ไป”“คุณปิลันธน์ไปด้วยใช่ไหม”“ไม่รู้” รติชาตอบเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ นั่นเพราะปิลันธน์เองก็มีงานที่ต้องทำที่นี่ คงไปอยู่กับเธออย่างถาวรที่ต่างประเทศไม่ได้ แต่จะใ

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 29

    “ครับผม” ปิลันธน์เอ่ยรับแล้วหลับตาพริ้มรอรับสัมผัสที่จะเกิดขึ้น รติชาส่ายหน้าให้เขาเล็กน้อยก่อนจะขยับตัวขึ้นไปหอมแก้มคนรักฟอดใหญ่ตามที่เขาร้องขอแต่จังหวะที่เธอกำลังขยับออกก็ถูกคนเมารวบตัวไว้แล้วมอบจูบให้อย่างดูดดื่มซึ่งรติชาเองก็จูบเขากลับไปเช่นกัน รสจูบของทั้งคู่ร้อนแรงเต็มไปด้วยความต้องการ ยิ่งมีกลิ่นแอลกอฮอล์เจืออยู่จางๆ ในรสจูบด้วยแล้วก็ยิ่งกระตุ้นให้เลือดในตัวสูบฉีดจนร้อนรุ่ม“อันที่จริงผมไม่อยากเมาแบบนี้เท่าไหร่ เพราะมันจะทำให้คุณพลอยเดือดร้อนไปด้วย” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยบอกเมื่อถอนจูบออก แววตาของปิลันธน์นั้นแพรวพราวเจ้าเล่ห์นัก“เดือดร้อนยังไงคะ” รติชาเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะตอนนี้ปิลันธน์ก็ไม่ได้ทำให้เธอเดือดร้อนอะไรด้วยซ้ำ อีกอย่างการดูแลคนเมาเธอเองก็ไม่ได้ลำบากอะไร“เพราะถ้าเมาผมยิ่งต้องการคุณ ผมจะกลืนกินจนคุณเข่าอ่อนมากกว่าทุกๆ ครั้ง”“ไม่เชื่อ”“ผมชอบจังที่คุณเป็นคนไม่เชื่ออะไรง่ายๆ แบบนี้ เพร

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 28

    “ปิ่นรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจังที่ได้รู้จักคุณ” คำพูดของรติชาทำให้ปิลันธน์ยิ้มกว้างออกมาพร้อมกับยื่นมือมาสัมผัสแก้มของเธออย่างอ่อนโยน“ผมเองก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้เจอปิ่น” ทั้งคนพูดและคนฟังต่างยิ้มออกมาอย่างมีความสุขกับช่วงเวลาในขณะนี้ แต่ความรักที่ปิลันธน์มอบให้จากใจจริงก็ทำให้รติชารู้สึกผิดกับเขาอย่างบอกไม่ถูก นั่นเพราะแผนที่จะย้ายไปต่างประเทศก็ยังคงอยู่ เธอเหมือนคนโลภที่ไม่อยากเสียอะไรไปแม้แต่อย่างเดียวในที่สุดฤดีก็ยอมออกจากห้องและไปร่วมงานเผาศพของลูกชาย แม้จะทำใจยอมรับได้แต่ถึงอย่างนั้นก็ร้องไห้และเป็นลมล้มพับไปหลายต่อหลายครั้งโดยมีสามีและลูกสาวคอยอยู่ข้างๆ งานวันนี้มีญาติ เพื่อนและคนรู้จักเดินทางมาเพื่อแสดงความเสียใจต่อครอบครัวและร่วมส่งร่างที่ไร้วิญญาณของน้องเอเป็นครั้งสุดท้ายมากมาย หนึ่งในนั้นคืออรสาและสามี ก่อนจะแปลกใจที่เห็นปิลันธน์อยู่ในงานด้วยอรสากำลังประติดประต่อเรื่องราว ยิ่งเห็นว่าทั้งคู่สนิทกันกว่าที่คิดก็ยิ่งให้จินตนาการไปไกล แต่ไม่ว่าความสัมพันธ์ของปิลันธน์กับรต

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 27

    ฤดีคว้ารูปของลูกชายมากอดอย่างคิดถึงยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกผิดจนไม่กล้าสู้หน้าทุกคน เธอยังคงร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสารจนตัวไหวสะอื้น เสียงร้องไห้ของฤดีดังลงไปถึงชั้นล่างส่งผลให้ทุกคนที่ได้ยินอดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เช่นเดียวกันรติชาเข้าไปสวมกอดพี่สะใภ้เป็นครั้งแรก แม้จะดูขัดๆ ไปบ้างแต่เธอก็อยากกอดเพื่อให้ฤดีรับรู้ว่าไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้เพียงแค่คนเดียว อ้อมกอดของรติชายิ่งกระตุ้นให้ฤดีร้องออกมาหนักกว่าเดิมเสียอีก นั่นเพราะความรู้สึกผิดที่เคยทำไว้ต่อรติชามันผุดขึ้นมาเช่นกันและคนที่ตรงเข้ามากอดฤดีต่อจากนั้นคือสามีและลูกสาวคนเล็ก สามคนพ่อแม่ลูกนั่งร้องไห้และกอดกันกลมราวกับต้องการให้น้ำตาช่วยชะล้างความเสียใจครั้งนี้ออกไป รติชายืนปาดน้ำตาตัวเองเช่นกัน หวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น เธอหวังแบบนั้นจริงๆ เมื่อเสร็จเรื่องเธอจึงขอตัวกลับ“นี่ก็ค่ำมากแล้วไม่นอนด้วยกันที่บ้านหรือปิ่น” ผู้เป็นแม่เอ่ยถามขึ้น เพราะหลังจากกลับจากวัดรติชาก็ตรงมาบ้านเพื่อเข้าไปคุยกับฤดี“ไม่ดีกว่าค่ะแม่”“

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 26

    เมื่อมาถึงโรงพยาบาลสิ่งที่รติชาเห็นคือภาพการร้องห่มร้องไห้ของพี่สะใภ้พร้อมกับเอ่ยโทษทุกอย่างบนโลกใบนี้ที่พรากลมหายใจของลูกชายสุดที่รักไป ฤดีกอดร่างที่ไร้วิญญาณของลูกชายไม่ยอมปล่อย ร้องไห้ปานจะขาดใจตายตาม ไม่สนใจใครทั้งนั้นแม้กระทั่งสามีและลูกสาวอีกคนการเสียชีวิตของน้องเอทำให้ชีวิตของฤดีเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือก็ว่าได้ อาจเพราะความเสียใจอย่างกะทันหันเธอจึงตั้งสติรับไม่ทันจนกลายเป็นคนซึมเศร้าและไม่เอาอะไรทั้งนั้น วันๆ หมกตัวอยู่แต่ในห้องลูกชายไม่ยอมออกไปไหนแม้กระทั่งงานศพก็ไม่ไปร่วมงานแม้แต่วันเดียว“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป” ฤดีขว้างปาข้าวของใส่สามีที่พยายามเข้าไปคุยเรื่องลูกชาย แจกันดอกไม้ลอยมากระแทกเข้ากับใบหน้าจนเลือดอาบ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่นึกโกรธเคืองแต่อย่างใดสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ทำให้รติชาต้องยื่นมือเข้าไปช่วยจัดการงานศพของหลานชาย เธอแทบไม่ได้พักด้วยซ้ำยังดีที่มีปิลันธน์คอยดูแลไม่งั้นกว่าจะเสร็จงานก็คงล้มพับไม่สบายไปอีกคน แม้ใครในงานจะสงสัยว่าปิลันธน์นั้นเป็นอะไรกับรติชา แต่บรรดาญาติๆ ก็ไม่กล้าถาม

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 12

    “คุณโฉมมีธุระอะไรกับผมหรือครับ” เสียงทุ้มเอ่ยถามลูกค้าคนสำคัญออกไปอย่างสุภาพ “คือโฉมจะจองรถรุ่นใหม่น่ะค่ะ คุยกับเซลล์ก็ไม่มีใครรู้เรื่องรถรุ่นนี้เลยสักคน ความหวังเดียวของโฉมคงเป็นคุณปิลันธน์” นอกจากเรื่องรถที่หยิบมาใช้เป็นข้ออ้างแล้วความหวังเดียวของผู้หญิงวัยสี่สิบต้นๆ ที่ชื่อว่าโฉมฉายเจิดจรัสก็คื

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 7

    “ใช่...หนึ่งเขารักครอบครัวมากยิ่งมีลูกด้วยกันก็ยิ่งตอกย้ำว่าพี่เลือกคนไม่ผิด” อรสายิ้มออกมาอย่างมีความสุข ก่อนจะหันไปมองลูกสาวตัวน้อยที่เป็นโซ่ทองคล้องใจเธอและสามี รติชาอยู่กระทั่งสามีของอรสาเข้ามาเธอจึงขอตัวกลับ ระหว่างทางที่ขับรถอยู่นั้นก็เมาท์มอยกับโสภิตาไปด้วย แต่เมื่อมาถึงคอนโดมิเนียมรติชาก็ไ

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 6

    บอสหนุ่มถึงกับอุทานออกมาเสียงหลงพลอยทำให้รติชาลนลานตามไปอีกคน ส่วนตัวก่อเรื่องกลับไม่สะทกสะท้าน รติชายื่นมือไปจับตั๊กแตนตำข้าวตัวนั้นอีกครั้งคราวนี้เธอจับมันแน่นกว่าเดิมเพราะกลัวจะกระโดดไปเกาะหน้าของปิลันธน์เข้าอีก“มาได้ยังไง” ปิลันธน์หันมองซ้ายทีขวาทีอย่างหวาดระแวงเพราะกลัวว่าจะมีตั๊กแตนตำข้าวตัว

  • บอสขา...อย่าพึ่งมารัก   บทที่ 5

    เช้าวันที่สองของการไปทำงานแทนอรสา ทุกอย่างดูราบรื่นกว่าวันแรกมากแถมวันนี้รติชายังไปถึงที่ทำงานเร็วอีกด้วย ส่วนปิลันธน์นั้นเสียเวลารอรถคันใหม่เล็กน้อยเพราะคันที่ใช้อยู่ชายหนุ่มต้องส่งไปซ่อมเมื่อมาถึงเขาก็ทักทายเธอเล็กน้อยจากนั้นก็เข้าห้องทำงานไป รติชาถูกเรียกไปพบปิลันธน์อธิบายเรื่องงานที่เธอต้องรับ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status