Home / โรแมนติก / บอสขาอย่าอ่อย / บทที่ 4 : โพรงปากเธอช่างหวานนัก

Share

บทที่ 4 : โพรงปากเธอช่างหวานนัก

last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-24 00:38:35

“ออกไปได้แล้ว ไปให้พ้นหน้าฉัน!”เขากระแทกเสียงไล่ด้วยความหงุดหงิดที่ทำอะไรหล่อนไม่ได้

“ตกลงไม่ต้องการความหวานเพิ่มแล้วใช่ไหมคะท่านรอง?”  เธอยังแกล้งแหย่ทิ้งท้าย

“ไม่! ถ้าฉันอยากได้ความหวาน ฉันจะหาเอาแถวนี้แหละ ไม่ต้องพึ่งกาแฟห่วยๆ ของเธอ!... อ้อ แล้วอย่าลืม สิบโมงตรง เธอต้องออกไปพบลูกค้าสำคัญกับฉัน เตรียมเอกสารสัญญาแฟ้มสีแดงให้พร้อม อย่าให้มีปัญหาเด็ดขาด!”

สิบโมงตรง ณ ห้องอาหารหรูของโรงแรมห้าดาวย่านสุขุมวิท  พร้อมภัทร์พานิลรัตน์มาพบกับ ‘มิสเตอร์โยชิดะ’ นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น คู่ค้าคนสำคัญที่จะเซ็นสัญญาสัมปทานแร่เหล็กลอตใหญ่ มิสเตอร์โยชิดะไม่ได้มาคนเดียว เขาควงคู่มา กับเลขาฯ สาวสวยหุ่นสะบึม ทรวงอกอวบอัดแทบจะล้นทะลักออกจากเสื้อเชิ้ตที่จงใจปลดกระดุมลึก เธอชื่อ ‘เรโกะ’ นิลรัตน์สังเกตเห็นตั้งแต่แรกพบว่า เจ้านายเพลย์บอยของเธอแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าสนใจแม่เลขาฯ ทรงโตคนนี้  สายตาของพร้อมภัทร์แทบจะกลืนกินหล่อนไปทั้งตัวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

“สวัสดีครับมิสเตอร์โยชิดะ... นี่นิลรัตน์ เลขาส่วนตัวของผมครับ”  พร้อมภัทร์แนะนำลูกน้องตัวเองส่งๆ

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” นิลรัตน์กล่าวทักทายด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงเป๊ะ พร้อมยื่นมือไปเชกแฮนด์อย่างมืออาชีพ

“สวัสดีครับคุณพร้อมภัทร์ นี่เรโกะ เลขาคนสวยของผมครับ”

โยชิดะแนะนำบ้าง  เรโกะส่งยิ้มหวานให้พร้อมภัทร์ ยื่นมือไปจับแน่นแล้วจงใจใช้นิ้วชี้กรีดเบาๆ ที่กลางฝ่ามือชายหนุ่ม

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณพร้อมภัทร์...” เธอดัดเสียงเซ็กซี่ให้เย้ายวนชวนฝัน  การพูดคุยเรื่องธุรกิจดำเนินไปอย่างราบรื่น เพราะต่างฝ่ายต่างเตรียมตัวมาดี จนกระทั่งเซ็นสัญญาร่วมกันเสร็จสิ้น  ก็เป็นเวลาพักทานอาหารกลางวันพอดี เนื่องจากร้านที่นัดคุยงานเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ บรรยากาศจึงเป็นใจให้สังสรรค์ต่อ

ระหว่างมื้ออาหาร บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป เจ้านายของเธอและเรโกะเริ่มผลัดกันส่งสายตาหวานเชื่อม พูดคุยหยอกล้อกันข้ามหัวนิลรัตน์ ราวกับโลกนี้มีเพียงเขาสองคน เรโกะจงใจโน้มตัวไปข้างหน้าจนร่องอกเบียดชิดขอบโต๊ะ รินสาเกให้พร้อมภัทร์อย่างเอาใจใส่  ส่วนพร้อมภัทร์ก็เทกแคร์หล่อน คีบซูชิป้อนถึงปากอย่างหน้าไม่อาย

‘ผู้ชายอะไร หน้าหม้อไม่มีมารยาทเอาเสียเลย!’  นิลรัตน์ด่าเจ้านายในใจ กำตะเกียบแน่น ‘เห็นผู้หญิงนมโตหน่อยเป็นไม่ได้ อาการออกจนน่าเกลียด นี่มาทำงานนะเว้ย ไม่ได้มาหาคู่เดต  รู้อยู่เต็มอกว่าเขามากับเจ้านายยังจะไปอ่อยเขาอีก!’   โยชิดะนั่งจิบสาเก หัวเราะหึๆ อย่างพอใจ ก่อนจะพูดแทรกขึ้นมา

“เอาล่ะครับ หมดเวลาคุยเรื่องงานแล้ว ผมขอแนะนำอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับ เรโกะจังคนนี้ นอกจากจะมีตำแหน่งเป็นเลขาฯ ของผมแล้ว เธอยังมีศักดิ์เป็น ‘ลูกสาวคนเดียว’ ของผมด้วยนะครับ”

คำประกาศนั้นยิ่งทำให้พร้อมภัทร์ตาลุกวาว ลูกสาวนักธุรกิจใหญ่... สวย เอ็กซ์ แถมมีแววจะได้คอนเน็กชันธุรกิจเพิ่ม ยิ่งน่าสนใจเข้าไปอีก!  นิลรัตน์นั่งบีบมือตัวเองอยู่เงียบๆ รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก มากันสี่คน แต่คุยกันอยู่แค่สามคน ปล่อยให้เธอนั่งหัวโด่เป็นอากาศธาตุ ก็ได้... ในเมื่องานเสร็จแล้ว สัญญาก็เซ็นแล้ว เรื่องอะไรเธอจะต้องมานั่งทนดูคนจีบกันให้เสียสายตา เหม็นความรักกำมะลอเต็มที!

“เอ่อ... ขอโทษนะคะท่านรอง ดิฉันคงต้องขอตัวก่อน” นิลรัตน์แสร้งยกมือกุมท้อง นิ่วหน้าแสดงความเจ็บปวด

 “ขอโทษด้วยนะคะมิสเตอร์โยชิดะ คุณเรโกะ พอดีว่าดิฉันปวดท้องโรคกระเพาะ

กำเริบกะทันหันค่ะ ขอตัวไปคลินิกก่อนนะคะ แล้วคงต้องขออนุญาตกลับไปพักเลย... ท่านรองและคุณๆ เชิญทานอาหารกันต่อให้อร่อยนะคะ ขอโทษที่เสียมารยาทจริงๆ ค่ะ”  เธอโค้งศีรษะให้ทุกคนอย่างสวยงาม ไร้ที่ติ

“อุ๊ย เป็นอะไรมากไหมคะคุณนิลรัตน์  ให้เรโกะพาไปหาหมอไหมคะ?”   เรโกะแสร้งทำเสียงเป็นห่วง ลุกขึ้นทำท่าจะประคอง แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความรำคาญที่โดนขัดจังหวะ

“โอ้ ไม่เป็นไรค่ะ คลินิกอยู่ฝั่งตรงข้ามนี่เอง นิลรัตน์เดินไปเองได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”  เธอดึงแขนออกอย่างสุภาพ  พร้อมภัทร์โบกมือปัดๆ ไม่สนใจใยดี แถมยังรู้สึกดีที่ก้างขวางคอชิ้นใหญ่ยอมถอยทัพไปเอง

“ไปเถอะๆ หาหมอเสร็จแล้วก็กลับบ้านไปพักซะ วันนี้ฉันไม่เข้าบริษัทแล้วล่ะ จะเทกแคร์คุณเรโกะพาเที่ยวชมเมืองสักหน่อย”

“ขอบคุณค่ะท่านรอง” นิลรัตน์รับคำ หันหลังเดินออกมาด้วยความหมั่นไส้ทะลุปรอท

‘ชิ! ทำมาแสร้งเป็นสุภาพบุรุษ คอยดูเถอะ พรุ่งนี้แม่จะฟ้องคุณท่านให้ด่าจนลืมทางกลับบ้านเลย ไอ้เจ้านายหน้าหม้อเอ๊ย!

เช้าวันต่อมา บรรยากาศในออฟฟิศชั้นผู้บริหารมาคุตั้งแต่พร้อมภัทร์ก้าวเท้าออกจากลิฟต์ นิลรัตน์ลุกขึ้นยืนทำหน้าที่ต้อนรับตามปกติ แต่รังสีอำมหิตจากคนเป็นนายแผ่ซ่านจนเลขาสาวรู้สึกร้อนๆหนาวๆ

ร่างสูงสมส่วนในชุดสูทสีเข้มเดินกระแทกส้นเท้ามาหยุดอยู่หน้าโต๊ะเลขาฯ เอามือหนาทั้งสองข้างเท้าลงบนโต๊ะทำงานของเธอ โน้มใบหน้าหล่อเหลาที่ตึงเปรี๊ยะเข้ามาใกล้จนนิลรัตน์ต้องผงะถอยหลังไปนิดหนึ่ง

“เมื่อวานเธอทิ้งงานกลับก่อนนะนิลรัตน์...” เสียงทุ้มกดต่ำอย่างจับผิด

“ดิฉันลาป่วยค่ะท่านรอง และก่อนที่ดิฉันจะกลับ สัญญาธุรกิจก็เซ็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่มีงานอะไรคั่งค้างนี่คะ” หญิงสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด แม้ในใจจะแอบหมั่นไส้เขาอยู่ลึกๆ

“หึ... ป่วยการเมืองล่ะสิไม่ว่า” เขากระตุกยิ้มเยาะที่มุมปาก

“เมื่อวานฉันประทับใจคุณเรโกะมากเลยนะ จะบอกให้เอาบุญ... เธอทั้งสวย ทั้งเก่ง ทั้งอึ๋ม แถมยังมีมารยาท วางตัวดี รู้จักเอาอกเอาใจเจ้านาย ช่างพูดช่างจา เหมาะสมที่จะเป็นเลขาฯ ระดับท็อปที่สุด... ไม่เหมือนใครบางคนแถวนี้ ที่แข็งกระด้างหน้าบูดเป็นม้าหมากรุก แถมยังไร้เสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง”  เส้นความอดทนของนิลรัตน์ที่ขึงตึงอยู่แล้วขาดผึงลงทันที ด้วยนิสัยที่ไม่ยอมคนและไม่ชอบให้ใครมาดูถูกศักดิ์ศรีการทำงาน เธอจึงสวนกลับทันควันโดยลืมคำเตือนของพี่นงลักษณ์ไปเสียสนิท

“เหรอคะ? ถ้าประทับใจมากขนาดนั้น ท่านรองก็ไปกราบขอร้องให้มิสเตอร์โยชิดะ โอนตัวลูกสาวมาทำหน้าที่เลขาฯ ที่นี่สิคะ อกอวบอึ๋มล้นทะลักขนาดนั้น คงจะถูกใจท่านรองน่าดู... เห็นเมื่อวานตอนนั่งทานข้าว มองตาเยิ้มน้ำลายแทบยืด ไม่กะพริบตาเลยนี่คะ ดิฉันนึกว่าท่านรองหิวจนจะกินคุณเรโกะแทนซูชิเสียอีก”

“นี่เธอ!” พร้อมภัทร์หน้าตึงจัด ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าประชดประชันเขาแบบนี้มาก่อน  “รู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอยู่กับใคร! รู้ก็ดีว่าฉันชอบผู้หญิงแบบไหน และเกลียดผู้หญิงอวดดีแบบไหน!”

“ทราบค่ะ... ทราบดีเหลือเกิน” นิลรัตน์เชิดหน้าขึ้น สบตากับเขากลับอย่างไม่หลบสายตา  “และดิฉันก็รู้ดีอีกด้วยว่า การมาทำหน้าที่ ‘เลขา’ ไม่จำเป็นต้องมีเต้าใหญ่คับจอ หรือต้องคอยบริหารเสน่ห์อ่อยเจ้านาย เพราะดิฉันทำงานแลกเงินเดือนด้วย ‘สมอง’ และความสามารถค่ะ ไม่จำเป็นต้องเอา ‘เต้า’ ไว้ไต่เต้าหาผู้ชายรวย... ขอตัวไปชงกาแฟก่อนนะคะ!”

พูดจบเธอก็สะบัดหน้า หันหลังเดินฉับๆ เข้าไปในห้องแพนทรีเล็กๆ ที่อยู่ติดกันทันที

ปัง! เสียงประตูกระแทกปิดตามหลังอย่างแรง แต่ยังไม่ทันที่นิลรัตน์จะได้เอื้อมมือไปหยิบกระปุกกาแฟ ประตูห้องแพนทรีก็ถูกกระชากเปิดออกและปิดล็อกลูกบิดอย่างแรงด้วยฝีมือของพร้อมภัทร์ ที่เดินตามเข้ามาติดๆ ด้วยความโทสะ เขาพุ่งเข้ามากระชากต้นแขนเรียวของเธออย่างแรง จนร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างอันแข็งแกร่งของเขาอย่างจัง

“อร๊ายยย!! คุณพร้อม! จะทำอะไรคะ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!” นิลรัตน์ร้องเสียงหลง ตกใจกับความคุกคามที่กะทันหัน เธอพยายามสะบัดแขนออกแต่สู้แรงบีบของเขาไม่ได้

“ฉันก็จะสั่งสอนคนปากดีอย่างเธอน่ะสิ!” เขากดเสียงต่ำชิดใบหู รวบเอวคอดบางไว้แน่นไม่ให้เธอดิ้นหลุด “นอกจากเธอจะปากเก่งแล้ว สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดก็คือการที่ลูกน้องกล้าเดินหนีตอนที่ฉันยังพูดไม่จบ! อย่าคิดว่าแม่ฉันให้ท้ายแล้วเธอจะทำตัวกำเริบเสิบสานกับฉันยังไงก็ได้นะนิลรัตน์”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • บอสขาอย่าอ่อย   บทส่งท้าย วิวาห์หวาน

    ชายหนุ่มคำรามลั่นในลำคอ กระแทกกายเข้าออกอย่างบ้าคลั่งอีกเพียงไม่กี่ครั้ง ร่างของปอป่านก็กระตุกเกร็ง เม้มปากแน่นพร้อมกับปลดปล่อยหยาดน้ำหวานออกมาชโลมอาบความเป็นชาย เลโอเองก็ตอกอัดความปรารถนาเข้าไปจนสุดโคน ปลดปล่อยสายธารแห่งชีวิตอุ่นวาบฉีดพ่นเข้าไปในกายสาวทุกหยาดหยดร่างสูงทิ้งตัวลงนอนทาบทับร่างบางอย่างหมดเรี่ยวแรง หอบหายใจแฮกอยู่กับซอกคอหอมกรุ่น เขากดจูบเบาๆ ที่ขมับชื้นเหงื่อ ค่อยๆ ถอนกายออกแล้วดึงร่างนุ่มนิ่มเข้ามากอดก่ายไว้ในอ้อมแขนอย่างหวงแหน"การรักษาของหมอเลโอ... ทำให้ข้อเท้าหายปวดหรือยังครับ?" ชายหนุ่มกระซิบถามเสียงกลั้วหัวเราะ ปอป่านซุกหน้าลงกับอกแกร่ง ทุบเบาๆ ที่กล้ามเนื้อหน้าท้องของเขา"ข้อเท้าหายปวดแล้ว... แต่ระบมไปทั้งตัวแทน! นายนี่มันหื่นกามที่สุดเลยไอ้บอดี้การ์ดบ้า!" เลโอหัวเราะร่วน กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น"ผมเป็นบอดี้การ์ดของคุณหนู... และกำลังจะเป็น 'สามี' ที่ถูกต้องตามกฎหมายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ด้วย เตรียมตัวเตรียมใจไว้เลยนะครับ เพราะสามีคนนี้... จะขอรักษาร่างกายให้คุณหนูทุกคืนเลย"กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน เพียงแค่สามสัปดาห์ หลังจากเหตุการณ์ร้า

  • บอสขาอย่าอ่อย   บทที่ 26 : หนี้รักยี่สิบล้าน nc

    บานประตูไม้สักของห้องนอนใหญ่ถูกเปิดออกและปิดลงด้วยฝีเท้าของร่างสูง เลโอใช้แผ่นหลังดันประตูให้ปิดสนิทพร้อมกับกดล็อกกลอนอย่างแน่นหนา ชายหนุ่มตวัดวงแขนอุ้มร่างนุ่มนิ่มที่เอาแต่ซุกหน้ามุดลาดไหล่เขามาตลอดทางเดิน วางลงบนเตียงคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตาอย่างแสนจะทะนุถนอมทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสกับฟูกนุ่ม ปอป่านก็รีบพลิกตัวหนี หญิงสาวคว้าหมอนใบโตมากอดบังหน้าอกตัวเองไว้ ใบหน้าหวานที่เคยซีดเซียวจากพิษไข้ บัดนี้กลับแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูและลำคอ"คนบ้า... ไอ้ฝรั่งจอมลวงโลก! ปล่อยให้ฉันหลงคิดมาตลอดว่านายเป็นแค่ลูกจ้าง เป็นบอดี้การ์ดตกอับที่ต้องมาคอยรับคำสั่งฉัน" ปอป่านบ่นอุบอิบ ไม่กล้าเงยหน้าสบตากับทายาทมหาเศรษฐีตัวจริงที่กำลังยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างเตียง เลโอหัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก พับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือหนาเอื้อมไปดึงหมอนใบโตออกจากอ้อมกอดของหญิงสาว โยนมันทิ้งไปที่ปลายเตียงอย่างไม่ไยดี แล้วรวบตัวเจ้านายสาวจอมพยศเข้ามากอดไว้หลวมๆ"ผมขอโทษครับป่าน... ที่ต้องปิดบังความจริงมาตลอด" น้ำเสียงทุ้มห้าวที่เคยแฝงความกวนประส

  • บอสขาอย่าอ่อย   ตอนที่ 25: ความจริงเปิดเผย และคำสารภาพรัก

    "งะ... งานแต่งงาน!?"ปอป่านเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง มองหน้าผู้ใหญ่ทั้งสามสลับกันไปมาด้วยความตกตะลึง "แต่งงานอะไรกันคะ ป่านยังไม่มีแฟนเลยนะคะคุณพ่อ! แล้วทำไมจู่ ๆ ถึง...""ก็เพราะยังไม่มีน่ะสิ พ่อกับลุงไมเคิลถึงได้จัดการหาคนที่เหมาะสมไว้ให้แล้วไงล่ะลูก" ประทีปแสร้งตีหน้าขรึมและจริงจัง "หนูต้องแต่งงานกับลูกชายคนเดียวของลุงไมเคิลนี่เป็นข้อตกลงที่เราผู้ใหญ่คุยกันไว้ ตั้งแต่ตอนที่ลุงเขาให้เงินยี่สิบล้านมาช่วยพยุงฟาร์มเราแล้ว ถือเป็นการแต่งงานเพื่อล้างหนี้ และดองสองครอบครัวเข้าด้วยกัน"ปอป่านรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน หูอื้อไปชั่วขณะ... แต่งงานเพื่อใช้หนี้? คลุมถุงชนกับลูกชายมหาเศรษฐีที่เธอไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าเนี่ยนะ!? หญิงสาวหันขวับไปมอง 'บอดี้การ์ดหนุ่ม' ที่ยืนกอดอกอยู่มุมห้องโดยอัตโนมัติ สายตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและตัดพ้ออย่างปิดไม่มิด ทว่าเลโอกลับยืนนิ่ง สบตาเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก"ถ้า..." ปอป่านสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี "ถ้าคุณพ่อกับคุณลุงไม่ได้จะบังคับกันจนเกินไป... ป่านคงต้องขอบอกตรงๆ ว่า ป่านไม่สามารถแต่งงานกับลูกชายของคุณลุงได้ค่ะ""ทำไมล่ะหนูป่าน

  • บอสขาอย่าอ่อย   ตอนที่ 24 : ปิดล้อมจับตาย และรางวัลนำจับ

    บรรยากาศยามเย็นบริเวณหมู่บ้านจัดสรรขนาดเล็กท้ายตลาดอำเภอฝาง ค่อนข้างเงียบเหงาและห่างไกลจากผู้คน บ้านพักชั้นเดียวหลังคาสังกะสีที่ถูกเช่าไว้เป็นแหล่งกบดานชั่วคราว ปิดไฟมืดสนิทราวกับไม่มีคนอาศัยอยู่ ทว่าภายในห้องนั่งเล่นแคบ ๆ ศักดาและศักดิ์ชายกำลังนั่งกระดกเหล้าขาวเข้าปากด้วยความเครียดจัดกระเป๋าเสื้อผ้าใบย่อมถูกยัดลวก ๆ วางเตรียมพร้อมไว้บนโซฟา"น้า... ติดต่อไอ้หวังได้หรือยัง รถมันจะมารับพวกเราข้ามชายแดนกี่โมง ผมร้อนใจจะแย่อยู่แล้วนะ" ศักดิ์ชายเดินวนไปวนมา ขยี้ผมตัวเองอย่างบ้าคลั่ง"มึงจะเดินให้มันได้อะไรขึ้นมาวะไอ้ชาย! นั่งลง!" ศักดาตวาดลั่น ใบหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์"ไอ้หวังมันบอกว่ารอให้มืดกว่านี้อีกหน่อย ตอนนี้ด่านตรวจของพวกทหารพรานมันเข้มงวด... แม่งเอ๊ย! ไม่คิดเลยว่าอีนังเด็กปอป่านมันจะรอดจากลูกซองกูไปได้ แถมยังเอาตำรวจมาไล่บี้พวกเราอีก!" "ผมบอกแล้วไงว่าอย่าไปยุ่งกับไอ้ฝรั่งบอดีการ์ดนั่น ท่าทางมันไม่ธรรมดาตั้งแต่แรกแล้ว!" "มึงหุบปากไปเลย..."วี้หว่อ... วี้หว่อ... วี้หว่อ เสียงไซเรนของรถตำรวจหลายคันแผดเสียงดังแหวกความเงียบของหมู่บ้านเข้ามาใกล้ และหยุดลงที่หน้าบ้านเช่าของพวกเขาพอด

  • บอสขาอย่าอ่อย   ตอนที่ 23 : แขกผู้มาเยือน และเบาะแสคนร้าย

    สามวันผ่านไป อาการไข้หวัดใหญ่ของปอป่านทุเลาลงจนกลับมาเป็นปกติ ส่วนข้อเท้าที่แพลงก็ยุบบวมลงมากจนสามารถเดินลงน้ำหนักเบาๆ ได้แล้ว หญิงสาวไม่ต้องนอนจับเจ่าอยู่แต่ในห้องอีกต่อไป เธอสามารถลงมานั่งรับลมที่ระเบียงหน้าบ้านใหญ่ได้ โดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์คอยเดินตามประกบเป็นเงาตามตัว ความสัมพันธ์ระหว่างปอป่านและเลโอพัฒนาไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางวิกฤต แม้จะไม่มีการเอ่ยปากระบุสถานะที่ชัดเจน แต่การกระทำที่แสนจะใส่ใจ สายตาที่ทอดมองกัน และรอยยิ้มที่มอบให้กัน ก็เพียงพอที่จะทำให้คนทั้งบ้านสวนฟาร์มสัมผัสได้ถึงความหวานชื่นที่อบอวลอยู่รอบตัวคนทั้งคู่"ทานแอปเปิลหน่อยนะครับคุณหนู ป้าจำเนียนเพิ่งปอกมาให้สดๆ เลย"เลโอเลื่อนจานผลไม้มาตรงหน้าหญิงสาวที่กำลังนั่งอ่านเอกสารสรุปยอดบัญชีอยู่บนโต๊ะกระจก "ขอบใจนะ" ปอป่านยิ้มรับ ใช้ส้อมจิ้มแอปเปิลเข้าปาก ก่อนจะถอนหายใจยาวเมื่อละสายตาจากแฟ้มเอกสาร"ยอดสั่งซื้อปุ๋ยลอตใหม่ที่เราติดต่อไปทางร้านขายส่งในตัวเมือง ได้ราคาถูกกว่าเดิมตั้งเกือบครึ่ง นี่ขนาดฉันเพิ่งเข้ามาดูระบบแค่ไม่กี่วัน ยังประหยัดเงินฟาร์มไปได้เป็นแสนคิดดูสิว่าตลอดสามปีที่ผ่านมา พวกนายศักดามันสูบเลือดสูบเนื้อฟาร์

  • บอสขาอย่าอ่อย   บทที่ 22 ความหนาวเหน็บถูกแทนด้วยความเร่าร้อน nc

    ชายหนุ่มจัดการก่อกองไฟขึ้นมาอย่างชำนาญ เปลวไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ขับไล่ความหนาวเย็นให้ถอยร่นออกไป เลโอขยับตัวเข้ามานั่งซ้อนอยู่ด้านหลังหญิงสาว ดึงร่างที่สั่นงันงกของเธอเข้ามากอด เพื่อให้ความอบอุ่น"เราโชคดีที่มีไฟผิงนะครับคุณหนู แต่..." เลโอมองสภาพเสื้อผ้าที่เปียกโชกของคนในอ้อมแขน"ผมว่าเราคงต้องถอดเสื้อผ้าเปียก ๆ ออกมาผึ่งไฟเสียก่อน อย่างน้อยให้ มันหมาดก็ยังดี ไม่อย่างนั้นอุณหภูมิร่างกายคุณหนูจะลดต่ำลงจนช็อกได้นะครับ""บะ... บ้าเหรอ ฉันอายนะ" ปอป่านส่ายหน้ารัว ริมฝีปากที่ซีดเซียวปากคอสั่นกระทบกันจนดังกึกๆ"มะ... ไม่เป็นไรหรอก ผิงไฟไปแบบนี้แหละ เดี๋ยวไฟก็ดับแล้ว""ดื้ออีกแล้วนะครับ" ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ เขาไม่ได้ฟังคำทัดทานนั้น มือหนาเอื้อมไปจับที่ข้อเท้าขวาที่บวมช้ำของเธออย่างเบามือที่สุด เลโอค่อย ๆ ถอดรองเท้าผ้าใบที่เปียกชุ่มและถุงเท้าของเธอออกทีละข้าง เพื่อไม่ให้รัดข้อเท้าที่กำลังอักเสบ ความอ่อนโยนที่สวนทางกับรูปลักษณ์ดุดันของเขา ทำเอาหัวใจของปอป่านกระตุกวูบเมื่อถอดรองเท้าเสร็จ เลโอขยับตัวขึ้นมานั่งประจันหน้ากับเธอ แสงจากกองไฟสาดส่องกระทบใบหน้าหล่อเหลา นัยน์ตาสีน้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status