Masuk“ออกไปได้แล้ว ไปให้พ้นหน้าฉัน!”เขากระแทกเสียงไล่ด้วยความหงุดหงิดที่ทำอะไรหล่อนไม่ได้
“ตกลงไม่ต้องการความหวานเพิ่มแล้วใช่ไหมคะท่านรอง?” เธอยังแกล้งแหย่ทิ้งท้าย
“ไม่! ถ้าฉันอยากได้ความหวาน ฉันจะหาเอาแถวนี้แหละ ไม่ต้องพึ่งกาแฟห่วยๆ ของเธอ!... อ้อ แล้วอย่าลืม สิบโมงตรง เธอต้องออกไปพบลูกค้าสำคัญกับฉัน เตรียมเอกสารสัญญาแฟ้มสีแดงให้พร้อม อย่าให้มีปัญหาเด็ดขาด!”
สิบโมงตรง ณ ห้องอาหารหรูของโรงแรมห้าดาวย่านสุขุมวิท พร้อมภัทร์พานิลรัตน์มาพบกับ ‘มิสเตอร์โยชิดะ’ นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น คู่ค้าคนสำคัญที่จะเซ็นสัญญาสัมปทานแร่เหล็กลอตใหญ่ มิสเตอร์โยชิดะไม่ได้มาคนเดียว เขาควงคู่มา กับเลขาฯ สาวสวยหุ่นสะบึม ทรวงอกอวบอัดแทบจะล้นทะลักออกจากเสื้อเชิ้ตที่จงใจปลดกระดุมลึก เธอชื่อ ‘เรโกะ’ นิลรัตน์สังเกตเห็นตั้งแต่แรกพบว่า เจ้านายเพลย์บอยของเธอแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าสนใจแม่เลขาฯ ทรงโตคนนี้ สายตาของพร้อมภัทร์แทบจะกลืนกินหล่อนไปทั้งตัวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
“สวัสดีครับมิสเตอร์โยชิดะ... นี่นิลรัตน์ เลขาส่วนตัวของผมครับ” พร้อมภัทร์แนะนำลูกน้องตัวเองส่งๆ
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” นิลรัตน์กล่าวทักทายด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงเป๊ะ พร้อมยื่นมือไปเชกแฮนด์อย่างมืออาชีพ
“สวัสดีครับคุณพร้อมภัทร์ นี่เรโกะ เลขาคนสวยของผมครับ”
โยชิดะแนะนำบ้าง เรโกะส่งยิ้มหวานให้พร้อมภัทร์ ยื่นมือไปจับแน่นแล้วจงใจใช้นิ้วชี้กรีดเบาๆ ที่กลางฝ่ามือชายหนุ่ม
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณพร้อมภัทร์...” เธอดัดเสียงเซ็กซี่ให้เย้ายวนชวนฝัน การพูดคุยเรื่องธุรกิจดำเนินไปอย่างราบรื่น เพราะต่างฝ่ายต่างเตรียมตัวมาดี จนกระทั่งเซ็นสัญญาร่วมกันเสร็จสิ้น ก็เป็นเวลาพักทานอาหารกลางวันพอดี เนื่องจากร้านที่นัดคุยงานเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ บรรยากาศจึงเป็นใจให้สังสรรค์ต่อ
ระหว่างมื้ออาหาร บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป เจ้านายของเธอและเรโกะเริ่มผลัดกันส่งสายตาหวานเชื่อม พูดคุยหยอกล้อกันข้ามหัวนิลรัตน์ ราวกับโลกนี้มีเพียงเขาสองคน เรโกะจงใจโน้มตัวไปข้างหน้าจนร่องอกเบียดชิดขอบโต๊ะ รินสาเกให้พร้อมภัทร์อย่างเอาใจใส่ ส่วนพร้อมภัทร์ก็เทกแคร์หล่อน คีบซูชิป้อนถึงปากอย่างหน้าไม่อาย
‘ผู้ชายอะไร หน้าหม้อไม่มีมารยาทเอาเสียเลย!’ นิลรัตน์ด่าเจ้านายในใจ กำตะเกียบแน่น ‘เห็นผู้หญิงนมโตหน่อยเป็นไม่ได้ อาการออกจนน่าเกลียด นี่มาทำงานนะเว้ย ไม่ได้มาหาคู่เดต รู้อยู่เต็มอกว่าเขามากับเจ้านายยังจะไปอ่อยเขาอีก!’ โยชิดะนั่งจิบสาเก หัวเราะหึๆ อย่างพอใจ ก่อนจะพูดแทรกขึ้นมา
“เอาล่ะครับ หมดเวลาคุยเรื่องงานแล้ว ผมขอแนะนำอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับ เรโกะจังคนนี้ นอกจากจะมีตำแหน่งเป็นเลขาฯ ของผมแล้ว เธอยังมีศักดิ์เป็น ‘ลูกสาวคนเดียว’ ของผมด้วยนะครับ”
คำประกาศนั้นยิ่งทำให้พร้อมภัทร์ตาลุกวาว ลูกสาวนักธุรกิจใหญ่... สวย เอ็กซ์ แถมมีแววจะได้คอนเน็กชันธุรกิจเพิ่ม ยิ่งน่าสนใจเข้าไปอีก! นิลรัตน์นั่งบีบมือตัวเองอยู่เงียบๆ รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก มากันสี่คน แต่คุยกันอยู่แค่สามคน ปล่อยให้เธอนั่งหัวโด่เป็นอากาศธาตุ ก็ได้... ในเมื่องานเสร็จแล้ว สัญญาก็เซ็นแล้ว เรื่องอะไรเธอจะต้องมานั่งทนดูคนจีบกันให้เสียสายตา เหม็นความรักกำมะลอเต็มที!
“เอ่อ... ขอโทษนะคะท่านรอง ดิฉันคงต้องขอตัวก่อน” นิลรัตน์แสร้งยกมือกุมท้อง นิ่วหน้าแสดงความเจ็บปวด
“ขอโทษด้วยนะคะมิสเตอร์โยชิดะ คุณเรโกะ พอดีว่าดิฉันปวดท้องโรคกระเพาะ
กำเริบกะทันหันค่ะ ขอตัวไปคลินิกก่อนนะคะ แล้วคงต้องขออนุญาตกลับไปพักเลย... ท่านรองและคุณๆ เชิญทานอาหารกันต่อให้อร่อยนะคะ ขอโทษที่เสียมารยาทจริงๆ ค่ะ” เธอโค้งศีรษะให้ทุกคนอย่างสวยงาม ไร้ที่ติ
“อุ๊ย เป็นอะไรมากไหมคะคุณนิลรัตน์ ให้เรโกะพาไปหาหมอไหมคะ?” เรโกะแสร้งทำเสียงเป็นห่วง ลุกขึ้นทำท่าจะประคอง แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความรำคาญที่โดนขัดจังหวะ
“โอ้ ไม่เป็นไรค่ะ คลินิกอยู่ฝั่งตรงข้ามนี่เอง นิลรัตน์เดินไปเองได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” เธอดึงแขนออกอย่างสุภาพ พร้อมภัทร์โบกมือปัดๆ ไม่สนใจใยดี แถมยังรู้สึกดีที่ก้างขวางคอชิ้นใหญ่ยอมถอยทัพไปเอง
“ไปเถอะๆ หาหมอเสร็จแล้วก็กลับบ้านไปพักซะ วันนี้ฉันไม่เข้าบริษัทแล้วล่ะ จะเทกแคร์คุณเรโกะพาเที่ยวชมเมืองสักหน่อย”
“ขอบคุณค่ะท่านรอง” นิลรัตน์รับคำ หันหลังเดินออกมาด้วยความหมั่นไส้ทะลุปรอท
‘ชิ! ทำมาแสร้งเป็นสุภาพบุรุษ คอยดูเถอะ พรุ่งนี้แม่จะฟ้องคุณท่านให้ด่าจนลืมทางกลับบ้านเลย ไอ้เจ้านายหน้าหม้อเอ๊ย!
เช้าวันต่อมา บรรยากาศในออฟฟิศชั้นผู้บริหารมาคุตั้งแต่พร้อมภัทร์ก้าวเท้าออกจากลิฟต์ นิลรัตน์ลุกขึ้นยืนทำหน้าที่ต้อนรับตามปกติ แต่รังสีอำมหิตจากคนเป็นนายแผ่ซ่านจนเลขาสาวรู้สึกร้อนๆหนาวๆร่างสูงสมส่วนในชุดสูทสีเข้มเดินกระแทกส้นเท้ามาหยุดอยู่หน้าโต๊ะเลขาฯ เอามือหนาทั้งสองข้างเท้าลงบนโต๊ะทำงานของเธอ โน้มใบหน้าหล่อเหลาที่ตึงเปรี๊ยะเข้ามาใกล้จนนิลรัตน์ต้องผงะถอยหลังไปนิดหนึ่ง
“เมื่อวานเธอทิ้งงานกลับก่อนนะนิลรัตน์...” เสียงทุ้มกดต่ำอย่างจับผิด
“ดิฉันลาป่วยค่ะท่านรอง และก่อนที่ดิฉันจะกลับ สัญญาธุรกิจก็เซ็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่มีงานอะไรคั่งค้างนี่คะ” หญิงสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด แม้ในใจจะแอบหมั่นไส้เขาอยู่ลึกๆ
“หึ... ป่วยการเมืองล่ะสิไม่ว่า” เขากระตุกยิ้มเยาะที่มุมปาก
“เมื่อวานฉันประทับใจคุณเรโกะมากเลยนะ จะบอกให้เอาบุญ... เธอทั้งสวย ทั้งเก่ง ทั้งอึ๋ม แถมยังมีมารยาท วางตัวดี รู้จักเอาอกเอาใจเจ้านาย ช่างพูดช่างจา เหมาะสมที่จะเป็นเลขาฯ ระดับท็อปที่สุด... ไม่เหมือนใครบางคนแถวนี้ ที่แข็งกระด้างหน้าบูดเป็นม้าหมากรุก แถมยังไร้เสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง” เส้นความอดทนของนิลรัตน์ที่ขึงตึงอยู่แล้วขาดผึงลงทันที ด้วยนิสัยที่ไม่ยอมคนและไม่ชอบให้ใครมาดูถูกศักดิ์ศรีการทำงาน เธอจึงสวนกลับทันควันโดยลืมคำเตือนของพี่นงลักษณ์ไปเสียสนิท
“เหรอคะ? ถ้าประทับใจมากขนาดนั้น ท่านรองก็ไปกราบขอร้องให้มิสเตอร์โยชิดะ โอนตัวลูกสาวมาทำหน้าที่เลขาฯ ที่นี่สิคะ อกอวบอึ๋มล้นทะลักขนาดนั้น คงจะถูกใจท่านรองน่าดู... เห็นเมื่อวานตอนนั่งทานข้าว มองตาเยิ้มน้ำลายแทบยืด ไม่กะพริบตาเลยนี่คะ ดิฉันนึกว่าท่านรองหิวจนจะกินคุณเรโกะแทนซูชิเสียอีก”
“นี่เธอ!” พร้อมภัทร์หน้าตึงจัด ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าประชดประชันเขาแบบนี้มาก่อน “รู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอยู่กับใคร! รู้ก็ดีว่าฉันชอบผู้หญิงแบบไหน และเกลียดผู้หญิงอวดดีแบบไหน!”
“ทราบค่ะ... ทราบดีเหลือเกิน” นิลรัตน์เชิดหน้าขึ้น สบตากับเขากลับอย่างไม่หลบสายตา “และดิฉันก็รู้ดีอีกด้วยว่า การมาทำหน้าที่ ‘เลขา’ ไม่จำเป็นต้องมีเต้าใหญ่คับจอ หรือต้องคอยบริหารเสน่ห์อ่อยเจ้านาย เพราะดิฉันทำงานแลกเงินเดือนด้วย ‘สมอง’ และความสามารถค่ะ ไม่จำเป็นต้องเอา ‘เต้า’ ไว้ไต่เต้าหาผู้ชายรวย... ขอตัวไปชงกาแฟก่อนนะคะ!”
พูดจบเธอก็สะบัดหน้า หันหลังเดินฉับๆ เข้าไปในห้องแพนทรีเล็กๆ ที่อยู่ติดกันทันที
ปัง! เสียงประตูกระแทกปิดตามหลังอย่างแรง แต่ยังไม่ทันที่นิลรัตน์จะได้เอื้อมมือไปหยิบกระปุกกาแฟ ประตูห้องแพนทรีก็ถูกกระชากเปิดออกและปิดล็อกลูกบิดอย่างแรงด้วยฝีมือของพร้อมภัทร์ ที่เดินตามเข้ามาติดๆ ด้วยความโทสะ เขาพุ่งเข้ามากระชากต้นแขนเรียวของเธออย่างแรง จนร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างอันแข็งแกร่งของเขาอย่างจัง
“อร๊ายยย!! คุณพร้อม! จะทำอะไรคะ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!” นิลรัตน์ร้องเสียงหลง ตกใจกับความคุกคามที่กะทันหัน เธอพยายามสะบัดแขนออกแต่สู้แรงบีบของเขาไม่ได้
“ฉันก็จะสั่งสอนคนปากดีอย่างเธอน่ะสิ!” เขากดเสียงต่ำชิดใบหู รวบเอวคอดบางไว้แน่นไม่ให้เธอดิ้นหลุด “นอกจากเธอจะปากเก่งแล้ว สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดก็คือการที่ลูกน้องกล้าเดินหนีตอนที่ฉันยังพูดไม่จบ! อย่าคิดว่าแม่ฉันให้ท้ายแล้วเธอจะทำตัวกำเริบเสิบสานกับฉันยังไงก็ได้นะนิลรัตน์”
เมื่อถึงเวลาอันเป็นมงคล เสียงเพลงมาร์ชวิวาห์บรรเลงขึ้น ประตูบานใหญ่เปิดออก คุณดิลกควงแขนบุตรสาวเดินก้าวไปตามพรมแดงที่ปูทอดยาวมุ่งหน้าสู่แท่นพิธีที่ปลายทางนั้น ร่างสูงใหญ่กำยำของเจคอปในชุดสูททักซิโด้สีขาวตัดกับกางเกงสีดำยืนรออยู่อย่างสง่างาม นัยน์ตาคู่คมทอดมองเจ้าสาวของเขาด้วยความคลั่งรักและหลงใหลอย่างไม่มีปิดบัง เมื่อคุณดิลกส่งมอบมือของเกวลินให้กับเจคอป ชายหนุ่มรับมือเรียวบางมากุมไว้ ริมฝีปากหยักลึกจุมพิตลงบนหลังมือของเธออย่างทะนุถนอม"คุณสวยจนผมอยากจะข้ามพิธีการแล้วพาคุณเข้าห้องหอเดี๋ยวนี้เลย"เจคอปกระซิบหยอกเย้า ทำเอาเจ้าสาวหน้าแดงเรื่อบาทหลวงเริ่มกล่าวคำประกอบพิธีตามหลักศาสนา เมื่อถึงช่วงเวลาการกล่าวคำสาบาน เจคอปมองลึกเข้าไปในดวงตาของเกวลิน น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและกังวานไปทั่วห้อง "ผม... เจคอป แบล็กเวลล์ ขอรับคุณ เกวลิน เป็นภรรยา สัญญาว่าจะรัก เทิดทูน และซื่อสัตย์ต่อคุณเพียงผู้เดียว ไม่ว่าจะในยามสุขหรือยามทุกข์ อันตรายทั้งปวง และจะเป็นสามีที่มอบความรักให้คุณอย่างไม่มีเงื่อนไข ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต"เกวลินกลืนก้อนสะอื้น น้ำตาแห่งความสุขไหลริน เธอเอ่ยคำสาบานตอบด้วยน้ำเสียงท
"เจคอป... ตรงนี้มันโล่งแจ้งเกินไปนะ..." เกวลินกระซิบเสียงสั่น มองซ้ายมองขวาด้วยความเขินอาย "เกาะนี้มีแค่เราสองคนครับฮันนี่... ไม่มีใครเห็นหรอก"ชายหนุ่มตอกย้ำความมั่นใจด้วยการโน้มใบหน้าลงไปบดจูบเรียวปากอวบอิ่มอย่างเร่าร้อนและดุดัน รสจูบที่เค็มปร่าจากไอทะเลผสมผสานกับความหอมหวานจากโพรงปากเล็กสร้างความมัวเมาจนยากจะถอนตัวมือหนาลากไล้ลงไปใต้ผิวน้ำ บีบเคล้นสะโพกกลมกลึงและเรียวขางามอย่างหลงใหล เจคอปจับร่างของหญิงสาวให้ลอยตัวขึ้นเหนือน้ำเล็กน้อย ก่อนจะจับความแข็งแกร่งดุดันที่พร้อมรบสอดแทรกทะลวงฝ่าสายน้ำเข้าสู่กึ่งกลางกายสาวที่บัดนี้อ่อนนุ่มและพร้อมต้อนรับเขาอย่างเต็มที่"อ๊าา!.ซี๊ดดด..ดีจัง ..."เกวลินเบิกตากว้าง ร้องครางระงม สองมือเรียวโอบกอดรอบลำคอหนาไว้แน่นเพื่อพยุงตัว ความรู้สึกของการร่วมรักกลางทะเลมันช่างตื่นเต้นและเสียวซ่านจนอธิบายไม่ถูก แรงต้านของน้ำยิ่งทำให้การขยับเข้าออกของชายหนุ่มฝืดเคืองและหนักแน่นขึ้น บีบรัดตัวตนของเขาจนต้องคำรามเสียงต่ำด้วยความสยิว"ซี๊ดดด... เกล... คุณรัดผมแน่นมาก... อาาา..."ชายหนุ่มโหมกระหน่ำแรงกระแทกกระทั้นเข้าใส่ร่างบางอย่างเอาแต่ใจ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดั
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ข่าวการเตรียมงานแต่งงานระดับช้างระหว่างเจคอป แบล็กเวลล์ มหาเศรษฐีหนุ่มลูกครึ่ง และเกวลิน รองประธานบริษัทเจริญวารี กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่สื่อทุกสำนักต่างให้ความสนใจ ทว่าก่อนที่งานวิวาห์จะเริ่มต้นขึ้น ยังมีคลื่นใต้น้ำระลอกสุดท้ายที่เจคอปต้องจัดการให้เรียบร้อย นั่นคือเรื่องของครอบครัวในบ่ายวันอาทิตย์ที่อากาศแจ่มใส เจคอปและเกวลินเดินทางมายังบ้านพักตากอากาศหลังใหญ่ของครอบครัวเจริญวารีที่ชานเมืองจุดประสงค์หลักคือการมาพบกับ 'คุณดิลก' บิดาของหญิงสาวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะเจ้าหนี้หน้าเลือด แต่ในฐานะลูกเขยที่มารอขอขมาและสู่ขอบุตรสาวด้วยความจริงใจคุณดิลกนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเคร่งเครียดปนหวาดหวั่น แม้หนี้สินห้าร้อยล้านจะถูกยกยอดไปแล้วแต่ความรู้สึกผิดที่เคยเอาลูกสาวไปขัดดอกยังคงฝังลึกอยู่ในใจ ทันทีที่เจคอปเดินเข้ามา ชายสูงวัยก็แทบจะลุกขึ้นก้มหัวให้ ทว่าเจคอปกลับเดินเข้าไปทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าคุณดิลกอย่างไม่ถือตัวสร้างความตกตะลึงให้กับเกวลินและบิดาเป็นอย่างมาก"คุณเจคอป... ทำอะไรครับ ลุกขึ้นเถอะ ผมต่างหากที่ต้องคุกเข่าขอโทษคุณ"คุณดิลกละล
ทั้งสองนั่งจิบไวน์และพูดคุยกันถึงอนาคต การสร้างครอบครัว และการวางแผนงานแต่งงานที่จะจัดขึ้นในเดือนหน้า ทุกวินาทีที่ผ่านไปเต็มไปด้วยความเข้าใจและการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เมื่อแชมเปญแก้วสุดท้ายหมดลง เจคอปลุกขึ้นยืน ยื่นมือมาตรงหน้าหญิงสาว เกวลินวางมือเรียวลงบนฝ่ามือหนา ปล่อยให้เขาดึงร่างของเธอให้ลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มรวบตัวเธอเข้ามากอด ซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายละมุนเข้าปอดลึกๆ"ผมรักคุณนะเกล... รักจนไม่รู้จะบรรยายออกมายังไง"น้ำเสียงทุ้มต่ำพึมพำชิดผิวเนื้อเนียน"ฉันก็รักคุณค่ะเจคอป... รักทุกอย่างที่เป็นคุณ"เจคอปช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอก ก้าวยาวๆ พาเธอเข้าไปในห้องนอนกว้าง จัดการวางร่างอรชรลงบนเตียงคิงไซส์อย่างทะนุถนอม ค่ำคืนนี้ไม่มีความรุนแรงป่าเถื่อน ไม่มีการบังคับขู่เข็ญ มีเพียงความรักและความปรารถนาอันลึกซึ้งที่พร้อมจะมอบให้กันและกัน ชายหนุ่มค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของหญิงสาวออกทีละชิ้นอย่างใจเย็น สายตาคู่คมทอดมองเรือนร่างขาวผ่องดั่งประติมากรรมชิ้นเอกด้วยความหลงใหลฝ่ามือร้อนหนาลากไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า บีบเคล้นทรวงอกอวบอิ่มอย่างแผ่วเบาและอ้อยอิ่ง ปลายลิ้นร้อนชื้นพรมจูบไปทั่
"คนบ้า! ใครจะไปหื่นกามเหมือนคุณกันล่ะ ตื่นมาก็คิดแต่เรื่องลามกเลยนะ"เกวลินแหวใส่หน้าแดงเรื่อ ยกมือขึ้นตีแผงอกกว้างเบาๆ แก้เขิน"ก็เมียผมน่ากินขนาดนี้ จะให้ผมบวชเป็นพระหรือไงครับ" ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า โน้มใบหน้าลงมาฝังจมูกโด่งลงบนพวงแก้มเนียน ฟอดใหญ่ สูดดมความหอมละมุนเข้าปอดลึกๆ "วันนี้ไม่ต้องเข้าบริษัทได้ไหม... ผมอยากนอนกอดคุณอยู่บนเตียงนี้ทั้งวันเลย ร่างกายผมยังต้องการการ 'ฟื้นฟู' อยู่นะครับ""หยุดเอาเรื่องป่วยมาอ้างได้แล้วค่ะเจคอป ความลับคุณแตกไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ" หญิงสาวส่ายหน้ายิ้มๆ พยายามแกะมือปลาหมึกของเขาออก "วันนี้เรามีประชุมบอร์ดบริหารนัดสำคัญเรื่องการควบรวมกิจการนะคะ คุณในฐานะประธานบริหารสูงสุดของแบล็กเวลล์กรุ๊ปจะเบี้ยวไม่ได้เด็ดขาด และฉันก็ต้องไปพรีเซนต์งานในส่วนของเจริญวารีด้วย ลุกไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลยค่ะ"เจคอปถอนหายใจยาวอย่างขัดใจ ทว่าก็ยอมผละออกจากร่างนุ่มนิ่มอย่างแสนเสียดาย ชายหนุ่มรู้ดีว่าเกวลินเป็นผู้หญิงบ้างานและมีความรับผิดชอบสูงขนาดไหน และนั่นก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้เขาหลงใหลเธอจนโงหัวไม่ขึ้น ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นจากเตียง อวดเรือนร่างกำยำเปลือยเปล่าอย่างไม่อาย
"สัญญาขัดดอกมันมีอายุแค่หนึ่งปี... แต่สัญญาฉบับนี้ มันมีอายุไปตลอดชีวิต" เจคอปจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว แววตาของเขาจริงจังและเปี่ยมไปด้วยความรักที่ล้นทะลัก "แต่งงานกับผมนะเกล... มาเป็นเจ้าชีวิตของผม เป็นแม่ของลูกผม และเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมจะรักและหลงใหลไปจนลมหายใจสุดท้าย"หยาดน้ำตาแห่งความสุขไหลรินอาบแก้มเนียน เกวลินมองแหวนเพชรบนนิ้วสลับกับใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอ กำแพงในใจถูกทุบทำลายลงจนหมดสิ้น หญิงสาวไม่หลงเหลือความลังเลใดๆ อีกต่อไป เธอพยักหน้ารับคำขอแต่งงานพร้อมกับรอยยิ้มที่สวยงามที่สุดในชีวิต"ตกลงค่ะเจคอป... เกลจะแต่งงานกับคุณ""เยส!" ชายหนุ่มร้องคำรามด้วยความดีใจสุดขีด ก่อนจะรวบตัวเธอเข้ามากอดแนบอก บดจูบเรียวปากอวบอิ่มอย่างดูดดื่มและหอมหวานที่สุด "ขอบคุณครับคนดี... ผมสัญญาว่าจะเป็นสามีที่ดูแลคุณอย่างดีที่สุด... และจะเป็นสามีที่ 'ขี้เอา' ที่สุดของคุณคนเดียวตลอดไปเลยครับ!""คนบ้า! เลิกหื่นสักนาทีจะได้ไหมเนี่ย!"เกวลินตีแผงอกกว้างแก้เขิน เสียงหัวเราะแห่งความสุขดังก้องไปทั่วเพนต์เฮาส์หรู บทสรุปของพันธนาการหนี้สินขัดดอกได้สิ้นสุดลงแล้ว ทว่าสั







