로그인“ฉันไม่ได้เดินหนีนะคะ ฉันเดินมาชงกาแฟให้เจ้านายต่างหาก ปล่อยนะ! คุณมันบ้าอำนาจ!” เธอพยายามผลักแผงอกเขาออกสุดแรง แต่เขากลับไม่สะเทือนเลยแม้แต่น้อย “นั่นมันข้ออ้างของคนขี้แพ้ที่เถียงสู้ไม่ได้ต่างหาก!”
“คุณนั่นแหละที่พาล อื้อ...!”
นิลรัตน์อ้าปากจะเถียงต่อ แต่คำพูดทุกคำถูกกลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธก้มลงมาอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากอุ่นร้อนของเขาบดขยี้ลงบนกลีบปากบางของเธออย่างดุดัน จาบจ้วง และเอาแต่ใจ!
เลขาสาวเบิกตากว้างด้วยความช็อกสุดขีด ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ สมองขาวโพลน ชายหนุ่มอาศัยจังหวะที่เธอเผยอปากค้างด้วยความตกใจ สอดแทรกเรียวลิ้นร้อนชื้นเข้าไปในโพรงปากหวานล้ำอย่างรวดเร็ว
‘หวาน... โคตรหวาน’
นั่นคือความคิดเดียวที่แล่นเข้ามาในหัวของพร้อมภัทร์ในวินาทีนั้น ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความสั่นสะท้านจากสัมผัสที่ได้รับ ยัยเลขาฯ ปากจัดนี่... โพรงปากเธอช่างหวานหอมราวกับน้ำผึ้งป่า ผู้หญิงนับร้อยที่เขาเคยจูบมา
ตลอดชีวิตเพลย์บอย ไม่เคยมีใครรสชาติหอมหวาน บริสุทธิ์ และทำให้เขาใจสั่นได้ถึงเพียงนี้มาก่อน เขาตวัดลิ้นพัวพัน ไล่ต้อนลิ้นเล็กๆ ที่พยายามหดหนีอย่างตื่นตระหนก
ก่อนจะดึงรั้งร่างบางให้แนบชิดยิ่งขึ้นจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน มือหนาที่รวบเอวเธอไว้เลื่อนขึ้นมากดท้ายทอยสวยให้รับจูบของเขาได้ถนัดถนี่ยิ่งขึ้น
“อื้อ... อ่อยยย!” (อื้อ... ปล่อยยย!)
นิลรัตน์พยายามประท้วง เมื่อสติเริ่มกลับมา เธอเริ่มดิ้นรน ขาดอากาศหายใจจนหน้าแดงก่ำ สองมือเล็กยกขึ้นทุบตีแผงอกแกร่งรัวๆ แต่เขากลับยิ่งรัดแน่นขึ้น รสจูบที่ดุดันรุนแรงในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นดูดดื่ม เรียกร้อง และลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ
เขาขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ อย่างหยอกเย้า จนร่างบางที่ต่อต้านในทีแรกเริ่มอ่อนระทวย ทรุดฮวบลงไปหากไม่ได้ท่อนแขนแข็งแรงของเขาพยุงเอาไว้
เมื่อเห็นว่าเธอแทบจะขาดใจ เขาจึงยอมถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง หยาดน้ำใสเชื่อมต่อระหว่างริมฝีปากของทั้งสอง นิลรัตน์หอบหายใจโกยอากาศเข้าปอดลึกๆ
หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักหน่วง ทันทีที่เป็นอิสระ ความโกรธและความอับอายก็พุ่งปรี๊ด เธอเงื้อง่ามือขวาขึ้นสุดแขน หวังจะฟาดลงบนใบหน้าหล่อๆ นั่นให้หันเพื่อเรียกสติเขาและปกป้องศักดิ์ศรีตัวเอง เพียะ!
ไม่ใช่เสียงฝ่ามือกระทบแก้ม แต่เป็นเสียงที่เขาคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้ได้ทันท่วงทีกลางอากาศ
“คิดจะตบฉันเหรอ ฝันไปเถอะแม่คุณ” เขากระตุกยิ้มร้าย
แววตาเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ถูกจุดติด ก่อนจะรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอด้วยมือเดียวแล้วตรึงไว้เหนือศีรษะ ดันร่างบางไปชิดติดกำแพงห้องแพนทรี แล้วก้มลงซุกไซ้ปลายจมูกโด่งเข้ากับซอกคอขาวผ่องของเธอ สูบดมกลิ่นหอมกรุ่นจากกายสาวอย่างห้ามใจไม่อยู่
“โอ๊ย! ปล่อยนะไอ้บ้า! ไอ้คนฉวยโอกาส!” นิลรัตน์ร้องจนน้ำตาคลอเบ้า ไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมและอันตรายต่อหัวใจแบบนี้มาก่อนในชีวิต เกิดจากท้องพ่อท้องแม่ยังไม่เคยมีผู้ชายคนไหนมาล่วงเกินเธอหนักหน่วงขนาดนี้มาก่อน
ชายหนุ่มไม่ได้ฟังเสียงทัดทาน เขาใช้ต้นขาแกร่งแทรกเข้ากลางหว่างขาของเธอ ล็อกไว้ไม่ให้เธอใช้ท่าไม้ตาย ‘ตีเข่า’ เหมือนที่เคยเล่าวีรกรรมให้ฟัง มือหนาที่ว่างอยู่อีกข้างเลื่อนต่ำลงมาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าบริเวณเอวคอด ก่อนจะลูบไล้ขึ้นมาหยุดตะปบลงบนทรวงอกอวบอิ่มที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ชุดเดรสตัวใหม่ที่ท่านประธานซื้อให้
พร้อมภัทร์ชะงักไปนิดหนึ่ง นึกไม่ถึงเลยว่ายัยเลขาฯ ที่เขาค่อนขอดว่า ‘จอแบน’ จะซ่อนรูปได้ขนาดนี้ มันทั้งใหญ่ อวบหยุ่น และคัดตึงสู้มือจนล้นฝ่ามือ เขารู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่แล่นพล่านไปทั่วกายเบื้องล่าง ความต้องการทางเพศถูกปลุกปั่นอย่างรุนแรงจนแทบจะทะลักจุดเดือด เขาอยากจะฉีกเสื้อผ้าหล่อนออกเสียเดี๋ยวนี้
กริ๊ก... แกรก!
เสียงลูกบิดประตูดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคที่สามที่ทรงอิทธิพลที่สุดในบริษัท!
คุณพรรณษาตั้งใจว่าจะแวะมาดูการทำงานของเลขาฯ คนใหม่ที่ท่านเป็นคนคัดเลือกด้วยตัวเองแต่เช้า แต่เมื่อเดินมาถึงโต๊ะทำงานกลับพบแต่ความว่างเปล่า
ท่านได้ยินเสียงกุกกักและเสียงอู้อี้ร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากในห้องแพนทรี จึงให้เลขาหน้าห้องไปเอากุญแจสำรองมาไขแล้วถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาดู
ภาพตรงหน้าทำเอาท่านประธานใหญ่แทบช็อก จนหัวใจจะวาย! ลูกชายตัวดีของท่านกำลังจับเลขาฯ สาวคนสวยตรึงติดกำแพง ซุกหน้าไซ้คอ แถมมือยังกอบกุมของสงวนของหญิงสาวอย่างโจ่งแจ้งหน้าไม่อาย ส่วนนิลรัตน์ก็มีน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความหวาดกลัวและพยายามดิ้นรน
“หยุดเดี๋ยวนี้นะตาพร้อม!!!”
เสียงตวาดลั่นกัมปนาทราวกับฟ้าผ่าฟาดลงกลางห้อง พร้อมภัทร์สะดุ้งสุดตัว สติสัมปชัญญะที่เตลิดเปิดเปิงกลับคืนมาทันที เขารีบปล่อยมือจากหญิงสาวราวกับโดนของร้อน นิลรัตน์ที่หมดเรี่ยวแรงทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น ร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น
“เพียะ!!!" ฝ่ามืออรหันต์ของคุณพรรณษาฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาของลูกชายเต็มแรงจนหน้าหัน เสียงตบดังก้องไปทั่วบริเวณ เป็นการเรียกสติคนหน้ามืด ก่อนที่ท่านจะถลาเข้าไปประคองกอดนิลรัตน์ที่ตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ
“โอ๋ๆ ไม่เป็นไรแล้วนะหนูนิลรัตน์ ไม่เป็นไรแล้ว
ปลอดภัยแล้วนะ ไม่มีใครทำอะไรหนูได้แล้ว”
ท่านประธานลูบหลังปลอบประโลมหญิงสาวอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปตวัดสายตาดุดันอำมหิตราวกับนางพญาใส่ลูกชาย
“ตามฉันมาที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้ ไอ้ลูกไม่รักดี!”
คุณพรรณษาประคองนิลรัตน์พาเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้พร้อมภัทร์ยืนลูบแก้มตัวเองที่เริ่มขึ้นรอยนิ้วมือแดงเถือก เขามองตามแผ่นหลังบางนั้นไปอย่างสับสนและว้าวุ่นใจ... บ้าฉิบ! เขาควบคุมตัวเองไม่ได้เลย แค่กะจะแกล้งจูบสั่งสอน แต่พอได้สัมผัสความหอมหวาน สัญชาตญาณดิบก็พุ่งพล่านจนอยากจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว
ภายในห้องทำงานใหญ่ระดับเพนต์เฮาส์ คุณพรรณษาพานิลรัตน์มานั่งพักที่โซฟารับแขก สั่งให้นงลักษณ์เอาน้ำเย็นมาให้ดื่มและคอยซับน้ำตาให้
“ฉันจะไม่ถามแล้วนะว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะหลักฐานมันตำตาขนาดนั้น ฉันผิดหวังในตัวแกมากตาพร้อม ฉันไม่คิดเลยว่าลูกชายที่ฉันพร่ำสั่งสอนมาจะทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัด หน้ามืดตามัวทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงในที่ทำงานแบบนี้
นี่ใช่ไหม... สาเหตุที่เลขาฯ คนก่อนๆ ต้องลาออกกันไปหมด ใช้เลขาฯ เปลืองก็เพราะมักมากแบบนี้ใช่ไหม!”
“เปล่านะครับคุณแม่! คนก่อนๆ ผมไม่ได้ทำอะไรเลย พวกเธอลาออกเพราะทนแรงกดดันเรื่องงานไม่ไหวต่างหาก มีแค่ยัยนี่แหละที่ผม...” พร้อมภัทร์พยายามแก้ตัว
แต่เสียงก็อ่อยลงเมื่อเจอสายตาพิฆาตของมารดา
“หุบปาก! ที่นี่บริษัท ไม่มีแม่มีลูก มีแต่ประธานและรองประธาน!” คุณพรรณษาตัดบทฉับ
“ฉันอุตส่าห์คัดเลือกเด็กดีๆ เก่งๆ มาให้ แต่แกกลับจะทำลายเขา... เอาล่ะ หนูนิลรัตน์ หนูไม่ต้องไปทำงานกับมันแล้ว ย้ายโต๊ะมาอยู่หน้าห้องฉัน มาช่วยงานนงลักษณ์ ถ้าตาพร้อมมันกล้ามาวอแว หรือเข้าใกล้หนูในรัศมีสามเมตรอีกล่ะก็... นงลักษณ์ ฉันอนุญาตให้เธอจัดการขั้นเด็ดขาด เตะผ่าหมากมันได้เลย ไม่ต้องไว้หน้าใครทั้งนั้น!”
“รับทราบค่ะท่านประธาน” นงลักษณ์รับคำเสียงเข้ม พร้อมกับหักข้อนิ้วดังก๊อบแก๊บข่มขวัญ พูดจบ คุณพรรณษาก็ดึงมือนิลรัตน์ให้ลุกขึ้น พาเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้
พร้อมภัทร์ยืนนิ่งงัน ทำอะไรไม่ถูก จังหวะที่เดินสวนกันที่ประตู นิลรัตน์ที่ปาดน้ำตาทิ้งหมดแล้ว แอบหันกลับมามองพร้อมภัทร์ทางหางตา
เธอแสยะยิ้มบางๆ แล้วยักคิ้วหลิ่วตาให้เขากวนๆ หนึ่งที ราวกับผู้ชนะที่สามารถยืมมือมารดามาปราบเจ้านายจอมหื่นได้สำเร็จ
พร้อมภัทร์กัดฟันกรอด กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ‘ฝากไว้ก่อนเถอะยัยตัวแสบ มารยาเก่งนักนะ ร้องไห้บีบน้ำตาฟ้องแม่ฉัน คอยดูเถอะ... สักวันฉันจะเอาเธอมาทำเมียให้ได้ แล้ววันนั้นเธอจะร้องไม่ออก!’
ชายหนุ่มคำรามลั่นในลำคอ กระแทกกายเข้าออกอย่างบ้าคลั่งอีกเพียงไม่กี่ครั้ง ร่างของปอป่านก็กระตุกเกร็ง เม้มปากแน่นพร้อมกับปลดปล่อยหยาดน้ำหวานออกมาชโลมอาบความเป็นชาย เลโอเองก็ตอกอัดความปรารถนาเข้าไปจนสุดโคน ปลดปล่อยสายธารแห่งชีวิตอุ่นวาบฉีดพ่นเข้าไปในกายสาวทุกหยาดหยดร่างสูงทิ้งตัวลงนอนทาบทับร่างบางอย่างหมดเรี่ยวแรง หอบหายใจแฮกอยู่กับซอกคอหอมกรุ่น เขากดจูบเบาๆ ที่ขมับชื้นเหงื่อ ค่อยๆ ถอนกายออกแล้วดึงร่างนุ่มนิ่มเข้ามากอดก่ายไว้ในอ้อมแขนอย่างหวงแหน"การรักษาของหมอเลโอ... ทำให้ข้อเท้าหายปวดหรือยังครับ?" ชายหนุ่มกระซิบถามเสียงกลั้วหัวเราะ ปอป่านซุกหน้าลงกับอกแกร่ง ทุบเบาๆ ที่กล้ามเนื้อหน้าท้องของเขา"ข้อเท้าหายปวดแล้ว... แต่ระบมไปทั้งตัวแทน! นายนี่มันหื่นกามที่สุดเลยไอ้บอดี้การ์ดบ้า!" เลโอหัวเราะร่วน กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น"ผมเป็นบอดี้การ์ดของคุณหนู... และกำลังจะเป็น 'สามี' ที่ถูกต้องตามกฎหมายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ด้วย เตรียมตัวเตรียมใจไว้เลยนะครับ เพราะสามีคนนี้... จะขอรักษาร่างกายให้คุณหนูทุกคืนเลย"กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับติดปีกบิน เพียงแค่สามสัปดาห์ หลังจากเหตุการณ์ร้า
บานประตูไม้สักของห้องนอนใหญ่ถูกเปิดออกและปิดลงด้วยฝีเท้าของร่างสูง เลโอใช้แผ่นหลังดันประตูให้ปิดสนิทพร้อมกับกดล็อกกลอนอย่างแน่นหนา ชายหนุ่มตวัดวงแขนอุ้มร่างนุ่มนิ่มที่เอาแต่ซุกหน้ามุดลาดไหล่เขามาตลอดทางเดิน วางลงบนเตียงคิงไซส์ที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตาอย่างแสนจะทะนุถนอมทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสกับฟูกนุ่ม ปอป่านก็รีบพลิกตัวหนี หญิงสาวคว้าหมอนใบโตมากอดบังหน้าอกตัวเองไว้ ใบหน้าหวานที่เคยซีดเซียวจากพิษไข้ บัดนี้กลับแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูและลำคอ"คนบ้า... ไอ้ฝรั่งจอมลวงโลก! ปล่อยให้ฉันหลงคิดมาตลอดว่านายเป็นแค่ลูกจ้าง เป็นบอดี้การ์ดตกอับที่ต้องมาคอยรับคำสั่งฉัน" ปอป่านบ่นอุบอิบ ไม่กล้าเงยหน้าสบตากับทายาทมหาเศรษฐีตัวจริงที่กำลังยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างเตียง เลโอหัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก พับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือหนาเอื้อมไปดึงหมอนใบโตออกจากอ้อมกอดของหญิงสาว โยนมันทิ้งไปที่ปลายเตียงอย่างไม่ไยดี แล้วรวบตัวเจ้านายสาวจอมพยศเข้ามากอดไว้หลวมๆ"ผมขอโทษครับป่าน... ที่ต้องปิดบังความจริงมาตลอด" น้ำเสียงทุ้มห้าวที่เคยแฝงความกวนประส
"งะ... งานแต่งงาน!?"ปอป่านเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง มองหน้าผู้ใหญ่ทั้งสามสลับกันไปมาด้วยความตกตะลึง "แต่งงานอะไรกันคะ ป่านยังไม่มีแฟนเลยนะคะคุณพ่อ! แล้วทำไมจู่ ๆ ถึง...""ก็เพราะยังไม่มีน่ะสิ พ่อกับลุงไมเคิลถึงได้จัดการหาคนที่เหมาะสมไว้ให้แล้วไงล่ะลูก" ประทีปแสร้งตีหน้าขรึมและจริงจัง "หนูต้องแต่งงานกับลูกชายคนเดียวของลุงไมเคิลนี่เป็นข้อตกลงที่เราผู้ใหญ่คุยกันไว้ ตั้งแต่ตอนที่ลุงเขาให้เงินยี่สิบล้านมาช่วยพยุงฟาร์มเราแล้ว ถือเป็นการแต่งงานเพื่อล้างหนี้ และดองสองครอบครัวเข้าด้วยกัน"ปอป่านรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน หูอื้อไปชั่วขณะ... แต่งงานเพื่อใช้หนี้? คลุมถุงชนกับลูกชายมหาเศรษฐีที่เธอไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าเนี่ยนะ!? หญิงสาวหันขวับไปมอง 'บอดี้การ์ดหนุ่ม' ที่ยืนกอดอกอยู่มุมห้องโดยอัตโนมัติ สายตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและตัดพ้ออย่างปิดไม่มิด ทว่าเลโอกลับยืนนิ่ง สบตาเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก"ถ้า..." ปอป่านสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี "ถ้าคุณพ่อกับคุณลุงไม่ได้จะบังคับกันจนเกินไป... ป่านคงต้องขอบอกตรงๆ ว่า ป่านไม่สามารถแต่งงานกับลูกชายของคุณลุงได้ค่ะ""ทำไมล่ะหนูป่าน
บรรยากาศยามเย็นบริเวณหมู่บ้านจัดสรรขนาดเล็กท้ายตลาดอำเภอฝาง ค่อนข้างเงียบเหงาและห่างไกลจากผู้คน บ้านพักชั้นเดียวหลังคาสังกะสีที่ถูกเช่าไว้เป็นแหล่งกบดานชั่วคราว ปิดไฟมืดสนิทราวกับไม่มีคนอาศัยอยู่ ทว่าภายในห้องนั่งเล่นแคบ ๆ ศักดาและศักดิ์ชายกำลังนั่งกระดกเหล้าขาวเข้าปากด้วยความเครียดจัดกระเป๋าเสื้อผ้าใบย่อมถูกยัดลวก ๆ วางเตรียมพร้อมไว้บนโซฟา"น้า... ติดต่อไอ้หวังได้หรือยัง รถมันจะมารับพวกเราข้ามชายแดนกี่โมง ผมร้อนใจจะแย่อยู่แล้วนะ" ศักดิ์ชายเดินวนไปวนมา ขยี้ผมตัวเองอย่างบ้าคลั่ง"มึงจะเดินให้มันได้อะไรขึ้นมาวะไอ้ชาย! นั่งลง!" ศักดาตวาดลั่น ใบหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์"ไอ้หวังมันบอกว่ารอให้มืดกว่านี้อีกหน่อย ตอนนี้ด่านตรวจของพวกทหารพรานมันเข้มงวด... แม่งเอ๊ย! ไม่คิดเลยว่าอีนังเด็กปอป่านมันจะรอดจากลูกซองกูไปได้ แถมยังเอาตำรวจมาไล่บี้พวกเราอีก!" "ผมบอกแล้วไงว่าอย่าไปยุ่งกับไอ้ฝรั่งบอดีการ์ดนั่น ท่าทางมันไม่ธรรมดาตั้งแต่แรกแล้ว!" "มึงหุบปากไปเลย..."วี้หว่อ... วี้หว่อ... วี้หว่อ เสียงไซเรนของรถตำรวจหลายคันแผดเสียงดังแหวกความเงียบของหมู่บ้านเข้ามาใกล้ และหยุดลงที่หน้าบ้านเช่าของพวกเขาพอด
สามวันผ่านไป อาการไข้หวัดใหญ่ของปอป่านทุเลาลงจนกลับมาเป็นปกติ ส่วนข้อเท้าที่แพลงก็ยุบบวมลงมากจนสามารถเดินลงน้ำหนักเบาๆ ได้แล้ว หญิงสาวไม่ต้องนอนจับเจ่าอยู่แต่ในห้องอีกต่อไป เธอสามารถลงมานั่งรับลมที่ระเบียงหน้าบ้านใหญ่ได้ โดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์คอยเดินตามประกบเป็นเงาตามตัว ความสัมพันธ์ระหว่างปอป่านและเลโอพัฒนาไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางวิกฤต แม้จะไม่มีการเอ่ยปากระบุสถานะที่ชัดเจน แต่การกระทำที่แสนจะใส่ใจ สายตาที่ทอดมองกัน และรอยยิ้มที่มอบให้กัน ก็เพียงพอที่จะทำให้คนทั้งบ้านสวนฟาร์มสัมผัสได้ถึงความหวานชื่นที่อบอวลอยู่รอบตัวคนทั้งคู่"ทานแอปเปิลหน่อยนะครับคุณหนู ป้าจำเนียนเพิ่งปอกมาให้สดๆ เลย"เลโอเลื่อนจานผลไม้มาตรงหน้าหญิงสาวที่กำลังนั่งอ่านเอกสารสรุปยอดบัญชีอยู่บนโต๊ะกระจก "ขอบใจนะ" ปอป่านยิ้มรับ ใช้ส้อมจิ้มแอปเปิลเข้าปาก ก่อนจะถอนหายใจยาวเมื่อละสายตาจากแฟ้มเอกสาร"ยอดสั่งซื้อปุ๋ยลอตใหม่ที่เราติดต่อไปทางร้านขายส่งในตัวเมือง ได้ราคาถูกกว่าเดิมตั้งเกือบครึ่ง นี่ขนาดฉันเพิ่งเข้ามาดูระบบแค่ไม่กี่วัน ยังประหยัดเงินฟาร์มไปได้เป็นแสนคิดดูสิว่าตลอดสามปีที่ผ่านมา พวกนายศักดามันสูบเลือดสูบเนื้อฟาร์
ชายหนุ่มจัดการก่อกองไฟขึ้นมาอย่างชำนาญ เปลวไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ขับไล่ความหนาวเย็นให้ถอยร่นออกไป เลโอขยับตัวเข้ามานั่งซ้อนอยู่ด้านหลังหญิงสาว ดึงร่างที่สั่นงันงกของเธอเข้ามากอด เพื่อให้ความอบอุ่น"เราโชคดีที่มีไฟผิงนะครับคุณหนู แต่..." เลโอมองสภาพเสื้อผ้าที่เปียกโชกของคนในอ้อมแขน"ผมว่าเราคงต้องถอดเสื้อผ้าเปียก ๆ ออกมาผึ่งไฟเสียก่อน อย่างน้อยให้ มันหมาดก็ยังดี ไม่อย่างนั้นอุณหภูมิร่างกายคุณหนูจะลดต่ำลงจนช็อกได้นะครับ""บะ... บ้าเหรอ ฉันอายนะ" ปอป่านส่ายหน้ารัว ริมฝีปากที่ซีดเซียวปากคอสั่นกระทบกันจนดังกึกๆ"มะ... ไม่เป็นไรหรอก ผิงไฟไปแบบนี้แหละ เดี๋ยวไฟก็ดับแล้ว""ดื้ออีกแล้วนะครับ" ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ เขาไม่ได้ฟังคำทัดทานนั้น มือหนาเอื้อมไปจับที่ข้อเท้าขวาที่บวมช้ำของเธออย่างเบามือที่สุด เลโอค่อย ๆ ถอดรองเท้าผ้าใบที่เปียกชุ่มและถุงเท้าของเธอออกทีละข้าง เพื่อไม่ให้รัดข้อเท้าที่กำลังอักเสบ ความอ่อนโยนที่สวนทางกับรูปลักษณ์ดุดันของเขา ทำเอาหัวใจของปอป่านกระตุกวูบเมื่อถอดรองเท้าเสร็จ เลโอขยับตัวขึ้นมานั่งประจันหน้ากับเธอ แสงจากกองไฟสาดส่องกระทบใบหน้าหล่อเหลา นัยน์ตาสีน้







