Masuk“เอ่อ... ถึงจะไม่ใช่ชั้นเดียวกัน ไม่ใช่ตึกเดียวกัน แต่ก็ยังอยู่ในโครงการเดียวกัน มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา คีย์การ์ดล็อกชั้น ฉันก็ค่อยหมดห่วงหน่อย นี่กี่โมงแล้วล่ะนงลักษณ์?”
คุณพรรณษาเอ่ยถามเลขาคู่ใจ หลังจากที่ใช้เส้นสายและอำนาจเงินจัดการเซ็นสัญญาเช่าคอนโดหรูแบบสายฟ้าแลบเสร็จสรรพ
“บ่ายสามโมงแล้วค่ะคุณท่าน”
“โทรไปบอกหนูนิลรัตน์เดี๋ยวนี้ ว่าให้เตรียมตัว เก็บเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น ข้าวของที่ไปซื้อมาวันนี้ด้วย บอกว่าเรากำลังจะส่งรถไปรับ ให้ย้ายออกทันที... อ้อ บอกด้วยนะว่าเป็นห้องพัก ‘สวัสดิการของบริษัท’ ไม่ต้องให้เด็กมันคิดมากหรือเกรงใจ”
“ค่ะท่านประธาน” นงลักษณ์รับคำเจ้านายแล้วรีบกดโทรศัพท์หานิลรัตน์ทันที ปลายสายตกใจจนแทบทำโทรศัพท์ร่วง เมื่อได้ยินคำสั่งย้ายด่วน
“ทำไมเหรอคะพี่นงลักษณ์ รัตน์เกรงใจคุณท่านมากเลยค่ะ รัตน์อยู่ที่นี่มาตั้งนาน รัตน์อยู่ได้จริงๆ นะคะ”
“ไม่ต้องเกรงใจจ้ะน้องรัตน์ มันเป็นสวัสดิการของบริษัทจริงๆ รีบเก็บของเลยนะ เดี๋ยวพี่ไปส่งคุณท่านที่บ้านก่อนแล้วจะวนรถไปรับมาที่คอนโดใหม่ พักที่โครงการเดียวกับพี่นี่แหละ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น”
การย้ายบ้านเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับเสกมนตร์ นิลรัตน์เก็บของที่มีอยู่เพียงน้อยนิดใส่กระเป๋าผ้าใบเก่า
ไม่นานนัก รถฮอนด้า ซีวิค สีดำสนิท ดีไซน์โฉบเฉี่ยวซึ่งเป็นรถส่วนตัวของนงลักษณ์ก็แล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าปากซอย นิลรัตน์ถูกพามายังคอนโดมิเนียมหรูหราใจกลางเมือง เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นห้องพักใหม่ มันเป็นห้องชุดแบบหนึ่งห้องนอน ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น มีโซนครัวบิลต์อินเล็กๆ มี โต๊ะรับประทานอาหารกระจก โซฟาหนังนุ่มสบาย และทีวีจอแบนขนาดใหญ่ที่สำคัญ... แอร์เย็นฉ่ำ ถือว่าเป็นที่พักที่สะดวกสบายที่สุดในชีวิตของเธอเลยก็ว่าได้ เมื่อช่วยกันจัดของเข้าที่เสร็จ นงลักษณ์ก็นั่งพักดื่มน้ำเย็นๆ บนโซฟา การได้อยู่ลำพังกับผู้หญิงด้วยกันและมีอายุมากกว่า ทำให้นิลรัตน์กล้าที่จะเปิดอกคุย
“รัตน์ต้องกราบขอบคุณพี่นงลักษณ์และคุณท่านมากๆ เลยนะคะ ที่เมตตารัตน์ขนาดนี้” นิลรัตน์พนมมือไหว้อย่างซาบซึ้ง
“แต่... รัตน์แอบกังวลนิดหน่อยค่ะ พี่นงลักษณ์ก็เห็นว่าท่านรองประธานดูจะไม่ชอบขี้หน้ารัตน์เอามากๆ เลย ท่าทางเขาเหมือนจ้องจะจับผิดตลอดเวลา รัตน์กลัวจะ ทำงานได้ไม่ยืนยาวน่ะสิคะ” นงลักษณ์หัวเราะร่วน โบกมือไปมา
“โอ๊ย คุณพร้อมแกก็เป็นแบบนั้นแหละค่ะ เวลาแกถูกคุณท่านขัดใจ แกก็จะพาลเอา ตีโพยตีพายไปเรื่อย แค่เราทำหน้าที่ของเราให้เป๊ะ ไม่มีช่องโหว่ให้แกตำหนิได้ก็พอ พี่จะบอกเคล็ดลับให้นะคะ... พรุ่งนี้เช้า พอคุณพร้อมเข้ามา รัตน์ก็ชงกาแฟดำไปเสิร์ฟ วางตารางงานที่พรินต์ออกมาให้เรียบร้อยบนโต๊ะ แล้วก็ถอยออกมารอรับคำสั่งหน้าห้อง ถ้าแกต้องการอะไร แกจะกดอินเตอร์คอมเรียกเอง ไม่ต้องไปต่อล้อต่อเถียงแกมาก ปล่อยให้แกบ่นไปเดี๋ยวแกก็เหนื่อยเองค่ะ”
“ขอบคุณค่ะพี่นงค์ รัตน์จะจำไว้และจะอดทนให้ถึงที่สุดค่ะ”
“รัตน์พักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ต้องรับศึกหนัก ถ้ามีปัญหาอะไรโทรหาพี่ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนะ”
นงลักษณ์ยื่นนามบัตรให้แล้วขอตัวกลับไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเองซึ่งอยู่อีกตึกหนึ่ง
ขณะเดียวกัน ที่เพนต์เฮาส์หรูอีกฝั่งของเมือง ‘พร้อมภัทร์’ กำลังเดินงุ่นง่านไปมาด้วยความหงุดหงิด มือหนายกแก้ววิสกี้ชั้นดีขึ้นสาดลงคอ ความร้อนผ่าวไหลบาดลำคอแต่ก็ไม่อาจดับความคุกรุ่นในใจได้
“คุณแม่นะคุณแม่... ไม่รู้ไปถูกชะตาอะไรกับยัยเลขาโหดนั่นนักหนา ท่าทางก๋ากั่น ปากคอเราะร้าย กล้าต่อปากต่อคำแถมยังภูมิใจที่ตีเข่าเจ้านายเก่าอีก ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง คอยดูเถอะ ฉันจะใช้งานให้หนัก แกล้งให้ร้องไห้วิ่งหนีกลับไปเขียนใบลาออกภายในหนึ่งอาทิตย์เลยคอยดู!”
ชายหนุ่มหมายมาดในใจ แววตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย
เช้าวันรุ่งขึ้น นิลรัตน์ตื่นแต่เช้าตรู่ อาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดทำงานตัวใหม่ที่เพิ่งได้มา มันเป็นเดรสเข้ารูปสีน้ำเงินเข้มที่คัตติ้งเนี้ยบกริบ ขับผิวขาวเนียนของเธอให้สว่างวาบขึ้นไปอีกรองเท้าส้นสูงสีนู้ดเข้าคู่กัน ทำให้เธอดูสวยสง่า ทรวดทรงองค์เอวที่เคยซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าเก่าๆ บัดนี้ถูกเผยให้เห็นความโค้งเว้าชัดเจน
เธอเดินทางมาถึงบริษัทในเวลาเจ็ดโมงยี่สิบนาที เช้ากว่าเวลาเข้างานเกือบชั่วโมง หญิงสาววางกระเป๋าไว้ที่โต๊ะหน้าห้องทำงานเจ้านาย เดินสำรวจห้องแพนทรีเล็กๆ เพื่อเตรียมความพร้อม ชงกาแฟและกินแซนด์วิชรองท้อง จัดเตรียมเอกสารและตารางงานอย่างคล่องแคล่วแปดโมงครึ่ง เสียงลิฟต์ผู้บริหารดัง ‘ติ๊ง’ ร่างสูงสง่าในชุดสูทแบรนด์เนมสั่งตัดเข้ารูปเดินล้วงกระเป๋าออกมา ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึง นิลรัตน์รีบลุกขึ้นยืนส่งยิ้มการค้าที่ฝึกมาอย่างดี“อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านรอง” แทนที่เขาจะรับไหว้หรือกล่าวทักทายตอบ พร้อมภัทร์กลับหยุดยืนหน้าโต๊ะเธอ ดวงตาคมกวาดมองชุดสวยบนร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้า แอบตะลึงในความสวยสะดุดตาไปชั่วแวบหนึ่ง แต่ด้วยทิฐิที่มีมากกว่า เขาจึงเหยียดยิ้มร้ายกาจ
“ชุดสวยดีนี่... เมื่อวานผลาญเงินแม่ฉันไปได้เท่าไหร่ล่ะ?” น้ำเสียงนั้นเย้ยหยันชัดเจน หวังจะเห็นความอับอายบนใบหน้าสวยๆ นั่น นิลรัตน์สูดลมหายใจ ข่มความโกรธที่ตีตื้นขึ้นมาในอก
“ขออนุญาตไม่ตอบนะคะท่านรอง นี่มันเรื่องส่วนตัวระหว่างดิฉันกับท่านประธานค่ะ หากท่านรองไม่มีอะไรจะสั่งงาน เชิญท่านรองเข้าห้องดีกว่านะคะ เดี๋ยวเลขาจะเข้าไปเสิร์ฟกาแฟให้ค่ะ” ชายหนุ่มแค่นเสียงในลำคอ
“หึ! อวดดี... ถือว่ามีคุณแม่คอยให้ท้ายคุ้มกะลาหัวอยู่ล่ะสิ” เขาผลักประตูห้องทำงานเข้าไปอย่างหัวเสีย แต่พอเดินไปที่โต๊ะทำงาน ก็ต้องชะงัก กองเอกสารที่เคยรกรุงรังถูกจัดหมวดหมู่แยกสีอย่างเป็นระเบียบ แฟ้มเซ็นด่วนวางไว้ตรงกลาง บนสุดมีกระดาษโน้ตพิมพ์ตารางงานของวันนี้อย่างชัดเจนอ่านง่าย
“เรื่องงานก็ดูไม่เลวนี่... เรียบร้อยดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวที่มาจากดาวไถ” เ
ขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ นั่งลงบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ร่างบางเดินถือถาดกาแฟเข้ามา กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดลอยเตะจมูก เธอวางถ้วยกระเบื้องเคลือบลงตรงหน้าเขาอย่างนุ่มนวล กำลังจะหันหลังเดินออกไปตามคำแนะนำของนงลักษณ์
“เดี๋ยว!” เสียงเข้มตวัดเรียก นิลรัตน์หยุดชะงัก หันกลับมามอง “ คะท่านรอง?” เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบเพียงนิดเดียว แล้ววางกระแทกลงบนจานรองจนเกิดเสียงดัง “กาแฟนี่มันขมปี๋! ฉันไม่ได้กินรสชาตินี้ เอาไปเปลี่ยน!”
“มันก็ต้องขมสิคะท่านรอง ก็มันคือกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่นม”
“แล้วใครหน้าไหนบอกเธอว่าฉันทานรสนี้ฮะ!?”
“คุณท่านเป็นคนบอกดิฉันเองค่ะ ว่าท่านรองโปรดกาแฟดำในตอนเช้า...” เธอตอบกลับเรียบๆ ไม่สะทกสะท้าน
“แต่ถ้าเช้านี้ท่านรองรู้สึกขมคอ อยากจะเปลี่ยนมากินหวาน จะให้ดิฉันใส่สารให้ความหวานแทนน้ำตาลกี่ซองดีคะ? หรือจะรับเป็นน้ำผึ้งแท้ หนึ่งช้อน สองช้อน หรือสามช้อนดีคะ สั่งมาได้เลยค่ะ ดิฉันพร้อมบริการ”
“เรื่องแค่นี้คิดเองไม่ได้หรือไง!! แล้วจะเป็นเลขาผู้บริหารได้ยังไงฮะ ถามจุกจิกน่ารำคาญ!”
“ดิฉันมาเป็นเลขาค่ะ...” นิลรัตน์ยิ้มหวานแต่ตาไม่ยิ้ม
“ไม่ได้มาเป็น ‘เมีย’ ถึงจะได้นั่งในใจท่านรองและรู้ใจไปซะทุกอย่าง ว่าวันไหนอยากขม วันไหนอยากหวาน”
“นี่เธอ!!” พร้อมภัทร์ตบโต๊ะผาง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชี้หน้าหญิงสาว
“กล้าต่อปากต่อคำกับฉันเหรอ! เธอคงลืมไปแล้วสินะว่าเธอเป็นเลขาของฉัน รับเงินเดือนจากงบแผนกฉัน ไม่ใช่เลขาแม่ฉัน ถ้าฉันไม่พอใจ ฉันเซ็นใบไล่เธอออกได้ทุกเมื่อ!”
“ทราบสิคะ” นิลรัตน์ยังคงรักษาความเยือกเย็น
“แต่คุณท่านประธานก็เพิ่งบอกดิฉันไว้เมื่อวานเช่นกันค่ะ ว่าถ้าเรื่องงานของดิฉันไม่มีอะไรผิดพลาดบกพร่อง ก็ไม่ต้องกลัวว่าใครหน้าไหนจะกล้าไล่ออก... ดิฉันขอตัวไปทำงานต่อนะคะ”
เมื่อถึงเวลาอันเป็นมงคล เสียงเพลงมาร์ชวิวาห์บรรเลงขึ้น ประตูบานใหญ่เปิดออก คุณดิลกควงแขนบุตรสาวเดินก้าวไปตามพรมแดงที่ปูทอดยาวมุ่งหน้าสู่แท่นพิธีที่ปลายทางนั้น ร่างสูงใหญ่กำยำของเจคอปในชุดสูททักซิโด้สีขาวตัดกับกางเกงสีดำยืนรออยู่อย่างสง่างาม นัยน์ตาคู่คมทอดมองเจ้าสาวของเขาด้วยความคลั่งรักและหลงใหลอย่างไม่มีปิดบัง เมื่อคุณดิลกส่งมอบมือของเกวลินให้กับเจคอป ชายหนุ่มรับมือเรียวบางมากุมไว้ ริมฝีปากหยักลึกจุมพิตลงบนหลังมือของเธออย่างทะนุถนอม"คุณสวยจนผมอยากจะข้ามพิธีการแล้วพาคุณเข้าห้องหอเดี๋ยวนี้เลย"เจคอปกระซิบหยอกเย้า ทำเอาเจ้าสาวหน้าแดงเรื่อบาทหลวงเริ่มกล่าวคำประกอบพิธีตามหลักศาสนา เมื่อถึงช่วงเวลาการกล่าวคำสาบาน เจคอปมองลึกเข้าไปในดวงตาของเกวลิน น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและกังวานไปทั่วห้อง "ผม... เจคอป แบล็กเวลล์ ขอรับคุณ เกวลิน เป็นภรรยา สัญญาว่าจะรัก เทิดทูน และซื่อสัตย์ต่อคุณเพียงผู้เดียว ไม่ว่าจะในยามสุขหรือยามทุกข์ อันตรายทั้งปวง และจะเป็นสามีที่มอบความรักให้คุณอย่างไม่มีเงื่อนไข ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต"เกวลินกลืนก้อนสะอื้น น้ำตาแห่งความสุขไหลริน เธอเอ่ยคำสาบานตอบด้วยน้ำเสียงท
"เจคอป... ตรงนี้มันโล่งแจ้งเกินไปนะ..." เกวลินกระซิบเสียงสั่น มองซ้ายมองขวาด้วยความเขินอาย "เกาะนี้มีแค่เราสองคนครับฮันนี่... ไม่มีใครเห็นหรอก"ชายหนุ่มตอกย้ำความมั่นใจด้วยการโน้มใบหน้าลงไปบดจูบเรียวปากอวบอิ่มอย่างเร่าร้อนและดุดัน รสจูบที่เค็มปร่าจากไอทะเลผสมผสานกับความหอมหวานจากโพรงปากเล็กสร้างความมัวเมาจนยากจะถอนตัวมือหนาลากไล้ลงไปใต้ผิวน้ำ บีบเคล้นสะโพกกลมกลึงและเรียวขางามอย่างหลงใหล เจคอปจับร่างของหญิงสาวให้ลอยตัวขึ้นเหนือน้ำเล็กน้อย ก่อนจะจับความแข็งแกร่งดุดันที่พร้อมรบสอดแทรกทะลวงฝ่าสายน้ำเข้าสู่กึ่งกลางกายสาวที่บัดนี้อ่อนนุ่มและพร้อมต้อนรับเขาอย่างเต็มที่"อ๊าา!.ซี๊ดดด..ดีจัง ..."เกวลินเบิกตากว้าง ร้องครางระงม สองมือเรียวโอบกอดรอบลำคอหนาไว้แน่นเพื่อพยุงตัว ความรู้สึกของการร่วมรักกลางทะเลมันช่างตื่นเต้นและเสียวซ่านจนอธิบายไม่ถูก แรงต้านของน้ำยิ่งทำให้การขยับเข้าออกของชายหนุ่มฝืดเคืองและหนักแน่นขึ้น บีบรัดตัวตนของเขาจนต้องคำรามเสียงต่ำด้วยความสยิว"ซี๊ดดด... เกล... คุณรัดผมแน่นมาก... อาาา..."ชายหนุ่มโหมกระหน่ำแรงกระแทกกระทั้นเข้าใส่ร่างบางอย่างเอาแต่ใจ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดั
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ข่าวการเตรียมงานแต่งงานระดับช้างระหว่างเจคอป แบล็กเวลล์ มหาเศรษฐีหนุ่มลูกครึ่ง และเกวลิน รองประธานบริษัทเจริญวารี กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่สื่อทุกสำนักต่างให้ความสนใจ ทว่าก่อนที่งานวิวาห์จะเริ่มต้นขึ้น ยังมีคลื่นใต้น้ำระลอกสุดท้ายที่เจคอปต้องจัดการให้เรียบร้อย นั่นคือเรื่องของครอบครัวในบ่ายวันอาทิตย์ที่อากาศแจ่มใส เจคอปและเกวลินเดินทางมายังบ้านพักตากอากาศหลังใหญ่ของครอบครัวเจริญวารีที่ชานเมืองจุดประสงค์หลักคือการมาพบกับ 'คุณดิลก' บิดาของหญิงสาวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะเจ้าหนี้หน้าเลือด แต่ในฐานะลูกเขยที่มารอขอขมาและสู่ขอบุตรสาวด้วยความจริงใจคุณดิลกนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเคร่งเครียดปนหวาดหวั่น แม้หนี้สินห้าร้อยล้านจะถูกยกยอดไปแล้วแต่ความรู้สึกผิดที่เคยเอาลูกสาวไปขัดดอกยังคงฝังลึกอยู่ในใจ ทันทีที่เจคอปเดินเข้ามา ชายสูงวัยก็แทบจะลุกขึ้นก้มหัวให้ ทว่าเจคอปกลับเดินเข้าไปทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าคุณดิลกอย่างไม่ถือตัวสร้างความตกตะลึงให้กับเกวลินและบิดาเป็นอย่างมาก"คุณเจคอป... ทำอะไรครับ ลุกขึ้นเถอะ ผมต่างหากที่ต้องคุกเข่าขอโทษคุณ"คุณดิลกละล
ทั้งสองนั่งจิบไวน์และพูดคุยกันถึงอนาคต การสร้างครอบครัว และการวางแผนงานแต่งงานที่จะจัดขึ้นในเดือนหน้า ทุกวินาทีที่ผ่านไปเต็มไปด้วยความเข้าใจและการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เมื่อแชมเปญแก้วสุดท้ายหมดลง เจคอปลุกขึ้นยืน ยื่นมือมาตรงหน้าหญิงสาว เกวลินวางมือเรียวลงบนฝ่ามือหนา ปล่อยให้เขาดึงร่างของเธอให้ลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มรวบตัวเธอเข้ามากอด ซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายละมุนเข้าปอดลึกๆ"ผมรักคุณนะเกล... รักจนไม่รู้จะบรรยายออกมายังไง"น้ำเสียงทุ้มต่ำพึมพำชิดผิวเนื้อเนียน"ฉันก็รักคุณค่ะเจคอป... รักทุกอย่างที่เป็นคุณ"เจคอปช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอก ก้าวยาวๆ พาเธอเข้าไปในห้องนอนกว้าง จัดการวางร่างอรชรลงบนเตียงคิงไซส์อย่างทะนุถนอม ค่ำคืนนี้ไม่มีความรุนแรงป่าเถื่อน ไม่มีการบังคับขู่เข็ญ มีเพียงความรักและความปรารถนาอันลึกซึ้งที่พร้อมจะมอบให้กันและกัน ชายหนุ่มค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของหญิงสาวออกทีละชิ้นอย่างใจเย็น สายตาคู่คมทอดมองเรือนร่างขาวผ่องดั่งประติมากรรมชิ้นเอกด้วยความหลงใหลฝ่ามือร้อนหนาลากไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า บีบเคล้นทรวงอกอวบอิ่มอย่างแผ่วเบาและอ้อยอิ่ง ปลายลิ้นร้อนชื้นพรมจูบไปทั่
"คนบ้า! ใครจะไปหื่นกามเหมือนคุณกันล่ะ ตื่นมาก็คิดแต่เรื่องลามกเลยนะ"เกวลินแหวใส่หน้าแดงเรื่อ ยกมือขึ้นตีแผงอกกว้างเบาๆ แก้เขิน"ก็เมียผมน่ากินขนาดนี้ จะให้ผมบวชเป็นพระหรือไงครับ" ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า โน้มใบหน้าลงมาฝังจมูกโด่งลงบนพวงแก้มเนียน ฟอดใหญ่ สูดดมความหอมละมุนเข้าปอดลึกๆ "วันนี้ไม่ต้องเข้าบริษัทได้ไหม... ผมอยากนอนกอดคุณอยู่บนเตียงนี้ทั้งวันเลย ร่างกายผมยังต้องการการ 'ฟื้นฟู' อยู่นะครับ""หยุดเอาเรื่องป่วยมาอ้างได้แล้วค่ะเจคอป ความลับคุณแตกไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ" หญิงสาวส่ายหน้ายิ้มๆ พยายามแกะมือปลาหมึกของเขาออก "วันนี้เรามีประชุมบอร์ดบริหารนัดสำคัญเรื่องการควบรวมกิจการนะคะ คุณในฐานะประธานบริหารสูงสุดของแบล็กเวลล์กรุ๊ปจะเบี้ยวไม่ได้เด็ดขาด และฉันก็ต้องไปพรีเซนต์งานในส่วนของเจริญวารีด้วย ลุกไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลยค่ะ"เจคอปถอนหายใจยาวอย่างขัดใจ ทว่าก็ยอมผละออกจากร่างนุ่มนิ่มอย่างแสนเสียดาย ชายหนุ่มรู้ดีว่าเกวลินเป็นผู้หญิงบ้างานและมีความรับผิดชอบสูงขนาดไหน และนั่นก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้เขาหลงใหลเธอจนโงหัวไม่ขึ้น ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นจากเตียง อวดเรือนร่างกำยำเปลือยเปล่าอย่างไม่อาย
"สัญญาขัดดอกมันมีอายุแค่หนึ่งปี... แต่สัญญาฉบับนี้ มันมีอายุไปตลอดชีวิต" เจคอปจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว แววตาของเขาจริงจังและเปี่ยมไปด้วยความรักที่ล้นทะลัก "แต่งงานกับผมนะเกล... มาเป็นเจ้าชีวิตของผม เป็นแม่ของลูกผม และเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมจะรักและหลงใหลไปจนลมหายใจสุดท้าย"หยาดน้ำตาแห่งความสุขไหลรินอาบแก้มเนียน เกวลินมองแหวนเพชรบนนิ้วสลับกับใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอ กำแพงในใจถูกทุบทำลายลงจนหมดสิ้น หญิงสาวไม่หลงเหลือความลังเลใดๆ อีกต่อไป เธอพยักหน้ารับคำขอแต่งงานพร้อมกับรอยยิ้มที่สวยงามที่สุดในชีวิต"ตกลงค่ะเจคอป... เกลจะแต่งงานกับคุณ""เยส!" ชายหนุ่มร้องคำรามด้วยความดีใจสุดขีด ก่อนจะรวบตัวเธอเข้ามากอดแนบอก บดจูบเรียวปากอวบอิ่มอย่างดูดดื่มและหอมหวานที่สุด "ขอบคุณครับคนดี... ผมสัญญาว่าจะเป็นสามีที่ดูแลคุณอย่างดีที่สุด... และจะเป็นสามีที่ 'ขี้เอา' ที่สุดของคุณคนเดียวตลอดไปเลยครับ!""คนบ้า! เลิกหื่นสักนาทีจะได้ไหมเนี่ย!"เกวลินตีแผงอกกว้างแก้เขิน เสียงหัวเราะแห่งความสุขดังก้องไปทั่วเพนต์เฮาส์หรู บทสรุปของพันธนาการหนี้สินขัดดอกได้สิ้นสุดลงแล้ว ทว่าสั







