Se connecterเสียงไซเรนของรถฉุกเฉินดังก้องไปทั่วบริเวณกว้าง แม้จะเป็นเวลาดึกแต่ก็ยังมีนักท่องราตรีหลายคนยืนมองรถพยาบาลสองคันที่เข้ามาจอดเพื่อรับคนเจ็บหลังจากลูกน้องของชวินทร์โทรไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
ร่างสองร่างที่ชุ่มไปด้วยเลือดถูกพาขึ้นรถคนละคันอย่างรวดเร็วจะแล่นออกจากบริเวณนี้ไปอย่างรวดเร็วทิ้งแค่ไว้ร่องรอยเลือดที่กองอยู่บนพื้น
รถฉุกเฉินวิ่งด้วยความเร็วสูงพร้อมกับเสียงไซเรนเพื่อให้รถที่อยู่บนท้องถนนหลีกทางให้ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีรถทั้งสองคันก็มาจอดที่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง
เจ้าหน้าที่พยาบาลวิ่งกันวุ่นพยายามขนาบข้างเตียงเข็นที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงเพื่อพาคนเจ็บไปยังห้องฉุกเฉินที่ตอนนี้มีหมอและและพยาบาลรอรับมือตั้งแต่ได้รับแจ้งเหตุแล้ว
“คนเจ็บรายแรกผู้ชาย ถูกยิงที่ไหล่ซ้ายและสีข้าง เสียเลือดมากแต่สัญญาณชีพยังคงที่” เสียงพยาบาลที่ออกไปรับผู้ป่วยรายงานอาการเบื้องต้นให้กับหมอประจำห้องฉุกเฉินทราบ
“เตียงหนึ่งเลยค่ะ” พยาบาลบอกจากนั้นหมอคนแรกก็เข้าไปตรวจดูอาการ
“รายที่สองผู้หญิง อาการวิกฤต ถูกยิงที่หน้าท้อง ความดันต่ำมากหัวใจกำลังจะหยุดเต้น”
“เตียงนี้เลยครับ” หมออีกคนบอกก่อนจะตามเข้าไปตรวจอาการ
ตอนนี้ทุกคนในห้องฉุกเฉินต่างพากันให้ช่วยทั้งสองเตียงอย่างเต็มที่โดยเฉพาะเตียงของวรัลฌาดูจะน่าเป็นห่วงมากกว่า
เครื่องกระตุ้นหัวใจถูกนำมาใช้ทันทีในห้องฉุกเฉินเมื่อหัวใจของหญิงสาวหยุดเต้น เสียงตะโกนสั่งการที่สับสนวุ่นวาย
“หัวใจเธอกลับมาแล้ว แต่เสียเลือดมาก เราต้องผ่าตัดด่วน” เสียงตะโกนสั่งจากนั้นร่างของวรัลฌาก็ถูกเข็นออกมา
รถเข็นที่มีร่างของหญิงสาวถูกพาไปยังห้องผ่าตัด ก่อนจะตามมาด้วยรถเข็นอีกคันที่ชวินทร์นอนอยู่บนนั้น
ลูกน้องของชวินทร์รีบวิ่งตามไปติด ๆ ด้วยความเป็นห่วงพวกเขาไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใครแต่เมื่อเจ้านายบอกว่าให้ช่วยทุกคนก็ไม่มีข้อกังขา
สองชั่วโมงผ่านไป
หน้าห้องผ่าตัดลูกน้องของชวินทร์นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หนุ่มเดินกันให้ขวักไขว่เพราะเจ้านายของเขาถูกพาเข้าไปด้านในนานกว่าสองชั่วโมงแล้ว
“นายว่าเจ้านายจะปลอดภัยไหมวะธนัช” ปิติถามเพื่อนที่เดินวนไปมาด้วยความกังวลไม่ต่างกัน
“ฉันไม่รู้แต่ก็หวังว่าเขาจะปลอดภัยนะ จุดที่โดนยิ่งไม่ได้สำคัญเท่าไหร่เท่าที่ดูก็ไม่ได้เสียเลือดมากด้วย” เขาตอบเพื่อให้อีกคนสบายใจแต่ตัวเองก็ยังคงทำหน้าเครียด
“แล้วทำไมถึงยังผ่าตัดไม่เสร็จล่ะหรือเกิดอะไรขึ้นในนั้น”
“ไม่หรอกน่า” ธนัชพยายามมองบวกไว้ก่อน ถ้าเจ้านายเป็นอะไรไปพวกเขาคงไม่ให้อภัยตัวเองที่ประมาทมากไปหน่อยจนทำให้เจ้านายถูกทำร้าย
ทั้งสองคนเดินวนไปมาอยู่ไม่นานประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก
“หมอครับ คุณชวินทร์เป็นยังไงบ้าง” ปิติรีบเข้าไปถามเป็นคนแรกและธนัชเดินตามไปติด ๆ
“เราผ่าเอากระสุนปืนออกแล้วตอนนี้คนไข้ปลอดภัยดี แต่ต้องอยู่ห้องสังเกตอาการพอครบสองชั่วโมงถึงจะย้ายเข้าห้องพักได้”
“ขอบคุณครับ” ปิติกล่าวขอบคุณและถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
“แล้วคนเจ็บผู้หญิงล่ะครับ” ธนัชถามขึ้นบ้างเพราะผู้หญิงคนนั้นก็มีส่วนที่พวกเขาต้องรับผิดชอบด้วย
“ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันเธออยู่อีกห้องหนึ่ง”
“ปกติใช้เวลาผ่าตัดนานไหมครับ” ชายหนุ่มถามเพิ่ม
“ปกติก็ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงครับ แต่ถ้ากระสุนอยู่ในจุดที่ฝังลึกก็จะใช้เวลานานหน่อย”
“แต่จะปลอดภัยใช่ไหมครับ”
“ผมก็ให้คำตอบไม่ได้ เอาเป็นว่ารอก่อนก็แล้วกันนะครับเดี๋ยวคนในห้องก็น่าจะออกมาจ้างข่าว ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ขอบคุณครับหมอ” ทั้งปิติและธนัชยกมือของคุณก่อนจะนั่งลงแต่สายตายังมองไปทางห้องผ่าตัดอีกห้องที่ไฟเหนือประตูยังเปิดอยู่
“นายรออยู่ตรงนี้นะฉันจะไปดูเจ้านายหน่อย” ปิติบอกก่อนจะเดินออกไป
ผ่านไปเกือบสามชั่วโมงประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออกธนัชรีบเดินเข้ามาถามอาการด้วยแววตาเป็นกังวล
“หมอครับ เธอเป็นยังไงบ้างครับ”
“คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่เสียเลือดมากเกินไป กระสุนนัดที่สองเกือบโดนจุดสำคัญ ตอนนี้เราห้ามเลือดและเย็บปิดแผลเรียบร้อยแล้ว แต่ยังต้องรอดูอาการในห้อง ICU เพราะคนไข้หยุดหายใจไปชั่วขณะระหว่างผ่าตัดคงต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดเพราะเธอเสียเลือดมาก เธอต้องอดทนผ่านยี่สิบสี่ชั่วโมงแรกไปให้ได้”
“แล้วผมต้องทำยังไงต่อครับ”
“คุณกลับไปก่อนก็ได้ ถ้าคนไข้รู้สึกตัวทางโรงพยาบาลจะติดต่อไปเองคุณเป็นญาติเธอใช่ไหมครับ”
“ผมเป็นคนเจอเธอครับ แต่เรื่องค่าใช้จ่ายผมจะรับผิดชอบเองทั้งหมด”
“ถ้าอย่างนั้นผมรบกวนคุณติดต่อพยาบาลที่ห้องฉุกเฉินด้วยนะครับ ของใช้เธอน่าจะอยู่ที่นั่นเผื่อว่าจะหาทางติดต่อญาติเธอได้”
“ครับ ขอบคุณมากครับหมอ”
เมื่อคุณหมอเดินไปแล้วธนัชก็เดินไปหาปิติที่นั่งอยู่หน้าห้องสังเกตอาหาร
“ว่าไงบ้าง เธอปลอดภัยไหม”
“หมอเอากระสุนออกแล้วแต่ต้องรอให้ผ่านยี่สิบสี่ชั่วโมงถึงจะแน่ใจว่าเธอไม่เป็นอะไรแล้วเจ้านายล่ะ”
“ยังไม่ฟื้นเลย พยาบาลบอกว่าน่าจะเช้านู่นแหละยาสลบถึงจะหมดฤทธิ์ เรากลับกันก่อนไหม”
“ฉันว่าจะไปเอากระเป๋าของผู้หญิงคนนี้หน่อย เผื่อจะมีโทรศัพท์เธออยู่ในนั้น เราจะได้โทรแจ้งญาติของเธอด้วย”
“ไม่ต้องหรอก” ปิติรีบห้าม
“ทำไมล่ะ เผื่อทางบ้านเธอจะติดต่อมา”
“โทรศัพท์ของเธออยู่ที่ฉัน”
“นายไปเอามาตอนไหน”
“ฉันเก็บมาจากที่เกิดเหตุ แต่ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วไม่เห็นมีใครติดต่อเธอมาเลย ฉันว่าเรารอให้เช้าก่อนแล้วค่อยคิดใหม่ว่าจะเอายังไงกับเธอดี” เขาอธิบายจากนั้นสองคนก็พากันกลับบ้านและจะมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งในเวลาเช้า
เช้าวันใหม่วรัลฌาไปทำงานด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เธอไม่ได้มีความกังวลอีกต่อไป แม้ตอนที่เดินเข้าแผนกจะเห็นปวริศายืนมองอยู่ด้วยสายตาจิกกัดเหมือนเดิมก็ตาม“ดูอารมณ์ดีจังนะกวาง แน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะทำงานที่นี่ต่อ” ปวริศาเดินเข้ามาทักพร้อมรอยยิ้มเยาะวรัลฌาหยุดฝีเท้าแล้วหันไปยิ้มตอบอย่างสุภาพ“ค่ะพี่ริศา กวางตัดสินใจแล้วว่าจะทำงานที่นี่ บ่ายนี้ก็จะเซนต์สัญญาแล้วค่ะ เพราะกวางรู้แล้วว่าความจริงมันเป็นยังไงส่วนความหวังดีของพี่ริศา กวางรับรู้ด้วยใจจริงค่ะ” เธอยิ้มอ่อนแต่แววตาแฝงไปด้วยความสะใจใบหน้าที่เคยยิ้มเยาะของปวริศาชาวาบและซีดลงทันทีเมื่อแผนทำให้ทั้งสองผิดใจกันไม่ได้ผล ยังไม่ทันที่ปวริศาจะได้พูดอะไรเสียงเย็นเฉียบของชวินทร์ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน“ริศา เข้าไปพบผมที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้”ชวินทร์เดินผ่านไปโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าปวริศา เขาปรายตามองวรัลฌาด้วยความอ่อนโยนเพียงชั่วครู่ก่อนจะเดินเข้าห้องทำงานไป ปวริศาจำต้องเดินตามเข้าไปด้วยหัวใจที่เริ่มสั่นระรัวภายในห้องทำงานที่เงียบสงัด ชวินทร์นั่งลงที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งสายตาที่มองดูรุ่นน้องเยือกเย็น“ท่านรองเรียกริศามาแต่เช้า มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล
ชวินทร์เปิดประตูรถให้เธอตามปกติ ก่อนจะเดินอ้อมกลับเข้าไปนั่งยังตำแหน่งคนขับ“กวาง” เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ“มีอะไรคะ” วรัลฌาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาที่สั่นไหวของเธอกำลังพยายามปิดบังความรู้สึกเอาไว้ เธออยากถามว่าสิ่งที่ปวริศาพูดเป็นความจริงไหม แต่ก็ไม่กล้า“อย่าสนใจคำพูดของคนอื่น เรื่องความรักกับหนี้บุญคุณไม่เกี่ยวกัน”วรัลฌาหันไปมองหน้าเขาทันที คำพูดของชวินทร์ทำให้น้ำตาที่เธอกลั้นไว้พังทลายลงมาทันที ชวินทร์ดึงเธอเข้ามากอดด้วยความรักความอบอุ่นที่เขามีให้เธอเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น“คุณชวินทร์ได้ยินเหรอคะ”“ใช่ครับ ผมได้ยินทั้งหมด กวางอย่าคิดมากนะ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีกว่าเราสองคนหรอกนะ”“กวางแค่กลัวค่ะ กลัวว่าคุณจะทำเพราะหน้าที่”“ถ้ามันเป็นแค่บุญคุณผมคงไม่พากวางไปที่บ้าน ผมคงไม่ไปคุยกับแม่ของกวางหรอกนะ ผมมีแฟนมาหลายคนแต่ไม่เคยให้พ่อกับแม่ไปเจอครอบครัวของฝ่ายหญิงเลยนะ” เขาพูดอย่างจริงจังแล้วเช็ดน้ำตาเธอออกเบา ๆ“แล้วพี่ริศารู้เรื่องเราได้ยังไงคะ”“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”“ไม่ใช่ว่าคุณเล่าให้พี่เขาฟังนะคะ เมื่อกี้เขาเรียกคุณว่าพี่ชวินทร์ด้วยนะคะ คุณสนิทกันมากกว่าที่เล่าให้กว
บรรยากาศหลังเลิกงานในออฟฟิศค่อนข้างเงียบ วรัลฌานั่งทำงานอยู่เดียวด้วยความใจเย็น แม้ว่าจะเลยเวลาเลิกงานมาพักใหญ่แล้ว แต่เธอก็ยังเลือกที่จะนั่งรอชวินทร์ที่กำลังประชุมอยู่สำหรับหญิงสาวแล้วการได้นั่งรอคนรักและกลับออกไปจากบริษัทพร้อมกันไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ ความสัมพันธ์ที่มั่นคงและเปิดเผยทำให้เวลาในแต่ละวันเต็มไปด้วยความสุขโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นทำให้วรัลฌาละสายตาจากหน้าจอ เธอยิ้มออกมาทันทีเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ“ประชุมเสร็จแล้วเหรอคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเพราะรู้ว่างานของเขามันเครียดมาก“เสร็จแล้วครับกวาง แต่ผมขอเวลาจัดการอีเมลด่วนอีกสักสิบนาทีนะเสร็จแล้วจะเดินไปหานะ” ปลายสายตอบกลับมาด้วยเสียงที่ฟังดูเหนื่อยแต่ยังคงมีความอบอุ่นเสมอ“ได้ค่ะ กวางรอได้คุณชวินทร์ไม่ต้องรีบนะคะ”วรัลฌายังไม่ทันได้กดวางสาย เสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นกระเบื้องดังอย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอก็ใกล้เข้ามาเสียก่อน เธอเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพบกับปวริศาเดินมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“กวางยังไม่กลับเหรอ”“ยังค่ะ”“งั้นเข้าไปคุยกับพี่ในห้องหน่อยสิ มีเรื่องงานจะแจ้งน่ะ”“ได้ค่ะพี่ริศา” เธอยังไม่ได้กดตัดสาย
“หายเหนื่อยหรือยังคะ” วรัลฌาถามเสียงแผ่ว พลางซบหน้ากับอกอุ่น“หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยครับ แต่เหมือนจะเริ่มหิวใหม่อีกรอบแล้วสิ” เขาแกล้งแหย่จนหญิงสาวต้องตีแขนเขาเบาๆ“ไม่ได้นะคะ กวางไม่อยากไปทำงานสาย”“เมียจ๋า ผัวขอได้ไหม” เขาอ้อนอีกครั้ง“คุณชวินทร์....เรียกแบบนี้กว่ากลัวคนอื่นได้ยิน”“ไม่ชอบเหรอหรือไม่อยากเป็นเมียผม”คำถามนั้นทำให้วรัลฌาหัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาที่เคยมองเขาอย่างระวังกลับเริ่มสั่นไหว“อย่าพูดแบบนี้สิคะ….” เสียงเธอแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว“แต่ผมว่าสถานะที่เราเป็นอยู่นี้มันชัดเจนมากนะ”“กวางรู้ค่ะ”“แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะหืม….”มือของเขาเลื่อนมาจับปลายคางเธออย่างอ่อนโยน ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้ทุกประสาทสัมผัสตื่นตัวอีกครั้ง“อย่าหลบสายตาผมสิ”เธอเผลอกลืนน้ำลาย เมื่อสบตาเขาอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบไปทั้งตัว“ก็คุณเอาแต่จ้อง รีบนอนกันดีกว่านะคะ”“เคยมีครั้งไหนที่ผมพอแค่ครั้งเดียวหรือเปล่า”“คุณกินดุตลอด” หญิงสาวค้อนเบา ๆ“ก็กวางน่ากิน ว่าแต่กวางอยากกินไอติมผมบ้างไหมล่ะ จะได้รู้ว่าผมเองก็อร่อยไม่แพ้กวางเลยนะ”วรัลฌามอ
บรรยากาศในร้านอาหารดูผ่อนคลาย ชวินทร์ตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นฝนวันนี้ให้วรัลฌาฟังอย่างละเอียด“กวางรู้ไหมครับที่แม่ต้องเข้มงวดและมองเรื่องเงินเป็นใหญ่ เพราะท่านไม่อยากให้กวางลำบากเหมือนท่าน ท่านรักกวางมากนะแต่แค่แสดงออกไม่เป็น” ชวินทร์กุมมือหญิงสาวไว้แน่น“วันนี้แม่ก็โทรมาค่ะ เราปรับความเข้าใจกันแล้ว ถ้าคุณชวินทร์ไม่ไปพูดกับแม่กวางก็คงยังน้อยใจเรื่องแม่อยู่ ขอบคุณนะคะที่ทำให้ปมในใจของกวางคลายออกมาจนหมด”“ผมดีใจนะที่กวางยิ้มเวลาพูดถึงแม่” เขาส่งยิ้มอบอุ่นให้“กวางโชคดีมากที่มีคุณอยู่ข้าง ๆ แบบนี้ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”“ถ้าอยากขอบคุณจริงคืนนี้ไปค้างที่คอนโดผมได้ไหมล่ะครับ”“ได้สิ วันนี้คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้วเดี๋ยวกวางจะนวดให้ดีไหมคะ”“ดีสิครับ งั้นเรารีบไปกันเถอะ ผมเองก็อยากพักเหมือนกัน”ชวินทร์ขับรถพาคนรักมายังคอนโดมิเนียมของตนเองซึ่งตอนนี้เขาเตรียมของใช้ส่วนตัวรวมถึงชุดต่าง ๆ ของวรัลฌาไว้พร้อมหมดแล้วทันทีที่ประตูห้องปิดลงชวินทร์ก็สวมกอดเธอจากทางด้านหลัง“วันนี้ผมโดดประชุม... แถมยังต้องขับรถไปกลับตั้งหลายชั่วโมง เหนื่อยไปหมดเลยครับ” เขาอ้อนเสียงเบาซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ
“เป็นอะไรหรือเปล่ากวางพี่เห็นวันนี้เอาแต่จ้องโทรศัพท์” ปัทมาอดถามไม่ได้เพราะดูเหมือนว่าวันนี้วรัลฌาจะไม่ค่อยมีสมาธิในการทำงานเท่าไหร่“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่วันนี้เพื่อนในกลุ่มคุยกันเยอะกวางเลยเสียสมาธินิดหน่อย ขอโทษด้วยนะคะพี่ปัท พี่รุ้ง”“ที่พี่ถามไม่ใช่จะเอาผิดหรอกนะ แค่เป็นห่วงกลัวว่ากวางจะมีเรื่องไม่สบายใจ” ปัทมารีบอธิบาย“ขอบคุณค่ะพี่ปัท พี่ทั้งสองคนเป็นทั้งรุ่นพี่และเพื่อนร่วมงานที่ดีมาก ๆ เลยค่ะ กวางโชคดีมากเลยที่ได้ทำงานทีมเดียวกับพี่”“พี่ก็คิดว่าพี่โชคดีนะที่ได้กวางมาร่วมงาน ถึงกวางจะเพิ่งเรียนจบแต่ก็ทำงานได้ดี มีความขยันแม้จะเป็นแฟนรองประธานแต่กวางก็ไม่เคยถือตัวหรือทำตัวเหนือกว่าคนอื่น พี่ไม่แปลกใจเลยที่ท่านรองเลือกกวางมาเป็นแฟน” กนกวรรณพูดเสริมขึ้น“ชมกันแบบนี้กวางก็เขินแย่เลยสิคะ” วรัลฌาหัวเราะก่อนจะกลับมาตั้งใจทำงานต่อแต่ก็แอบมองโทรศัพท์อยู่บ่อย ๆเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในเวลา 15.45 น. วรัลฌาขมวดคิ้วเพราะไม่ใช่สายที่เธอกำลังรออยู่หากแต่เป็นสายจากมารดาที่โทรหาเธอแทบจะนับครั้งได้“กวางขอตัวไปคุยธุระก่อนนะคะ” หญิงสาวบอกรุ่นพี่ทั้งสองก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปคุยโทรศัพท์ที่บันไดหนีไฟ
ทานอาหารเสร็จแล้วชวินทร์ก็ขับรถพาหญิงสาวกลับด้วยความเร็วที่ต่ำกว่าปกติเพราะอยากอยู่กับเธอให้นานขึ้นไม่ใช่เพราะอยากถามเรื่องคืนนั้นแต่เพราะเขารู้สึกสบายใจที่ได้คุยกับวรัลฌา หญิงสาวเป็นคนร่าเริงและมองโลกในแง่ดีถึงจะผ่านเรื่องร้ายโดยมีเขาเป็นต้นเหตุแต่เธอก็ไม่เคยโทษเขาเลยสักนิด“ชอบร้านเมื่อกี้ไหม” เข
เช้าวันอังคารชวินทร์ก็มารับวรัลฌาตามที่นัดไว้เพื่อจะพาหญิงสาวไปทานอาหารเช้าที่โรงแรม“กวางอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องเบเกอรี่มาก”“คุณชวินทร์มีอะไรแนะนำไหมคะ”“ครัวซองต์อัลมอนด์ที่นี่อร่อยครับ สนใจไหม” ชวินทร์เอ่ยถามขณะเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่งลง“กวางไม่เคยมากินที่นี่ เอาที่คุณช
การไปเรียนครั้งแรกหลังจากหยุดพักรักษาตัวสองสัปดาห์ทำให้วรัลฌาตื่นนอนเช้ากว่าปกติ อีกทั้งวันนี้ก็ไม่ต้องนั่งรถเมล์ไปอย่างเคยเพราะชวินทร์บอกว่าจะให้คนขับรถคอยรับส่งจนกว่าหมอจะบอกว่าแผลเธอหายสนิทและร่างกายกลับไปแข็งแรงอย่างเดิมซึ่งอาจใช้เวลานานเกือบสองเดือน“พี่แก้วคะ เย็นนี้กวางจะซื้อข้าวเย็นมาเลยนะค
เช้าวันต่อมา“ฉันอยู่ที่นี่นาน ๆ คงได้ทำอะไรไม่เป็นแน่เลยโบว์ แม่บ้านที่คุณชวินทร์จ้างมาทำให้ทุกอย่าง”“ก็เขาห่วงแกนั่นแหละ เขาว่ายังไงบ้างเรื่องคนที่ยิงแก”“ตำรวจกำลังตามอยู่ เห็นว่าจะสืบจากคนที่เสียผลประโยชน์จากการประมูลงานครั้งสุดท้าย”“แล้วแกจำหน้าคนร้ายไม่ได้จริงเหรอ นี่ก็ผ่านมานานแล้วนะ”“อือ







