로그인ตอนที่ 4 : อ่อยจนได้เรื่อง
"กว่าจะมาได้นะยะ" อันดาเอ่ยแซวเมื่อเพื่อนวิ่งกระหืดกระหอบมาหา ดวงตากลมโตมองสีหน้าของเพื่อนที่ไม่สู้ดีนัก คงเพราะโดนแฟนสุดที่รักที่พึ่งคบได้สองอาทิตย์ทิ้งไป
แต่แก๊งเธอไม่มีคำปลอบที่อ่อนโยน ไม่มีโอ๋เมื่อเพื่อนผิดหวังเพราะผู้ชาย
"ผู้ชายคนเดียวหาใหม่ง่ายจะตายไป หน้าตาแกดูดี แค่ขยิบตาผู้ชายก็เรียงคิวรอเป็นผัวแล้ว"
"แกรู้เหรออันดา"
"ถ้าไม่รู้คงไม่พูดแบบนี้หรอก"
"การปลอบของแก ฟังเหมือนด่าเลยนะ"
"ชินได้แล้ว อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ปีหนึ่งยังไม่รู้นิสัยอีกเหรอไง"
"เข้าเรียนก่อนไหม เหลือเวลาอีกแค่ห้านาที" เนเน่ก้มดูนาฬิกาที่ข้อมือและพูดแทรกบทสนทนาของเพื่อนสาวทั้งสอง
"คืนนี้ค่อยว่ากัน เพื่อนอกหัก เลี้ยงได้ไม่อั้น"
"สมแล้วที่เป็นเจ้าแม่สายดื่ม"
ทั้งสามคนส่งยิ้มให้กันอย่างรู้ทัน สายปาร์ตี้ทั้งแก๊ง แต่เรื่องเรียนก็ยังสำคัญ ไปไหนไปด้วยกัน ติวด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน ทำให้ทั้งสามคนสนิทกันมาก เมื่ออีกคนมีปัญหาคนที่เหลือจะช่วยเหลือเสมอ ไม่ใช้คำพูดที่หวานเยิ้ม แต่ใช้คำพูดที่ออกมาจากใจ ใช้ความจริงใจส่งหากัน
"นี่น่ะเหรอ...อันดา ก็ไม่เท่าไหร่"
เท้าเรียวเล็กชะงักเมื่อได้ยินเสียงคนเอ่ยถึง ในจังหวะที่กำลังจะขึ้นเรียน
ร่างอรชรหันมาเผชิญหน้ากับคนที่ใช้น้ำเสียงเหยียดหยาม ถ้าไม่เอ่ยชื่อเธอ เธอคงไม่สนใจ เมื่อหันมาก็รู้ว่าคนที่พูดต้องการคุยกับเธอ เพราะผู้หญิงคนนั้นยืนจ้องด้วยสีหน้าดูถูก สายตาผู้หญิงคนนั้นมองมาตั้งแต่หัวจรดเท้า บ่งบอกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ต้องการเข้ามาสร้างสัมพันธไมตรีแน่นอน
"พี่ป๊อปปี้" ใบหม่อนพูดขึ้นเบาๆ
อันดาชำเลืองมองเพื่อนเพียงนิดที่พูดชื่อออกมาและหันไปมองคนตรงหน้าใช้สายตาไม่ต่างกันจ้องกลับ เธอไม่รู้จักว่าผู้หญิงคนนี้คือใคร แต่เท่าที่ได้ยินเพื่อนสบถออกมาคงเป็นรุ่นพี่ปีสี่
"รูปร่างหน้าตาและของแบรนด์เนมที่ใช้ไม่น่าเป็นพวกแย่งผัวชาวบ้าน"
แย่งผัวชาวบ้าน อยู่ๆก็ได้เรื่องอีกแล้วสินะ ไม่ใช่ครั้งแรก แต่มันซ้ำซากจนน่ารำคาญ พวกไม่ล่ามโซ่ผัว ปล่อยให้ผัววิ่งร่อนหาผู้หญิงอื่นไปทั่ว
"ล่ามไว้หรือเปล่าละ ถ้าไม่ล่ามก็ไม่แปลกที่จะวิ่งไล่เห่าไล่ปี้ไปทั่ว ถ้าอยู่ในช่วงติดสัดต้องทำใจหน่อย ตัวเมียตัวอื่นมันอาจกลิ่นหอมกว่าตัวเก่า"
"อีนี่! มันจะมากไปแล้วนะ แย่งผัวชาวบ้านยังลอยหน้าลอยตา"
อันดาเชิดหน้าขึ้นเมื่อคนตรงหน้าง้างมือจะตบแต่ถูกพรรคพวกตัวเองห้ามไว้
“อย่ามีเรื่องกับยัยเด็กนี่ ถ้าเปิดก่อนเราเสียเปรียบแน่” เพื่อนรุ่นพี่ที่มาด้วยพูดห้ามไว้
"หยุดกล่าวหากันมั่วซั่ว และไปล่ามผัวตัวเอง อย่ามากัดเป็นหมาบ้า ถ้าตัวเองมีค่าจริงผู้ชายคงไม่ทิ้ง" อันดาพูดจบได้หมุนตัวเดินออก ปล่อยให้คนบ้ากรีดร้องสติแตกคนเดียว
"กรี๊ดดด...อีเด็กบ้า ฉันจะตบแก เสียเปรียบมันไม่สะใจเท่าเห็นปากอีเด็กนี่เลือดออก"
พรึบ
รุ่นพี่สาวกระชากไหล่อันดาและง้างมือจะตบ แต่กลับถูกมือเรียวเล็กของอันดาคว้าข้อมือไว้ได้ทัน มือเรียวเล็กบีบข้อมือรุ่นพี่สาวอย่างแรงด้วยความโมโห เล็บเรียวยาวจิกเข้าที่ผิวหนังพร้อมกับบิดข้อมือจนเสียงกระดูกลั่น ไม่เคยอยากมีเรื่อง แต่เรื่องดันมาหาซะเอง
"อย่าเอามือสกปรกมาแตะต้องตัวฉัน ทางออกของหมาบ้าคือตายอย่างอนาถ ไปใช้วิธีสกปรกกับคนอื่น อย่ามาใช้กับฉัน และจะบอกอะไรให้ผัวเธอฉันไม่เคยยุ่ง"
ผลั่ก!
อันดาสะบัดมือออกและมองรุ่นพี่สาวด้วยสายตาเรียบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยความอำมหิต
"อย่ามาระรานกูอีก อย่าหาว่ากูไม่เตือน เก็บหน้าสวยๆไปหาผัวใหม่ซะ" อันดาชี้หน้าและพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สายตาบ่งบอกว่าไม่เล่นและถ้าหยามกันอีกครั้ง คราวนี้เอาจริงแน่
อันดาเดินออกจากวงชุลมุนอีกครั้งด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ตามด้วยเพื่อนสนิททั้งสองคน
"แกไปแย่งผัวยัยป้านั่นเหรอไง"
"ฉันยังไม่รู้เลยว่าผัวยัยนั่นเป็นใคร หงุดหงิดแต่เช้า"
"นี่แหละนะ ความสวยเป็นภัยอันตราย พี่ป๊อปปี้เรียนอยู่คณะวิศวะ ตัวแม่ตัวมัมของคณะเลยนะ อย่างว่าคณะวิศวะผู้หญิงหายาก และนี่ก็แฟนของพี่เขา พี่แทนไทเรียนคณะนิเทศที่มาเต๊าะแกเมื่อวันก่อน" ใบหม่อนยื่นรูปรุ่นพี่ผู้ชายให้อันดาดู
ดวงตากลมโตมองรูปภาพจากโทรศัพท์เครื่องหรูที่เพื่อนส่งให้ดูและกลอกตามองบน
“ฉันว่าตั้งใจหาผัวเลยเลือกเรียนคณะนั้นมากกว่า”
เหนื่อยเหลือเกินกับพวกที่ชอบคิดเองเออเอง เธอยังไม่ได้ไปแย่งอะไร และไม่ใช่สเปคเธอด้วยซ้ำ
"ยิ้มมายิ้มกลับก็เท่านั้น พวกเพศผู้ชอบคิดว่าผู้หญิงชอบทั้งที่ฉันยังไม่คิดอะไร คนที่ซวยก็คือฉัน"
"ลดความอ่อยลงสักนิดสิ" เนเน่แซวอันดา เพราะรู้ว่าเพื่อนสาวชอบยั่วยวนผู้ชายแต่ไม่คิดจริงจัง
"ติดเป็นสันดานแล้วล่ะ"
คำพูดของอันดาทำให้ทุกคนหัวเราะออกมา จากเรื่องตึงเครียดกลายเป็นบทสนทนาที่ขบขันในช่วงเวลาไม่กี่นาที
ช่วงบ่ายของวัน
ทางด้านชาวินท์
ครืด ครืด...
เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูแผดเสียงดังลั่นปลุกให้ชายหนุ่มที่หลับไปตั้งแต่ช่วงสายรู้สึกตัวตื่น มือหนาคลำหาโทรศัพท์ด้วยท่าทางหงุดหงิด เปลือกตายังคงปิดสนิทแสดงออกอย่างชัดเจนว่ากวนเวลาอันสำคัญ
สายตาสะลึมสะลือมองหน้าจอโทรศัพท์ ครั้นจะรับเลยกลัวว่าจะเป็นพ่อหรือแม่ที่โทรมา แต่เมื่อเห็นว่าเป็นเพื่อนสนิททำให้ชาวินท์ถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่
"ฮัลโหล"
(เสียงนี้บ่งบอกว่ามึงแอบแม่มานอนที่คอนโดสินะ)
"มีอะไรก็พูดมาไอ้เรน ก่อนที่กูจะฆ่ามึง" น้ำเสียงที่แหบพร่าแสดงออกถึงความหงุดหงิดส่งตรงไปยังคนที่โทรเข้ามา
ปลายสายหัวเราะใส่โทรศัพท์เมื่อได้ยินคำขู่ของชาวินท์
(เข้ามาเรียนคาบบ่ายด้วย มึงขาดไม่ได้แล้วนะ แล้ววันนี้มีนัดรุ่นน้องหลังเลิกเรียนด้วย หัวหน้าแก๊งอย่างมึงจะไม่มาได้ไง"
"กูรู้แล้ว เดี๋ยวกูไปเองแหละ รับรองทันตอนรุ่นน้องเลิกเรียนแน่ แต่ไม่รับปากเข้าเรียนช่วงบ่าย"
(ความเหี้...ไม่เคยลดละ)
ติ้ด
ชาวินท์กดวางสายไม่ได้สนใจคำพูดของเพื่อน บิดขี้เกียจสลัดความเมื่อย นอนหงายมองฝ้าเพดานสีขาวสะอาดตา รอบถอนหายใจออกมาเบาๆ
เรื่องเรียนไม่เคยมีอยู่ในหัว แต่เรื่องเหี้…ไม่เคยขาดตกบกพร่อง
ตอนพิเศษ 4 : ครอบครัวหนึ่งเดือนต่อมา...อุแว้ อุแว้...เสียงของทารกวัยหนึ่งเดือนแผดเสียงดังลั่นในช่วงกลางดึก ปลุกให้ผู้เป็นพ่อรู้สึกตัวตื่นชาวินท์ดีดตัวเองลุกจากเตียงนอนด้วยสภาพสะลึมสะลือและอุ้มลูกชายตัวน้อยที่ส่งเสียงร้องขึ้นมาแนบอก พร้อมกับเดินกึ่งหลับกึ่งตื่นออกจากห้องอย่างเช่นทุกคืน กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่ชาวินท์ต้องอุ้มลูกลงมานอนที่ห้องนั่งเล่นอันดาลืมตาตื่นเมื่อได้ยินเสียงลูกน้อยแว่วเข้ามาในหูแต่ต้องอมยิ้มเมื่อเห็นชาวินท์กำลังอุ้มลูกชายและเดินดุ่มๆออกจากห้องไป แค่เพียงก้าวขาพ้นประตูอคิราห์หยุดร้องราวกับถูกมนต์สะกด เป็นแบบนี้มาตลอดหนึ่งเดือนเต็ม ถ้าชาวินท์ไม่ทำแบบนี้อคิราห์จะแผดเสียงให้ดังกว่าเดิมและปลุกให้อัยย์รดาตื่น"แกล้งพ่อมาหนึ่งเดือนแล้วนะลูก" อันดาพูดเบาๆ และเอื้อมไปตบก้นลูกสาวที่หลับตาพริ้มไม่รู้เรื่องก่อนจะหลับต่อ ทุกวันนี้เธอกับชาวินท์แทบไม่ได้นอนด้วยกัน นอนแค่แป๊บเดียวไม่กี่ชั่วโมงก็โดนตัวแสบก่อกวนชาวินท์มองลูกน้อยในอ้อมอกพลางถอนหายใจกับความแสบ เพราะตอนนี้ตัวแสบหลับปุ๋ยไม่รู้สึกผิดใดๆทั้งสิ้น จากที่ในห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่โล่งตอนนี้ได้มีเตียงเด็กน้อยเสริมไว้อ
ตอนพิเศษ 3 : ยอมเมีย…ทำเพื่อลูกเด็กแฝดตัวน้อยถูกพ่อกับแม่อุ้มลงมายังชั้นล่างของบ้านหลังใหญ่ โดยมีพ่อแม่มือใหม่ช่วยกันเลี้ยงอยู่ในห้องนั่งเล่น มีเครื่องฟอกอากาศอย่างดี ปรับแสงของผ้าม่านให้เหมาะสม พื้นที่ทั้งบ้านถูกพ่นฆ่าเชื้อทุกวัน หายห่วงเรื่องเชื้อโรคทั้งสองคนผลัดกันอุ้มผลัดกันเล่นอย่างทะนุถนอม ใบหน้าของชาวินท์กับอันดามีแต่รอยยิ้ม ต่อให้ลูกจะงอแงบ้างแต่ไม่ได้หงุดหงิดแต่อย่างใด ยังอารมณ์ดีกับลูกน้อยเสมอ"อาหารพร้อมแล้วค่ะคุณอันดา ให้พวกเราจัดเตรียมขึ้นโต๊ะเลยไหมคะ""แบ่งเป็นจานเล็กๆมาวางที่นี่ ผมไม่อยากให้อันดาต้องขยับตัวเยอะ อีกอย่างอันดาต้องเลี้ยงลูกไม่เห็นเหรอ" ชาวินท์พูดเสียงเข้มกับแม่บ้าน"รับทราบค่ะ"อันดาเอี้ยวมองหน้าสามีที่ทำเป็นเข้มเวลาอยู่กับลูกน้องอาหารที่อันดาทำถูกจัดใส่จานเล็กๆสำหรับสองคน จัดวางอยู่บนโต๊ะกระจกตัวเล็กหน้าโซฟาภายในห้องนั่งเล่นทันทีที่ชาวินท์มองอาหารทำให้คิ้วหนาขมวดเป็นปมและมองหน้าแม่บ้าน แค่เห็นรูปลักษณ์ของอาหารก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่แม่บ้านทำ แต่เป็นเมียตัวเองทำ แสดงว่าตอนที่เขาตื่นขึ้นมาไม่เจอเธอในห้องเพราะเธอแอบลงมาทำอาหารในครัวทั้งที่แผลยังไม่หายดี แถมแ
ตอนพิเศษ 2 : เด็กแฝดเริ่มพยศหลายวันต่อมา...บ้านหลังใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าเพื่อต้อนรับเจ้าของตัวน้อยเข้าบ้าน บ้านหลังนี้เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของชาวินท์ที่หมั่นทำงานและเก็บเงินเพื่อสร้างบ้าน มีพื้นที่ให้ลูกไว้วิ่งเล่น ไม่อยากให้ลูกต้องอยู่ในคอนโดพื้นที่สี่เหลี่ยม อยากให้ลูกได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์และต้นไม้ใบหญ้า ทำให้ชาวินท์ตัดสินใจสร้างบ้านนี้ไว้เพื่อลูกน้อย พื้นที่ผืนนี้ได้มาจากสินสอดทองหมั้นจากพ่อชาร์ล ไม่มีใครขัดและเห็นดีเห็นงามด้วยที่จะปลูกบ้านหลังนี้ขึ้นมาบ้านอาจไม่ได้ใหญ่เท่าคฤหาสน์ของพ่อกับแม่ แต่พอที่จะมีพื้นที่ให้ลูกได้วิ่งเล่นแบบสบาย มีห้องเตรียมไว้สำหรับสองแฝดในช่วงอายุที่โตขึ้น เด็กหนุ่มที่ไม่เอาไหน ใช้เงินไปวันๆแบบไม่คิดหน้าคิดหลังได้หายไปหมดแล้ว ตอนนี้มีเพียงชายหนุ่มที่มุ่งมั่นทำงานเก็บเงินเอาไว้เลี้ยงดูครอบครัว ไม่ให้เมียทำงานเหนื่อย ดูแลเลี้ยงดูทุกคนให้อยู่สบายขบวนรถอารักขาขับเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ ตามมาด้วยรถตู้คันหรูของชาวินท์ที่มีลูกน้อยสองคนอยู่ด้านใน ปิดท้ายด้วยรถของลูกน้องอีกคันเพื่อคุ้มกันอันตรายทันทีที่รถตู้คันหรูเข้ามาในบ้าน สายตาคมมองบ้านหลังใหญ่ด้วยความภูมิใจ ม
ตอนพิเศษ 1อุแว้ อุแว้...เสียงของเด็กทารกวัยแรกเกิดร้องลั่นห้องทำคลอด ส่งเสียงกรีดร้องเพื่อส่งสัญญาณให้พ่อกับแม่ได้ยินว่าปลอดภัยดีและแข็งแรงพอที่จะแผดเสียงดังเด็กทารกตัวน้อยยังคงหลับตาพริ้มแต่อ้าปากเปล่งเสียงเมื่อได้ออกมาสู่โลกภายนอกหลังจากเติบโตอยู่ในท้องของแม่มานานเกือบเก้าเดือน ผิวกายแดงระเรื่อเป็นปกติของเด็กทารกวัยแรกเกิด เนื้อตัวจ้ำม่ำ ผิวพรรณเนียนละเอียด แก้มแดงราวกับลูกตำลึงพยาบาลสาวผู้ช่วยรีบใช้ผ้ามาเช็ดตัวทำความสะอาดและจัดการห่อผ้าเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่เด็กน้อยอุแว้ อุแว้...เสียงของเด็กทารกวัยแรกเกิดดังขึ้นอีกครั้ง แต่น้ำเสียงเบาลงกว่าคนแรก ร้องเพียงไม่กี่ครั้งก็สงบและหลับพริ้มเหมือนเดิม หลังจากทำความสะอาดเสร็จเด็กทารกตัวน้อยถูกวางลงบนเตียงรถเข็นสำหรับเด็กวัยแรกเกิด นอนเคียงข้างกันคล้ายกับตอนอยู่ในท้อง"เด็กทั้งสองคนปลอดภัยและแข็งแรงสมบูรณ์ทุกประการ โดยเฉพาะผู้ชายที่ดูแข็งแรงจนร้องเสียงดังลั่น ตามมาด้วยสาวน้อยที่ดูเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ ยินดีด้วยนะหลาน" ลุงหมอนนท์พูดด้วยรอยยิ้มและมองหน้าหลานก่อนจะรีบจัดการเย็บแผลให้ด้วยความชำนาญ"แค่เกิดมาก็รู้แล้วว่าได้นิสัยใคร" อ
ตอนที่ 63 : คู่ชีวิต หนึ่งเดือนต่อมา...ตึก ตึก ตึกเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นแว่วเข้ามาในหูทำให้ชาวินท์ที่นั่งรับลมเย็นๆอยู่ในรีสอร์ทหรูหันไปมอง สายตาคมจดจ้องเมียสุดที่รักที่กำลังเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าไม่ได้เหยียดเธอแต่ไม่ค่อยถูกใจเรื่องชุดที่เธอสวมใส่เท่าไหร่นัก เดรสตัวสั้นแค่โดนลมพัดก็แทบจะเปิดให้เห็นของที่อยู่ด้านใน สายเดี่ยวที่แค่เกี่ยวก็หลุด ทรงด้านบนยังเว้าข้างให้เห็นเนินอกนี่สินะที่เธอให้เขาออกมารอข้างนอกก่อน เพราะจะได้ใส่ชุดที่แอบซื้อมาได้และใช้ข้ออ้างว่าขี้เกียจเปลี่ยน ไม่ใช่ครั้งแรกแต่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง นับวันอันดายิ่งสวยขึ้นจนผิดหูผิดตา ทั้งที่นอนอยู่ด้วยกันทุกคืนเอากันทุกคืนไม่มีเว้น แต่ในสายตาเขาเธอสวยวันสวยคืน สวยจนไม่อยากให้ใครมองเธอตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนหลังจากแต่งงาน ชาวินท์กับอันดายังคงหวานหยดเหมือนวันแรกไม่จืดจาง ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง อันดาบริหารงานในบริษัทของพ่อจัสตินแต่ไม่ได้ออกไปเป็นผู้ช่วยแพทย์แล้วเพราะชาวินท์ไม่อยากเห็นเมียเหนื่อยไปกว่านี้ ส่วนชาวินท์ยังทำหน้าที่หัวหน้ามาเฟียได้เป็นอย่างดี แต่เปลี่ยนจากทำงานในช่วงกลางดึกกลาย
ตอนที่ 62 : ส่งตัวเข้าเรือนหอ NC+คู่แต่งงานใหม่พากันเดินจูงมือมาที่ห้องสวีทของโรงแรมหรูหลังจากเสร็จพิธีสำคัญและปล่อยให้แขกสนุกสนานกับงานเลี้ยงโดยที่เจ้าของงานทั้งสองคนอยากมีความสุขกันแบบสองต่อสองในค่ำคืนวันแต่งงาน ชาวินท์ดึงตัวอันดาเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วและทันทีที่ประตูปิดลงริมฝีปากหนาโผเข้าจูบด้วยความหิวโหยทันทีแผ่นหลังบางแนบชิดกับผนังห้อง แขนเรียวยาวโอบลำคอสามีไว้หลวมๆและส่งรสจูบที่เร่าร้อนกลับไปเช่นกัน ไม่ใช่แค่เขาที่ต้องการเธอก็ต้องการเหมือนกัน การมีอะไรกันคาชุดแต่งงานไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ และยิ่งเป็นวันสำคัญคือวันแต่งงานของเราที่มีเพียงวันเดียวทำให้วันนี้เป็นวันที่น่าจดจำไปซะทุกอย่างจ๊วบลิ้นสากแทรกซึมเข้าไปในโพรงปากบางและตักตวงน้ำหวานด้วยความหิวโหย ชอนไชไปทั่วทุกมุมปากสลับกับหยอกเย้าลิ้นเล็กด้วยความเร่าร้อน สถานการณ์ที่น่าตื่นเต้นแบบนี้มีแต่สุมไฟให้ปะทุขึ้นเรื่อยๆเท่านั้น ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย และคาดว่าเธอคงชอบไม่แพ้กัน เพราะรสจูบของเมียดุเด็ดเผ็ดมันไม่น้อยจ๊วบเสียงดูดกลืนน้ำหวานดังประสานเสียงกันท่ามกลางความเงียบภายในห้องสวีทสุดหรูชั้นบนสุดของโรงแรมระดับห้าดาว เป็







