เข้าสู่ระบบแผ่นหลังกำยำขึ้นเส้นสวย ผิวสีน้ำผึ้งงดงามไร้ส่วนด่างดำ
เยว่อิงมองแผ่นหลังบุรุษตรงหน้าอย่างสำรวจ เธอพึ่งจะเคยเห็นคนที่มีสีผิวเช่นนี้ แม้จะบอกไม่ได้ว่าแบบนี้เรียกว่างดงามหรือไม่ ทว่าสำหรับเธอแล้วกับรู้สึกว่าแผ่นหลังนี้น่ามองมาก
ในโลกเดิมผู้คนส่วนใหญ่มักจะมีสีผิวขาวกระจ่างใส ไม่ผิวขาวอมชมพู พอได้มาเห็นสีผิวอื่น ๆ ซึ่งแตกต่างจากที่เคยเห็นมาจึงอดอยากรู้อยากเห็นไม่ได้
หากใช้มือสัมผัสดูจะเป็นยังไงบ้างนะ
จะให้ความรู้สึกนุ่มลื่นเหมือนผิวสีขาวหรือเปล่า?
ความอยากรู้อยากเห็นและสายตาร้อนแรงทำคนเดินนำคิ้วกระตุก ชายหนุ่มหยุดฝีเท้าหันหลังกลับมา
“เจ้าจะจ้องมองข้าไปถึงเมื่อใด? แผ่นหลังข้ามีอะไรน่ามองนัก!” เขาพูดพร้อมขมวดคิ้ว ทว่าอีกฝ่ายกลับยังคงยิ้ม เป็นรอยยิ้มโง่ ๆ ที่เขาไม่อยากจะมองเสียเท่าไร
“ข้าขอสัมผัสแผ่นหลังท่านได้หรือไม่?” แทนที่อีกฝ่ายจะสลดกับคำพูดเหน็บแนม เขากับเป็นฝ่ายชะงักนิ่งไปเสียเอง ใบหน้าชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นไม่น่ามอง
“...”
“ได้หรือไม่? หากไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”
“ไม่ได้อยู่แล้ว!! เจ้ากับข้าเป็นอันใดกัน เหตุใดข้าต้องยอมให้เจ้าสัมผัสแผ่นหลังข้า!”
เยว่อิงสะดุ้งตกใจ ไม่เห็นต้องตะคอกเลย ไม่ให้ก็ไม่จับ เธอก็แค่อยากรู้ว่าจะให้สัมผัสแบบไหนเท่านั้นเอง
“ก็ได้ข้าไม่จับแล้ว”
พอเห็นอีกฝ่ายว่าง่ายแทนที่เขาจะรู้สึกดีกลับรู้สึกหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม
สตรีผู้นี้เป็นอันใดนักหนา ยิ่งมองยิ่งน่าหงุดหงิด!
ชายหันหลังกลับเอ่ยขึ้นมาหนึ่งประโยค “ข้าให้เพียงนิดเดียว เจ้าต้องรีบนำมือออก”
คนได้รับอนุญาตเผยยิ้มสดใส เอ่ยถามย้ำ
“เจ้าพูดจริงหรือ?”
“รีบเข้าก่อนข้าจะเปลี่ยนใจ”
“อื้ม!!” เยว่อิงตอบรับ นัยน์ตาสดใสจ้องมองแผ่นหลังตรงหน้า หญิงสาวมองพิจารณาจนอีกฝ่ายสัมผัสได้ถึงสายตาร้อนแรงทิ่มแทงแผ่นหลัง
ทั้งที่สีหน้ายังคงไม่น่ามองแต่ชายหนุ่มกับยืนนิ่งรอให้อีกฝ่ายสัมผัสแผ่นหลังของตนด้วยความรู้สึกไม่เข้าใจ
ทำไมต้องยอมให้นางสัมผัสตนเองทั้งที่อีกฝ่ายก็หาได้สนิทสนมกับตน
เยว่อิงผู้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่ มือติดผอมแห้งเล็กน้อยค่อย ๆ วางบนแผ่นหลังกว้างความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือแข็ง เป็นแผ่นหลังที่ให้ความรู้สึกแข็งแรงมั่นคงมาก นอกจากนี้ยังรู้สึกได้ถึงความสากเล็กน้อยไม่ได้เรียบลื่นนุ่มนิ่มเหมือนผิวของเธอในโลกก่อนแต่กับให้ความรู้สึกน่าสัมผัสอย่างน่าประหลาด
ทำเอาอยากสัมผัสแผ่นหลังนี้ให้นานขึ้นอีก
“เสร็จแล้วก็ถอนมือเจ้าออก พวกเราต้องรีบกลับเผ่าแล้ว” ในเมื่อเจ้าของร่างกายไม่อนุญาตแล้ว เธอจึงทำได้เพียงถอนมือออกมาอย่างเสียดาย
“ขอบคุณเจ้ามาก” หญิงสาวเอ่ยยิ้ม ๆ อีกฝ่ายเหลือบมามองมาก่อนจะดึงสายตากลับไป พร้อมฝ่าเท้าก้าวเดินไปด้านหน้า
หญิงสาวมองตามแผ่นหลัง เผยยิ้มออกมาเล็กน้อยก้าวเดินตามไป
ตลอดการเดินทางกลับไปยังเผ่า นับจากประโยคสุดท้ายถูกเอื้อนเอ่ยออกไปทั้งสองคนก็ไม่คุยอะไรกันอีก
เยว่อิงรู้ว่าเขาไม่อยากพูดด้วยจึงไม่เอ่ยถามออกไป ทำเพียงมองซ้ายขวาสำรวจธรรมชาติรอบข้างอย่างมีความสุขและผ่อนคลาย แม้จะมีอยู่บ่อยครั้งที่อดนึกถึงชีวิตแสนสะดวกสบายของโลกก่อนไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นหากให้เลือกเธอขอเลือกใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้ดีกว่า
ชีวิตที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ บรรยากาศสดชื่น ถึงจะไม่สะดวกสบายมากนัก ทว่าชีวิตแบบนี้กลับเป็นชีวิตที่เธอต้องการ
อีกอย่างไม่ว่าจะโลกนี้หรือโลกก่อนเธอก็ไม่มีคนให้เรียกว่าครอบครัวเหมือน ๆ กัน
ครอบครัวในโลกก่อนของเยว่อิงเสียชีวิตจากการรุกรานของสัตว์อวกาศ จากนั้นเธอก็ใช้ชีวิตเพียงลำพัง ตั้งหน้าตั้งตาทำงานวิจัยเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ตนเองลืมความเศร้าจากการสูญเสีย พอเก็บเงินได้ในระดับหนึ่งก็ไปซื้อต้าเกอมาอยู่ด้วย หลังมีต้าเกอชีวิตในแต่ละวันของเยว่อิงก็เปลี่ยนไปมาก เธอมีความสุขมากขึ้น ปล่อยวางเรื่องราวของพ่อแม่ได้มากขึ้น ยิ้มมากขึ้น
ส่วนครอบครัวของเจ้าของร่าง พอมองลึกเข้าไปในความทรงจำทั้งสองคนพึ่งจะเสียชีวิตไปได้ไม่นานนักจากการออกไปล่าสัตว์ ทำให้ชีวิตของเจ้าของร่างจากเดิมซึ่งมีความเป็นอยู่ที่ดีเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ต้องย้ายออกกระโจมเดิมมาอาศัยอยู่ในกระโจมรวม
อีกทั้งเจ้าของร่างยังไร้ความสามารถ ร่างกายอ่อนแอ ทั้งยังไม่สามารถปลุกร่างสัตว์ของตนเองได้
มองมาถึงส่วนนี้เยว่อิงถึงกับขมวดคิ้ว ไม่นึกว่าคนในเผ่าจะสามารถแปลงร่างเป็นสัตว์ได้เหมือนกับคนในโลกของเธอ หรือความจริงแล้วโลกที่เธอมาอยู่จะเป็นโลกเดียวกับที่เธออยู่ปัจจุบัน?
คิดไปได้ยังไม่นานเสียงต้าเกอพลันเบรกทุกอย่างทันที
“ท่านพ่อข้าไม่เอาแล้ว ข้าจะหาสิ่งใหม่มาให้ท่านแม่”เฟิงซือพยักหน้าให้บุตรชาย แล้วเดินห่างออกไปจากบริเวณนี้“ท่านแม่ไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหมขอรับ”น้ำเสียงเฟิงเหมายังคงรู้สึกผิด เด็กชายตัวน้อยไม่รู้ว่าเพราะอะไรมารดาถึงได้มีอาการเช่นนี้หลังเห็นสัตว์ตัวน้อยที่เขานำกลับมาเด็กชายยังคงรู้สึกเสียดายและตัดใจได้ไม่ขาด แต่เมื่อช่างน้ำหนักดูแล้วมารดาย่อมสำคัญกว่าเจ้าสิ่งนั้นสัตว์ป่าตนสามารถหามาให้มารดาใหม่ได้ แต่หากมารดาเป็นอะไรไป เขาคงไม่สามารถให้ภัยตนเองเยว่อิงมองเห็นความรู้สึกผิดในนัยน์ตาตรงหน้า จึงยื่นยกมือโอบกระชับไหล่เล็กทั้งสอง ตบเบา ๆ“อย่าได้รู้สึกผิดเลย เป็นแม่เองที่ใจไม่แข็งพอ”“ลูกไม่เข้าใจ”หญิงสาวผละเด็กชายตัวน้อยออกห่าง เผยยิ้มอ่อนโยนขยับปากเอ่ย“คนเก่งของแม่ เงยหน้ามองแม่หน่อยสิ”เด็กชายเงยหน้ามอง ท่าทางประหม่าเล็กน้อย“ลูกอยากรู้ใช่ไหม เช่นนั้นแม่จะบอกกับเจ้า แต่ต้องรอให้ท่านพ่อของเจ้ากลับมาก่อน”เด็กชายตัวน้อยพยักหน้าเข้าใจเมื่อจัดการบุตรชายได้แล้ว เยว่อิงจึงหันไปหาเฟิงฮัว บุตรชายของเฟิงหู่“เฟิงฮัว น้าขอโทษที่ทำให้เจ้าหวาดกลัว วันนี้กลับไปหาพ่อเจ้าก่อน วันหลังค่อยมาเล่นกับเฟิงเหมา
“ท่านแม่ ดูนี่ ดูว่าข้าได้อะไรกลับมา!”เสียงตื่นเต้นดีใจของเด็กชายตัวน้อย ทำให้สองสามีภรรยาที่กำลังกอดรัดแสดงความรักต่อกันกลางวันแสก ๆ กระเด้งตัวออกจากกันทันทีเยว่อิงผู้ถูกเรียกขานรีบยืนขึ้น ในขณะที่เฟิงซือหันไปจัดการตนเองให้เจ้าสิ่งนั้นที่ขยายใหญ่ขึ้นมาสงบลง“เฟิงเหมาได้อะไรมาหรือลูก”หญิงสาวเอ่ยถาม พร้อมก้าวออกจากบ้าน“ดูสิขอรับท่านแม่ ข้ากับเฟิงฮัวได้เจ้าสิ่งนี้มาขอรับ !”สิ่งที่เด็กชายตัวน้อยยกให้เยว่อิงดูทำหญิงสาวเกือบทรุดตัวลงพื้นไปทั้งอย่างนั้น เฟิงเหมาเห็นมารดาคล้ายคนกำลังจะเป็นลมพลันโยนสิ่งมีชีวิตในมือทิ้ง ขยับก้าวเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง“ท่านแม่เป็นอะไรไปขอรับ !?”เด็กชายตัวน้อยรีบก้าวเข้าไปประคองมารดา ในขณะที่เฟิงซือรีบก้าวออกมาพยุงคู่ครอง“เฟิงเหมาลูกทำอะไรเหตุใดแม่เจ้าถึงได้เป็นเช่นนี้”น้ำเสียงนิ่งเงียบของบิดาทำเด็กชายตัวน้อยชะงักมือที่ยื่นออกมาท่านพ่อโกรธแล้ว...ท่านพ่อที่มักจะอ่อนโยนกับตนอยู่เสมอ แต่หากเกิดเรื่องกับท่านแม่ท่านพ่อก็จะเปลี่ยนเป็นอีกคน กลายเป็นคนน่ากลัวจนเขาไม่อยากเข้าใกล้คนถูกเอ่ยถามก้มหน้าหงุด มือทั้งสองกำเข้าหากัน ริมฝีปากเม้มแน่น“เฟิงเหมา”เสียงกดต่ำข
“เยว่อิงเจ้าทำอะไรกินหรือ ? ข้าได้กลิ่นหอมออกไปถึงด้านนอก”“ท่านพ่อ !” เด็กชายตัวน้อยนัยน์ตาเป็นประกาย กระโดดลงจากเตียงหลังใหญ่ก้าวออกไปเปิดประตูต้อนรับบิดาเฟิงซือกอดบุตรชายตัวน้อยที่กระโดดเข้าใส่เอาไว้แน่น ก่อนจับยกขึ้นสูงวางไว้บนไหล่“เจ้าตัวน้อยวันนี้ไม่ออกไปเล่นข้างนอกหรือ ?”“ยังขอรับ ลูกกำลังรอกินข้าวกับท่านแม่”“หึ แสดงว่าเพราะยังไม่อิ่มถึงยังไม่ออกไปสินะ”เด็กชายพยักหน้าขึ้นลง พยายามก้าวลงจากไหล่บิดาเฟิงซือเห็นเช่นนั้นจึงยอมปล่อยลูกลงก่อนจะเดินมาหย่อนตัวนั่งข้างคู่ครองคำเรียกขานและคำลงท้าย เยว่อิงล้วนเป็นคนสอนพวกเขา หญิงสาวเอ่ยสอนและบอกว่าควรเรียกขานใครว่าอย่างไร แม้จะไม่ได้อธิบายทุกอย่างให้กระจ่างชัด แต่ทุกคนกลับเต็มใจทำตามที่นางบอกล่าวด้วยรู้สึกว่าการพูดมีคำลงท้ายเช่นนี้ดูดียิ่งนักชายหนุ่มผู้มาใหม่หลังหย่อนตัวลงข้างคู่ครองแล้วไม่ได้รับการตอบรับดังเช่นทุกวันพลันรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงหันหน้าไปเอ่ยถาม“เยว่อิงเจ้าเป็นอะไรไปหรือ ? เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าเจ้าอารมณ์ไม่ดี”หญิงสาวหันมองคนข้างกายตาขวาง ก่อนจะหันไปใช้สายตาปกติมองบุตรชาย “เฟิงเหมาออกไปเล่นข้างนอกก่อนนะลูก แม่
“ท่านแม่ ท่านพ่อเก่งกาจถึงเพียงนั้นเลยหรือ ?”“แล้วลูกมองท่านพ่อเป็นเช่นไร”เด็กชายตัวน้อยครุ่นคิด ยกมือขึ้นจับปลายคางคิ้วขมวดเข้าหากันคนเป็นมารดาเผยยิ้มขำหันไปขยับมือคนกับข้าวในหม้อวันนี้เฟิงซือออกไปล่าสัตว์ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องออกไปล่าแล้วแต่ชายหนุ่มกลับยังคงทำเหมือนที่เคยทำมาตลอด แตกต่างเพียงแค่การออกไปล่าสัตว์ไม่ได้ออกไปล่าบ่อยครั้งนักเหมือนอย่างเคย แต่จะออกทุก ๆ สี่หรือห้าวันแทนนับตั้งแต่ขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าเผ่าเวลาก็ผ่านไปร่วมหกปี ตอนนี้ทั้งสองคนนอกจากจะเป็นคนดูแลเผ่า ยังกลายเป็นผู้ปกครองเด็กชายตัวน้อยลูกชายตัวน้อยของพวกเขาเกิดมาพร้อมระดับพลังของนักรบระดับหนึ่ง นับตั้งแต่มีเผ่าเฟิงถือว่าเป็นครั้งแรกที่มีเด็กเป็นนักรบตั้งแต่เกิดคนในเผ่าตื่นเต้นกับการเกิดมาของบุตรชายตัวน้อยคนนี้มาก ถึงขั้นเลี้ยงฉลองกันสองวันสองคืน ทำเอาเนื้อที่เก็บไว้หมดไป ร้อนถึงนักรบเผ่าต้องออกไปล่าสัตว์มาใช้ในการทำอาหาร เพราะสัตว์ที่เลี้ยงดูไว้จะฆ่าเฉพาะยามจำเป็น หรือฆ่าในช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่ถึงกระนั้นใบหน้าพวกเขาก็หาได้ไม่พอใจ ทุกคนต่างชื่นชอบการออกไปล่าสัตว์ ใช้ชีวิตอยู่กับป่าเช่นเดิม ทั้งที่ความเป็นอย
“เฟิงซือนับจากนี้สิ่งที่เจ้าจะต้องรับผิดชอบนั้นไม่ได้มีเพียงแค่เจ้าและคู่ครอง แต่เจ้าต้องรับผิดชอบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนในเผ่า เจ้ายินดีดูแลคนในเผ่าหรือไม่”“ข้ายินดี”น้ำเสียงชายหนุ่มทั้งหนักแน่นและทรงพลังหลังคำพูดนี้ถูกเอื้อนเอ่ยออกไป บริเวณลานกว้างพลันรู้สึกเย็นสบาย พลังในร่างกายของคนในเผ่าโดยรอบคล้ายถูกกระตุ้นให้สูงขึ้น ราวกับว่าเทพแห่งสรรพสัตว์กำลังอวยพรพวกเขาอยู่คนในเผ่าต่างตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนนัยน์ตาจะเต็มไปด้วยความรู้สึกเลื่อมใสเทพแห่งสรรพสัตว์กำลังร่วมยินดีกับพวกเขาใช่หรือไม่ ?เยว่อิงมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย หญิงสาวสงสัยในการกระทำของเจ้าตุ่นน้อยจนต้องเอ่ยถาม‘เหตุใดถึงใช้พลังไม่บอกกล่าว’‘ข้าเพียงต้องการอวยพรคู่ครองของเจ้า ยอดเยี่ยมไปเลยใช่หรือไม่ ?’‘ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากเห็นสีหน้าประหลาดใจของคนในเผ่าถึงได้ทำเช่นนี้หรือ ?’‘เจ้าก็รู้’‘ใช่ข้ารู้ว่าเจ้าชอบทำอะไรไร้สาระ’เทพผู้ถูกต่อว่ามีสีหน้าบึ้งตึง ทว่าคำพูดต่อมาของนางกลับทำให้เขากลั้นยิ้ม‘แต่ก็ทำได้ไม่เลว’เทพผู้น้อยใจเมื่อสักครู่ปิดปากเงียบ หันหลังหนีไม่ยอมมองหน้ากัน ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจหลบสายตาของนางท
“เฟิงซือเจ้ายินดีจะเป็นหัวหน้าเผ่าหรือไม่”คำพูดของเฟิงสงกระตุ้นให้คนโดยรอบหยุดมอง พวกเขาไม่ประหลาดใจในคำพูดของหัวหน้าเผ่าเท่าใดนัก ในเมื่ออีกฝ่ายอายุมากแล้วจะยอมถอยปล่อยให้คนหนุ่มกว่าขึ้นแทนตำแหน่งถือเป็นเรื่องสมควรพวกเขาล้วนเคยคิดว่าอีกไม่นานเฟิงซือคงได้ขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่าแทนหัวหน้าเผ่าคนเดิม เพราะชายหนุ่มแข็งแกร่งที่สุดในเผ่า อีกทั้งความสามารถยังมีมากกว่า นอกจากนี้คู่ครองของเขายังเป็นถึงผู้ส่งสารของเทพแห่งสรรพสัตว์ การจะยกตำแหน่งให้เขานั้นไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่อะไรคนในเผ่าล้วนเห็นด้วยทั้งหมด จะมีก็แต่ชายหนุ่มที่ยังยืนนิ่งไร้ปฏิกิริยาไม่ใช่ว่าเขาไม่ยินดีในตำแหน่งหัวหน้าเผ่า ทว่าเขาเพียงไม่เคยคิดว่าตำแหน่งจะตกมาถึงตนรวดเร็วเพียงนี้คนถูกจับจ้องหันมองคนรอบข้าง ทุกคนต่างพยักหน้าให้เขาราวกับยอมรับได้แล้ว“ท่านหัวหน้าท่านพูดจริงหรือ ? ข้า ตัวข้า”ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ“ข้าพูดจริง เจ้าเหมาะสมยิ่งนัก อีกทั้งคู่ครองของเจ้ายังเป็นคนโปรดของเทพแห่งสรรพสัตว์จะให้อยู่ตำแหน่งต่ำกว่าข้าได้อย่างไร”“แต่ว่า...”แม้ชายหนุ่มจะเห็นด้วยในความคิดของอีกฝ่าย ทว่าในใจยังคงเต็มไปด้วยความเกรงใจเฟ







