LOGIN"ลบรูปซะ แล้วเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ถ้ารูปหลุดออกไป... เธอเดือดร้อนแน่"
เสียงทุ้มต่ำของพายุทำเอาพะพายตัวแข็งทื่อ
“ค…ค่ะ!”
เธอลนลานกดลบรูปในโทรศัพท์แทบไม่ทัน พายุจ้องหน้าจอจนแน่ใจว่ารูปถูกลบจริง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
“ดี”
เขาถอยออกไปหนึ่งก้าว แต่ระยะห่างที่เพิ่มขึ้นกลับทำให้พะพายรู้สึกโล่งใจไม่สุดอยู่ดี
ก็ใครจะไปคิดล่ะว่า
ประธานนักเรียนผู้เย็นชา เจ้าระเบียบ และดูสมบูรณ์แบบที่สุดในโรงเรียนจะมีมุมเสียงสองฟัดพุงแมวแบบนั้น!“หนูไม่เอาไปบอกใครจริงๆ ค่ะ” พะพายรีบพูด
พายุเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเหลือบมองเจ้าแมวส้มที่กำลังนอนพุงปลิ้นอยู่บนพื้น
“…ฉันจะเชื่อเธอ”
“เอ๊ะ?”
“แต่มีข้อแม้”
พะพายกะพริบตาปริบๆ อยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนกำลังโดนเรียกเข้าห้องปกครอง
“ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ถ้าฉันมาที่ร้านนี้ เธอต้องช่วยกันคนออกไป”
“ช่วย…ยังไงคะ?”
“ก็..ช่วยกันคน ไม่ให้ใครเห็นหรือมารบกวนตอนที่ชั้นเล่นอยู่กับลูกแมว”
“หา!?”
พะพายแทบสำลักน้ำลายตัวเอง นี่เธอกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดไปแล้วเหรอ!?
พายุหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา ก่อนวางธนบัตรสีเทาลงบนโต๊ะ
“ค่าปิดปาก”
“มะ…ไม่เอาค่ะ!”
“งั้นถือว่าเป็นค่าจ้าง”
“ก็ไม่เอาอยู่ดี!”
พะพายรีบยัดเงินคืนใส่มือเขา ถึงบ้านเธอจะไม่ได้มีเงินมากมาย แต่เธอไม่ได้คิดขายความลับใครสักหน่อย
พายุเลิกคิ้วเล็กน้อย เหมือนไม่คิดว่าจะโดนปฏิเสธ
“งั้นเธอต้องการอะไร”
“คะ?”
“คนเรามักต้องการอะไรสักอย่างเวลาเก็บความลับให้คนอื่น”
พะพายอ้าปากค้าง
คนคนนี้อยู่โลกแบบไหนกันนะ!?
“หนูไม่ต้องการอะไรทั้งนั้นค่ะ!” พะพายรีบพูดพร้อมกับทำหน้าตาเลิ่กลั่ก
พายุจ้องเธอนิ่งอีกครั้ง ก่อนมุมปากจะขยับขึ้นบางๆ เหมือนกำลังกลั้นขำ
และนั่นเป็นครั้งแรกที่พะพายเห็นว่า ประธานนักเรียนสุดเย็นชาคนนี้… เวลายิ้มแล้วหล่ออันตรายขนาดไหน
ตึกตัก—
หัวใจเธอเต้นแรงจนต้องรีบเบือนหน้าหนี
“งั้นก็ถือว่าเธอเป็นคนดี”
“อะ…เอ๊ะ”
“แต่ถึงอย่างนั้นก็ห้ามบอกใครอยู่ดี”
พะพายพองแก้มทันที
“พี่พายุนี่ขี้ระแวงชะมัด”
“ว่าไงนะ?”
“ปะ…เปล่าค่ะ!”
ในจังหวะนั้นเอง เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น
กริ๊ง—
“อ้าว พายุ!?”
เสียงใสของผู้หญิงดังขึ้นพร้อมกลุ่มนักเรียนหญิงจากโรงเรียนเดียวกันเดินเข้ามา
พะพายหน้าเสียทันที
ส่วนพายุ—
เมื่อครู่ยังนั่งฟัดแมวอยู่แท้ๆ
แต่ตอนนี้กลับลุกขึ้นยืนตรง สีหน้าเรียบนิ่ง เย็นชาเหมือนเจ้าชายหิมะคนเดิมไม่มีผิด“มาทำอะไรที่นี่เหรอ?” หนึ่งในสาวๆ ถามด้วยสายตาเป็นประกาย
“แค่ผ่านมา”
ตอบสั้น
นิ่ง และหล่อมาก
พะพายได้แต่มองตาค้าง
โอ้โห… เปลี่ยนโหมดไวเกินไปแล้ว!
แต่จู่ๆ เจ้าแมวส้มตัวป่วนก็เดินอุ้ยอ้ายเข้ามาถูขาพายุ
“เมี้ยว~”
ทุกอย่างเงียบกริบ
พายุชะงัก
สาวๆ มองแมวแล้วมองพายุสลับกัน
พะพายหน้าซีดทันที
ซวยแล้วไง!!!
“พายุชอบแมวด้วยเหรอ” มุกดาหนึ่งในสามสาวถามขึ้น
“ไม่! ฉันแค่ผ่านมา จะไปแล้ว” พูดจบพายุก็เดินออกจากคาเฟ่ไป แต่ก่อนออกไปไม่ลืมที่จะหันมาส่งสายตาเย็นยะเยือกให้กับพะพาย
“พายุเค้ามาที่นี่บ่อยเหรอ” มิ้งค์เพื่อนของมุกดาหันมาถามพะพาย
“เอ่อ..อ ไม่ค่ะ พี่เค้าน่าจะแค่ผ่านมาเฉยๆ” พะพายได้แต่นึกถึงสายตาคาดโทษของพายุแล้วก็ตอบตะกุกตะกักออกไป
“ว้า แย่จัง ถ้าพายุมาที่นี่บ่อยๆ ก็ดีน่ะสิ ปกติอยู่ที่โรงเรียนเข้าถึงตัวยากจะตาย เนอะมุกดา” มิ้งค์หันไปถามมุกดา
มุกดามัวแต่เคลิบเคลิ้มไปกับความหล่อเหลาของพายุไม่ได้ยินเสียงที่เพื่อนถาม
“มุกดา! มุกดา!” มิ้งค์ตะโกนเรียกมุกดาพร้อมกับสะกิดเบาๆ
“ชั้นตัดสินใจละ ชั้นจะต้องจีบพายุให้ติดให้ได้”
มุกดาพูดด้วยแววตามุ่งมั่นจนเพื่อนๆ กรี๊ดกันเบาๆ
“จริงดิ!?”
“แกเอาจริงอ่ะ?” “ก็พายุทั้งหล่อ ทั้งเรียนเก่ง ใครจะไม่ชอบล่ะ!”“แล้วก็พายุนี่แหละ ที่เหมาะสมกับชั้นที่สุด”
พะพายได้แต่ยิ้มแห้งๆ พลางเก็บแก้วน้ำบนโต๊ะไปด้วย
จีบพี่พายุเหรอ…
ถ้าพวกเธอเห็นตอนพี่เขานอนกอดแมวแล้วร้อง “งุ้ยยย” ล่ะก็ ภาพฝันสุดเท่ สุดแกร่ง สุดเย็นชาคงพังหมดแน่
“น้องพะพาย!”
“คะ?”
“ถ้าพายุมาอีก ฝากบอกพวกพี่ด้วยนะ~ นี่เบอร์โทร พี่มีรางวัลให้”
“อะ…อ๋อ ค่ะ”
พะพายตอบส่งๆ ไป ทั้งที่ในใจเริ่มหนักอึ้ง
นี่เธอกำลังเก็บความลับระดับชาติของโรงเรียนอยู่ชัดๆ!
หลังเลิกงาน พะพายเดินออกจากร้านพร้อมกระเป๋านักเรียนใบเก่า อากาศตอนค่ำเย็นสบาย ลมพัดกลิ่นดอกไม้จางๆ มาเป็นระยะ
เธอกำลังจะเลี้ยวเข้าซอยเพื่อกลับบ้าน—
แต่กลับเห็นร่างสูงคุ้นตายืนพิงเสาไฟอยู่ก่อนแล้ว
“พะ…พี่พายุ!?”
เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์ สีหน้ายังคงนิ่งเหมือนเดิม
เขาตั้งใจจะมาเคลียร์กับพะพายเรื่องความลับที่เธอเจอเขาที่คาเฟ่แมวให้รู้เรื่อง
“กลับดึก”
“เอ๊ะ?”
“ผู้หญิงกลับบ้านคนเดียวอันตราย”
พะพายกะพริบตาปริบๆ
นี่เขา… มารอเธอเหรอ?
“พี่มาทำอะไรตรงนี้คะ”
“เดินผ่าน”
“ผ่านมาอีกแล้ว?”
“…บังเอิญ”
พะพายแทบหลุดขำ
คนอะไร ปากแข็งสุดๆ
ยังไม่ทันพูดอะไรต่อ
เสียง “เมี้ยว~” ก็ดังขึ้นจากข้างถังขยะริมทาง
ลูกแมวตัวเล็กสีขาวมอมแมมโผล่ออกมา ก่อนเดินโซซัดโซเซมาหยุดตรงหน้าพายุ
พะพายหันไปมองทันที
ส่วนพายุ—
“…!”
แม้ใบหน้าจะยังนิ่งแต่สายตาเขาสั่นไหวชัดเจน
ลูกแมวน้อยร้องอีกครั้งแล้วเอาหัวถูรองเท้านักเรียนของเขาเบาๆ
เงียบไปสองวินาที
จากนั้น…
พายุก็ค่อยๆ ย่อตัวลงช้าๆ
“เฮ้ย พี่—”
“ชู่ว”
เสียงเรียบเย็นของเขาดังขึ้นแต่สิ่งที่ทำกลับตรงกันข้ามสุดๆ
เขาอุ้มลูกแมวขึ้นมาอย่างทะนุถนอมมือใหญ่ลูบหัวมันเบาๆ ราวกับกลัวมันจะตก
“ตัวแค่นี้เอง…”
น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนจนพะพายเผลอมองค้าง
พายุในตอนนี้ต่างจากประธานนักเรียนสุดเนี้ยบที่โรงเรียนลิบลับ
ลูกแมวส่งเสียงครางในลำคออย่างสบายใจ ก่อนซุกหน้ากับอกเขา
แล้วจู่ๆ พายุก็เงยหน้ามองพะพาย
“…ร้านเธอ รับฝากเลี้ยงแมวไหม”
“คะ?”
“ฉันเลี้ยงไม่ได้”
“ทำไมล่ะคะ?”
พายุเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนตอบเสียงเบา
“…แม่ฉันแพ้ขนแมว”
พะพายชะงักเล็กน้อย
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นแววเหงาในสายตาของเขา
ต่างจากภาพลักษณ์สมบูรณ์แบบที่ทุกคนเห็นโดยสิ้นเชิง
พะพายยิ้มออกมาอ่อนๆ
“งั้นเดี๋ยวหนูช่วยดูให้ก่อนก็ได้ค่ะ”
พายุจ้องเธอนิ่ง
ลมเย็นพัดผ่านระหว่างทั้งสองคนพร้อมเสียงร้อง “เมี้ยว” เบาๆ จากลูกแมวในอ้อมแขนเขา
“…เธอนี่แปลกดี”
“หา?”
“ปกติคนอื่นจะกลัวฉัน”
พะพายย่นจมูกนิดๆ
“ก็พี่ชอบทำหน้าดุนี่นา”
พายุเงียบไป ก่อนหัวเราะออกมาเบาๆ
ใช่—
หัวเราะจริงๆ
พะพายเบิกตากว้างทันที
ตึกตัก—
หัวใจเธอเต้นแรงอีกแล้ว
“กลับบ้านเถอะ” พายุพูดพลางอุ้มลูกแมวไว้แนบอก “เดี๋ยวฉันเดินไปส่ง”
“เอ๊ะ!? ไม่ต้องก็ได้ค่ะ!”
“ดึกแล้ว”
“แต่—”
“หรืออยากให้ฉันอุ้มเหมือนแมวตัวนี้?”
“พี่พายุ!!”
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้นอีกครั้งท่ามกลางถนนยามค่ำที่เต็มไปด้วยแสงไฟสีส้ม
และพะพายก็เพิ่งรู้ตัวว่า—
ดูเหมือนเธอจะเริ่มเห็น “ตัวตนจริงๆ” ของประธานนักเรียนคนนี้มากขึ้นทุกทีแล้ว
“อ๊ะ อ๊ะ พี่พายุ...หนู...เสียว...ไม่ไหวแล้ว” พะพายร่อนสะโพกรับแรงกระแทกกระทั้นอย่างลืมอาย สองมือขยำเส้นผมหนาของเขาแน่น ยอดอกสั่นคลอนไปตามแรงส่งจนพายุอดใจไม่ไหวต้องก้มลงไปดูดเม้มสลับซ้ายขวาอย่างมัวเมา สะโพกหนากระแทกเน้นย้ำเข้าใส่ร่องรักที่ตอดรัดถี่รัว“ซี้ด...พร้อมกันนะพะพาย” พายุเร่งความเร็วขยับเข้าออกอย่างรุนแรงในจังหวะสุดท้าย ร่างเล็กสั่นคลอนโอนเอนตามแรงกระแทกอันหนักหน่วง ก่อนที่พายุจะกดเน้นสะโพกจมลึก สองร่างกระตุกเกร็งพร้อมกัน พะพายหวีดร้องเสียงหลงเมื่อแตะขอบสวรรค์ ขณะที่พายุปลดปล่อยความต้องการจนเต็มถุงยางอนามัย ชายหนุ่มผ่อนร่างลงนอนกอดเธอด้วยความอิ่มเอมใจหลังจากบทรักครั้งแรกผ่านพ้นไป ความเจ็บปวดปนกระสันเสียวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหา พายุถอดเครื่องป้องกันชิ้นเก่าทิ้งขยะ ทว่ากระแสไฟตัณหาในกายเขายังคงไม่มอดดับ สายตาคมจ้องมองร่างเปลือยเปล่าของเด็กสาวที่บัดนี้มีรอยรักสีกุหลาบแต่งแต้มไปทั่วทั้งตัว ความแข็งแกร่งขยายตัวผงาดขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็วชายหนุ่มแยกขาเรียวของพะพายออกอีกครั้ง นำพาความต้องการที่ตื่นตัวเต็มที่จ่อประชิดทางรักชุ่มฉ่ำ ร่างเล็กเบิกตากว้างเมื่อเห็นเขาไม่ได้หยิบถุง
เสียงลือเสียงเล่าอ้างภายในมหาวิทยาลัยไม่มีใครไม่รู้จัก ‘พี่พายุ’ นิสิตปี 3 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ควบตำแหน่งประธานสโมสรนิสิตสุดโหด ใบหน้าคมคายราวกับสลักเสลาจากประติมากรรมชั้นยอด ดวงตาคมดุคู่ดั้งเดิมที่ตอนนี้แฝงไปด้วยความน่าเกรงขามและดุดันดึงดูดสายตาของสาวๆ ทั้งในและนอกคณะได้อย่างง่ายดาย แต่ทว่าน้อยคนนักจะทราบว่า หัวใจของเขามีเจ้าของอย่างเหนียวแน่นมานานหลายปีแล้ว“พี่พายุคะ...นี่น้ำส้มค่ะ ดรีมเห็นพี่พายุเดินมาเหนื่อยๆ” ดาวคณะบริหารคนสวยเดินนวยนาดเข้ามาหาพายุที่กำลังยืนกอดอกหน้าตาถมึงทึงคุมน้องปี 1 อยู่ข้างสนาม ท่ามกลางสายตาอิจฉาของนิสิตหญิงคนอื่นๆพายุตวัดสายตาคมกริบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก ไม่แม้แต่จะยื่นมือไปรับแก้วน้ำ “ไม่เป็นไรครับ ผมมีน้ำส่วนตัวแล้ว และขอความกรุณาอย่ามาเดินเพ่นพ่านแถวนี้ มันรบกวนเวลาซ้อมของน้องๆ”น้ำเสียงเย็นชาเชือดเฉือนทำเอาดาวคณะหน้าเสีย รีบหมุนตัวเดินหนีไปทันที เพื่อนสนิทอย่างทศและสายฟ้าที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับส่ายหน้าขำขัน“ไอ้พายุ มึงนี่มันเสือจำศีลจริงๆ ดาวบริหารมาอ่อยขนาดนี้ยังไม่แล” ทศแซว“กูมีแฟนแล้ว มึงก็รู้” พายุเอ่ยเสียงเรียบ ทว
ลมร้อนแรกของเดือนเมษายนพัดผ่านเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายของเทศกาลแห่งความสุข วันหยุดยาวช่วงสงกรานต์คือช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย โดยเฉพาะพะพาย เพราะมันคือช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนหลังจากผ่านการเรียนอันหนักหน่วงมาตลอดทั้งปี แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงกว่าความตื่นเต้นของเทศกาล คือร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตดูหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารที่กำลังนั่งทำหน้าอ้อนวอนน่าสงสารอยู่หน้าแม่ของเธอในบ้านพักหลังเล็ก“คุณแม่ครับ...สงกรานต์ปีนี้ ผมอยากจะขออนุญาตพาพะพายไปเที่ยวทะเลสักสามสี่วันครับ พอดีเพื่อนที่คณะวิศวะมันชวนกลุ่มเพื่อนๆ ไปเที่ยวบ้านริมทะเลของมันที่ระยองครับ มีเพื่อนไปกันหลายคนเลย ทั้งผู้หญิงผู้ชาย คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะครับ ผมสัญญาว่าจะดูแลพะพายเท่าชีวิต และจะไม่ทำอะไรให้พะพายเสียหายเด็ดขาดครับ”พายุ อดีตประธานนักเรียนผู้เคร่งขรึมและบัดนี้เป็นพี่ปี 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ เอ่ยปากขออนุญาตด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาคมกริบเปี่ยมไปด้วยความจริงใจและนอบน้อม แม่ของพะพายมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเอ็นดู เธอเห็นพายุมาตั้งแต่ตอนที่ลูกสาวยังอยู่ม.4 จนถึงวันนี้พายุก็ยังคงมั่นคงและให้เกียรติพะพายเสมอมา“แม่เช
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากเด็กสาวม.4 ในวันนั้น ตอนนี้พะพายเติบโตขึ้นเป็นรุ่นพี่ม.5 ที่ต้องรับผิดชอบอะไรหลายอย่างมากขึ้น ทว่าสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยคือความรักและความเอาใจใส่ของพี่พายุที่มีให้เธอเสมอมา และในปีนี้...คือปีสำคัญที่พายุต้องก้าวข้ามผ่านรั้วโรงเรียนมัธยมเข้าสู่ชีวิตมหาวิทยาลัยอย่างเต็มตัวภายในหอประชุมใหญ่ของโรงเรียนคลาคล่ำไปด้วยหยาดน้ำตาและรอยยิ้มในวันพิธีปัจฉิมนิเทศของพี่ม.6 พะพายยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักเรียนหญิงที่มาคอยส่งรุ่นพี่สุดฮอต พายุในชุดนักเรียนเนี้ยบเรียบกริบวันสุดท้ายเดินถือใบประกาศนียบัตรออกมาด้วยท่าทางสง่างาม บนหน้าอกของเขาไม่มีสติกเกอร์รูปหัวใจแปะอยู่เลยแม้แต่ดวงเดียว เพราะสายตาคมดุดันคู่นั้นคอยกันผู้หญิงทุกคนให้ออกห่าง แต่ทันทีที่สายตาของเขาสบเข้ากับพะพาย แววตาคู่นั้นก็อ่อนแสงลงกลายเป็นความอบอุ่นละมุนใจทันที พายุเดินตรงดิ่งเข้ามาหาพะพายท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ เขาขยับเข้ามายืนชิดจนพะพายได้กลิ่นน้ำหอมสะอาดจางๆ จากตัวเขา มือหนายื่นช่อดอกไม้ช่อโตที่เขาได้รับมาส่งให้เธอถือไว้ ก่อนจะหยิบสติกเกอร์รูปแมวส้มตัวอ้วนกลมที่เขาเตรียมมาเองจากกระเป
หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนอบอุ่นที่บ้านของพี่พายุมาได้ พะพายก็รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ความกังวลเรื่องฐานะที่เคยมีลดน้อยลงไปมากเมื่อได้รับความรักและความเอ็นดูจากคุณพ่อคุณแม่ของเขา แต่ทว่า... ชีวิตรักของเด็ก ม.4 กับท่านประธานนักเรียนสุดฮอต มันไม่เคยเรียบง่ายขนาดนั้น เพราะหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน เรื่องปวดหัวเรื่องใหม่ก็วิ่งเข้ามาชนเธอเข้าอย่างจัง“ยัยพะพาย! แกต้องฟังฉันนะ!” เสียงแหลมลนลานของ ‘มิ้นท์’ เพื่อนสนิทร่วมห้องดังขึ้นทันทีที่พะพายก้าวเท้าเข้ามาในห้องเรียนยามเช้า มิ้นท์รีบคว้าข้อมือเธอแล้วลากไปที่มุมห้อง ท่าทางลุกลี้ลุกลนจนน่าสงสัย“มีอะไรเหรอ ตื่นตูมแต่เช้าเชียว” พะพายถามยิ้มๆ พร้อมกับวางกระเป๋านักเรียนลงบนโต๊ะ“ก็เรื่องพี่พายุของแกน่ะสิ! เมื่อวานเย็นหลังจากเลิกเรียน ฉันไปเดินซื้อของที่ห้างสรรพสินค้ามา แล้วแกเดาซิว่าฉันเจอใคร... ฉันเจอพี่พายุเดินอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง!”พะพายชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงรักษารอยยิ้มไว้ “อ๋อ... พี่พายุอาจจะไปเดินกับคุณแม่หรือเปล่า วันก่อนฉันเพิ่งไปเจอคุณแม่พี่เขามา ท่านยังวัยรุ่นและสวยมากเลยนะ”“ไม่ใช่คุณแม่ยัยพะพาย! ฉันตาไม่ฝาดแน่ๆ!” มินท์ขัดขึ
แสงแดดยามเย็นทอแสงสีส้มรำไรผ่านกระจกหน้าต่างของรถยนต์คันหรู พะพายนั่งตัวเกร็งอยู่บนเบาะข้างคนขับ มือเล็กทั้งสองข้างกำสายกระเป๋านักเรียนแน่นจนนิ้วซีดขาว เธอลอบมองคนข้างกายที่นั่งสบายๆ ด้วยท่าทางสงบนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาของพี่พายุยังคงเรียบเฉยตามสไตล์ประธานนักเรียนผู้เพียบพร้อมและเย่อหยิ่ง แต่ในแววตาคู่นั้นกลับมีความอบอุ่นจางๆ ที่มีไว้ให้เธอเพียงคนเดียว “พี่พายุคะ...หนูว่ามันจะดีจริงๆ เหรอคะ” พะพายถามเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าน่ารักฉายแววกังวลอย่างปิดไม่มิด“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ” พายุเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ“ก็...พี่พายุบอกเองว่าคุณแม่ของพี่แพ้ขนแมว แล้วนี่พวกเรากำลังจะอุ้ม ‘เจ้าพีนัท’ เข้าไปในบ้านพี่ แถมคุณแม่ของพี่ก็ยังไม่เคยเจอหนูเลยด้วย” เธอพ่นลมหายใจยาว ความกังวลใจเรื่องความแตกต่างของฐานะยังคงเป็นเงาตามตัว บ้านเธอเป็นแค่บ้านไม้ชั้นเดียวหลังเล็กๆ แม่ทำขนมขายตลาดนัด แต่บ้านของพายุกลับเป็นคฤหาสน์หรูหราที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านระดับมหาเศรษฐี พายุชะลอรถติดสัญญาณไฟแดง วันนี้เค้าทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถไปรับพระพายจากบ้านเพื่อพามาเจอกับคุณพ่อคุณแม่ของเขา พายุเอื้อมมือหนามากุมมือเล็กของพะพายไว้หลวมๆ ความอบอุ่นจ







![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)