Masukกลิ่นยาฆ่าเชื้ออ่อนๆ ภายในห้องพยาบาลลอยอยู่ในอากาศ
พะพายค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ
ภาพแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวกับแสงไฟสลัว ก่อนสายตาจะค่อยๆ ปรับโฟกัสไปยังร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างเตียง
พายุ
เขานั่งกอดอกอยู่บนเก้าอี้ ใบหน้าหล่อเหลายังคงนิ่งเหมือนเดิม แต่คิ้วกลับขมวดเข้าหากันชัดเจน
พอเห็นเธอฟื้น เขาก็ถอนหายใจทันที
“…ในที่สุดก็รู้สึกตัว”
พะพายกะพริบตาปริบๆ อย่างมึนงง
“หนู…”
“เป็นลมกลางสนาม”
น้ำเสียงเขาเรียบ แต่ฟังดูดุอย่างบอกไม่ถูก
“รู้ตัวไหมว่าทุกคนแตกตื่นกันหมด”
พะพายเม้มปากทันที
“ขอโทษค่ะ…”
พายุจ้องเธออยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะกล่องนมกับขนมปังที่วางอยู่ข้างเตียง
“กินซ่ะ”
“หืม?”
“ยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม”
พะพายชะงัก
ก็จริง…
เช้านี้เธอรีบมาซ้อมเชียร์จนแทบไม่ได้แตะอะไรเลย
พายุเห็นสีหน้าเธอก็เดาคำตอบได้ทันที
“…ดื้อ”
“หนูไม่ได้ดื้อนะคะ”
“ไม่กินข้าวแล้วฝืนเต้นกลางแดดเนี่ยนะไม่ดื้อ?”
พะพายเถียงไม่ออกทันที
พายุหยิบหลอดเสียบกล่องนมก่อนยื่นให้เธอ
“กินให้หมด”
“พี่พายุ…”
“เร็ว”
ถึงน้ำเสียงจะนิ่ง แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความเป็นห่วงจนพะพายใจเต้นแปลกๆ
เธอรับกล่องนมมาเงียบๆ
ภายในห้องพยาบาลเงียบลงชั่วครู่ มีเพียงเสียงพัดลมหมุนเบาๆ
พะพายแอบมองคนตรงหน้าอยู่เงียบๆ
ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องมาดูแลเธอขนาดนี้เลยแท้ๆ
หรือเพราะพายุเป็นคนใจดีอยู่แล้วกันนะ…
พอนึกถึงตรงนั้น หัวใจเธอก็หน่วงขึ้นอีกครั้ง
“พี่กลับไปเถอะค่ะ”
พายุเลิกคิ้ว
“ไล่พี่?”
“เปล่านะคะ!”
พะพายรีบโบกมือ
“คือ… เดี๋ยวแฟนพี่มาเห็นเข้า มันจะไม่ดีนะคะ”
คำพูดนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเงียบไปทันที
พายุขมวดคิ้วทันที
“แฟน?”
พะพายหลบสายตา
“ก็… พี่มุกดา…”
ยังไม่ทันพูดจบ พายุก็ถอนหายใจออกมายาวๆ เหมือนปวดหัว
“…มุกดาพูดอะไรกับเธอ”
“พี่เค้าบอกว่าเป็นแฟนพี่”
“ไม่ใช่”
ตอบเร็วมาก
พะพายเงยหน้าขึ้นทันที
“เอ๊ะ?”
“พี่ไม่ได้คบกับมุกดา”
“แต่พี่เค้าบอกว่า—”
“พี่ไม่เคยพูดแบบนั้น”
น้ำเสียงพายุจริงจังจนเธอชะงัก
หัวใจที่เคยหนักอึ้งมาตลอดหลายวัน เหมือนถูกยกออกไปนิดหนึ่ง
“งั้น… พี่ไม่มีแฟนเหรอคะ”
“อืม”
พะพายเผลอโล่งใจออกมาแบบไม่รู้ตัว
แต่ประโยคถัดไปของเขา กลับทำให้หัวใจเธอร่วงลงอีกครั้ง
“แต่ก็มีคนที่ชอบแล้ว”
ตึก—
หัวใจพะพายกระตุกวูบ
เธอรีบก้มหน้าทันที
“…อ่อ”
เสียงตัวเองเบาจนน่าตกใจ
ก็แน่อยู่แล้ว
คนอย่างพี่พายุจะไม่มีคนในใจได้ยังไง
ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง ทั้งสมบูรณ์แบบขนาดนั้น
พะพายพยายามฝืนยิ้ม
“งั้นพี่ก็ควรไปดูแลเค้าสิคะ”
พายุเงียบ
ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้เตียงช้าๆ
“ก็กำลังดูแลอยู่”
“เอ๊ะ?”
พะพายเงยหน้าขึ้น
แล้วก็พบว่าสายตาคมคู่นั้นกำลังมองเธอตรงๆ
“…คนที่พี่ชอบก็คือเธอ”
โลกทั้งใบเงียบลงทันที
พะพายเบิกตาค้าง
“ห๊ะ…?”
พายุถอนหายใจเบาๆ เหมือนยอมแพ้
“ต้องให้พูดตรงๆ ขนาดนี้เลย?”
“ดะ เดี๋ยวนะคะ…”
สมองเธอเริ่มประมวลผลไม่ทัน
“พี่ชอบ… หนู?”
“อืม”
“ตั้งแต่เมื่อไรคะ”
“ไม่รู้”
พายุตอบทันที
“ตอนแรกก็แค่คิดว่าเธอวุ่นวาย”
พะพายพองแก้มทันที
“พี่พายุ!”
“แต่พอไม่เห็นหน้า ก็คิดถึง”
“…เอ๊ะ”
“พอเธอหลบหน้า ก็หงุดหงิด”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เหมือนกำลังเล่าเรื่องธรรมดา
แต่หัวใจพะพายกลับเต้นแรงจนแทบระเบิด
“แล้วพอเห็นผู้ชายพวกนั้นมาจีบเธอ…”
พายุหรี่ตาลงนิดๆ
“พี่หงุดหงิดมาก”
พะพายหน้าแดงไปหมดแล้ว
“พี่พูดอะไรเนี่ย…”
“พูดความจริง”
พายุขยับเข้ามาใกล้อีกนิด จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมสะอาดอ่อนๆ จากตัวเขา
ตึกตัก—
ตึกตัก—
หัวใจเธอดังจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
“แล้วเธอล่ะ”
เสียงทุ้มดังขึ้นเบาๆ
“ชอบพี่ไหม”
พะพายเม้มปากแน่น
จะให้ตอบยังไงไหว…
เพราะเธอชอบเขาไปตั้งแต่ตอนไหนแล้วก็ไม่รู้
อาจจะตอนที่เห็นประธานนักเรียนสุดเย็นชานั่งฟัดพุงแมว
หรือตอนที่เขาเดินมาส่งบ้าน
หรือตอนที่คอยเป็นห่วงเธอเงียบๆ
รู้ตัวอีกที… หัวใจก็มีแต่คนคนนี้เต็มไปหมดแล้ว
พะพายก้มหน้าแดงๆ ก่อนพยักหน้าเบาๆ
“…ชอบค่ะ”
วินาทีนั้นเอง
พายุก็ยิ้มออกมาจริงๆ
ไม่ใช่รอยยิ้มบางๆ แบบทุกครั้ง
แต่เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นจนพะพายเผลอมองค้าง
“ในที่สุดก็ยอมพูด”
“ก็พี่เล่นพูดตรงเกินไปนี่นา…”
พะพายงึมงำ
พายุหัวเราะเบาๆ ก่อนเอื้อมมือมาดีดหน้าผากเธอเบาๆ
“โอ๊ย”
“ทีหลังห้ามคิดเองไปคนเดียวอีก”
พะพายลูบหน้าผากป้อยๆ
“ก็ใครจะไปรู้ล่ะคะ…”
เธอพูดยังไม่ทันจบ
พายุก็โน้มตัวลงมาใกล้
ใกล้มาก…
จนปลายจมูกแทบชนกัน
พะพายตาโตทันที
“พี่พายุ…”
“ขออย่างนึง”
“อะไรคะ”
“อย่าหลบหน้าพี่อีก”
เสียงเขาเบามาก
แต่กลับทำให้หัวใจเธอสั่นไปหมด
พะพายพยักหน้าเบาๆ อย่างเขินๆ
แล้วในจังหวะนั้นเอง—
พายุก็ก้มลงจุ้บริมฝีปากเธอเบาๆ
สัมผัสนั้นแผ่วเบาและอ่อนโยนมาก
เหมือนกลัวเธอตกใจ
พะพายชะงักไปทั้งตัว หน้าแดงจนแทบไหม้
ส่วนพายุผละออกช้าๆ ก่อนเอาหน้าผากแตะหน้าผากเธอเบาๆ
“…เขิน?”
“มะ ไม่ให้เขินได้ไงคะ!”
พายุหลุดหัวเราะทันที
“น่ารัก”
“พี่อย่าพูดแบบนี้สิ!”
พะพายเอาหมอนปิดหน้าตัวเองทันที
แต่ไม่ทันเห็นว่า—
ตรงช่องกระจกเล็กๆ หน้าห้องพยาบาล
มีใครบางคนยืนมองอยู่เงียบๆ
มุกดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือ
สายตาที่มองเข้ามาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
โดยเฉพาะตอนที่เห็นพายุจูบพะพาย
ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวทันที
“…แก”
เสียงพึมพำแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก
“ฉันไม่มีวันยอมแน่ นังพะพาย…”
“อ๊ะ อ๊ะ พี่พายุ...หนู...เสียว...ไม่ไหวแล้ว” พะพายร่อนสะโพกรับแรงกระแทกกระทั้นอย่างลืมอาย สองมือขยำเส้นผมหนาของเขาแน่น ยอดอกสั่นคลอนไปตามแรงส่งจนพายุอดใจไม่ไหวต้องก้มลงไปดูดเม้มสลับซ้ายขวาอย่างมัวเมา สะโพกหนากระแทกเน้นย้ำเข้าใส่ร่องรักที่ตอดรัดถี่รัว“ซี้ด...พร้อมกันนะพะพาย” พายุเร่งความเร็วขยับเข้าออกอย่างรุนแรงในจังหวะสุดท้าย ร่างเล็กสั่นคลอนโอนเอนตามแรงกระแทกอันหนักหน่วง ก่อนที่พายุจะกดเน้นสะโพกจมลึก สองร่างกระตุกเกร็งพร้อมกัน พะพายหวีดร้องเสียงหลงเมื่อแตะขอบสวรรค์ ขณะที่พายุปลดปล่อยความต้องการจนเต็มถุงยางอนามัย ชายหนุ่มผ่อนร่างลงนอนกอดเธอด้วยความอิ่มเอมใจหลังจากบทรักครั้งแรกผ่านพ้นไป ความเจ็บปวดปนกระสันเสียวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหา พายุถอดเครื่องป้องกันชิ้นเก่าทิ้งขยะ ทว่ากระแสไฟตัณหาในกายเขายังคงไม่มอดดับ สายตาคมจ้องมองร่างเปลือยเปล่าของเด็กสาวที่บัดนี้มีรอยรักสีกุหลาบแต่งแต้มไปทั่วทั้งตัว ความแข็งแกร่งขยายตัวผงาดขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็วชายหนุ่มแยกขาเรียวของพะพายออกอีกครั้ง นำพาความต้องการที่ตื่นตัวเต็มที่จ่อประชิดทางรักชุ่มฉ่ำ ร่างเล็กเบิกตากว้างเมื่อเห็นเขาไม่ได้หยิบถุง
เสียงลือเสียงเล่าอ้างภายในมหาวิทยาลัยไม่มีใครไม่รู้จัก ‘พี่พายุ’ นิสิตปี 3 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ควบตำแหน่งประธานสโมสรนิสิตสุดโหด ใบหน้าคมคายราวกับสลักเสลาจากประติมากรรมชั้นยอด ดวงตาคมดุคู่ดั้งเดิมที่ตอนนี้แฝงไปด้วยความน่าเกรงขามและดุดันดึงดูดสายตาของสาวๆ ทั้งในและนอกคณะได้อย่างง่ายดาย แต่ทว่าน้อยคนนักจะทราบว่า หัวใจของเขามีเจ้าของอย่างเหนียวแน่นมานานหลายปีแล้ว“พี่พายุคะ...นี่น้ำส้มค่ะ ดรีมเห็นพี่พายุเดินมาเหนื่อยๆ” ดาวคณะบริหารคนสวยเดินนวยนาดเข้ามาหาพายุที่กำลังยืนกอดอกหน้าตาถมึงทึงคุมน้องปี 1 อยู่ข้างสนาม ท่ามกลางสายตาอิจฉาของนิสิตหญิงคนอื่นๆพายุตวัดสายตาคมกริบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก ไม่แม้แต่จะยื่นมือไปรับแก้วน้ำ “ไม่เป็นไรครับ ผมมีน้ำส่วนตัวแล้ว และขอความกรุณาอย่ามาเดินเพ่นพ่านแถวนี้ มันรบกวนเวลาซ้อมของน้องๆ”น้ำเสียงเย็นชาเชือดเฉือนทำเอาดาวคณะหน้าเสีย รีบหมุนตัวเดินหนีไปทันที เพื่อนสนิทอย่างทศและสายฟ้าที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับส่ายหน้าขำขัน“ไอ้พายุ มึงนี่มันเสือจำศีลจริงๆ ดาวบริหารมาอ่อยขนาดนี้ยังไม่แล” ทศแซว“กูมีแฟนแล้ว มึงก็รู้” พายุเอ่ยเสียงเรียบ ทว
ลมร้อนแรกของเดือนเมษายนพัดผ่านเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายของเทศกาลแห่งความสุข วันหยุดยาวช่วงสงกรานต์คือช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย โดยเฉพาะพะพาย เพราะมันคือช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนหลังจากผ่านการเรียนอันหนักหน่วงมาตลอดทั้งปี แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงกว่าความตื่นเต้นของเทศกาล คือร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตดูหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารที่กำลังนั่งทำหน้าอ้อนวอนน่าสงสารอยู่หน้าแม่ของเธอในบ้านพักหลังเล็ก“คุณแม่ครับ...สงกรานต์ปีนี้ ผมอยากจะขออนุญาตพาพะพายไปเที่ยวทะเลสักสามสี่วันครับ พอดีเพื่อนที่คณะวิศวะมันชวนกลุ่มเพื่อนๆ ไปเที่ยวบ้านริมทะเลของมันที่ระยองครับ มีเพื่อนไปกันหลายคนเลย ทั้งผู้หญิงผู้ชาย คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะครับ ผมสัญญาว่าจะดูแลพะพายเท่าชีวิต และจะไม่ทำอะไรให้พะพายเสียหายเด็ดขาดครับ”พายุ อดีตประธานนักเรียนผู้เคร่งขรึมและบัดนี้เป็นพี่ปี 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ เอ่ยปากขออนุญาตด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาคมกริบเปี่ยมไปด้วยความจริงใจและนอบน้อม แม่ของพะพายมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเอ็นดู เธอเห็นพายุมาตั้งแต่ตอนที่ลูกสาวยังอยู่ม.4 จนถึงวันนี้พายุก็ยังคงมั่นคงและให้เกียรติพะพายเสมอมา“แม่เช
กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว จากเด็กสาวม.4 ในวันนั้น ตอนนี้พะพายเติบโตขึ้นเป็นรุ่นพี่ม.5 ที่ต้องรับผิดชอบอะไรหลายอย่างมากขึ้น ทว่าสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยคือความรักและความเอาใจใส่ของพี่พายุที่มีให้เธอเสมอมา และในปีนี้...คือปีสำคัญที่พายุต้องก้าวข้ามผ่านรั้วโรงเรียนมัธยมเข้าสู่ชีวิตมหาวิทยาลัยอย่างเต็มตัวภายในหอประชุมใหญ่ของโรงเรียนคลาคล่ำไปด้วยหยาดน้ำตาและรอยยิ้มในวันพิธีปัจฉิมนิเทศของพี่ม.6 พะพายยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักเรียนหญิงที่มาคอยส่งรุ่นพี่สุดฮอต พายุในชุดนักเรียนเนี้ยบเรียบกริบวันสุดท้ายเดินถือใบประกาศนียบัตรออกมาด้วยท่าทางสง่างาม บนหน้าอกของเขาไม่มีสติกเกอร์รูปหัวใจแปะอยู่เลยแม้แต่ดวงเดียว เพราะสายตาคมดุดันคู่นั้นคอยกันผู้หญิงทุกคนให้ออกห่าง แต่ทันทีที่สายตาของเขาสบเข้ากับพะพาย แววตาคู่นั้นก็อ่อนแสงลงกลายเป็นความอบอุ่นละมุนใจทันที พายุเดินตรงดิ่งเข้ามาหาพะพายท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ เขาขยับเข้ามายืนชิดจนพะพายได้กลิ่นน้ำหอมสะอาดจางๆ จากตัวเขา มือหนายื่นช่อดอกไม้ช่อโตที่เขาได้รับมาส่งให้เธอถือไว้ ก่อนจะหยิบสติกเกอร์รูปแมวส้มตัวอ้วนกลมที่เขาเตรียมมาเองจากกระเป
หลังจากผ่านพ้นค่ำคืนอันแสนอบอุ่นที่บ้านของพี่พายุมาได้ พะพายก็รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ความกังวลเรื่องฐานะที่เคยมีลดน้อยลงไปมากเมื่อได้รับความรักและความเอ็นดูจากคุณพ่อคุณแม่ของเขา แต่ทว่า... ชีวิตรักของเด็ก ม.4 กับท่านประธานนักเรียนสุดฮอต มันไม่เคยเรียบง่ายขนาดนั้น เพราะหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน เรื่องปวดหัวเรื่องใหม่ก็วิ่งเข้ามาชนเธอเข้าอย่างจัง“ยัยพะพาย! แกต้องฟังฉันนะ!” เสียงแหลมลนลานของ ‘มิ้นท์’ เพื่อนสนิทร่วมห้องดังขึ้นทันทีที่พะพายก้าวเท้าเข้ามาในห้องเรียนยามเช้า มิ้นท์รีบคว้าข้อมือเธอแล้วลากไปที่มุมห้อง ท่าทางลุกลี้ลุกลนจนน่าสงสัย“มีอะไรเหรอ ตื่นตูมแต่เช้าเชียว” พะพายถามยิ้มๆ พร้อมกับวางกระเป๋านักเรียนลงบนโต๊ะ“ก็เรื่องพี่พายุของแกน่ะสิ! เมื่อวานเย็นหลังจากเลิกเรียน ฉันไปเดินซื้อของที่ห้างสรรพสินค้ามา แล้วแกเดาซิว่าฉันเจอใคร... ฉันเจอพี่พายุเดินอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง!”พะพายชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงรักษารอยยิ้มไว้ “อ๋อ... พี่พายุอาจจะไปเดินกับคุณแม่หรือเปล่า วันก่อนฉันเพิ่งไปเจอคุณแม่พี่เขามา ท่านยังวัยรุ่นและสวยมากเลยนะ”“ไม่ใช่คุณแม่ยัยพะพาย! ฉันตาไม่ฝาดแน่ๆ!” มินท์ขัดขึ
แสงแดดยามเย็นทอแสงสีส้มรำไรผ่านกระจกหน้าต่างของรถยนต์คันหรู พะพายนั่งตัวเกร็งอยู่บนเบาะข้างคนขับ มือเล็กทั้งสองข้างกำสายกระเป๋านักเรียนแน่นจนนิ้วซีดขาว เธอลอบมองคนข้างกายที่นั่งสบายๆ ด้วยท่าทางสงบนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาของพี่พายุยังคงเรียบเฉยตามสไตล์ประธานนักเรียนผู้เพียบพร้อมและเย่อหยิ่ง แต่ในแววตาคู่นั้นกลับมีความอบอุ่นจางๆ ที่มีไว้ให้เธอเพียงคนเดียว “พี่พายุคะ...หนูว่ามันจะดีจริงๆ เหรอคะ” พะพายถามเสียงอ้อมแอ้ม ใบหน้าน่ารักฉายแววกังวลอย่างปิดไม่มิด“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ” พายุเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ“ก็...พี่พายุบอกเองว่าคุณแม่ของพี่แพ้ขนแมว แล้วนี่พวกเรากำลังจะอุ้ม ‘เจ้าพีนัท’ เข้าไปในบ้านพี่ แถมคุณแม่ของพี่ก็ยังไม่เคยเจอหนูเลยด้วย” เธอพ่นลมหายใจยาว ความกังวลใจเรื่องความแตกต่างของฐานะยังคงเป็นเงาตามตัว บ้านเธอเป็นแค่บ้านไม้ชั้นเดียวหลังเล็กๆ แม่ทำขนมขายตลาดนัด แต่บ้านของพายุกลับเป็นคฤหาสน์หรูหราที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านระดับมหาเศรษฐี พายุชะลอรถติดสัญญาณไฟแดง วันนี้เค้าทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถไปรับพระพายจากบ้านเพื่อพามาเจอกับคุณพ่อคุณแม่ของเขา พายุเอื้อมมือหนามากุมมือเล็กของพะพายไว้หลวมๆ ความอบอุ่นจ







