FAZER LOGINซ่งจื่อเซวียนนึกประหลาดใจเมื่อเห็นเซี่ยอวี่ถิงเตรียมตัวออกไปมหาวิทยาลัยทั้งทีเมื่อวานเกิดเรื่องขึ้น “คุณเซี่ยจะไปมหาลัยเหรอคะ” คำพูดแฝงน้ำเสียงห่วงใยของหญิงชรา เซี่ยอวี่ถิงเข้าใจได้ว่าป้าหวังคงรู้เรื่องที่เกิดกับเธอเมื่อวานแล้ว “ยิ่งเกิดเรื่องยิ่งต้องไปสิคะ ถ้าไม่กล้าสู้หน้าเท่ากับเรายอมรับ” มือของหญิงชรายื่นมาจับมือเรียวเล็กและส่งต่อความอบอุ่นให้เธอ“คุณเซี่ยเข้มแข็งมากเลยถ้าพวกเราเจอเรื่องแบบนั้นไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง” ซือเหยาพูด มู่ซีพยักหน้ารับเซี่ยอวี่ถิงส่งยิ้มให้สองสาวก่อนลงมานั่งที่เก้าอี้ของตัวเอง ซ่งจื่อเซวียนนึกชื่นชมความเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยวของเธอ แต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานที่เผลอพูดจาไม่ดีกับเธอ เขาก็รู้สึกไม่ชอบใจตัวเองขึ้นมา“ไม่มีของว่างรองท้องเหรอ” เซี่ยอวี่ถิงหันมองต้นเสียง ซ่งจื่อเซวียนเคาะนิ้วเรียวยาวลงบนโต๊ะอาหาร มืออีกข้างคนกาแฟในแก้วไปมา สีหน้าขรึม ส่งเสียงกระแอมในลำคอ “ป้าหวังเตรียมของว่างให้คุณชายเพิ่มทีค่ะ” “แซนวิชของเธอเมื่อวานน่ะ” ซ่งจื่อเซวียนเน้นคำว่า ‘ของเธอ’ จงใจบอกใบ้ว่าเขาต้องการให้เซี่ยอวี่ถิงเป็นคนลงมือทำ “คุณอยากให้ฉันทำให้เหรอ ได้แต่มีข้อ
เซี่ยอวี่ถิงอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง ด้วยความโดดเด่นของเขาทำให้ทุกย่างก้าวที่เขาเดินผ่านได้รับการสนใจจากคนรอบข้าง “ปิดหน้าเอาไว้จะไม่มีใครทำอะไรเธอได้” ซ่งจื่อเซวียนพูด เสียงทุ้มต่ำนั้นทำให้เธอรู้สึกมั่นคง เซี่ยอวี่ถิงกระชับเสื้อสูทของเขาขึ้นมาคลุมหน้า เขาพาเธอเดินออกไปท่ามกลางสายตาของผู้คนที่มองมาและเริ่มซุบซิบนินทาเขาวางเธอที่เบาะรถอย่างเบามือ ก่อนขึ้นมานั่งข้างเธอ ระหว่างทางเซี่ยอวี่ถิงนั่งนิ่งไม่พูดจา ซ่งจื่อเซวียนมองคนข้างกาย ใจนึกอยากถามว่าเธอรู้สึกอย่างไร ปากของเขากลับไม่ขยับตามใจต้องการ เมื่อเห็นเธอนิ่งเงียบเขาก็ไม่ได้พูดอะไรปล่อยให้เธออยู่กับตัวเอง “กระทู้ในเว็บบอร์ดถูกลบไปหมดแล้วครับ” จางฮุ่ยหมิงรายงาน“อืม”“ทางอธิการได้ประกาศว่าคุณเซี่ยถูกใส่ร้าย และจะคาดโทษคนที่ไม่หยุดเผยแพร่เรื่องนี้” “ขอบคุณนะ” เซี่ยอวี่ถิงตัดสินใจพูดออกมาหลังที่นิ่งเงียบมานานก่อนหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้าในมือยังกระชับเสื้อสูทที่คลุมตัวเอาไว้แน่น รถจอดที่หน้าประตูบ้าน เซี่ยอวี่ถิงลงจากรถ เธอมองหน้าซ่งจื่อเซวียนที่ยืนข้าง ๆ ก่อนถอดเสื้อสูทคืนให้เขา ซ่งจื่อเซวียนพยักหน้า จางฮุ่ยหมิงเดินเข้ามารับเสื้อสูทไป
“ก็มาช่วยเธอไง” ซ่งหยุนเซินเอียงคอ ยักไหล่ซ้าย แม้ปากบอกว่ามาเพื่อช่วยแต่เซี่ยอวี่ถิงไม่ไว้ใจเขาสักนิด “ฉันไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ” “แต่เธอกำลังจะถูกพักการเรียนแล้วนะ เชื่อเถอะฉันจัดการได้” ระหว่างทั้งสองคนโต้เถียง อธิการบดีที่ยืนมองทั้งคู่ชักไม่สบอารมณ์เอ่ยถามคนที่ถือวิสาสะเข้ามา“คุณเป็นใคร เกี่ยวข้องอะไรกับนักศึกษาเซี่ย”“สงสัยฉันยังมีอิทธิพลไม่มากพอสินะ ท่านอธิการถึงไม่รู้จัก” ซ่งหยุนเซินเดินหน้าออกไป เขาล้วงมือเข้าในกระเป๋ากางเกงท่าทีวางท่าไม่เคารพอธิการบดี “เชื่อไหมว่าฉันสามารถจัดการให้ท่านอธิการกลับไปนอนเกษียณก่อนเวลาได้”“คุณเป็นใครกันมาพูดจาข่มขู่กันแบบนี้” อธิการบดีไม่พอใจที่มีคนมาข่มขู่ถึงในถิ่นของตัวเองซ่งหยุนเซินยังคงวางท่า เขายักไหล่เอียงคอมองอย่างหาเรื่อง เซี่ยอวี่ถิงเห็นท่าไม่ดีจึงเดินเข้าไปห้าม“นี่คุณจะมาช่วยหรือจะมาทำให้แย่กว่าเดิม” เซี่ยอวี่ถิงป้องปากกระซิบเพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยิน“ขอโทษด้วยค่ะ” เซี่ยอวี่ถิงก้มหน้าขอโทษ“ผู้ชายคนนี้เป็นอะไรกับเธอ” อธิการบดีถามด้วยน้ำเสียงฮึดฮัดเต็มทน“เอ่อ…” เซี่ยอวี่ถิงไม่รู้จะแนะนำเขาอย่างไร ซ่งหยุนเซินหัวเราะในลำคอแ
“มีอะไรเหรอ” เสิ่นซวนเหอถามจ้าวมู่เจ๋อที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องเรียนของพวกเธอ“คือ…” จ้าวมู่เจ๋อไม่รู้จะเริ่มอย่างไรเมื่อเห็นหน้าซีดเผือดของเซี่ยอวี่ถิง เธอคงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เขาอยากดึงร่างกายที่สั่นเทานั่นเข้ามาในอ้อมกอดแล้วบอกกับเธอว่าไม่ว่าอย่างไรเขาจะอยู่เคียงข้างเธอ แต่ด้วยเพราะเมื่อวานเขาเพิ่งสารภาพความรู้สึกของเขากับเธอ ระหว่างเขากับเธอจึงเกิดความกระอักกระอ่วนใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะยอมรับอ้อมกอดของเขาได้อย่างสนิทใจเหมือนเดิมไหม“ต๊าย ทุเรศจริง ๆ แบบนี้มันขายตัวดีดีนี่แหละ” เสียงคนข้างหลังดังขึ้น จ้าวมู่เจ๋อและเสิ่นซวนเหอหันหน้าขึ้นไปมอง พวกเพื่อนร่วมชั้นจับกลุ่มยืนซุบซิบกันแล้วมองลงมาที่เซี่ยอวี่ถิงเซี่ยอวี่ถิงรู้สึกหวิวจนแทบเป็นลม เธอทรุดตัวลงนั่งกับโต๊ะ จ้าวมู่เจ๋อทรุดตัวคุกเข่าข้างเธอ “ถิงถิง เป็นอะไรไหม” สายตาเลื่อนลอยของเธอที่มองมาทำเอาจ้าวมู่เจ๋อใจหาย เซี่ยอวี่ถิงที่เขารู้จักจะยืนหยัดอย่างถึงที่สุดหากเธอถูกกล่าวหาลอย ๆ เมื่อครั้งตอนเรียนชั้นมัธยมปลาย มีกลุ่มเพื่อนกล่าวหาว่าเธอขโมยกระเป๋าเงินไป เธอก็พิสูจน์ตัวเองจนพ้นข้อกล่าวหา แต
เช้าวันนี้เซี่ยอวี่ถิงตื่นขึ้นมาจัดการแกะผ้าพันแผลออก แผลไม่อักเสบพวกรอยขีดข่วนเล็ก ๆ ก็เริ่มแห้ง เธอจึงทำแผลแค่รอยถลอกใหญ่ ๆ เท่านั้น เมื่อจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเธอเปิดประตู ป้าหวังเดินออกจากห้องของซ่งจื่อเซวียนแล้วหันมาเจอเธอที่กำลังเดินออกจากห้อง “วันนี้คุณชายบอกว่าคุณเซี่ยไม่ต้องไปจัดชุดให้ค่ะ”“ทำไมล่ะคะ” หญิงชรามองสาวน้อยช่างสงสัยด้วยความเอ็นดู บางทีเรื่องของหัวใจผู้เป็นเจ้าของมักละเลยจนมองไม่เห็น คนวงนอกอาจต้องยื่นมือเข้าไปช่วยในบางครั้งคราว“คุณชายคงเป็นห่วงเพราะแขนคุณเซี่ยยังบาดเจ็บอยู่ก็ได้ค่ะ” เซี่ยอวี่ถิงฉุกคิดตามคำชี้แนะของป้าหวัง ความอบอุ่นในใจผุดขึ้นมา แต่ก็ต้องรีบเก็บซ่อนเอาไว้เพราะสถานะของเธอไม่ควรเผลอใจไปมากกว่านี้“ยังไม่ถึงเวลาอาหารเช้าคุณเซี่ยลงไปนั่งเล่นรอสักครู่นะคะ”เซี่ยอวี่ถิงพยักหน้า เธอเดินเข้าไปหยิบกระเป๋าเป้แล้วลงไปด้านล่างซ่งจื่อเซวียนลงมาที่ห้องรับประทานอาหาร ป้าหวังยืนยิ้มต้อนรับ พร้อมมู่ซีและซือเหยาที่จัดแจงเตรียมกาแฟดำให้เขา“คุณเซี่ยเธอออกไปมหาวิทยาลัยแล้วค่ะ” ป้าหวังพูดเมื่อซ่งจื่อเซวียนนั่งลงประจำที่แต่สายตาทอดมองเก้าอี้ด้านข้างที่ว่างเปล่า แว
“แล้วเธอตอบว่ายังไง” ซ่งจื่อเซวียนช้อนตาคมมองคุณชายหลี่ที่ก้าวล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของเขา “เอ่อ…” จินเฉินไม่กล้ารายงานเพราะเจ้านายยังไม่ได้เอ่ยปากถามเอง“คุณชายซ่งก็อยากรู้เหมือนกันใช่ไหมล่ะ” คุณชายหลี่ยักคิ้วให้คนที่นั่งหน้าตึงไม่ไหวติง “ถ้าจะคุยเรื่องไร้สาระ ฉันขอตัว” ซ่งจื่อเซวียนพูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปโดยไม่ไว้หน้าใคร จางฮุ่ยหมิงและจินเฉินรีบเก็บของแล้วตามผู้เป็นเจ้านายออกไป“เดี๋ยวก่อนผู้ช่วยจิน สรุปคุณเซี่ยตอบว่ายังไง” จินเฉินเหลือบมองเห็นเงาเจ้านายเดินพ้นประตูห้องไปแล้ว เขาหันมาพูดกับคุณชายหลี่อย่างรวดเร็ว“เธอไม่ได้ตอบตกลง แต่ขอเวลากลับไปคิดครับ ผมขอตัวนะครับ” คุณชายหลี่พยักหน้า จินเฉินรีบสาวเท้าตามเจ้านายออกไป เขาได้แต่ส่ายหัวให้ซ่งจื่อเซวียนที่เอาแต่วางมาดขรึมเป็นคุณชายไร้หัวใจ‘แหม พ่อหนุ่มหัดคลั่งรัก สงสัยนอกจากเรื่องงานอาจจะต้องให้ความช่วยเหลือสอนวิชาทำความรู้จักความรักให้คุณชายซ่งคนนี้สักหน่อยแล้ว’ตลอดเส้นทางกลับบ้านบรรยากาศในรถทำเอาจางฮุ่ยหมิงเสียวสันหลังวาบเป็นระยะ เจ้านายของเขาแม้หลับตานิ่งแต่ความคุกรุ่นในจิตใจแผ่กระจายออกมาจนจางฮุ่ยหมิงแทบถุกพลังงานนั้นบ







