เข้าสู่ระบบหลังจากรับเสื้อยืดจากปกรณ์ รินลดาก็เดินตรงไปยังห้องน้ำของบริษัท เธอจัดการถอดเสื้อเชิ้ตที่เปียกปอนออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะบรรจงพับเก็บใส่ถุงที่เตรียมมาอย่างเรียบร้อย จากนั้นจึงปลดถุงน่องสีเนื้อแบบเต็มตัวที่สวมทับกางเกงชั้นในออกอย่างช้าๆ เธอชอบสวมถุงน่องแบบนี้เพราะมันทำให้รู้สึกเหมือนมีกางเกงอยู่ข้างในกระโปรง เวลานั่งหรือเคลื่อนไหวก็จะไม่รู้สึกโป๊ ทำให้หญิงสาวรู้สึกมั่นใจในทุกอิริยาบถ แต่ในวันนี้ช่วงน่องลงไปกลับเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน เธอจึงจำต้องถอดมันออกอย่างเสียดาย เมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อย รินลดาก็เดินออกมาจากห้องน้ำ เป็นจังหวะเดียวกับที่ปกรณ์หันมาทางเธอพอดี แววตาของเขาจับจ้องมาที่เรียวขาของเธออย่างเปิดเผย
“ขาคุณหลินสวยดีนะครับ” ชายหนุ่มกล่าวชมอย่างตรงไปตรงมา น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลของเขาทำให้รินลดารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า ก่อนที่เขาจะพูดต่ออีกว่า
“อันที่จริงคุณหลินไม่จำเป็นต้องใส่ถุงน่องก็ได้นี่ครับ”
“คือว่าหลินอยากให้ดูเรียบร้อยค่ะ” หล่อนพยายามตอบแก้เก้อ ทั้งที่ในใจจริงแล้ว การสวมถุงน่องทำให้เธอมั่นใจทุกครั้งเวลาโหนรถเมล์ มันเหมือนมีเกราะป้องกันอีกชั้นหนึ่ง ทำให้ไม่รู้สึกโล่งจนเกินไป
“ฝนหยุดแล้วนะครับ” เขามองออกไปด้านนอกหน้าต่าง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “คุณหลินให้ผมไปส่งที่บ้านนะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ หลินเกรงใจ บ้านหลินอยู่ใกล้ๆ แค่นี้เอง” เธอปฏิเสธอย่างนุ่มนวล แม้ในใจจะเริ่มหวั่นไหวกับความห่วงใยที่เขามอบให้
“ถ้าคุณจะรอรถเมล์ ผมว่าคงจะอีกนานเลยครับ หรือไม่คนก็อาจจะแน่น” เขาพยายามเซ้าซี้ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาดี ซึ่งก็ทำให้รินลดาใจอ่อนลงในที่สุด
“ถ้าไม่เป็นการรบกวน เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” หล่อนตอบด้วยความจำยอม เพราะเธอไม่ค่อยมั่นใจนักหากจะต้องไปโหนรถเมล์ในสภาพที่เพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้ามาใหม่ และยังคงรู้สึกเหนียวเหนอะหนะจากน้ำฝน
“ไม่เลยครับคุณหลิน ผมเต็มใจครับ” ชายหนุ่มรีบพูดเสริมขึ้นมาทันที แววตาของเขาเป็นประกายระยิบระยับ
จากนั้นเลขาสาวก็เดินตามเจ้านายหนุ่มมายังลานจอดรถ ซึ่งเวลานี้เหลือเพียงรถหรูคันงามของเขาจอดอยู่เพียงคันเดียวเท่านั้น ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืน
ก่อนขึ้นรถ ปกรณ์เอื้อมมือไปเปิดประตูรถให้เธออย่างสุภาพบุรุษ รินลดาก้มศีรษะลงเล็กน้อย คล้ายจะแสดงความเกรงใจหัวหน้าหนุ่ม เมื่อขึ้นไปนั่งในรถได้ หญิงสาวก็รีบพูดขึ้นมาทันที
“บอสคะ อันที่จริงไม่จำเป็นต้องเปิดประตูรถให้หลินก็ได้ค่ะ หลินเป็นเลขาฯ นะคะ หลินต่างหากที่ต้องเปิดประตูรถให้บอส” เธอพยายามบอกชายหนุ่มด้วยความเกรงใจ
“ตอนนี้เลิกงานแล้วครับ หมดเวลาเป็นเจ้านายกับลูกน้องแล้วครับ ผมถือว่าคุณหลินเป็นเพื่อนผมคนหนึ่งนะครับ” เขาตอบด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความจริงใจและอบอุ่น ทำให้หัวใจของรินลดาเต้นระรัว
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวฉีกยิ้มแล้วมองหน้าเขา นึกในใจว่า 'นี่เรากำลังโดนจีบอยู่หรือเปล่าเนี่ย' หัวหน้าอย่างคุณปกรณ์จะมาจีบลูกน้องธรรมดาๆ อย่างหล่อนได้ยังไง คิดไปคิดมา ไม่คิดดีกว่า เพราะยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี
“จริงๆ แล้ว ผมก็ไม่ใช่คนที่จะต้องมีพิธีรีตองอะไรหรอกครับ มันวุ่นวาย ทำแบบคนปกติเลยก็ได้ครับ” หล่อนมองด้วยสายตาที่ชื่นชมในความเป็นกันเองของเขา
ปกรณ์ช่างเป็นสุภาพบุรุษจริงๆ หลังจากนั้นเขาก็เอื้อมมือมารัดเข็มขัดนิรภัยให้ จมูกโด่งเป็นสันของเขาใกล้ชิดเธอมาก จนแทบจะหายใจรดส่วนหน้าอกของเธออยู่แล้ว ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้รินลดาตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ เขายื่นมือเอื้อมอยู่นานกว่าจะคว้าเข็มขัดมาคาดที่เอวของหล่อนได้ เพราะชายหนุ่มดันไปสะดุดตรงเนินอกอันเต่งตึงของหล่อน และทำให้เขาอดที่จะจ้องมองเสียมิได้ แววตาของเขาฉายแววปรารถนาอย่างปิดไม่มิด
พอออกรถมาได้สักพัก ก็มาถึงที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง เขาเติมน้ำมันเสร็จ แล้วเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่มีรอยยิ้มกว้างและแววตาเจ้าเล่ห์
“วันนี้ผมซื้อข้าวไปทานกับคุณหลินที่บ้านได้มั้ยครับ”
“อ้าว!....แล้วคนที่บ้านบอสไม่รอทานข้าวด้วยหรือคะ?” รินลดาถามด้วยความประหลาดใจ
“อ๋อ...ไม่หรอกครับ แม่ผมหลับไปแล้วครับ ผมเอากลับไป ก็ทานคนเดียวอยู่ดี” เขาตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ
“อืม!..เอางั้นก็ได้ค่ะ ถ้าบอสไม่รีบ” หล่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่เกรงใจ แต่ในใจกลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด
“คือว่าคุณแม่ผมท่านนอนเร็วครับ ป่านนี้ท่านคงหลับไปแล้วละครับ” ชายหนุ่มชี้แจงอีกครั้ง เพื่อคลายความกังวลของเธอ
“คุณหลินอยากทานอะไรเป็นพิเศษมั้ยครับ แบบว่าชอบทานอาหารแนวไหนครับ”
“ก็ทานได้หมดนะคะ หลินเป็นคนง่ายๆ ค่ะ ไม่มีพิธีรีตองอะไร”
“งั้นก็เหมือนผมนะสิครับ ผมก็คนง่ายๆ ไม่มีพิธีรีตองอะไร ฮ่าๆๆ.. ขอแนะนำทานเบอร์เกอร์กันมั้ยครับ ง่ายๆ สะดวกดีครับ” แล้วเขาหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง เสียงหัวเราะของเขาทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลง
“ได้เลยค่ะ หลินก็ชอบเบอร์เกอร์อยู่ แต่ขอเป็นเบอร์เกอร์ไส้กรอกชีสนะคะ”
“ได้ครับ คุณหลินรอแป๊บนะครับ”
ซื้อเสร็จชายหนุ่มเดินมาที่รถ แต่ที่หล่อนชำเลืองมองกระจกข้างรถเหลือบไปเห็นมันไม่ใช่แค่เบอร์เกอร์นี่น่า มีถุงอีกหลายถุงวางอยู่บนเบาะหลัง
“คุณซื้ออะไรมาเยอะจังค่ะ” รินลดาถามด้วยความสงสัย
“อ่อ..ผมชอบดื่มไวน์ครับ ก็เลยติดมาด้วย” ชายหนุ่มเอ่ยตอบ เพื่อบ่งบอกรสนิยมของเขาไปในตัว ไม่นานรถก็แล่นมาเกือบใกล้ถึงบ้าน หล่อนนั่งเกร็งมาตลอดทาง เพราะกระโปรงที่โดนน้ำฝนมันหดสูงจนเกือบถึงโคนขาอ่อนของหล่อน ถ้าหากนั่งสบายๆ กว่านี้คงได้หวอออกแน่ๆ ความรู้สึกอึดอัดและตื่นเต้นปะปนกันไป
“ใกล้ถึงบ้านหลินแล้วค่ะ เดี๋ยวบอสเลี้ยวซ้ายข้างหน้านะคะ” หญิงสาวรีบพูดก่อนที่รถจะเลยทางแยกเข้าบ้านเธอ
“ได้ครับ”
“บ้านหลังที่สอง รั้วสีเขียวค่ะ”
“จอดตรงนี้เลยค่ะ ถึงบ้านหลินแล้วค่ะ เดี๋ยวหลินลงไปเปิดประตูรั้วก่อน รอแป๊บนะคะ”
เมื่อจอดรถเสร็จ รินลดากับปกรณ์ก็ช่วยกันถือของลงจากรถ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอีกครั้งทำให้หัวใจของรินลดาเต้นระรัว
“วางตรงนี้ก่อนก็ได้ค่ะ” หล่อนผายมือออกไปทางโซฟารับแขก ที่มีโต๊ะกลางตัวเล็กตั้งอยู่หน้าโซฟา
“บ้านหลินรกหน่อยนะคะ” เธอเอ่ยด้วยความเกรงใจ ปกติเธอมีเพื่อนน้อยและไม่ค่อยมีแขกหรือใครมาที่บ้านสักเท่าไหร่ เลยไม่ได้จัดเตรียมอะไรมากเป็นพิเศษ บางอย่างก็กระจัดกระจาย เช่นพวกรีโมททีวี รีโมทแอร์ หนังสือ หรือข้าวของเครื่องใช้บางอย่างที่ใช้ประจำวางอยู่ไม่เป็นที่
“บอสหิวหรือยังคะ”
“ยังครับ”
“งั้นเดี๋ยวหลินขอเปลี่ยนเสื้อผ้าสักครู่ได้มั้ยคะ”
“คุณหลินจะอาบน้ำเลยก็ได้ครับ คุณเปียกฝนมาเดี๋ยวจะไม่สบายเอาครับ” ปกรณ์เสนอด้วยน้ำเสียงห่วงใย แววตาของเขาจับจ้องมาที่เธออย่างมีความหมาย
“ถ้าบอสไม่รีบ งั้นก็ได้ค่ะ” หล่อนตอบ เพราะตอนนี้รู้สึกเหนียวตัวจากเหงื่อและน้ำฝนที่ไหลมารวมกันจนชุ่มไปหมด เธอปรารถนาที่จะชำระล้างร่างกายให้สดชื่นโดยเร็วที่สุด
สองเดือนต่อมาก็ถึงวันเปิดเทอมวันแรก ชีวิตนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยของเมธาวีร์ก็ได้เริ่มต้นขึ้น เธอเลือกเรียนคณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการระหว่างประเทศ ตามคำแนะนำของมารดาเพื่อเตรียมตัวรับช่วงต่อธุรกิจในอนาคต ในขณะที่มารดาตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่กับลูกสาวคนโตและสามีที่ต่างประเทศรูปลักษณ์ที่สะสวยสะดุดตาบวกกับกิริยาที่อ่อนหวาน ทำให้เมธาวีร์กลายเป็นดาวเด่นที่มีรุ่นพี่และเพื่อนนักศึกษาแวะเวียนมารุมขายขนมจีบไม่เว้นแต่ละวัน ทว่าหญิงสาวกลับไม่เคยชายตามองใครเลยแม้แต่คนเดียว เพราะในพื้นที่ของหัวใจเธอมีเพียงผู้ชายคนเดียวที่จองเอาไว้หมดแล้วด้วยภาระหน้าที่ในการเรียนและต้องทำงามกลุ่มกับเพื่อน ๆ เมธาวีร์จึงตัดสินใจขออนุญาตไปอยู่หอพักที่ใกล้มหาวิทยาลัย ซึ่งคุณปวีณาก็ไม่ได้ขัดข้อง แต่คนที่จะลงแดงกลับเป็นปกรณ์ วันไหนที่เมธาวีร์ไม่กลับบ้าน เขาจะทำตัวเป็นคนบ้างานอยู่บริษัทจนดึกดื่นเพียงเพื่อกลบเกลื่อนความเหงาและความคิดถึงและเมื่อถึงช่วงวันหยุดปกรณ์ก็จะรีบบึ่งรถไปรับหญิงสาวกลับบ้านทันที แต่หากอาทิตย์ไหนที่ความคิดถึงมันห้ามไม่ไหวจริง ๆ เขาก็จะใช้อำนาจของแฟนหนุ่มบังคับพาเธอไปนอนค้างที่คอนโดส่วนตัว เพื่อจะได้ก
ตอนที่ 64 สารภาพความจริงเช้าวันรุ่งขึ้น เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นปลุกปกรณ์จากภวังค์แห่งความคิด เขาเหลือบมองหน้าจอ เห็นชื่อคุณศรีสุภางค์ปรากฏอยู่ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เป็นปกติที่สุด“สวัสดีครับคุณน้า”“ปริ้นซ์ เมย์เป็นยังไงบ้าง น้าเป็นห่วงเหลือเกิน” เสียงของคุณศรีสุภางค์เจือด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด“ผมดูแลเมย์เป็นอย่างดีครับคุณน้า ไม่ต้องห่วงนะครับ” ปกรณ์ตอบพลางลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อนึกถึงใบหน้าใสซื่อของเมธาวีร์ ความอ่อนโยนของเธอเป็นดั่งโอเอซิสกลางทะเลทรายที่ปลอบประโลมจิตใจที่ว้าวุ่นของเขา“แล้วรินลดาเป็นยังไงบ้างล่ะ”ปกรณ์ตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้คุณศรีสุภางค์ฟังอย่างละเอียด ทุกถ้อยคำที่เอ่ยออกไปนั้นหนักอึ้งราวกับก้อนหินที่ทับถมอยู่ในใจ คุณศรีสุภางค์ถึงกับตกใจจนแทบจะพูดไม่ออก ไม่คิดว่ารินลดาจะถลำลึกไปได้ถึงเพียงนี้ ความผิดหวังและความไม่เชื่อถาโถมเข้าใส่เธออย่างจัง“แล้วเธอยักยอกเงินไปเท่าไหร่ละ?” คุณศรีสุภางค์ถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเจือด้วยความไม่เชื่อ ราวกับพยายามหาเหตุผลมารองรับความผิดของรินลดา“เธอไม่เคยยักยอกเงินครับ เธอไม่
แล้วเมธาวีร์ที่นั่งคร่อมอยู่ด้านบน ก็เริ่มส่ายเอวบดเบียดไปกับท้องน้อยของปกรณ์ที่นอนอยู่เบื้องล่างอย่างร้อนแรง จนสัมผัสได้ถึงท่อนแท่งรักของชายหนุ่มที่กำลังบดเบียดกับผนังช่องคลอดภายในอย่างแนบแน่น แต่ซาบซ่านในอารมณ์“ขย่มพี่แรงๆ เลยครับน้องเมย์จ๋า!!!” ปกรณ์เอ่ยปากท้าทายเด็กสาวคนสวย“ค่ะ!!” พอเจอลูกยุของปกรณ์ เมธาวีร์ก็ยิ่งมีอารมณ์“แตกเร็วห้ามโทษเมย์นะคะ!!!” แล้วเมธาวีร์ก็ทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงใส่ตัวของปกรณ์ พร้อมกับขย่มอย่างรุนแรง จนปกรณ์ที่นอนอยู่ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความจุกปนเสียว เมื่อเจอเมธาวีร์เอาจริง“อั่ก!!! อั่ก!!! อั่กก!!” ปกรณ์ถึงกับร้องเสียงหลงด้วยความจุกปนเจ็บ แต่เพราะความเป็นชายชาตรี จึงไม่อยากบอกให้เมธาวีร์ที่กำลังของขึ้นชะลอความเร็วหรือหยุด ชายหนุ่มนักรักจึงกัดฟันทน ปล่อยให้เมธาวีร์ที่นั่งคร่อมอยู่ด้านบน ได้เพลิดเพลินกับแท่งรักขนาดใหญ่ ที่ปักอยู่กลางหว่างขาของเธออยู่เนือง ๆ“อ๊า!!! อ๊า!!! อือออ!!!” เด็กสาวเอาใจเขาด้วยการขย่มและร่อนเอวบดส่ายไปมาอย่างร้อนแรง จนผมเผ้ายุ่งเหยิงไปหมด มือเรียวยกขึ้นสางปอยผม ก่อนจะก้มตัวลงมาดูดปากกับชายหนุ่มด้วยความร้อนแรงเรียกได้ว่า ศีลธรรมของ
ในขณะที่ปกรณ์ยืนนิ่งเหมือนต้องมนต์สะกดของเด็กสาว เมธาวีร์หยิบเอายกทรงตัวน้อยเขวี้ยงลงบนพื้นเหมือนเป็นของไร้ค่า และเผยให้เห็นทรวงอกรูปหยดน้ำขนาดใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านอย่างท้าทาย ก่อนใช้มือบีบเค้นใต้ฐานอวดความงดงามของปทุมถันให้ชายหนุ่มได้ชมเป็นขวัญตาอีกคำรบ“พี่ว่าเมย์ควรไปทำนมดีมั้ยคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า“แค่นี้ยังไม่ใหญ่พออีกเหรอจ๊ะ” ปกรณ์ถามกลับอย่างไม่เข้าใจ“มันใหญ่ไปค่ะ เพื่อนเมย์ชอบแซว” เด็กสาวอธิบาย“ไม่ต้องหรอกเจ็บตัวเปล่า ๆ แบบนี้แหละ พี่ชอบ ใหญ่เต็มไม้เต็มมือดี” ปกรณ์เอ่ยปากตอบโดยไม่สนใจเหตุผลใดๆ อีกแล้ว“อย่าไปลดเลยนะ เมย์จ๋า สองเต้านี้พี่หวงนะรู้มั้ย” ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้เขากำลังหลงเด็กสาวตรงหน้าหัวปักหัวปำ“พี่ปริ้นซ์ห้ามเบื่อเมย์นะคะ” เธอเอ่ยอย่างออดอ้อน“รับรองพี่ไม่มีวันเบื่อเมย์แน่นอน ที่รัก” เมธาวีร์หัวเราะคิกคักชอบใจกับคำตอบของชายหนุ่ม“แล้วข้างล่างล่ะค่ะ พี่ชอบมั้ย” ว่าแล้วเด็กสาวก็ใจกล้าขึ้นมาด้วยการถลกกางเกงชั้นจีสตริงตัวน้อยออก จนเผยให้เห็นเนินหัวหน่าวที่โหนกนูน และไหมพรมสีดำที่ขึ้นประปราย“ชอบสิครับ เอาไว้พี่จะพาไปเลเซอร์ขนนะ เอาให้เนียนกริบเลย” ปกรณ์ต
ปกรณ์มองแววตาเว้าวอนนั้นด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันมั่วไปหมด ในใจหนึ่งเขารังเกียจในสิ่งที่เธอได้กระทำลงไป ความผิดบาปที่เธอสร้างขึ้นนั้นยากจะให้อภัย แต่อีกใจหนึ่ง เขาก็อดสงสารไม่ได้ เพราะรู้ดีว่ารินลดาถูกบีบคั้นจนหลังชนฝา หากเสี่ยสมานและนายอำนาจไม่ข่มเหงน้ำใจเธอจนไร้ทางออก ปลายทางของเธอคงไม่จบลงที่การเป็นฆาตกรเช่นนี้“ผมจะช่วยหาทนายและยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวคุณเอง... คุณไม่ต้องห่วงนะ ผมสัญญาว่าจะไม่ทิ้งคุณ” เขากุมมือเรียวที่สั่นระริกนั้นไว้เบาๆ เพื่อให้สติและปลอบประโลมเธอ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาช่วยให้รินลดารู้สึกมั่นคงขึ้นมาบ้าง“แม่เชื่อว่าคุณปกรณ์เค้าต้องช่วยเหลือแกอย่างเต็มที่ แกต้องอดทนนะ” เฟื่องรดาเอ่ยสำทับด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า เมื่อเห็นความเมตตาของปกรณ์ในยามนี้เป็นความหวังเดียวที่เหลืออยู่“แม่คะ... หลินกลัว หลินไม่อยากติดคุก แม่ช่วยหลินด้วยนะคะ!” รินลดาหันไปพร่ำบอกมารดาด้วยความหวาดวิตกถึงโทษทัณฑ์ที่รออยู่ข้างหน้า เธอฆ่าคนตายโดยเจตนาถึงสองศพ ต่อให้มีเงินประกันตัวได้ ชีวิตหลังจากนี้ของเธอก็คงไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ความรู้สึกผิดและหวาดกลัวถาโถมเข้าใส่เธออย่างไม่หย
เช้านี้เสียงโทรศัพท์จากก้องเกียรติก็ดังขึ้นพร้อมกับการย้ำเรื่องของรินลดา“แกอย่าเพิ่งบอกคุณหลินเรื่องนี้นะ” เสียงของก้องเกียรติหนักแน่นและจริงจังกว่าทุกครั้ง “ฉันกลัวว่าถ้าเธอรู้ตัวก่อน เธอต้องหนีแน่ ๆ” ก้องเกียรติเว้นจังหวะหายใจ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยถ้อยคำที่บาดลึก “ตอนนี้พนักงานม่านรูดยืนยันว่าผู้หญิงในกล้องวงจรปิดที่ไปหาเสี่ยสมานคืนนั้นคือคุณหลินแน่ ๆ บวกกับคลิปเสียงที่คุยกับคุณเฟื่องรดา หลักฐานมันแน่นจนดิ้นไม่หลุดแล้วเพื่อน ตอนนี้ตำรวจกำลังไปที่บริษัทของแก เพื่อเชิญตัวมาสอบปากคำ และทางตำรวจต้องการขยายผลว่าใครเป็นผู้ร่วมขบวนการฆ่าครั้งนี้บ้าง”ปกรณ์รับฟังด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง แม้จะรู้ซึ้งถึงธาตุแท้ของรินลดามานานแล้ว แต่ความผูกพันที่เคยมีในอดีตก็ยังคงทำให้เขาอดใจหายไม่ได้ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนอยู่ในอก ขณะที่ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมาท้าทายความจริงอันโหดร้ายตรงหน้าเมื่อรินลดาปรากฏตัวที่ออฟฟิศในเช้าวันนั้น แววตาที่เคยเต็มไปด้วยประกายแห่งความมั่นใจกลับเหม่อลอยไร้จุดหมาย ใบหน้าซีดเซียวราวกับคนไร้วิญญาณ บ่งบอกถึงค่ำคืนที่ผ่านพ้นไปอย่างยากลำบาก ทว่าความสงบนั้นก็ถูกทำลายลงในพริบตา เมื่อ
รินลดาเดินออกจากบริษัทด้วยหัวใจที่เลื่อนลอย ความกดดันบีบคั้นเธอจากทุกทิศทาง เรื่องคลิปวิดีโอและรูปถ่ายอัปยศที่อยู่ในมือถือของเสี่ยสมานคือระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำลายชีวิตและความรักที่เธอพากเพียรสร้างมา หากสิ่งเหล่านั้นถูกส่งไปให้ปกรณ์ ชีวิตเธอคงพังไม่เป็นท่า และขุมทองอย่างเขาคงหลุดลอยไปตลอดกาล‘จะทำอย
หลังพายุอารมณ์รักสงบลง ร่างกายที่อ่อนระทวยของเมธาวีร์ซบลงกับแผงอกแกร่งของปกรณ์ สัมผัสอุ่นร้อนยังคงกรุ่นอยู่ทั่วกาย เสียงลมหายใจของทั้งคู่ยังคงหอบถี่ระรัว ปกรณ์ลูบไล้เรือนผมนุ่มสลวยของเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะกระซิบถามด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่เต็มไปด้วยความห่วงใย“ไหนเล่ามาซิ คุณยายทำไมถึงให้เมย์กินยาคุม
ท่ามกลางสติที่ยังพร่าเลือนและเร่าร้อนรินลดา ค่อยๆ ปรือตาที่หนักอึ้งขึ้นมองเพดานห้องที่ประดับด้วยโคมไฟระย้าหรูหราซึ่งเธอไม่คุ้นตา ความทรงจำสุดท้ายที่แวบเข้ามาคือรอยยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมของนายอำนาจ ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะถูกตัดไปความร้อนปั่นป่วนยังคงหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด มันบีบค
ทันทีที่ปิดประตูห้องลง เมธาวีร์ยืนพิงหลังกับประตู กอดอกตัวเองแน่นพลางหอบหายใจถี่ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วที่โคนขาและรอยจูบที่แก้มยังคงทำเอาเธอสั่นสะท้านไปทั้งตัว เธอทิ้งตัวลงบนเตียง พลิกกายไปมาด้วยความซ่านสยิว ความรู้สึกอยากรู้อยากลองที่เพิ่งถูกปลุกเร้าทำให้เธอโหยหาอ้อมกอดนั้นมากกว่าเดิม“พี่ปริ้นซ์นะ







