LOGINความสัมพันธ์ต้องห้ามระหว่างเจ้านายและเลขาสาวผู้เก็บงำความลับ ขณะไฟรักที่กำลังลุกโชนรินลดากลับถูกคุกคามด้วยเงาของเสี่ยสมาน ผู้ที่ส่งเธอมาแก้แค้นปกรณ์ เรื่องราวเริ่มต้นที่ รินลดา หรือหลิน เลขาสาวสวยที่เพิ่งเข้ามาทำงานในบริษัทนำเข้าและส่งออกอาหารทะเลแช่แข็ง เธอเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์แต่เก็บงำความลับและความขมขื่นในชีวิตคู่เอาไว้ และต้องแสร้างมาทำใกล้ชิดกับ ปกรณ์ (ปริญซ์) เจ้านายหนุ่มมาดเข้ม โปรไฟล์ดี ผู้ซึ่งแฝงไปด้วยความกระหายหื่นภายใต้ความสุภาพ เรื่องราวกลับซับซ้อนยิ่งขึ้นเมื่อเสี่ยสมานต้องการจะเคลม เมย์ลูกเลี้ยงสาวสวยของรินลดา จนปกรณ์ต้องเข้าไปช่วยและเขาก็ตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง เธอมีความเย้ายวนและจงใจเข้ามาแทรกกลางระหว่างรินลดาและปกรณ์ ความสัมพันธ์จึงกลายเป็นรักสามเส้าที่เต็มไปด้วยความลับและการหักหลัง
View Moreท่ามกลางมหานครที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและเสียงอึกทึกครึกโครม รินลดาได้เริ่มต้นบทบาทใหม่ในชีวิตการทำงานของเธอ ณ บริษัทนำเข้าและส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งแห่งหนึ่ง เธอเพิ่งจะก้าวเข้ามาในตำแหน่งเลขานุการได้เพียงเดือนเศษ แต่หน้าที่การงานกลับนำพาเธอให้ใกล้ชิดกับปกรณ์ เจ้านายหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยเสน่ห์และอัธยาศัยไมตรีอันอบอุ่น เขามักจะปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนด้วยความสุภาพและเป็นกันเอง จนเป็นที่รักและเคารพของทุกคนในบริษัท
ค่ำคืนนั้น เข็มนาฬิกาบนผนังห้องทำงานกำลังเคลื่อนคล้อยสู่เวลา 19:39 น. พร้อมกับเสียงสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย พนักงานคนอื่นๆ ต่างทยอยเก็บข้าวของและเดินทางกลับบ้านกันไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงรินลดาที่ยังคงจมอยู่กับกองเอกสาร เธอเร่งสะสางงานที่คั่งค้างและเตรียมแผนการประชุมสำหรับวันรุ่งขึ้นอย่างขะมักเขม้น
“ไปก่อนนะหลิน พรุ่งนี้เจอกัน อย่ากลับดึกล่ะ เราเป็นห่วง” เสียงใสของจอย เพื่อนร่วมงานที่สนิทสนมที่สุดดังขึ้น พร้อมกับโบกมือลาจากหน้าประตู รอยยิ้มอบอุ่นของจอยทำให้รินลดารู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง
“จ้าจอย แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ” รินลดาเอ่ยตอบเพื่อนสาวผู้ซึ่งเป็นคนแรกที่อาสาพาเธอทำความรู้จักกับทุกซอกทุกมุมของบริษัท จอยเป็นคนคุยสนุกและเข้ากับคนง่าย ทำให้รินลดารู้สึกสนิทสนมด้วยอย่างรวดเร็ว ทว่าหากจะนับกันตามจริงแล้ว คนแรกที่เธอได้รู้จักในที่ทำงานแห่งนี้ก็คือปกรณ์ เจ้านายของเธอ ผู้ซึ่งเป็นผู้สัมภาษณ์เธอด้วยตัวเองในวันนั้น
เมื่อเห็นว่าแสงไฟในห้องทำงานของเจ้านายยังคงสว่างไสว รินลดาจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือแววห่วงใย
“บอสยังไม่กลับหรือคะ”
“อ๋อ...ยังครับคุณหลิน ผมมีงานต้องเคลียร์ต่ออีกนิดหน่อย” เขาตอบโดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่กับแฟ้มเอกสารหนาเตอะบนโต๊ะทำงาน ราวกับว่าโลกทั้งใบของเขามีเพียงงานตรงหน้าเท่านั้น
รินลดานึกถึงคำพูดของปกรณ์ที่เคยบอกเธอตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานว่าไม่ต้องรอเขากลับบ้านพร้อมกัน เพราะเขามักจะทำงานเพลินจนลืมเวลาอยู่เสมอ เธอจึงตัดสินใจเอ่ยลาด้วยความเกรงใจ
“งั้นหลินกลับก่อนนะคะบอส”
“ได้เลยครับ” เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ แววตาของเขาฉายแววอ่อนโยน เป็นเชิงอนุญาตให้เธอไปได้
ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าออกจากอาคาร สายฝนที่เคยโปรยปรายกลับโหมกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงราวกับฟ้ารั่ว รินลดายืนรอรถเมล์ที่ป้ายประจำ ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวที่เธอใช้กลับบ้าน ท่ามกลางสายฝนที่สาดซัดจนเสื้อผ้าอาภรณ์เปียกปอนแนบเนื้อไปหมด
จากหน้าต่างห้องทำงาน ปกรณ์แอบมองร่างบอบบางของเลขาสาวที่ยืนเปียกฝนอยู่เพียงลำพัง ความรู้สึกห่วงใยแล่นปราดเข้ามาในหัวใจอย่างรวดเร็ว เขามองเห็นเธอเช่นนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เธอเข้ามาทำงาน ความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันภายในใจเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าเธอยืนรออยู่ตรงนั้นนานแล้ว และสายฝนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกง่ายๆ เขาจึงตัดสินใจคว้าร่มคันใหญ่สีน้ำเงินเข้ม แล้วเดินลงมาจากบริษัท ตรงไปยังที่ที่เธอยืนอยู่ด้วยก้าวเดินที่มั่นคง
เมื่อเข้าไปใกล้ ภาพของรินลดาในชุดฟอร์มเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกแนบเนื้อจนเผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายได้อย่างชัดเจน รวมถึงบราเซียตัวบางที่ซ่อนอยู่ภายใน ทำให้ปกรณ์รู้สึกปั่นป่วนในใจอย่างประหลาด ความปรารถนาที่จะโอบอุ้มเธอเข้าไปหลบฝนในที่ที่ปลอดภัยผุดขึ้นมาในห้วงความคิดอย่างรุนแรง
“คุณหลินครับ ผมว่ารอให้ฝนเบาลงกว่านี้ก่อนดีไหมครับ ยืนตากฝนแบบนี้เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะครับ ผมเป็นห่วง” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล พร้อมกับกางร่มคันใหญ่เหนือศีรษะของเธอ ร่างของทั้งสองจึงเบียดชิดกันอยู่ภายใต้ร่มคันเดียวกัน ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจทำให้หัวใจของรินลดาเต้นระรัว
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวรถเมล์ก็คงมาแล้ว” เธอตอบ แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกหนาวสั่นจากความเย็นยะเยือกของสายฝน แต่ก็พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้
“แต่ผมเห็นคุณยืนรอนานแล้วนะครับ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความห่วงใยอย่างแท้จริง
“นั่นสิคะ ปกติเวลานี้รถยังวิ่งอยู่เลย แต่สงสัยวันนี้คงเป็นเพราะฝนตกรถเลยติด” เธอพยายามหาเหตุผลมาอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“ผมว่าเรากลับเข้าไปรอข้างในตึกก่อนเถอะครับ ฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ แล้ว” ปกรณ์เสนอด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกว่าเดิม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
“บอสยังไม่กลับเหรอคะ หรือว่า...จะรอเป็นเพื่อนหลิน” เธอแกล้งหยอกเย้าเขาด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก พยายามคลายความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้น
“ยังครับ ผมเป็นห่วงคุณหลิน เห็นคุณมารอรถเมล์คนเดียวมืดๆ แบบนี้ มันอันตรายนะครับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาของเขาฉายแววปกป้องอย่างชัดเจน
รินลดาจึงยอมเดินตามเขากลับเข้าไปในบริษัทอีกครั้ง ระหว่างทาง ปกรณ์ชวนเธอคุยสัพเพเหระเพื่อทำลายความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่ เมื่อถึงออฟฟิศ เขาก็กลับเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง ส่วนรินลดาก็นั่งลงที่โต๊ะทำงานของเธอซึ่งอยู่หน้าห้องของเขา หัวใจของเธอยังคงเต้นไม่เป็นจังหวะจากความใกล้ชิดเมื่อครู่
ไม่นานนัก ปกรณ์ก็เดินออกมาพร้อมกับแก้วชาอุ่นๆ ในมือ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของชาลอยมาแตะจมูกของรินลดา ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้าง
“คุณหลินลองจิบชาอุ่นๆ ก่อนดีไหมครับ ร่างกายจะได้อบอุ่นขึ้น” เขายื่นแก้วชาให้เธอด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ เธอรู้สึกประทับใจกับการดูแลเอาใจใส่ของเขาอย่างที่ไม่เคยได้รับจากเจ้านายคนไหนมาก่อน ความรู้สึกดีๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเธออย่างช้าๆ
“คุณขึ้นรถเมล์แบบนี้ทุกวันเลยหรือครับ” เขาเอ่ยถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ เพราะแอบมองเธออยู่ทุกวัน แววตาของเขาฉายแววบางอย่างที่รินลดาไม่อาจเข้าใจได้
“ใช่ค่ะ สะดวกแล้วก็ประหยัดดี” เธอตอบพร้อมกับยกชาขึ้นมาจิบ พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด
“ถ้างั้นวันนี้ให้ผมไปส่งที่บ้านดีไหมครับ งานผมเสร็จพอดี อีกอย่างตอนนี้ก็ดึกมากแล้วด้วย” เขาเสนอด้วยน้ำเสียงที่เจือแววหวัง สายตาเหลือบมองนาฬิกาสลับกับใบหน้าของเธออย่างมีความหมาย
“แต่หลินกลับแบบนี้เป็นประจำ ไม่เห็นมีอะไรเลยค่ะ” เธอปฏิเสธอย่างนุ่มนวล เพราะไม่อยากตกเป็นขี้ปากของเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ที่อาจจะมองเธอในแง่ไม่ดี
ระหว่างที่จิบชา ปกรณ์ยังคงชวนเธอคุยไปเรื่อยๆ แต่รินลดาก็สังเกตเห็นสายตาของเขาที่ลอบมองมายังหน้าอกของเธออยู่บ่อยครั้ง คงเป็นเพราะเสื้อที่เปียกแนบเนื้อทำให้ส่วนโค้งเว้าของร่างกายเธอดูเด่นชัดเป็นพิเศษ ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ
“คุณหลินเปลี่ยนชุดก่อนเถอะครับ เดี๋ยวจะไม่สบาย พอดีผมมีเสื้อยืดอยู่ตัวหนึ่ง เดี๋ยวผมหยิบให้” เขากล่าวขึ้นก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องทำงานแล้วหยิบเสื้อยืดตัวใหม่ออกมาส่งให้เธอ เสื้อยืดสีเข้มที่ดูใหญ่กว่าตัวเธอมากถูกยื่นมาตรงหน้า
“ไม่ต้องรังเกียจนะครับ เสื้อตัวนี้ผมซื้อมายังไม่ได้ใส่เลย กะว่าจะเอาไว้ใส่ไปฟิตเนส แต่ยังไม่ว่างไปสักที” เขากล่าวด้วยรอยยิ้มที่ทำให้รินลดารู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง
รินลดารับเสื้อมาถือไว้ แม้จะดูรัดรูปไปหน่อยสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอ แต่เมื่อเทียบกับขนาดตัวของเจ้านายแล้ว เธอก็คิดว่าน่าจะใส่ได้พอดี ความอบอุ่นจากเนื้อผ้าที่ยังคงมีกลิ่นอายของเขาทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ ในใจ
“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้มที่พยายามซ่อนความรู้สึกเขินอายไว้ เธอรู้สึกอบอุ่นในหัวใจกับการดูแลเอาใจใส่ของเขาอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ความรู้สึกบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นระหว่างเธอกับเจ้านายหนุ่มผู้นี้
ปกรณ์และรินลดานอนกอดกายอันเปลือยเปล่าของกันและกันจนรุ่งเช้า รินลดายอมรับว่าเป็นความสุขที่ประทับใจมากๆ เพราะไม่เคยที่จะสุขติดต่อกันได้หลายครั้งเหมือนกับเขาคนนี้เลย เมื่อหล่อนขยับกายขึ้นมองนาฬิกา“บอสคะ 7 โมงแล้วค่ะ ตื่นได้แล้วนะคะ” หญิงสาวพยายามปลุกชายหนุ่มข้างกาย“จะรีบตื่นทำไมครับวันนี้วันหยุด”“อืมใช่!..หลินลืมไป...บอสหลับสบายไหมคะ” หญิงสาวถามเพราะเธอเอาหัวหนุนอกกว้างเขาไว้ตลอด“สบายตัวเบาเลยที่รัก”“หยี้!..คนลามก”ชายหนุ่มยั่วรินลดา แล้วก็ดึงหล่อนไปจูบ เมื่อกายต้องกายที่ไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ขวางกั้น อารมณ์ของทั้งคู่ก็ไม่อาจจะต้านทาน ตำแหน่งเนินสวาท หล่อนรับรู้ได้เลยว่า ท่อนเอ็นของเขาอยู่ไม่ห่างจากตำแหน่งนี้ มันพยายามถูไปมาอยู่หน้าขาด้านในของเธอ รินลดาเสียววาบเมื่อท่อนเอ็นถูผ่านกลางร่อนเธอขึ้นมา“หลินยัง เจ็บๆ แสบ ๆ ไม่หายเลยนะที่รัก” รินลดาพูดขึ้นเพราะรู้ว่าชายหนุ่มต้องการเธอ“จริงเหรอที่รัก เมื่อคืนไม่เห็นคุณพูดแบบนี้เลยนะ” ว่าแล้วเขาก็ไม่สนที่หล่อนพูด“หึ!...จริงไม่จริงถุงยางก็หมดกล่องไปแล้ว” รินลดารีบบอกชายหนุ่มถึงความระบมที่เธอได้รับ เขาจูบเบา ๆ ที่หน้าผากเธอเป็นการขอโทษ“จริงเหรอท
“ผมรักคุณหลิน ผมรักคุณมาตั้งแต่แรก” ปกรณ์เอ่ยถ้อยคำจากก้นบึ้งของหัวใจ ดวงตาคมกริบจับจ้องใบหน้าหวานของรินลดาที่กำลังแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย“จำวันที่ผมขอไปส่งคุณที่บ้านได้ไหมครับ?” เขาถามย้ำราวกับต้องการให้เธอจดจำทุกช่วงเวลาที่ผ่านมาด้วยกัน“จำได้สิคะ จำได้ไม่มีวันลืม” รินลดาตอบเสียงแผ่ว พลางเงยหน้าสบตาเขาอย่างซาบซึ้งใจ“จริงเหรอครับ?” ปกรณ์ยิ้มกริ่ม แววตาเจ้าเล่ห์ฉายชัด“จริงสิคะ แล้วบอสก็ดื้อมาก ให้กลับบ้านก็ไม่ยอมกลับ” เธอแกล้งต่อว่า แต่ริมฝีปากกลับแย้มยิ้มอย่างมีความสุข“ก็ผมอยากอยู่กับหลินนานๆ นี่ครับ แล้วคุณก็ไม่ได้มีใครอยู่ด้วยนี่ครับ” ชายหนุ่มทำหน้ามึน พยายามเบี่ยงประเด็นอย่างน่ารัก“พอไม่มีใครอยู่ด้วยบอสก็ฉวยโอกาสเลยสิ” รินลดาแกล้งค้อนวงใหญ่“ผมอดใจไม่ไหวนี่ครับ ก็คุณสวย ฝนก็ตก บรรยากาศก็ดี ใครจะไปอดใจไหวละครับ” ปกรณ์แก้ตัวเสียงอ่อย แต่แววตายังคงเต็มไปด้วยความปรารถนา“เรามาดื่มไวน์แบบวันนั้นกันไหมครับหลิน” หัวหน้าหนุ่มเอ่ยชวน พลางเลื่อนมือไปกุมมือเรียวของเธอเบาๆ“นี่บอสจะมอมหลินแบบวันนั้นละสิ?” รินลดาหรี่ตามองอย่างรู้ทัน“เปล่าซะหน่อย ผมแค่อยากให้หลินหายเครียด คุณจะได้ผ่อนคล
“หลินจ๋า มาเป็นเด็กของเฮียนะ รับรองหนูจะสุขสบาย” เสียงแหบพร่าของเฮียอ๋าเอ่ยชิดริมหูของรินลดา กลิ่นเหล้าคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกายชายที่ทำให้เธอรู้สึกคลื่นไส้ ร่างใหญ่โตของเขาบดเบียดเข้ามาใกล้จนเธอแทบหายใจไม่ออก“เฮียขา!!...ใส่ถุงก่อน ” รินลดาพยายามรวบรวมสติที่เลือนรางจากฤทธิ์ยา เธอรู้ดีว่าตัวเองคงไม่รอดพ้นจากเงื้อมมือของชายตรงหน้า แต่สิ่งเดียวที่เธอพอจะทำได้คือการป้องกันปัญหาที่จะตามมา เฮียอ๋าไม่รอช้า เขาบดขยี้ริมฝีปากของรินลดาอย่างรุนแรง ร่างกายของเขาคร่อมทับร่างอรชรของเธอไว้ รินลดาหายใจรวยริน ริมฝีปากสั่นระริก กลีบปากที่แนบสนิทของเธอถูกดุนดันด้วยลิ้นสากของเฮีย เมื่อหญิงสาวไม่อาจต้านทานแรงปรารถนาที่ถูกกระตุ้นจากยาและสัมผัสเร่าร้อน เธอจึงเผลออ้าปากแลกลิ้นกับเฮียอย่างจำยอม“เฮียขา!...ใส่ถุงยางนะคะ” รินลดาอ้อนวอนเสียงสั่น เธอพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายเพื่อยื้อเวลา เฮียอ๋าทนต่อเสียงรบเร้าของรินลดาไม่ไหว เขาผละออกอย่างเซ็งๆ และแล้วคำขอร้องของรินลดาก็เป็นผล เฮียอ๋าเดินไปหยิบถุงยางในกระเป๋าอุปกรณ์ที่เตรียมมา หญิงสาวได้โอกาสก็รีบลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุมมาสวมใส่ทันที“หนูจะไปไหนเหรอ” เฮียอ๋าหันกลับมาม
หญิงสาวเช็ดน้ำตา สูดหายใจเฮือกใหญ่ จากนั้นหล่อนก็ตรงออกไปหาพวกมันด้วยหัวใจที่เต้นระรัว“เฮียคะ หลินโทรคุยกับสามีแล้ว หลินจะรับงานนี้ค่ะ” รินลดาพูดด้วยเสียงสั่นเทา พยายามใจดีสู้เสือเอาไว้ตามที่ปกรณ์แนะนำ“โอ้โห่! เยี่ยมไปเลยหนู เฮียว่าแล้ว....หนูน่ะไม่ใช่คนพูดยากอะไร รูปร่างหนูเนี่ย เป็นนางเอกของเฮียได้สบายเลย” เฮียอ๋าพูดด้วยความพึงพอใจเฮียอ๋าดีใจ รีบหยิบชุดนุ่งน้อยห่มน้อยในกระเป๋ามาให้เธอสวมใส่ บอกว่าต้องการให้เธอใส่ชุดที่เขาเตรียมมา เพื่อเข้าฉาก“ค่ะ แต่หลินขอเวลาไปเปลี่ยนสักครู่นะคะ” รินลดาพยายามยื้อเวลาให้นานที่สุด“อ๋อ...ได้สิ ระหว่างนี้เดี๋ยวเฮียจะตั้งกล้องรอหนูเลย” เฮียอ๋าตอบอย่างไม่คิดอะไรรินลดาเดินเข้าห้องปิดประตู ก่อนจะรีบโทรหาเจ้านายอีกรอบ เพื่อขอคำแนะนำ จากนั้นเขาก็บอกให้เธอล็อคห้องอยู่ในห้องเพื่อความปลอดภัย“ใจเย็นนะหลิน ผมใกล้ถึงบ้านคุณแล้ว คุณไม่ต้องกลัวนะผมมีเพื่อนที่เป็นตำรวจมาด้วย” เสียงปกรณ์ดังมาตามสาย ทำให้รินลดารู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้างทางด้านเฮียอ๋า เมื่อทุกอย่างลงตัว จึงรีบโทรหานายแบงค์“ไอ้แบงค์เมียมึงตกลงกับเฮียแล้วนะ แต่เหมือนเธอจะยื้อเวลาว่ะ ถ้ายังไงเฮียขอเข้