Masukย่วนหยวนอยากถามท่านแม่ใจจะขาด ท่านย่าพูดอะไรด้วย เหตุใดกลับมาจึงมีท่าทีเช่นนี้
แต่เพราะทราบดี ตนเองเป็นแค่เพียงเด็กทารกยังไม่ถึงหนึ่งเดือน จึงทำได้เพียงแนบใบหน้ากับอ้อมอกมารดา ถูไปมาอย่างออดอ้อนและให้กำลังใจ
หยาดน้ำตาหวางหลินที่คลอหน่วยพลันไหลอาบแก้มอย่างมิอาจอดกลั้น วันนี้ท่านหญิงหนิ่วเหยียนเรียกนางไปรับทราบเรื่องบางอย่าง มิใช่ขอความเห็น อีกทั้งสามีของนาง เขาไม่ตอบจดหมายกลับเรื่องมีลูกด้วยกัน หากคาดหวังให้อีกฝ่ายรักใคร่ ย่อมเป็นไปไม่ได้หรอก
“ฮึก”
หวางหลินร้องไห้สะอื้น เนื้อตัวสั่นระริก ทั้ง ๆ ที่นางบอกกับตนเองเอาไว้แล้วแท้ ๆ จะเก็บความรู้สึกอ่อนแอไว้ในส่วนลึก เพราะอยากเข้มแข็งให้เจ้าก้อนแป้งเห็น สุดท้ายก็เผยความอ่อนแอออกมาจนได้
อันที่จริง หลังท่านหญิงหนิ่วเหยียนไล่นางมาอยู่เรือนท้ายจวนและสามีไม่สนใจไยดีเรื่องจดหมาย นางกลับไปยังบ้านเดิม บอกกับท่านพ่อท่านแม่อย่างตรงไปตรงมาว่าอยากหย่า เดี๋ยวจะเลี้ยงดูลูกเอง
ทว่าพวกท่านไม่ยอม พวกท่านเป็นห่วงชื่อเสียงและความรู้สึกของทารกน้อยหลังคลอด
ปากผู้คนในเมืองหลวงคมยิ่งกว่าคมกระบี่ ย่วนหยวนของนางอาจถูกคนอื่นล้อไม่จบสิ้น
นางอดทนอยู่ในจวนสกุลซ่งต่อก็เพราะลูก ขอเพียงลูกมีความสุข ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม คนเป็นแม่ยินดีทำทุกวิถีทางเพื่อรักษามันให้บุตรสาว
ตอนนั้นนางปลอบใจตนเอง อย่างน้อย ๆ ก็ยังเป็นถึงพระชายา ซ่งอ๋องไม่มีอนุ ไม่มีชายารอง สาวใช้ห้องข้างก็ไม่มี มั่นใจว่าเจ้าก้อนแป้งคลอดออกมาจะเป็นอันดับหนึ่ง
แต่ดูเหมือนตอนนี้...อาจไม่ใช่แบบนั้นแล้ว...
ปิงปิงเห็นผู้เป็นนายร้องไห้ หัวใจก็พลอยเจ็บปวดไปด้วย ปกติท่านหญิงหนิ่วเหยียนไม่โปรดปรานพระชายา เรียกไปครั้งนี้คงไม่พ้นการดุด่าต่อว่า ที่ผ่านมาพระชายาใช้ความอดทนเป็นอย่างมาก เพื่อให้คุณหนูซ่งย่วนหยวนคลอดออกมาอย่างปลอดภัย
โดยตลอดเก้าเดือนที่อุ้มท้อง พระชายาอยู่อย่างสงบ ไม่ไปรุกรานเรือนอื่น หากมีคนมาหาเรื่องก็นอบน้อมถ่อมตน เหตุผลคือรักษาความปลอดภัยของก้อนเนื้อน้อย ๆ ในครรภ์
วันที่ทารกลืมตาดูโลก ปิงปิงถึงกับแอบไปหลั่งน้ำตาเพราะแม่ลูกได้พบกันเสียที
“พระชายา หากท่านทุกข์ใจ บอกปิงปิงได้นะเจ้าคะ ปิงปิงยินดีรับฟัง” ปิงปิงนั่งลงบนพื้นข้างตั่งนิ่ม พลางยื่นมือไปจับขาผู้เป็นนาย บีบเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ
ซ่งย่วนหยวนก็อยากปลอบมารดาด้วย จากที่แนบใบหน้ากับอกอุ่นและถูไปมาก็เบียดเข้ามามากขึ้น มือสั้นป้อมชูขึ้นสุดแล้วจับแก้มท่านแม่
หวางหลินก้มมองบุตรสาว ไม่รู้ว่านางคิดไปเองหรือไม่ ซ่งย่วนหยวนทำท่าทางคล้ายกับกำลังปลอบนาง เหตุใดทารกวัยยังไม่ถึงเดือน จึงได้รู้ความมากถึงเพียงนี้ หรือลูกรับรู้ว่านางกำลังทุกข์ใจกันนะ
แต่เพราะมีลูกอยู่ หัวใจของนางก็ได้รับการเติมเต็ม อบอวลด้วยความรักมากมาย
หากซ่งย่วนหยวนเติบโตขึ้นมา คงช่วยเหลือนางได้มากกว่านี้แน่นอน
เด็กทารกคิดว่าท่านแม่คือ ‘นางร้ายที่น่าสงสาร’
เดิมทีพื้นฐานของหวางหลินหาใช่สตรีร้ายกาจ แต่เพราะนักเขียนใจดำ อยากยัดเยียดบทนางเอกให้หญิงอื่น จึงเปลี่ยนแปลงนิสัยท่านแม่ ไม่รู้เมื่อเวลาผ่านไป เส้นเรื่องจะไปสู่จุดนั้นตามนิยายหรือไม่
ซึ่งนางไม่อยากให้เกิด ชาติก่อนโหยหาพ่อแม่ เพราะสูญเสียพวกท่านไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เป้าหมายสำคัญย่อมอยากได้ครอบครัวอบอุ่นกลับคืนมา
ท่านแม่รูปโฉมงดงาม จิตใจดีและอ่อนไหวง่าย ท่าทางประหนึ่งคุณหนูในห้องหอน่ะหรือจะเป็นนางร้ายได้
ซ่งย่วนหยวนจินตนาการภาพความร้ายกาจของท่านแม่ไม่ออกเลย
ระหว่างเด็กหญิงครุ่นคิด จู่ ๆ ก็รู้สึกหิว นางกินนมเท่าใดก็ไม่เคยอิ่ม ผ่านไปเพียงชั่วครู่ก็หิวอีก
นางไม่ได้ตะกละนะ แต่หิวจริง ๆ หากไม่กินก็จะไม่มีแรงเอาไปคิดวิธีการทำให้เส้นเรื่องเปลี่ยนแปลงจากนิยาย
ซ่งย่วนหยวนอ้าปาก เปล่งเสียงร้องไห้เล็กแหลม มือเล็กจับอกมารดา น้ำลายพลันไหลออกมาอย่างมิอาจควบคุม ดวงตาเป็นประกาย
หวางหลินเห็นท่าทางของลูกก็หัวเราะทั้งน้ำตา หญิงสาวยกมือปาดหยาดน้ำตาทิ้งไปแล้วอุ้มเจ้าก้อนแป้งไปนั่งบนเตียง
“เด็กตะกละ หิวแล้วใช่หรือไม่” พระชายาของซ่งอ๋องกล่าวยิ้ม ๆ
ซ่งย่วนหยวนอับอายมาก หน้าแดงหูแดงไปหมด ต้องโทษร่างกายของเด็กทารกแท้ ๆ ที่ทำให้ตนเองต้องทำเรื่องขายหน้าให้ท่านแม่เห็น อยากบอกท่านแม่มากว่าตนไม่ใช่เด็กตะกละ แค่กระเพาะเล็กจึงหิวบ่อย
แต่เมื่อหวางหลินแหวกสาบเสื้อ จับเต้าอวบไปจดจ่อปากเล็ก ซ่งย่วนหยวนก็อ้าปากครอบครองทันที ดูดกินนมอย่างหิวโหยไม่รู้จบสิ้น กินเท่าใดก็กินไม่อิ่ม การได้อยู่ในอ้อมกอดท่านแม่อบอุ่นจริง ๆ นางรู้สึกปลอดภัย ไม่เกรงกลัวอันตรายรอบข้าง
ซ่งย่วนหยวนกินนมพักใหญ่จนอิ่ม พอหนังท้องตึง หนังตาก็หย่อน เปลือกตาค่อย ๆ ปิดลง นอนหลับด้วยลมหายใจสม่ำเสมอ
“แม่รักหยวนเอ๋อร์มากนะ อย่าได้รับรู้ความทุกข์ใจของแม่เลย”
หวางหลินลูบศีรษะทุย สิ่งที่นางปรารถนาคืออยากให้ลูกมีรอยยิ้ม มิใช่น้ำตาแห่งความเจ็บปวด ดังนั้นเรื่องในวันนี้จะถูกเก็บเป็นความลับต่อไป...
สามีภรรยาถอยห่างทันทีหลังอุทานออกมาพร้อมกัน ใครเลยจะคาดคิดว่าใจพวกเขาตรงกันถึงเพียงนี้ เห็นว่าลูกน่ารักจึงอยากก้มลงไปหอมสักครั้งหนึ่ง แววตาสองคู่จึงเลิ่กลั่กผิดปกติ การกระทำของท่านพ่อท่านแม่อยู่ในสายตาซ่งย่วนหยวนตลอดเวลา แม้นางเข้าข้างท่านแม่ ลึก ๆ ก็สงสารท่านพ่อ ดูท่าคืนนี้ต้องคิดแผนการ ไม่ให้ท่านแม่พานางกลับบ้าน ตอนนั้นท่านแม่มองท่านพ่อต่อครู่เดียว เพียงไม่นานก็หยิบช้อนป้อนอาหารนางดังเดิม พอป้อนจนหมดชาม ท่านแม่ก็อุ้มนางลุกออกจากเตียงคล้ายจะเดินไปด้านนอกกระโจม ทว่าท่านพ่อเดินมาประชิด ใช้ร่างกายแกร่งกำยำบดบังท่านแม่ไม่ให้หนี “อย่ากลับเลยนะ สถานการณ์ยามนี้อันตราย ข้าไม่อยากให้เจ้ากับลูกพบเจออีก” ซ่งอี้หลุนพยายามเจรจา อย่างน้อยในค่ายทหารมีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนา อีกทั้งหากนางอยู่ที่นี่ เขาจะได้คุ้มครองปกป้องนางและลูก ไม่อยากให้คลาดสายตาแม้เพียงชั่วครู่ หวางหลินเม้มปาก คิดไม่ออกว่าควรตัดสินใจเช่นไร ซ่งย่วนหยวนเห็นเช่นนั้นก็มีใจอยากช่วยเหลือท่านพ่อ เอาเป็นว่าวันนี้นางแกล้งท่านพ่ออย่างพอดีก็แล้วกัน ในเมื่อท่านมีความอดทน ลูกคนนี
หวางหลินเอ่ยน้ำเสียงเรียบเฉยคล้ายไม่สนใจซ่งอ๋อง หากแต่ชายหนุ่มฟังแล้วเริ่มมีความหวัง หากหวางหลินปฏิเสธ นางคงไม่พูดประโยคเมื่อครู่ออกมา “ได้ ข้าจะผ่านด่านหยวนเอ๋อร์ให้ได้ก่อน” มุมปากหล่อเหลาพลันโค้งขึ้นด้วยรอยยิ้ม ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับ ท่ามกลางแสงเทียนที่สาดส่องกระทบเสี้ยวหน้าหวางหลิน หัวใจของเขาก็เต้นระรัวอีกครั้ง นางงดงามเหมือนดอกเหมยเบ่งบานท่ามกลางหิมะ ดึงดูดให้เขาหลงใหลทุกขณะ ซ่งอี้หลุนมองบุตรสาวที่อยู่ในอ้อมกอดหวางหลิน ชายหนุ่มขยับเข้าใกล้ลูกมากขึ้น ก้มใบหน้าเกือบจะชิดแก้มยุ้ย ทว่าซ่งย่วนหยวนย่นคิ้ว ทำหน้าบึ้งตึง เพียงไม่นานก็ผินหน้าไปทางอื่น ท่าทางแค้นเคืองบิดามาก เด็กทารกได้ยินคำพูดทุกคำของท่านแม่ ดังนั้นนางจะเล่นตัว เพราะตอนนี้อยู่ฝั่งท่านแม่ มิใช่อยู่ฝั่งท่านพ่อเสียหน
หวางหลินนั่งนิ่งแข็งค้าง ไม่เคยคิดจินตนาการเลยว่าสักวันซ่งอ๋องจะตามมาง้อ ทั้งยังคุกเข่าและคารวะนางโดยไม่สนใจตำแหน่ง ทว่าเรื่องที่เขาเคยทำ ยังฝังในใจยากจะลบเลือน นางจึงมิอาจให้อภัยโดยเร็ว “ท่านอ๋อง ข้าพูดชัดเจนแล้ว ในเมื่อข้าลงนามลงหนังสือหย่า ย่อมหมายความว่าข้าหย่ากับท่าน มิใช่สามีภรรยาเฉกเช่นวันวาน” หวางหลินเชิดคางขึ้น มิสบสายตาซ่งอ๋อง ด้วยกลัวว่าตนเองจะใจอ่อน ซ่งอี้หลุนจุกอกกับคำพูด ‘มิใช่สามีภรรยาเฉกเช่นวันวาน’ เขาไม่ปรารถนาจะหย่ากับหวางหลิน ไม่เคยมีความคิดนี้ในหัวสักครั้ง สุดท้ายสิ่งที่พลาดพลั้งไปย้อนกลับคืนสู่ตัว ทำให้เขาทรมานทุกวันคืน ดวงตาคมวูบไหว ทอดมองหวางหลินตั้งแต่ใบหน้างาม ค่อย ๆ ไล่ลงมายังร่างกายที่ตนหวงแหน บัดนี้นางอยู่ตรงหน้า แต่เหตุใดเหมือนไกลกันนัก ความรู้สึกนี้ช่างทรมานเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมาอย่างไรอย่
ซ่งอ๋องใช้เวลารวบรวมความกล้าอยู่นาน พอเรียกความมั่นใจให้ตนเองได้ก็ก้าวเข้าไปในกระโจม แต่นึกไม่ถึงว่าคำพูดแรกที่ได้ยินจากปากภรรยาจะทำให้เขาเจ็บปวดมาก“ท่านอ๋องคือคนนอก เหตุใดไม่ขออนุญาตก่อนเข้ามาเจ้าคะ เรามิใช่ครอบครัวเดียวกันแล้ว” ซ่งอี้หลุนหยุดชะงัก มองสลับระหว่างหวางหลินและซ่งย่วนหยวนด้วยสายตารู้สึกผิด สามเดือนก่อนเขาทำผิดต่อภรรยาและลูก ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง ทำให้หวางหลินพาซ่งย่วนหยวนหนีมาใช้ชีวิตที่เมืองซีฉวน หนำซ้ำสามเดือนที่ผ่านมา เขามีงานสำคัญ มิอาจตามหาทั้งสองด้วยตนเอง หากหวางหลินยังโกรธอยู่ นับเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ซ่งย่วนหยวนมองมารดาครั้งหนึ่ง ตามด้วยบิดาครั้งหนึ่ง สถานการณ์เช่นนี้ ทารกเครียดยิ่งนัก นางเป็นเด็กประเภทหายโกรธเร็ว เพราะท่านพ่อตามไปช่วยลูกโดยไม่ลังเล ย่อมหมายความว่าในใจท่านรักใคร่ลูกผู้นี้ตอนนั้นอันตรายมาก แต่ท่านพ่อ
ซ่งอ๋องต่อสู้กับเหล่าคนร้ายบริเวณกลางป่า เขามีเพียงคนเดียว ส่วนพวกมันมากถึงร้อย กระนั้นก็ไม่เกรงกลัว นอกจากจัดการทิ้งให้สิ้นซาก ต้องจับหัวหน้าพวกมันกลับไปไต่สวนความผิด หาคนบงการอยู่เบื้องหลังต่อไป เขายอมรับว่าตนเองมีศัตรูมากมาย ยามออกรบย่อมฆ่าคนในสนามรบไปมาก บางครั้งครอบครัวคนเหล่านั้นอาจเกิดความคับแค้นใจ หาหนทางย้อนกลับมาเล่นงานและกำจัดเขาในสักวัน แต่การที่ลากคนบริสุทธิ์มาเกี่ยวข้องด้วย เป็นเรื่องที่เขามิอาจให้อภัย ต้องสืบหาคนบงการให้กระจ่าง คนผู้นั้นได้รับบทลงโทษอย่างสาสมคือสิ่งที่เขาปรารถนา “ซ่งอ๋อง แน่จริงก็ตามข้ามา ฮ่า ๆ”หัวหน้าคนร้ายส่งสัญญาณให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของตนมุ่งหน้าไปย
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” ซ่งย่วนหยวนที่กำลังแอบฟังผู้ใหญ่คุยกันพลันกระจ่าง แท้จริงแล้วเพราะความดีของมารดาจึงทำให้หญิงชราคนนี้มาช่วยเหลือ พอพูดถึงท่านแม่ นางก็คิดถึงท่านใจจะขาด ไม่รู้ว่าป่านนี้เป็นเช่นไรแล้ว คงทุกข์ใจมากที่บุตรสาวเพียงคนเดียวหายตัวไป ขณะนั้นเสียงฝีเท้าคนกลุ่มจำนวนมากพลันดังขึ้น ปิงปิงหันไปมองพบว่าเป็นกลุ่มคนร้ายซึ่งมีมากกว่าครั้งแรก คงเป็นหนึ่งในนั้นไหวตัวทันแล้วไปตามพรรคพวกมาจับนางและคุณหนู “ฆ่าคนที่พาหนี อย่าให้มีชีวิตรอด!” หัวหน้าคนร้ายสั่งการ ผู้เป็นนายกำชับเพียงให้เด็กตัวอวบอ้วนและสาวรับใช้มีชีวิตอยู่ก่อนซ่งอ๋องมา หญิงชราที่พาหนีไม่เกี่ยว พวกตนสามารถสังหารได้ แก่จนใกล้ตายแล้ว ไม่รู้หาเรื่องใส่ตัวไปทำไม หลังคำสั่งหัวหน้าดังกึกก้อง พวกมันไม่รอช้า ง้างธนูอาบยาพิษไปทางด้านหญิงชรา ยิงออกไปโดยไม่ลังเล ลูกธนูดอกนั้นปักลงบนร่างกายเป้าหมายในคราวเดียว ร่างหญิงชราทรุดลงกับพื้น ปิงปิงโอบกระชับคุณหนูแน่นขึ้น นั่งลงข้างกายหญิงชรา ขณะที่คนร้ายพากันโอบล้อมตัวนางและคุณหนูแล้วพวกมันเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ







