Share

บทที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2025-08-22 22:00:57

เนื้อหาในบทนี้ มีการบรรยายถึงการใช้ความรุนแรง การกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย ศีลธรรม และหลักสิทธิมนุษยชน

ผู้แต่งมิได้เจตนาสื่อถึง การเห็นด้วยกับการกระทำใดๆ ที่นำมาซึ่งการถูกบังคับให้เป็นบุคคลสูญหาย

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

••××ו••

หลายวันต่อมา

"แก ฉันได้เรื่องมา!!"

ร่างเล็กอุ้มกระเป๋าสะพายตนเองวิ่งหน้าตั้งเข้ามารวมกลุ่มกับเพื่อนสนิทสองคน ที่กำลังนั่งคุยสัพเพเหระกันอยู่บริเวณลานม้าหินอ่อนหน้าคณะ

"อะไรของแกพะแพง วิ่งจนหน้าม้ากระพือ" พริมโรสแซวเพื่อนพลางหยิบทิชชู่ในกระเป๋าส่งให้ซับเหงื่อบนใบหน้า

พะแพงรับจองจากมือเพื่อนมาเช็ดถูใบหน้าตัวเอง ถือวิสาสะหยิบขวดน้ำของใบเตยยกขึ้นดื่มไปหลายอึก

"นี่! แกจะมาขโมยน้ำฉันกินไม่ได้นะยะ"

"น้ำขวดละเจ็ดบาท เดี๋ยวซื้อคืนสิบแพ็ค" พูดอย่างไม่ใส่ใจ และพยายามสูดอากาศเข้าปอดเพื่อเตรียมเล่าเรื่องตื่นเต้นที่บังเอิญได้ยินมา

ท่าทางตื่นตระหนกเมื่อกี้ เรียกความสนใจให้คนช่างเม้าท์อย่างใบเตยได้เป็นอย่างดี ในขณะที่พริมโรสก็สงสัยในอาการของเพื่อนไม่น้อย

หากเปรียบเทียบระดับความอยากรู้อยากเห็นของทั้งสามคนในกลุ่ม พะแพงจะอยู่ในระดับต่ำสุด รองลงมาคือพริมโรส และมากสุดต้องยกให้ใบเตย

เรื่องที่ได้รับรู้มาคงใหญ่มากจริงๆ

"เล่าเรื่องแกมา" ใบเตยรีบพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าเสียงลมหายใจของเพื่อนเข้าสู่ภาวะปกติ

"ไอ้เธอร์" พูดชื่อบุคคลน่ารำคาญออกมา ก่อนจะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เพราะยังมีอาการเหน็ดเหนื่อย "หายตัวออกจากบ้าน สามวันแล้ว"

นักศึกษาสาวอีกสองคนมองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจ ว่าการที่อาเธอร์ไม่กลับบ้านมันเป็นเรื่องใหญ่อย่างไร

"มีคนเห็นอธิการฯ อานนท์ออกมาจากสถานีตำรวจเมื่อเช้า พอไปถามตำรวจในนั้นที่รู้จักกันเขาก็บอกว่า มาแจ้งความลูกชายหาย" หญิงสาวเล่าให้เพื่อนฟัง ระหว่างที่หยิบมือถือขึ้นมา

มือเล็กเปิดภาพแคปหน้าจอในไลน์กลุ่มเพื่อนสนิทของอาเธอร์ที่ได้มาจากคนอื่นๆ ที่ส่งต่อกันมาให้เพื่อนดูประกอบ

ภาพแรกเป็นภาพรถยนต์ยุโรปสีขาวที่จอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถในผับดังใกล้มหาวิทยาลัย ในสภาพไม่เรียบร้อย รถไม่อยู่ในช่องจอดรถอย่างที่ควรจะเป็น แต่เดาไม่ได้ว่าเจ้าของรถกำลังจะจอดรถ หรือถอยรถออกจากลานจอดกันแน่

เพียงแต่มันแสดงออกมาว่า เจ้าของรถหายตัวไป โดยทิ้งรถไว้ในสภาพนี้

"การ์ดที่ผับไปเจอรถมันจอดทิ้งไว้ ของสำคัญทุกอย่างถูกทิ้งไว้ในนั้น ทั้งมือถือ และกระเป๋าสตางค์ กุญแจรถเองก็เสียบคาทิ้งไว้"

ภาพต่อมาเป็นภาพนิ่งที่ได้จากกล้องวงจรปิดหลายเหตุการณ์ รถยนต์คันสีขาวกำลังจะถอยออกจากลานจอดรถเวลาตีหนึ่งเศษๆ ของคืนวันเดียวกันกับที่พริมโรสเจอเหตุการณ์สะเทือนขวัญ

อาเธอร์เดินลงจากรถด้วยท่าทีเมามาย ยืนคุยกับใครบางคนด้านหลังรถ ที่เห็นเพียงช่วงแขนที่โผล่เข้ามาในกล้อง ก่อนจะถูกกระชากหายออกจากบริเวณที่กล้องสามารถบันทึกได้

"เหมือนไอ้เธอร์มันลงรถมาคุยกับใครไม่รู้ แล้วก็ถูกลากไป" พะแพงเล่าประกอบภาพ โดยที่เพื่อนทั้งสองพยายามซูมภาพดูรายละเอียดเท่าที่จะสามารถดูได้

"แกไปได้ของพวกนี้มาจากไหนเนี่ย" ใบเตยถามเพื่อนด้วยความตกตะลึง

นี่มันเอ็กคลูซีฟสุดๆ!!

"เขาแชร์กันในกลุ่มคณะให้ว่อน หัดเช็คไลน์กลุ่มบ้าง" พะแพงพูดออกมาพลางมองแซะเพื่อนอย่างไม่จริงจังนัก

"ฉันกับโรสกดออกกลุ่มมาตั้งแต่ปีสองแล้ว ก็ในกลุ่มแม่งคุยอะไรกันไม่รู้ หาสาระไม่ได้ เปลืองแบต"

"เลยพลาดของดี" พะแพงทำท่าปากยื่นปากยาวใส่เพื่อน ก่อนจะถูกใบเตยยกมือขึ้นขู่ทำท่าจะตี จึงหดลำคอกลับ

"คงจะไปเหยียบตีนคนในผับนั่นแหละ" พริมโรสวิเคราะห์เหตุการณ์จากนิสัยของอาเธอร์ "ตอนนี้ยังไม่เจอมันเหรอ"

"ไปนอนคุยกับรากมะม่วงแล้วมั้ง นานขนาดนี้" ใบเตยเผลอพูดออกมาอย่างใส่อารมณ์ ก่อนจะทำหน้าแหยเมื่อเพื่อนอีกสองคนมองตาเขียวเชิงปรามคำพูด

"ตอนนี้ยังไม่เจอ คืนนี้จะครบวันที่สี่แล้ว"

"หามันที่คอนโดหลังมอหรือยัง"

"ตำรวจกำลังจะเข้าไปเก็บหลักฐานวันนี้ แต่เพื่อนมันลองไปเคาะห้องแล้ว ไม่มีคนเปิด" พะแพงพูดในสิ่งที่ได้อ่านมา และฟังจากรุ่นพี่ในคณะเจ้าของโพสต์ที่ไปถามเพิ่มเติม

"เรื่องโทรนี่ไม่ต้องพูดถึง มือถือถูกทิ้งไว้ในรถขนาดนั้น" ใบเตยสำทับ ก่อนจะกอดอกเอียงคออย่างสงสัย "มันไปมีเรื่องกับใคร ถ้าละแวกมอเรา ไม่มีใครใหญ่เกินมันแล้วนะ"

"รอกล้องในผับ" พริมโรสแสดงความเห็นออกมาบ้าง "แกดึงฉันกลับเข้ากลุ่มหน่อย"

"ฉันด้วย"

×××

ห้องภายในโกดังใหญ่ที่ไม่ทราบเจ้าของแห่งหนึ่งแถบท่าเรือ

สัตหีบ ร่างสูงของนักศึกษาชายวัยยี่สิบเอ็ดปีในสภาวะไร้สติสัมปชัญญะ ถูกจับแขวนมัดมือทั้งสองข้างขึงกับขื่อโกดัง

สภาพเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เลอะไปด้วยฝุ่นและร่องรอยเกรอะกรังสีน้ำตาลเข้ม กอปรกับใบหน้าหล่อเหลาที่บวมช้ำจนเริ่มเป็นรอยม่วงหลายจุด

พื้นโกดังซีเมนต์ใต้เท้าเปรอะเปื้อนไปด้วยของเสียจากร่างกายจนส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งน่าอาเจียน

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา ทันทีที่แขนข้างขวาของนักศึกษาหนุ่มถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ร่างกายก็เซถลาไปตามแรกตรึงเชือกที่รั้งแขนอีกข้างเอาไว้อย่างแรงจนล้มลง

"อึก!" อาเธอร์ได้สติจากการกระทำนั้น พยายามเงยหน้าใช้ดวงตาที่ห้อเลือดมองไปยังผู้ที่เข้ามา

แต่เห็นเพียงเงาเสี้ยวใบหน้า จากแสงด้านนอกที่ย้อนเข้าดวงตาเท่านั้น

นักศึกษาหนุ่มถูกชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำลากถูกไปกับพื้นมายังอีกห้องที่มีชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าชาวยุโรปนั่งอยู่บนโซฟา

แม้จะมองเห็นผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหน้าไม่ชัดเจน แต่มั่นใจว่าไม่เคยเห็นหน้าคร่าตากันมาก่อนอย่างแน่นอน

"จับกูมาทำไม..."น้ำเสียงแหบพร่าถามเสียงแผ่ว ก่อนจะกระแอมไอจากการขาดน้ำมาหลายวัน

"เอาน้ำให้มัน กูยังไม่ให้มันตายตอนนี้"

สิ้นคำสั่งของผู้ป็นนาย น้ำดื่มจำนวนหนึ่งก็ถูกส่งเข้าปากของนักศึกษาชาย

ไม่ใช่การหยิบยื่นด้วยความเวทนา แต่เพื่อรักษาให้รอพบจุดจบที่สาสมกว่านี้

รสชาติของน้ำดื่มผสมกับของเหลวสีแดงที่เกิดจากบาดแผลในช่องปาก ไม่ได้ทำให้เกิดความสดชื่นขึ้นมาแม้แต่น้อย

"อึก...มะ มึงรู้ไหมว่ากูเป็นใคร" คำถามแสนงี่เง่า แฝงไปด้วยทัศนคติบิดเบี้ยวของผู้พูดถูกเปล่งออกมาทันทีที่มีเรี่ยวแรง

อาเธอร์ผู้ไม่เคยรับรู้รสชาติของการถูกกดขี่ เพราะมีชีวิตมาตลอดสี่สิบปีด้วยการข่มเหงรังแกคนอื่น

"อธิวัฒน์ รุ่งกิจโกศล อายุ 21 ปี ลูกชายอธิการบดี ด็อกเตอร์ อานนท์ รุ่งกิจโกศล" เสียงทุ้มเอ่ยจากร่างกำยำที่ยืนข้างกายมาเฟียหนุ่ม

ชายที่สวมแว่นสายตาในชุดสูทสีดำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"เมื่ออายุสิบสี่ปี ถูกจับด้วยข้อหาขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียทรัพย์สิน"

เรื่องอดีตเริ่มถูกร่ายยาวออกมาทีละประโยค จนเจ้าของเรื่องยังต้องเงยหน้ามองผู้พูด

"เมื่ออายุสิบเจ็ดปี ถูกแจ้งความด้วยข้อหากระทำชำเราผู้เยาว์อายุต่ำกว่าสิบห้าปี" เริ่มพูดในเรื่องต่อมาโดยไร้ซึ่งเอกสาร ราวกับมันถูกอ่านและจดจำไว้จนหมด "แต่ต่อมาผู้เสียหายได้ถอนแจ้งความ ก่อนจะถูกยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท"

"พะ พวกมึงเป็นใคร" นักศึกษาหนุ่มถามออกมาด้วยความรู้สึกตื่นกลัวเป็นครั้งแรก "กูทำอะไรให้พวกมึง"

มั่นใจว่าต่อให้สันดานเสียขนาดไหน ก็ไม่อาจกล้ามีปัญหากับกลุ่มคนเบื้องหน้าแน่นอน

"กูรู้จักมึงแล้ว" ร่างสูงบนโซฟาพูดออกมาโดยไม่สนใจคำถามของเด็กหนุ่ม "แล้วมึงรู้ไหมว่ากูเป็นใคร"

กริ๊ก!

เสียงขึ้นนกปืนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำเอาอาเธอร์สะท้านกลัวในอก ใบหน้าหล่อเหลาถูกเท้าของใครบางคนกดศีรษะจนไม่สามารถเงยหน้าขึ้นมาได้อีกต่อไป

"กลัวเป็นด้วยหรือไง..."

"ฮึก! ปะ ปล่อยกูเถอะ พวกมึงอยากได้อะไร เงินเหรอ สะ สิบล้านพอไหม"

ทันทีที่เขาพูดจบเสียงหัวเราะก็หลุดออกมาจากมาเฟียหนุ่ม ขยับตัวลุกจากโซฟาลงมานั่งยองๆ ข้างนักศึกษาหนุ่ม

ก่อนที่อาเธอร์จะสัมผัสถึงความเย็นของโลหะที่จ่ออยู่ข้างขมับซ้าย

"มึงยังคิดว่าคนที่สามารถเอาชีวิตมึงได้ทุกนาทีต้องการเงินเหรอ" น้ำเสียงเย้ยหยันออกมาจากริมฝีปากหนา ปลายกระบอกปืนลูกโม่สีเงินไล้ผิวหนังบริเวณขมับอย่างน่าหวาดเสียว

"กูไม่เคยทำอะไรให้พวกมึง!"

"มึงทำแน่..." แค่ทำให้เธอคนนั้นเกิดหวาดกลัวก็ถือเป็นความผิด "กูได้ยินเรื่องของมึงหลายครั้งแล้ว ก็พยายามเฉยเพราะรู้ว่าสันดานหมาบ้าแบบมึงมันแก้ไม่ได้"

เคยได้ยินคนตัวเล็กบ่นปรับทุกข์เมื่อถูกคนตรงหน้าคุกคามในมหาวิทยาลัย เคยกระทั่งอาสาจัดการให้ แต่เธอกับหัวเราะออกมา แล้วปฏิเสธราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่

กระทั่งได้ยินเสียงกรีดร้องจากสายเรียกเข้าวันนั้น...

"ตะ ตำรวจไม่ปล่อยพวกมึงไว้แน่..."

"หึ ตำรวจเหรอ" ปลายกระบอกปืนเคาะศีรษะเด็กหนุ่ม ก่อนที่มาเฟียหนุ่มจะหยิบโทรศัพท์ส่วนตัวตนเองออกมากดปุ่มรายชื่อผู้ติดต่อ "มึงอยากแจ้งความกับใครล่ะ..."

ตื๊ดดด...

(ครับนาย...)

ชื่อของเจ้าหน้าที่ระดับสูงนายหนึ่งแสดงผลอยู่บนหน้าจอ พลันทำให้นักศึกษาหนุ่มแสดงสีหน้าสิ้นหวังออกมาทันที

"มีคนจะแจ้งความ" นิ้วเรียวเขี่ยมือถือสีดำไปหยุดที่ด้านหน้าอาเธอร์ "พูดสิ..."

เด็กหนุ่มฟุบหน้าเงียบไม่กล่าวอะไรออกมาอีก ตอนนี้รู้สถานการณ์ตนเองอย่างชัดแจ้ง

ต่อให้พ่อของเขาแจ้งความ คดีก็จะไร้ซึ่งความคืบหน้า เอกสารทางราชการจะกลายเป็นเพียงกระดาษที่ใช้แล้วหนึ่งแผ่น

เซนวางสายก่อนจะเก็บมือถือตนเองเข้ากระเป๋าเสื้อสูท ดุนลิ้นยิ้มหยันให้กับความสิ้นหวังที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า

"คนที่มึงจ้างมามันกระจอก" ร่างกำยำเดินกลับมานั่งไขว่ห้างบนโซฟาหนังตัวเดิม สายตาจับจ้องที่ด้ามปืนในมือด้วยดวงตาลึกล้ำ "แค่ลูกปืนถูกๆ คนละลูก ก็บอกหมดว่าใครส่งพวกมันมา"

"พูดอะไรของมึง ฮึก..."

"บีเอ็มดับเบิลยู ซีโฟร์ สีแดง 4950"

รุ่นรถยนต์และหมายเลขทะเบียนรถของคนตัวเล็ก ถูกเอ่ยออกมาจากลูกน้องที่มีตำแหน่งเป็นมือขวาของมาเฟียหนุ่ม

เซนเหลือบตามองคนที่ทำให้หญิงสาวตกอยู่สถานการณ์เลวร้ายอย่างโกรธเคือง

"ความตายไม่ใช่จุดจบคนอย่างมึง"

ปืนลูกโม่สีเงินถูกวางบนฝ่ามือของลูกน้องคนสนิท ผู้มาเยือนเดินจากไปแล้ว ส่วนนักศึกษาหนุ่มก็ถูกลากตัวกลับไปอยู่ในอิริยาบถเดิม ห้องเดิม

"ปะ ปล่อยกู!!! อึก!!" เสียงโวยวายจบลงด้วยการถูกกระแทกรุนแรงที่ท้ายทอย

ร่างไร้สติถูกพาออกไป โดยไม่มีใครมองว่าเป็นเรื่องผิดปกติ

◂◂◂♡▸▸▸
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุปผาของมาเฟีย   บทที่ 96

    หลายปีต่อมา "ป๊าก้าบ~" เสียงเรียกเด็กชายผมสีน้ำตาลอ่อน เรียกความสนใจของเซนจากหน้าจอได้ป็นอย่างดี ลูกชายวัยสามขวบเดินเข้ามาภายในห้องทำงานที่ไม่ได้ล็อกประตูด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม "ครับ ออสโลเรียกป๊าทำไมครับ" คนเป็นพ่อเดินเข้าไปอุ้มลูกชายมานั่งบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะหลุบตามองมือเล็กๆ ที่เปื้อนขนแมว "ไ

  • บุปผาของมาเฟีย   บทที่ 95

    เปิดประตูพร้อมกับออกแรงดันแผ่นหลังสามีเข้าห้องเบาๆ ทั้งหมดอยู่ในสายตาของคนเป็นลูกน้อง ดีนส์มองใบหน้าหวานที่ดูไม่ทุกข์ร้อนที่สามีเจ็บป่วยด้วยความสงสัย ยิ่งรอยยิ้มมีพิรุธนั่นยิ่งทำให้เขาสงสัย “นายหญิงท้องหรือเปล่าครับ” แกร๊ก มือที่จับลูกบิดค้างไว้ชักมือกลับด้วยความตกใจ พริมโรสหันขวับมองมือขวาข

  • บุปผาของมาเฟีย   บทที่ 94

    หนึ่งปีต่อมา เจ้าของร่างสูงนั่งทำงานภายในห้องทำงานหรูอย่างเคร่งเครียด เนื่องจากอยู่ในช่วงส่งเอกสารภาษีประจำปี ปกติงานพวกนี้เจ้านายของเขาจะเป็นคนตรวจสอบมันด้วยตนเอง แต่หลังจากกลับฮันนีมูนที่สแกนดิเนเวีย ทั้งคู่กลับเดินทางไปญี่ปุ่นต่อ งานของนายทั้งหมดที่เขาเป็นคนแบกรับคนเดียวตลอดหนึ่งเดือน จึงยังค

  • บุปผาของมาเฟีย   บทที่ 93

    ใช้แก้มตัวเองถูไถกับคนตัวเล็ก จนคนถูกกระทำหัวเราะออกมาทั้งที่ใบหน้ายังมีคราบน้ำตา "ใจดีมาก ใส่ใจคนอื่น" เขาชมเปาะจากใจ "จริงเหรอ...ชมอีกสิ" "..." "นะ...ชมเตยอีก ชมอีกๆ" เขย่าท่อนแขนแข็งแรงรบเร้าอย่างเอาแต่ใจ ดีใจเพราะถูกเขาชม ปกติเธอไม่ค่อยถูกชมว่าใจดีกับใคร หากถูกชมว่ากวนประสาทเก่ง หรือเผ

  • บุปผาของมาเฟีย   บทที่ 92

    ใบเตยในชุดเดรสน่ารักสมวัยนั่งอยู่หน้ากระจกให้เจ้าของห้องหวีผมให้ ผมยาวสลวยถูกหวีจนเงางาม ก่อนที่มือใหญ่จะบรรจงถักเปียให้คนตัวเล็กอย่างใจเย็น ชุดที่ใส่อยู่เขาก็ซื้อมาให้ ชุดชั้นในก็ด้วย ผมของเธอ เขาก็เปิดยูทูปดูไปด้วย หัดถักไปด้วยจนดูดีและเรียบร้อย “เตยทำเองก็ได้นะคะ” เงยหน้ามองสบตาคนที่ยืนอยู่

  • บุปผาของมาเฟีย   บทที่ 91

    ดีนส์อุ้มกระเตงเธอมานั่งที่หน้ากระจก เปิดไฟในห้อง ก่อนจะเดินมาเปิดลิ้นชักหยิบสำลีกับน้ำยาลบเครื่องสำอางออกมาเทลงบนสำลี "ทำไมมีของแบบนี้คะ หรือว่าพาผู้หญิงมาค้างบ่อย" เคยได้ยินจากเพื่อนว่า ผู้ชายบางคนหลังจากผ่านการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน เขาจะดูแลคู่นอนตนเองดุจเจ้าหญิงแทนการปลอบโยนความดิบเถื่อนบนเตี

  • บุปผาของมาเฟีย   บทที่ 60

    ไหนล่ะปิดตาข้างหนึ่งแล้วจะดีขึ้นของเขา "นับตั้งแต่เซ็นสัญญาฉบับนี้ เลิกส่งคนติดตามฉันกับพริมโรส และครอบครัวของเธอ" เงื่อนไขข้อที่สองถูกพูดออกมา แทนการตอบคำถามของหญิงสาว "แค่นี้?" ราฟาเอลทวนถามให้แน่ใจ รับซองสีน้ำตาลในมือของมือขวาของน้องชายมาอ่านอีกครั้ง และมันก็มีอยู่แค่นั้นจริงๆ "ฉันทำเพื่อ

  • บุปผาของมาเฟีย   บทที่ 59

    ประตูห้องพักชั้นบนสุดของโรงแรมถูกเปิดออก โดยฝีมือของมือขวาคนสนิทของเซน เขาเดินนำหน้าแฟนสาวตัวเล็กที่กำลังเกาะแขนเขาตามความเคยตัว ดีนส์เดินนำทั้งคู่เข้าไปด้านใน เซนหยุดมองที่หน้าประตูชั่วครู่ หันไปสบตากับบอดี้การ์ดนายหนึ่ง ซึ่งเขาจำได้ว่ามันคือคนที่กล้าหาญยกปืนจ่อที่หน้าเขา เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นแฟน

  • บุปผาของมาเฟีย   บทที่ 58

    หนึ่งเดือนต่อมา เหลือเวลาอีกไม่ถึงสองอาทิตย์ งานแต่งงานระหว่างสองตระกูลก็จะเกิดขึ้น ในขณะที่สถานการณ์ต่างๆ ยังคงเป็นไปอย่างเรียบร้อย และคนจากทั้งสองตระกูลได้ทยอยเดินทางเข้ามาในประเทศ เพื่อเตรียมเข้าร่วมพิธีที่จะจัดขึ้น มาเฟียหนุ่มเดินมาหยุดอยู่ที่ระเบียงห้องทำงานส่วนตัวภายในเพนท์เฮ้าส์ จุดบุหรี่

  • บุปผาของมาเฟีย   บทที่ 57

    มารดาเดินกลับเข้าไปทำอาหารต่อในครัว ทิ้งให้ลูกสาวและแฟนหนุ่มนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นลำพัง ริมฝีปากหยักจูบที่หน้าผากมนแผ่วเบา คว้ามือเธอขึ้นมากุมบนหน้าตักโดยไม่ได้แสดงสีหน้ากังวลแม้แต่น้อย แต่ดูเหมือนจะเป็นเด็กน้อยของเขาที่ยังทำหน้าเศร้าไม่เลิก “อย่าทำหน้าเศร้า” “คุณพ่อไม่ยอมรับเรา” พูดจบน้ำตาที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status