مشاركة

บทที่ 5 ขโมยของก่อนจากไป

مؤلف: Mumi
last update تاريخ النشر: 2025-09-07 21:52:19

แสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยสาดส่องลงบนลานดินหน้าบ้าน เงาของต้นไผ่เอนลู่ตามแรงลมทอดลงบนพื้นราวกับเส้นหมึกที่จิตรกรผู้ชำนาญขีดเขียน ซูอี้เหม่ยก้าวออกจากเรือนด้วยจังหวะมั่นคง แม้หัวใจยังเต้นแรงเพราะการปะทะกับแม่เลี้ยงเมื่อครู่ แต่บนใบหน้างดงามกลับฉายรอยยิ้มเย็นเฉียบ

นางไม่คิดจะทนฟังคำด่าทอและการเหยียดหยามอีกต่อไป — ชีวิตนี้ นางมิได้เกิดมาเพื่อเป็นเครื่องรองรับความโกรธแค้นหรือเป็นตัวตลกให้ใครหยามเหยียด

“บ้านหลังนี้…ไม่ใช่ที่สำหรับฉันอีกแล้ว” เสียงในใจดังขึ้นแน่วแน่

แต่ก่อนที่ก้าวเท้าออกไปให้ไกลกว่านี้ สายตาคมกริบของซูอี้เหม่ยหันกลับไปยังเรือนใหญ่ที่เพิ่งเดินออกมา แววตาเจือรอยเยาะเย้ย — นางจะไม่จากไปด้วยมือเปล่าเด็ดขาด ตลอดเวลาที่ผ่านมา สวี่ซินเหมยกดขี่นางทั้งกายและใจ ใช้อำนาจเหยียบย่ำอย่างไร้ปรานี วันนี้…นางจะคืนให้สมกับสิ่งที่นางได้รับ

เมื่อท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นส้มแดง ซูอี้เหม่ยกลับลอบเดินวกเข้าเรือนหลวงอีกครั้ง เงาต้นไผ่ทอดยาวบังท่อนร่างบอบบางของนางไว้แนบสนิท ความเงียบยามพลบค่ำช่วยปกปิดการเคลื่อนไหว ทุกก้าวย่างของนางนุ่มนวลราวกับแมวป่าที่คุ้นเคยกับความมืด

ซูอี้เหม่ยรู้ดี — ห้องเก็บของล้ำค่าของสวี่ซินเหมยอยู่ตรงปีกด้านตะวันออก หญิงผู้นั้นหวงแหนเครื่องประดับและผ้าไหมยิ่งกว่าลูกแท้ๆ ด้วยซ้ำ หากจะเอาคืนให้เจ็บแสบที่สุด ก็ต้องแตะต้องสิ่งที่อีกฝ่ายหวงที่สุด

นางย่องผ่านทางเดินยาว เสียงรองเท้าปักพื้นไม้เบาราวกับขนนก จนมาถึงหน้าห้องที่ต้องการ บานประตูไม้สลักลายดอกเหมยถูกปิดสนิท แต่กลอนไม้เก่าแก่ที่ใช้กลับไม่แน่นหนาเท่าที่ควร

ซูอี้เหม่ยกวาดตามองซ้ายขวา เมื่อแน่ใจว่าไร้คน นางหยิบกิ๊บเล็กจากผมขึ้นมา ใช้ปลายแหลมเขี่ยกลอนเพียงไม่กี่ครั้ง เสียง “แกร็ก” ดังขึ้นเบาๆ ประตูค่อยๆ ถูกดันออก

ภายในห้องสว่างเรืองรองด้วยกล่องไม้แกะสลักและหีบผ้าแพร เครื่องประดับเงินทองมากมายถูกวางเรียงรายจนแทบพร่างพราวตา กลิ่นน้ำอบราคาแพงลอยคลุ้งไปทั่ว — นี่คือโลกที่สวี่ซินเหมยหวงแหน และเป็นสิ่งที่ใช้แสดงอำนาจในเรือนเสมอมา

ริมฝีปากซูอี้เหม่ยโค้งยิ้มเย็น นางเดินตรงไปยังหีบผ้าใหญ่ เปิดออก — ด้านในเต็มไปด้วยผ้าไหมจากหางโจว ผ้าปักจากซูโจว ล้วนเป็นสมบัติที่นางแม่เลี้ยงไม่เคยยอมให้คนในบ้านแตะต้อง

“ของเหล่านี้เคยเป็นสิ่งที่เจ้าใช้เหยียบย่ำข้า…ตั้งแต่นี้ไป มันจะกลายเป็นเส้นทางให้ข้ารอด” นางพึมพำกับตนเอง

ซูอี้เหม่ยเลือกหยิบเพียงบางส่วน — สร้อยหยกเขียวหนึ่งเส้น แหวนทองสองวง และผ้าไหมปักลายดอกเหมยพับเล็กๆ ไม่มากนัก แต่ล้วนเป็นของที่มีค่าพอให้ขายหรือแลกเปลี่ยนในเมืองหลวงได้เป็นก้อนเงินมหาศาล

ก่อนปิดหีบ นางจงใจหยิบขวดน้ำอบราคาแพงที่สวี่ซินเหมยโปรดปรานที่สุด เทราดลงบนพื้นไม้เล็กน้อย กลิ่นหอมรัญจวนลอยตลบทั่วห้อง — เพื่อให้หญิงผู้นั้นรู้ว่า มีคนเข้ามาแตะต้องของรัก ทว่าไม่อาจจับมือใครดมได้

“นี่คือรอยแผลที่เจ้าจะต้องจำไปจนตาย สวี่ซินเหมย” ซูอี้เหม่ยหัวเราะเบาๆ ก่อนเลื่อนบานประตูปิดกลับดังเดิม

เมื่อก้าวออกจากเรือนใหญ่อีกครั้ง คราวนี้หัวใจของนางไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธเกลียดอย่างเดียว หากแต่เจือความสะใจปนเย็นเยียบ นางไม่ได้ออกไปอย่างผู้แพ้ หากแต่คือผู้ที่ทิ้งบาดแผลลึกไว้เบื้องหลัง

บนถนนสายเล็กของหมู่บ้าน ผู้คนยังคงคึกคัก เสียงหัวเราะของเด็กๆ คลอไปกับเสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้า กลิ่นอาหารทอดและขนมหวานพื้นบ้านลอยมาตามลม บรรยากาศสดใส ทว่าหัวใจของซูอี้เหม่ยกลับรู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้าสู่โลกใหม่ที่ไม่คุ้นเคย โลกที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ต้องเรียนรู้และเผชิญหน้า

แต่ก่อนที่นางจะได้ทอดสายตาชื่นชมโลกใหม่นี้ เสียงฝีเท้าหนักแน่นกลับดังขึ้นจากด้านหลัง

ตึก… ตึก… ตึก…

เสียงนั้นแตกต่างจากเสียงฝีเท้าของชาวบ้านทั่วไป มันเต็มไปด้วยความมั่นคงและอำนาจที่กดทับบรรยากาศโดยรอบ

ซูอี้เหม่ยหันขวับ — ร่างสูงในชุดดำปรากฏขึ้น เขาคือชายลึกลับผู้ช่วยชีวิตนางเมื่อคืน ดวงตาคมกริบราวคมดาบจ้องตรงมาไม่กะพริบ

“คุณหนูซู” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเย็น ราวกับสายลมหนาว “เจ้ามิใช่…คนของที่นี่ใช่หรือไม่?”

ถ้อยคำสั้นๆ กลับทำให้ซูอี้เหม่ยชะงัก ความลับที่เธอพยายามซ่อนลึกที่สุดในใจกลับถูกคนแปลกหน้าพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา

“ท่าน…หมายความว่าอย่างไร?” นางพยายามเก็บอาการ ทว่าดวงตากลับสั่นไหวไม่อาจควบคุม

ชายหนุ่มยกยิ้มบาง รอยยิ้มที่ไม่อบอุ่น หากแต่เหมือนผู้ที่อ่านใจคนทะลุปรุโปร่ง “แววตาของเจ้า…เต็มไปด้วยความรู้และความทรงจำที่มิใช่ของหญิงสาวในยุคนี้”

ซูอี้เหม่ยแทบหยุดหายใจ ใช่แล้ว — นางไม่ใช่หญิงสาวโลกนี้ แต่คือวิญญาณจากโลกอนาคตที่ถูกดึงมาโดยไม่ทันตั้งตัว

“เหตุใดเขาถึงรู้? หรือว่า…เขาเองก็มิใช่คนธรรมดา?” นางเผลอก้าวถอยหลัง

ชายหนุ่มก้าวเข้ามา กลิ่นอายเย็นเยียบแผ่ออกมาประหนึ่งแรงกดทับ “โลกนี้โหดร้ายกว่าที่เจ้าคิด หากเจ้ามิได้เรียนรู้ที่จะปิดบังความลับ เจ้าจะไม่มีวันอยู่รอด”

ซูอี้เหม่ยเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าสะท้อนแสงแดดเป็นประกาย แววตากลับแข็งกร้าวยิ่งขึ้น

“ข้ารู้…แต่หากโลกนี้คิดจะทำร้ายข้าอีก” เสียงนางต่ำลึกดุดัน “ข้าจะไม่ยอมเป็นเหยื่อเหมือนในโลกก่อน”

คำพูดนั้นทำให้ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย แววตาแฝงประกายประหลาด คล้ายประทับใจในความเด็ดเดี่ยว แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความเฝ้าระวัง

สายลมพัดแรง ใบไผ่เสียดสีกันราวเสียงดนตรีแห่งโชคชะตา นี่ไม่ใช่เพียงการสนทนา หากแต่คือคำประกาศสงครามที่ไร้ถ้อยคำ โลกนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป — เพราะความลับของซูอี้เหม่ย…ถูกเปิดเผยแล้ว

เงียบงันครอบคลุมระหว่างทั้งสอง ฝุ่นทรายลอยขึ้นตามแรงลม แสงแดดใกล้สิ้นวันทอดเงาทั้งคู่ยาวเหยียด ราวกับขีดเส้นทางชะตาที่ต้องเผชิญร่วมกัน

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • บุปผาข้ามภพ วิชาหมอจากแดนไกล   บทที่27 ดอกเหมยท่ามกลางวังหลวง

    หลังจากได้รับตำแหน่งเป็น องค์หญิงบุญธรรม และพระราชแพทย์หญิงสูงสุดแห่งราชสำนัก ซูอี้เหม่ยถูกย้ายเข้าพำนักในตำหนักหรูภายในวังหลวง ทุกย่างก้าวล้วนถูกสายตาผู้คนจับจ้องเช้า ๆ นางต้องเข้าตรวจคนไข้ในโรงหมอหลวง กลางวันตรวจร่างกายขุนนางหรือขันทีที่เข้าพบ เย็นจึงได้กลับตำหนักเพื่อพักผ่อน แต่กระนั้นเสียงซุบซิบก็ไม่เคยเงียบหาย“หญิงผู้หนึ่งจากชนบท กลับได้อยู่เคียงบัลลังก์”“โฉมงามเกินมนุษย์ ต้องมีเคล็ดลับบางอย่างแน่”อี้เหม่ยได้ยินทุกถ้อยคำ แต่ยังคงเดินอย่างมั่นคง ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมงาช้างสงบเยือกเย็น ทว่ายามที่นางจำต้องเปิดเผยโฉมหน้าเพื่อรักษาผู้ป่วย ทุกคนที่เห็นต่างถึงกับตะลึงงันใบหน้าของซูอี้เหม่ยคือดั่งภาพวาดจากสวรรค์ ผิวขาวเนียนดุจหยกแกะสลัก คิ้วเรียวประหนึ่งพู่กันจรด ริมฝีปากแดงสดราวกลีบกุหลาบ ดวงตาสุกใสสะท้อนแสงราวหยดน้ำค้างยามรุ่งสางความงามนั้นมิใช่เพียงรูปลักษณ์ หากแต่แฝงด้วยอำนาจที่สะกดใจผู้คน ไม่ว่าเป็นทหารที่ใกล้สิ้นลม ขุนนางผู้เย็นชา หรือแม้แต่ขันทีในวัง ต่างก็เผลอหยุดหายใจยามสบตากับนางและยิ่งนางไม่เคยโอ้อวด กลับยิ่งทำให้ความงามนั้นทรงพลังยิ่งขึ้น ราวกับ เทพธิดาที่ไม่อาจแตะต้องแ

  • บุปผาข้ามภพ วิชาหมอจากแดนไกล   บทที่26 กระบี่ปะทะแสงตะวัน

    ค่ำคืนหนึ่ง เสียงฝีเท้าทหารเร่งรีบดังขึ้นที่กระโจมแม่ทัพซึ่งตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองหลวง นายทหารหนุ่มคุกเข่าลงทันที “แม่ทัพ! ข้ามีข่าวด่วน—องค์หญิงบุญธรรมซูอี้เหม่ยถูกใส่ร้ายว่าปรุงยาพิษในโรงหมอหลวง โชคดีที่พิสูจน์ความจริงได้ทัน ไม่เช่นนั้นชื่อเสียงคงป่นปี้ไปแล้ว!”หลงเทียนอวี่ที่นั่งอ่านแผนการทัพเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาคมสว่างดั่งเปลวไฟ “ใส่ร้ายงั้นหรือ?”เสียงทุ้มเย็นเยียบจนแม้แต่ทหารผู้กล้าก็ต้องก้มศีรษะต่ำ เหงื่อซึมเต็มแผ่นหลังแม่ทัพหนุ่มกำหมัดแน่น ความโกรธผสมความห่วงใยถาโถมในใจ “อี้เหม่ย…เจ้าอยู่ท่ามกลางเล่ห์กลในวัง แต่ข้าไม่อยู่เคียงข้าง…นี่คือความผิดของข้า”ไม่นานนัก เขาตัดสินใจแน่วแน่ “เตรียมม้า ข้าจะเข้าวังเดี๋ยวนี้!”รุ่งเช้าวันถัดมา วังหลวงสั่นสะเทือนเมื่อแม่ทัพหลงเทียนอวี่ปรากฏกาย ดวงตาคมกริบพุ่งตรงไปยังตำหนักรัชทายาทขันทีพยายามห้าม “แม่ทัพ…เวลานี้รัชทายาทกำลัง…”“ถอย!” เสียงคำรามดังก้อง ขันทีทั้งหลายต่างหน้าซีด รีบเปิดทางภายในตำหนัก รัชทายาทหยางเจิ้นอี้กำลังนั่งจิบชาพูดคุยกับซูอี้เหม่ยอย่างสบายใจ เมื่อประตูถูกผลักออกอย่างแรง ร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพก้าวเข้ามา กลิ่นดาบและกลิ่นสง

  • บุปผาข้ามภพ วิชาหมอจากแดนไกล   บทที่25 เมล็ดพิษแห่งริษยา

    ภายในตำหนักของฮองเฮา องค์หญิงหลงหลงเดินวนไปมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ นางได้ยินข่าวซุบซิบจากนางกำนัลทั้งหลายว่า องค์รัชทายาทหยางเจิ้นอี้ติดตามอี้เหม่ยไปทุกหนทุกแห่งในวัง ทั้งโรงหมอหลวง สวนเหมย หรือแม้กระทั่งระเบียงตำหนักบุญธรรม“ไม่อาจเป็นเช่นนี้!” หลงหลงกัดริมฝีปากแน่น ดวงตาวาวโรจน์ “แม่ทัพหลงคือของข้าอยู่แล้ว แต่ตอนนี้รัชทายาทกลับเฝ้าอี้เหม่ยทุกวัน หากปล่อยไป ทั้งสองบุรุษสำคัญที่สุดในวังจะตกอยู่ในเงาของนางหมด!”นางกำนัลคนสนิทเอ่ยเบา ๆ “องค์หญิง โปรดใจเย็น หม่อมฉันคิดว่าหากมีวิธีทำให้อี้เหม่ยเสียชื่อ นางจะหมดสิทธิ์ยืนในวังโดยปริยาย”ดวงตาของหลงหลงทอประกายร้ายทันที “ใช่…ถ้านางถูกประณามต่อหน้าฝ่าบาทและรัชทายาท เช่นนั้นนางก็สิ้นชื่อ!”หลายวันต่อมา ข่าวลือแพร่ไปทั่ววังว่า ยาที่ใช้รักษาทหารในโรงหมอหลวงมีพิษแฝงอยู่ ทำให้ผู้ป่วยบางคนอาการทรุดหนัก บางคนถึงขั้นเสียชีวิตอย่างน่าสงสัยขุนนางฝ่ายตรงข้ามรีบใช้โอกาสนี้ กราบทูลต่อฮ่องเต้ว่า “ฝ่าบาท หม่อมฉันได้ยินว่าในตำรับยาที่องค์หญิงบุญธรรมซูอี้เหม่ยเป็นผู้จัด มีส่วนผสมของสมุนไพรต้องห้าม หากปล่อยไว้เกรงว่าจะเป็นภัยแก่ราษฎร!”ฮ่องเต้ทรงตกพระทัยทันที “อี้

  • บุปผาข้ามภพ วิชาหมอจากแดนไกล   บทที่24 เพลิงรัก

    วังหลวงหลังพิธีฉลองชัยชนะกลับเต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำ ผู้คนซุบซิบถึงความงามล่มเมืองของซูอี้เหม่ยไม่ขาดปาก ข่าวแพร่ไปทั่วว่า ฮ่องเต้ทรงรับนางเป็นบุตรบุญธรรมและพระราชทานตำแหน่งสูงสุดแห่งแพทย์หญิง ยิ่งทำให้ขุนนางบางกลุ่มหวาดหวั่น บางกลุ่มกลับโลภอยากชิงนางไปครอบครองในทุกเช้า ยามอี้เหม่ยก้าวออกจากตำหนักบุญธรรม องค์รัชทายาทหยางเจิ้นอี้จะปรากฏกายทันที ราวกับรออยู่แล้ว“องค์หญิง วันนี้ข้าขอพาเจ้าไปชมสวนหลวงเถิด ดอกเหมยเพิ่งบานงามดุจเจ้า”นางเพียงก้าวเดินนิ่ง ๆ สายตาเยือกเย็น “ดอกไม้จะบานหรือร่วง ข้าไม่ใส่ใจนัก หากท่านปรารถนาเพื่อนคุย ข้าเกรงว่าข้าไม่เหมาะ”เจิ้นอี้หัวเราะเบา ๆ อย่างไม่ถือสา “ยิ่งเจ้าใจแข็ง ข้ายิ่งอยากอยู่ใกล้ หากเจ้ามิยอมคุย ข้าก็จะเดินเคียงข้างจนกว่าจะยอม”ทหารในวังและขันทีต่างมองกันไปมา ซุบซิบว่าองค์รัชทายาทไม่เคยทุ่มเทพอใจต่อสตรีใดเช่นนี้มาก่อนอีกฟากหนึ่ง หลงเทียนอวี่กลับไม่ค่อยเข้าวัง ยังคงคุมกองทัพอยู่ยามเช้า แต่ทุกค่ำคืนเขาจะมาที่ตำหนักบุญธรรมของอี้เหม่ยเงียบ ๆ บางคราเพียงยืนอยู่หน้าตำหนักแล้วจากไปคืนหนึ่ง อี้เหม่ยเปิดประตูพบเขายืนอยู่ในเงาแสงจันทร์ “แม่ทัพหลง ท่านมาเฝ้

  • บุปผาข้ามภพ วิชาหมอจากแดนไกล   บทที่23 การสรรเสริญ​

    กลองชัยยังคงดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งนครหลวง ประชาชนแห่แหนกันแน่นสองฝั่งถนนเพื่อรอรับกองทัพผู้พิชิต กลิ่นธูปและควันไฟจากการเฉลิมฉลองอบอวลไปทั่วอากาศ เด็กเล็กตะโกนด้วยความตื่นเต้น “แม่ทัพกลับมาแล้ว! ชัยชนะของแผ่นดิน!”แถวทหารเดินเป็นระเบียบเรียงรายราวสายธารเหล็กยาวเหยียด เกราะสะท้อนแสงแดดยามบ่ายจนแสบตา ธงมังกรทองปลิวสะบัดอยู่เหนือศีรษะ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความภาคภูมิเบื้องหน้าขบวนนั้น แม่ทัพหลงเทียนอวี่ควบม้าเข้ามาอย่างสง่างาม ชุดเกราะดำปักทองที่ห่อหุ้มร่างสูงสง่าเปล่งรัศมีอำนาจจนผู้คนมิอาจสบตาได้นาน ดวงตาคมนิ่งสงบแต่กลับแฝงแรงกดดันจนท้องถนนทั้งสายเหมือนจะสงัดลงในบัดดลเบื้องหลังเขา คือรถม้าสีงาช้างที่ประดับด้วยลายมังกรอ่อนช้อย ใช้สำหรับบรรทุกบุคคลสำคัญ—ซูอี้เหม่ย ผู้เป็นดั่งดวงใจแห่งชัยชนะครั้งนี้นางนั่งเงียบสงบภายในรถม้า ผ้าคลุมบางสีงาช้างปกปิดโฉมหน้าล่มเมือง แม้เสียงโห่ร้องดังก้องจากมวลชนรอบทาง นางก็ยังคงสงบนิ่ง แต่หัวใจกลับเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เพราะรู้ดี—การกลับสู่นครหลวงครั้งนี้ ไม่ได้หมายถึงความสงบสุข หากคือการเริ่มต้นของเกมอำนาจที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิมท้องพระโรงใหญ่ถูกประดับประดา

  • บุปผาข้ามภพ วิชาหมอจากแดนไกล   บทที่22 ชนะศึก

    ค่ายศึกหลังชัยชนะยังคงอบอวลด้วยกลิ่นเลือดและควันไฟ ทหารบางส่วนร้องไห้ให้เพื่อนที่สิ้นลม บางส่วนยกถ้วยเหล้าเฉลิมฉลองต่อหน้าซากศพ ความโหดร้ายและความดีใจผสมปนกันจนไม่อาจแยกแยะได้กลางเต็นท์ที่เพิ่งรอดจากเปลวเพลิง ซูอี้เหม่ยนั่งลงบนเก้าอี้ไม้เก่า มือยังคงพันผ้ารักษาบาดแผลให้ทหารทีละคน ใบหน้างามที่เพิ่งถูกเปิดเผยกลับไม่มีรอยยิ้ม—ดวงตาคมยังเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวหลงเทียนอวี่ก้าวเข้ามาในเต็นท์ เสียงเกราะเหล็กกระทบกันเบา ๆ ทำให้ทุกคนในเต็นท์รีบก้มศีรษะ ถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่ ภายในเหลือเพียงเขาและนาง“ท่านแม่ทัพ” เสียงอี้เหม่ยเรียบเย็น “หากท่านมาที่นี่เพื่อชมความงาม ข้าขอให้ท่านกลับไปที่กระโจมบัญชาการเถิด ที่นี่มิใช่ที่สำหรับเรื่องไร้สาระ”หลงเทียนอวี่หยุดยืนตรงหน้า ดวงตาคมยังคงจับจ้องนางอย่างไม่ปิดบัง “ข้าต่อสู้มาเนิ่นนาน รู้จักทั้งความตายและเลือดนับไม่ถ้วน แต่เมื่อครู่…เพียงได้เห็นใบหน้าของเจ้า หัวใจข้ากลับสั่นสะท้านยิ่งกว่าดาบของศัตรู”อี้เหม่ยเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากโค้งยิ้มเย็นเฉียบ “แม่ทัพหลง หากท่านสั่นไหวเพราะใบหน้าสตรี เช่นนั้นกองทัพแคว้นนี้ก็ไม่ต่างจากกระดาษแผ่นบางที่พร้อมฉีกขาด”คำพูด

  • บุปผาข้ามภพ วิชาหมอจากแดนไกล   บทที่7 เงินตราจากปัญญา

    เสียงจอแจของผู้คนยังกรอกหูไม่ขาดสาย กลิ่นควันธูปจากศาลเจ้าเจือกับไอทอดกระทะและชาใบแรกของวัน ลอยคลุมถนนหินกรวดให้กลายเป็นม่านบาง ๆ แห่งชีวิตชีวา ซูอี้เหม่ยยกห่อผ้าเบา ๆ ในมือ—ข้างในมีเพียงของใช้เล็กน้อย เงินรางวัลจากร้านโอสถก้อนหนึ่ง และที่สำคัญที่สุดคือ “ทุนเงียบ” ที่นางพกมาจากเรือนเดิม: เงินกับของ

  • บุปผาข้ามภพ วิชาหมอจากแดนไกล   บทที่ 6 ก้าวแรกสู่เมืองหลวง

    แสงอรุณแห่งวันใหม่ค่อย ๆ แผ่วลงจากฟากฟ้า ราวกับผืนผ้าที่ถูกกางออกด้วยสีทองอ่อน สาดแสงไปทั่วท้องทุ่งและภูเขาซึ่งทอดตัวอยู่ห่างไกล สายหมอกบางเบาลอยคลอเหนือทุ่งหญ้าและแปลงนาข้าวที่เพิ่งชุ่มด้วยหยาดฝนเมื่อคืน กลิ่นดินชื้นกับดอกหญ้าผสมน้ำค้างหอมกรุ่นอยู่ในอากาศ—เช้าวันนี้ไม่เหมือนวันไหน ๆ สำหรับหญิงสาวผ

  • บุปผาข้ามภพ วิชาหมอจากแดนไกล   บทที่ 4 เริ่มต้น

    ภายในเรือนใหญ่แห่งตระกูลซู กลิ่นชาดำยังคงกรุ่นกระจายอยู่ทั่วโถงไม้โอ่อ่า แสงแดดยามสายลอดผ่านหน้าต่างไม้ฉลุลาย ละลายเป็นลายเงาลงบนพื้นสะอาดมันวาว ราวกับเส้นทองที่ร่ายรำอยู่ใต้แสงอาทิตย์ บรรยากาศโดยรอบแม้ดูสงบสุข ทว่าแท้จริงกลับเต็มไปด้วยความกดดันที่อัดแน่นจนแทบหายใจไม่ทั่วท้องบนตั่งสูงด้านในสุด สวี่

  • บุปผาข้ามภพ วิชาหมอจากแดนไกล   บทที่ 3 บ้านที่ไม่ใช่บ้าน

    เสียงกีบม้าค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมเงาของชายลึกลับผู้จากไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายแปลกประหลาดที่ยังวนเวียนอยู่ในใจ ราวกับเงาแห่งโชคชะตาที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่าแต่กลับกดทับลงบนหัวใจของซูอี้เหม่ยอย่างเงียบงันนางสูดลมหายใจลึก พยายามสงบความปั่นป่วนในอก ก่อนก้าวเดินกลับเข้าสู่หมู่บ้านเล็กริมภูเขา ที่ซึ่งชี

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status