LOGINคณเดชพาหญิงสาวคนรักซึ่งเป็นคู่หมั้นมาที่บ้านเพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อส่งการ์ดเชิญร่วมงานแต่งที่จะจัดขึ้นในเดือนหน้าที่จะถึงนี้ เขากับณิชคุณรู้จักกันมานานพอ ๆ กับเพื่อนสนิทอีกคนชื่อธนวัฒน์
ตั้งแต่รู้ว่าจะได้แต่งงานกับหญิงสาวในอุดมคติอย่างปวิมล เขาก็ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับว่าที่ภรรยาในอนาคตโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น ช่วงแรก ๆ อาจจะปรับตัวยากเพราะหญิงสาวคนนี้ค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูง ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ไม่ได้เป็นคนถือตัว นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้เขารู้สึกหลงชอบตั้งแต่วันแรกที่เจอ
ชายหนุ่มเดินออกจากรถอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อเปิดประตูรถให้ว่าที่ภรรยาของตนเอง ทั้งคู่อายุห่างกันสองปี เขาอายุยี่สิบห้าปีส่วนหญิงสาวอายุยี่สิบสามปีรุ่นราวคราวเดียวกันกับน้องสาวบุญธรรมของณิชคุณ
"เชิญครับ"
ณิชคุณมายืนต้อนรับเพื่อนสนิกับว่าที่เจ้าสาวของอีกฝ่าย วันนี้เป็นวันหยุดเขากับน้องสาวเลยพักอยู่บ้าน ตั้งแต่เรียนจบก็ไม่ค่อยได้เจอคณเดชเลย แต่ก็เห็นเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดีย
นัยน์ตาของชายหนุ่มวูบไหวเมื่อได้สบตากับสาวข้างกายของเพื่อน พยายามกลบเกลื่อนและหลบดวงตากลมคู่นั้น ความสัมพันธ์ลับ ๆ ของทั้งคู่ได้สิ้นสุดลงเมื่อหญิงสาวแจ้งว่าจะแต่งงานกับคณเดช เพราะธุรกิจทางบ้านกำลังล้มละลาย บิดามารดาจึงขอความร่วมมือ และเพื่อนของเขาก็ทักมาอวดพร้อมแนบรูปมาให้ ในที่สุดต้องเป็นเขาที่เป็นฝ่ายถอยออกมาอย่างเงียบ ๆ
แม้จะเคืองใจแต่อย่าลืมว่าสมัยเรียนเพื่อนคนนี้เคยบอกแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็นคนเดียวกันกับที่ตัวเองคบหาอยู่
"น้ำค่ะ"
ณัฐวดีรีบเอาน้ำมาเสิร์ฟให้กับแขกของพี่ชายบุญธรรม ก่อนจะเดินออกมาจัดของว่างที่เตรียมไว้ไปเสิร์ฟต่อ ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่รู้หรอกว่าบิดามารดาอยู่ที่ไหนทำอะไร แต่ช่วงอายุยังน้อยณเรศกับกิตติพรรับเธอมาจากบ้านเด็กกำพร้า
ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็รักและใส่ใจเธอมาเป็นอย่างดีรวมถึงณิชคุณก็ด้วยเช่นกัน ไม่เคยรู้สึกขาดความอบอุ่นเลย จวบจนกระทั่งช่วงมัธยมต้น ณเรศเกิดอุบัติเหตุเนื่องจากฝนตกหนักถนนลื่นจึงชนเข้ากับต้นไม้ข้างทางเสียชีวิตคาที่ ต่อมาห่างกันไม่ถึงเดือนกิตติพรก็จากไปอีกคน เพราะสุขภาพจิตที่ย่ำแย่ส่งผลต่อสุขภาพกายที่ป่วยอยู่ ปัจจุบันจึงเหลือเพียงพวกเขาสองคนพี่น้องที่ต้องใช้ชีวิตกันต่อไป
"คนนี้คือใครเหรอคะ"
ปวิมลเห็นณัฐวดีแล้วก็อดถามไม่ได้เพราะอีกฝ่ายทั้งสวยคมน่ารัก เมื่อก่อนที่แอบคบกับณิชคุณเธอไม่เคยรู้ว่าอีกฝ่ายมีพี่น้องกี่คน บอกแค่อยากพามาบ้านให้รู้จักใครสักคนในครอบครัว เกรงว่าคนที่เอาของว่างมาเสิร์ฟนี้คือคนรักใหม่ของอีกฝ่ายนี่สิ
"น้องสาวบุญธรรมของนิว"
คณเดชรีบตอบคำถามของภรรยา ณิชคุณเอามือแตะไหล่ของณัฐวดีเบา ๆ พลางส่งสายตาอบอุ่นให้ก่อนจะตอบกลับเพื่อนว่า
"กูนับน้องดิวเป็นเหมือนพี่น้องแท้ ๆ ไปแล้ว"
เมื่อได้ยินแบบนี้ปวิมลจึงรู้สึกโล่งอก การแต่งงานระหว่างเธอกับคณเดชนั้นล้วนเป็นเชิงธุรกิจ หลังจากแต่งงานไปสักหนึ่งปีเธอจะขอหย่าเพื่อไปรักกับคนที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้ ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะทำตัวออกห่างไร้เยื่อใยก็ตาม
ณัฐวดีเริ่มแปลกใจกับสายตาคู่หมั้นของคณเดชที่แอบมองพี่ชายบุญธรรมของเธอ ถ้าเดาไม่ผิดสายตาแบบนี้มันบ่งบอกว่าชื่นชอบหรือพึงพอใจ ทั้ง ๆ ที่กำลังจะแต่งงานกับคณเดชอยู่แล้ว
และเพื่อนของพี่ชายคนนี้เธอเคยแอบชอบมาก่อน แต่ก็ถูกอีกฝ่ายมองข้ามจึงพยายามทำใจมาเรื่อย ๆ จนชินแล้ว เพราะคนไม่ใช่ต่อให้พยายามไปมันก็คงจะสูญเปล่า ผู้ชายไม่ได้มีเพียงคนเดียวในโลก เธอมักจะย้ำกับตัวเองแบบนี้เสมอมา
เชื่อว่าสักวันโลกก็ต้องเหวี่ยงคนที่ใช่มาหาในเวลาที่ใช่ ถ้าจะมีสามีสักคนขอให้นิสัยเหมือนณิชคุณพี่ชายคนนี้ อยู่ด้วยแล้วสบายใจ
แม้ว่าเธอกับณิชคุณอายุจะห่างกันเพียงแค่สองปี แต่อีกฝ่ายมีภาวะความเป็นผู้นำสูงมาก ช่วงอายุยังน้อยไม่สามารถบริหารงานได้อีกฝ่ายให้คุณอาน้องชายของบิดาช่วยบริหารงานแทนชั่วคราวต่อไป โดยแบ่งเงินมรดกให้ส่วนหนึ่งถึงแม้ว่านันทกรไม่ต้องการก็ตาม เพื่อให้ธุรกิจของครอบครัวสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ปัจจุบันอีกฝ่ายเป็นประธานบริษัทโดยสมบูรณ์ ส่วนเธอในตอนนี้กำลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์การเป็นผู้ช่วยผู้บริหาร
"ได้รับการ์ดเชิญแล้วอย่าลืมไปร่วมยินดี ไม่งั้นกูจะโกรธมึงแน่"
คณเดชเอ่ยกับเพื่อนสนิทพลางมองไปที่น้องสาวบุญธรรมของอีกฝ่าย เมื่อก่อนมาบ้านหลังนี้บ่อยเจ้าตัวก็มักส่งสายตาหาเขา ปัจจุบันเขามีคนรักแล้วก็หวังว่าจะตัดใจได้ เพราะเขาก็เห็นอีกฝ่ายเป็นน้องสาวคนหนึ่งเหมือนกัน อีกอย่างไม่เคยอยู่ในสายตา
"ก็ต้องไปไหมละ อุตส่าห์มาชวนถึงที่ขนาดนี้"
ณิชคุณตอบกลับแม้จะรู้สึกฝืนใจไปหน่อย แต่ทำอย่างไรได้นอกจากเสียคนรักเขาก็ไม่อยากจะเสียมิตรภาพไปอีก และหญิงสาวข้างกายของอีกฝ่ายก็แอบส่งตาหวานมาให้เป็นระยะ ๆ เขาพยายามไม่มองเธอเพราะมันไม่ควรอย่างยิ่ง
ณัฐวดีมั่นใจเต็มเปี่ยมแล้วว่าปวิมลชอบพี่ชายของเธอ ไม่เช่นนั้นคงไม่ถามสถานะของเธอหรอกว่าเป็นอะไรกับณิชคุณ คุยกันอยู่ไม่นานคณเดชก็ขอตัวกลับไปพัก เพราะพรุ่งนี้ต้องไปเลือกชุดคู่บ่าวสาว
สองพี่น้องเดินออกไปส่งแขกที่หน้าบ้าน แล้วค่อยกลับเข้ามาพูดคุยกัน ณิชคุณก็เป็นห่วงความรู้สึกของน้องสาว เขารับรู้มาตลอดว่าเจ้าตัวชอบคณเดชขนาดไหนแม้จะบอกว่าไม่ได้คิดอะไร ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะยังชอบอยู่ไหม ส่วนเขานั้นพยายามถอยห่างจากปวิมลมาแล้ว
"น้องดิวตัดใจจาก..ไนล์ได้ยัง"
"ได้นานแล้วค่ะ แฟนเขาสวยดีนะคะพี่นิว" ใบหน้าจิ้มลิ้มหันไปสบตากับพี่ชายบุญธรรม เธอสามารถพูดได้เต็มปากว่าไม่ได้รู้สึกอะไร ยิ่งตอนนี้ณคเดชมีเจ้าของแล้วยิ่งไม่ควรทอดสายตามอง ต่อให้หน้าตาจะหล่อเหลาแค่ไหนถ้ารู้ว่ามีเจ้าของเธอจะไม่ยุ่งให้มีมลทินติดตัว
"อืม เหมาะสมกันดี" คำตอบนี้ชายหนุ่มกลั้นกลืนพูดออกมา ทุก ๆ อย่างมันตรงข้ามกับความรู้สึกของเขาโดยสิ้นเชิง ตั้งใจว่าหลังไปงานแต่งของเพื่อนเสร็จเขาจะหนีไปเที่ยวพักผ่อนสักที่หนึ่งเงียบ ๆ เพื่อฟื้นฟูจิตใจ แต่ก็ไม่ได้ละทิ้งงานให้น้องสาวต้องแบกรับคนเดียว
เชื่อเสมอว่าความรู้สึกที่เป็นอยู่นี้สักวันมันจะเลือนหายไปตามกาลเวลา เหมือนความเจ็บปวดในอดีตที่ไม่คิดว่าจะผ่านมาได้ก็ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ โชคดีที่ยังมีณัฐวดีคอยร่วมเดินทางไม่หนีไปไหน เขารักเจ้าตัวเหมือนน้องสาวแท้ ๆ ไม่เคยมีความรู้สึกว่าเป็นคนอื่นเลยสักนิด
“คุณพศินเจ้าของแบรนด์น้ำหอมโมนิคติดต่อมาว่า อยากได้กล่องพัสดุแพ็กสินค้าที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ค่ะ ดิวเลยให้น้องไอรินช่วยออกแบบลวดลายให้”
“ลูกค้ารายใหญ่นี่ น้องดิวจัดการแทนพี่ได้เลยนะ เพราะหลังไปงานแต่งของไอ้ไนล์พี่ว่าจะหยุดพักผ่อนสักเดือน”
“ได้ค่ะ พี่นิวพักผ่อนให้เต็มที่ดิวช่วยจัดการให้เอง”
ณิชคุณแม้จะขมขื่นใจกับเรื่องงานแต่งระหว่างปวิมลกับคณเดช แต่เขาก็แสร้งยิ้มกลบเกลื่อนเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร และเขาก็ไม่เคยคิดจะชอบคนเดียวกับเพื่อนตัวเอง แต่มันเกิดขึ้นแล้วจึงต้องเป็นฝ่ายถอยให้ เพราะแบบนี้หรือเปล่าหญิงสาวจึงไม่ยอมเปิดตัวว่าคบกับเขา
ส่วนณัฐวดีหยิบเรื่องงานมาคุย เพื่อตัดบทสนทนาเรื่องแอบชอบคณเดช จริง ๆ เมื่อก่อนเธอก็เตือนตัวเองตลอดว่าไม่ควรไปชอบผู้ชายแบบนั้น คือผู้ชายที่มีแนวคิดว่าคนหน้าตาขี้เหร่อย่าได้ริอ่านชอบ ชอบไปก็เป็นรักข้างเดียวอยู่ดี แต่มันก็มีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้เผลอใจไปชอบจนได้ รู้สึกเบื่อตัวเองจริง ๆ
21.00 น.
วันแต่งงานเริ่มใกล้เข้ามาทุกที ปวิมลกลุ้มใจจนนอนไม่หลับ เพราะคนที่อยากแต่งงานด้วยจริง ๆ คือณิชคุณไม่ใช่คณเดช ตอนแรกตั้งใจว่าแต่งไปก่อนเดี๋ยวค่อยขอหย่าทีหลัง แต่พอเห็นแววตาที่เย็นชาของณิชคุณแล้วทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง ตอนที่ทั้งคู่คบหากันอีกฝ่ายอยากเปิดตัวแต่เธอยังไม่พร้อม มาถึงตอนนี้ต่อให้มีความพร้อมอีกฝ่ายก็ไม่ต้องการเธอแล้ว
นอนพลิกตัวไปมาบนเตียงจนความคิดชั่ววูบแวบเข้ามา เธอหยิบโทรศัพท์ซึ่งอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาทักข้อความหาณิชคุณ ข้อความก่อนหน้านั้นอีกฝ่ายก็ยังไม่ได้อ่านเลย หากส่งข้อความล่าสุดนี้ไปจะอ่านหรือเปล่านะ
เปรี้ยว: พี่นิวคะ
เปรี้ยว: พรุ่งนี้มาหาเปรี้ยวที่ร้านพรีเวดดิ้งได้ไหมคะ
เปรี้ยว: เปรี้ยวอยากเจอพี่นิวอีกครั้ง แค่ครั้งเดียวค่ะ
นิว: ให้พี่ไปเจอแล้วไนล์เขาไม่ว่าเหรอ มันยังไม่รู้เลยนะว่าพวกเราเคยคบกัน
เปรี้ยว: เปรี้ยวบอกแล้วค่ะ
นิว: ครับ แล้วให้พี่ไปกี่โมง
เปรี้ยว: ประมาณบ่ายสามโมงค่ะ
นิว: ครับ
เปรี้ยว: พี่นิวโกรธเปรี้ยวเหรอคะ
นิว: เปล่าครับ มันผ่านมานานและพี่ก็มูฟออนแล้ว
เปรี้ยว: พี่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเปรี้ยวอีกแล้วเหรอคะ
นิว: และพี่ทำไมต้องรู้สึกกับคนที่ทิ้งพี่ก่อนด้วยล่ะครับ
เปรี้ยว: ค่ะ งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะคะ ส่วนพิกัดเดี๋ยวจะส่งไปให้ค่ะ
นิว: ครับ
สิ้นสุดการส่งข้อความปวิมลก็สะอื้นไห้ เพราะไม่อยากเสียอดีตคนรักไป แต่ทำอย่างไรได้เพราะอีกไม่นานก็ต้องแต่งงานกับคณเดชแล้ว
และเมื่อครู่เธอก็ยังโกหกว่า ได้แจ้งคณเดชแล้วเกี่ยวกับการคบหาระหว่างทั้งสองคน รวมไปถึงการนัดหมายเจอกัน หากไม่บอกอีกฝ่ายคงไม่ยอมมาแน่นอน
“เปรี้ยวไม่พร้อมที่จะเสียพี่นิวไปฮือ…”
TBC.
“พี่นิวเป็นอะไรไปเหรอคะ แล้วเรื่องกล้องวงจรปิดไปถึงไหนแล้วเหรอคะ”ในระหว่างรับประทานอาหารเช้า ณัฐวดีสังเกตเห็นว่าพี่ชายสีหน้าดูวิตกกังวลเธอจึงเอ่ยถาม และอยากรู้ด้วยว่าทางร้านชุดงานแต่งได้แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อวานนี้หรือเปล่า“ทางร้านแจ้งมาว่ามุมที่เปรี้ยวแต่งตัวกล้องส่องไปไม่ถึง”ชายหนุ่มตอบกลับน้องสาวด้วยใบหน้าเศร้าหมอง นี่เขาต้องกลายเป็นคนผิดในสมการนี้น่ะเหรอ ทางฝั่งณัฐวดีหลังจากฟังคำตอบของพี่ชายก็เริ่มสงสัยขึ้นไปอีก มันเป็นไปไม่ได้ที่บริเวณนอกห้องแต่งตัวเล็ก ๆ กล้องจะส่องไม่ถึง เพราะทางร้านต้องตรวจดูเผื่อเกิดความผิดปกติอยู่แล้ว“เป็นไปได้ยังไงคะพี่นิว เดี๋ยววันนี้ดิวจะไปขอดูด้วยตัวเองค่ะ”“อย่าเลยดิว มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ถ้าดิวไปทางร้านอาจจะมองว่าพวกเราไปวุ่นวาย”หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ แบบนี้พี่ชายของเธอต้องกลายเป็นคนผิดทั้งที่ไม่มีความผิดอย่างนั้นน่ะเหรอ คณเดชก็เหลือเกินแทนที่จะถามกันก่อน แต่ก็อย่างว่าแหละความรักมันบังตาจึงเลือกเชื่อแค่ปวิมลคนเดียว“น้องดิว”“คะพี่นิว”“วันนี้พี่จะเข้าบริษัทแค่วันเดียวและจะหยุดสักสองเดือน ตอนแรกว่าจะหยุดแค่เดือนเดียว พี่ฝากด
ณัฐวดีรู้สึกมีลางสังหรณ์ใจแปลก ๆ โดยไม่ทราบสาเหตุว่ามันเกิดจากอะไร รู้แค่ว่าพี่ชายบุญธรรมหายไปนานจึงรู้สึกเป็นห่วง และคาดว่าอาจจะกลับมาอยู่บ้าน เธอจึงรีบกลับมาหาหลังจัดการธุระเสร็จ เพราะพยายามติดต่อแล้วแต่พี่ชายไม่รับสาย หากยังไม่เจอตัวก็ต้องตระเวนตามหา เพราะทั้งชีวิตนี้เธอเหลือแค่ณิชคุณคนเดียว และรักอีกฝ่ายเหมือนพี่ชายแท้ ๆ มาตลอดหญิงสาวเห็นว่าประตูบ้านถูกปิดจากด้านใน นั่นหมายความว่าพี่ชายอยู่ข้างในบ้าน มือเรียวหยิบกุญแจจากกระเป๋าสะพายใบเล็กขึ้นมาเปิดแล้วดันบานประตูเข้าไป ก่อนจะปิดให้สนิท ดวงตาเรียวดั่งหงส์เพลิงมองขึ้นไปตรงบันไดด้วยหัวใจหวิว ๆ บรรยากาศดูวังเวงเกินไป แต่เธอก็ตัดสินใจเดินขึ้นไปชั้นบนของบ้านก๊อก ๆณิชคุณตื่นขึ้นมาด้วยท่าทีงัวเงียหลังจากเผลอหลับไปจากความเหนื่อยล้า ตอนแรกตั้งใจจะโทรไปแจ้งน้องสาว แต่เพราะความเสียใจเกินเหตุจนลืม อีกทั้งเจอแรงกดดันจากการบริหารงานที่ฝีมือตกไป ยอมรับว่าตั้งแต่เลิกกับปวิมลเขาก็ไม่มีสมาธิจดจ่อกับการทำงานเลย ภาระหลายอย่างจึงตกเป็นของณัฐวดีแทน ถ้าวันใดวันหนึ่งเขารามือไปอีกฝ่ายคือผู้บริหารต่อจากเขา เพราะเป็นคนที่ไว้ใจที่สุด ส่วนเขาจะหันไปทำธ
คณเดชพาแฟนสาวมาลองชุดแต่งงานตามร้านที่มารดาเลือกมา หนึ่งเดือนข้างหน้าทั้งคู่จะเข้าพิธีวิวาห์กันแล้ว ซึ่งจะถูกจัดอย่างสมเกียรติตามฐานะของเจ้าสาว“สวัสดีค่ะคุณไนล์กับคุณเปรี้ยว เชิญด้านในได้เลยค่ะ”“สวัสดีครับ”ชายหนุ่มกับแฟนสาวกล่าวทักทายหญิงวัยกลางคนซึ่งเป็นเจ้าของร้านลงมาต้อนรับลูกค้ากิตติมศักดิ์ด้วยตนเอง เพราะกลัวพนักงานจะทำได้ไม่ดีพอ เนื่องจากมารดาของเจ้าบ่าวจ่ายเงินค่ามัดจำลองชุดไว้สูงลิบลิ่ว ส่วนราคาชุดจริง ๆ ต้องรอตอนคู่รักเลือกเองว่าชอบชุดไหน และคนที่จ่ายคือคณเดช แพงแค่ไหนก็ไม่เกี่ยง เมื่อเข้ามาในร้านทั้งสองถูกต้อนรับเป็นอย่างดี อย่างแรกคือให้เข้าไปนั่งในห้องรับแขกเพื่อพักจิบน้ำเย็น ๆ ให้ชื่นใจ และระหว่างนี้มีการพูดคุยรายละเอียดของชุดแต่งงาน เครื่องประดับที่สามารถรับกับชุดงานแต่งได้ปวิมลแอบส่งสายตามองออกไปนอกร้านเพื่อหาใครสักคนที่ตนนัดหมายไว้ เธอไม่อยากแต่งงานกับคณเดชแล้ว แต่ทำอย่างไรดี จิตใจของหญิงสาวอยู่ไม่เป็นสุขกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก เพราะไม่ได้แจ้งคณเดชว่าที่สามีของตน ถ้าหากนิชคุณมาถึง แล้วแจ้งว่าเธอเป็นคนนัดอะไรมันจะเกิดขึ้นเสียงโทรศัพท์จากเจ้าของร้านชุดแต่งงานดัง
คณเดชพาหญิงสาวคนรักซึ่งเป็นคู่หมั้นมาที่บ้านเพื่อนสนิทสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อส่งการ์ดเชิญร่วมงานแต่งที่จะจัดขึ้นในเดือนหน้าที่จะถึงนี้ เขากับณิชคุณรู้จักกันมานานพอ ๆ กับเพื่อนสนิทอีกคนชื่อธนวัฒน์ตั้งแต่รู้ว่าจะได้แต่งงานกับหญิงสาวในอุดมคติอย่างปวิมล เขาก็ทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับว่าที่ภรรยาในอนาคตโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ทั้งสิ้น ช่วงแรก ๆ อาจจะปรับตัวยากเพราะหญิงสาวคนนี้ค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูง ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ไม่ได้เป็นคนถือตัว นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้เขารู้สึกหลงชอบตั้งแต่วันแรกที่เจอ ชายหนุ่มเดินออกจากรถอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อเปิดประตูรถให้ว่าที่ภรรยาของตนเอง ทั้งคู่อายุห่างกันสองปี เขาอายุยี่สิบห้าปีส่วนหญิงสาวอายุยี่สิบสามปีรุ่นราวคราวเดียวกันกับน้องสาวบุญธรรมของณิชคุณ"เชิญครับ"ณิชคุณมายืนต้อนรับเพื่อนสนิกับว่าที่เจ้าสาวของอีกฝ่าย วันนี้เป็นวันหยุดเขากับน้องสาวเลยพักอยู่บ้าน ตั้งแต่เรียนจบก็ไม่ค่อยได้เจอคณเดชเลย แต่ก็เห็นเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดีย นัยน์ตาของชายหนุ่มวูบไหวเมื่อได้สบตากับสาวข้างกายของเพื่อน พยายามกลบเกลื่อนและหลบดวงตากลมคู่นั้น ความสัมพันธ์ลับ ๆ ของทั้งคู่ได้สิ้นสุด
เมื่อสิบปีก่อน“ฮือ…แม่อย่าทิ้งผมกับน้องไป ฮึก”เสียงสะอื้นไห้ของเด็กหนุ่มวัยมัธยมศึกษาตอนต้นอายุสิบห้าปี ข้าง ๆ คือน้องสาวบุญธรรมที่บิดามารดารับมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็กตอนนี้อายุสิบสามปี แต่ตอนนี้ท่านทั้งสองได้จากพวกเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ บิดาเพิ่งเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตเมื่อเดือนที่แล้ว ตอนนี้มารดาอาการทรุดหนักและได้จากพวกเขาไปอีกคน เหตุเพราะมีอาการป่วยร่วมด้วยก่อนหน้านั้น แต่ท่านไม่เคยบอกกล่าวจนมารู้ด้วยตัวเองว่า มารดาเป็นมะเร็ง ยิ่งอยู่ในภาวะเครียดเชื้อก็ยิ่งรุกลาม อีกทั้งภูมิคุ้มกันตกจึงง่ายต่อการเจริญเติบโตของเชื้อร้าย“คุณแม่คะ….อย่าทิ้งหนูกับพี่นิวได้ไหมคะ ฮึก!!”เด็กผู้หญิงวัยแตกสาวสะอื้นไห้ข้าง ๆ พี่ชายบุญธรรม หลังจากนี้จะมีแต่พวกเขาเพียงสองคนพี่น้องต่างสายเลือด ปู่ย่าก็ล่วงลับไปตามอายุขัย คุณยายก็ป่วยออด ๆ แอด ๆ คงมีแค่ผู้เป็นอา แต่ท่านมีภาระรับผิดชอบหลายอย่าง ไหนจะต้องมาจัดงานศพพี่ชายต่อด้วยพี่สะใภ้ ครั้งนี้ตระกูลฉัตรภัทรกรสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ลูกชายเพียงคนเดียวอายุก็ยังน้อยอยู่ในสถานะผู้เยาว์ รวมทั้งบุตรสาวบุญธรรมที่รับมาจากสถานสงเคราะห์มาเลี้ยงนันทกรผู้เป็นอามาดึงหลานชา







