LOGINคณเดชพาแฟนสาวมาลองชุดแต่งงานตามร้านที่มารดาเลือกมา หนึ่งเดือนข้างหน้าทั้งคู่จะเข้าพิธีวิวาห์กันแล้ว ซึ่งจะถูกจัดอย่างสมเกียรติตามฐานะของเจ้าสาว
“สวัสดีค่ะคุณไนล์กับคุณเปรี้ยว เชิญด้านในได้เลยค่ะ”
“สวัสดีครับ”
ชายหนุ่มกับแฟนสาวกล่าวทักทายหญิงวัยกลางคนซึ่งเป็นเจ้าของร้านลงมาต้อนรับลูกค้ากิตติมศักดิ์ด้วยตนเอง เพราะกลัวพนักงานจะทำได้ไม่ดีพอ เนื่องจากมารดาของเจ้าบ่าวจ่ายเงินค่ามัดจำลองชุดไว้สูงลิบลิ่ว ส่วนราคาชุดจริง ๆ ต้องรอตอนคู่รักเลือกเองว่าชอบชุดไหน และคนที่จ่ายคือคณเดช แพงแค่ไหนก็ไม่เกี่ยง
เมื่อเข้ามาในร้านทั้งสองถูกต้อนรับเป็นอย่างดี อย่างแรกคือให้เข้าไปนั่งในห้องรับแขกเพื่อพักจิบน้ำเย็น ๆ ให้ชื่นใจ และระหว่างนี้มีการพูดคุยรายละเอียดของชุดแต่งงาน เครื่องประดับที่สามารถรับกับชุดงานแต่งได้
ปวิมลแอบส่งสายตามองออกไปนอกร้านเพื่อหาใครสักคนที่ตนนัดหมายไว้ เธอไม่อยากแต่งงานกับคณเดชแล้ว แต่ทำอย่างไรดี
จิตใจของหญิงสาวอยู่ไม่เป็นสุขกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก เพราะไม่ได้แจ้งคณเดชว่าที่สามีของตน ถ้าหากนิชคุณมาถึง แล้วแจ้งว่าเธอเป็นคนนัดอะไรมันจะเกิดขึ้น
เสียงโทรศัพท์จากเจ้าของร้านชุดแต่งงานดังขึ้น พูดคุยกับปลายสายได้ไม่นานหญิงวัยกลางคนก็ขอตัวออกไปทำธุระข้างนอก แล้วให้พนักงานมาช่วยดูแลลูกค้าแทน ภายในร้านที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรานี้มีชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวมากมายให้เลือก ทั้งชุดงานแต่งสากล ชุดไทย ชุดจีน จะแยกเป็นสัดส่วน นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับให้เลือกใส่
“ดิฉันขอตัวไปทำธุระก่อนนะคะ เดี๋ยวให้เด็ก ๆ ในร้านมาช่วยบริการให้ค่ะ”
“ครับ ขอบคุณครับ”
คณเดชส่งยิ้มให้ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับว่าที่ภรรยาของตัวเองต่อ ปวิมลคือหญิงสาวในอุดมคติของเขา สวย หวานละมุน น่าทะนุถนอม เหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ และเรียบร้อย ต่อให้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป ผู้คนส่วนใหญ่นิยมผู้หญิงเซ็กซี่ สวยคม แต่เขาก็มีแนวที่ชอบเป็นของตัวเอง
“เดี๋ยวเปรี้ยวขอเข้าไปลองชุดก่อนนะคะ”
“ครับ พี่ก็จะไปลองของเจ้าบ่าวเหมือนกัน”
เมื่อเห็นณิชคุณกำลังเอารถมาจอด ปวิมลจึงตัดบทสนทนา และต้องการไล่คณเดชในทางอ้อม เธอได้อ่านข้อความของณิชคุณในไลน์ตอนที่ชายหนุ่มคุยกับเจ้าของร้านเมื่อครู่นี้
พนักงานนำพาทั้งสองคนไปลองชุดแต่งงานด้านในสุด ก่อนจะให้ว่าที่คู่บ่าวสาวเป็นคนเลือกชุดด้วยตนเอง แต่ไม่ว่าจะชุดไหนก็ดูสวยหล่อทั้งสองคน และเหมาะสมกันมากราวกับหลุดมาจากเทพนิยาย
ก่อนที่ผู้เป็นนายจะออกจากร้านได้บอกกล่าวไว้ ขอให้นัดคณเดชกับปวิมลมาถ่ายรูปสำหรับโพรโมตร้าน โดยจะมีส่วนลดค่าชุดให้ เพราะลูกค้าทั้งสองคนนี้รูปร่างหน้าตางดงามทำให้ใครต่อใครก็อยากดูดีที่สุดในงานแต่ง และแน่นอนจะต้องเลือกร้านนี้เจ้าเดียว
ร่างสูงมาลองสวมชุดเจ้าบ่าวอีกฟากฝั่ง ร้านนี้ห้องกว้างมากสุดลูกหูลูกตา ชุดเจ้าบ่าวอลังการทั้งไทย สากล และจีน ใบหน้าหล่อเหลายิ้มผ่านกระจกในขณะเปลือยท่อนบน กล้ามหน้าท้องเป็นก้อน ๆ เรียงตัวอย่างสวยงามคล้ายกับก้อนขนมปัง ลำแขนที่ใหญ่จนเห็นเส้นเอ็นเด่นชัด และตอนนี้เขากำลังหยิบชุดที่เลือกไว้มาสวมใส่ทีละชุด
ณิชคุณมาถึงร้านก็แจ้งกับพนักงานว่าคณเดชกับปวิมลนัดให้ตนมาเจอที่นี่ เมื่อได้ยินแบบนี้พนักงานจึงให้ไปรอตามอัธยาศัย ในระหว่างรอคู่บ่าวสาวก็สามารถเดินชมชุดงานแต่งได้ เผื่ออนาคตอาจจะเป็นลูกค้ารายต่อไปที่มาใช้บริการของทางร้าน
ชายหนุ่มเดินชมร้านแม้จะอยากหลั่งน้ำตาก็ตาม เหมือนสองคนนี้เรียกเขามาเพื่อเยาะเย้ย แต่เหตุไฉนตนถึงยอมมาไม่เข้าใจจริง ๆ ความใฝ่ฝันที่อยากมีเจ้าสาวเป็นปวิมลทุกอย่างจึงต้องพับเก็บ เมื่อหญิงสาวมีคนที่คู่ควรกว่าเขา นั่นคือคณเดชเพื่อนของเขาเอง
ปวิมลเห็นอดีตคนรักเดินมาเธอก็โทรเรียกให้มาหา ในขณะที่ณิชคุณกำลังกวาดตามองหาเพื่อนของตัวเอง เพราะคณเดชคือเจ้าบ่าวที่ต้องมาลองชุดคู่กับหญิงสาวคนนี้
“แล้วไนล์ล่ะ”
“พี่นิวช่วยเปรี้ยวรูดซิปด้านหลังให้ก่อนค่ะ ส่วนพี่ไนล์อยู่อีกฝั่ง”
“อ่ะ ครับ ๆ ”
ชายหนุ่มพยักหน้าให้แล้วเดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุด รู้ว่าไม่คู่ควรแต่มันคือเหตุจำเป็น แต่แท้จริงแล้วคือวิธีการของหญิงสาวที่ต้องการใกล้ชิดอดีตคนรักต่างหาก เธอจึงสร้างสถานการณ์ขึ้นมา
หมั่บ!
“อะ น้องเปรี้ยวทำอะไรครับ”
ณิชคุณเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะทันทีที่ก้าวขาเข้าห้องเปลี่ยนชุดก็ถูกหญิงสาวที่เป็นอดีตคนรักดึงแขนเข้าหาแรง ๆ ก่อนที่เธอจะเอามือเรียวคล้องท้ายทอยของเขาไว้ไม่ยอมปล่อย ตอนนี้ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงสองเซ็น
“เปรี้ยวรักพี่นิวนะคะ”
“น้องเปรี้ยวเอามือออกก่อน ถ้าไนล์มาเห็นเข้ามันจะแย่เอา อื้อ!!”
น้ำเสียงของชายหนุ่มหายไปในลำคอเมื่อถูกริมฝีปากอิ่มประกบจูบ และตัวเขาเองก็ไม่อาจต้านทานแรงปรารนา ถือซะว่ามันคือการบอกลาของทั้งคู่ รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ควร จริง ๆ แล้วเขาก็คือคนไร้ยางอายคนหนึ่งที่กำลังมองข้ามความถูกต้อง
กอดจูบกันอยู่สักพักปวิมลก็เห็นคณเดชกำลังเดินมาทางนี้จึงรีบผลักณิชคุณออก และตรงกับจังหวะของว่าที่เจ้าบ่าวมาเห็นพอดี อีกฝ่ายพุ่งเข้ามาหาอย่างไวด้วยความโกรธ อีกทั้งกระชากเพื่อนของตัวเองออกมาชกโดยไม่ไถ่ถามสักคำ
พลั้วะ!!
ตุ้บ!!
ร่างของณิชคุณล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความงุนงงและสับสน ตกลงแล้วคนที่ชวนเขามาคือปวิมลคนเดียวอย่างนั้นนะเหรอ เพราะเพื่อนของเขาเหมือนไม่ได้รับรู้อะไรด้วย แต่ทว่าคนที่ดึงเขาไปจูบกลับยืนตัวสั่นราวกับถูกเขาทำอนาจารซะงั้น มิหนำซ้ำยังไปยืนหลบอยู่ด้านหลังคนที่ชกหน้าเขา
“ไอ้นิว ไอ้สัตว์!! มึงทำกับเพื่อนแบบนี้เหรอวะ นี่อย่าบอกนะว่ามึงสะกดรอยตามกูกับน้องเปรี้ยวมา”
คณเดชชี้นิ้วด่าเพื่อนตัวเองแบบไม่ไว้หน้า ด้วยแววตาโกรธแค้นเพราะถูกแทงข้างหลังจากคนที่ไว้ใจ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะชอบแย่งของรักของตน ถ้ามาช้ากว่านี้คงจะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายกับว่าที่ภรรยาของเขาแน่ ๆ
“เปรี้ยวไม่รู้ว่า…พี่เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่ค่ะ ฮึก”
“…”
ณิชคุณพูดอะไรไม่ออก เขามันโง่เองที่หลงมารยาร้อยเล่มเกวียนของผู้หญิงแพศยาคนนี้ และโง่ที่มาตามนัดหมาย ตอนนี้หัวใจของเขาถูกย่ำยี ความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีให้กันหลงเหลือไว้เพียงความเจ็บช้ำใจ สายตาคมของชายหนุ่มจ้องมองหน้าอดีตคนรักด้วยความเสียใจ
“นับจากนี้ไป มึงกับกูไม่ใช่เพื่อนกันอีก ไสหัวไปให้พ้น ๆ”
“กูไปแน่… แต่กูจะบอกอะไรไว้ให้มึงรับรู้ไว้อย่างนึง ผู้หญิงคนนี้ที่กำลังเป็นเจ้าสาวของมึง กูไม่คิดที่จะแย่งกลับคืนมาอีก รองเท้าที่เคยใส่แล้วมันบาดเท้าก็ต้องทิ้งไป”
“มึงหมายความว่ายังไง”
คณเดชย่นเรียวคิ้วเข้มเข้าหากันด้วยความสงสัย แล้วก็หันมามองปวิมล สองคนนี้เคยคบกันมาก่อนอย่างนั้นน่ะเหรอ ทำไมเขาถึงไม่เคยรู้มาก่อน
“เขาเป็นของมึงแล้วนิ ถามดูสิ”
พูดจบณิชคุณก็จ้องมองหน้าของปวิมลด้วยสายตาผิดหวังจนล้นออกมาในรูปแบบของน้ำตา เพราะกลั้นไว้ไม่อยู่จึงปล่อยมันออกมา ว่าเขารู้สึกเสียใจแค่ไหนกับการกระทำของอดีตคนรักที่แสนเลือดเย็น นับจากนี้ไปผู้หญิงคนนี้เขาจะลืมให้ไวที่สุด เพื่อไม่ให้มันรกสมองกับหัวใจ และงานแต่งเขาจะไม่มาเหยียบด้วย
ปวิมลรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำ เธอเจ็บปวดมากกับความเห็นแก่ตัวของตนเอง เพียงเพื่อให้พ้นความผิดจึงใส่ร้ายอดีตคนรัก จนอีกฝ่ายถูกเพื่อนสนิทเข้าใจผิดและทำร้าย มิหนำซ้ำยังตัดขาดจากความเป็นเพื่อนกัน สายตาที่อีกฝ่ายมองมาบ่งบอกว่าตัดเยื่อใยจากเธอเรียบร้อยแล้ว
“น้องเปรี้ยวกับมันเคยคบกันมาก่อนเหรอ”
ด้วยความสงสัยในความสัมพันธ์ หลังจากที่ณิชคุณเดินออกไปแล้วคณเดชจึงถามว่าที่เจ้าสาวของตน อีกฝ่ายหน้าถอดสี ลูกนัยน์ตาขยับไปมาช้า ๆ เหมือนกำลังหาคำตอบมาบอก
“เรื่องมันยาวเอาไว้ก่อนนะคะ”
“ครับ”
ในเมื่อไม่อยากตอบคำถามในเวลานี้ คณเดชก็ไม่เซ้าซี้ ถึงแม้ว่าอยากจะรู้คำตอบมากแค่ไหนก็ต้องทน เพราะหญิงสาวกำลังขวัญเสียอยู่
พนักงานที่ได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทกันก็รีบมาดู แต่มาช้าจนตลาดวายวอด แต่ก็ถามไถ่อาการ อีกทั้งขอโทษที่ระบบรักษาความปลอดภัยไม่ดี เมื่อเห็นว่าที่คู่บ่าวสาวไม่เป็นอะไร บริเวณนี้ไม่มีอะไรเสียหายต่างก็แยกย้ายไปทำงานอย่างอื่นต่อ เพราะถ้ายืนประกบดูจะสร้างความกดดัน เดี๋ยวรอลูกค้ากลับแล้วค่อยดูภาพย้อนหลังจากกล้องวงจรปิดทีเดียว
ณิชคุณเดินไปขึ้นรถอย่างหัวเสียแทบจะเป็นบ้า เขารู้สึกเจ็บปวดและแค้นเคืองปวิมลอย่างมาก เจ็บครั้งนี้เขาจะจำจนวันตาย และไม่มีทางย้อนกลับไปรักผู้หญิงแพศยาคนนี้อีก ถ้าชาติหน้ามีจริงก็อย่าได้พบได้เจอกันอีกเลย ให้ทุกอย่างมันสิ้นสุดแค่ชาตินี้ชาติเดียวก็พอแล้ว
TBC.
วันต่อมาณัฐวดีไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานเท่าไหร่ เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ เพื่อปรับม่านตาให้รับกับแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าที่เล็ดลอดผ่านหน้าต่างกระจกเข้ามากระทบ ก่อนจะก้มสำรวจตัวเองก็พบว่ายังเปลือยกายอยู่บนที่นอน เนื้อตัวเหนียวเหนอะเต็มไปด้วยคราบน้ำกามของชายหนุ่มอันเป็นที่รักผสมรวมกับเลือดในตัวของเธอบนเตียงโล่งเพราะเหลือเพียงแค่เธอเท่านั้น อีกฝ่ายคงลุกออกไปอาบน้ำและทำธุระ มันคงจะดีนะถ้าตื่นขึ้นมาพร้อมกันในยามเช้าเพราะอย่างน้อยก็ได้ทักทายกัน“น้องดิวจำไว้นะ ถ้าใครไม่ยอมให้สถานะกัน เราก็อย่าไปคบหาให้เสียเวลา ยิ่งน้องดิวเป็นผู้หญิงความเสียหายก็มีมากกว่าพี่”ทว่าจู่ ๆ คำพูดของพี่ชายก็ลอยเข้ามาหลังจากที่เธอเพิ่งรู้สึกดีกับคณเดชไปหมาด ๆ ตอนนี้กลับรู้สึกว่าทำไมเธอถึงไม่รู้จักหักห้ามใจตัวเองเสียบ้าง แล้วเธอจะบอกเรื่องนี้กับพี่ชายว่ายังไง“โอ๊ย!! เจ็บ”ใบหน้าสวยบิดงอซึ่งแสดงความเจ็บปวดที่มาจากกิจกรรมเมื่อคืนนี้ เธอกำลังฝืนตัวเองลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับเอาผ้าห่มคลุมกาย จากนั้นก็ค่อย ๆ ลากสังขารของตนพร้อมผ้าห่มไปที่ตู้เสื้อผ้าและหยิบผ้าขนหนูมานุ่งแทนเมื่อคืนนี้ร่างกายของเธอเปลือยเปล่าต่อหน้าเพื
สองสัปดาห์ต่อมาตอนนี้คณเดชทำให้ณิชคุณวางใจไปได้ระดับหนึ่งแล้ว รวมทั้งยังจับพวกหนอนบ่อนไส้ได้คาหนังคาเขาอีก โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพนักงานเหล่านี้ถูกจ้างมาจากเพื่อนที่ทำตัวเป็นคนใจบุญสุนทานคนนี้ทุกอย่างที่ทำลงไปนั้นมีเหตุผลเพียงข้อเดียวคือ ต้องการล้างแค้นให้คนรักที่ถูกกระทำย่ำยีก่อนเสียชีวิต เขาชอบผู้หญิงคนนี้มาตั้งแต่แรกเจอ แต่ฆาตกรเลือดเย็นกลับเป็นอดีตเพื่อนของเขาเสียเองในวันนี้เขาจะพาณัฐวดีล่องเรือข้ามไปพักที่เกาะส่วนตัวโดยอ้างว่าลูกค้าคนสำคัญนัดเจอกันที่นั่น ตลอดสองสัปดาห์มานี้เขาให้ความสำคัญกับหญิงสาวในที่ทำงานเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงความพิเศษเมื่ออยู่กันสองต่อสองเขามักชื่นชมเจ้าตัวโดยเฉพาะเรื่องฝีมือการทำอาหาร อีกทั้งยังส่งสายตาเหมือนคนมีใจให้ ปรากฏว่าเจ้าตัวหน้าแดงก่ำและพยายามหลบสายตาด้วยความเขินอาย อีกฝ่ายไม่สามารถซ่อนมารยาได้นานนักหรอก ถ้าอยู่กันบนเกาะเพียงสองต่อสองคงพร้อมพลีกายให้เขาอย่างแน่นอน ส่วนตอนนี้คงกำลังเก็บอาการอยู่“ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ”หญิงสาวเดินลงมาจากรถและรีบเอ่ยขอโทษที่มาช้าเกินกำหนด เนื่องจากว่าเธอลืมแบตเตอรี่สำรองไว้ใช้งานเมื่ออยู่บนเกาะ ด้วยคณเดชบ
หนึ่งเดือนต่อมา"ตอนนี้พนักงานหลายคนต่างมองว่าพี่ไม่มีความยุติธรรม โดยเฉพาะคนที่ทำงานมานานแล้วถูกเรียกมาเตือน หรือพี่จะไม่เหมาะกับการเป็นผู้บริหาร""พี่นิวอย่าโทษตัวเองเลยนะคะ และคนที่ถูกเตือนเพราะเขาทำผิดกฎบริษัทจริง ๆ บริษัททุกแห่งเขาก็ต้องคำนึงถึงส่วนรวมมาก่อน ต่อให้จะอยู่ทำงานกี่ปีแล้วก็ตาม อีกอย่างภาพจากกล้องวงจรปิดก็เป็นหลักฐานมัดตัว พี่นิวไม่ได้เตือนแบบไร้เหตุผล หนูเชื่อว่าเขาไม่ได้มองพี่แบบนั้นหรอกค่ะ และเรื่องพนักงานทะเลาะวิวาทรุนแรงเพิ่งจะมีครั้งแรก"สองพี่น้องนั่งปรึกษาหารือกัน ช่วงระยะหลังนี้ที่บริษัทมีปัญหาหลายอย่าง ทั้งสินค้าหายจากโกดัง ทั้งพนักงานทะเลาะกัน แต่ที่ร้ายแรงกว่านั้นคือบริษัทเสียชื่อในด้านเครดิตไปแล้ว เนื่องจากถูกผู้บริโภคร้องเรียนว่ากล่องบรรจุภัณฑ์เป็นการย้อมแมวขาย เมื่อตรวจสอบก็พบว่าฝ่ายขายรับซื้อวัสดุเกรดต่ำมาผลิตกล่องพัสดุ สินค้าที่มีน้ำหนักตั้งแต่หนึ่งกิโลขึ้นไปไม่สามารถบรรจุเข้าไปได้ เพราะวัสดุที่ภายนอกดูเหมือนแข็งแรงทนทาน แต่เมื่อใส่สิ่งของเข้าไปแล้วมันเปราะบางจนก่อให้เกิดความเสียหายในทรัพย์สิน และตอนนี้จึงต้องทำการรับซื้อคืนเพื่อจะเคลมใหม่ให้ทั้งหมด"
“คุณดิวไปซื้อปุ๋ยตั้งแต่เช้าเลยค่ะ และบอกก่อนออกจากบ้านว่ามีธุระต่อค่ะคุณนิว”[ครับ ไม่เป็นไรครับน้องดิวทักมาแล้ว]“โอเคค่ะคุณนิว”หลังจบบทสนทนากับเจ้านายทางโทรศัพท์เรียบร้อยแม่บ้านสาวก็รีบออกมาดูว่าใครมากดกริ่งหน้าบ้าน เพราะถ้าเป็นณัฐวดีหญิงสาวจะเปิดประตูเข้ามาเอง“สวัสดีค่ะ มาตามหาใครคะ”“สวัสดีครับ ผมร่มเกล้าครับเป็นพี่รหัสสมัยเรียนของน้องดิวครับ คือน้องดิวให้ผมมารอที่บ้านนี้ครับเพื่อดูการจัดสวนครับ”ชายหนุ่มตอบกลับแม่บ้านสาวด้วยความสุภาพเรียบร้อยพร้อมรอยยิ้ม บ้านหลังนี้เมื่อก่อนเขาก็เคยมาแทบนับครั้งได้ เพราะพี่ชายของณัฐวดีค่อนข้างดุไม่ชอบใครรุ่มร่ามกับน้องสาวเท่าไหร่นัก เขาจึงต้องทำจริตออกสาวเวลาอยู่ต่อหน้าเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจ และก็ดันติดนิสัยนี้จนชินทำให้ใครหลายคนต่างเข้าใจไปในทางเดียวกันว่าเขาชอบผู้ชาย"ถ้านัดกันแล้วเชิญเข้ามาในบ้านรอเลยค่ะ""ขอบคุณครับ"แม่บ้านสาวรีบเปิดประตูให้ทันทีเมื่อรู้ว่าแขกคนนี้คือคนรู้จักของเจ้านาย ร่มเกล้ากลับเข้าไปในรถเพื่อขยับรถเข้ามาจอดภายในโรงจอดรถที่กว้างขวางและร่มรื่น"เอ่อ...ขอถามอะไรอย่างหนึ่งได้ไหมครับ""ถามมาได้เลยค่ะ""คนที่ชื่อไนล์เพื
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาช่วงวันหยุดถ้าไม่จำเป็นต้องออกไปที่ไหนณัฐวดีมักเลือกจะอยู่บ้านจัดสวนครัว สัปดาห์หน้าพี่ชายก็จะกลับมาอยู่ด้วยแล้ว“ปุ๋ยใกล้จะหมดแล้วนี่นา”หญิงสาวเพิ่งสังเกตเห็นว่าปุ๋ยที่ซื้อตุนไว้เหลือเพียงห้าถุง ตอนนี้ยังเช้าอยู่แดดจึงไม่แรงเท่าไหร่ หญิงสาวจึงเดินกลับเข้าไปภายในบ้านและหยิบกุญแจรถเพื่อขับออกไปซื้อช่วงจังหวะที่กำลังจะออกพ้นประตูบ้านก็ได้ยินผู้ประกาศข่าวรายงานความคืบหน้าในการตามจับตัวผู้ร้ายในคดีข่มขืนฆ่าชิงทรัพย์ปวิมล ขาเรียวหยุดชะงักเพื่อมายืนฟังข่าวพร้อมแม่บ้านที่พี่ชายจ้างมาอยู่เป็นเพื่อน“เช้าวันนี้เวลา 07.35 น. ตำรวจได้รวบตัวผู้ต้องหาก่อเหตุคดีข่มขืนฆ่าชิงทรัพย์ว่าที่เจ้าสาวซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตได้แล้วนะคะ มีทั้งหมดด้วยกันห้าคนตามที่สันนิษฐานไว้เลยค่ะ หนึ่งในผู้ต้องหาซึ่งเป็นหัวหน้ารับสารภาพว่าตนกับพรรคพวกออกล่าหาเหยื่อตามแหล่งสถานบันเทิงทุกคืน แต่ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอเหยื่อสาวสวยระหว่างทางจึงเกิดอารมณ์ทางเพศ จนไม่สามารถระงับได้ ด้วยพื้นที่บริเวณดังกล่าวมืดจึงเอื้ออำนวยในการก่อเหตุ จริง ๆ ไม่ได้อยากจะฆ่าแต่ว่าถูกเหยื่อสาวตะคอกด่าจึงบันดาลโทสะ และด้วยความโลภจึงไม่
เสียงกดกริ่งหน้าห้องคอนโดดังคณเดชจึงไปเปิดประตูให้ ที่เลือกให้มาคอนโดเพราะไม่อยากให้ทางบ้านรับรู้ และไม่อยากพาไปยังเพนต์เฮาส์หรู เพราะที่นั่นให้เฉพาะคนที่เขารักเท่านั้น แต่ทว่าเธอดันถูกข่มขืนและฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม โดยฝีมือฆาตกรอย่างอดีตเพื่อนทรยศของเขายังไงกันล่ะและตอนนี้เขาก็กำเอาคืนอีกฝ่ายโดยมีเครื่องมือเข้าช่วยอย่างณัฐวดี ซึ่งเป็นน้องสาวบุญธรรมที่ณิชคุณรักใคร่อยากเก็บไว้แก้ขัดเมื่อลับสายตาผู้อื่น ต่อให้ไม่ใช่ของสดแล้วเขาก็ยังเลือกที่จะย่ำยีอยู่ดี เพื่อพิสูจน์ไปเลยว่าสิ่งที่เขาคิดมันคือเรื่องจริงว่าณัฐวดีไม่ใช่หญิงสาวที่บริสุทธิ์แล้ว“เชิญครับ”“ขอบคุณค่ะ”หญิงสาวมีท่าทีเก้ๆ กังๆ ทำตัวไม่ถูกเมื่อเข้ามาในห้องคอนโดของเพื่อนพี่ชาย เพียงเพราะอีกฝ่ายอยากทานไข่เจียวหมูสับฝีมือของเธอ ทั้งที่ความจริงรสชาติก็ไม่ได้เลิศเลออะไร แค่อาหารธรรมดา ๆ ที่ใคร ๆ ก็สามารถทำมารับประทานเองได้อย่างง่าย ๆปิดประตูห้องเสร็จร่างสูงก็มองตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่กำลังเดินสำรวจห้องของเขา ก่อนจะเดินไปยังส่วนกลางของห้องซึ่งเอาไว้สำหรับแขกผู้มาเยือน แล้ววางกระเป๋าสะพายไว้บนเก้าอี้นวมที่ตั้งอยู่ตัวแรกเพราะมันสะดวกแ