LOGIN
เมื่อสิบปีก่อน
“ฮือ…แม่อย่าทิ้งผมกับน้องไป ฮึก”
เสียงสะอื้นไห้ของเด็กหนุ่มวัยมัธยมศึกษาตอนต้นอายุสิบห้าปี ข้าง ๆ คือน้องสาวบุญธรรมที่บิดามารดารับมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็กตอนนี้อายุสิบสามปี แต่ตอนนี้ท่านทั้งสองได้จากพวกเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ
บิดาเพิ่งเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตเมื่อเดือนที่แล้ว ตอนนี้มารดาอาการทรุดหนักและได้จากพวกเขาไปอีกคน เหตุเพราะมีอาการป่วยร่วมด้วยก่อนหน้านั้น แต่ท่านไม่เคยบอกกล่าวจนมารู้ด้วยตัวเองว่า มารดาเป็นมะเร็ง ยิ่งอยู่ในภาวะเครียดเชื้อก็ยิ่งรุกลาม อีกทั้งภูมิคุ้มกันตกจึงง่ายต่อการเจริญเติบโตของเชื้อร้าย
“คุณแม่คะ….อย่าทิ้งหนูกับพี่นิวได้ไหมคะ ฮึก!!”
เด็กผู้หญิงวัยแตกสาวสะอื้นไห้ข้าง ๆ พี่ชายบุญธรรม หลังจากนี้จะมีแต่พวกเขาเพียงสองคนพี่น้องต่างสายเลือด ปู่ย่าก็ล่วงลับไปตามอายุขัย คุณยายก็ป่วยออด ๆ แอด ๆ คงมีแค่ผู้เป็นอา แต่ท่านมีภาระรับผิดชอบหลายอย่าง ไหนจะต้องมาจัดงานศพพี่ชายต่อด้วยพี่สะใภ้
ครั้งนี้ตระกูลฉัตรภัทรกรสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ลูกชายเพียงคนเดียวอายุก็ยังน้อยอยู่ในสถานะผู้เยาว์ รวมทั้งบุตรสาวบุญธรรมที่รับมาจากสถานสงเคราะห์มาเลี้ยง
นันทกรผู้เป็นอามาดึงหลานชายออกจากเตียงผู้ป่วยที่เสียชีวิตแล้ว นั่นคือกิตติพรพี่สะใภ้ที่เคารพรักของเขา สถานการณ์นี้กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริง ๆ รู้สึกสงสารหลานชายและหลานสาวบุญธรรม
พี่ชายจากไปยังทำใจไม่ได้เลย ตอนนี้ยังมาเสียพี่สะใภ้ไปอีกคน ทำไมโชคชะตาถึงได้โหดร้ายแบบนี้ เขาหวังว่าโลกนี้จะใจดีกับเด็กทั้งสองคนที่ไร้เดียงสา
ธุรกิจการผลิตบรรจุภัณฑ์สินค้าของพี่ชายยังคงต้องดำเนินต่อ เขาพยายามคิดว่าจะทำยังไงถึงจะแบ่งเวลาได้พอดี เพราะไม่อยากให้งานในส่วนของตนต้องเสียหายด้วย
“นิว ดิว มาครับมาให้อากอดนะ แม่ไปสบายแล้ว ฮึก”
ชายหนุ่มอดกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ตอนนี้มืดแปดด้านและเหลือตนแค่คนเดียว ไม่รู้จะทำหน้าที่ได้ดีเท่าพี่ชายกับพี่สะใภ้หรือเปล่า แต่เขาจะทำให้สุดกำลังตามความสามารถที่มี
เด็กทั้งสองคนซึ่งอยู่ในช่วงวัยรุ่นโอบกอดผู้เป็นอาสะอื้นไห้ ในระหว่างนี้เจ้าหน้าที่กำลังเคลื่อนย้ายศพผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งออกจากห้องฉุกเฉินไปยังห้องดับจิต ท่ามกลางเสียงคร่ำครวญของญาติผู้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปตลอดกาล
“ทำไมแม่ไม่เคยบอกผมสักคำฮือ…หรือเป็นเพราะผมที่บกพร่องหน้าที่ลูก คิดถึงแต่ความสุขของตัวเองจนลืมสังเกตความรู้สึกของแม่”
ณิชคุณกำลังกล่าวโทษตัวเอง และทำให้ณัฐวดีได้สำนึกไปด้วยว่าครอบครัวนี้มีบุญคุณกับเธอแค่ไหน ทำไมถึงไม่เฉลียวใจเลยสักนิด
“ดิวก็ผิดค่ะ ดิวแย่เหมือนกัน”
“ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้นครับ อย่าโทษตัวเอง ถ้าแม่รู้แม่คงจะเสียใจ ที่แม่ไม่บอกเพราะไม่อยากให้นิวกับดิวเป็นห่วง เข้าใจไหมครับ”
นันทกรกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลปนสั่นเครือจากอาการสะอึกหลังสะอื้นไห้ ดังนั้นจึงพยายามควบคุมน้ำเสียงเพื่อจะปลอบหลานทั้งสองคน
นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเขาคือผู้ปกครองของเด็กทั้งสองคนนี้ จะดูแลจนกว่าบรรลุนิติภาวะ ระหว่างเรียนจะให้ณิชคุณหมั่นเรียนรู้งานของบิดา ส่วนณัฐวดีค่อยให้เรียนรู้งานจากพี่ชายบุญธรรมอีกที เนื่องจากว่าเด็กสาวอายุน้อยกว่าอีกทั้งเป็นผู้หญิงอาจจะไม่เหมาะสมเมื่ออยู่เรียนรู้งานกับเขา จริง ๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่เขากลัวบุคคลภายนอกเห็นอะไรแค่ตาเนื้อเพียงนิดแล้วเอาไปเล่าสู่กันฟังมากกว่า
.
.
.
ผ่านไปห้าปี
ณิชคุณในตอนนี้โตเป็นหนุ่มเนื้อหอมกำลังเรียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยชั้นปีที่สอง วันนี้เขาพาเพื่อนมาบ้านหลังจากเลิกเรียน ส่วนน้องสาวบุญธรรมปีนี้เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก โตเป็นสาวควบกับการเป็นเด็กกิจกรรมของโรงเรียน ไม่ว่ามีการแข่งขันทักษะอะไรก็เข้าร่วมหมด มีชนะบ้างได้ชมเชยบ้างสลับกันไป เรื่องเรียนก็เด่นจึงเป็นที่รักของคุณครูแต่ละท่าน
“บ้านมึงมีอะไรให้กินบ้างวะไอ้นิว อยู่ ๆ กูก็หิวข้าว”
คณเดชบ่นหิวเมื่อมาถึงบ้านเพื่อน ตอนอยู่ในมหาวิทยาลัยไม่รู้สึกอะไร แต่ทำไมพอมาถึงบ้านของณิชคุณกลับเกิดหิวขึ้นมาซะดื้อ ๆ
“กินไข่เจียวหมูสับไหมมึง น้องสาวบุญธรรมของกูทำเก่ง”
“มึงมีน้องบุญธรรมเหรอไม่เห็นบอก”
“ก็มึงไม่ถาม”
“แต่ตอนนี้กูหิวมาก แล้วน้องบุญธรรมมึงอยู่ไหน”
“เดี๋ยวกูไปเรียก”
ณิชคุณเดินไปหาน้องสาวบุญธรรมหลังบ้าน เพราะตอนนี้น่าจะรดน้ำต้นไม้เสร็จแล้ว เจ้าตัวชอบปลูกต้นไม้ประดับบ้าง ดอกไม้บ้าง รวมถึงพืชผักสวนครัวด้วย ถ้าวันไหนว่างเขาก็ไปช่วย กรณีนี้คือช่วยเด็ดล้างน้ำให้สะอาดเก็บเข้าตู้เย็นแล้วเอามาทำกับแกล้มเมนูเนื้อที่ทำสุกแล้ว
“น้องดิวครับ ช่วยทำไข่เจียวหมูสับให้เพื่อนพี่กินด้วยครับ มันบ่นหิวพี่ทำไม่เป็น”
“ได้ค่ะพี่นิว ดิวลดน้ำเสร็จพอดี”
หญิงสาวพูดพร้อมกับยิ้มหยีใส่พี่ชายบุญธรรมจนตาเป็นสระอิ ก่อนจะปิดก๊อกน้ำแล้วเก็บสายยางให้เข้าที่เข้าทาง เพื่อจะไปทำอาหารให้เพื่อนของพี่ชายรับประทาน
“นี่ไนล์เพื่อนพี่ครับ”
“สวัสดีค่ะพี่ไนล์…”
ณัฐวดีตกตะลึงในความหล่อเหลาจนเผลอมองนานอยู่สักพัก ก่อนจะตั้งสติได้ว่ากำลังถูกมองกลับด้วยสายตานิ่ง ๆ จากอีกฝ่าย
“สวัสดีครับ นิวมันบอกว่าน้อง…”
“น้องดิวกูลืมแนะนำ”
“น้องดิวทำอาหารให้พี่กินได้ไหมครับ”
“ค่ะ ระรอสักครู่นะคะ ดิวจะทำสุดฝีมือเลยค่ะ”
พูดจบหญิงสาวก็เดินหายตัวเข้าไปในครัวทั้งที่หัวใจเต้นแรง และใบหน้าร้อนเหมือนจะไหม้เพราะความเขินอายจนพูดติดขัด เธอไม่เคยหลงชอบใครขนาดนี้มาก่อน
“น้องบุญธรรมของมึงดูเหมือนจะชอบกู”
หลังจากที่ณัฐวดีเดินออกไปแล้วคณเดชจึงบอกเพื่อนตัวเอง เขารู้สึกได้ว่าหญิงสาวกำลังมีใจให้ แต่เขามีคนที่ชอบอยู่แล้ว ผู้หญิงกะโปโลแบบนี้ไม่ใช่สเปกจึงตัดออกง่าย อยากชอบก็ชอบไป เพราะเขามีคนที่อยู่ในใจแล้วนั่นคือปวิมล แต่ยังเก็บไว้เป็นความลับกลัวว่าหากยังไม่ได้คบกันคนอื่นจะแย่งไป ผู้หญิงที่เขาชอบรุ่นเดียวกันกับน้องสาวบุญธรรมของณิชคุณ
“มึงคิดไปเองรึเปล่า กูไม่เคยชวนใครเข้าบ้าน กูชวนมึงคนแรกน้องกูอาจจะตื่นเต้นทำตัวไม่ถูก”
ณิชคุณกำลังแก้ต่างให้น้องสาวบุญธรรม ไอ้เพื่อนตัวดีชักจะหลงตัวเองไปแล้ว ณัฐวดีไม่ใช่จะชอบใครง่าย ๆ เพราะเธอเป็นเด็กเรียนและเน้นกิจกรรมเป็นส่วนใหญ่ เวลาที่จะมอบให้คนที่อยู่ในสถานะคนรักมีน้อย ดังนั้นเขาไม่เคยเห็นณัฐวดีคุยกับใคร และถ้าจะคบใครต้องพามาให้พี่ชายอย่างเขาช่วยดูให้ว่าใช้ได้หรือเปล่า
“ไม่ กูรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ แต่บอกไว้เลยนะกูมีสเปกไม่ใช่แบบนี้”
“ไอ้สัตว์ คิดว่ากูอยากได้มึงเป็นน้องเขยมากมั้ง หลงตัวเองจัด เดี๋ยวไม่ให้กินไข่เจียวหมูสับเลย”
“….”
เสียงบทสนทนาดังไปถึงในห้องครัวทำให้บุคคลที่กำถูกนินทาลับหลังได้ยิน ณัฐวดีนิ่งฟังและคิดตาม เพราะเธอหน้าตาไม่สวยเหรอ หรือมีสถานะเป็นแค่ผู้อาศัยคณเดชจึงกล้าพูดได้เต็มปากว่าไม่ชอบเธออย่างออกซึ่ง ๆ หน้า
หญิงสาวก้มหน้าทำงานของตนต่อไป ไม่ชอบก็ไม่ชอบ เธอจะได้ไม่ต้องคาดหวังแล้วให้ตัวเองเจ็บ คนที่ชอบเธอก็พอมีบ้าง แต่ตอนนี้ขอเน้นเรื่องเรียนก่อนเพื่ออนาคตข้างหน้า
.
.
.
.
ปัจจุบัน
“พี่นิว…เราเลิกกันนะ”
คำสั้น ๆ ก็ทำเอาคนฟังนิ่งชะงักราวกับถูกสาปให้เป็นน้ำแข็ง ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวที่ตัวเองรัก สถานะยังไม่ถูกเปิดเผย แต่อีกฝ่ายมาชิงบอกเลิก ทั้งที่เขาพยายามประกาศ และอยากพาไปบ้านให้น้องสาวรู้จักว่าที่พี่สะใภ้ แต่ตอนนี้ทุกอย่างพังหมดแล้ว เพราะปวิมลไม่ยอมให้เปิดตัวตั้งแต่แรก
“ทำไมครับ พี่ผิดอะไรน้องเปรี้ยว”
“พี่ไม่ได้ผิดหรอกค่ะ แต่ครอบครัวเปรี้ยวกำล้มละลาย และเปรี้ยวก็มีคู่หมั้นที่พ่อแม่หาให้”
“แล้วทำไมไม่บอกพี่ เพราะแบบนี้ใช่ไหมน้องเปรี้ยวถึงไม่ยอมเปิดตัว และให้พี่อยู่ในสถานะคนในความลับ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะพี่นิว เปรี้ยวไม่ได้โกหก”
“งั้นพี่ขอทำใจก่อน เดี๋ยวค่อยให้คำตอบ”
ณิชคุณยังยอมรับไม่ได้ว่าตัวเองกำลังถูกหญิงสาวบอกเลิก การที่บอกว่าขอทำใจแล้วค่อยให้คำตอบ ความจริงคือขอเวลาปรับตัวแล้วค่อยยอมรับกับความผิดหวังที่เกิดขึ้นนี้ต่างหาก
ชายหนุ่มเดินออกจากร้านคาเฟ่ไปท่ามกลางสายฝน หญิงสาวไม่ได้ตามไปรั้ง เธอคิดแค่ว่าแต่งงานกับคณเดชในนามเสร็จ หลังจากผ่านพ้นไปสักหนึ่งปีแล้วค่อยขอหย่า เพื่อจะกลับไปคบกับณิชคุณเหมือนเดิม เธอไม่ได้มีเจตนาอยากบอกเลิกอีกฝ่ายจริง ๆ
TBC.
วันต่อมาณัฐวดีไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานเท่าไหร่ เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ เพื่อปรับม่านตาให้รับกับแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าที่เล็ดลอดผ่านหน้าต่างกระจกเข้ามากระทบ ก่อนจะก้มสำรวจตัวเองก็พบว่ายังเปลือยกายอยู่บนที่นอน เนื้อตัวเหนียวเหนอะเต็มไปด้วยคราบน้ำกามของชายหนุ่มอันเป็นที่รักผสมรวมกับเลือดในตัวของเธอบนเตียงโล่งเพราะเหลือเพียงแค่เธอเท่านั้น อีกฝ่ายคงลุกออกไปอาบน้ำและทำธุระ มันคงจะดีนะถ้าตื่นขึ้นมาพร้อมกันในยามเช้าเพราะอย่างน้อยก็ได้ทักทายกัน“น้องดิวจำไว้นะ ถ้าใครไม่ยอมให้สถานะกัน เราก็อย่าไปคบหาให้เสียเวลา ยิ่งน้องดิวเป็นผู้หญิงความเสียหายก็มีมากกว่าพี่”ทว่าจู่ ๆ คำพูดของพี่ชายก็ลอยเข้ามาหลังจากที่เธอเพิ่งรู้สึกดีกับคณเดชไปหมาด ๆ ตอนนี้กลับรู้สึกว่าทำไมเธอถึงไม่รู้จักหักห้ามใจตัวเองเสียบ้าง แล้วเธอจะบอกเรื่องนี้กับพี่ชายว่ายังไง“โอ๊ย!! เจ็บ”ใบหน้าสวยบิดงอซึ่งแสดงความเจ็บปวดที่มาจากกิจกรรมเมื่อคืนนี้ เธอกำลังฝืนตัวเองลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับเอาผ้าห่มคลุมกาย จากนั้นก็ค่อย ๆ ลากสังขารของตนพร้อมผ้าห่มไปที่ตู้เสื้อผ้าและหยิบผ้าขนหนูมานุ่งแทนเมื่อคืนนี้ร่างกายของเธอเปลือยเปล่าต่อหน้าเพื
สองสัปดาห์ต่อมาตอนนี้คณเดชทำให้ณิชคุณวางใจไปได้ระดับหนึ่งแล้ว รวมทั้งยังจับพวกหนอนบ่อนไส้ได้คาหนังคาเขาอีก โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพนักงานเหล่านี้ถูกจ้างมาจากเพื่อนที่ทำตัวเป็นคนใจบุญสุนทานคนนี้ทุกอย่างที่ทำลงไปนั้นมีเหตุผลเพียงข้อเดียวคือ ต้องการล้างแค้นให้คนรักที่ถูกกระทำย่ำยีก่อนเสียชีวิต เขาชอบผู้หญิงคนนี้มาตั้งแต่แรกเจอ แต่ฆาตกรเลือดเย็นกลับเป็นอดีตเพื่อนของเขาเสียเองในวันนี้เขาจะพาณัฐวดีล่องเรือข้ามไปพักที่เกาะส่วนตัวโดยอ้างว่าลูกค้าคนสำคัญนัดเจอกันที่นั่น ตลอดสองสัปดาห์มานี้เขาให้ความสำคัญกับหญิงสาวในที่ทำงานเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงความพิเศษเมื่ออยู่กันสองต่อสองเขามักชื่นชมเจ้าตัวโดยเฉพาะเรื่องฝีมือการทำอาหาร อีกทั้งยังส่งสายตาเหมือนคนมีใจให้ ปรากฏว่าเจ้าตัวหน้าแดงก่ำและพยายามหลบสายตาด้วยความเขินอาย อีกฝ่ายไม่สามารถซ่อนมารยาได้นานนักหรอก ถ้าอยู่กันบนเกาะเพียงสองต่อสองคงพร้อมพลีกายให้เขาอย่างแน่นอน ส่วนตอนนี้คงกำลังเก็บอาการอยู่“ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ”หญิงสาวเดินลงมาจากรถและรีบเอ่ยขอโทษที่มาช้าเกินกำหนด เนื่องจากว่าเธอลืมแบตเตอรี่สำรองไว้ใช้งานเมื่ออยู่บนเกาะ ด้วยคณเดชบ
หนึ่งเดือนต่อมา"ตอนนี้พนักงานหลายคนต่างมองว่าพี่ไม่มีความยุติธรรม โดยเฉพาะคนที่ทำงานมานานแล้วถูกเรียกมาเตือน หรือพี่จะไม่เหมาะกับการเป็นผู้บริหาร""พี่นิวอย่าโทษตัวเองเลยนะคะ และคนที่ถูกเตือนเพราะเขาทำผิดกฎบริษัทจริง ๆ บริษัททุกแห่งเขาก็ต้องคำนึงถึงส่วนรวมมาก่อน ต่อให้จะอยู่ทำงานกี่ปีแล้วก็ตาม อีกอย่างภาพจากกล้องวงจรปิดก็เป็นหลักฐานมัดตัว พี่นิวไม่ได้เตือนแบบไร้เหตุผล หนูเชื่อว่าเขาไม่ได้มองพี่แบบนั้นหรอกค่ะ และเรื่องพนักงานทะเลาะวิวาทรุนแรงเพิ่งจะมีครั้งแรก"สองพี่น้องนั่งปรึกษาหารือกัน ช่วงระยะหลังนี้ที่บริษัทมีปัญหาหลายอย่าง ทั้งสินค้าหายจากโกดัง ทั้งพนักงานทะเลาะกัน แต่ที่ร้ายแรงกว่านั้นคือบริษัทเสียชื่อในด้านเครดิตไปแล้ว เนื่องจากถูกผู้บริโภคร้องเรียนว่ากล่องบรรจุภัณฑ์เป็นการย้อมแมวขาย เมื่อตรวจสอบก็พบว่าฝ่ายขายรับซื้อวัสดุเกรดต่ำมาผลิตกล่องพัสดุ สินค้าที่มีน้ำหนักตั้งแต่หนึ่งกิโลขึ้นไปไม่สามารถบรรจุเข้าไปได้ เพราะวัสดุที่ภายนอกดูเหมือนแข็งแรงทนทาน แต่เมื่อใส่สิ่งของเข้าไปแล้วมันเปราะบางจนก่อให้เกิดความเสียหายในทรัพย์สิน และตอนนี้จึงต้องทำการรับซื้อคืนเพื่อจะเคลมใหม่ให้ทั้งหมด"
“คุณดิวไปซื้อปุ๋ยตั้งแต่เช้าเลยค่ะ และบอกก่อนออกจากบ้านว่ามีธุระต่อค่ะคุณนิว”[ครับ ไม่เป็นไรครับน้องดิวทักมาแล้ว]“โอเคค่ะคุณนิว”หลังจบบทสนทนากับเจ้านายทางโทรศัพท์เรียบร้อยแม่บ้านสาวก็รีบออกมาดูว่าใครมากดกริ่งหน้าบ้าน เพราะถ้าเป็นณัฐวดีหญิงสาวจะเปิดประตูเข้ามาเอง“สวัสดีค่ะ มาตามหาใครคะ”“สวัสดีครับ ผมร่มเกล้าครับเป็นพี่รหัสสมัยเรียนของน้องดิวครับ คือน้องดิวให้ผมมารอที่บ้านนี้ครับเพื่อดูการจัดสวนครับ”ชายหนุ่มตอบกลับแม่บ้านสาวด้วยความสุภาพเรียบร้อยพร้อมรอยยิ้ม บ้านหลังนี้เมื่อก่อนเขาก็เคยมาแทบนับครั้งได้ เพราะพี่ชายของณัฐวดีค่อนข้างดุไม่ชอบใครรุ่มร่ามกับน้องสาวเท่าไหร่นัก เขาจึงต้องทำจริตออกสาวเวลาอยู่ต่อหน้าเพื่อให้ได้รับความไว้วางใจ และก็ดันติดนิสัยนี้จนชินทำให้ใครหลายคนต่างเข้าใจไปในทางเดียวกันว่าเขาชอบผู้ชาย"ถ้านัดกันแล้วเชิญเข้ามาในบ้านรอเลยค่ะ""ขอบคุณครับ"แม่บ้านสาวรีบเปิดประตูให้ทันทีเมื่อรู้ว่าแขกคนนี้คือคนรู้จักของเจ้านาย ร่มเกล้ากลับเข้าไปในรถเพื่อขยับรถเข้ามาจอดภายในโรงจอดรถที่กว้างขวางและร่มรื่น"เอ่อ...ขอถามอะไรอย่างหนึ่งได้ไหมครับ""ถามมาได้เลยค่ะ""คนที่ชื่อไนล์เพื
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาช่วงวันหยุดถ้าไม่จำเป็นต้องออกไปที่ไหนณัฐวดีมักเลือกจะอยู่บ้านจัดสวนครัว สัปดาห์หน้าพี่ชายก็จะกลับมาอยู่ด้วยแล้ว“ปุ๋ยใกล้จะหมดแล้วนี่นา”หญิงสาวเพิ่งสังเกตเห็นว่าปุ๋ยที่ซื้อตุนไว้เหลือเพียงห้าถุง ตอนนี้ยังเช้าอยู่แดดจึงไม่แรงเท่าไหร่ หญิงสาวจึงเดินกลับเข้าไปภายในบ้านและหยิบกุญแจรถเพื่อขับออกไปซื้อช่วงจังหวะที่กำลังจะออกพ้นประตูบ้านก็ได้ยินผู้ประกาศข่าวรายงานความคืบหน้าในการตามจับตัวผู้ร้ายในคดีข่มขืนฆ่าชิงทรัพย์ปวิมล ขาเรียวหยุดชะงักเพื่อมายืนฟังข่าวพร้อมแม่บ้านที่พี่ชายจ้างมาอยู่เป็นเพื่อน“เช้าวันนี้เวลา 07.35 น. ตำรวจได้รวบตัวผู้ต้องหาก่อเหตุคดีข่มขืนฆ่าชิงทรัพย์ว่าที่เจ้าสาวซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตได้แล้วนะคะ มีทั้งหมดด้วยกันห้าคนตามที่สันนิษฐานไว้เลยค่ะ หนึ่งในผู้ต้องหาซึ่งเป็นหัวหน้ารับสารภาพว่าตนกับพรรคพวกออกล่าหาเหยื่อตามแหล่งสถานบันเทิงทุกคืน แต่ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอเหยื่อสาวสวยระหว่างทางจึงเกิดอารมณ์ทางเพศ จนไม่สามารถระงับได้ ด้วยพื้นที่บริเวณดังกล่าวมืดจึงเอื้ออำนวยในการก่อเหตุ จริง ๆ ไม่ได้อยากจะฆ่าแต่ว่าถูกเหยื่อสาวตะคอกด่าจึงบันดาลโทสะ และด้วยความโลภจึงไม่
เสียงกดกริ่งหน้าห้องคอนโดดังคณเดชจึงไปเปิดประตูให้ ที่เลือกให้มาคอนโดเพราะไม่อยากให้ทางบ้านรับรู้ และไม่อยากพาไปยังเพนต์เฮาส์หรู เพราะที่นั่นให้เฉพาะคนที่เขารักเท่านั้น แต่ทว่าเธอดันถูกข่มขืนและฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม โดยฝีมือฆาตกรอย่างอดีตเพื่อนทรยศของเขายังไงกันล่ะและตอนนี้เขาก็กำเอาคืนอีกฝ่ายโดยมีเครื่องมือเข้าช่วยอย่างณัฐวดี ซึ่งเป็นน้องสาวบุญธรรมที่ณิชคุณรักใคร่อยากเก็บไว้แก้ขัดเมื่อลับสายตาผู้อื่น ต่อให้ไม่ใช่ของสดแล้วเขาก็ยังเลือกที่จะย่ำยีอยู่ดี เพื่อพิสูจน์ไปเลยว่าสิ่งที่เขาคิดมันคือเรื่องจริงว่าณัฐวดีไม่ใช่หญิงสาวที่บริสุทธิ์แล้ว“เชิญครับ”“ขอบคุณค่ะ”หญิงสาวมีท่าทีเก้ๆ กังๆ ทำตัวไม่ถูกเมื่อเข้ามาในห้องคอนโดของเพื่อนพี่ชาย เพียงเพราะอีกฝ่ายอยากทานไข่เจียวหมูสับฝีมือของเธอ ทั้งที่ความจริงรสชาติก็ไม่ได้เลิศเลออะไร แค่อาหารธรรมดา ๆ ที่ใคร ๆ ก็สามารถทำมารับประทานเองได้อย่างง่าย ๆปิดประตูห้องเสร็จร่างสูงก็มองตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่กำลังเดินสำรวจห้องของเขา ก่อนจะเดินไปยังส่วนกลางของห้องซึ่งเอาไว้สำหรับแขกผู้มาเยือน แล้ววางกระเป๋าสะพายไว้บนเก้าอี้นวมที่ตั้งอยู่ตัวแรกเพราะมันสะดวกแ