Home / รักโบราณ / บุปผารัก มังกรร้าย / สั่งลงโทษคนสกุลหลิน2

Share

สั่งลงโทษคนสกุลหลิน2

last update publish date: 2026-02-28 19:08:01

กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกำยานที่ลอยวนอยู่ในกระโจมที่ประทับทำให้องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงปรือเปลือกพระเนตรขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนพระองค์จะทรงผุดลุกขึ้นมานั่งในทันที

“หลินปังหยวนเจ้าคนชั่วช้า  สารเลว  เจ้าคนถ่อย” 

น้ำเสียงสบถปนความเจ็บแค้นนั้นแม้จะมิได้เสียงดังมากนักแต่ก็ทำให้มู่กงกงรีบแจ้นเข้ามายืนต่อเบื้องพระพักตร์ขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงในทันใด

“ฝ่าบาททรงฟื้นแล้ว” 

มู่กงกงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงปรีติยินดีก่อนจะเริ่มมีท่าทีตกใจขึ้นมาอีกครั้งเมื่อพบว่าองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงลุกขึ้นจากบนเตียงนอนเดินออกนอกกระโจมที่พักไปในทันที

“ฝ่าบาทจะทรงเสด็จไปที่ใดกันหรือพ่ะย่ะค่ะ?” 

มู่กงกงเอ่ยถามน้ำเสียงร้อนรน

“ข้ารับใช้พวกนั้นอยู่ที่ใด  หลินปังหยวนคนถ่อยอยู่ ณ ที่ใดกัน?” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตวามถามน้ำเสียงเคร่งเครียด

“ขณะนี้บ่าวรับใช้ทุกคนได้มานั่งคุกเข่าสำนึกผิดอยู่ที่หน้ากระโจมของฝ่าบาทนี่เองพ่ะย่ะค่ะ  ส่วนไต้เท้าหลินปังหยวนเห็นมีคนมาแจ้งว่ายังมิตื่นจากการสลบไสลมิได้สติไปพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

มู่กงกงตอบกลับมาเร็วปรื๋อ

“สลบไสลไปแล้วยังมิฟื้นเช่นนั้นหรือ?” 

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเค้นเสียงถามก่อนจะสาวเท้าเดินมุ่งหน้าไปที่กระโจมของหลินปังหยวนโดยมิฟังคำทัดทานของผู้ใดทั้งสิ้น

“ฝ่าบาทขอทรงพระทัยเย็นลงด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ” 

อัครมหาเสนาบดีหลินไห่กังที่กำลังตั้งใจเดินทางมาที่กระโจมขององค์ฮ่องเต้เพื่อกล่าวคำขอพระราชทานอภัยโทษให้กับบุตรชายของตนกล่าวขึ้นน้ำเสียงสั่นด้วยหวาดกลัวต่อท่าทีโมโหร้ายขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงนัก

“ยังมีหน้ามาบอกให้ข้าใจเย็นลงก่อนได้เช่นนั้นหรือ  บุตรชายของเจ้ามัวแต่ไปมุดหัวอยู่ ณ ที่ใด  ข้าสู้อุตส่าห์มอบหมายองค์หญิงเฟยฮุ่ยไว้กับบุตรชายของเจ้าให้เขาช่วยดูแลองค์หญิง  แต่

ผลลัพธ์กลับเป็นเช่นนี้เองหรอกหรือ  มิทราบท่านอัครมหาเสนาบดี

จะรับผิดชอบต่อความเสียหายครั้งนี้อย่างไรไหว?”

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสถามขึ้นสีหน้าถมึงทึง  ใบหน้าหล่อเหลาในยามนี้ดูมิได้เลยแม้แต่น้อย  หัวคิ้วของพระองค์แทบจะพันกันจนเป็นเกลียวอยู่แล้ว

“กระหม่อมผิดไปแล้ว  ขอฝ่าบาททรงลงโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ” 

อัครมหาเสนาบดีหลินไห่กังยอมคุกเข่ากล่าวรับโทษนั้นแต่โดยดี  แต่ผู้ที่องค์ฮ่องเต้ปรารถนาที่จะลงโทษในยามนี้มากที่สุดกับเป็นหลินปังหยวน  ซึ่งเขากำลังเดินมุ่งหน้ามาทางนี้อยู่พอดีเนื่องด้วยมีคนสนิทไปแจ้งข่าวให้เขาได้รับทราบว่าอัครมหาเสนบดีหลินไห่กังกำลังนั่งคุกเข่ายอมรับการลงโทษจากองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอยู่  เพราะความกตัญญูต่อบิดาเขาจึงจำต้องแบกหน้ามาที่กระโจมขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอย่างมิมีทางเลี่ยง

แต่เมื่อมาถึงยังมิทันได้นั่งคุกเข่ากล่าวคำถวายพระพรดีเขาก็ถูกสาดหมัดจากองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเข้าใส่ใบหน้าจนฟันกระเด็นหลุดออกจากปากไปสองซี่

“หลินปังหยวน  เจ้ามันคนถ่อย  ข้าหรือสู้อุตส่าห์ฝากฝัง

องค์หญิงเฟยฮุ่ยไว้กับเจ้า  ฝากองค์หญิงเฟยฮุ่ยไว้ให้เจ้าช่วยดูแล

แต่เหตุใดเรื่องราวจึงเป็นเช่นนี้ได้  เจ้ามิเพียงมิดูแลองค์หญิงกลับ

ปล่อยให้องค์หญิงหายตัวไปท่ามกลางเทศกาลล่าสัตว์เช่นนี้  โทษของ

เจ้ามีเพียงสถานเดียวคือต้องถูกข้าสั่ง” 

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสออกมาได้เพียงดังนั้น  ก็พลันมีเสียงร้องห่มร้องไห้และเสียงครางของอัครมหาเสนาบดีหลินไห่กังดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อนว่า

“เป็นเพราะกระหม่อมดูแลอบรมสั่งสอนบุตรชายมิดี  เขาจึงเป็นคนที่มิเอาไหนเช่นนี้  หากฝ่าบาทจะทรงมีรับสั่งลงโทษ  ก็ขอจงทรงมีรับสั่งลงโทษกระหม่อมแทนเถิดพ่ะย่ะค่ะ” 

หลังกล่าวจบอัครมหาเสนบาดีหลินไห่กังก็โขกศีรษะขึ้นลงกับพื้นหน้ากระโจมที่ประทับอย่างแรงจนหน้าผากแตกเลือดอาบหน้า  ด้านหลินปังหยวนเองในตอนนี้เขาเองก็กำลังถูกองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงชกต่อยเขาไปจนทั่วทั้งร่างพร้อมใช้ฝ่าพระบาทกระทืบไปทั่วหน้าอกและช่วงท้องของเขา  จนตอนนี้เขาแทบใกล้จะหมดลมหายใจไปเฝ้ายมบาลยังดินแดนปรโลกอยู่รอมร่อแล้ว

“สั่งโทษพวกเจ้าเช่นนั้นหรือ  บทลงโทษนี้มันน้อยเกินไป

ข้าจะสั่งลงโทษคนทั้งสกุลหลินมาเซ่นสังเวยวีรกรรมของพวกเจ้าสองพ่อลูกในครานี้สิถึงจะเรียกได้ว่าเหมาะสม” 

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉินตรัสพลางวางพระบาทเหยียบย่ำลงบนใบหน้าและศีรษะของหลินปังหยวนด้วยท่าทีปีศาจร้ายกระหาย

เลือด  พร้อมตรัสต่อไปน้ำเสียงเย็นเยียบว่า

“ข้าขอสั่งให้เจ้าส่งบุตรีของเจ้าหนึ่งคนมาให้ข้ากระทำย่ำยีต่อนางมิได้ต่างไปจากสัตว์เดรัจฉานตัวหนึ่ง  นางจะอยู่ในฐานะทาสและสัตว์เลี้ยงของข้าเพียงเท่านั้น  ส่วนบุตรีของเจ้าคนอื่นๆ  ข้าจะพิจารณาดูอีกทีว่าจะให้พวกนางแต่งงานกับชายที่เป็นคนในร่างสัตว์นรกตนใด  ในเมื่อพวกเจ้าสองคนพ่อลูกกล้าย่ำยีหัวใจของข้า  กล้าเหยียบย่ำดวงใจของข้า  เช่นนั้นแล้วนับจากนี้ไปข้าก็จะไม่ขอไว้หน้าพวกเจ้าอีกต่อไป  หลินไห่กังแม้เดิมทีที่ผ่านมาเจ้าจะเป็นขุนนางที่มีความดีความชอบมาถึงสองรัชกาลแต่ทว่ากลับมิมีปัญญา  มิมีความสามารถในการให้การอบรมสั่งสอนบุตรชายได้เลยแม้แต่เพียงนิด  แม้ข้าจะมิสั่งลดทอนตำแหน่งของเจ้าลงเนื่องด้วยยังคงพอจะระลึกถึงความดีความชอบของเจ้าได้อยู่บ้าง  แต่ข้าขอสั่งลดเบี้ยหวัดเจ้าลงครึ่งปี  ส่วนหลินปังหยวนข้ามีรับสั่งให้ลดระดับขุนนางของเขาจากขั้นสี่ลงมาเป็นขั้นเก้าและให้จำคุกสองเดือนจึงจะออกมารับตำแหน่งได้"

“รับด้วยเกล้าพะย่ะค่ะ  ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงมีพระเมตตา”

ทั้งอัครมหาเสนบดีหลินไห่กังและหลินปังหยวนกล่าวขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน

“ทาสหญิงผู้นั้นข้าให้เวลาพวกเจ้าในอีกมิเกินหนึ่งเดือนนางจะต้องเดินทางมาสบยต่อแทบเท้าข้า  หากพวกเจ้ายังขืนชักช้ากินเวลามากไปกว่านี้  แน่นอนว่าบทลงโทษของพวกเจ้าอาจจะหนักหนาสาหัสมากยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีกเท่าตัว” 

หลังกล่าวจบองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็สะบัดชายชุดคลุมมังกรจากไปในทันที  โดยก่อนที่จะจากไปนั้นยังมิวายกำชับมู่กงกงขึ้นมาอีกด้วยว่า 

ให้มู่กงกงจับตาดูสองพ่อลูกคู่นี้ในการนั่งคุกเข่าสำนึกผิดยังลานกว้างหน้ากระโจมให้เหล่าขุนนางผู้อื่นได้พบเห็นอีกด้วยเป็นเวลาสองชั่วยามเต็ม

หลังจากนั้นพระองค์จึงทรงเสด็จไปสอบถามรีดเค้นเอาความจริงกับเหล่าบรรดาข้าราชบริพารที่ให้การดูแลรับใช้องค์หญิงเฟยฮุ่ยและองค์หญิงเฟยเฉินต่อ  ซึ่งแม้ว่าพระองค์จะทรงสอบถามเอาความกับข้ารับใช้เหล่านี้มากเพียงใด  พวกเขาเหล่านั้นก็เพียงแต่ตอบมาสองประโยคคือ  ไม่รู้ และไม่เห็นเพียงเท่านั้น  ก็ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงพลุกพล่านไปทั่วพระทัยจนยากเกินที่จะระงับ  พระองค์จึงทรงมีรับสั่งให้โบยข้ารับใช้อันไร้ประโยชน์พวกนี้ไปคนละสามสิบไม้และเมื่อเดินทางไปถึงวังหลวงแล้ว  พระองค์ยังทรงมีรับสั่งให้ลดเบี้ยหวัดพวกเขาลงกึ่งหนึ่งเป็นระยะเวลาหนึ่งปีเต็มอีกด้วย  การลงโทษเหล่านี้นับได้ว่าเป็นการลงโทษสถานเบามากแล้ว  เพราะความรู้สึกสูญเสียน้องสาวผู้เป็นที่รักถึงสองคนไปพร้อมกัน

ในเวลาเช่นเดียวกันเช่นนี้  มันเจ็บปวดในหัวใจมากมายเหลือเกิน...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บุปผารัก มังกรร้าย   NC ฮองเฮาของข้า (จบบริบูรณ์)

    เสียงจุมพิตอันดุเดือดแต่ก็เจือไปด้วยความอ่อนหวานเว้าวอนมากเกินไปกว่าสิบส่วนด้วยกันนั้น ทำเอาร่างเล็กของหลินหลานฮัวรู้สึกราวกับว่านางได้ล่องลอยไปมาอยู่บนอากาศริมฝีปากหยักเนียนนุ่มของบุรุษผู้ที่ทำการจูบไล้ปลอบประโลมนางอยู่นี้ก็ทำเอาหลินหลานฮัวถึงกับสะท้านไหวช่อบุปผารักของนางถูกปลายลิ้นตวัดปัดป่ายไปมาด้วยลีลาอันช่ำชองและร้ายเหลือจนหยาดน้ำรักของนางได้แตกกระจายออกมาคราแล้วคราเล่าอยู่มิหยุดจวบจนกระทั่งร่างเล็กได้รับการเติมเต็มเข้าไปอย่างช้าๆ หลินหลานฮัวก็พลันรู้สึกตัวขึ้นมาเล็กน้อย จนแทบจะสร่างเมาไปได้เลยทีเดียว“อ๊ะ” หลินหลานฮัวอุทานขึ้นด้วยความตกใจพร้อมทั้งกำลังจะเปล่งเสียงร้องกรี๊ดออกมาในตอนท้าย แต่ทว่านางกลับถูกองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงผู้นี้ก้มใบหน้าลงมาจุมพิตดูดซับเสียงร้องของนางเอาไว้ หลินหลานฮัวจึงทำได้เพียงส่งเสียงอึกอักอยู่ในลำคอได้เพียงเท่านั้น“ฝ่าบาทเหตุใดกันจึงทรงทำเช่นนี้ หม่อมฉันรังเกียจฝ่าบาทมากแล้วจริงๆ คนใจกล้าหน้าด้าน หน้ามิอายนัก” หลินหลานฮัวอดที่จะก่นด่าองค์ฮ่องเต้ผู้นี้ออกมาด้วยความหัวเสียมิได้แล้ว มาถึงซินซิ่วได้มิทันไรเขาก็แอบลอบมาจับกินนางอีกคราแล้ว

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 3

    เพี๊ยะ เสียงของฝ่ามือที่ฟาดกระทบเข้ากับใบหน้าได้ดังขึ้นองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงจึงหยุดการกระทำนั้นลงได้“เจ้าตบข้ามาอีกสิอาฮัว หากตบข้าแล้ว มันทำให้เจ้ารู้สึกสบายใจมากขึ้น เจ้าก็ตบข้ามาได้อีกเลย”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงกล่าวคำท้า ซึ่งหลินหลานฮัวเองก็ได้ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ใบหน้าอันหล่อเหลาขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทั้งซ้ายและขวานับได้เป็นสิบครั้งเลยทีเดียว จนฝ่ามือเล็กของนางบวมแดงและมีหยาดเลือดที่ไหลซึมออกมาตรงมุมปากขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงติดมาด้วย“เจ็บมากหรือไม่ฮัวฮัวของข้า ฝ่ามือเจ้าแดงไปหมดแล้วเห็นหรือไม่นั่น หากเจ้าอยากทำร้ายตบตีข้า มิเห็นต้องน่าลงมือลงแรงเอาเช่นนี้เลย เพียงเจ้าสั่งข้ามาคำเดียว ข้าก็ยินยอมพร้อมใจที่จะตบหน้าตัวเองให้กับเจ้าแล้ว หรือหากเจ้าอยากโบยข้าเพียงสั่งข้ามาคำเดียว ข้าก็พร้อมให้เหล่าองครักษ์ที่ติดตามข้ามาด้วยนั้นโบยข้าแทนเจ้าแล้ว”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงว่าพลางจับมือเล็กของหลินหลานฮัวขึ้นมาเป่าลมเข้าไปที่ฝ่ามือเล็กนั้นแผ่วเบา“โบยหรือ เช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน อยากจะรู้นักว่าองค์ฮ่องเต้แห่งแคว้นชวี่มีความแข็งแรงมากมายเพียงใด จะอดทนต่อการ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 2

    “แต่เจ้าจะปล่อยให้อานเอ๋อร์ของเราขาดพ่อไปมิได้นะอาฮัว ชีวิตของเขาต้องมีพ่ออยู่ด้วย จึงจะถือได้ว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางจ้องมองไปที่ใบหน้างามของหลินหลานฮัวด้วยความคิดถึง มิพบเจอกันไปเพียงสามปีแต่นางกลับดูสวยสดงามสะพรั่งมากกว่าเมื่อคราที่ใช้ชีวิตอยู่กับพระองค์ในวังต้องห้ามเสียอีก อีกทั้งกลิ่นกายอันหอมกรุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างเล็กนี้ทำให้องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงเกิดอาการคลั่งไคล้นางขึ้นมาจนอยากจะจับร่างเล็กนี่กลืนกินลงไปจนหมดทั้งตัวอีกคราแล้ว“อานเอ๋อร์อยู่กับหม่อมฉันมาสามปีเต็ม เขามิเคยถามถึงบิดาเลยสักครั้ง แล้วจะบอกว่าเขาต้องการบิดาได้อย่างไร ฝ่าบาททรงสนทนาอยู่ที่บ้านของหม่อมฉันนานแล้วทรงเสด็จกลับไปเถิดเพคะ เวลานี้เป็นเวลาพักผ่อนของหม่อมฉันกับลูก ขอฝ่าบาทได้โปรดอย่ามากวนใจพวกเราอีกต่อไปเลย” หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงหลังได้ยินภรรยารักกล่าวออกมาดังนั้น จึงได้นั่งคุกเข่าลงตรงหน้าของสาวงามพร้อมเอ่ยขึ้นมาว่า“ฮัวฮัว ที่ผ่านมา สามีได้กระทำผิดต่อเจ้ามากมายนักแต่สามีสำนึกผิดได้มาตั้งเนิ่นนานแล้ว

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 1

    “นี่ปล่อยนะคุณชาย ท่านทำอะไรท่านแม่ของข้า ท่านมากัดปากท่านแม่ของข้าทำไม?” เด็กชายตัวน้อยพูดขึ้นด้วยความโกรธขึ้งถึงขั้นใช้กำปั้นเล็กๆ ของเขาทุบตีเข้าไปที่ไหล่ขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอีกคราด้วยนึกห่วงใยมารดาของตนขึ้นมาจับใจนัก“ฮัวฮัว ในที่สุดข้าก็ตามหาเจ้าจนเจอ แล้วนี่ลูกชายของพวกเราใช่หรือไม่ เหตุใดเขาจึงได้มีหน้าตาเหมือนกันกับข้าราวกับแกะเอาเช่นนี้”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางจะก้มใบหน้าลงมามอบจุมพิตให้กับหลินหลานฮัวอีกคราด้วยความคิดถึง แต่ทว่าหลินหลานฮัวกลับรีบเบือนหน้าหนี พร้อมอุ้มเอาเด็กชายตัวน้อยมาไว้ในอ้อมแขนและเอ่ยขึ้นมาว่า “คุณชายท่านจำคนผิดแล้ว ข้าต้องขอตัวก่อน และขอบคุณที่ท่านช่วยนำตัวบุตรชายของข้ากลับคืนมาส่ง”หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นเพียงเท่านั้นก็รีบเดินจากไปในทันทีซึ่งองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็มิได้มีท่าทีกระโตกกระตากแต่อย่างใด พระองค์ทรงสั่งให้คนเฝ้าจับตามองดูหลินหลานฮัวต่อไปอย่างเงียบๆ เพื่อที่จะได้ติดตามนางไปยังที่พักของนางได้ถูกด้านหลินหลานฮัวเองก็รีบเดินมาหาเสี่ยวเชี่ยนพร้อมสั่งให้เสี่ยวเชี่ยนเก็บข้าวของทุกอย่างกลับบ้านของนางไปในทันที แม้ว่าเสี

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจออีกครา 4

    “เจ้าตัวเล็กข้าสั้น ส่วนข้าตัวใหญ่ขายาวใช่หรือไม่?”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงกล่าวชวนคุย“ใช่แล้วขอรับ แต่นี่มันเกี่ยวอันใดกับการที่ข้าจะได้กลับไปหาท่านแม่ของข้าด้วยหรือขอรับ?” เด็กชายตัวน้อยเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย“ก็คนตัวเล็กขาสั้นก็ก้าวเดินได้ช้า ส่วนคนตัวใหญ่ขายาวก็ก้าวเดินได้ไว ข้าอุ้มเจ้าเอาไว้เช่นนี้ถือว่าเป็นการย่นระยะเวลาให้เจ้าได้เจอกับมารดาของเจ้าได้เร็วขึ้น มิดีหรอกหรือ?” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม เด็กชายตัวน้อยพลันคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยขึ้นมาว่า “ที่คุณชายกล่าวมานั้นถูกต้องแล้ว เช่นนั้นอานเอ๋อร์คงต้องรบกวนคุณชายแล้ว แต่อานเอ๋อร์มิได้รบกวนเปล่าหรอกนะขอรับ อานเอ๋อร์จะมอบของตอบแทนน้ำใจของคุณชายในครั้งนี้ด้วย เช่นไรก็ขอได้โปรดจงรับผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เอาไว้ด้วยเถอะนะขอรับ” เด็กชายพูดพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยที่หลินหลานฮัวเคยใช้ซับเลือดกำเดาขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเมื่อคราที่ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในตำหนักบุปผารักด้วยกัน ณ ช่วงเวลาหนึ่งออกไปมอบให้กับองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอย่างช้าๆ ซึ่งกลิ่นหอมอันคุ้นเคยที่แผ่ซ่านออกมาจากผ้าเช็ดหน

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจออีกครา 3

    ทุกครั้งที่หลินหลานฮัวมาวางขายสุราในตลาดแห่งนี้ ผ่านไปมินานเกินครึ่งชั่วยามนางก็มักจะขายได้หมดเสมอ แม้ความงามอันเฉิดฉายของนางจะเป็นอุปสรรคในการค้าขายในแต่ละครั้งเนื่องด้วยจะมีเหล่าบรรดาชายหนุ่มทั้งอ่อนวัยไปจนถึงคราวแก่และเหล่าคนธรรมดาไปจนถึงคุณชายและขุนนางระดับสูงหลายคนมาคอยแทะโลมหรือเกี้ยวพาราสี แต่หลินหลานฮัวก็ยังคงความสงบนิ่งสยบการกระทำอันไม่น่าดูชมของพวกเขาลงไปเสียได้ และเพราะความงามอันเป็นอุปสรรคในการออกมาพบปะพบเจอกับบุคคลภายนอกเอาเช่นนี้ จึงทำให้หลินหลานฮัวยอมก้าวขาออกจากบ้านมาทำการค้าขายเพียงแค่เดือนละครั้งเท่านั้นเองเพื่อเป็นการตัดปัญหาเมื่อจัดวางเรียงไหสุรามากมายลงบนโต๊ะเสร็จสิ้นแล้วหลินหลาฮัวก็พบว่าบุตรชายของนางยังมิกลับมาจากร้านของเล่นอีกทั้งเสี่ยวเชี่ยนเองก็ยังมิกลับมาอีกด้วย จึงอดที่จะร้อนใจขึ้นมาบ้างมิได้แล้วนางพยายามเขย่งปลายเท้าขึ้นกวาดสายตามองหาบุตรชายไปโดยรอบ พร้อมทั้งรอคอยการมาเยือนของเสี่ยวเชี่ยนอยู่อย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่ง“ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู” เสี่ยวเชี่ยนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงดีใจ พร้อมชูถุงเงินอันหนักอึ้งออกไปตรงหน้าของหลินหลานฮัว“เสี่ยวเชี่ยน

  • บุปผารัก มังกรร้าย   NC เหยียบย่ำทำลายใจ 1

    หลินหลานฮัวมาอยู่ที่วังต้องห้ามแห่งนี้ได้เป็นระยะเวลาสองเดือนเต็มแล้ว จนกระทั่งนางได้รับทราบข่าวมาว่าหลินปังหยวนได้ถูกปล่อยตัวออกมาจากคุกหลวงแล้ว และหลังจากนั้นทั้งหลินปังหยวน และหลินหลิวซวงก็ได้รับพระราชทานมงคลสมรสจากองค์ฮ่องเต้ต่อในใจของหลินหลานฮัวก็ได้แต่หวังเอาไว้ว่าองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   สั่งลงโทษองครักษ์ 1

    ช่วงแรกของการขึ้นครองราชย์ในรัชสมัยของพระองค์นี้ช่างมีเรื่องราวมากมาย และฎีกาที่กองสูงเป็นภูเขาเลากาให้ต้องสะสางมากมายนัก ภาระหน้าที่ของผู้เป็นดั่งโอรสสวรรค์นั้นมันมิง่ายเลย ในขณะที่องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงกำลังก้มพระพักตร์ลงอ่านบทกวีความรักของหนุ่มสาวคลายเครียดอยู่นั้น มู่กงกงก็รีบเดินแจ้น

  • บุปผารัก มังกรร้าย   นางกำนัลอุ่นเตียง

    เช้าวันนี้มิได้มีการประชุมเหล่าขุนนางตั้งแต่เมื่อยามเช้าตรู่ เพราะฉะนั้นแล้ว องค์ฮ่องเต้จึงมิได้ตื่นบรรทมขึ้นมาตั้งแต่เมื่อยามเช้าตรู่เช่นกัน เป็นช่วงสายยามซื่อ (เวลา 10.00น.) เลยทีเดียว พระองค์จึงทรงตื่นจากการบรรทมได้เพียงแต่นึกมิถึงเลยว่า หลังจากที่พระองค์ทรงแต่งพระวรกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว

  • บุปผารัก มังกรร้าย   อาการปวดศีรษะกำเริบ

    รัชศกไคเฉิงปีที่สาม แคว้นชวี่ สายลมยามค่ำคืนพัดมาทางหน้าต่าง ณ ตำหนักตงซางแผ่วเบา โคมไฟดวงน้อยลวดลายพระจันทร์สีนิลยามรัตติกาลเอนไหวไปมาตามสายลมเอื่อย แม้ค่ำคืนนี้อากาศจะเหน็บหนาวแต่ก็มิได้ทำให้บุรุษผู้ที่กำลังนั่งอยู่เหนือบัลลังก์มังกรต้องสะทกสะท้านแต่อย่างใด“ฝ่าบาท ค่ำคืนนี้อากาศช่างหนาวเย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status