Home / รักโบราณ / บุปผารัก มังกรร้าย / สั่งลงโทษคนสกุลหลิน1

Share

สั่งลงโทษคนสกุลหลิน1

last update publish date: 2026-02-28 19:07:37

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น  องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงตื่นบรรทมขึ้นมาด้วยความสดชื่น  เบิกบานพระราชหฤทัย  พระองค์ทรงเสด็จไปทอดพระเนตรดูการล่าสัตว์ของเหล่าบรรดาข้าราชบริพารตั้งแต่เมื่อช่วงเช้ายามเฉิน  (เวลา 07.00น.)  เลยทีเดียว  นอกจากนี้ยังทรงมีรับสั่งให้หลินปังหยวนออกล่าสัตว์คู่กันกับองค์หญิงเฟยฮุ่ยด้วย 

ส่วนองค์หญิงเฟยเฉินเอง  พระองค์ทรงรู้ดีว่าน้องสาวผู้นี้เป็นคนจิตใจอ่อนโยนจึงทรงมีรับสั่งให้นางวาดภาพ แต่งกลอน รอว่าที่คู่หมั้นของนางในกระโจมต่อไปได้

แม้ว่าพระองค์จะทรงรู้สึกมิชอบพอพระทัยอยู่หน่อยๆ ที่สังเกตพบว่าสีหน้าของหลินปังหยวนในครั้งนี้ดูมิสู้ดีนัก  แต่ก็เพียงเก็บความมิชอบพอใจนั้นเอาไว้ในใจก็เพียงแต่เท่านั้น  มิได้ปริปากตรัสถ้อยคำใดต่อไปอีก

หลังได้ยินเสียงการเป่าแตรเขาสัตว์ให้สัญญาณในการออก

ล่าสัตว์ในครั้งนี้  เหล่าบรรดาผู้เข้าร่วมการแข่งขันล่าสัตว์ต่างก็พากันฟาดแส้เข้าใส่ที่สะโพกของม้า  โผทะยานตัวไปข้างหน้าในทันทีเนื่องจากผู้ที่ล่าสัตว์ได้มากที่สุดจะได้รับพระราชทานรางวัลจาก

องค์ฮ่องเต้ด้วย

แต่ทว่าเมื่อคล้อยหลังของผู้คนที่จะเข้าร่วมแข่งขันการ

ล่าสัตว์ในครั้งนี้ไปแล้ว  องค์หญิงเฟยฮุ่ยที่ไม่ได้จริงจังอะไร นางกลับกล้าเอ่ยปากกล่าวคำขอที่จะไม่เข้าร่วมพิธีล่าสัตว์ด้วยซ้ำไป เพราะเอาเวลาไปตรวจรักษาโรคให้กับชาวบ้านระแวกนี้เป็นการทำประโยชน์ได้มากกว่า ชาวบ้านเองก็มีความปรีติยินดีที่มีคนในราชวงศ์ไม่คิดดูดายประชาชนตาดำๆ ทั้งยังลดตัวลงมาตรวจรักษาอาการด้วยตัวเอง ดังนั้นชื่อเสียงขององค์หญิงเฟยฮุ่ย จึงกลายเป็นที่เลื่องลือถึงคุณงามความดีตลอดหลายปีที่ผ่านมา

          “ครั้งนี้เจ้าต้องเข้าไปล่าสัตว์กับหลินปังหยวน”

          กระแสรับสั่งของเสด็จพี่ฮ่องเต้ไม่ได้ต่างจากที่นางคาดการณ์เอาไว้นัก ทรงยัดเยียดน้องสาวตัวเองให้กับชายที่ไม่ได้มีใจให้นางแม้แต่น้อยอยู่ร่ำไป ซึ่งดูเหมือนว่าหลินปังหยวนเองก็คิดตรงกัน

แต่แรกเขาก็ไม่ชอบเข้าไปในป่าเขาลำเนาไพรให้ลำบากอยู่แล้ว ครั้งนี้ยังต้องไปกับองค์หญิงเฟยฮุ่ยที่มีนิสัยเอาแน่เอานอนไม่ได้อีกอย่างนั้น

หรือ

          “เพคะเสด็จพี่ เพียงแต่หม่อมฉันไม่ถนัดเรื่องการล่าสัตว์นัก จึงคิดจะทำเหมือนเช่นทุกครั้งที่มา ลงไปตรวจวินิจฉัยอาการป่วยของชาวบ้านในละแวกนี้ พระองค์โปรดทรงอนุญาตหม่อมฉันได้หรือไม่

เพคะ”

          ไม่ถนัดเรื่องการล่าสัตว์? อย่างนางเนี่ยนะไม่ถนัด ทั้ง ๆ ที่ปกติก็มักหิ้วเสือหรือหมีกลับมาสักตัวตลอด ฮ่องเต้ถึงกับคิ้วกระตุก ทว่าเมื่อหันไปมองหลินปังหยวน ก็พบว่าบุรุษผู้นี้ดูไม่ใคร่ยินดีเท่าใดนัก ที่ต้องร่วมทำกิจกรรมต่างๆ กับน้องสาวของพระองค์

          “เช่นนั้นก็ให้หลินปังหยวนไปกับเจ้าด้วย”

          “น้อมรับพระบัญชาเพคะ”

          หลังจากได้รับคำสั่งนางก็ออกจากกระโจมของฮ่องเต้ไปโดยไม่พูดอะไร ซึ่งหลินปังหยวนถูกเรียกรั้งไว้ ไม่รู้ว่าเสด็จพี่ฮ่องเต้มีสิ่งใดที่อยากพูดคุยกับเขา แต่ก็คงไม่พ้นเรื่องของนางเป็นแน่

          หลังสั่งการอันใดบางอย่างกับหลินปังหยวนเสร็จ  องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็ทรงทอดพระเนตรตามแผ่นหลังขององค์หญิงเฟยฮุ่ยและหลินปังหยวนไปด้วยความรู้สึกมีลางสังหรณ์ใจอันใดแปลกๆ

ซึ่งพระองค์ก็ทรงบอกมิได้เหมือนกันว่าลางสังหรณ์นั้นมันคืออันใดกันแน่

จวบจนพลบค่ำตะวันใกล้จะตกดิน  เหล่าบรรดาผู้เข้าร่วม

ล่าสัตว์ในครั้งนี้ต่างพากันกลับมาจนหมดสิ้นแล้ว  แต่พระองค์กลับมิพบเจอแม้แต่เงาขององค์หญิงเฟยฮุ่ยเลยแม้แต่น้อย  อีกทั้งยังได้รับทราบข่าวมาอีกด้วยว่าองค์หญิงเฟยเฉินได้หายตัวไปจากในกระโจมที่พักด้วยอีกคน  องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงจึงทรงมีรับสั่งให้ระดมพลค้นหาองค์หญิงทั้งสองในทันใด 

หลังจากทราบข่าวมาว่าการค้นหาได้กินเวลาผ่านไปได้หลายชั่วยามแล้วแต่ก็กลับมิพบเจอแม้แต่เพียงเงาขององค์หญิงทั้งสอง  องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงที่เฝ้ารอน้องสาวทั้งสองพระองค์ในกระโจม

ที่พัก  ก็มิอาจฝืนทนสภาพร่างกายและจิตใจอันตึงเครียดได้อีกต่อไป  พระองค์ทรงกระอักเลือดออกมาคำโตพร้อมรู้สึกเจ็บปวดไปทั่ว

ก้อนเนื้อของหัวใจถึงขนาดพ่นหยาดเลือดสดๆ ออกมาเต็มไปหมด  และทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น

“ฝ่าบาทเพคะ  ฝ่าบาท  หมอหลวง  หมอหลวงอยู่ที่ใด

รีบเข้ามาดูอาการของฝ่าบาทที”

เสียงกรีดร้องของเหล่าบรรดาพระสนมดังก้องไปทั่วกระโจมที่ประทับ  ทำเอาหมอหลวงถึงสี่คนรีบมุ่งหน้าเข้ามาในกระโจมทันที  แต่ทว่าพวกเขาเหล่านั้นกับถูกองค์ฮ่องเต้ซัดพลังวัตรเข้าใส่จนล้มกองกันระเนระนาดอยู่หน้ากระโจมที่พักด้วยสภาพเอน็จอนาจเป็นอย่าง

ยิ่ง

“หลินปังหยวน หลินปังหยวนอยู่ ณ ที่ใด?” 

น้ำเสียงดุดันพิโรธราวสายฟ้าฟาดดังก้องไปทั่วบริเวณนั้น

มู่กงกงที่ออกไปสืบหาข่าวคราวขององค์หญิงทั้งสองพระองค์ที่กลับเข้ามาพอดี  เมื่อเห็นสภาพนายเหนือหัวของตนเช่นนั้นแล้ว  ก็เดินแกมวิ่งเข้ามาหวังจะช่วยประคององค์ฮ่องเต้ในทันใด

แต่ทว่าในยามนี้ผู้ใดก็มิสามารถเข้าหน้าโอรสสวรรค์ได้ติดแล้ว  เพราะพระองค์ทรงรู้สึกสะเทือนใจจนดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับจะคั้นหยาดเลือดออกมาจากในดวงตาทั้งสองข้างได้แล้วกระมัง

“กราบทูลฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ  กระหม่อมทราบมาว่า  ขณะนี้เหล่าบรรดาข้ารับใช้ที่ติดตามองค์หญิงเฟยฮุ่ยออกไปรักษาชาวบ้านด้านนอกนั้นถูกวางยานอนหลับจนป่านนี้ยังสลบไสลมิได้สติเลย

พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท  ส่วนไต้เท้าหลินปังหยวนเองกระหม่อมทราบมาว่าเขามีไข้ขึ้นสูงในวันนี้องค์หญิงจึงมิได้ให้เขาติดตามออกไปล่าสัตว์ด้วย จนตอนนี้เขายังนอนซมเพราะพิษไข้  ยังมิฟื้นเลยพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

มู่กงกงกล่าวรายงานน้ำเสียงสั่นไหวด้วยนึกสงสารองค์ฮ่องเต้ขึ้นมาจับใจนัก

“ไปนำตัวข้ารับใช้ขององค์หญิงเฟยฮุ่ยและหลินปังหยวน

มาบั่ดเดี๋ยวนี้  ข้าให้เวลาอีกมิเกินครึ่งชั่วยามพวกเจ้าจะทำเช่นไรก็ได้ให้พวกเขาฟื้น  แล้วข้าจะทำการสอบสวนและสั่งลงโทษพวกเขาอย่างหนักเลยทีเดียว”

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงรับสั่งออกมาน้ำเสียงหนักแน่นก่อนพระองค์จะทรงยืนโงนเงนตัวไปมาและสลบไปในทันทีดีที่เหล่าองครักษ์เงาข้างกายสามารถมารองรับร่างของพระองค์ได้ทัน  หาไม่แล้วมิว่าพวกเขาจะมีกี่หัวก็มิพอชดใช้หากถวายการรับใช้ต่อองค์ฮ่องเต้ได้มิดีพอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บุปผารัก มังกรร้าย   NC ฮองเฮาของข้า (จบบริบูรณ์)

    เสียงจุมพิตอันดุเดือดแต่ก็เจือไปด้วยความอ่อนหวานเว้าวอนมากเกินไปกว่าสิบส่วนด้วยกันนั้น ทำเอาร่างเล็กของหลินหลานฮัวรู้สึกราวกับว่านางได้ล่องลอยไปมาอยู่บนอากาศริมฝีปากหยักเนียนนุ่มของบุรุษผู้ที่ทำการจูบไล้ปลอบประโลมนางอยู่นี้ก็ทำเอาหลินหลานฮัวถึงกับสะท้านไหวช่อบุปผารักของนางถูกปลายลิ้นตวัดปัดป่ายไปมาด้วยลีลาอันช่ำชองและร้ายเหลือจนหยาดน้ำรักของนางได้แตกกระจายออกมาคราแล้วคราเล่าอยู่มิหยุดจวบจนกระทั่งร่างเล็กได้รับการเติมเต็มเข้าไปอย่างช้าๆ หลินหลานฮัวก็พลันรู้สึกตัวขึ้นมาเล็กน้อย จนแทบจะสร่างเมาไปได้เลยทีเดียว“อ๊ะ” หลินหลานฮัวอุทานขึ้นด้วยความตกใจพร้อมทั้งกำลังจะเปล่งเสียงร้องกรี๊ดออกมาในตอนท้าย แต่ทว่านางกลับถูกองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงผู้นี้ก้มใบหน้าลงมาจุมพิตดูดซับเสียงร้องของนางเอาไว้ หลินหลานฮัวจึงทำได้เพียงส่งเสียงอึกอักอยู่ในลำคอได้เพียงเท่านั้น“ฝ่าบาทเหตุใดกันจึงทรงทำเช่นนี้ หม่อมฉันรังเกียจฝ่าบาทมากแล้วจริงๆ คนใจกล้าหน้าด้าน หน้ามิอายนัก” หลินหลานฮัวอดที่จะก่นด่าองค์ฮ่องเต้ผู้นี้ออกมาด้วยความหัวเสียมิได้แล้ว มาถึงซินซิ่วได้มิทันไรเขาก็แอบลอบมาจับกินนางอีกคราแล้ว

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 3

    เพี๊ยะ เสียงของฝ่ามือที่ฟาดกระทบเข้ากับใบหน้าได้ดังขึ้นองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงจึงหยุดการกระทำนั้นลงได้“เจ้าตบข้ามาอีกสิอาฮัว หากตบข้าแล้ว มันทำให้เจ้ารู้สึกสบายใจมากขึ้น เจ้าก็ตบข้ามาได้อีกเลย”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงกล่าวคำท้า ซึ่งหลินหลานฮัวเองก็ได้ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ใบหน้าอันหล่อเหลาขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทั้งซ้ายและขวานับได้เป็นสิบครั้งเลยทีเดียว จนฝ่ามือเล็กของนางบวมแดงและมีหยาดเลือดที่ไหลซึมออกมาตรงมุมปากขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงติดมาด้วย“เจ็บมากหรือไม่ฮัวฮัวของข้า ฝ่ามือเจ้าแดงไปหมดแล้วเห็นหรือไม่นั่น หากเจ้าอยากทำร้ายตบตีข้า มิเห็นต้องน่าลงมือลงแรงเอาเช่นนี้เลย เพียงเจ้าสั่งข้ามาคำเดียว ข้าก็ยินยอมพร้อมใจที่จะตบหน้าตัวเองให้กับเจ้าแล้ว หรือหากเจ้าอยากโบยข้าเพียงสั่งข้ามาคำเดียว ข้าก็พร้อมให้เหล่าองครักษ์ที่ติดตามข้ามาด้วยนั้นโบยข้าแทนเจ้าแล้ว”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงว่าพลางจับมือเล็กของหลินหลานฮัวขึ้นมาเป่าลมเข้าไปที่ฝ่ามือเล็กนั้นแผ่วเบา“โบยหรือ เช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน อยากจะรู้นักว่าองค์ฮ่องเต้แห่งแคว้นชวี่มีความแข็งแรงมากมายเพียงใด จะอดทนต่อการ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 2

    “แต่เจ้าจะปล่อยให้อานเอ๋อร์ของเราขาดพ่อไปมิได้นะอาฮัว ชีวิตของเขาต้องมีพ่ออยู่ด้วย จึงจะถือได้ว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางจ้องมองไปที่ใบหน้างามของหลินหลานฮัวด้วยความคิดถึง มิพบเจอกันไปเพียงสามปีแต่นางกลับดูสวยสดงามสะพรั่งมากกว่าเมื่อคราที่ใช้ชีวิตอยู่กับพระองค์ในวังต้องห้ามเสียอีก อีกทั้งกลิ่นกายอันหอมกรุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างเล็กนี้ทำให้องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงเกิดอาการคลั่งไคล้นางขึ้นมาจนอยากจะจับร่างเล็กนี่กลืนกินลงไปจนหมดทั้งตัวอีกคราแล้ว“อานเอ๋อร์อยู่กับหม่อมฉันมาสามปีเต็ม เขามิเคยถามถึงบิดาเลยสักครั้ง แล้วจะบอกว่าเขาต้องการบิดาได้อย่างไร ฝ่าบาททรงสนทนาอยู่ที่บ้านของหม่อมฉันนานแล้วทรงเสด็จกลับไปเถิดเพคะ เวลานี้เป็นเวลาพักผ่อนของหม่อมฉันกับลูก ขอฝ่าบาทได้โปรดอย่ามากวนใจพวกเราอีกต่อไปเลย” หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงหลังได้ยินภรรยารักกล่าวออกมาดังนั้น จึงได้นั่งคุกเข่าลงตรงหน้าของสาวงามพร้อมเอ่ยขึ้นมาว่า“ฮัวฮัว ที่ผ่านมา สามีได้กระทำผิดต่อเจ้ามากมายนักแต่สามีสำนึกผิดได้มาตั้งเนิ่นนานแล้ว

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 1

    “นี่ปล่อยนะคุณชาย ท่านทำอะไรท่านแม่ของข้า ท่านมากัดปากท่านแม่ของข้าทำไม?” เด็กชายตัวน้อยพูดขึ้นด้วยความโกรธขึ้งถึงขั้นใช้กำปั้นเล็กๆ ของเขาทุบตีเข้าไปที่ไหล่ขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอีกคราด้วยนึกห่วงใยมารดาของตนขึ้นมาจับใจนัก“ฮัวฮัว ในที่สุดข้าก็ตามหาเจ้าจนเจอ แล้วนี่ลูกชายของพวกเราใช่หรือไม่ เหตุใดเขาจึงได้มีหน้าตาเหมือนกันกับข้าราวกับแกะเอาเช่นนี้”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางจะก้มใบหน้าลงมามอบจุมพิตให้กับหลินหลานฮัวอีกคราด้วยความคิดถึง แต่ทว่าหลินหลานฮัวกลับรีบเบือนหน้าหนี พร้อมอุ้มเอาเด็กชายตัวน้อยมาไว้ในอ้อมแขนและเอ่ยขึ้นมาว่า “คุณชายท่านจำคนผิดแล้ว ข้าต้องขอตัวก่อน และขอบคุณที่ท่านช่วยนำตัวบุตรชายของข้ากลับคืนมาส่ง”หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นเพียงเท่านั้นก็รีบเดินจากไปในทันทีซึ่งองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็มิได้มีท่าทีกระโตกกระตากแต่อย่างใด พระองค์ทรงสั่งให้คนเฝ้าจับตามองดูหลินหลานฮัวต่อไปอย่างเงียบๆ เพื่อที่จะได้ติดตามนางไปยังที่พักของนางได้ถูกด้านหลินหลานฮัวเองก็รีบเดินมาหาเสี่ยวเชี่ยนพร้อมสั่งให้เสี่ยวเชี่ยนเก็บข้าวของทุกอย่างกลับบ้านของนางไปในทันที แม้ว่าเสี

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจออีกครา 4

    “เจ้าตัวเล็กข้าสั้น ส่วนข้าตัวใหญ่ขายาวใช่หรือไม่?”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงกล่าวชวนคุย“ใช่แล้วขอรับ แต่นี่มันเกี่ยวอันใดกับการที่ข้าจะได้กลับไปหาท่านแม่ของข้าด้วยหรือขอรับ?” เด็กชายตัวน้อยเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย“ก็คนตัวเล็กขาสั้นก็ก้าวเดินได้ช้า ส่วนคนตัวใหญ่ขายาวก็ก้าวเดินได้ไว ข้าอุ้มเจ้าเอาไว้เช่นนี้ถือว่าเป็นการย่นระยะเวลาให้เจ้าได้เจอกับมารดาของเจ้าได้เร็วขึ้น มิดีหรอกหรือ?” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม เด็กชายตัวน้อยพลันคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยขึ้นมาว่า “ที่คุณชายกล่าวมานั้นถูกต้องแล้ว เช่นนั้นอานเอ๋อร์คงต้องรบกวนคุณชายแล้ว แต่อานเอ๋อร์มิได้รบกวนเปล่าหรอกนะขอรับ อานเอ๋อร์จะมอบของตอบแทนน้ำใจของคุณชายในครั้งนี้ด้วย เช่นไรก็ขอได้โปรดจงรับผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เอาไว้ด้วยเถอะนะขอรับ” เด็กชายพูดพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยที่หลินหลานฮัวเคยใช้ซับเลือดกำเดาขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเมื่อคราที่ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในตำหนักบุปผารักด้วยกัน ณ ช่วงเวลาหนึ่งออกไปมอบให้กับองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอย่างช้าๆ ซึ่งกลิ่นหอมอันคุ้นเคยที่แผ่ซ่านออกมาจากผ้าเช็ดหน

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจออีกครา 3

    ทุกครั้งที่หลินหลานฮัวมาวางขายสุราในตลาดแห่งนี้ ผ่านไปมินานเกินครึ่งชั่วยามนางก็มักจะขายได้หมดเสมอ แม้ความงามอันเฉิดฉายของนางจะเป็นอุปสรรคในการค้าขายในแต่ละครั้งเนื่องด้วยจะมีเหล่าบรรดาชายหนุ่มทั้งอ่อนวัยไปจนถึงคราวแก่และเหล่าคนธรรมดาไปจนถึงคุณชายและขุนนางระดับสูงหลายคนมาคอยแทะโลมหรือเกี้ยวพาราสี แต่หลินหลานฮัวก็ยังคงความสงบนิ่งสยบการกระทำอันไม่น่าดูชมของพวกเขาลงไปเสียได้ และเพราะความงามอันเป็นอุปสรรคในการออกมาพบปะพบเจอกับบุคคลภายนอกเอาเช่นนี้ จึงทำให้หลินหลานฮัวยอมก้าวขาออกจากบ้านมาทำการค้าขายเพียงแค่เดือนละครั้งเท่านั้นเองเพื่อเป็นการตัดปัญหาเมื่อจัดวางเรียงไหสุรามากมายลงบนโต๊ะเสร็จสิ้นแล้วหลินหลาฮัวก็พบว่าบุตรชายของนางยังมิกลับมาจากร้านของเล่นอีกทั้งเสี่ยวเชี่ยนเองก็ยังมิกลับมาอีกด้วย จึงอดที่จะร้อนใจขึ้นมาบ้างมิได้แล้วนางพยายามเขย่งปลายเท้าขึ้นกวาดสายตามองหาบุตรชายไปโดยรอบ พร้อมทั้งรอคอยการมาเยือนของเสี่ยวเชี่ยนอยู่อย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่ง“ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู” เสี่ยวเชี่ยนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงดีใจ พร้อมชูถุงเงินอันหนักอึ้งออกไปตรงหน้าของหลินหลานฮัว“เสี่ยวเชี่ยน

  • บุปผารัก มังกรร้าย   มิอนุญาตให้ตั้งครรภ์

    องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิง ทรงเป็นผู้ที่เปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลังอย่างแท้จริง เมื่อคราแรกเริ่มของการร่วมรัก พระองค์จะทรงนอนนิ่งให้เหล่าสนมได้ปรนนิบัติโดยการควบขี่ขย่มลงบนเรือนกายของพระองค์จนพวกนางแทบจะสิ้นเรี่ยวแรงกันไปแทบจะทั้งสามคนไปก็แล้วแต่ แต่กับคังหยุนหลีที่นางพึ่งจะเข้ามาถวายการรับใช้ปรนน

  • บุปผารัก มังกรร้าย   หน้าที่ ที่มิอาจปฏิเสธ 2

    "ฝ่าบาท"เป็นเสียงของมู่กงกงที่เอ่ยเรียกขึ้นน้ำเสียงอ่อนโยน"วันๆ ก็ดีแต่ส่งเสียงเรียกอยู่ได้ทั้งวัน น่ารำคาญสิ้นดี"องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงมิสบพระทัย"ฝ่าบาททรงแช่พระวรกายมาเนิ่นนานนักแล้ว กระหม่อมเกรงว่าฝ่าบาทอาจจะทรงเป็นหวัดได้นะพ่ะย่ะค่ะ"มู่กงกงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโย

  • บุปผารัก มังกรร้าย   หน้าที่ ที่มิอาจปฏิเสธ 1

    แต่ดูจากท่าทีแล้วองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิง คงจะมิได้มีเรื่องใดให้ชวนผ่อนคลายสบายใจได้เลยแม้แต่เพียงนิด หลังจากทรงสั่งลงโทษองครักษ์กั๋วโม่โฉวเสร็จ และเสด็จกลับมาถึงตำหนักตงชางของพระองค์แล้ว ก็ทรงพบว่ามู่กงกงกำลังยืนรอคอยการกลับมาของตนอยู่ด้วยสีหน้าที่กระอักกระอ่วนใจพิกลนัก“เจ้ามีอะไรจะพูด ก็พูดม

  • บุปผารัก มังกรร้าย   สั่งลงโทษองครักษ์ 2

    องค์หญิงเฟยฮุ่ยมองค้อนพี่ชายของตัวเอง แล้วรีบลุกจากเตียงโดยไม่คิดจะล้างหน้า เปลี่ยนชุด หรือแม้แต่จัดแต่งทรงผมให้ดูดี นางใช้วิชาตัวเบาทะยานไปยังลานขี่ม้าทันที ก็เห็นกั๋วโม่โฉวที่สวมเพียงกางเกงสีดำนั่งคุกเข่าด้วยท่วงท่าสง่างาม ไม่อนาทรต่อลมหรือเกร็ดหิมะแม้แต่น้อย เขาต้องหนาวมากเป็นแน่ “ลุ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status