Home / รักโบราณ / บุปผารัก มังกรร้าย / เทศกาลล่าสัตว์มาเยือน1

Share

เทศกาลล่าสัตว์มาเยือน1

last update Petsa ng paglalathala: 2026-02-28 19:06:08

งานพระราชพิธีล่าสัตว์ในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในรัชศก

ไคเฉิงปีที่ 3 เนื่องจากต้องผ่านการไว้ทุกข์ให้แก่ฮ่องเต้พระองค์เดิมที่เสด็จสวรรคตไป จึงขาดการจัดงานมา 3 ปีแล้ว ดังนั้นขบวนเดินทางจึงยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อให้สมกับพระเกียรติของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน

เช้าวันรุ่งขึ้นในวันที่อากาศเย็นสบายเนื่องด้วยเป็นช่วง

วสันตฤดู  ขบวนเสด็จขององค์ฮ่องเต้ก็ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่รายล้อมไปด้วยขบวนของเหล่าบรรดาขุนนางและเหล่าข้าราชบริพารเองก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่ง  ส่งเสริมให้ขบวนขององค์ฮ่องเต้ในการเสด็จออกไปเข้าร่วมเทศกาลล่าสัตว์ในครั้งนี้ดึงดูดสายตาของผู้คนไปมิน้อยเลยทีเดียว

เหล่าราชวงศ์และขุนนางขั้นสูงทั้งหลายเดินทางตามขบวนเสด็จไปยังทิศเหนือ ที่นั่นมีป่าเขาอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การพักผ่อนจากราชกิจบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะมีการแข่งขันล่าสัตว์กันเป็นเวลา 2 วัน

เหล่าบรรดาพระสนมทั้งสามเองต่างก็ได้รับอนุญาตให้ติดตามเสด็จไปกับองค์ฮ่องเต้ด้วยรถม้าคันเดียวกัน  พวกนางในยามนี้จึงได้พากันช่วยนวดพระวรกายขององค์ฮ่องเต้เพื่อที่พระองค์จะได้ทรงรู้สึกผ่อนคลายในการเดินทางครั้งนี้

อีกทั้งเสียงร้องครวญครางที่เล็ดลอดออกมานั้นก็เป็นตัวบ่งชี้ได้เป็นอย่างดีว่าองค์ฮ่องเต้ทรงรู้สึกเกษมสำราญในการเสด็จประพาสครั้งนี้มากมายเพียงใด

กว่าจะเดินทางไปถึงยังสถานที่ล่าสัตว์  เหล่าบรรดาพระสนมต่างก็รู้สึกอิ่มเอมกันไปมากแล้ว  แต่เสียดายยิ่งที่พวกนางมิอาจจะตั้งครรภ์มังกรได้ในยามนี้  เพราะกฎย่อมต้องเป็นกฎ  มู่กงกงจึงได้เข้ามามอบน้ำแกงห้ามการตั้งครรภ์ให้กับเหล่าบรรดาพระสนมได้ดื่มทันทีหลังองค์ฮ่องเต้ทรงเสร็จกิจไปในแต่ละครั้ง

ดวงตะวันคล้อยต่ำลงทางเส้นปลายขอบฟ้า  ขบวนการ

ล่าสัตว์ครั้งนี้ก็ได้มาถึงยังสถานที่จัดการประลองล่าสัตว์กันเสียที

การก่อตั้งกระโจมเป็นไปด้วยความรวดเร็ว  หลังจากจัดตั้งกระโจมและหุงหาจัดเตรียมอาหารเอาไว้เรียบร้อยแล้ว  องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็ทรงเสด็จมากล่าวคำเปิดงาน  พร้อมประกาศเรื่องการจัดงานแต่งงานระหว่างองค์หญิงเฟยฮุ่ยและหลินปังหยวนต่อหน้าการรวมตัวของเหล่าบรรดาข้าราชบริพารและเหล่าขุนนาง  ด้วยสีหน้าอันแสนจะเบิกบาน  หลังจากนั้นจึงได้ประกาศเรื่องการหมั้นหมายขององค์หญิงเฟยเฉินกับชุยจ้าวสิงต่อไปด้วยความสำราญพระราชหฤทัย

เสียงแซ่ซ้องแสดงความยินดีต่อองค์หญิงและต่อว่าที่

พระชามาดา (น้องเขย) ทั้งสองขององค์ฮ่องเต้ดังก้องไปทั่วกระโจม

ที่พัก

หลังองค์ฮ่องเต้หวัยงเจี้ยนเฉิงทรงยกพระหัตถ์ขึ้นเป็นสัญญาณ ทุกคนจึงพากันเงียบเสียงลงไปได้

ขบวนการแสดงต่างๆ ได้เรียงแถวกันออกมาแสดงต่อหน้าเบื้องพระพักตร์พร้อมการนั่งจิบสุราและกินอาหารเลิศรสไปด้วย

ชมการแสดงไปด้วยอย่างออกรสชาติ

ค่ำคืนนี้องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงรู้สึกสบายพระทัยมากเป็นพิเศษที่ได้ป่าวประกาศเรื่องการแต่งงานและการหมั้นหมายขององค์หญิงทั้งสองพระองค์ไปแล้ว  ทั้งที่พระองค์มิทรงโปรดปรานเรื่องการดื่มสุราเพราะเกรงว่าจะเสียภาพพจน์องค์ฮ่องเต้ผู้แสนจะปรีชาไปได้  แต่ด้วยความรู้สึกยินดีปรีดามากเกินขนาดในวันนี้  พระองค์จึงได้อนุญาตให้ตนเองดื่มสุราหมดไปหลายกาเลยทีเดียว 

หลังจากนั้นจึงกล่าวเชื้อเชิญให้ทุกคนดื่มกินกันต่อไปได้ตาม

อัธยาศัย  ส่วนพระองค์ถูกเหล่าบรรดาพระสนมพากันประคองกลับไปพักในกระโจมเรียบร้อยแล้ว

แต่ทว่าเสียงกระแทกกระทั้นอันดุเดือด  และเสียงร้องอันวาบหวิวราวกับสัตว์ป่าโดนทำร้ายที่เปล่งออกมาจากปากน้องชายของพระองค์  จนถึงขนาดเล็ดลอดออกมาจากข้างในกระโจมของจวิ้นอ๋องนั้นกลับขัดจังหวะการได้รับการปรนนิบัติจากเหล่าบรรดาพระสนมของพระองค์นัก

นอกจากนี้พวกนางยังพากันก้มหน้าลงน้อยๆ และอมยิ้มเอียงอายเก้อเขินพร้อมมีใบหน้าแดงจัดซับสีขึ้นมาด้วยเช่นเดียวกัน

น้องชายคนนี้ก็ช่างกระไรนัก  หลังจากแต่งตั้งให้เป็นทูตก็เที่ยวตะลอนไปทั่ว  จนพระองค์แทบจะมิเห็นหน้าค่าเลยสักนิด  ดีที่วันนี้มีการจัดงานเทศกาลล่าสัตว์ขึ้น  พระองค์จึงทรงทอดพระเนตรเห็นว่าจวิ้นอ๋องหวังเยี่ยนเฉินผู้นี้ได้หนีบเอาดรุณีน้อยรูปงามผู้หนึ่งติดมาด้วย  แต่เสียงร้องอันวาบหวิวนี่ช่างดังรบกวนผู้อื่นไปมากนักแล้วหรือไม่  ขนาดกระโจมของพระองค์ตั้งห่างจากกระโจมของจวิ้นอ๋องไปตั้งหลายจั้งยังได้ยินเสียงชัดเจนมากถึงเพียงนี้  แล้วกระโจมของผู้อื่นเล่าจะสามารถหลับนอนกันได้อย่างไร  มิได้การแล้วถึงอย่างไรพระองค์ผู้เป็นถึงโอรสสวรรค์คงต้องไปว่ากล่าวตักเตือนน้องชายตัวดีคนนี้บ้างเสียแล้ว

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • บุปผารัก มังกรร้าย   NC ฮองเฮาของข้า (จบบริบูรณ์)

    เสียงจุมพิตอันดุเดือดแต่ก็เจือไปด้วยความอ่อนหวานเว้าวอนมากเกินไปกว่าสิบส่วนด้วยกันนั้น ทำเอาร่างเล็กของหลินหลานฮัวรู้สึกราวกับว่านางได้ล่องลอยไปมาอยู่บนอากาศริมฝีปากหยักเนียนนุ่มของบุรุษผู้ที่ทำการจูบไล้ปลอบประโลมนางอยู่นี้ก็ทำเอาหลินหลานฮัวถึงกับสะท้านไหวช่อบุปผารักของนางถูกปลายลิ้นตวัดปัดป่ายไปมาด้วยลีลาอันช่ำชองและร้ายเหลือจนหยาดน้ำรักของนางได้แตกกระจายออกมาคราแล้วคราเล่าอยู่มิหยุดจวบจนกระทั่งร่างเล็กได้รับการเติมเต็มเข้าไปอย่างช้าๆ หลินหลานฮัวก็พลันรู้สึกตัวขึ้นมาเล็กน้อย จนแทบจะสร่างเมาไปได้เลยทีเดียว“อ๊ะ” หลินหลานฮัวอุทานขึ้นด้วยความตกใจพร้อมทั้งกำลังจะเปล่งเสียงร้องกรี๊ดออกมาในตอนท้าย แต่ทว่านางกลับถูกองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงผู้นี้ก้มใบหน้าลงมาจุมพิตดูดซับเสียงร้องของนางเอาไว้ หลินหลานฮัวจึงทำได้เพียงส่งเสียงอึกอักอยู่ในลำคอได้เพียงเท่านั้น“ฝ่าบาทเหตุใดกันจึงทรงทำเช่นนี้ หม่อมฉันรังเกียจฝ่าบาทมากแล้วจริงๆ คนใจกล้าหน้าด้าน หน้ามิอายนัก” หลินหลานฮัวอดที่จะก่นด่าองค์ฮ่องเต้ผู้นี้ออกมาด้วยความหัวเสียมิได้แล้ว มาถึงซินซิ่วได้มิทันไรเขาก็แอบลอบมาจับกินนางอีกคราแล้ว

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 3

    เพี๊ยะ เสียงของฝ่ามือที่ฟาดกระทบเข้ากับใบหน้าได้ดังขึ้นองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงจึงหยุดการกระทำนั้นลงได้“เจ้าตบข้ามาอีกสิอาฮัว หากตบข้าแล้ว มันทำให้เจ้ารู้สึกสบายใจมากขึ้น เจ้าก็ตบข้ามาได้อีกเลย”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงกล่าวคำท้า ซึ่งหลินหลานฮัวเองก็ได้ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ใบหน้าอันหล่อเหลาขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทั้งซ้ายและขวานับได้เป็นสิบครั้งเลยทีเดียว จนฝ่ามือเล็กของนางบวมแดงและมีหยาดเลือดที่ไหลซึมออกมาตรงมุมปากขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงติดมาด้วย“เจ็บมากหรือไม่ฮัวฮัวของข้า ฝ่ามือเจ้าแดงไปหมดแล้วเห็นหรือไม่นั่น หากเจ้าอยากทำร้ายตบตีข้า มิเห็นต้องน่าลงมือลงแรงเอาเช่นนี้เลย เพียงเจ้าสั่งข้ามาคำเดียว ข้าก็ยินยอมพร้อมใจที่จะตบหน้าตัวเองให้กับเจ้าแล้ว หรือหากเจ้าอยากโบยข้าเพียงสั่งข้ามาคำเดียว ข้าก็พร้อมให้เหล่าองครักษ์ที่ติดตามข้ามาด้วยนั้นโบยข้าแทนเจ้าแล้ว”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงว่าพลางจับมือเล็กของหลินหลานฮัวขึ้นมาเป่าลมเข้าไปที่ฝ่ามือเล็กนั้นแผ่วเบา“โบยหรือ เช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน อยากจะรู้นักว่าองค์ฮ่องเต้แห่งแคว้นชวี่มีความแข็งแรงมากมายเพียงใด จะอดทนต่อการ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 2

    “แต่เจ้าจะปล่อยให้อานเอ๋อร์ของเราขาดพ่อไปมิได้นะอาฮัว ชีวิตของเขาต้องมีพ่ออยู่ด้วย จึงจะถือได้ว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางจ้องมองไปที่ใบหน้างามของหลินหลานฮัวด้วยความคิดถึง มิพบเจอกันไปเพียงสามปีแต่นางกลับดูสวยสดงามสะพรั่งมากกว่าเมื่อคราที่ใช้ชีวิตอยู่กับพระองค์ในวังต้องห้ามเสียอีก อีกทั้งกลิ่นกายอันหอมกรุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างเล็กนี้ทำให้องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงเกิดอาการคลั่งไคล้นางขึ้นมาจนอยากจะจับร่างเล็กนี่กลืนกินลงไปจนหมดทั้งตัวอีกคราแล้ว“อานเอ๋อร์อยู่กับหม่อมฉันมาสามปีเต็ม เขามิเคยถามถึงบิดาเลยสักครั้ง แล้วจะบอกว่าเขาต้องการบิดาได้อย่างไร ฝ่าบาททรงสนทนาอยู่ที่บ้านของหม่อมฉันนานแล้วทรงเสด็จกลับไปเถิดเพคะ เวลานี้เป็นเวลาพักผ่อนของหม่อมฉันกับลูก ขอฝ่าบาทได้โปรดอย่ามากวนใจพวกเราอีกต่อไปเลย” หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงหลังได้ยินภรรยารักกล่าวออกมาดังนั้น จึงได้นั่งคุกเข่าลงตรงหน้าของสาวงามพร้อมเอ่ยขึ้นมาว่า“ฮัวฮัว ที่ผ่านมา สามีได้กระทำผิดต่อเจ้ามากมายนักแต่สามีสำนึกผิดได้มาตั้งเนิ่นนานแล้ว

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 1

    “นี่ปล่อยนะคุณชาย ท่านทำอะไรท่านแม่ของข้า ท่านมากัดปากท่านแม่ของข้าทำไม?” เด็กชายตัวน้อยพูดขึ้นด้วยความโกรธขึ้งถึงขั้นใช้กำปั้นเล็กๆ ของเขาทุบตีเข้าไปที่ไหล่ขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอีกคราด้วยนึกห่วงใยมารดาของตนขึ้นมาจับใจนัก“ฮัวฮัว ในที่สุดข้าก็ตามหาเจ้าจนเจอ แล้วนี่ลูกชายของพวกเราใช่หรือไม่ เหตุใดเขาจึงได้มีหน้าตาเหมือนกันกับข้าราวกับแกะเอาเช่นนี้”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางจะก้มใบหน้าลงมามอบจุมพิตให้กับหลินหลานฮัวอีกคราด้วยความคิดถึง แต่ทว่าหลินหลานฮัวกลับรีบเบือนหน้าหนี พร้อมอุ้มเอาเด็กชายตัวน้อยมาไว้ในอ้อมแขนและเอ่ยขึ้นมาว่า “คุณชายท่านจำคนผิดแล้ว ข้าต้องขอตัวก่อน และขอบคุณที่ท่านช่วยนำตัวบุตรชายของข้ากลับคืนมาส่ง”หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นเพียงเท่านั้นก็รีบเดินจากไปในทันทีซึ่งองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็มิได้มีท่าทีกระโตกกระตากแต่อย่างใด พระองค์ทรงสั่งให้คนเฝ้าจับตามองดูหลินหลานฮัวต่อไปอย่างเงียบๆ เพื่อที่จะได้ติดตามนางไปยังที่พักของนางได้ถูกด้านหลินหลานฮัวเองก็รีบเดินมาหาเสี่ยวเชี่ยนพร้อมสั่งให้เสี่ยวเชี่ยนเก็บข้าวของทุกอย่างกลับบ้านของนางไปในทันที แม้ว่าเสี

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจออีกครา 4

    “เจ้าตัวเล็กข้าสั้น ส่วนข้าตัวใหญ่ขายาวใช่หรือไม่?”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงกล่าวชวนคุย“ใช่แล้วขอรับ แต่นี่มันเกี่ยวอันใดกับการที่ข้าจะได้กลับไปหาท่านแม่ของข้าด้วยหรือขอรับ?” เด็กชายตัวน้อยเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย“ก็คนตัวเล็กขาสั้นก็ก้าวเดินได้ช้า ส่วนคนตัวใหญ่ขายาวก็ก้าวเดินได้ไว ข้าอุ้มเจ้าเอาไว้เช่นนี้ถือว่าเป็นการย่นระยะเวลาให้เจ้าได้เจอกับมารดาของเจ้าได้เร็วขึ้น มิดีหรอกหรือ?” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม เด็กชายตัวน้อยพลันคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยขึ้นมาว่า “ที่คุณชายกล่าวมานั้นถูกต้องแล้ว เช่นนั้นอานเอ๋อร์คงต้องรบกวนคุณชายแล้ว แต่อานเอ๋อร์มิได้รบกวนเปล่าหรอกนะขอรับ อานเอ๋อร์จะมอบของตอบแทนน้ำใจของคุณชายในครั้งนี้ด้วย เช่นไรก็ขอได้โปรดจงรับผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เอาไว้ด้วยเถอะนะขอรับ” เด็กชายพูดพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยที่หลินหลานฮัวเคยใช้ซับเลือดกำเดาขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเมื่อคราที่ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในตำหนักบุปผารักด้วยกัน ณ ช่วงเวลาหนึ่งออกไปมอบให้กับองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอย่างช้าๆ ซึ่งกลิ่นหอมอันคุ้นเคยที่แผ่ซ่านออกมาจากผ้าเช็ดหน

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจออีกครา 3

    ทุกครั้งที่หลินหลานฮัวมาวางขายสุราในตลาดแห่งนี้ ผ่านไปมินานเกินครึ่งชั่วยามนางก็มักจะขายได้หมดเสมอ แม้ความงามอันเฉิดฉายของนางจะเป็นอุปสรรคในการค้าขายในแต่ละครั้งเนื่องด้วยจะมีเหล่าบรรดาชายหนุ่มทั้งอ่อนวัยไปจนถึงคราวแก่และเหล่าคนธรรมดาไปจนถึงคุณชายและขุนนางระดับสูงหลายคนมาคอยแทะโลมหรือเกี้ยวพาราสี แต่หลินหลานฮัวก็ยังคงความสงบนิ่งสยบการกระทำอันไม่น่าดูชมของพวกเขาลงไปเสียได้ และเพราะความงามอันเป็นอุปสรรคในการออกมาพบปะพบเจอกับบุคคลภายนอกเอาเช่นนี้ จึงทำให้หลินหลานฮัวยอมก้าวขาออกจากบ้านมาทำการค้าขายเพียงแค่เดือนละครั้งเท่านั้นเองเพื่อเป็นการตัดปัญหาเมื่อจัดวางเรียงไหสุรามากมายลงบนโต๊ะเสร็จสิ้นแล้วหลินหลาฮัวก็พบว่าบุตรชายของนางยังมิกลับมาจากร้านของเล่นอีกทั้งเสี่ยวเชี่ยนเองก็ยังมิกลับมาอีกด้วย จึงอดที่จะร้อนใจขึ้นมาบ้างมิได้แล้วนางพยายามเขย่งปลายเท้าขึ้นกวาดสายตามองหาบุตรชายไปโดยรอบ พร้อมทั้งรอคอยการมาเยือนของเสี่ยวเชี่ยนอยู่อย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่ง“ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู” เสี่ยวเชี่ยนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงดีใจ พร้อมชูถุงเงินอันหนักอึ้งออกไปตรงหน้าของหลินหลานฮัว“เสี่ยวเชี่ยน

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจอสร้อยแล้ว1

    หลินหลานฮัวอยากจะตอบกลับองค์ฮ่องเต้ผู้ไร้หัวใจพระองค์นี้ไปเสียเหลือเกินว่า นางมิใช่สัตว์เลี้ยงของผู้ใด นางมิใช่ข้าทาสของผู้ใด แต่นางเป็นคนที่มีเลือดเนื้อมีหัวใจต่างหากเล่าแต่ด้วยการที่ต้องแบกรับชีวิตของผู้คนมากมายในสกุลหลินนี่เอาไว้ หลินหลานฮัวจึงพยายามตั้งสติ สูดลมหายใจเข้าปอดไปลึกๆ และเอ่ยขึ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   แม่มดน้อยจอมยั่วยวน 2

    “เอาเถอะ ข้าเองก็มิได้อยากจะเสวนาอันใดกับคนสกุลหลินมากมายนักหรอก เห็นแก่ที่เจ้าเดินทางรอนแรมมาไกล ข้าจะให้คนไปส่งเจ้ายังที่พักของเจ้าก็แล้วกันนะ”“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงมีพระเมตตา การเดินทางมาที่วังหลวงในครั้งนี้ ท่านแม่ของหม่อมฉันได้ให้สาวใช้ของหม่อมฉันผู้หนึ่งติดตามมากับหม่อมฉันด้วย มิทราบ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ฝากเนื้อฝากตัว1

    ช่วงเช้าวันที่สิบห้า วสันตฤดู หลินหลานฮัวก็ได้เดินทางมาถึงยังเมืองหลวง บรรยากาศอันคึกคักของผู้คนในยามเช้าวันนี้ยิ่งทำให้นางคิดถึงผู้เป็นมารดาขึ้นมาอย่างจับใจ“คุณหนูจะลงไปเดินเล่นสักหน่อยหรือไม่เจ้าคะ?”เสี่ยวเชี่ยนเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นตาตื่นใจ ที่เมืองเฉียวฉีเอง แม้จะเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่

  • บุปผารัก มังกรร้าย   สั่งลงโทษคนสกุลหลิน2

    กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกำยานที่ลอยวนอยู่ในกระโจมที่ประทับทำให้องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงปรือเปลือกพระเนตรขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนพระองค์จะทรงผุดลุกขึ้นมานั่งในทันที“หลินปังหยวนเจ้าคนชั่วช้า สารเลว เจ้าคนถ่อย” น้ำเสียงสบถปนความเจ็บแค้นนั้นแม้จะมิได้เสียงดังมากนักแต่ก็ทำให้มู่กงกงรีบแจ้นเข้ามายืนต่อเบื้อ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status