Mag-log in“เรียกว่าลับหรือไม่ข้าไม่แน่ใจ แต่ว่าครั้งนี้ข้าจะกำชับพวกเขาไม่ให้แพร่งพรายเรื่องของเราออกไปดีหรือไม่”หลงฮ้าวหน้าเปลี่ยนสีไปในทันที จากท่าทีระแวงกลายเป็นปั้นปึ่งแทน“อ้อ แท้จริงแล้วท่านก็อายที่จะมีตำนานเรื่องเล่ากับข้า เซียงฮวากับหลงฮ้าว ไม่ดีตรงไหนหรือ ข้าเสียใจนะ”เป็นอีกครั้งที่เขาทำให้ข้าอ้าปา
บทที่ ๑๕๒รักนิรันดร์พิธีรับตำแหน่งเทพบุปผาของข้าไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการอย่างที่ใครคิดไว้ ช่วงเช้าเข้ากล่าวคำสาบานต่อหน้าเทียนตี้และเทพเซียนชั้นสูงทั้งหลาย ตอนบ่ายกลับมาเลี้ยงฉลองที่แดนบุปผาไปจนถึงช่วงหัวค่ำ ไร้แววหลงฮ้าวเข้าร่วมแม้ข้าจะคิดไว้แล้วว่าเขาคงไม่เข้าร่วมงานด้วย แต่เมื่อถึงเวลานั้นจริง ๆ
หวงผิงมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย ย้ำว่า ‘เล็กน้อย’ ไม่นานก็กลับมานิ่งไร้อารมณ์เช่นเดิม“หน้าตาที่คล้ายกับสามีของเพื่อนนี่ยิ่งมองยิ่งรู้สึกเหมือนเป็นบาปในจิตใจ ขอถามท่านเรื่องจินเกาฉายได้หรือไม่ ตอนนี้เขาไปอยู่ที่ใดแล้วเจ้าคะ”“เขายังไม่บรรลุระดับสิบ เดิมทีก็ไม่สามารถขึ้นมาเป็นเทพฝึกหัดได้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่
บทที่ ๑๕๑กุหลาบดำสระสัตบงกทั้งเก้าเกิดขึ้นมาได้เพราะพลังบริสุทธิ์จากเหล่าเทพเซียนในแดนบุปผาที่เทพบุปผาทุกรุ่นสะสมมาตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งแต่เดิมสัตตบงกชควรให้ผลเป็นน้ำอมฤต ทุกห้าพันปีจะมีเพียงหยดเดียวเท่านั้น เป็นไปได้หรือที่สิ่งกำเนิดใหม่จะเปลี่ยนเป็นดวงวิญญาณแทนมิหนำซ้ำวิญญาณที่ว่านั้นยังค
จื่อเจี่ยนเฉิงเองก็อึกอักท่าทางแปลกไป ดูท่าเรื่องที่จะเล่าต่อจากนี้เขาคงรู้สึกว่ามันเกินไปที่จะพูด“มันกระดากปากจนพูดยากถึงเพียงนั้น!”เขาพยักหน้าตอบ ข้าจึงลองคาดเดาคำตอบอยู่ในใจ เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลที่พอจะเป็นไปได้แล้ว หรือว่า…“พวกเขาเป็นแบบเว่ยอู๋เซียนกับหลานวั่งจีหรือไม่”“ใครอีกล่ะนั่น/พวกเขาเ
“ข้ามาให้กำลังใจเจ้า เริ่มรู้สึกหรือยังว่าหากเลือกข้าตั้งแต่แรก เจ้าก็จะไม่เป็นเช่นนี้”รอยยิ้มสุภาพแต่สายตาจิดกัดของเขาทำให้ข้าแอบกำหมัดไว้แน่น“เยาะเย้ยข้าหรือเจ้าคะ”“ข้าพูดความจริง”เพราะนี่คือความจริงข้าจึงถอนหายใจยาว แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นข้าก็ยังมั่นใจว่าตนเลือกไม่ผิด“ทำให้ท่านเทพต้องผิดหวังแล
ทางด้านชิวเฉินยี่… “คารวะท่านประมุข” “นางอยู่ที่ใด!” ชิวเฉินยี่มาถึงเมืองจิ่วแล้ว กลิ่นอายที่เต็มไปด้วยโทสะของเขายังคงอยู่รอบกายไม่ลดละความกดดัน ผู้อารักขาในที่ลับของเซียงฮวาต้องโคจรพลังภายในกันเอาไว้ไม่ให้ได้รับผลกระทบต่อร่างกาย “ตอนนี้อยู่ที่ไร่ชาพรรคมารจื่อ…” ไม่รอให้ลูกน้องรายงานจบ ชิว
บทที่ ๓๙ คนไม่สิ้นฤทธิ์ แสงไฟท่ามกลางความมืดสลัวจากที่ห่างไกลสายตา เป็นเหตุให้ทหารยามที่เฝ้าป้อมปราการอยู่ตะโกนเสียงดังให้นายตนและเพื่อนพ้องได้ยินกันถ้วนทั่ว “มีผู้เดินทางกลุ่มใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ขอรับท่านรองแม่ทัพเหอ” เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในค่ำคืนนี้อย่างรองแม่ทัพเหอชายหน
เฮยหลงแย้งท่าทีไม่ยินยอม เขาอยู่กับนางมาเป็นสิบปี อย่าว่าแต่เลือดที่เขาเห็นจากร่างกายนางเลย แผลสักนิดเขาก็ไม่เคยเห็น “เราออกเดินทางกันต่อเถอะ เมืองจิ่วมีหมอมากฝีมืออยู่ ใบหน้าของสตรีสำคัญที่สุด ถึงแม้เจ้าจะกล่าวว่าไม่เป็นไร แต่พวกเราจะนิ่งนอนใจได้อย่างไรกัน” “นั่นสิเซียงฮวา หรือจะไปที่พรรคสาขาพรรค
ตู้ม! เขายังไม่สาแก่ใจ เรียกพลังธาตุไฟที่ระดับอานุภาพความรุนแรงขึ้นอีกระดับ ซัดไปฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ลังเล เมื่อจะเล่นกันด้วยพลังธาตุ ฝ่ายมือสังหารก็โต้กลับด้วยพลังธาตุ ต่างฝ่ายต่างเรียกพลังธาตุไว้กลางฝ่ามือแล้วซัดมาทางฝั่งเซียงฮวา ความรุนแรงระดับหวังเอาชีวิต องครักษ์ที่ทำหน้าที่ระวังหลังต้องรุดไ







