LOGINเยี่ยนหนิงเย่มีอาชีพเป็นแม่ครัวในร้านอาหารจีนที่ต่างประเทศ นางมีนิสัยเรื่อยๆ มาเรียงๆ ไม่ค่อยเอาเรื่องเอาราวกับใคร แม้ที่บ้านจะรักลูกชายมากกว่าลูกสาวและต้องทำงานหนักส่งเงินให้ที่บ้านก็ตาม นางก็แค่เบื่อแต่ไม่นึกโกรธเคือง วันหนึ่งหลังเลิกงาน นางโดนพวกเกลียดคนเอเชี่ยนลอบทำร้ายจนตาย แล้วทะลุมิติมาในนิยายออนไลน์ชื่อดังเรื่องหนึ่ง เป็นอะไรไม่เป็นดันเป็นตัวประกอบจืดจางผู้หนึ่ง ที่พระเอกแสนจะรังเกียจ นางเอกมองดูนางอย่างดูถูก ส่วนนางร้ายกลับระแวงใส่ ช่างพวกท่านเถิด อยากทำอันใดก็ทำ นางปรารถขอเพียงปล่อยนางให้ใช้ชีวิตเรียบเรื่อยของนางไปวัน ๆ แถมชีวิตในฐานะพระชายารองไม่ได้แย่มีเบี้ยหวัดให้ด้วย งานการไม่ต้องทำกิน ๆ นอน ๆ ชีวิตดีงามแบบนี้ นางจะไปทะเลาะวุ่นวายกับใครไปทำไมกัน!
View Moreหลังจากงานอภิเษกอันสะเทือนเลื่องลั่นระหว่างองค์ชายรองอิ๋งอวี้หยงกับเยี่ยนหนิงเย่ บุตรสาวอนุผู้เคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว ข่าวคราวดังกล่าวก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองหลวง จนกลายเป็นเรื่องที่ผู้คนทุกชนชั้นต่างหยิบยกขึ้นมาพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง หรือบรรดาตระกูลใหญ่ แม้แต่ประชาชนทั่วไป ต่างก็อดประหลาดใจไม่ได้กับโชควาสนาของสตรีผู้นี้แต่หากจะกล่าวถึงผู้ที่เจ็บแค้นจนแทบกัดฟันกรอด คงหนีไม่พ้นคนในจวนสกุลเยี่ยน เพราะยิ่งนางได้รับเกียรติยศสูงส่งเพียงใดก็ยิ่งเป็นเสมือนการตบหน้าผู้ที่เคยดูแคลนและเหยียบย่ำนางในอดีตมากขึ้นเท่านั้นใครจะนึกเล่าว่าสตรีที่ดูจืดจางไม่เคยสำคัญต่อผู้ใดจะมีวาสนาปีนป่ายขึ้นที่สูงได้ถึงเพียงนี้หลายต่อหลายครั้งที่ท่านเสนาบดีกับเยี่ยนฮูหยินพยายามขอเข้าพบเยี่ยนหนิงเย่ ทว่าทุกครั้งกลับได้รับเพียงคำปฏิเสธจากบ่าวรับใช้ พร้อมกับถ้อยคำที่ทำให้ผู้เป็นบิดาถึงกับหน้าชาว่า“หม่อมฉันไร้บิดามานานแล้ว นับตั้งแต่วันที่ถูกตัดชื่อออกจากสกุลเยี่ยน ผู้ที่หม่อมฉันต้องกตัญญูด้วยมีเพียงมารดาเท่านั้น”เมื่อได้ยินเช่นนั้น ท่านเสนาบดีผู้เคยยิ่งใหญ่และวาดหวังจะใช้บุตรสาวเป็นสะพานเชื่อมความ
ครานี้เยี่ยนหนิงเย่ถึงกับลืมตาพรึ่บขึ้นมาทันที“ไม่ต้องเจ้าค่ะ!” กล่าวจบนางก็รีบกระโดดลงจากอ้อมแขนของเขาอย่างรวดเร็ว แต่เพราะรีบร้อนเกินไป ปลายเท้าจึงสะดุดชายกระโปรงตนเองเสียก่อน ทว่าแขนแข็งแรงคู่เดิมกลับยื่นเข้ามาพยุงเอวของนางเอาไว้ได้อย่างทันท่วงทีเยี่ยนหนิงเย่ถึงกับตัวแข็งทื่อส่วนบุรุษตรงหน้ากลับยกยิ้มบาง ๆ อย่างอารมณ์ดี“ในที่สุดก็ยอมฟื้นแล้วหรือ”“...”แย่แล้ว!!ครั้งนี้นางคงเสียหน้าจนไม่รู้จะกอบกู้กลับมาอย่างไรแล้วจริง ๆ“ไยเจ้าเงียบเช่นนี้เล่า…ไม่สมเป็นเจ้าสักนิดเลยหนิงเอ๋อร์” เขายังมีอารมณ์กระเซ้าเย้าแหย่เยี่ยนหนิงเย่ฝืนยิ้ม สีหน้าไม่สู้ดีนัก ก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง“พี่ฉิน...ท่านสนุกนักหรืออย่างไรที่หลอกข้า”“ข้านี่นะหลอกเจ้า? ข้าเปล่าเสียหน่อย” องค์ชายรองยังคงทำหน้าซื่อไม่ยอมรับนางส่งเสียงเหอะในลำคอ คร้านจะเสแสร้งปั้นสีหน้าใดอีก“ท่านปิดบังฐานะที่แท้จริง ทั้งยังทำตัวเป็นบัณฑิตยากจน ไม่ยอมบอกความจริงกับข้า”“แต่ข้าก็ไม่เคยบอกเจ้าเลยว่าข้าเป็นบัณฑิตยากจน”“ท่าน!!”เออ...นางผิดเองที่คิดไปเองเออไปเอง ว่าเขาเป็นเพียงบุรุษหน้าด้านที่ชอบมากินฟรี แต่ก็เพราะเขาชอบทำตัว
ภายในโถงรับรองยามนี้บ่าวไพร่ทุกคนในคฤหาสน์ต่างมารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง แต่ละคนยืนก้มหน้า เนื้อตัวสั่นเทิ้มด้วยความเกรงกลัวต่อบารมีของคนจากในวังหลวงใจกลางห้องปรากฏร่างของกงกงผู้หนึ่งในชุดเครื่องแบบสีเข้ม ยืนถือม้วนราชโองการอย่างสง่างาม ส่วนพี่ฉินผู้หาได้รู้เรื่องรู้ราวอันใด ยังคงยืนอยู่ไม่ห่างจากอีกฝ่ายนักเยี่ยนหนิงเย่รีบถลึงตาส่งสัญญาณไปทางเขาอย่างเงียบ ๆ ให้รีบคุกเข่าลงและอย่าได้ก่อเรื่องวุ่นวาย“สตรีสกุลเยี่ยน...เยี่ยนหนิงเย่ รับราชโองการ”ราชโองการอย่างนั้นหรือ!?หัวใจของเยี่ยนหนิงเย่พลันหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่มนางรีบน้อมกายลงคุกเข่าอย่างเรียบร้อย แม้ภายในใจจะเต็มไปด้วยความวิตกกังวลก็ตาม“เยี่ยนหนิงเย่ผู้น้อย..รับราชโองการเจ้าค่ะ”กงกงคลี่ม้วนผ้าไหมออก ก่อนจะเปล่งเสียงอ่านอย่างกังวาน“เยี่ยนหนิงเย่ สตรีสกุลเยี่ยนมีรูปโฉมงดงาม กิริยามารยาทเรียบร้อย ประพฤติตนอยู่ในกรอบแห่งสตรีผู้เพียบพร้อม อีกทั้งยังมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดเป็นเลิศ สมควรแก่การเป็นคู่ครองแห่งเชื้อพระวงศ์ บัดนี้จึงมีพระบรมราชโองการ ประทานสมรสให้แก่องค์ชายอิ๋งอวี้หยงแห่งแคว้นเยี่ย เยี่ยนหนิงเย่จงรับพระราชโองการ”เยี่ยนหนิ
ภายในคฤหาสน์ที่เยี่ยนหนิงเย่ซื้อไว้ แม้จะมิได้โอ่อ่าหรูหราเทียบเท่าจวนอ๋องอวี้หนิงหรือจวนเสนาบดี ทว่าทุกสิ่งที่ควรมีก็ล้วนมีพร้อมสรรพมิเคยขาดตกบกพร่องในช่วงแรกอนุอิงผู้เป็นมารดายังคงจมอยู่กับความซึมเศร้า ร่างกายที่ถูกตรากตรำจากการถูกลดฐานะจากอนุมาเป็นเพียงบ่าวรับใช้ภายในจวน ยิ่งทำให้สุขภาพทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ทว่าหลังจากได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้กินอาหารบำรุงร่างกายอย่างดี สีหน้าของนางก็ค่อย ๆ กลับมาสดใสขึ้นทีละน้อยยิ่งได้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายโดยไม่ต้องคอยจับตามองสีหน้าผู้ใด ไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะเผลอทำสิ่งใดผิดพลาด ความรู้สึกผ่อนคลายเช่นนี้กลับทำให้นางรู้สึกว่าชีวิตเช่นนี้ก็มิได้เลวร้ายนัก“ท่านแม่...กำลังทำสิ่งใดอยู่หรือเจ้าคะ”เยี่ยนหนิงเย่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง ก่อนที่ร่างอรชรในอาภรณ์สีส้มอ่อนจะเยื้องย่างเข้ามาภายในห้องอย่างแช่มช้าเรือนร่างบอบบางนั้นงดงามดุจผีเสื้อแสนงามที่โบยบินเข้ามาแต่งแต้มสีสันให้บรรยากาศอันเงียบเหงาภายในห้องพลันสว่างไสวขึ้นในพริบตาเซี่ยอิงเยว่เผยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะวางผ้าปักที่กำลังทำค้างไว้ลงบนโต๊ะอย่างทะนุถนอม“แม่ตั้งใจจะปักเส











