تسجيل الدخولจากการอ่านนิยายมาหลายเรื่อง ลองจินตการตัวเองว่าถ้าหากเราต้องกลับไปยุคโบราณซึ่งเราไม่มีความรู้ ความสามารถอะไรเลย มันจะเป็นอย่างไรน้า
عرض المزيد“โอ๊ย... ปวดหัวเหมือนโดนพัดลมเพดานตกใส่หัวชะมัด...”
มะลิ สบถออกมาเบาๆ ขณะพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง รู้สึกเหมือนสมองถูกเอาไปปั่นในเครื่องปั่นสมูทตี้ เธอหลับตาแน่น พลางยกมือขึ้นคลำศีรษะ แต่สิ่งที่สัมผัสได้กลับไม่ใช่เตียงนุ่มๆ ในห้องนอนคอนโดราคาประหยัดของเธอ
บรรยากาศรอบข้างเย็นชืดอย่างประหลาด มีกลิ่นอายคล้ายควันธูปอบอวลผสมผสานกับกลิ่นเถ้าถ่านหม่นหมอง
เมื่อมะลิลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าทำให้เธอต้องขมวดคิ้วแน่นยิ่งกว่าเดิม
มันไม่ใช่ห้องนอน ไม่ใช่โรงพยาบาล แต่เป็นห้องโถงกว้างใหญ่ที่ดูทรุดโทรมเหมือนตึกร้างยุค 90 เสาหินขนาดใหญ่มีรอยแตกร้าว ผนังปูนลอกล่อน ด้านหน้าของเธอคือโต๊ะทำงานไม้เคียงยาวขนาดมหึมา และหลังโต๊ะตัวนั้น... มีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งสั่นงกๆ เหมือนลูกนกตกน้ำ
เขาใส่ชุดยาวสีเทาเข้มทรงจีนโบราณ ในมือถือสมุดเล่มหนาปกหนังสีดำที่สั่นตามแรงมือจนกระดาษพัดลมพัดวูบวาบ ใบหน้าของเขานวลซีดราวกับคนไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์มาแปดสิบปี และมีเหงื่อเม็ดโตไหลซกๆ ลงมาจากหน้าผาก
“...คุณพี่คะ?” มะลิส่งเสียงถาม น้ำเสียงยังคงความกวนตามสัญชาตญาณสาวคอนเทนต์ครีเอเตอร์
“คอสเพลย์เป็นยมทูตจีนรับเทศกาลอะไรเหรอคะ? แล้วฉันอยู่เมืองไทย ทำไมยมทูตไทยไม่มารับ? หรือว่านรกเขามีโครงการแลกเปลี่ยนยมทูตข้ามประเทศกันด้วย?”
ชายหนุ่มในชุดโบราณเงยหน้าขึ้นมา ตาโตเท่าไข่ห่าน เขาฝืนยิ้มแห้งๆ ที่ดูเหมือนอาการปากเบี้ยวมากกว่ายิ้ม
“จ้ะ... จ้ะ... แม่หนูมะลิ...” ยมทูตหมายเลข 7 ส่งเสียงสั่นเครือ
“คือว่านะ... นรกเขต 9 ของพวกข้าดูแลเหมาหมดทั้งโซนเอเชียตะวันออกและอุษาคเนย์จ้ะ... ใจเย็นๆ แล้วฟังข้านะ...”
“แล้วทำไมไม่แต่งชุดโจงกระเบนหรือชุดขุนนางไทยคะ? นี่เล่นใส่ฮั่นฝูจีนโบราณมาเลย!” มะลิเท้าเอว จ้องจับผิดอย่างไม่ลดละ
“ข้า... ข้าตื่นสาย!” ยมทูตหมายเลข 7 ร้องไห้โฮออกมาเบาๆ
“ปกติเวลาพิกัดลงตารางงานที่ไทย ข้าต้องสลับไปใส่ยูนิฟอร์มประจำภูมิภาคก่อน... แต่วันนี้ข้าตื่นสาย! ข้าเลยรีบคว้าสมุดแล้ววาร์ปไปอุ้มวิญญาณเจ้ามาทั้งชุดพนักงานออฟฟิศนรกฝั่งจีนนี่เลย!”
“เหอะ! สะเพร่าตั้งแต่แต่งกายข้ามสายงานแล้วค่ะ!” มะลิส่งเสียงเหยียด
“แล้วนี่ฉันโดนลักพาตัวเหรอ? บอกไว้ก่อนนะว่าคอนโดฉันติดจำนอง ถ้านัดเรียกค่าไถ่ บอกเลยว่าได้แค่มาม่าสองซองกับหม้อหุงข้าวไฟฟ้าเก่าๆ ใบเดียว!”
“ไม่ใช่ลักพาตัว!” ยมทูตหมายเลข 7 รีบโบกมือพัลวัน “คือ... ที่นี่คือนรกจริงๆ”
“นรก..จริงๆ?” มะลิเลิกคิ้ว มองซ้ายมองขวา
“นรกจริงๆ โทรมขนาดนี้เลยเหรอคะ? ไม่มีไฟนีออน ไม่มีเตาทะเลเพลิง? นึกว่านรกจริงๆ จะไฮเทคกว่านี้ซะอีก นี่มันตกสำรวจงบประมาณแผ่นดินรึเปล่าเนี่ย”
“นรกเขต 9 งบมันยังลงมาไม่ถึง!” ยมทูตหมายเลข 7 เผลอเถียงกลับตามความอัดอั้น ก่อนจะรีบตะปบปากตัวเองแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“ไม่ใช่! ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้น! ประเด็นคือ... ข้า... ข้าบังเอิญไปรับวิญญาณหนูมา...”
ยังไม่ทันที่ยมทูตหมายเลข 7 จะพูดจบ เสียงก้าวเท้าหนักแน่นทว่าทรงพลังก็ดังขึ้นจากเบื้องหลังประตูบานใหญ่!
ตึง! ตึง! ตึง!
ประตูไม้ขนาดยักษ์เปิดออกพร้อมกับควันสีดำพวยพุ่งพัดวูบ ราวกับมีพัดลมไอเย็นขนาดใหญ่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง! ชายร่างสูงใหญ่ในชุดขุนนางจีนโบราณสีแดงเลือดหมูเดินวางท่าอย่างสง่างาม ใบหน้าถมึงทึง เข้มงวด และทรงอำนาจจนบรรยากาศรอบข้างเย็นเยือกราวกับช่องฟรีซตู้เย็น! เขาคือ ท่านยมบาลหัวหน้าเขต!
“หมายเลข 7! งานวิญญาณประจำวันเสร็จหรือยัง! วันนี้มีเคสทะลุเป้าไหม!” น้ำเสียงก้องกังวานดุจสิงโตคำรามทำเอายมทูตหมายเลข 7 เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นทันที
“ทา... ท่านหัวหน้า!” ยมทูตหมายเลข 7 ร้องเสียงหลง ถูมือไหว้ปลกๆ “คือว่า... คือ...”
“คืออะไร!” ยมบาลเดินเข้ามาใกล้ เดินตรวจสมุดบัญชีวิญญาณ แล้วสายตาก็สะดุดเข้ากับมะลิที่ยืนกอดอก มองดูสถานการณ์ด้วยสายตาประเมิน
“ยัยนี่ใคร? ทำไมวิญญาณยังไม่ถูกส่งไปบ่อชำระบาป?”
ยมทูตหมายเลข 7 กลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ใบหน้าซีดจนกลายเป็นสีเขียว
“ท่านหัวหน้าครับ... คือว่า... นาง... นางชื่อมะลิ... อายุขัยจริงของนาง...”
ยมบาลขมวดคิ้วกว้าง มือหนากระชากสมุดบัญชีวิญญาณจากมือยมทูตมาพลิกดูด้วยความเร็วสูง สายตาแสกนผ่านตัวอักษรอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ดวงตาของท่านยมบาลจะขยายกว้างเท่าไข่เป็ด!
“นางสาวมะลิ... หมดอายุขัยปี... 2080?!” ยมบาลส่งเสียงหลงจนเสียงหลงไปสองคีย์
“แต่นี่มันปี 2026!! หมายความว่ายังไงไอ้หมายเลข 7!!”
“ขออภัยครับท่านหัวหน้า!” ยมทูตหมายเลข 7 คุกเข่าหมอบกราบหัวแทบพื้น
“ชื่อจริงของนางคือ ‘มะลิ ศิริวงศ์’ พิกัดประเทศไทย แต่งานจริงคือ ‘มะลิ ศิริพงษ์’ ยายแก่ข้างบ้านอายุ 98 ปีครับ! ข้า... ข้าตื่นสาย แถมไม่ได้เปลี่ยนชุดตามภูมิภาค เลยรีบจนหยิบวิญญาณผิดดวงมาครับ!”
มะลิที่ยืนฟังอยู่กอดอกแน่น ถอนหายใจยาวเหยียดออกทางปาก
“เหอะ!” มะลิส่งเสียงเหยียดในลำคอ
“ทำงานกันสะเพร่าสองเด้งขนาดนี้เลยเหรอคะ? นรกมีไว้ทำไมเนี่ยถ้าระบบคัดกรองดวงวิญญาณมันห่วยแตกขนาดนี้! ยูนิฟอร์มก็ใส่ผิด คนก็จับผิด! มิน่าล่ะ คนดีๆ ตายไว ส่วนคนชั่วๆ อยู่จนหนังเหี่ยว! นี่ถ้าฉันเป็นประธานบริษัทนะ ฉันไล่คุณพี่หมายเลข 7 ออกไปตั้งแต่วันแรกแล้วค่ะ! ไร้ประสิทธิภาพสิ้นดี!”
ท่านยมบาลเหงื่อตกวูบ หันมองมะลิที่ด่าฉอดๆ ด้วยความมั่นหน้าแบบไม่เกรงกลัวบารมียมทูตแม้แต่น้อย
“ยัยหนู... เจ้ากล้าด่าองค์กรนรกต่อหน้าข้าเชียวหรือ!” ยมบาลพยายามรักษาฟอร์ม แต่ในใจเริ่มลนลาน
“แต่... เอาเถอะ! เห็นแก่ที่นรกทำงานผิดพลาด ข้าจะทำตามกฎเหล็ก! หมายเลข 7! รีบพาวิญญาณนางกลับไปส่งที่ร่างเดิมเดี๋ยวนี้! ก่อนที่ท่านเบื้องบนจะส่งคนมาตรวจประเมินไตรมาสนี้! ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูสวรรค์ พวกเราโดนปลดแน่!”
“ครับ! ครับท่าน!” ยมทูตหมายเลข 7 รีบกุลีกุจอหยิบกระจกเวทมนตร์ขึ้นมาขัดส่อง
“ข้าจะเปิดวาร์ปส่งวิญญาณกลับร่างเดี๋ยวนี้ครับ!”
แสงสีฟ้าเปล่งออกจากหน้ากระจกเวทมนตร์ ปรากฏภาพห้องสวดศพในโลกมนุษย์...
มะลิเพ่งมองภาพในกระจกด้วยความอยากรู้ “เออ... ส่งฉันกลับไวๆ เลยนะ วันนี้มีโปรโมชันลดราคาในช้อปปี้ด้วย เดี๋ยวฉันกดซื้อซอสปรุงรสไม่ทัน—”
แต่แล้ว... ภาพในกระจกก็เปลี่ยนไป
มันคือภาพของเตาเผาศพขนาดยักษ์! พร้อมกับควันสีขาวที่พวยพุ่งออกมาจากปล่องควันโรงเรียนวัด! ด้านล่างมีญาติๆ ของมะลิกำลังยืนถือรูปถ่ายของเธอ พร้อมกับกระดาษกราบไหว้และกองดอกไม้ไม้ดกดำ!
“อโหสิกรรมให้พวกเราด้วยนะลูก... พิธีสวดแบบวันเดียวจบ รวดเร็วทันใจ ไร้ภาระ... ตอนนี้ร่างหนูกลายเป็นเถ้าถ่านหมดแล้วนะลูก...” เสียงญาติของเธอเล็ดลอดออกมาจากกระจกเวทมนตร์!
บรรยากาศในโถงนรกเงียบกริบ... เงียบชนิดที่ว่าได้ยินเสียงยุงนรกบินผ่าน และได้ยินเสียงเพลงสวดอภิธรรมสไตล์โปรโมชันรวดเร็วทันใจแว่วออกมาจากกระจกเวทมนตร์
มะลิ: “...”
ยมทูตหมายเลข 7: “...”
ท่านยมบาล: “...”
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!” ยมทูตหมายเลข 7 ร้องกรี๊ดออกมาเสียงสูงยิ่งกว่านักร้องโอเปร่า
“เผาแล้ว! ญาติของนางเผาศพเสร็จไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วครับท่านหัวหน้าาาา!”
“ไอ้บ้านี่!!” ยมบาลแทบจะล้มทั้งยืน “ยุคนี้ญาติมนุษย์เขาสวดพระอภิธรรมกันเร็วขนาดนี้เลยเหรอวะ! แล้วทีนี้จะเอาร่างที่ไหนให้นางกลับไป!!”
มะลิยืนทอดมองกระจกด้วยความตกตะลึง ก่อนที่ความโมโหจะปะทุขึ้นมาจนหน้าดำหน้าแดง เธอชี้หน้าทั้งยมบาลและยมทูตด้วยมือที่สั่นระริก
“นี่พวกพี่จะส่งฉันวาร์ปตรงเข้าเตาเผาศพเลยเหรอคะ?!” มะลิโวยวายเสียงดังลั่นนรก
“ญาติๆ พวกนั้นอีก! จะรีบเผาไปไหน! เงินประกันยังไม่ได้เคลมเลยมั้งนั่น! แล้วขี้เถ้าฉันล่ะ! ลอยอังคารไปแล้วมั้ง! แล้วฉันจะกลับไปอยู่ตรงไหน! ให้ฉันไปสิงในขวดน้ำส้มสายชูเหรอ!”
“ใจเย็นๆ ก่อนแม่หนู!” ยมบาลเริ่มเหงื่อตกพลั่ก ยมบาลขวัญอ่อนกลัวถูกฟ้องร้องจากสวรรค์เบื้องบนเป็นที่สุด “เรื่องนี้... เรื่องนี้คุยกันได้! นรกเรามีนโยบายรับประกันความพึงพอใจ—”
“พึงพอใจกับผีหนะสิ!” มะลิตะคอกกลับทันควัน
“ศพฉันกลายเป็นฝุ่นผงไปแล้ว! พวกคุณต้องรับผิดชอบ! ถ้าเรื่องนี้ถึงหูเบื้องบนนะ ฉันจะประจานระบบนรกให้ยับ! จะรีวิว 1 ดาวใน G****e Maps นรกเขต 9 ให้ไม่มีดวงวิญญาณไหนอยากมาลงที่นี่เลยคอยดู!”
ท่านยมบาลลนลานจนสติแทบหลุด หากเรื่องฉาวนี้โพล่งออกไป ตำแหน่งหัวหน้าเขตที่เพิ่งได้มาต้องหลุดลอย แถมอาจโดนปลดไปขัดกระทะทองแดงสิบปี!
“หมายเลข 7!” ยมบาลกระชากคอเสื้อยมทูตฝึกหัดเข้ามาใกล้
“มีร่างว่างในมิติอื่นบ้างไหม! ร่างอะไรก็ได้ที่กำลังจะตาย แต่วิญญาณเดิมหมดอายุขัยพอดี!”
“มี... มีครับท่าน!” ยมทูตหมายเลข 7 รีบพลิกหน้าสมุดเวทมนตร์อย่างบ้าคลั่ง
“ในมิติแคว้น ‘ต้าซิง’ ยุคโบราณ! มีร่างของ ‘ซูเหมย’ คุณหนูสามตระกูลซูตกอับ กำลังจะตรอมใจตายเพราะกำลังถูกส่งไปเป็นอนุภรรยาของชินอ๋อง! อายุขัยของร่างนั้นหมดพอดีในวินาทีนี้ครับ!”
“ดี! ยัดนางใส่ร่างนั้นเดี๋ยวนี้!” ยมบาลสั่งการด่วน
“เดี๋ยวนะ!” มะลิตะโกนห้าม “ยุคโบราณ? อนุภรรยา? นี่พวกคุณจะส่งฉันไปอยู่ฮาเร็มจีนโบราณเหรอ! ฉันรำพัดไม่เป็น! แต่งกลอนไม่ได้! ภาษาจีนโบราณก็รู้แค่คำว่า ‘นีฮ่าว’ กับ ‘เชี่ยเชี่ย’! ส่งฉันไปตายรอบสองหรือไง!”
ยมบาลมองมะลิด้วยสายตาวิตกกังวล เขารู้ดีว่าหากนางเอกไร้สกิลขนาดนี้ไปอยู่ในเรือนอ๋องสุดโหด นางต้องตายภายในสามวัน และเมื่อนางตายรอบสอง วิญญาณจะกลับมาที่นรกเขต 9 อีกครั้ง... แล้วความลับเรื่องศพถูกเผาจะแตก!
‘ไม่ได้การ... ข้าต้องทำให้นางรอดชีวิตอยู่ในร่างนั้นให้ยาวนานที่สุด!’ ยมบาลคิดในใจด้วยความลนลาน
ยมบาลรวบรวมพลังเวทมนตร์สีทองสว่างไสวไว้ที่ปลายนิ้ว ก่อนจะยื่นมือไปแตะที่หน้าผากของมะลิอย่างรวดเร็ว!
แว่บ!
ออร่าสีทองเปล่งประกายเจิดจ้าไปทั่วร่างของมะลิ
“อ๊ะ! นี่คุณทำอะไรกับฉันเนี่ย?!” มะลิอุทาน พลางก้มมองตัวเองที่เริ่มมีแสงทองวิ้งๆ ลอยรอบตัว
“ข้ามอบ ‘พรแห่งดวงแข็งขั้นสุด’ ให้เจ้า!” ยมบาลรีบอธิบายด้วยน้ำเสียงรวดเร็ว
“ไม่ว่าเจ้าจะทำเรื่องติ๊งต๊อง ซุ่มซ่าม ไร้สาระ หรือซวยขนาดไหน... โชคชะตาจะบิดเบือนให้ผลลัพธ์ออกมาดีเยี่ยมเสมอ! ใครคิดร้ายกับเจ้า เหตุการณ์ประหลาดจะสะท้อนกลับไปหาคนนั้น! และข้าจะให้หมายเลข 7 คอยแอบกดปุ่มช่วยเหลือเจ้าอยู่ห่างๆ!”
ฟังดูเหมือนระบบเล่นพรรคเล่นพวกไร้มาตรฐานเลยนะคะ...” มะลิขมวดคิ้ว จ้องหน้ายมบาลอย่างไม่ลดละ “แล้วฉันได้มิติช่องเก็บของเทพๆ แบบในนิยายไหมคะ? ระบบร้านค้าเวทมนตร์ล่ะ? หรืออย่างน้อยก็ขอเงินขวัญถุงสักหมื่นตำลึงไว้เป็นทุนทำมาหากินหน่อยสิ!
“ไม่มีเวลาแล้ว!” ยมบาลแทบอยากจะยีหัวตัวเองเมื่อได้ฟังคำขอ ก่อนจะตัดบทและส่งสัญญาณให้ยมทูตหมายเลข 7
“ขอโทษนะแม่หนูมะลิ!” ยมทูตหมายเลข 7 หลับตาแน่น แล้วใช้เท้าถีบมะลิลงไปใน บ่อจุติมิติ ที่เปิดออกกะทันหันกลางห้องโถง!
“อ๊ากกกกกก! พวกนรกเฮงซวยยยยย!” มะลิส่งเสียงตะโกนด่าก้องกังวาน ขณะที่ร่างของเธอดิ่งร่วงลงสู่หลุมมืดมิด “ถ้าฉันรอดไปได้ ฉันจะกลับมาเผานรกพวกแกให้หมดเลยคอยดู๊—!”
วูบ!
เสียงตะโกนของมะลิหายวับไปพร้อมกับรอยแยกมิติที่ปิดลงอย่างสนิท
ในห้องโถงนรกเหลือเพียงความเงียบสงบอีกครั้ง...
ท่านยมบาลยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผากอย่างโล่งอก พลางหันไปมองยมทูตหมายเลข 7 ที่ยังยืนสั่นอยู่
“หมายเลข 7...” ยมบาลเอ่ยเสียงเรียบ
“ครับ... ครับท่านหัวหน้า?”
“คอยจับตาดูนางไว้ให้ดี... อย่าให้นางตายเป็นอันขาด! ถ้าเรารอดจากเคสนี้ไปได้ ข้าจะดันเจ้าขึ้นเป็นยมทูตระดับสอง!”
“ขอบพระคุณครับท่านหัวหน้า!” ยมทูตหมายเลข 7 ถอนหายใจยาว พลางมองลงไปในบ่อจุติ “ขอให้โชคดีนะ... คุณหนูซูเหมย...”
ย้อนกลับไปช่วงเช้าก่อนมื้ออาหารบุฟเฟต์ ยามเหม่าผันผ่านเข้าสู่ยามซื่อ (ประมาณ 09.00 น.) ณ เรือนอนุเฉินบรรยากาศภายในเรือนอนุเฉินตึงเครียดและเงียบสงบจนชวนอึดอัด... เทียนไขที่ถูกจุดไว้ตั้งแต่เมื่อคืนดับลงเหลือเพียงควันสลัวๆอนุเฉินในชุดฮั่นฝูเนื้อดี นั่งเกร็งตัวอยู่บนเก้าอี้หลี่เหลียง ใบหน้าที่แต่งแต้มไว้ตั้งแต่เมื่อคืนเริ่มมีคราบเหงื่อซึมตามขมับ สายตาจ้องมองบานประตูหน้าเรือนตาไม่กระพริบด้วยความหวังอันเปี่ยมล้น!“เหตุใด... เหตุใดป่านนี้เงาอสูรยังไม่ส่งข่าวกลับมาอีก!” อนุเฉินพึมพำเสียงสั่น มือเรียวสวยกำผ้าเช็ดหน้าแน่นจนยับยู่ยี่“หรือว่า... หรือว่า ‘เงาอสูร’ จะสังหารนังซูเหมยไปแล้ว แล้วนำศพไร้หัวไปโยนทิ้งนอกเมืองหลวง จึงยังกลับมารับเงินทองคำแท่งไม่ทัน? ใช่! ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ๆ! ป่านนี้นังซูเหมยคงกลายเป็นศพเฝ้าป่าไปแล้ว!” อนุเฉินพยายามปลอบใจตัวเองพลางเหยียดยิ้มสะใจปัง!ทันใดนั้นเอง! บานประตูเรือนก็ถูกเปิดออกอย่างแรงจนชนผนังดังลั่น!‘บ่าวคนสนิท’ พุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าซีดเผือดราวกับกร
ยามโหย่ว (ประมาณ 18.00 น.) ณ ห้องจัดเลี้ยงเรือนใหญ่ วังชินอ๋องบรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงเรือนใหญ่เต็มไปด้วยความหรูหรา โอ่อ่า ทว่ากลับอบอวลไปด้วยรังสีความตึงเครียดอันเยือกเย็นดุจสมรภูมิรบก่อนเปิดศึก!โต๊ะอาหารไม้เนื้อดีขัดเงาวับตั้งวางอยู่กลางห้อง บนโต๊ะถูกจัดเรียงด้วยจานชามกระเบื้องเคลือบเกรดพรีเมียม และอาหารเลิศรสนับสิบจานที่ส่งกลิ่นหอมอบอวล... มีทั้งเป็ดปักกิ่งหนังกรอบสีน้ำตาลทอง หมูหันตัวโต ซุปหูฉลาม และกุ้งมังกรนึ่งเหล้าจีนจานยักษ์เบื้องหลังฉากกั้นไม้แกะสลักพับสี่ทบตามมุมห้อง... องครักษ์เงาฝีมือดีสามนายซุ่มซ่อนอยู่อย่างเงียบเชียบ ทุกคนกุมด้ามกระบี่แน่น เตรียมพร้อมจุดพลุสัญญาณด่วนหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน!เวินเชียนฟานในชุดขุนนางลำลองสีดำขลิบทอง นั่งประธานอยู่บนเก้าอี้หัวโต๊ะด้วยท่วงท่าสง่างาม ใบหน้าคมสันเรียบตึงดุจรูปสลัก ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีเพ่งมองไปยังธรณีประตูห้องจัดเลี้ยงโดยไม่กระพริบตา... มือขวาของเขาสอดไว้ใต้ชายเสื้อกว้าง คลำเข็มพิษ ยาสลายปราณ และยาแก้พิษครอบจักรวาลไว้แน่นหนา!‘คืนนี้แหละ...’ เวินเชียนฟานคิดในใจด้วยความเด็ดเดี
ยามจื่อผันผ่านเข้าสู่ยามโฉ่ว (ประมาณ 01.30 น.) ณ ห้องใต้ดินวังชินอ๋องบรรยากาศภายในห้องใต้ดินมืดมิด เยือกเย็น และอบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้น เสียงหยดน้ำกระทบผิวน้ำดัง ติ๋ง... ติ๋ง... เป็นระยะ สร้างความสยองขวัญให้แก่ผู้ที่ถูกคุมขังเป็นอย่างยิ่งร่างของ ‘เงาอสูร’ มือสังหารอันดับหนึ่งแห่งหอเงาดับสิ้น ถูกพันธนาการไว้กับเสาหินหนาแน่นด้วยโซ่ตรวนเหล็กกล้า แก้มก้นข้างซ้ายของเขามีผ้าพันแผลโปะไว้หนาเตอะจากแผลดาบสั้นอาบยาพิษปักก้นตัวเองเวินเชียนฟานยืนกอดอก ใบหน้าคมสันเรียบตึงดุจรูปสลัก จ้องมองมือสังหารด้วยสายตาเย็นชาดุจพญาอินทรี โดยมีชางสิงและโม่เฟิงยืนอารักขาอยู่ข้างกายซ่า!ชางสิงสาดน้ำเย็นจัดใส่หน้าเงาอสูรอย่างแรง!“เฮือก—!!”เงาอสูรสะดุ้งฟื้นขึ้นมาจากพิษสลายประสาท ร่างกายกระตุกเกร็งงึกๆ ดวงตาเหลือกถลนด้วยความผวา พอขยับโดนแผลที่ก้นก็ส่งเสียงร้องครวญครางออกมาอย่างน่าสงสาร“อ๊อดดดด! ก้นข้า... ก้นข้า!”เวินเชียนฟานก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รังสีความกดดันแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องใต้ดินลดวูบ
ยามซวี (ประมาณ 20.00 น.) ณ เรือนอนุเฉินบรรยากาศภายในเรือนของอนุเฉินตกอยู่ในความเงียบสงัดและหวาดผวา เทียนไขถูกจุดไว้นับสิบเล่มเพื่อขับไล่ความมืด ทว่ากลับไม่ได้ช่วยให้จิตใจของเจ้าของเรือนสงบลงได้เลยอนุเฉินนั่งสั่นงกๆ อยู่บนเก้าอี้หลี่เหลียง ใบหน้าสวยคมผัดแป้งหนาเตอะทว่าซีดเผือด สายตาจ้องมองขอบโต๊ะอาหารที่ว่างเปล่าด้วยความระแวงสติแตก บ่าวรับใช้คนสนิทคุกเข่าอยู่ข้างกายด้วยอาการขวัญผวาไม่แพ้กัน“ทา... ท่านอนุเจ้าคะ คนผู้นั้น... มาถึงแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้กระซิบเสียงสั่นวิ้ว...กระแสลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่านประตูเรือนเข้ามาอย่างเงียบเชียบ! เงาร่างของชายฉกรรจ์ในชุดคลุมสีดำสนิท ปิดบังใบหน้าเหลือเพียงดวงตาสีอำพันคมกริบ ปรากฏกายขึ้นกลางห้องโถงราวกับผุดมาจากเงามืดเขาคือ ‘เงาอสูร’ มือสังหารอันดับหนึ่งแห่งหอเงาดับสิ้น บุรุษผู้ฆ่าคนมานับร้อยโดยไร้ร่องรอย!“เงินทองคำแท่งร้อยตำลึง... วางไว้นี่” เสียงทุ้มต่ำแหบแห้งของเงาอสูรดังขึ้น “เป้าหมายคือใคร?”อนุเฉินชี้นิ้วอันสั่นระริกไปทางทิศตะวันตก “นั

















