Share

บทที่ 4

Penulis: เจียงหนานเยียน
ซือเจ๋อเยว่ถลึงตามองเขาแล้วกล่าวว่า “วันนี้เป็นวันมงคลสมรสของข้า แต่เจ้ากล้าตวาดข้า แถมยังร้องไห้ราวกับงานศพ!”

“เจ้าไม่พอใจเรื่องที่ฝ่าบาทประทานสมรสระหว่างข้ากับเยียนอ๋องซื่อจื่อ เจ้าต้องการจะขัดขืนราชโองการใช่หรือไม่?”

ผู้ช่วยเจ้ากรมพิธีการ “...”

ผู้ช่วยเจ้ากรมพิธีการ “!!!”

เยียนเซียวหรานมองซือเจ๋อเยว่ด้วยความประหลาดใจ

นางมองไปที่เขาแล้วกล่าวว่า “หึ เจ้ากล้าแสดงสีหน้าเช่นนี้ใส่ข้าด้วยหรือ นั่นแสดงว่าเจ้าคิดขัดขืนราชโองการจริง ๆ สินะ!”

“ข้าจะไปหาเสด็จลุงเดี๋ยวนี้ ขอให้เขาลงโทษเจ้า!”

ผู้ช่วยเจ้ากรมพิธีการกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ แต่เขาไม่กล้าขัดขวางพิธีแต่งงาน จึงจำใจต้องฝืนยิ้มออกมาและกล่าวว่า “องค์หญิงเข้าใจผิดแล้ว กระหม่อมมีความยินดีอย่างยิ่ง!”

ซือเจ๋อเยว่ทำหน้ารังเกียจพลางพูดว่า “เจ้ายิ้มไม่น่ามองเหมือนเมื่อครู่ ดูอย่างไรก็ไม่จริงใจ”

“เจ้าคงแค่ทำเป็นยิ้มบนหน้า แต่ด่าข้าอยู่ในใจสินะ?”

ผู้ช่วยเจ้ากรมพิธีการ “...”

เขาทำเช่นนั้นจริง ๆ ถูกนางจับได้เช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง

แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่พยายามยิ้มให้ดูจริงใจขึ้นอีกหน่อย “หามีเรื่องเช่นนั้นไม่! กระหม่อมยินดีเป็นอย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะ!”

ซือเจ๋อเยว่ยิ้มบาง ๆ “ตอนนี้เจ้าแค่เลือดออกนิดหน่อย ยังมิได้ตาย และครอบครัวเจ้าก็ยังไม่ล้มตายทั้งตระกูล ควรจะดีใจให้มากกว่านี้หน่อยนะ”

“โลหิตกับรอยยิ้มเข้ากันดีที่สุดแล้ว มาสิ ยิ้มให้สดใสกว่านี้!”

ผู้ช่วยเจ้ากรมพิธีการ “...”

เขากัดฟันด้วยความโกรธ แต่ก็ต้องฝืนยิ้มออกมาให้ได้

ในโถงพิธีแต่งงานมีเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้น เหล่าไท่จวินกระแอมไอครั้งหนึ่ง ทำให้บรรยากาศในห้องเงียบสงบลง แต่อารมณ์ตึงเครียดก็ลดลงไปบ้าง

ซือเจ๋อเยว่มองไปที่ผู้ช่วยเจ้ากรมพิธีการแล้วกล่าวว่า “อืม ยิ้มแบบนี้ดีมาก รักษาไว้นะ!”

หลังจากพูดจบ นางเดินไปที่เหล่าไท่จวินแล้วคืนไม้เท้าให้พร้อมกล่าวว่า “ขอบคุณเหล่าไท่จวิน!”

เหล่าไท่จวินมองนางด้วยสายตาเมตตา นางจึงยิ้มตอบก่อนจะถอยกลับไปยืนข้างเยียนเซียวหราน

จากนั้น นางหันไปทางคนประกอบพิธีที่ยืนตะลึงอยู่พลางพูดว่า “ธุระของข้าเสร็จแล้ว เริ่มพิธีไหว้ฟ้าดินได้ ไยเจ้ายังยืนบื้ออยู่อีก? รีบร้องให้ทำพิธีสิ!”

คนประกอบพิธีที่ยืนตกตะลึงอยู่นานเพิ่งจะได้สติ ตะโกนเสียงดังว่า “หนึ่งคำนับฟ้าดิน!”

“สองคำนับบิดามารดา!”

“เจ้าบ่าวเจ้าสาวคำนับกัน!”

“เสร็จพิธี ส่งตัวเข้าห้องหอ!”

ทันทีที่เสียงประกาศว่าพิธีเสร็จสิ้น เยียนเซียวหรานก็พาซือเจ๋อเยว่เดินไปทางห้องหอ เขาพูดเสียงเบาว่า “องค์หญิง การกระทำเมื่อครู่บุ่มบามเกินไปหน่อยหรือไม่?”

ซือเจ๋อเยว่ตอบอย่างช้า ๆ ว่า “เหล่าผู้กล้าที่เสียชีวิตเพื่อแผ่นดิน มิควรถูกคนชั่วหยามเกียรติ มิเช่นนั้นวิญญาณของพวกเขาคงยากจะสงบ”

เยียนเซียวหรานรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนี้จากนาง เขาอดไม่ได้ที่จะหันไปมองนาง

แม้ว่านางจะคลุมหน้าด้วยผ้าคลุม ทำให้ไม่สามารถเห็นสีหน้าของนางได้ มีเพียงรูปร่างที่บอบบางของนางที่เขามองเห็น

ซือเจ๋อเยว่เติบโตในสำนักเต๋าตั้งแต่เด็ก ในเมืองหลวงนั้นมีเรื่องเล่าลือเกี่ยวกับนางไม่มากนัก แต่ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องในแง่ลบ

เช่นว่านางหยาบคายโง่เขลา อวดดีเอาแต่ใจ และมักจะกระทำการอย่างโหดร้าย

ทว่าวันนี้เมื่อได้พบ นางกลับแตกต่างจากเรื่องเล่าลืออย่างสิ้นเชิง

นับตั้งแต่เยียนอ๋องสิ้นชีพในสนามรบ ฮ่องเต้เจาหมิงก็แสดงท่าทีตำหนิจวนเยียนอ๋องอย่างชัดเจน เหล่าขุนนางในราชสำนักต่างหลีกเลี่ยงจวนเยียนอ๋องราวกับเป็นสัตว์มีพิษ

มีขุนนางเพียงไม่กี่คนที่กล้าหาญและยุติธรรมพอจะออกปากปกป้องจวนเยียนอ๋อง ดังนั้นการที่นางแสดงออกเช่นนี้ นับว่าน่ายกย่องยิ่งนัก

เยียนเซียวหรานถอยหลังหนึ่งก้าวและคำนับนางพร้อมกล่าวว่า “ขอบคุณพี่สะใภ้ใหญ่”

เมื่อซือเจ๋อเยว่ได้ยินคำว่า ‘พี่สะใภ้ใหญ่’ ก็รู้สึกแปลกใจ นางนึกถึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้นระหว่างนางกับเขา ในตอนนี้นางก็อยากจะบินหนีไปให้ไกลเหลือเกิน

ซือเจ๋อเยว่ไอเบา ๆ พลางกล่าวว่า “ไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้าอย่างจริงจังเช่นนี้ ข้าเพียงแค่ไม่สบอารมณ์กับขุนนางชั่วช้าผู้นั้น จึงทำในสิ่งที่ข้าคิดว่าควรทำเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับจวนเยียนอ๋องแต่อย่างใด”

เยียนเซียวหรานเปิดประตูห้องหอและเชิญนางเข้าไป แต่เขาไม่สามารถตามนางเข้าไปได้ เพราะการรับตัวเจ้าสาวแทนพี่ชายของเขาสิ้นสุดลงตรงนี้

เมื่อซือเจ๋อเยว่อยู่ในห้องหอแล้ว นางก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองเขาอีกครั้ง

ชายหนุ่มยืนอยู่ใต้แสงตะเกียง ลำตัวสูงสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาราวกับกล้วยไม้ที่เติบโตอย่างงดงาม

เพียงแต่ว่ากลิ่นอายอาฆาตบนหว่างคิ้วของเขาดูเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม ขัดแย้งอย่างมากกับลักษณะของผู้ที่ควรจะมีชีวิตยืนยาวและเต็มไปด้วยวาสนา

นางคิดถึงเหตุการณ์ในอดีตที่น่าอึดอัดระหว่างพวกเขาทั้งสอง และคิดว่าพวกเขาก็ถือว่ามีความสัมพันธ์กันบ้าง อีกทั้งนางยังเคารพเยียนอ๋องเป็นอย่างมาก

นางจึงอดไม่ได้ที่จะเตือนเขาเสียงเบาว่า “ท่านกำลังจะประสบเคราะห์ใหญ่ ระวังตัวให้ดี”

คำพูดนี้ทำให้เยียนเซียวหรานรู้สึกคุ้นเคยอย่างมาก เขาหันมองนางด้วยสายตาคมกริบ

นางรู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าคำพูดแรกที่นางเคยพูดกับเขาเมื่อพบกันครั้งแรกก็คือคำนี้!

ซือเจ๋อเยว่ “...”

นี่มันชะตากรรมที่ข้าก่อขึ้นเองแท้ ๆ!

นางกระแอมไอเบา ๆ พลางอธิบายว่า “ข้าอยู่ในสำนักเต๋ามานาน จึงได้เรียนรู้ศาสตร์ดูโหงวเฮ้งบ้าง โหงวเฮ้งของท่านบอกข้าว่า ท่านกำลังจะประสบเคราะห์ใหญ่”

ทั้งสองยืนอยู่โดยมีธรณีประตูขวางกั้น นางยืนอยู่ในห้องหอ ร่างบอบบาง งดงามราวดอกไม้ แต่กลับอ่อนแอราวกับไม่สามารถรับน้ำหนักของเสื้อผ้าที่สวมได้ ทำให้เยียนเซียวหรานอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเหตุการณ์เมื่อหนึ่งปีก่อน

ครั้งนั้นเขาทำภารกิจตามคำสั่งของเยียนอ๋องและเคยยืนอยู่ตรงหน้าธรณีประตูกับหญิงสาวอีกคนเช่นนี้

หญิงสาวผู้นั้นสวมหน้ากากจิ้งจอก ทำให้เขาเห็นเพียงดวงตาที่งดงามราวสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วง

ขณะนั้นนางยิ้มกว้างพลางกล่าวว่า “คุณชายกำลังจะประสบเคราะห์ใหญ่ ระวังตัวด้วย”

เขาคิดว่าตัวเองเจอเพียงหมอดูจอมปลอม จึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก

จนกระทั่งสามวันต่อมา เขาถูกนางลากลงไปในบ่อน้ำพุร้อน...

ตอนนี้เงาร่างของซือเจ๋อเยว่กลับซ้อนทับกับหญิงสาวในความทรงจำของเขาอย่างพอดิบพอดี ดวงตาของเยียนเซียวหรานจึงหรี่ลงเล็กน้อย ความคิดบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

เยียนเซียวหรานกำลังจะถามนางว่าเมื่อหนึ่งปีก่อนนางเคยไปเจียงหนานหรือไม่ แต่ได้ยินเสียงชราดังขึ้นว่า “เซียวเอ๋อร์ เจ้ายืนทำอะไรอยู่ที่นี่?”

ผู้ที่มาเป็นเหล่าไท่จวิน นางได้จัดการให้พวกกลุ่มขุนนางของกรมพิธีการกลับไปแล้ว และรีบรุดมาที่ห้องหอ

เยียนเซียวหรานรีบลดสายตาลงและกล่าวว่า “ท่านย่า ข้ากำลังกล่าวขอบคุณองค์หญิง”

เหล่าไท่จวินพยักหน้าเล็กน้อยและบอกให้เขาไปพักผ่อน แม้เขาจะมีคำถามในใจ แต่ก็รู้ว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม จึงหันหลังกลับและจากไป

เมื่อชายหนุ่มเดินออกไป เหล่าไท่จวินก็เข้ามาในห้องหอ พลางพูดกับซือเจ๋อเยว่ด้วยน้ำเสียงอบอุ่นว่า “วันนี้ขอขอบคุณองค์หญิงที่พูดแทนจวนเยียนอ๋องอย่างกล้าหาญ”

“องค์หญิงช่างมีลักษณะคล้ายกับอดีตฮ่องเต้นัก ข้าขอแสดงความนับถือ”

“ให้องค์หญิงต้องเข้าพิธีสมรสกับจวนเยียนอ๋องในสภาพเช่นนี้ ทำให้องค์หญิงต้องลำบากแล้ว”

ซือเจ๋อเยว่ยิ้มเล็กน้อยและตอบว่า “เหล่าไท่จวินเกรงใจเกินไปแล้ว จวนเยียนอ๋องทั้งตระกูลล้วนซื่อสัตย์และกล้าหาญ ข้าชื่นชมอย่างยิ่ง วันนี้ที่ข้าทำไปนั้นก็เพียงทำตามใจข้าเอง”

เหล่าไท่จวินถอนหายใจเบา ๆ พลางกล่าวว่า “จวนเยียนอ๋องพ่ายศึกในครั้งนี้ ฝ่าบาทโกรธกริ้วยิ่งนัก บรรดาขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและบู๊ต่างพากันรีบตัดความสัมพันธ์กับจวนเยียนอ๋อง”

“ที่องค์หญิงกล่าวว่าทำไปเพียงเพราะทำตามใจตนเองนั้น ข้าเห็นว่าเป็นสิ่งที่หายากยิ่ง”

“แต่ถึงแม้องค์หญิงจะมีน้ำใจ จวนเยียนอ๋องก็ไม่อาจถือว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องธรรมดาได้”

“ซื่อจื่อ...จากไปแล้ว องค์หญิงที่ต้องแต่งงานเข้ามาเช่นนี้ย่อมลำบากใจอย่างยิ่ง”

“บัดนี้จวนเยียนอ๋องมีแต่ความไม่มั่นคง เสี่ยงต่อการล่มสลายได้ทุกเมื่อ จวนเยียนอ๋องมิอาจทำให้องค์หญิงต้องลำบากไปด้วย”

“นี่คือหนังสือหย่าที่ข้าเขียนแทนซื่อจื่อ องค์หญิงโปรดรับไว้และออกจากจวนเยียนอ๋องเถิด”

ซือเจ๋อเยว่อึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างมองเหล่าไท่จวินด้วยความประหลาดใจที่ไม่สามารถปกปิดได้

ก่อนที่นางจะแต่งงานเข้ามา นางเคยคิดจะเจรจากับเหล่าไท่จวินเพื่อขอให้ปล่อยนางไป แต่ไม่คาดคิดว่าเหล่าไท่จวินจะมอบหนังสือหย่าให้นางก่อนเสียอีก!
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
TOR Mahikote
เหล่าไท่จวิน ท่านน่านับถือยิ่งนัก
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 381  

    เขาจ้องมองนางด้วยสายตาเย็นชา "เป็นข้าที่ไร้เดียงสาเกินไป คิดว่าเรื่องราวระหว่างเราจะต่างออกไป" "แต่ข้ากลับลืมไปว่า เจ้าเป็นคนของสำนักเต๋า เราสองคนก็อยู่กันคนละฝ่ายตั้งแต่แรกเริ่ม" "ซือเจ๋อเยว่ ตั้งแต่นี้ไปข้าขอตัดขาดจากเจ้า หากพบกันอีก ข้าจะฆ่าเจ้าแน่นอน!" เมื่อเอ่ยจบเขาก็หยิบของสิ่งหนึ่งจากร่างกายแล้วขว้างออกไป สิ่งนั้นทำหน้าที่รับแรงโจมตีจากค่ายกลแทนเขา ก่อนที่ตัวเขาจะพุ่งออกจากค่ายกลราวกับดาวตกก็ไม่ปาน ซือเจ๋อเยว่รีบไล่ตามออกไป แต่ภายนอกกลับไร้เงาของไป๋จื้อเซียน นางรู้สึกเป็นกังวลอย่างยิ่ง วันนี้เขาเข้าใจนางผิด แล้วจากไปเช่นนี้ ภายภาคหน้าก็ไม่อาจล่วงรู้เลยว่าจะเกิดอันใดขึ้นอีก ยังดีที่เขาเคยสาบานต่อสวรรค์ ว่าจะไม่สังหารผู้บริสุทธิ์ อย่างน้อยสถานการณ์ก็ยังไม่เลวร้ายถึงระดับนั้น แต่เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาขาดสะบั้นในบัดนี้ ด้วยนิสัยของเขา ย่อมต้องหาหนทางสังหารนางให้ได้อย่างแน่นอน! นางคิดว่าตนเองยังคงประเมินไป๋จื้อเซียนต่ำเกินไป คิดไม่ถึงว่าเขาจะสามารถหลบหนีออกจากค่ายกลพิทักษ์ขุนเขาได้ เยียนเซียวหรานถามขึ้น "เมื่อครู่นี้เกิดอันใดขึ้น?" ซือเจ๋อเยว่ถอนหายใจ "ตุ๊

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 380

    ซือเจ๋อเยว่ประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากตุ๊กตาดินเผาเหล่านี้นับหลังจากตั้งแต่ที่อาจารย์สามปั้นเสร็จแล้ววางไว้ที่นี่ ก็ไม่เคยมีความรู้สึกอะไรนางคิดมาตลอดว่าอาจารย์สามทำเช่นนี้เพราะจะหยอกนางเล่น ไม่คิดเลยว่าจนกระทั่งวันนี้จะมีความเคลื่อนไหวแล้วที่ประตูมีเสียงของไป๋จื้อเซียนดังลอยเข้ามา “เจ้าล่อลวงข้ามาที่นี่ ก็เพราะอยากจะฆ่าข้าใช่หรือไม่?”ซือเจ๋อเยว่หันหน้ากลับไปมองก็เห็นไป๋จื้อเซียนยืนอยู่ที่หน้าประตู ตุ๊กตาดินเผาเหล่านั้นรวมตัวกันกลายเป็นค่ายกล จะจัดการกับเขาหลังจากที่วันนี้เขาเดินเข้ามาในสำนักเต๋า ความสามารถทุกด้านก็ถูกลดทอนลง ตุ๊กตาดินเผาเหล่านี้ยังเป็นตุ๊กตาที่อาจารย์สามปั้นขึ้นเองกับมืออีกด้วย ด้านในมีค่ายกลที่ร้ายแรงเป็นอย่างยิ่งซ่อนอยู่ไป๋จื้อเซียนในเวลานี้ถูกค่ายกลนี้ขังเอาไว้ ไม่สามารถดิ้นให้หลุดได้เขาเกิดความสงสัยมาก ประกอบกับก่อนหน้านี้ซือเจ๋อเยว่อยากจะจัดการเขามาตลอด เขาจึงคิดว่านางเป็นผู้ควบคุมให้ตุ๊กตาดินเผาเหล่านี้มาจัดการเขาก่อนหน้านี้ซือเจ๋อเยว่เคยคิดอยากจะจัดการเขาในสำนักเต๋าจริง ๆ แต่เป็นครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับนางจริง ๆเป็นเพราะร่างกายที่พิเศษเ

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 379

    ความทรุดโทรมนี้เริ่มปรากฏตั้งแต่ประตูเขาที่เก่าและทรุดโทรม ยาวไปตลอดทางจนถึงกระทั่งถึงโถงใหญ่ของสำนักเต๋าด้านในก็มีเพียงรูปหล่องทองคำปรมาจารย์เต๋าที่ยังมีสภาพดีอยู่เพียงเท่านั้น อาคารอื่น ๆ ของวัดก็สามารถใช้คำว่าชำรุดทรุดโทรมมาบรรยายได้เมื่อซือเจ๋อเยว่กลับมา นักพรตเต๋ารุ่นเยาว์ที่เฝ้าภูเขาก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ท่านกลับมาแล้ว ไม่ไปไหนแล้วใช่หรือไม่?”ซือเจ๋อเยว่ได้ยินก็กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ข้าอาศัยคืนเดียวก็จะไปแล้ว”ใบหน้าของนักพรตเต๋ารุ่นเยาว์ก็มีสีหน้าผิดหวังปรากฏขึ้นมาทันที นางหยิบทองหนึ่งกำมือออกมาจากมิติคาถาเต๋าแล้วมอบให้เขา “ค่าอาหารของปีนี้”นักพรตเต๋ารุ่นเยาว์ใช้สองมือรับทองคำ ใบหน้ามีรอยยิ้มขึ้นมาทันที “อย่างไรเสียศิษย์พี่หญิงใหญ่ก็เก่งกาจ!”สำนักเต๋าผ่านไปด้วยความยากลำบากมาก ทองคำเหล่านี้เมื่อแลกเป็นเงินก็ได้หลายพันตำลึง เพียงพอที่จะให้พวกเขามีกินได้ถึงสิ้นปีซือเจ๋อเยว่ถามเขา “พวกอาจารย์ออกจากสำนักเต๋าตั้งแต่เมื่อใด?”นักพรตเต๋ารุ่นเยาว์ “ทันทีที่ศิษย์พี่หญิงใหญ่ออกไปจากสำนักเต๋า เจ้าสำนักพวกเขาก็ไปแล้ว”ซือเจ๋อเยว่ขมวดคิ้ว “พวกเขาได้บอกหรือไ

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 378

    ซือเจ๋อเยว่เผชิญหน้ากับสายตาที่แฝงไปด้วยความน้อยใจของไป๋จื้อเซียน นางมีความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกด้วยท่าทางเช่นนี้ของเขา เกรงว่าคนที่ไม่รู้จะคิดว่าพวกเขากำลังสุมหัวกันกลั่นแกล้งเขาแต่เรื่องจริงคือเขาเกือบทำให้พวกเขาต้องติดกับดักจนตายในเวลานี้นางจำต้องกล่าว “ขอบคุณคุณชายไป๋มาก”ไป๋จื้อเซียนมองนางด้วยสีหน้าน่าสงสารพร้อมกล่าว “เมื่อครู่นี้เจ้าดุข้า”ซือเจ๋อเยว่ “...”นางสูดหายใจในใจทีหนึ่ง เจ้าหมอนี่แสดงละครเก่งมาก!นางยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ข้ามีนิสัยใจร้อน เวลามองอะไรก็มักจะมองแค่สถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า ไม่สู้คุณชายไป๋ที่มองการณ์ไกล”“คุณชายไป๋คาดการณ์เรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในตอนหลังได้ตั้งแต่แรกแล้ว ข้าชื่นชมตบะอันล้ำลึกทำให้ข้านับถือจากใจจริง”“ครั้งหน้าหากยังมีเรื่องแบบเดียวกันอีก คุณชายไป๋ได้โปรดแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเสียหน่อย พวกเราจะได้ร่วมมือกันได้ดี”นางพูดจบก็ยิ้มให้เขาเล็กน้อย “คุณชายไป๋ช่วยพวกเราคำนวณดูหน่อยได้หรือไม่ พวกเรากลับเมืองหลวงครั้งนี้ จะล้มจวนหนิงกั๋วกงได้หรือไม่?”ไป๋จื้อเซียน “...”ถึงแม้เขาจะมีชีวิตอยู่มาหนึ่งพันปีแล้วก็ตาม เรียนรู้เพียงความสามารถฆ

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 377

    “ถึงแม้วันนี้ข้ากับชื่อปาเลี่ยจะบุกฝ่าออกมาได้ แต่ก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด”“การล้อเล่นแบบนี้ อย่างไรคุณชายไป๋ช่วยลดลงหน่อยจะดีมาก”ไป๋จื้อเซียนจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา เขาหันหน้าไปมองไป๋จื้อเซียน โดยไม่ยอมอ่อนข้อเลยแม้แต่น้อยชื่อปาเลี่ยที่อยู่ข้าง ๆ พูดไกล่เกลี่ย “ครั้งนี้พวกข้าไม่เป็นอะไร อย่างไรก็ช่างเถอะ”ความโกรธที่ไป๋จื้อเซียนมีอยู่มากมายไม่มีที่ระบาย ยกมือขึ้นแล้วสะบัดทำให้ชื่อปาเลี่ยลอยกระเด็นออกไปชื่อปาเลี่ย “!!!!!”หากวันหลังเขายังกล้าสอดเรื่องของพวกเขาอีก เขาก็คือก็คือไอ้ลูกหมา!เขากระแทกลงบนพื้นอย่างแรง ร้องโอ๊ยออกมาทีหนึ่งซือเจ๋อเยว่รีบยื่นมือออกไปประคองชื่อปาเลี่ย “เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”ชื่อปาเลี่ยกุมหน้าอกกล่าว “ข้าเจ็บหน้าอกนิดหน่อย”ในระหว่างที่พูดเขารู้สึกผิดปกติบริเวณหน้าอก ยื่นมือออกไปแล้วล้วง ไม่คิดเลยว่าจะควักสมุดบันทึกเล็ก ๆ เล่มหนึ่งออกมาจากข้างใน “นี่มันอะไรกัน?”หลังจากซือเจ๋อเยว่รับมาก็เปิดสมุดบันทึกเล่มเล็ก พบว่าเป็นสำเนาคำสั่งเคลื่อนย้ายฉบับนั้นที่เยียนอ๋องซื่อจื่อกล่าวไว้นางทั้งตกใจทั้งดีใจ “นี่คือสำเนาคำสั่งเคลื่อนย้าย!”เยียนเซียวหรา

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 376

    ซือเจ๋อเยว่รีบกล่าว “ข้าไม่เป็นอะไร”นางพูดจบก็กล่าวด้วยสีหน้าเป็นกังวล “เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือ?”เยียนเซียวหรานยิ้มเล็กน้อย “ข้าไม่เป็นอะไร”เขาพูดจบก็ประสานมือคำนับไป๋จื้อเซียนกล่าว “ขอบคุณคุณชายไป๋ที่พาองค์หญิงออกมาได้อย่างปลอดภัย ทำให้ข้าไม่ต้องเป็นพะวงที่จะบุกฝ่ากองทัพออกมา”สีหน้าของไป๋จื้อเซียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย เรื่องนี้เขาวางแผนทำร้ายเยียนเซียวหราน เยียนเซียวหรานขอบคุณเขาจึงทำให้เขารู้สึกไม่สบายเป็นอย่างมากยังมีท่าทีของซือเจ๋อเยว่อีก ในดวงตาของนางมีเพียงเยียนเซียวหรานเท่านั้น ไม่มีเขาเลยแม้แต่น้อยความรู้สึกแบบนี้ทำให้ไป๋จื้อเซียนไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งเขารู้สึกไม่พอใจ จึงอยากจะทำร้ายชื่อปาเลี่ยอีกครั้งดวงตาของเขากวาดมองไปยังชื่อปาเลี่ย ชื่อปาเลี่ยได้หลบไปอยู่ที่ด้านหลังของซือเจ๋อเยว่อย่างรวดเร็ว “คุณชายไป๋จะทำร้ายข้า องค์หญิงช่วยด้วย!”ซือเจ๋อเยว่รู้ว่าไป๋จื้อเซียนมีนิสัยขี้โมโห เขาติดตามอยู่ข้าง ๆ พวกเขา ก็ไม่ต่างอะไรกับระเบิดเวลา ไม่รู้ว่าจะเบิดขึ้นเมื่อไหร่เพียงแต่หากปล่อยเขาไป วันข้างหน้าก็ไม่รู้ว่าเขาจะก่อเหตุวุ่นวายอะไรขึ้นอีกนางคิดว่า อย่างไรเสียก็ต้องคิดหาว

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 1

    “แม้ซือเจ๋อเยว่จะมีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิง แต่ก็ต้องแต่งงานกับเยียนอ๋องซื่อจื่อที่ตายในสมรภูมิรบ ช่างน่าเวทนาเสียจริง!”“อย่างนางนับเป็นองค์หญิงที่ใดกัน? นางก็แค่เด็กบ้านนอกที่เติบโตในสำนักเต๋า แถมยังเป็นดาวอัปมงคลอีกด้วย”“ข้ายังได้ยินมาว่า นางเป็นเหตุให้ฮ่องเต้องค์ก่อนสิ้นพระชนม์ด้วย”“ดาวอัปมงคล

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 10

    ในขณะที่เหวยอิ้งหวนสั่งให้คนไปค้นจวนอ๋อง เยียนเซียวหรานยืนมองอยู่ด้านนอกเขาเห็นว่าเจ้าหน้าที่เหล่านั้นไม่ได้ไปที่ใดเลย มุ่งหน้าตรงไปที่ห้องหนังสือของเยียนอ๋อง ทำให้แววตาของเขาเยือกเย็นขึ้นเป็นไปตามคาด จดหมายเหล่านี้มีคนนำมาไว้แต่แรกเขาไม่ได้ขัดขวางเจ้าหน้าที่เหล่านั้นค้นจวน แต่เขาก็กลัวว่าพวกเ

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 9

    หากไม่ได้รับการตักเตือนจากซือเจ๋อเยว่ ใครจะไปคิดว่าพวกเขาจะซ่อนจดหมายไว้ในอ่างปลา?แววตาตื้นตันที่พระชายาผู้เฒ่ามองซือเจ๋อเยว่มากขึ้นกว่าเดิม หากจดหมายเหล่านี้ถูกคนของศาลต้าหลี่หาพบ จวนอ๋องต้องถูกประหารเก้าชั่วโคตรนางเอ่ยกับเยียนเซียวหราน “รีบทำลายจดหมายพวกนี้ซะ”เยียนเซียวหรานนำอ่างมาแล้วเผาจดห

  • บ่วงดวงชะตา พระชายาหมอดูมือฉมัง   บทที่ 2

    สีหน้าของเยียนเซียวหรานเปลี่ยนไปทันที มองนางด้วยความประหลาดใจนางยิ้มเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “ข้าจะช่วยท่านเชิญซื่อจื่อออกมาเอง”นางเป็นอัจฉริยะในสำนักเต๋า มีดวงตาแห่งจิตวิญญาณโดยกำเนิด เกิดมาก็สามารถมองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นแต่ความเป็นอัจฉริยะของนางนั้น มาพร้อมการแบกรับห้าเคราะห์สามบกพร่อง และนา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status