Home / โรแมนติก / บ่วงบรรพกาล / ตอนที่ 5 ต้องปรับตัวให้ได้

Share

ตอนที่ 5 ต้องปรับตัวให้ได้

last update publish date: 2026-07-11 23:43:31

ฤดูกาลผันผ่านไปนานนับเดือนช่างรวดเร็วราวกับเป็นเรื่องโกหก สองสาวงามล่มเมืองแห่งอโยธยาหลานสาวของพระยาบรรลือและคุณหญิงเพ็ญ นั่งรับลมยามเย็นอยู่ริมแม่น้ำ สายลมเอื่อยตีผิวน้ำเป็นระรอกคลื่นกระทบกับแสงแดดสีส้มอมแดงของแสงแดดยามเย็น ดูสวยงามเหมือนอัญมณี หญิงสาวในชุดสไบสีกลีบบัวนั่งก้มหน้าจดลายสือเส้นผมยาวสยายถูกทัดกับใบหูเผยให้เห็นต้นคอขานคอขาวผ่องแลดูงามยิ่งกว่าสิ่งใด ส่วนอีกนางในชุดสไบสีม่วงเข้มขับผิวขาวนวลของนาง กำลังอ่านลายสือเล่มหนาแปลกตาเหมือนของพวกฝรั่งมังค่า ภาพของสองสาวที่มักจะมานั่งรับลมตรงริมน้ำทุกๆ วันเป็นภาพชินตาของชาวบ้านและหนุ่มๆ จนเกิดเสียงเล่าลือถึงสาวงามล่มเมืองแห่งบ้านพระยาบรรลือหนุ่มน้อยใหญ่ที่ใคร่จะยลโฉมนางมักจะพากันพายเรือผ่านประจำบ้างทำเนียมอายบ้างร้องเพลงเกี้ยวพา แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถเรียกให้สาวเจ้าหันมาสนใจได้เลย

" พวกนั้นมาจีบแกอีกแล้วยัยเกมส์..."

มินตราพยักเพยิดหน้าให้เพื่อนสาวหันไปมองกลุ่มชายหนุ่มที่ร้องเพลงเกี้ยว 'แม่บัว' อยู่ทุกเมื่อเชื้อวัน

" อี๋...!!! ไม่ผ่านๆ เฉยไปแล้วมั๊ย...เอ้อ...ลืมไปเราอยู่ใน สยามประเทศย้อนมาตั้ง209ปี...เห้อ!! ไม่คิดฝันว่าจะย้อนเวลามาไกลขนาดนี้ตายแล้วเกิดใหม่ตั้งสองชาติกว่าจะกลับไปหาป๊ากับม๊าได้"

ชลินทราถอนหายใจเฮือกใหญ่ นึกหวนไปเมื่อครั้นมาถึงที่นี่ใหม่ๆ อะไรๆ ก็ดูผิดแปลกไปเสียหมด ยิ่งเมื่อรู้ว่าที่นี่คือพ.ศ.2435 หญิงสาวก็ถึงกับล้มป่วยไปเสียหลายวัน โชคยังดีที่มีมินตราคอยปลอบอยู่ข้างๆ ถึงทำให้เธอต้องปรับตัวแล้วอยู่ไห้ได้ ผิดกับเพื่อนรักของเธอที่ดูสตรองเหมือนกับเป็นเรื่องปรกติ แต่ถึงอย่างนั้นบางทีเธอก็เห็นว่ามินตรายังคงยิ้มได้แต่เมื่ออยู่ตัวคนเดียวเมื่อไหร่ เธอแอบเห็นว่าเพื่อนเธอก็เฮริทพอๆ กันกับเธอเช่นกัน ฉนั้นในเมื่อแก้ใขอะไรไม่ได้เธอจึงจำยอม และรับการเปลี่ยนแปลงต้องอยู่ต่อให้ได้ ต้องปรับตัวไห้ได้!!!

" บ่นๆ เครียดๆ ไปก็เท่านั้นว่ะแก...โชคดีที่คุณลุงคุณป้าท่านเอ็นดูเรารับเราเป็นลูกหลานไม่งั้นป่านนี้เราจะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้ ข้าวของสำคัญก็ยังใช้ได้อยู่ก็ยังไม่แย่ทีเดียวหรอกว่ะ"

มินตราปลอบใจเพื่อนรัก พลางหยิบกระเป๋าสะพายคู่กายขึ้นมา กอด ในนั้นมีประเป๋าเงินที่มีบัตรต่างๆ หนังสือการ์ตูนเล่มโปรดอีกสองเล่มโทรศัพท์สมาร์ทโฟนสายชาร์จและเพาเวอร์แบงค์โซล่าเซลล์ที่เธอใช้ประจำสองสาวมองหน้ากันอย่างรู้สึกถึงใจกันและกันพลางประสานเสียงถอดถอนหายใจ ดวงตาคู่งามเหม่อมองผืนน้ำใสสีเขียวผิวน้ำสะท้อนแสงอาทิตย์อัศดง เป็นประกายระยิบระยับ

" คุณมิน คุณบัว...คุณหญิงเรียกหาเจ้าค่ะ"

เสียงประชดประชันกระชากเสียงร้องเรียกสองสาวอย่างไม่เต็มใจ เป็นแม่นุ่มที่ยืนกอดอกเรียกสองสาว ริมฝีปากของนางคว่ำลงอย่างไม่พอใจ. ตลอดเวลาที่ผ่านมาสองสาวรู้ว่าทาสสาวตรงหน้านั้นไม่ชอบขี้หน้าพวกเธอเป็นอย่างมากเพราะยกตนเสมอว่าเป็นลูกบุญธรรมของเจ้าของเรือนจึงมีใจริษยาไม่พอใจที่สองสาวได้รับสิทธิ์เหนือกว่าตนที่มาก่อน. เมื่อเห็นว่าทำหน้าทีตนเสร็จแล้วทาสสาวก็สะบัดกายหนีกระทืบเท้าโครมๆ เดินจากไป

" ไปกินรังแตนที่ไหนมาวะยัยคนนี้...ต่อหน้าคนหมู่มากทำราวกับเราเป็นของมีค่าลับหลังปุ๊ป....เรานี่ขี้หมาชัดๆ เลยนะแก"

มินตราอดค่อนแคะอาการหน้าไหว้หลังหลอกไม่ได้....น่าหมั่นไส้ชะมัด

" ยัยนุ่มมันเพิ่งจะแตกสาวฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงก็งี้แหล่ะแก....รึไม่ก็เป็นไบโพลาร์ อย่าไปใส่ใจเลยเถอะ...ปวดหัวไมเกรนจะขึ้นเอา"

ชลินทราออกความเห็น เรียกเสียงหัวเราะปานระฆังทองดังไปทั่วคุ้งน้ำทาสบ่าวในเรือนที่ได้ยินพลางอมยิ้มตามไปด้วย ตั้งแต่สองสาวเข้ามาอยู่เรือนนี้ก็เปลี่ยนไปเยอะอยู่เหมือนกัน

เรือนไม้หลังใหญ่โตบ่งบอกถึงฐานะของเจ้าบ้านที่เป็นถึงเจ้าพระยา เสียงพูดคุยของผู้มาเยือนบ่งบอกว่าวันนี้มีแขกเรื่อมาบ้านสองสาวสืบเท้าขึ้นเรือนอย่างเงียบๆ เมื่อทาสบนเรือนเห็นจึงร้องบอกเจ้านายแห่งเรือนว่าสองสาวมาแล้ว มินตราเห็นว่าวันนี้มีแขกมามากกว่าที่เคย ทั้งหมดเป็นคุณหญิงคุณท่านที่เดินทางมาจากต่างแดน มีบางคนเป็นชาวต่างชาติ นึกได้ว่าพระยาบรรลือคือเจ้าหน้าที่วาณิชย์ของเมืองจึงสรุปเอาเองได้ว่าคงจะเป็นเหล่าพ่อค้าที่ถูกเชิญให้มาสังสรรค์ที่เรือนตน

" แม่มิน แม่บัว มานี่สิลูก ป้าจักแนะนำพวกเจ้าให้รู้จักกับพวกท่านทั้งหลาย " คุณหญิงเพ็ญร้องเรียกสองสาวทั้งคู่ไม่คัดค้านค่อยๆ เดินเข้าไปนั่งข้างๆ สองสามีภรรยาเจ้าของเรือนอย่างว่าง่าย กิริยาแช่มช้อย ทั้งบุคลิกที่ดูแล้วถูกอบรมมาอย่างดีไม่กระโดกกระเดกเป็นที่ต้องตาทุกคน สองสาวยกมือไหว้ทุกคนอย่างมีมารยาทตามที่ถูกแนะนำ สองสาวประนมมือไหว้สวย หลังตรงเป็นสง่าอีกทั้งเครื่องเคราบนหน้าก็สมส่วนงดงาม ทำให้บุรุษบนเรือนถึงกับครางฮือในลำคอ

" ทุกท่านเจ้าคะ นี่แม่มิน หลานของอิฉัน แม่ของนางเป็นเศรษฐินีแม่ค้าข้าวพ่อของนางเป็นครูมวย ส่วนนี่ แม่บัว พ่อแลแม่ของนางเป็นหมอทั้งคู่ น่าสังเวชที่พ่อแม่นางทั้งสองตายเพราะโรคห่าเจ้าค่ะ อิฉันกับคุณพี่เลยรับเลี้ยงเป็นลูกหลาน "

คุณหญิงเพ็ญแนะนำราวกับโฆษณาให้หนุ่มๆ ได้ร้อนรุ่มอยากจะเอ่ยขอสองสาวเป็นแม่ศรีเรือนของตนเสีย

" พ่อแม่เป็นหมอฤา....หมอโรงนอก (1) ใช่ฤาไม่ แม่ " หมอหนุ่มร้องถามพลางส่งสายตาประกายวาวหวามให้ ชลินทรา หญิงสาวจำได้ว่าเขาคือหมอฝึกหัดที่มารักษาเธอกับมินตราเมื่อเดือนก่อน ดวงตาคมจ้องมองเธอราวกับจะมองทะลุไปถึงไหนทำเอาชลินทรารู้สึกร้อนไปทั้งตัว เมื่อครู่คุณหญิงป้าแนะนำมา เธอจำได้ว่าชื่อ ขุนศรีตรีเทพโอสถ

" ข้ามิรู้จักหมอโรงนอกเจ้าค่ะ...พ่อข้าเป็นหมอศัลยกรรมกระดูกแม่ข้าเป็นหมอสูตินารีแพทย์เฉพาะทางเจ้าค่ะ"

ชลินทราตอบตามประสาซื่อ ตั้งแต่เธอหลงมายุคนี้เธอไม่เคยเห็นโรงหมอเลยสักแห่งยิ่งมีหมอโรงนอกหรือหมอโรงใน (2) เธอยิ่งไม่รู้เลย

" เช่นนั้นดอกฤา...." น้ำเสียราบเรียบของอีกฝ่ายทำให้ชลินทราชักจะไม่ชอบท่านขุนคนนี้เสียเหลือเกินอีกทั้งสายตาที่เคยโลมเลียเธอกลับดูเย็นชาจ้องแต่จะจับผิดดูถูกดูแคลนเธอ

" แลเจ้าเล่าแม่มิน พ่อเจ้าเป็นครูมวยสายใดฤามวยปล้ำฤามวยหมัด? "

ชายหนุ่มผิวกร้านแดดใบหน้าคมสมชายร่างกำยำใหญ่ผ่านการฝึกมาอย่างดี มินตราดูปราดเดียวก็รู้ว่าเขาเป็นลูกครึ่งด้วยดวงหน้านั้นออกจะอินเตอร์กว่าคนอื่น...ปัญหาคือเธอจำชื่ออีกฝ่ายไม่ได้นี่สิ...หากอีกฝ่ายไม่ใช่หนุ่ม2D อย่างหวังจะอยู่ในสายตาเธอ

" ได้ทั้งหมดเจ้าค่ะ"

หญิงสาวตอบสั้นๆ น้ำเสียงเย็นชาราวกับไม่ใส่ใจบุรุษทั้งหลายตรงหน้าอีกทั้งดูอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

" คุณหญิงป้าเจ้าขา...หลานทั้งสองขอไปเกียมของว่างนะเจ้าคะคุณท่านทั้งหลายจักได้ชิมฝีมือหลาน"

มินตราหันไปออดอ้อนเสียงหวานพลางเกาะเท้าคุณหญิงเพ็ญพลางส่งสายตาราวลูกแมวตัวน้อยๆ ให้ คุณหญิงเพ็ญพยักหน้ารับพลางส่งยิ้มและลูบหัวอย่างเอ็นดู สองสาวจึงพากันลาไปยังครัวเพื่อตระเตรียมของว่างมารับแขกโดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเสียงหวานๆ ของเธอทำเอาใจชายหนุ่มน้อยใหญ่หลายๆ คนบนเรือนแทบจะละลายเสียตรงนั้น

" ฉันว่าฉันเกลียดอีตาหมอขี้เก๊กนั่นว่ะแก...คนอาไร้...จ้องแต่จะจับผิดชาวบ้าน...ก็เข้าใจอ่ะนะว่าวิทยาการ การแพทย์แผนโบราณสมัยนี้มันล้าหลัง....แต่พอมาโดนอีพวกล้าหลังทำสายตาดูถูกใส่...โอ๊ย!!! ฉันรับไม่ได้ว่ะแก"

ชลินทราบ่นเป็นหมีกินผึ้งขณะโขลกพริกกับกระเทียมเสียงดังสนั่นครัวจนน่ากลัวว่าครกหินนั่นจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เอาเสียจริงๆ

"ว่าแต่แกเถอะ...อีตาหน้าลูกครึ่งนั่นฉันก็เกลียดเหมือนกันหน้าตาปานวอก...ไม่เห็นหล่อดูดีเหมือนคุณกิน (3) ของฉันเลย...แค่คิดขนแขนก็แสตนอัพแล้วดูสิๆ "

มินตรายกแขนที่ขนลุกให้เพื่อนสาวดูพลางหัวเราะชอบใจในมือยังคงสับหมูอยู่เรื่อยๆจนแทบจะแหลกทั้งหมูทั้งเขียง

"คุณมินจักทำอันใดฤาเจ้าคะให้เอื้อยช่วยไหมเจ้าคะ"

ทาสสาวขันอาสาเมื่อเห็นท่าว่าทั้งครกทั้งเขียงแทบจะแบะเป็นชิ้นๆอยู่รอมร่อมิรูู้นายของตนไปโกรธใครมาถึงต้องมาลงกับครกบเขียงเช่นนี้

" เอ้อ...แม่เอื้อย...มาพอดีเลยพี่จักทำลูกชิ้นหมูมาช่วยพี่ตั้งเตาหน่อยเถิดตั้งเสร็จแล้วแม่ไปเก็บแตงกวามาให้พี่สักห้าหกลูกนะตรงนี้พี่เสร็จพอดี"

ชลินทราหันไปส่งยิ้มให้ทาสสาวน้อยที่ขี้อายและเรียบร้อย. น่าถนุถนอมต่างจากอีกคนที่ตอนนี้นั่งเชิดหน้าสลอนอยู่บนเรือนจนน่าหมั่นไส้ เอื้อยรับคำพลางรีบจุดเตาอย่างชำนาญก่อนจะคว้าตะกร้าไปที่สวนเพื่อเก็บแตงกวาตามคำขอ มินตราเริ่มปรุงเนื้อหมูบดด้วยเกลือรากผักชี พริกไทยแห้ง และกระเทียม ตำมันจนเหนียวติดครกจนได้ที่แล้วพักไว้บนใบตองทาน้ำมัน ชลินทราเล็งเห็นว่าไฟในเตาแดงกำลังดีแล้วจึงตั้งหม้อเคี่ยวน้าจิ้มโดยเคี้ยวน้ำตาลปึก น้ำมะขาม เกลือพริกและกระเทียม ที่ตำไว้เข้าด้วยกันปรุงรสจนออกรถเปรี้ยวหวานส่งกลิ่นหอมไปทั่วครัว จบด้วยโรยผักชีสดเรียกกลิ่นยั่วน้ำลายไปอีกขั้น มินตราน้ำหม้อขึ้นต้มจนน้ำเดือด ปั้นหมูที่ถูกตบไล่อากาศจนเนียน ปั้นเป็นก้อนขนาดพอดีคำนำลงต้มจนหมูสุกลอยได้ที่ ก่อนจะตักขึ้นพักไว้ เตรียมกระทะใส่น้ำมันหมูพอเดือดก็นำลูกชิ้นลงไปทอดอีกที สร้างความงุนงงให้แก่บ่าวไพร่ที่มองการทำอาหารของเธอ

"พิกลนัก...ต้มก็สุกแล้วเหตุใดจึงทอดอีกฤาเจ้าคะ " นางเอิบที่ทำหน้าที่ดูแลครัวถามข้อสงสัย ถึงแม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่หญิงสาวทั้งสองจะทำเมนูนี้แต่นางก็อดที่จะถามมิได้

" ข้าก็ไม่รู้ได้...รู้เพียงแต่ทำเยี่ยงนี้...มันอร่อยกว่านี่จ๊ะ"

สองสาวสบตากันแล้วหัวเราะ แม้หญิงชราผู้ที่ผ่านการทำอาหารมานับร้อยนั้นจะไม่รู้สึกไม่ชอบสองสาวแต่เมื่อเจอคำตอบที่ยังทำให้คาใจก็อดทำตาประหลับประเหลือกไม่ได้ จานของว่างถูกจัดและนำออกไปเสริฟให้แก่แขกเรื่อบนเรือน ก้อนกลมๆ สีทองอร่ามน่าทานกับเครื่องจิ้มที่ส่งกลิ่นเย้าน้ำลายนั้งสร้างความฉงนแก่คนบนเรือนยกเว้นเจ้าของเรือนกับพวกบ่าวในเรือนที่เคยกินมาแล้วเสียหลายครั้ง

" มันคืออันใดฤาขอรับช่างแปลกตานัก " หนึ่งในนั้นถามเจ้าของเรือนเขาหยิบลูกกลมๆ สีทองขึ้นมาพินิจดู

" มันคือลูกชิ้นหมูทอด...หลานข้าเป็นคนลงมือทำเอง...เห็นบอกว่าที่บ้านเกิดพวกนางมีออกเกลื่อนนัก กินเปล่ามิจิ้มเครื่องก็ได้ฤาจิ้มเครื่องก็ได้ยิ่งแกล้มเคียงกับแตงกวายิ่งอร่อยรสดีนัก"

พระยาบรรลือแนะนำด้วยความภาคภูมิใจพลางรับประทานเป็นตัวอย่างแขกทั้งหลายจึงลองดูบ้าง มิผิดที่อวยไว้ว่ารสเด็ดเพราะความ กลมเด้งดึ๋งในปากมันชักชวนให้กินต่อเรื่อยๆ ไม่รู้เบื่อ

" คนทำเล่าไปที่ใดแล้วขอรับ...ข้าจักขอชมนางเสียหน่อย...รสมือเยี่ยงนี้หาตัวยากเสียด้วย"

หมอหนุ่มเอ่ยถามถึงคนทำสายตายังสอดส่องหาร่างบางในชุดสีกลีบบัวแม้เขาจักไม่ปักใจเชื่อว่านางเป็นลูกหมอจริงแต่นางกลับตรึงใจเขาที่มิเคยเหลียวแลหญิงใดมาก่อนจนอดที่จะสอดส่องสายตาหานางอีกมิได้ อีกอย่างหากเขาช้าพิรี้พิไรมีหวังอาจถูกตัดหน้าไปเสียก่อนเป็นแน่ด้วยหนุ่มๆ บนเรือนต่างหมายปองนางดั่งคำร่ำลือ

" เรียนท่านขุนศรีฯ แม่บัวอยู่ที่ท่าน้ำเจ้าค่ะส่วนแม่มินอยู่ท้ายสวนเก็บผักสดเกียมแกงเย็นนี้เจ้าค่ะ "

แม่เอื้อยบอกพลางก้มหน้าเขินอายตามแบบสตรีผู้เรียบร้อยแต่วาจาฉะฉานราวถูกสอนสั่งมาดี

" เช่นนั้นข้าขอไปขอบน้ำใจนางก่อนนะขอรับคุณพระ คุณหญิง " หมอหนุ่มรีบออกตัวพลางส่งจานลูกชิ้นที่ยังคงเหลืออยู่ให้บ่าวของตนก่อนจะขอตัวออกไปหาคนที่ทำให้ใจหนุ่มไม่เป็นสุข

"ข้าเองก็อยากเจรจาถามไถ่นางเช่นกันขอรับขอไปเจรจากับนางบ้างได้ไหมขอรับ"

ทหารหนุ่มหน้าลูกครึ่งอนาคตไกลขออนุญาติบ้างก่อนจะกราบลาแล้วรีบตามหลังเพื่อนหมอของเขาไป

" บ๊ะ!!! พวกข้าคงจักแก่เสียแล้วซีถึงมิทันการหนุ่มๆ ดูเทียวฤาชิงตัดหน้าไปเกี้ยวหลานๆ ของท่านเสียก่อนแล้ว"

สิ้นเสียงคำตัดพ้อของหลวงศรีตุลา ก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะครืนใหญ่ของทุกคนบ้างก็เห็นด้วยจนถูกภรรยาตำหนิบ้างก็ไม่ยอมแพ้จักเกี้ยวพาบ้างยามสบโอกาศ เป็นประเด็นพูดกันตลอดทั้งแลงนี้เป็นที่สนุกสนาน

..................................

(1) หมอโรงนอก : หมอชาวบ้านที่รักษาคนทั่วไป

(2)หมอโรงใน : หมอหลวงในวังรักษาเข้าขุนมูลนายชนชั้นสูง

(3) คุณกิน : ซากาตะ กินโทกิ ตัวเอกจากมังงะเรื่องกินทามะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 37 ไม่มีเหตุผลของมะนมีเพียงสองเราผูกกันก็พอ (อวสาน)

    ชลินทราลืมตาตื่นขึ้นมาพบเพียงหลังมุ้งลายดอกพิกุลอันคุ้นตาและกลิ่นหอมเย็นๆของเครื่องหอมที่ถูกอบอวลอย่างปราณีต เสียงไก่ขัน เสียงนกร้อง และเสียงของการดำเนินชีวิตของผู้คน ร่างบางบิดกายเล็กน้อยขับไล่ความเมื่อยล้า กายเปล่าที่แอบซ่อนในผ้าห่มสัมผัสกับความอบอุ่นที่มีร่างกำยำของสามีนอนกอดอยู่ หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆไล่แสงจ้าจากดวงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบ่งบอกว่ายามนี้นั้น สายมากแล้ว เธอค่อยๆขยับกายออกจากอ้อมอกของสามีแล้วแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปห่มผ้าให้ร่างกำยำที่ยังคงส่งเสียงกรนเบาๆอยู่บนเตียง เรือนร่างสีน้ำผึ้งยังคงมีร่องรอยของความรักที่ถูกฝากฝังไว้จากเมื่อคืน ทันทีที่ชลินทราก้าวออกจากประตู บ่าวรับใช้ที่นั่งรอหน้าประตูตั้งแต่เช้าตรู่ก็รีบปรี่เข้ามาดูแลตามหน้าที่ของตน หญิงสาวนึกถึงความฝันที่เด่นชัดเสียจนแทบแยกแยะไม่ออกว่านั่นคือฝันหรือความจริง จวบจนส่งสามีของตนไปประจำเวรหมอหลวง เธอจึงได้นำความฝันนั้นมาเล่าสู่กันฟังให้แก่มินตราฟัง " แกก็ฝันเหมือนกันรึ...แปลก...ฉันคิดว่าฉันฝันอยู่คนเดียวเสียอีก" มินตรา ทำหน้ายุ่งพลางเหม่อมองไปยังเตียงรักษาที่ประปรายไปด้วยผู้ป่วยสองสามราย " พูดไ

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 36 บทลงโทษ

    สิ้นเสียงกัมปนาทของท้องฟ้าที่เคยสว่างสไหว สายฝนห่าใหญ่ก็โปรยลงมาไม่ขาดสาย พลันแดดจ้าก็สาดส่องจนน้ำแห้งเหือดหาย เกิดกลียุค กาลีบ้านกาลีเมืองหาสาเหตุไม่ได้ เจ้าหลวงจึงเร่งรีบหาโหรหลวงเพื่อสอบถามความวิปริตนี้" พระอาญามิพ้นเกล้าเจ้าข้า...เหตุกลียุคนี้เกิดขึ้นเพราะมีคนผิดผีบ้านผีเมืองเจ้าข้า!!!" โหรหลวงทายทัก ราวกับมีเมฆทมึนคุ้มไปทั่วคุ้มหลวง ยิ่งเสียกว่าเสียงผลุสวาทใดๆ เจ้าหลวงผู้ปกครองแค้วน โกรธจนใบหน้าที่ครึ้มหนวดเขียวปนแดง" มันผู้ใดที่บังอาจผิดผี!!! ท่านเสนา!!!ไปตามลากตัวมันมาบัดเดี๋ยวนี้!!!" สิ้นเสียงตรัสสั่งเหล่าข้าหลวงต่างกุลีกุจอแยกย้ายตามหาตัวต้นเหตุกาลีบ้านกาลีเมืองกันจนจ้าละหวั่นตามบัญชาอีกฝั่งของฝากน้ำตก คู่รักหนุ่มสาวสองคู่ยังคงตระกองกอดกันอย่างกลมเกลียวเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็มิอาจนับ ร่างเปลื่อยเปล่าของหญิงชายนวยนาจแก่กันราวกับจะมีสิ่งใดมาพลัดพรากรสสวาทของพวกเขาออกจากกัน"เฮาผิดผีเยี่ยงนี้มิเป็นไรฤาพี่ท่าน" เจ้านางจันทรเงยหน้าออกจากอกแกร่งถามสวามีของตน"ข้าก่อบ่รู้ได้...แต่ตอนนี้ข้าอยากกอดเจ้าถ่ออั้น" แม่ทัพหนุ่มจุมพิศหน้าผากมนอย่างรักไคร่มือหน้าปะป่ายเกาะกุมปทุมถันอันเนียน

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 35 บ่วงที่ผูกพัน

    ย้อนไปราว 1 พันปีก่อนที่มินตรากับชลินทราจะถูกเจ้าแม่แต่มจันทร์ส่งมายังมิติอีกโลก"เจ้านางน้อย...เจ้าก่อเคยหันแม่ทัพเหมราชนี่เจ้าคะ" อุษา ถามพลางใช้ใบตาลโตนดที่ถูกนำมาตกแต่งอย่างสวยงามพัดวีผู้เป็นนาย ที่กำลัง ทำบายศรีเพื่อนำไปถวายเทวาลัยอยู่" ก่อแล้วเยี่ยงใดเล่า...ข้าเคยหันแม่ทัพเหมราชเถื่อเดียวก่อตอนพิธีสยุมพรพี่นางสว่างเทวีก่อบ่ได้แปลว่าข้าจักปลงใจเกี่ยวดองกับท่านแม่ทัพได้นี่อุษา" เจ้านางน้อยจันทรเทวีทำหน้ามุ่ยเมื่อได้ยินข่าวว่าเจ้าหลวงได้ประธานตนให้กับแม่ทัพหนุ่มที่ชนะศึกหลวงมาได้เป็นรางวัล แต่เธอนั้นกลับไม่ได้ต้องการเกี่ยวดองกับชายใดเลย เธอรู้สึกว่ามันเร็วไปสำหรับตัวเธอที่พึ่งจะศิริอายุได้ 17 ขวบปี" เห้อ!!!เจ้านางเลี่ยงไปก่อบ่พ้นกำตรัสเจ้าหลวงดอกเจ้าค่ะ..." อุษา นางสนองโอษฐ์ ที่ควบตำแหน่งพี่เลี้ยงถอดหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน " เจ้านางจันทรเทวี " เสียงๆหนึ่งร้องเรียกขึ้น หญิงสาวใบหน้าหวานเงยหน้ามองพลางฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นร่างบางระหงของพี้สาวต่างมารดาเดินเข้ามายังคุ้มของตน"พี่นางสุริยาเทวี!!! " เจ้านางน้อยผละลุกออกจากตั่งไม้ประดับที่นั่งอยู่แล้วรีบเดินมาหาหญิงสาวที่อายุไล่เรี่ยกันตร

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 34 พันธนาการ (18+)

    ชลินทรา ทำหน้ายุ่ง สติสตังไม่ได้จดจ่ออยู่กับใบสั่งยาตรงหน้าเสียเท่าไหร่ ก็ในเมื่อเเม่เพื่อนรักที่ทำท่าจะไม่ยอมมีผัวง่ายๆ...ตอนนี้กลับเริงร่ากกผัวอยู่บนเรือนไม่ค่อยมาหาตนเสียหลายวันแล้ว แม้ว่าอีกไม่กี่วันเธอก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานเหมือนกัน แต่เธอก็รู้สึกเหงาๆอยู่ดี " พิธีอยู่หอสิ้นสุดวันนี้หนาเจ้าคะคุณหมอ...อย่าได้ริษยาแม่นายมินไปใย" เอื้อยเอ่ยขัดขึ้นอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นผู้เป็นนายทำท่าเหมือนเด็กน้อย " ฉันล่ะ..หมั่นใส้แม่มินนัก...ทำท่าทางราวไม่ยากมีผัวเล่นตัวงี่เง่า...แต่ดันชิงแต่งงานตัดหน้าข้าไปเสีย..." ชลินทราทำปากขมุบขมิบเง้างอนแล้วหันไปให้ความสนใจกับงานที่กองอยู่ตรงหน้าต่อ " น้อยอกน้อยใจอะไรนักหนายัยบ้านี่!!! ฉันออกหอแล้วแกก็ต้องเตรียมตัวสิ...มาคลุกอยู่กับงานแบบนี้ได้ยังไงกัน" เสียงหวานๆร้องดังขึ้น ร่างบางระหงปรากฏขึ้นตรงหน้าประตู ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสะพรั่งจนแสบตา " ชิ!!!!....5 วันที่ผ่านมา....แกเล่นไปกี่ยกเล่านั่น!!!" ชลินทราถามเมื่อเห็นเพื่อนรักดูสดใสเกินต้าน " ก็...นะ....นั่นบ้องข้าวหลามนะเว่ยแก!!!ฉันก็ของขาดมานาน....ก็เลย...ตอนนี้คุณพี่ยังไม่ตื่นเลยเห็นบอกเหนื่อย...." มินตร

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 33 อดีตไม่สำคัญ ปัจจุบันขอแค่มีเจ้า

    มินตราแยกตัวออกมาจากชลินทราที่ตอนนี้กำลังหวานแหววกับขุนศรีฯจนเลี่ยนแทบอ้วก เธอเดินจูงเจ้าครามม้าตัวโปรดที่หลวงหนุ่มมอบให้เป็นของมั่นพลางย่นจมูกใส่เพื่อนสาวอย่างหมั่นใส้ " ริษยาเขาฤาถึงทำหน้าราวกับเหม็นกลิ่นมูล" ชายหนุ่มที่เดินอยู่เคียงข้างกระเซ้าแหย่ " ข้าหาได้ริษยาดอกเจ้าค่ะคุณ...." ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง " คุณพี่..." มินตราหน้าแดงพลางเสมองไปทางอื่นแก้ขวยเขิน " เช่นนั้นก็อยากหยอกเย้าเหมือนเขางั้นฤา" เขาถามอีกครั้ง " คุณ..พี่...ก็ทราบ...ว่าข้าหาได้โปรดแบบนั้นไม่...ลองหยอกข้าเช่นท่านขุนดูทีฤา...มิแคล้วจักโดนข้าไล่ให้ไปกินมูลวัวเป็นยา" มินตราขมวดคิ้วมุ่น ดวงหน้างามละมัยพราวไปด้วยรัศมีที่ทำให้หัวใจชายหนุ่มข้างๆแทบจะกระเด็นกระดอนออกมาจากอกเสียตรงนั้นให้ได้ ชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เมื่อนึกถึงของหมั้นที่นางขอแล้วก็รู้ได้ว่านางนั้นเกิดมาเพื่อเคียงบ่าเคียงไหล่ยอดนักรบเช่นเขา ทั้งม้าพันธุ์ดี ดาบแบบญี่ปุ่น ผ้าลินินชั้นยอด อีกทั้งแก้วแหวนเงินทอง พร้อมด้วยบ่าวอีกหนึ่งคนที่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจว่า บ่าววิปลาสเช่นอ้ายพาจู่นั่นต้องตานางได้อย่างไร " เจ้า...จักทำเยี่ยงไรกับอ้

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 32 ลิขิตจากฟ้านำพาให้เรามาพบกัน

    ป่าเสลา ที่บานสะพรั่งไปด้วยดอกสีม่วง ขาว บานสะพราวไปหลายลี้ สายลมเอื่อยๆพัดกิ่งใบส่งเสียงซ่าๆ ราวกับเสียงดนตรีบรรเลงเพลงก็มิปาน ม้าสีขาวปลอดค่อยๆเดินย่องตามแรงจูงของชายหนุ่ม ดวงหน้าหวาน ส่วนบนอานม้ามีหญิงสาว นั่งอยู่ ทั้งคู่พูดคุยกันในหลายๆเรื่อง หลายๆครั้งที่มีหยอกเย้ากันตามประสา คู่รัก ที่มีเพียงกันและกันเท่านั้น" ข้าอดสงสัยมิได้...วานแม่ช่วยแถลงใข...ในโลกโน้นของเจ้า...เหตุใดสตรีจึงมีสิทธิเสรีเท่าเทียมกัน....แลหากสตรีผู้เป็นม่าย...จักมีผัวใหม่ได้มิมีข้อกังขาฤาไร" ขุนศรีผู้ไม่เข้าใจตรรกะความนึกคิดของคนในโลกโน้นที่ชลินทราพูดถึงได้ถามใขข้อสงสัย" มีเหตุก็ต้องมีผลแลเจ้าค่ะ....กว่าสตรีจักมีสิทธิ์แลเสียงได้เทียบเท่าบุรุษก็เสียไปก็มาก ไม่ว่าจะเป็น เสียง สิทธิ์ ชีวิต หรือแม้แต่ศักดิ์ศรี....บุรุษชายขึ้นชื่อว่าเป็นชาตินักรบ ยังสยบต่อสตรีนี่เจ้าคะ....ไม่แปลกที่ จักมี นักสิทธิสตรีหลายๆคนออกมาต่อสู้เพื่ออิสระของตน " ชลินทราอธิบาย"ที่เจ้าพูดก็สมเหตุ...แม่บัว...ข้าขออภัยที่จาบจ้วงเจ้ามาก...แต่ข้าจักขอถาม...ถึงผู้ที่เคยเป็นคนรักเก่าของเจ้า...ได้ฤาไม่" ขุนศรีตรีเทพโอสถ หมอหลวงของวังหลวง หยุดเดิน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status