Início / โรแมนติก / บ่วงบรรพกาล / ตอนที่ 4 นี่ไม่ใช่ความฝัน

Compartilhar

ตอนที่ 4 นี่ไม่ใช่ความฝัน

last update Data de publicação: 2026-07-11 23:43:26

เสียงจอแจจากโลกภายนอกดังเซ็งแซ่เรียกให้ร่างบางสองร่างบนเตียงขยับเล็กน้อย มินตราค่อยๆ เปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นมองฝ้าเพดานที่เธอเคยเห็นมาก่อนหน้ากลิ่นเหม็นเขียวลอยอวนไปทั่วปากบ่งบอกว่าเธอถูกรักษาด้วยยาต้มจนฟื้นสติ ลำคอเธอแห้งผากราวกับขาดน้ำมาเสียหลายวัน เธอไอโขลกๆ เล็กน้อยด้วยอาการคอแห้งพลางยันกายลุกขึ้นมองรอบๆ อย่างถี่ถ้วน ชลินทรายังคงนอนขยี้ตาข้างๆ เธอด้วยอาการงัวเงีย แต่ทว่าตอนนี้เธออยู่ภายในห้อง เป็นเรือนไม้ข้าวของตกแต่งอย่างน้อยชิ้นและทุกชิ้นนั้นเป็นแบบโบราณทว่ายังใหม่เอี่ยม สองมือบางค่อยๆ เอื้อมไปเขย่าเพื่อนสายให้ลุกขึ้นเต็มตาพลางพยักพเยิดเป็นเชิงถามเพราะแม้แต่เสียงก็ไม่อาจเปล่งออกมาเพราะคอแห้งเหลือทน

แม่เอื้อยได้ยินเสียงอาคันตุกะสาวไอโขลกๆ จากในห้องนางทาสสาวจึงเร่งรีบไปตามนายของตนมาดู พลางรีบตระเตรียมน้ำฝนลอยมะลิให้คนป่วยได้จิบชุ่มคออย่างรู้หน้าที่ นางเอื้อยเป็นเด็กกำพร้าที่นายแม่เเห่เรือนเก็บมาเลี้ยงเสียยังเด็กแลเห็นนายแม่ของตนเก็บเด็กมาเลี้ยงก็หลายคนอยู่แต่ไม่เคยมีผู้ใดได้รับอนุญาติให้ปรนนิบัติดีเท่าสองสาวมาก่อน แต่นางเอื้อยก็รู้จากข่าวคราวว่าคุณหนูในคุณนายทั้งสองจากไปเพราะไข้ป่า ทำให้แม่นายคิดว่าสองสาวนี้จะมาทดแทนที่ของบุตรีคุณหญิงเพ็ญ ถึงนางเอื้อยจะรู้สึกอิจฉาผู้ไม่รู้หัวนอนปลายตีนอยู่บ้าง แต่ตลอดเวลาที่ได้รับหน้าที่ดูแลก็อดที่จะยอมรับสองสาวให้เป็นนายของตนอีกคนไม่ได้ด้วยนางเองก็เอ็นดูอาคันตุกะอยู่ไม่น้อย

ร่างบางอ้อนแอ้นอ่อนกว่าวัยก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาอย่างเร่งรีบเมื่อเห็นหญิงสาวทั้งสองคนนั่งสำรวจกันและกันด้วยสีหน้าตื่นตระหนกบนเตียงคุณหญิงผู้เป็นใหญ่ในเรือนก็ยิ้มออก

" รู้สึกตัวแล้วหรือเจ้าทั้งสอง " นางเรียกถามพลางย่างสามขุมเข้าไปหาอย่างดีใจ

สองสาวหันมองหญิงสูงวัยตรงหน้าก่อนจะยกมือไหว้ตามมารยาทดูออกก็รู้ได้ว่าหญิงคนนี้เป็นคนช่วยเหลือเธอเอาไว้และคงเป็นเจ้านายของคนที่นี่ มินตรามั่นใจเต็มร้อยว่านี่คงไม่ใช่โลกที่เธอเคยอยู่เป็นแน่แต่เป็นโลกที่ย้อนเวลามาเสียตั้งไกลโขเหมือนในมังงะ*เรื่องโปรดในหลายๆ เรื่องของเธอ

"ข้ารับไหว้...กินน้ำท่าเสียเถิดแม่ ประเดี๋ยวข้าจักให้บ่าวมันเกียมข้าวปลามาให้ เปลี่ยนผ้าเสร็จแม่ตามข้ามาเถิดหนา"

คุณหญิงเพ็ญ ส่งยิ้มละไมดวงหน้าฉายแววประกายยิ่งพิศมองสองสาวคนแปลกยิ่งทำให้ใจที่หม่นหมองของตนกลับมาชีวิตชีวาอีกครั้ง หล่อนหันไปสั่งบ่าวไพร่ที่หมอบรอคำสั่งก่อนจะเดินออกจากห้องไปปล่อยให้สองสาวได้จัดการตนเองโดยมีแม่เอื้อยกับแม่นุ่มคอยช่วยเปลี่ยนผ้านุ่งให้

" ไม่ต้องสืบเลยว่าที่นี่ที่ไหน...การแต่งกาย...การพูดจา..เครื่องเรือน...ทาส...นี่เราย้อนเวลากลับมาจริงๆ ..." มินตรากระซิบกับเพื่อนสาว

" มันก็เถียงไม่ออกหรอกนะแก...แต่เราย้อนมายุคไหนล่ะ...แล้วทำไมสภาวะทางกายภาพของเราถึงย้อนกลับมาเป็นเด็ก17อีกครั้งล่ะ" ชลินทรายังคงตั้งข้อสงสัยในหลายๆอย่างทีไม่สามารถอธิบายได้

ด้วยความเป็นหมอสมัยใหม่ที่ไม่เคยเชื่อสิ่งเร้นลับแต่ในเมื่อทุกอย่างปรากฏขึ้นต่อหน้าตนก็อดที่จะยอมรับไม่ได้เพราะแม้กระทั่งร่างกายสาวใหญ่วัยสามสิบเก้ายังหดเล็กลงเป็นเด็กสิบเจ็ดปีเอาง่ายๆ ....ไม่เชื่อก็ต้องทำใจเชื่อ สองสาวถูกสองบ่าวจับหมุนซ้ายขวานุ่งโจงห่มสไบผืนงามและถูกต้อนออกมายังชานเรือนไม้สักหลังใหญ่ กลิ่นหอมของข้าวหุงสุกใหม่กับปลาย่างโฉยลอยลมมาเรียกให้พยาธิในท้องร้องกันระงมด้วยความหิว สองสาวรีบสืบเท้าไปยังสำหรับกับข้าวที่ตั้งรอโดยมีคุณหญิงเพ็ญนั่งรออยู่แล้ว

" เจ้าทั้งสองหลับไปเสียหลายวันนักคงจักหิวกินกันก่อนเถิดประเดี๋ยวค่อยเจรจากัน"

หญิงสูงวัยส่งยิ้มหวานพลางฉีกเนื้อปลาให้สองสาวสองสาวยกมือไหว้รับก่อนจะลงมือกินข้าวอย่างหิวโหย โชคดีที่สมัยของเธอมีละครพีเรียดหลายเรื่องที่อิงประวัติศาสตร์ และลอกเรียนแบบการพูดจาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องพวกเธอจึงฟังรู้เรื่องและรู้ธรรมเนียมบ้าง. เวลาผ่านไปไม่นานนักกระเพาะของพวกเธอก็ถูกเติมเต็ม ท้องที่เคยฟีบแบนของพวกเธอนูนขึ้นมาเล็กน้อย ตามจริงพวกเธอควรรับแค่ข้าวต้มก่อนเป็นการปรับสมดุลของกระเพาะที่ไม่ได้กินอะไรเสียหลายวันแต่ปลาย่างกับข้าวจารน้ำก็ไม่ได้แย่แถมอร่อยจนพวกเธอทานกันไปคนละสองถ้วยเต็ม

" เอาล่ะ...ในเมื่ออิ่มกันแล้วข้าจักถามไถ่เจ้าทั้งสองได้ฤาไม่ว่าเจ้าเป็นใครมาแต่ใดกันเหตุไฉนถึงไปสลบอยู่เอากลางป่าเสียได้"

คุณหญิงเพ็ญ ถามไถ่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบใช่ว่านางจะไว้ใจสองสาวเอาเสียหมด ในเมื่อสองสาวคนงามเองก็ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเป็นที่แน่แท้ การวางตัวของคุณหญิงตรงหน้าก็นับว่าถูกควรที่สุดแล้ว

" เอายังไงดีแก....ฉันไม่ถนัดเรื่องแบบนี้ว่ะ...ถ้าบอกว่ามาจากอณาคตเขาจะเชื่อเราไหมวะแก"

ชลินทราหน้าถอดสีเนื่องด้วยเธอยังคงมึนงงกับเหตุการ์ณที่เกิดขึ้นถึงแม้เธอจะเป็นหมอแต่เธอก็ไม่เคยเป็นผู้ประสพภัยเช่นนี้มาก่อน

" เราทั้งสองคนมาจากต่างเมืองค่ะ....พ่อแม่เราถูกโรคห่าพรากไปเราจึงจะไปหาญาติที่...ที่นคร...แต่ระหว่างทางเรา....เราโดนโจรบุกปล้นเลยวิ่งหนีเข้าป่ามาแล้วมาเพราะความหิวเลยสลบอยู่ในป่าค่ะ! " มินตราโกหกหน้าใสปะติดปะต่อเอาจากเรื่องราวในหนังสือเล่มโปรดมาบอกเล่าเรื่องเท็จให้แกนาง

" คุณพระ!!! โชคดีแค่ไหนที่รอดมาถึงเพียงนี้มิผิดจักกลายเป็นผีเฝ้าป่ารึเมียโจรไปแล้ว"

แม่อิ่มอุทานลั่นเอามือทาบอก ทุกคนบนเรือนต่างอกสั่นขวัญหายซุบซิบกันอย่างออกรถจนคุณหญิงเพ็ญต้องกระแอมปราม

" แลญาติเจ้าเป็นคนที่ใดฤาข้าจักได้ให้คนของข้าพาไปส่ง" คุณหญิงขันอาสา

" ไม่อยู่แล้วค่ะ...ได้ยินว่าเขา....เอ่อ...ป่วยตายเช่นกันค่ะ" มินตราตอบแสร้งทำหน้าเศร้าสลดจนชลินทราอดที่จะปรบมือให้ในใจไม่ได้....สมกับเป็นมินตรา!!!!แหลได้โล่เลยแม่คุณเอ้ย!!!

" อพิโธ่พิถัง....ขวัญเอ้ยขวัญมาหนาแม่...ว่าแต่เจ้าชื่อแซ่อันใดกันฤาข้าจักได้เรียกถูก" คุณหญิงเพ็ญถามสองสาวอย่างเอ็นดู

" หนูชื่อมินตราค่ะเรียกมินก็ได้ค่ะ"

"นะ...หนูชื่อชลินทราค่ะเรียกเกมส์ก็ได้ค่ะ"

สองสาวแนะนำตัว แต่ทว่าคนฟังยังคงขมวดคิ้วมุนงุนงง

"ชื่ออันใดผิดแปลกเสียจริงเทียว แม่มิน แม่....เก..."

คุณหญิงเจ้าของเรือนพยายามเรียกชื่อเล่นของชลินทราแต่กลับเรียกเพี้ยนเสียจนเจ้าของชื่อได้แต่ยิ้มปูเลี่ยนๆ

" เอาอย่างงี้นะคะ....เรียกหนูว่ามินเรียกเพื่อนหนูว่าบัวก็ได้ค่ะ"

ชลินทรายิ้มปูเลี่ยนๆ หวังว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจภาษาของตนบ้าง

" แม่มินตา...แม่บัว...เอ้อ...พวกเจ้านี่มาจากเมืองใดเหตุใดการพูดจาแปลกหูฟังไม่รู้ความบ้างมิรู้ความบ้าง...เถือกเขาเหล่ากอมาแต่ใดฤา"

คุณหญิงเพ็ญถามอีกครั้งเพราะนางเองก็แคลงใจในเถือกเขาเหล่ากอของที่มีผู้ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเช่นกันจะให้มาอยู่เรือนนางต้องถามไถ่เสียให้กระจ่างแจ้งจะได้รู้ไปเสียว่าลูกผีผีหรือลูกคน

" พวกเรามาจากกรุงเทพค่ะ....พ่อของมินเป็นครูแม่ของมินเป็น...เอ่อ....เป็นนักเดินทางค่ะ"

มินตราตอบ

"ส่วนตัวหนู...พ่อกับแม่เป็นหมอทั้งคู่ค่ะ..."

ชลินทราตอบบ้างทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เมื่อจู่ๆ ชื่อของเธอก็ถูกเปลี่ยนไปเสียดื้อๆ คุณหญิงเพ็ญก็ได้แต่พยักหน้าน้อยๆ เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจไปที

"เช่นนั้นดอกฤา...แม่ของพวกเจ้าผิดแปลกเยี่ยงนักเป็นผู้หญิงยิงเรือเป็นหมอเป็นนักเดินทางแม่ของเจ้ามีเกรงกลัวบ้างเลยฤา!! "

คุณหญิงเพ็ญถามด้วยความสงสัยหากแต่เกิดมานางไม่เคยพบเห็นว่าสตรีนางใดเป็นหมอเป็นนักเดินทางดั่งคำเล่าถึงแม้จะไม่อยากเชื่อแต่นางก็ดูออกว่าสองสาวไม่ได้โป้ปดมดเท็จเสียอย่างไร

" เอาเถิดๆ ...ขวัญเอ๊ยขวัญมาเสียเถิดหนา...หากมิมีที่ไปก็อาศัยที่เรือนข้าเถิดหากสมีข้ากลับมาค่อยช่วยกันหาทาง อีกคำพูดจาแปลกหูของพวกเจ้าฟังดูพิกลนักเกรงว่าจักออกไปข้างนอกเขาจะว่าพวกเจ้าวิปลาสเอา!!! "

คุณหญิงเจ้าของเรือนยื่นข้อเสนอ ด้วยมองเห็นว่าทั้งสองอายุไล่เลี่ยกับบุตรีที่เสียไปของตนไม่มากนักและทั้งสองก็เป็นที่น่าเอ็นดูด้วยรอยยิ้มหวานหยดของมินตราและดวงหน้าคมคายสมส่วนของชลินทรายิ่งทำให้คุณหญิงอยากรับพวกเธอมาเป็นบุตรบุญธรรมเสียจริงแต่กระนั้นต้องรอท่านพระยาบรรลือสามีของเธอก่อนจึงจะตัดสินใจลงไปได้ถ้วนถี่...ขณะนี้คงต้องสอนสั่งให้รู้ถึงจารีดของที่นี่เสียก่อน

"ประเดี๋ยวข้าจักให้หมอหลวงมาตรวจใข้พวกเจ้าอีกครา...ไปพักกันก่อนเถิดเดี๋ยวจักให้อีเอื้อยกับอีนุ่มมันช่วยดูแล"

นายแห่งเรือนออกคำสั่งพยักเพยิดไปทางบ่าวสองนางที่หมอบข้างๆ มินตรารู้สึกถูกชะตากับเอื้อยมากแต่กับนุ่มนี่สิเธอรู้สึกตะขิดตะขวางใจอย่างบอกไม่ถูก ด้วยหญิงสาวอ่านสายตาทาสสาวออก ว่าฉายแววริษยาพวกเธอถึงเพียงไหนเมื่อครู่ที่นางแต่งตัวให้เธอก็กระฟัดกระเฟี้ยดเหมือนไม่เต็มใจ

ชลินทรากับมินตรารู้สึกโล่งอกไปหนึ่งเปราะที่ข้าวของที่ติดตัวมาจากโลกโน้นยังอยู่ครบครันทั้งเสื้อผ้าและกระเป๋าสำคัญ สองสาวนั่งคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นโดยมีสองบ่าวนั่งฟังอย่างไม่เข้าใจจนกระทั่งบ่ายคล้อยเมื่อหมอหลวงมาตรวจใข้ของพวกเธอ ชลินทราถึงกับตาวาวหวามเมื่อเห็นว่าที่หมอหลวงหนุ่มที่มากับคุณหมอหลวงเฒ่านั้นช่างหล่อล่ำตรงสเปกเธออย่างบอกไม่ถูก

นางนุ่มเห็นสายตาหวานของผู้ที่ถูกยัดเยียดให้เป็นนายลอบมองหมอหนุ่มที่ตนหมาย ก็กระฟัดกระเฟี้ยดไม่สบอารมณ์เดินหนีโดยมีเอื้อยที่ไม่เข้าใจวิ่งตามมาไต่ถามด้วยเพราะเธอทั้งคู่ก็เป็นลูกบุญธรรมของคุณหญิงเช่นกัน

" ถุ้ย!!!! กูหมั่นไส้นักเชียวอีขี้ครอกมิรู้หัวนอนปลายตีนถือเสียว่าตนสดสวยราวนางฟ้านางสวรรค์ก็ชะม้ายชายตาให้ท่านหมอของกู!! "

นางนุ่มสบถลั่นเรือนนอนของตนจนเอื้อยต้องรีบเข้ามาปราม

" คุณพระคุณเจ้า!!! พี่นุ่ม...เหตุอันใดไปว่าคุณท่านเยี่ยงนั้นเล่าหากใครมาได้ยินมิกลัวหวายลงหลังดอกฤา"

นางเอื้อยคว้าแขนบางตึงแน่นของคนทำงานหนักตรงหน้าใบหน้าถอดสี สายตากลมสอดส่องดูคนอื่นข้างๆ ด้วยกลัวจะนำคำขึ้นฟ้องจนโดนหวายแต่มิวายกลับโดนนิ้วป้อมๆ ของแม่นุ่มผลักหัวจนล้มขมำก้นจ้ำเบ้า

" อีเอื้อยอีเบาปัญญา...มึงมิริษยาดอกฤาที่มันได้ขึ้นบนเรือน..ทั้งๆ ที่กูกับมึงเป็นบุตรของคุณพระกับคุณหญิงแท้ๆ กลับได้อยู่เรือนทาส...หากสักวันเขาเอามันเป็นลูกแทนคุณหนูทั้งสองเอ็งกับข้าคงมิต้องเป็นลูกทาสไปจนตายฤา"

แม่นุ่มตะคอกใส่ พลางนึกแค้นในใจที่ความพยายามของตนไม่เคยเป็นผลเพราะเกิดมาจากพ่อแม่ไพร่ถึงถูกขายเป็นทาสในเรือนเจ้าขุนมูลนายกว่าจะดั้นด้นเลื่อนขึ้นมาเป็นลูกทาสในเรือนเพื่อที่สักวันจักได้แต่งเป็นเมียบ่าวให้เจ้านายสักคนนางพยายามมามากแค่ไหน กลับกันของสองสาวที่มาใหม่นั่นกลับถูกดูแลอย่างดีจนน่าอิจฉา การเป็นอยู่เยี่ยงทาสมิใคร่สบายนักทำงานเช้ายันค่ำมิได้พักจนเต็มอิ่ม การหลุดพ้นจากทาสก็คงต้องตบแต่เป็นเมียทาสให้แก่เจ้านายยศสูงจักได้อยู่สบายสมใจ ตามที่นางนุ่มคิดฝัน

" แต่คุณสองคนเขาก็มีพ่อแม่นี่พี่นุ่มอีกไม่กี่เพลาคงจักกลับไปหาพ่อแม่ของเขาแล้ว"

แม่เอื้อยกล่าวเตือนสติ ใบหน้าเหยแกยู่ยี่เพราะความริษยาของแม่นุ่มดูอ่อนลงกว่ามากนางหันมาฉุดน้องสาวต่างสายเลือดให้ลุกขึ้น พลางลูบหลังปลอบขัวญที่ตนทำรุนแรงกับแม่เอื้อยไป

"ก็ถูกของเอ็งอีเอื้อย...กูจักพักผ่อนแล้วมึงไปดูอีสองคนนั่นเถิด...หากคุณหลวงท่านจักกลับมึงมาตามกูด้วย...กูจักปรุงโฉมให้สะคราญเผื่อหลวงท่านเมตตาปรารถนาในตัวกูยกกูเป็นเมียบ่าวอีกสักคน"

นางนุ่มสะบัดกายขึ้นเรือนหลายปีมานี้นางเตรียมพร้อมสำหรับการออกเรือนมาก็มากเครื่องประทินโฉมที่คุณหนูผู้ล่วงลับเคยยกให้ถูกนำออกมาใช้เพื่อมัดใจชายโดยเฉพาะ...เห็นทีครานี้อีนุ่มได้สมหวังเสียที

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 37 ไม่มีเหตุผลของมะนมีเพียงสองเราผูกกันก็พอ (อวสาน)

    ชลินทราลืมตาตื่นขึ้นมาพบเพียงหลังมุ้งลายดอกพิกุลอันคุ้นตาและกลิ่นหอมเย็นๆของเครื่องหอมที่ถูกอบอวลอย่างปราณีต เสียงไก่ขัน เสียงนกร้อง และเสียงของการดำเนินชีวิตของผู้คน ร่างบางบิดกายเล็กน้อยขับไล่ความเมื่อยล้า กายเปล่าที่แอบซ่อนในผ้าห่มสัมผัสกับความอบอุ่นที่มีร่างกำยำของสามีนอนกอดอยู่ หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆไล่แสงจ้าจากดวงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบ่งบอกว่ายามนี้นั้น สายมากแล้ว เธอค่อยๆขยับกายออกจากอ้อมอกของสามีแล้วแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปห่มผ้าให้ร่างกำยำที่ยังคงส่งเสียงกรนเบาๆอยู่บนเตียง เรือนร่างสีน้ำผึ้งยังคงมีร่องรอยของความรักที่ถูกฝากฝังไว้จากเมื่อคืน ทันทีที่ชลินทราก้าวออกจากประตู บ่าวรับใช้ที่นั่งรอหน้าประตูตั้งแต่เช้าตรู่ก็รีบปรี่เข้ามาดูแลตามหน้าที่ของตน หญิงสาวนึกถึงความฝันที่เด่นชัดเสียจนแทบแยกแยะไม่ออกว่านั่นคือฝันหรือความจริง จวบจนส่งสามีของตนไปประจำเวรหมอหลวง เธอจึงได้นำความฝันนั้นมาเล่าสู่กันฟังให้แก่มินตราฟัง " แกก็ฝันเหมือนกันรึ...แปลก...ฉันคิดว่าฉันฝันอยู่คนเดียวเสียอีก" มินตรา ทำหน้ายุ่งพลางเหม่อมองไปยังเตียงรักษาที่ประปรายไปด้วยผู้ป่วยสองสามราย " พูดไ

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 36 บทลงโทษ

    สิ้นเสียงกัมปนาทของท้องฟ้าที่เคยสว่างสไหว สายฝนห่าใหญ่ก็โปรยลงมาไม่ขาดสาย พลันแดดจ้าก็สาดส่องจนน้ำแห้งเหือดหาย เกิดกลียุค กาลีบ้านกาลีเมืองหาสาเหตุไม่ได้ เจ้าหลวงจึงเร่งรีบหาโหรหลวงเพื่อสอบถามความวิปริตนี้" พระอาญามิพ้นเกล้าเจ้าข้า...เหตุกลียุคนี้เกิดขึ้นเพราะมีคนผิดผีบ้านผีเมืองเจ้าข้า!!!" โหรหลวงทายทัก ราวกับมีเมฆทมึนคุ้มไปทั่วคุ้มหลวง ยิ่งเสียกว่าเสียงผลุสวาทใดๆ เจ้าหลวงผู้ปกครองแค้วน โกรธจนใบหน้าที่ครึ้มหนวดเขียวปนแดง" มันผู้ใดที่บังอาจผิดผี!!! ท่านเสนา!!!ไปตามลากตัวมันมาบัดเดี๋ยวนี้!!!" สิ้นเสียงตรัสสั่งเหล่าข้าหลวงต่างกุลีกุจอแยกย้ายตามหาตัวต้นเหตุกาลีบ้านกาลีเมืองกันจนจ้าละหวั่นตามบัญชาอีกฝั่งของฝากน้ำตก คู่รักหนุ่มสาวสองคู่ยังคงตระกองกอดกันอย่างกลมเกลียวเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็มิอาจนับ ร่างเปลื่อยเปล่าของหญิงชายนวยนาจแก่กันราวกับจะมีสิ่งใดมาพลัดพรากรสสวาทของพวกเขาออกจากกัน"เฮาผิดผีเยี่ยงนี้มิเป็นไรฤาพี่ท่าน" เจ้านางจันทรเงยหน้าออกจากอกแกร่งถามสวามีของตน"ข้าก่อบ่รู้ได้...แต่ตอนนี้ข้าอยากกอดเจ้าถ่ออั้น" แม่ทัพหนุ่มจุมพิศหน้าผากมนอย่างรักไคร่มือหน้าปะป่ายเกาะกุมปทุมถันอันเนียน

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 35 บ่วงที่ผูกพัน

    ย้อนไปราว 1 พันปีก่อนที่มินตรากับชลินทราจะถูกเจ้าแม่แต่มจันทร์ส่งมายังมิติอีกโลก"เจ้านางน้อย...เจ้าก่อเคยหันแม่ทัพเหมราชนี่เจ้าคะ" อุษา ถามพลางใช้ใบตาลโตนดที่ถูกนำมาตกแต่งอย่างสวยงามพัดวีผู้เป็นนาย ที่กำลัง ทำบายศรีเพื่อนำไปถวายเทวาลัยอยู่" ก่อแล้วเยี่ยงใดเล่า...ข้าเคยหันแม่ทัพเหมราชเถื่อเดียวก่อตอนพิธีสยุมพรพี่นางสว่างเทวีก่อบ่ได้แปลว่าข้าจักปลงใจเกี่ยวดองกับท่านแม่ทัพได้นี่อุษา" เจ้านางน้อยจันทรเทวีทำหน้ามุ่ยเมื่อได้ยินข่าวว่าเจ้าหลวงได้ประธานตนให้กับแม่ทัพหนุ่มที่ชนะศึกหลวงมาได้เป็นรางวัล แต่เธอนั้นกลับไม่ได้ต้องการเกี่ยวดองกับชายใดเลย เธอรู้สึกว่ามันเร็วไปสำหรับตัวเธอที่พึ่งจะศิริอายุได้ 17 ขวบปี" เห้อ!!!เจ้านางเลี่ยงไปก่อบ่พ้นกำตรัสเจ้าหลวงดอกเจ้าค่ะ..." อุษา นางสนองโอษฐ์ ที่ควบตำแหน่งพี่เลี้ยงถอดหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน " เจ้านางจันทรเทวี " เสียงๆหนึ่งร้องเรียกขึ้น หญิงสาวใบหน้าหวานเงยหน้ามองพลางฉีกยิ้มกว้างเมื่อเห็นร่างบางระหงของพี้สาวต่างมารดาเดินเข้ามายังคุ้มของตน"พี่นางสุริยาเทวี!!! " เจ้านางน้อยผละลุกออกจากตั่งไม้ประดับที่นั่งอยู่แล้วรีบเดินมาหาหญิงสาวที่อายุไล่เรี่ยกันตร

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 34 พันธนาการ (18+)

    ชลินทรา ทำหน้ายุ่ง สติสตังไม่ได้จดจ่ออยู่กับใบสั่งยาตรงหน้าเสียเท่าไหร่ ก็ในเมื่อเเม่เพื่อนรักที่ทำท่าจะไม่ยอมมีผัวง่ายๆ...ตอนนี้กลับเริงร่ากกผัวอยู่บนเรือนไม่ค่อยมาหาตนเสียหลายวันแล้ว แม้ว่าอีกไม่กี่วันเธอก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานเหมือนกัน แต่เธอก็รู้สึกเหงาๆอยู่ดี " พิธีอยู่หอสิ้นสุดวันนี้หนาเจ้าคะคุณหมอ...อย่าได้ริษยาแม่นายมินไปใย" เอื้อยเอ่ยขัดขึ้นอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นผู้เป็นนายทำท่าเหมือนเด็กน้อย " ฉันล่ะ..หมั่นใส้แม่มินนัก...ทำท่าทางราวไม่ยากมีผัวเล่นตัวงี่เง่า...แต่ดันชิงแต่งงานตัดหน้าข้าไปเสีย..." ชลินทราทำปากขมุบขมิบเง้างอนแล้วหันไปให้ความสนใจกับงานที่กองอยู่ตรงหน้าต่อ " น้อยอกน้อยใจอะไรนักหนายัยบ้านี่!!! ฉันออกหอแล้วแกก็ต้องเตรียมตัวสิ...มาคลุกอยู่กับงานแบบนี้ได้ยังไงกัน" เสียงหวานๆร้องดังขึ้น ร่างบางระหงปรากฏขึ้นตรงหน้าประตู ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสะพรั่งจนแสบตา " ชิ!!!!....5 วันที่ผ่านมา....แกเล่นไปกี่ยกเล่านั่น!!!" ชลินทราถามเมื่อเห็นเพื่อนรักดูสดใสเกินต้าน " ก็...นะ....นั่นบ้องข้าวหลามนะเว่ยแก!!!ฉันก็ของขาดมานาน....ก็เลย...ตอนนี้คุณพี่ยังไม่ตื่นเลยเห็นบอกเหนื่อย...." มินตร

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 33 อดีตไม่สำคัญ ปัจจุบันขอแค่มีเจ้า

    มินตราแยกตัวออกมาจากชลินทราที่ตอนนี้กำลังหวานแหววกับขุนศรีฯจนเลี่ยนแทบอ้วก เธอเดินจูงเจ้าครามม้าตัวโปรดที่หลวงหนุ่มมอบให้เป็นของมั่นพลางย่นจมูกใส่เพื่อนสาวอย่างหมั่นใส้ " ริษยาเขาฤาถึงทำหน้าราวกับเหม็นกลิ่นมูล" ชายหนุ่มที่เดินอยู่เคียงข้างกระเซ้าแหย่ " ข้าหาได้ริษยาดอกเจ้าค่ะคุณ...." ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง " คุณพี่..." มินตราหน้าแดงพลางเสมองไปทางอื่นแก้ขวยเขิน " เช่นนั้นก็อยากหยอกเย้าเหมือนเขางั้นฤา" เขาถามอีกครั้ง " คุณ..พี่...ก็ทราบ...ว่าข้าหาได้โปรดแบบนั้นไม่...ลองหยอกข้าเช่นท่านขุนดูทีฤา...มิแคล้วจักโดนข้าไล่ให้ไปกินมูลวัวเป็นยา" มินตราขมวดคิ้วมุ่น ดวงหน้างามละมัยพราวไปด้วยรัศมีที่ทำให้หัวใจชายหนุ่มข้างๆแทบจะกระเด็นกระดอนออกมาจากอกเสียตรงนั้นให้ได้ ชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เมื่อนึกถึงของหมั้นที่นางขอแล้วก็รู้ได้ว่านางนั้นเกิดมาเพื่อเคียงบ่าเคียงไหล่ยอดนักรบเช่นเขา ทั้งม้าพันธุ์ดี ดาบแบบญี่ปุ่น ผ้าลินินชั้นยอด อีกทั้งแก้วแหวนเงินทอง พร้อมด้วยบ่าวอีกหนึ่งคนที่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจว่า บ่าววิปลาสเช่นอ้ายพาจู่นั่นต้องตานางได้อย่างไร " เจ้า...จักทำเยี่ยงไรกับอ้

  • บ่วงบรรพกาล   บทที่ 32 ลิขิตจากฟ้านำพาให้เรามาพบกัน

    ป่าเสลา ที่บานสะพรั่งไปด้วยดอกสีม่วง ขาว บานสะพราวไปหลายลี้ สายลมเอื่อยๆพัดกิ่งใบส่งเสียงซ่าๆ ราวกับเสียงดนตรีบรรเลงเพลงก็มิปาน ม้าสีขาวปลอดค่อยๆเดินย่องตามแรงจูงของชายหนุ่ม ดวงหน้าหวาน ส่วนบนอานม้ามีหญิงสาว นั่งอยู่ ทั้งคู่พูดคุยกันในหลายๆเรื่อง หลายๆครั้งที่มีหยอกเย้ากันตามประสา คู่รัก ที่มีเพียงกันและกันเท่านั้น" ข้าอดสงสัยมิได้...วานแม่ช่วยแถลงใข...ในโลกโน้นของเจ้า...เหตุใดสตรีจึงมีสิทธิเสรีเท่าเทียมกัน....แลหากสตรีผู้เป็นม่าย...จักมีผัวใหม่ได้มิมีข้อกังขาฤาไร" ขุนศรีผู้ไม่เข้าใจตรรกะความนึกคิดของคนในโลกโน้นที่ชลินทราพูดถึงได้ถามใขข้อสงสัย" มีเหตุก็ต้องมีผลแลเจ้าค่ะ....กว่าสตรีจักมีสิทธิ์แลเสียงได้เทียบเท่าบุรุษก็เสียไปก็มาก ไม่ว่าจะเป็น เสียง สิทธิ์ ชีวิต หรือแม้แต่ศักดิ์ศรี....บุรุษชายขึ้นชื่อว่าเป็นชาตินักรบ ยังสยบต่อสตรีนี่เจ้าคะ....ไม่แปลกที่ จักมี นักสิทธิสตรีหลายๆคนออกมาต่อสู้เพื่ออิสระของตน " ชลินทราอธิบาย"ที่เจ้าพูดก็สมเหตุ...แม่บัว...ข้าขออภัยที่จาบจ้วงเจ้ามาก...แต่ข้าจักขอถาม...ถึงผู้ที่เคยเป็นคนรักเก่าของเจ้า...ได้ฤาไม่" ขุนศรีตรีเทพโอสถ หมอหลวงของวังหลวง หยุดเดิน

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status