Mag-log inEP7.แผนล้มเหลว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ภายหลังจากที่รับประทานอาหารเช้าเสร็จ คริสเตียนก็เดินขึ้นมาส่งมารีน่าเอาไว้บนห้องนอนของเขา ที่เขาไม่เคยยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาได้ง่ายๆ พร้อมกับกำชับแกมขู่เธอเอาไว้ว่าให้ทำตัวดีๆ หากเธอคิดจะทำอะไรแผลงๆอีกรอบ เขาจะรีบกลับมาจัดการเธอแน่ แต่มีหรือว่าคนอย่างมารีน่าจะฟังเขา คนที่ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆแบบเธอนั้นคิดหาทางออกอยู่ตลอดเวลาว่าเธอควรจะทำยังไงต่อไป เธอจะไม่ยอมอยู่เป็นนางบำเรอของเขาไปตลอดหรอกนะ และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เขาถึงจะยอมปล่อยเธอไป ดังนั้นทุกครั้งที่มีโอกาส มารีน่าจะไม่ยอมอยู่เฉยๆเด็ดขาด ถึงจะลองทำแล้วไม่สำเร็จ มันก็ดีกว่าเธอไม่ยอมทำอะไรเลย ก๊อก ก๊อก ก๊อก! มารีน่าเคาะประตูออกไปจากด้านในห้อง หวังให้คนที่เฝ้าเธออยู่ด้านนอกได้ยินเสียง ก็เขาเป็นคนบอกเธอเองว่าถ้าอยากได้อะไรให้เคาะเรียกลูกน้องของเขาได้เลย และตอนนี้มารีน่าก็คิดออกแล้ว ว่าเธอจะหนีออกไปจากที่นี่ได้ยังไง “อยากได้อะไรครับคุณมารีน่า” ชาลีเปิดประตูเข้ามาทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะ วันนี้เขาไม่ได้ตามเจ้านายออกไปด้วย เพราะได้รับคำสั่งให้อยู่เฝ้าเธอที่นี่ “ช่วยไปตามทีน่าให้หน่อยสิ” นี่แหละหนทางเดียวที่มารีน่าพอจะมองเห็น เธอรู้ว่านางบำเรอของคริสเตียนไม่ชอบขี้หน้าเธออย่างแรง มันก็พอจะเข้าใจอยู่หรอก เพราะเขาเล่นไม่สนใจทีน่าเลย หันมาสนใจแต่เธอคนเดียว หากยัยนั่นชอบเธอก็คงจะแปลกเกินคน ทำไมมารีน่าจะได้ไม่รู้ว่าทีน่ากำลังคิดอะไร เธอเห็นช่องทางนี้ก็เลยคิดจะใช้มันให้เกิดประโยชน์ ด้วยความที่มารีน่าเป็นคนฉลาด เธอจึงต้องการให้ศัตรูที่เกลียดขี้หน้าเธอมาช่วยเธอหนีออกไปจากที่นี่ เพราะทีน่าเองก็คงจะดีใจไม่น้อยถ้าได้กำจัดเธอออกไปสมใจ “ให้ผมตามทีน่ามาทำไม?” ชาลีขมวดคิ้ว เขาเห็นว่ายายนั่นไม่ชอบมารีน่าเลยสักนิด แล้วมารีน่าจะอยากพบกับคนที่ไม่ชอบตัวเองไปทำไมกัน “เอ่อ คือ…ฉันมีเรื่องของผู้หญิ้งผู้หญิงจะถามทีน่าอะ ถ้าฉันคุยกับนายคงไม่รู้เรื่องเท่าคุยกับผู้หญิงด้วยกันหรอก ว่ามั้ยล่ะ” มารีน่าเล่นละครได้ดีมากจนชาลีไม่สามารถจับพิรุธใดๆได้เลย สิบนาทีต่อมา “เรียกฉันมาทำไมไม่ทราบ?” เมื่อเข้ามาถึงในห้องที่ตัวเองแทบจะไม่เคยเข้ามา เลย ทีน่าก็จีบปากจีบคอพูดพร้อมกับกอดอกยกหน้าเชิดขึ้นตามสไตล์ของเธอ มารีน่ามองภาพนั้นแล้วแอบหมั่นไส้อยู่ไม่น้อย ถ้าหากไม่มีธุระจำเป็น คิดว่าเธออยากจะคุยนางหรือยังไงกัน คนอะไรหยิ่งเป็นบ้า! “ฉันมีเรื่องอยากขอให้เธอช่วย” หญิงสาวไม่คิดจะรีรอ เธอมีเวลาไม่มากนัก เพราะไม่รู้คริสเตียนจะกลับมาตอนไหนและที่สำคัญเธอคิดว่าคงจะทนเห็นหน้าแม่นางคนนี้ได้ไม่นานเท่าไหร่ เพราะมารีน่าเองก็ไม่ได้ชอบขี้หน้าของทีน่าเหมือนกัน! “เรื่องอะไรของหล่อน” ทีน่ามองมารีน่าด้วยสายตาไม่เข้าใจและไม่เป็นมิตรเอามากๆ “เธออยากกำจัดฉันให้ออกไปจากที่นี่ใช่มั้ย งั้นเธอก็ช่วยฉันสิ” ทีน่านิ่งงัน เธอหรี่ตาลงเพื่อครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ในเมื่อมารีน่าเสนอมาแบบนี้มีหรือเธอจะไม่ช่วย ในเมื่อเธอเองก็อยากนอนกอดคริสเตียนจะแย่อยู่แล้ว ถ้าไม่มีมารีน่าอยู่ที่นี่สักคน หน้าที่นั้นคงตกเป็นของเธอ “แล้วจะให้ฉันช่วยยังไง?” นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ทีน่ายอมพูดดีๆกับคนตรงหน้า “ขอยืมโทรศัพท์เธอหน่อยสิ ฉันจะอีเมลไปหาพี่ชายให้มาช่วยฉันที่นี่” ถึงแม้จะไม่อยากให้ครอบครัวรับรู้แต่มารีน่าก็มองไม่เห็นทางออกที่มันดีกว่านี้แล้ว เธอตัดสินใจจะเขียนอีเมลไปหาพี่ชายคนโตนั่นก็คือ’มาติเนส มัส’ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลในประเทศไทย เพราะอยู่กันคนละประเทศ การติดต่อสื่อสารจึงดูเป็นเรื่องยาก ยิ่งเธอโดนเขายึดโทรศัพท์ ยิ่งทำอะไรยากไปอีก ซึ่งมารีน่าก็พอจะจำชื่ออีเมลของพี่ชายได้บ้าง วิธีนี้คงเป็นวิธีที่เร็วที่สุดแล้ว “ก็ได้ หวังว่าพี่ชายเธอจะมาช่วยเธอออกไปได้นะ!” ถึงจะยอมยื่นโทรศัพท์ที่เคยโดนขโมยไปให้มารีน่าแต่โดยดี แต่ทีน่าก็ไม่ลืมที่จะแยกเขี้ยวใส่หล่อนก่อน “ขอบใจนะ” มารีน่าเอ่ยออกไปก่อนจะรีบส่งอีเมลไปหามาติเนส ด้วยความหวังของเธอ เธอหวังว่าพี่ชายจะรับรู้และตามมาช่วยเธอออกไปจากเกาะนรกนี่ให้ไวที่สุด! พระเจ้าได้โปรดเมตตาเธอด้วย…. เพียงไม่นานหลังจากที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อย มารีน่าก็เดินออกมาส่งทีน่าที่ประตูห้อง เพื่อต้องการไม่ให้ชาลีสงสัยในสิ่งที่เธอกำลังทำ และทำให้ดูเหมือนว่าเธอสองคนคุยกันในเรื่องของผู้หญิงๆจริงๆ “ขอบใจมากนะทีน่า ฉันดีขึ้นมากแล้วล่ะ” มารีน่าแสร้งเอ่ยขึ้นไปงั้นแหละ “ไม่เป็นไร เธอก็นอนพักผ่อนได้แล้ว” ชาลีรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นว่าทั้งสองสาวพูดจากันดีๆราวกับว่าไม่เคยเกลียดกันมาก่อน แถมทีน่านั้นดูเหมือนจะอารมณ์ดีเอามากๆอีกด้วยหลังจากที่เดินออกมา “ฉันว่าเธอดูแปลกไปนะ?” “ทำไม? แค่ฉันยิ้มก็ดูแปลกแล้วงั้นหรอ นายนี่มันประสาทจริงๆ” ทีน่าหุบยิ้มก่อนจะหันไปตวาดชาลีแล้วก็ยกหน้าเชิดเดินลงบันไดไปเลย “ใครกันแน่ที่ประสาท! ยัยบ้าเอ้ย!” เขาว่าเธอออกไปตามหลังก่อนจะนั่งลงเฝ้ามารีน่าบริเวณหน้าห้องตามเดิม อีกด้านของคนที่อยู่ในเมือง คริสเตียนนั่งรอบุคคลสำคัญที่เขานัดมาเจรจาเรื่องธุรกิจอยู่ภายในร้านอาหารชื่อดังห้องVVVIPด้วยสีหน้าเรียบนิ่งตามสไตล์ของเขา อาชีพของคริสเตียนคือคนกลางในการค้าขายอาวุธให้แก่มาเฟียทั่วโลก หากใครที่ต้องการอาวุธชั้นดีและราคาดีงามคุ้มค่า เขาก็พร้อมที่จะส่งออกอาวุธพวกนั้นไปให้ทุกคน และแน่นอนว่าไม่ใช่แค่เขาที่ทำอาชีพเช่นนี้ มีมาเฟียอีกหลายตระกูลที่ทำ แต่เนื่องจากเมื่อวานโกดังของเขาถูกลอบวางระเบิด คริสเตียนจึงจำเป็นต้องหาสินค้าล็อตใหม่เข้ามาแทนที่ล็อตเก่าที่เสียหาย ซึ่งคู่ค้าคนใหม่ที่เขานัดมาเจรจาวันนี้คือ’จิมมี่ มาแชล’ มาเฟียฝั่งประเทศไทยที่มีข้อมูลน่าสนใจ ทำให้เขาอยากตกลงซื้อขายด้วย จึงเป็นที่มาของการนัดคุยงานในวันนี้ “สวัสดีครับคุณคริสเตียน” เพียงไม่นานจิมมี่ก็เปิดประตูเข้ามา เนื่องจากเขาบินมาจากออสเตรเลียโดยตรง วันนี้จึงเดินทางมานี่นี้เลทสักหน่อย “สวัสดีครับคุณจิมมี่ เชิญนั่งก่อน” “ขอบคุณครับ” จิมมี่ยิ้มตอบก่อนจะนั่งลงพร้อมกับยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบตามมารยาท “ผมอยากได้ของเเบบเร็วที่สุด พวกคุณมีของมากแค่ไหน” คริสเตียนไม่ปล่อยเวลาให้เสียอยู่นาน เพราะเขาเอาแต่นั่งคิดถึงร่างกายนุ่มนิ่มของมารีน่าที่เขานอนกกกอดมาทั้งคืน และอีกอย่างเขาไม่ไว้ใจจะปล่อยให้เธออยู่คนเดียวนานๆ เพราะความแสบของมารีน่ามีมากกว่าที่เขาคิด “ผมเกรงว่าจากจำนวนของที่คุณต้องการพวกผมน่าจะมีไม่พอ แต่ถ้าคุณคริสอยากได้จริงๆผมจะหาเพิ่มให้ เพราะพวกผมก็พอจะรู้จักมาเฟียอีกตระกูล แต่เขาค่อนข้างหาตัวจับยาก แต่ก็คงไม่เกินความสามารถของเพื่อนผมหรอกครับ” จิมมี่หมายถึงมาเฟียตระกูลมัส ที่ค่อนข้างจะโด่งดังมากๆไม่แพ้พวกเขา แต่รายนั้นหัวหน้าแก๊งค์อย่างมาติเนสค่อนข้างหาตัวจับยาก แต่รับรองว่าสินค้าของฝั่งนั้นก็ดีมากๆไม่แพ้ของพวกเขาเลย “ถ้าคุณหามาให้ผมได้ ผมจะให้ราคาอย่างงาม” “ผมรับประกันคุณจะได้ของดีแน่นอนครับ” ชายทั้งสองนั่งคุยกันต่ออีกพอประมาณ หลังจากนั้นจึงแยกย้ายกันกลับ ทันทีที่ขึ้นมาบนรถคันหรู คริสเตียนก็รีบสั่งให้ลูกน้องพาเขากลับเกาะส่วนตัวทันที ในระหว่างทางขึ้นรถ เสียงโทรศัพท์ของมารีน่าที่คริสเตียนหยิบออกมาจากคฤหาสน์ด้วยดังขึ้นมาเพราะมีสายเข้า ชายหนุ่มจึงหยิบมันขึ้นมาดูแล้วเขาก็พบว่ามีใครบางคนโทรเข้ามาหาเธอจริงๆ ‘My first bro’ คริสเตียนอ่านชื่อนั้นด้วยความแปลกใจ ‘พี่ชายคนแรก?’ งั้นหรอ เมื่อนึกขึ้นได้เขาเองก็ยังไม่ได้รับประวัติของมารีน่าที่สั่งให้ชาลีไปตามสืบเลย ไม่รู้ว่าคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว เอาไว้ค่อยถามทีหลังก็แล้วกัน ชายหนุ่มปล่อยให้เสียงโทรศัพท์ของเธอดับลง เขาเลือกที่จะไม่รับสาย แต่ทว่าเสียงข้อความที่ดังขึ้นอีกครั้งทำให้มาเฟียหนุ่มจำต้องหยิบมันขึ้นมาเปิดดู มาติเนส:‘รีน่าน้องเป็นยังไงบ้าง สบายดีใช่ไหม? พี่ได้รับอีเมลแปลกๆ จากใครก็ไม่รู้บอกว่าน้องโดนลักพาตัวไปที่เกาะ ถ้าน้องไม่ตอบกลับผ่านข้อความนี้พี่จะรีบตามไปช่วย แต่หากน้องสบายดีช่วยบอกให้พี่สบายใจหน่อยนะ ว่าน้องไม่เป็นอะไร’ คริสเตียนรู้สึกตะหงิดใจขึ้นมาทันที เมื่ออ่านข้อความที่ส่งเข้ามาจนจบ ชายหนุ่มรีบกดโทรศัพท์โทรออกหาลูกน้องคนสนิททันที ‘ฮัลโหลครับนาย’ “มารีน่าเป็นยังไงบ้าง วันนี้เธอได้ทำอะไรแปลกๆบ้างหรือเปล่า?” ที่เขาต้องถามแบบนี้เพราะเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่ามารีน่าจะสามารถทำอะไรได้อีก เขาอุส่าห์ขังเธอเอาไว้ขนาดนั้นแล้วเธอยังจะหาหนทางบอกพี่ชายตัวเองได้อีกงั้นหรอ หรือไอ้ชาร์ลเป็นคนบอก?แต่ถ้าไอ้นั่นบอกจริงชายของเธอคงจะไม่ทักมาถามหรอกจริงมั้ย คงพากันบุกไปที่เกาะของเขาตั้งแต่แรกแล้ว “ก็ปกตินะครับ เอ่อ แต่มีแปลกอยู่เรื่องนึง” ชาลีเว้นวรรคเอาไว้เพราะกำลังครุ่นคิด ก็การที่มารีน่าเรียกทีน่าให้ขึ้นมาพบ มันก็นับมาเป็นเรื่องแปลกสำหรับเขาอยู่ไม่น้อย “อะไร” “คุณมารีน่าขอให้คุณทีน่าขึ้นมาพบครับ บอกว่ามีเรื่องของผู้หญิ้งผู้หญิงจะคุยกัน” คริสเตียนเข้าใจได้ในทันทีว่าสมองน้อยๆของมารีน่ากำลังคิดจะทำอะไร หรือบางทีเธออาจจะทำไปแล้วด้วย กลับถึงบ้านเมื่อไหร่เจอลงโทษแน่ยัยตัวดี! “เฝ้าไว้ ห้ามให้มารีน่าคุยกับใครอีกเด็ดขาด ฉันกำลังกลับ” “ครับนาย” เมื่อวางสายเสร็จคริสเตียนจึงหยิบโทรศัพท์ของมารีน่าขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะกดตอบกลับข้อความที่พี่ชายของเธอส่งมาถาม เพื่อแกล้งเป็นเธอ เขาบอกทางนั้นไปว่าเธอสบายดี เรื่องโดนลักพาตัวคือเรื่องเข้าใจผิด ชายหนุ่มยิ้มกริ่มออกมาอย่างพึงพอใจ เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังถือไพ่เหนือกว่าแม่ลูกนกอ่อนหัดอย่างเธอ กลับไปเขาจะจับเธอกดให้หายอยากเลย คอยดูสิ!ตอนพิเศษ 4. เกาะอันดารา 5 ปีต่อมา น้ำทะเลสีครามจัดของเกาะอันดาราสะท้อนแสงอาทิตย์ระยิบระยับ เรือยอร์ชลำหรูเคลื่อนตัวเข้าจอดเทียบท่าอย่างนุ่มนวล ครูซ ในวัยสิบสามปี ก้าวลงจากเรือเป็นคนแรก เด็กหนุ่มที่เคยตัวเล็กในวันนั้น บัดนี้ส่วนสูงเริ่มพุ่งพรวดจนเกือบเท่าไหล่ของผู้เป็นพ่อ ใบหน้าหล่อเหลาถอดแบบ คริสเตียน มาทุกกระเบียดนิ้ว โดยเฉพาะแววตานิ่งสนิทที่ดูลึกลับและทรงอำนาจเกินวัย“เกาะนี้สวยกว่าเดิมอีกนะครับแม่” เคย์เดน แฝดน้องเดินตามลงมาพร้อมรอยยิ้มขี้เล่นที่เป็นเอกลักษณ์ เขาดูขี้เล่นและเข้าถึงง่ายกว่าพี่ชาย แต่ไหล่ที่เริ่มกว้างขึ้นก็บ่งบอกว่าเขาเติบโตขึ้นมากเพียงใด“แน่นอนสิ ลุงตินทุ่มงบปรับปรุงไปตั้งหลายล้านแน่ะ“มารีน่าเอ่ยพลางยิ้มกว้าง เธอสวมชุดเดรสรับลมร้อนดูสวยสง่าไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเลย โดยมีคริสเตียนเดินประคองอยู่ข้างๆ แววตาของมาเฟียหนุ่มยังคงเต็มไปด้วยความรักที่มีต่อภรรยาไม่เสื่อมคลาย“ยินดีต้อนรับสู่เกาะอันดารา!” เสียงทุ้มกังวานของ มาร์ตินพี่ชายคนที่สามของมารีน่าดังขึ้น เขาเดินมาพร้อมกับลิษาภรรยาสาวที่ยังคงความสวยเฉี่ยวและลูคัสลูกชายตัวโตที่ดูทะมัดทะแมงและกร้านแดดจากการใช้ชีวิตอยู่
ตอนพิเศษ 63. กลับประเทศไทย หลายปีต่อมา สนามบินนานาชาติคึกคักตั้งแต่เช้า ครูซกับเคย์เดนในวัยเก้าขวบยืนลากกระเป๋าใบเล็กของตัวเองคนละใบ ใส่เสื้อฮู้ดเหมือนกันแต่คนละสี แม้ทั้งสองคนจะหน้าเหมือนกันเปี๊ยบ แต่ด้วยความที่นิสัยแตกต่างกันสิ้นเชิง ถ้าลองจ้องมองดีๆหลายคนก็อาจจะแยกออกได้ง่าย“แด๊ด เราจะได้นั่งชั้นไหน?” ครูซถามด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น“ชั้นประหยัด” มารีน่าตอบก่อนสามีสองแฝดหันขวับไปมองพ่อทันที ในขณะที่มารดาอมยิ้มเล็กน้อยหลังจากตอบคำถามนั้นไป ทำให้คริสเตียนเลิ่กคิ้ว “เครื่องบินลำนี้ไม่มีชั้นประหยัด” ก่อนจะตอบตัดจบการแกล้งลูกชายของภรรยา “ที่รัก!” มารีน่าตีแขนเขาเบาๆ“ผมรู้ว่าแด๊ดไม่มีวันให้หม่าม๊านั่งลำบากหรอก” เคย์เดนหัวเราะตอบ “จำไว้นะ ผู้หญิงในบ้านนี้ห้ามลำบาก”คริสเตียนก้มลงมองลูกชายคนเล็กก่อนจะเอ่ยบอกถ่อยคำนั้น แน่นอนว่าไม่ใช่ครั้งแรก “แล้วพวกผมล่ะ?” ครูซถามทันที“พวกลูกลำบากได้” เขาตอบนิ่งๆตามประสาคนเป็นพ่อ เขาสอนให้เด็กทั้งสองรู้ตักความลำบากเหมือนกันกับเขา แต่ในโหมดที่มีทุกอย่างพร้อมมากกว่า “อย่าสอนลูกแบบนั้นสิ” มารีน่าส่ายหัว “ก็ผมเป็นผู้ชาย” ครูซเถียงแม่ เขาเห็นด้วยกับ
SEP62: ครอบครัวที่สมบูรณ์ ร่างหนาเดินกระสับกระส่ายไปมาอยู่หน้าห้องคลอด ก่อนหน้านี้มารีน่าเกิดอาการปวดท้องและน้ำสีใสก็ไหลออกมาเหมือนเขื่อนแตก โชคดีที่เขาย้ายออกมาอยู่คอนโดในเมืองตั้งแต่เนิ่นๆ จึงสามารถมาโรงพยาบาลได้ทัน หากอยู่คฤหาสน์คงมาถึงที่นี่ไม่ทันแน่ “นายครับเป็นยังไงบ้างครับ” ชาลีวิ่งกระหืดกระหอบมาพร้อมกับข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กแรกเกิด เนื่องจากสัปดาห์ครรภ์ยังไม่ครบ 39 ทุกคนจึงไม่คาดคิดและเตรียมตัวไม่ทัน แต่โชคดีที่มารีน่าจัดของเตรียมคลอดไว้รออยู่แล้ว “ไม่รู้ หมอยังไม่ออกมาเลย” “ญาติคุณมารีน่าครับ ตอนนี้คนไข้จะคลอดแล้วครับ เนื่องจากเป็นครรภ์แฝด จึงมีโอกาสคลอดก่อนกำหนดเยอะมาก คนไหนคุณพ่อครับ” “ผะผมครับ ผมเป็นพ่อ” “เชิญเข้ามาเลยครับ” มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่เขารู้ตัวว่าตัวเองได้ลูกทีเดียวสองคน แถมยังเป็นลูกชายอีกด้วย เขารู้สึกขอบคุณภรรยาทุกๆวินาทีที่เธออุ้มท้องลูกให้เขา ครรภ์ของมารีน่าใหญ่มากจนบางครั้งชายหนุ่มแอบสงสารที่เธอจะต้องใช้ชีวิตโดยการแบกท้องเด็กสองคนไปพร้อมๆกัน ร่างสูงจัดการทำความสะอาดมือเรียบร้อย จากนั้นเขาก็รับชุดจากพยาบาลเข้าไปเป
SEP61. งานแต่งงานของเรา พิธีมงคลสมรสถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตามคำร้องขอของเจ้าสาวคนสวย มารีน่าเป็นคนที่ไม่ชอบทำอะไรที่มันยุ่งยาก จึงเลือกจัดพิธีขึ้นที่โบสถ์ตามศาสนาคริสต์อย่างเรียบง่าย เจ้าสาวร่างบางที่ดูราวกับว่าไม่ใช่คนท้อง กำลังยืนยิ้มอยู่ในกระจกบานใหญ่ด้วยสีหน้าสดใส ตอนนี้เธออยู่ในห้องแต่งตัว ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมช่วยเนรมิตสิ่งสวยงามพวกนี้ให้เธอ จนตัวเองยังตะลึงว่าเธอสามารถสวยได้ขนาดนี้เลยหรือ “อีกสิบนาทีจะเริ่มพิธีแล้วนะลูก” มาเรียมเดินเข้ามาหาลูกสาวด้วยใบหน้าแสนชื่นบาน มารีน่าในชุดเจ้าสาวเกาะอกสีขาว ลากยาวไปถึงพื้นทำให้นางหวนกลับไปนึกถึงตัวเองในวันวิวาห์เช่นกัน “ค่ะแม่ หนูตื่นเต้นจัง” มารีน่าว่าพลางหัวใจสั่นไหว ถึงแม้จะใช้ชีวิตอยู่กับเขามาหลายเดือนแล้วในฐานะ ผัว-เมีย แต่อีกไม่กี่นาทีเธอกับเขาก็จะได้เป็นสามี-ภรรยากัน อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งมันก็ให้ความรู้สึกที่ต่างกันไปอีกแบบ มาเรียมเดินเข้ามาโอบไหล่ลูกสาวเบาๆ นางจำได้ดี วันที่ตัวเองรู้ตัวว่าได้ลูกสาวนั้นนางดีใจแค่ไหนไม่น่าเชื่อเลยว่าเด็กหญิงที่เคยเดินตามพี่ชายทั้งสามต้อยๆ จะได้ออกเรือนเป็นคนแรก แถมยังพาหล
EP60. รักกัน จบบริบูรณ์ “เหนื่อยหรอที่รัก พักก่อนไหม เดี๋ยวผมไปทำแทนเอง” ถ้อยคำที่ดูเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงทำให้ทั้งคู่เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นไปอีก มารีน่ามองคนตรงหน้าอย่างคาดโทษ ถึงแม้เขาจะพูดจาได้น่าฟังรื่นหูแค่ไหน แต่เธอก็ยังรู้สึกไม่พอใจที่มีผู้หญิงหลายคนแอบมองมาที่เขาอยู่ดี “คุณอยากกลับบ้านก่อนฉันมั้ยคะ” “หื้ม? คุณรำคาญผมหรอ” คนตัวโตผงกศรีษะขึ้นมามองหญิงสาวเล็กน้อย เขาว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ ถ้างั้นเธอคงไม่แผ่รังสีอำมหิตออกมาขนาดนี้หรอก “เปล่าค่ะ รำคาญพวกผู้หญิงด้านนอกต่างหาก รู้มั้ยคะว่าวันนี้มีคนพูดถึงคุณสี่โต๊ะแล้วนะ” ร่างสูงยิ้มกริ่มออกมาเมื่อได้ฟังเหตุผล เขายิ้มจนตาหยี เพราะดีใจที่เมียแสดงอาการหึงออกมาอย่างโจ่งแจ้ง เขาจึงดึงเธอเข้ามากระชับกอดให้แน่นกว่าเดิมอย่างรักใคร่ “นี่คุณหึงผมใช่มั้ยที่รัก ไม่เห็นต้องคิดมากเลย ผู้หญิงพวกนั้นก็ได้แค่มอง แต่คุณทำได้ทุกอย่างเลยนะ จะจุ๊บ จะจูบ จะกอดหรือจะขึ้นมาขย่มบนตัวผัวแรงๆก็ย่อมได้” เพี๊ยะ! “หื่นไม่รู้เวลาอีกแล้วนะคะ” เธอหันไปค้อนเขาแววตาเขียวปั๊ด แต่พวงแก้มกลับแดงระเรื่อ ยอมรับว่าคำพูดของเขาก็แอบช่วยทำให้
EP59. สามีพี่เอง “อะแฮ่ม ทำอะไรกันอยู่?” มาติเนสเอ่ยขึ้นมาเสียงดัง วันนี้เขากะจะเข้ามาดูสถานการณ์ของน้องสาวกับว่าที่น้องเขยเสียหน่อย ไม่คาดคิดว่าจะได้เข้ามาเจอช็อตเด็ดแบบนี้เสียหน่อย มารีน่ารีบผลักหน้าอกแกร่งออกจากร่างทันที เมื่อได้ยินเสียงของพี่ชายดังเข้ามากระทบหู ใบหน้าของเธอแดงแปร๊ดเหมือนลูกตำลึง เขาทำเธออายอีกแล้ว อยากจะแทรกแผ่นดินหนีจริงๆเลย คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นไปมองพี่บายที่กำลังยืนกอดอกมองเธออยู่ด้วยรอยยิ้มแห้งๆ “พะพี่เนส มาตั้งแต่ตอนไหนคะ” “มานานแล้ว แล้วนี่…ดีกันแล้วหรอ” มาติเนสเดินเข้ามานั่งบนโซฟาใกล้ๆ เขาจ้องมองหน้าของทั้งคู่สลับกันไปมา เพื่อคาดคั้นจะเอาคำตอบ “ครับ เรากำลังจะแต่งงานกัน” “หื้ม? พี่หายไปแค่ไม่กี่วันตกลงจะแต่งงานกันแล้วหรอ แล้วพ่อกับแม่รู้หรือยัง” “ยังค่ะ รอบอกตอนพ่อกับแม่กลับมา” “พี่ยินดีด้วยนะ หวังว่าคุณจะดูแลน้องสาวผมเป็นอย่างดีนะครับคุณคริส” มาติเนสกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม ไม่อยากจะเชื่อว่าน้องสาวคนสุดท้องจะเป็นฝั่งเป็นฝาคนแรกของตระกูล มารีน่าตอบกลับพี่ชายด้วยรอยยิ้มเช่นกัน ตอนนี้เธอมีความสุขมากจริงๆ “ครับ ผมสัญญาจะดูแลรีน่ากับล







