Masukอดีตชาติฟังดูเป็นเรื่องนานแสนนาน ทว่าไม่ใช่กับ หรั่นอิง ยอดยุทธ์สาวที่พลาดท่าให้จอมมารแห่งยุค จนตกลงไปในหน้าผาหมื่นจั้งของคุนหลุนซาน!!! แรกลืมตานางคิดว่าตัวเองโชคดีแล้วที่ยังมีชีวิต ทว่ากลางหุบเขาลึกหมื่นจั้ง ข้างๆ กลับมีซากศพหนึ่งที่นอนตายอนาจอยู่ โครงกระดูกของสตรีนางหนึ่ง ชุดที่นางสวม กระบี่คุ้นตา ...ยังมีป้ายหยกของผู้คุมกฎของสำนักหอนที!! ก้มลงมองร่างอ้อนแอ้นของสตรีที่นางสวมวิญญาณ กู้หรั่นเยวี่ย คุณหนูเก้าตระกูลกู้ที่กระโดดหน้าผาเพื่อฆ่าตัวตาย แถมสตรีนางนี้ยังเอาแต่ใจร้ายกาจจนไม่มีผู้ใดอยากเข้าใกล้ เป็นสตรีน่ารังเกียจยังพอทน แต่นี่ยังเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้บอกว่าจะฆ่าตัวตายอีก สวรรค์!! ให้นางเกิดใหม่ทั้งที...เหตุใดต้องให้นางต้องมาตามล้างตามเช็ด ความบัดซบของคุณหนูเก้าตระกูลกู้ผู้นี้ด้วย!!!
Lihat lebih banyakเหมือนนานแสนนาน… ทว่าก็ให้ความรู้สึกราวกับหลับฝันตื่นหนึ่ง ชั่วพริบตาที่ความเจ็บปวดพรากสติสัมปชัญญะให้ดับมอด ลืมตาอีกครั้งก็พบว่าทุกอย่างหายวับไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
หรั่นอิงขยับมือ เท้า จากนั้นก็คอ นางรู้สึกถึงความปวดเมื่อยที่แผ่ลามไปตามจุดต่างๆ ร่างกายหนักอึ้งคล้ายกับนอนท่าเดียวนานๆ จากนั้นความรู้สึกชาก็ค่อยๆ แพร่กระจายไปตามปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า
“อา...” ส่งเสียงได้เพียงเท่านั้นก็ต้องหลับตาลงอีกครั้ง นางยังไม่ลุกเพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด
ความทรงจำสุดท้ายที่นึกออกก็คือ...
นางกำลังประมือกับจอมมารแห่งพรรคอวิ๋นซาน ฝ่ายมารอันชั่วร้ายซึ่งบุกขึ้นคุนหลุนซาน หมายโค่นล้มฝ่ายธรรมะซึ่งมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่นี่ อาจารย์ของนางกำลังเพลี่ยงพล้ำ ขณะที่นางเอาตัวเข้ามาขวาง ผลักจอมมารพร้อมหลอกล่อเขามายังหน้าผาของคุนหลุนซาน
กำลังภายในลึกล้ำ ยอดยุทธ์แห่งยุคทั้งสองที่ประมือกัน ทำให้หุบผาแห่งคุนหลุนซานสั่นสะเทือน ชั่วขณะที่นางแทงกระบี่จ้วงลึกยังหน้าอกของจอมมาร อีกฝ่ายกลับตะโกนเรียกอาจารย์ของนาง
“หลินซาง!!!”
ผ่านการประมือนับร้อยครั้ง กลับมาหลงกลเพียงเพราะกลลวงกระจอกๆ หรั่นอิงที่ในใจมีความห่วงกังวลในตัวอาจารย์ผู้ชรามากแล้ว ถูกจอมมารแห่งยุคดึงลงไปในหุบผาหมื่นจั้ง ทั้งสองลอยลิ่วลงไปยังจุดที่ลึกที่สุดของคุนหลุนซาน หุบผาซึ่งไม่มีผู้ใดเคยเอาชีวิตรอดกลับขึ้นไปได้...
สองมือขยับไปด้านข้าง...ช้าๆ มือข้างหนึ่งของนางแตะโดนบางอย่าง แข็งและเป็นท่อนๆ หลายชิ้น กระทั่งนางตัวแข็งทื่อเมื่อสัมผัสถึง...กะโหลก!!
มันคือซากกองกระดูกของคนผู้หนึ่ง และนางกำลังนอนอยู่บนกองหญ้าหนานุ่มคล้ายรังนกขนาดใหญ่ กึ่งกลางผาแห่งคุนหลุนซานที่นี่มีรังนกที่ทำให้นาง...รอดชีวิต??
...ตอนนั้นเองที่หรั่นอิงตระหนักว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ชุดสีขาวของคนผู้นี้มีลายปักคุ้นตายิ่งนัก แม้ชุดเริ่มเปื่อยยุ่ยไปตามกาลเวลา แต่ก็ยังพอมองลายปักออกว่าเป็น...ทิวไผ่ มองท่อนกระดูกส่วนแขนที่ปลายอีกด้านมี...กระบี่หงส์เหิน
หรั่นอิงเบิกตากว้างไล่สายตาไปช้าๆ มองไปยัง...ป้ายหยกจันทร์เสี้ยวสีขาวละมุนตา นั่นคือป้ายประจำตัวของผู้คุมกฎสำนักหอนที ...ป้ายหยกของนาง!!!
แขนเสื้อสีแดงถูกยกขึ้น มือนุ่มนิ่มไร้ซึ่งริ้วรอยของบาดแผล ไม่มีรอยด้านจากการฝึกกระบี่ เรียวนิ้วงดงามนวลเนียนเหมือนหยกมันแพะ เล็บยาวที่ผ่านการดูแลเป็นอย่างดี ผิวกายเนียนนุ่ม ข้อมือเล็กเรียวดูบอบบางไร้ที่ติ
หรั่นอิงดันตัวเองลุกขึ้นนั่ง ก้มลงมองสำรวจตัวเองในชุดสีแดงราวกับชุดของ...เจ้าสาว?!
ตอนนั้นเองที่อยู่ๆ ภาพความทรงจำบางอย่างก็หลั่งไหลเข้ามา...ใบหน้าของผู้คนมากมาย ความรัก ความแค้น คำโกหกการหลอกลวง เล่ห์กลของบุรุษที่สตรีผู้หนึ่งหลงใหลได้ปลื้ม กระทั่งเมื่อรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว...
ดวงตางดงามแน่วแน่ ภาพร่างแน่งน้อยที่ยืนอยู่บนขอบผา กับเสียงสาปแช่งก่นด่าที่ก้องมากับสายลม “เฉิงเทียนอวี้ ข้าขอให้ชั่วชีวิตนี้เจ้าจงรู้สึกผิดต่อข้าและไม่มีความสุขตลอดกาล!!!”
ร่างอรชรในชุดสีแดงพุ่งตัวลงมาจากหุบผาอย่างไร้ความลังเล ความรักที่เริ่มต้นจากการหลอกลวง ผลประโยชน์ที่ทำให้คุณหนูเก้าตระกูลกู้ กลายเป็นเครื่องมือของคุณชายตระกูลเฉิง ความแค้น ความเกลียดชังที่ยังคงอยู่
เพียงแต่...ความรักที่ปะปนมากับความเกลียดชัง กลับทำลายสตรีน้อยนางหนึ่ง ให้สามารถลงมือทำร้ายตนเองอย่างโง่งม
หรั่นอิงกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ร่างกายเจ็บร้าวราวกับนางเพิ่งตกลงมาจากที่สูง ถึงอย่างนั้นตอนที่ความทรงจำของ...กู้หรั่นเยวี่ย หลั่งไหลเข้ามาทั้งหมด นางกลับได้ยินเสียงกระดูกบนร่างค่อยๆ ประสานกลับเข้าที่
ก่อนหน้านี้นางรับรู้ความรู้สึกของกู้หรั่นเยวี่ย ทั้งจิตใจที่บอบช้ำ ทุกข์ทน กระทั่งร่างกายนี้ที่แหลกสลายจากการตกลงมาจากที่สูง
“โง่งมที่สุด...” นางหลับตาลงพร้อมก่นด่าสตรีอ่อนเยาว์ทั้งยังไร้เดียงสาผู้นี้ “ในเมื่อมีความแค้นก็ต้องกลับไปชำระแค้นสิ เจ้าตายไปบุรุษสารเลวนั่นมิเท่ากับพ้นความผิดไปโดยง่ายหรอกหรือ”
กล่าวจบก็หลับตาลงอย่างรอคอย เพราะนางรู้สึกได้ว่าร่างนี้...ค่อยๆ กลับคืนจนเป็นปกติ
“เมื่อก่อนไม่เห็นท่านถาม” นางเลิกคิ้ว“เมื่อก่อนไม่อยากรู้ ตอนนี้อยากรู้เพราะซื่อจื่อบอกว่าซุนเก่อให้เจ้าดูภาพวาด”นางหวนนึกไปถึงวันนั้นก็ยิ้มออกมา “เป็นภาพเหมือนของปรมาจารย์กระบี่ของสำนักกระบี่ นางแซ่ไป๋ นามเสวี่ยหรู”“ไป๋เสวี่ยหรู??”“ใช่แล้ว ซุนเก่อบอกว่านางเป็นคนคิดค้นเคล็ดวิชากระบี่คู่ที่เหมือนของข้า แต่ว่าอาจารย์ของข้าไม่ใช่นาง อีกทั้งข้าก็ไม่เคยไปแดนเหนือ เช่นนั้นข้าจะเกี่ยวข้องกับสำนักกระบี่ได้อย่างไร ตามที่เขาเล่าเขาเองก็ไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าไป๋เสวี่ยหรูผู้นี้มีอายุอยู่ในช่วงเวลาใด เพลงกระบี่ที่เขาใช้ก็ขาดๆ หายๆ ไม่ครบถ้วน อยากให้ข้าประลองกับเขาสักครั้ง บางทีเขาอาจบรรลุว่าเพลงกระบี่เหล่านี้เกี่ยวกันจริงๆ หรือเพียงบังเอิญ”“แล้วเจ้าทำเช่นไร”“ข้าบอกเขาว่าอดีตผ่านไปแล้ว เกี่ยวข้องหรือไม่ไม่สำคัญแล้ว” นางเอนศีรษะพิงไหล่ของเฟิงเสียนกวง “ข้าปฏิเสธที่จะประลองกับเขาหรือผู้ใดก็ตาม เพราะการประลองครั้งนั้นข้าได้รับชัยชนะและได้รางวัลที่พึงพอใจแล้ว”เฟิงเสียนกวงกอดนางพร้อมจุมพิตหน้าผากนวล ทั้งสองเงยหน้าขึ้นมองต้นสนในสวน เยี่ยนเสวี่ยหรูเพียงปล่อยอดีตให้เป็นเรื่องของอดีต ไม่เสาะแสวงหาสิ่งใด
“รู้สึกเหมือนเป็นบ้านแล้วสิ” เขายิ้มจากนั้นเดินออกไปยังโถงด้านหน้า ตอนนั่งรถม้าออกจากจวนรอยยิ้มของเขาก็ยังไม่จางหายความสุขนี้มันชัดเจนจนเขาไม่อาจไม่ยอมรับ แท้ที่จริงการมีใครสักคนเคียงข้าง อีกทั้งนางก็มีใจให้เช่นกันกับเขาที่มีใจให้นาง “ความสุขที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” เขาพึมพำกับตัวเองเสียงเบาเย็นย่ำเขานั่งรถม้ากลับมาก็พบว่าเยี่ยนเสวี่ยหรูรออยู่ก่อนแล้ว “ไปกันเถิด”“ไปเลย? ไม่ต้องเปลี่ยนชุด”“ไม่เปลี่ยนแล้ว อย่างน้อยหากท่านราชครูอยากชักสีหน้าจะได้มองชุดขุนนางของข้าก่อนสักนิด”นางหัวเราะ “แล้วหากเขาเองก็ยังไม่เปลี่ยนชุดเล่า”“นั่นสิ” เฟิงเสียนกวงชะงัก “เช่นนั้นให้คนไปบอกท่านแม่ บอกให้นางเร่งให้ท่านราชครูเปลี่ยนชุดก่อนที่เราจะไปถึง?”เยี่ยนเสวี่ยหรูหัวเราะ “ท่านบอกว่าข้าเจ้าเล่ห์มากแผนการ แล้วดูท่านตอนนี้สิ”“ข้าก็เรียนรู้มาจากเจ้าไม่ใช่หรือ”“ไม่ใช่เสียหน่อย!”เขาหัวเราะคว้ามือนาง “ไปกันเถิด”ความจริงคือเยี่ยนเจาเปลี่ยนไปแล้ว ปล่อยวางขึ้น ไม่ได้มีท่าทางเช่นเมื่อก่อนอีก รัชทายาทเติบโตแล้วและราชสำนักก็ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนที่ยังไม่ได้มั่นคง อำนาจของฝ่ายรัชทายาทบัดนี้นับว่ามั่นคงหยั่งรากลึก แ
ไม่จำเป็นต้องเป็นสมรสพระราชทาน ไม่จำเป็นต้องมีงานแต่งงานหรูหรายิ่งใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมีสามีเป็นเชื้อพระวงศ์หรือแม่ทัพเก่งกาจ ขอเพียงเขาเป็นคนดีนิสัยเข้ากันได้ ที่สำคัญคือมีใจให้กัน เพียงเท่านั้นงานแต่งงานนี้ก็นับได้ว่าเป็นงานแต่งงานที่ผูกสามีภรรยาเคียงคู่ตราบนิรันดร์เยี่ยนเสวี่ยหรูจับริ้วแพรมงคล อีกด้านของริ้วแพรมีสามีของนางจับจูงก้าวเดิน โถงกว้างเพื่อทำพิธีไหว้ฟ้าดินมีเพียงป้ายวิญญาณของบิดามารดาสามี ทว่าการไหว้ฟ้าดินก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มของความสุขคำอวยพรใดล้วนไม่สำคัญเท่าความรักของบ่าวสาวที่มีให้กัน ด้วยนี่เป็นการแต่งงานหลังจากเกิดความรัก มิใช่การจับคู่ของบุพการี ไม่ใช่การบีบบังคับ แต่เป็นความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองคนอย่างแท้จริงในห้องหอ...เยี่ยนเสวี่ยหรูเท้าคางมองสามีของตนด้วยรอยยิ้ม นางปล่อยผมยาวสยายเช่นกันกับเขาที่มองมาด้วยรอยยิ้ม “ยิ้มอะไร”“ยิ้มที่สามีข้าหล่อเหลาน่ามองยิ่ง”เขานั่งลงบนเตียงจากนั้นอุ้มนางวางบนตัก “ขอเพียงเจ้ามองไม่เบื่อเป็นใช้ได้”“เหลวไหลข้าจะเบื่อได้อย่างไร” นางลูบใบหน้าของเขาจากนั้นประคองด้วยสองมือ จุมพิตเบาๆ ที่ริมฝีปาก “เอาละ...ได้เวลาล่วงเกินเอาเปรียบท่านจร
นอกจวนมีรถม้าจอดอยู่จริงๆ เยี่ยนเสวี่ยหรูมองเห็นซูม่อแล้ว หญิงสาววิ่งออกไปจากจวนพุ่งขึ้นไปบนรถม้า นางนั่งลงหายใจหอบเล็กน้อย “ท่านรู้เรื่องแล้ว?”“เพียงเสียดายที่ไม่ได้ไปดูการประลอง”“ข้าชนะ” นางยิ้มกว้าง“เหตุใดไม่บอก ไม่ปรึกษา”“ฉุกละหุกเกินไป ข้าเพิ่งเดาได้หลังสนทนากับท่านแม่เรื่องแม่ทัพอวิ๋น อีกอย่างเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น ยังไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำเช่นนี้จริงๆ” นางมองเขาคล้ายเด็กที่เพิ่งทำผิด “แต่ว่า...การประลองกับท่านหญิง”เฟิงเสียนกวงมองนางจากนั้นยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว เยี่ยนเสวี่ยหรูลังเลที่จะพูด “เฟิงเส้าฝู่”“อะไรหรือ” เขาเงยหน้าขึ้นมองนางที่ขยับเข้ามานั่งข้างๆ“ข้าไม่มีเวลาแล้ว” นางบอกจากนั้นคว้าสาบเสื้อของเขาเอาไว้ทั้งสองมือ“เวลาอะไร เจ้าคิดจะทำอะไร”“ล่วงเกินเอาเปรียบท่าน” แล้วนางก็ชิดใบหน้าเข้าไป จุมพิตริมฝีปากเขา กดทาบนิ่ง... ตอนที่นางดึงใบหน้าถอยออกห่างจากนั้นเงยหน้าขึ้นมองเขา สายตาลังเลกัดปากเล็กน้อย “ตอนนี้ใจเต้นบ้างหรือยัง”เขาเหม่อลอยไปชั่วครู่ ดวงตาคมก้มลงมองนาง ในแววตาคล้ายมีพายุกำลังพัดโหม อยู่ๆ เขาก็คว้ามือของนางเอาไว้ข้างหนึ่ง มืออีกข้างสอดเข้าไปคว้าเอวด้านหลัง
ระหว่างสอบสวนลั่วซื่ออยู่ๆ ก็ผุดตัวขึ้น นางปราดเขาไปหาเยี่ยนเจา บีบคอเขาด้วยความโกรธแค้น โยนความผิดทั้งหมดให้สามีที่ไร้ความรับผิดชอบ ทิ้งทุกอย่างในจวนให้นางแบกรับ ทอดทิ้งทุกๆ คนในจวน ไม่แยแสแม้ว่าคนในจวนจะแตกแยกไม่ปรองดอง ไม่เพียงเท่านั้นยังมีอนุมากมาย ทายาทต่ำต้อยที่แก่งแย่งบุตรที่เกิดจากฮูหยินเอก
“ท่านแม่!” นางโกรธจนไม่อยากเชื่อ “พี่สี่เป็นคนที่มีเลือดมีเนื้อ มีความรู้สึก เหมือนข้า เหมือนท่าน เหมือนทุกๆ คน ท่านจะสองวันเรียกมาด่าทอ สามวันเรียกมาโบยตี เพียงเพราะเห็นว่าเขาไม่เหมาะกับฐานะซื่อจื่อ มันยุติธรรมแล้วหรือ”“ลากนางออกไป!!!”เยี่ยนเสวี่ยหรูมองสาวใช้อาวุโสของมารดาที่ตัวใหญ่กว่านาง ไม้ตว
ไม่เท่านั้นกู้หรั่นเยวี่ยยังเพิ่งได้รู้ กลุ่มคนที่มากับขบวนรถม้าแท้จริงไม่ได้มีเพียงแค่ที่นางเห็น แต่ยังมีมากกว่าสามสิบคน จุดประสงค์ก็เพื่อเสาะหาชาวยุทธ์ที่ยังคงซ่อนตัว!!!ราชสำนักกวาดล้างยุทธภพไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องล้อเล่น ทุกมุมเมือง ทุกหนแห่ง ทางการล้วนส่งคนไปปะปนเพื่อรอโอกาส ฝ่ายมารหมายใจแก้แค้น
ในจวนหลังโรงเตี๊ยมตระกูลตง กู้หรั่นเยวี่ยใช้ไม้กวาดไล่ตีกู้จิ้งเฟิงไปรอบๆ สวน บ่าวไพร่จะเข้ามาช่วยกลับโดนเซิงจื่ออวี๋ใช้หินดีดออกไปจนล้มลงไม่เป็นท่า หญิงสาวมองไปรอบๆ ด้วยรอยยิ้ม เห็นกู้จิ้งเฟิงที่ยังไม่สร่างเมาร้องโอดโอยหลบไม้กวาดในมือของน้องสาว“ข้าจะตีเจ้าให้ตาย กล้าทำให้ใบหน้าของเขามีแผล เจ้าคนช












Ulasan-ulasanLebih banyak