LOGINEP9.นายหญิง
“ฉันว่าฉันพูดชัดแล้วนะ ไปเก็บกระเป๋าซะ ฉันจะไปส่งเธอขึ้นเรือ” เขาว่าน้ำเสียงจริงจังจนทีน่ารู้สึกโมโหขึ้นมา ต้องเป็นเพราะนังมารีน่าแน่ๆ! มันคงเป็นคนบอกให้คริสเตียนมาไล่เธอออกไปจากที่นี่สินะ เธอไม่น่าหลงกลของยัยหน้าใสนั่นเลยจริงๆ “ไม่ค่ะ ทีน่าไม่ไป ทีน่ารักคุณ เป็นเพราะยัยนั่นใช่มั้ยคะ มันเป็นคนบอกให้คริสไล่ทีน่าใช่มั้ย” ทีน่าโผเข้ากอดคริสเตียนเอาไว้แน่น หล่อนร้องออกมาราวกับคนบ้า “พอเถอะทีน่า เธอก็รู้ว่าฉันไม่เคยรักเธอ และเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมารีน่า มันเป็นเพราะตัวเธอเองต่างหาก” “คะคริสหมายความว่าไงคะ ทีน่าทำอะไรผิด!” “เธอน่าจะรู้อยู่แก่ใจ ไปเก็บของซะ ตอนนี้ถือว่าฉันใจดีกับเธอมากๆ แล้วนะ” เมื่อได้ยินคำขู่ทีน่าก็ไม่แม้แต่จะกล้าพูดอ้อนวอนอะไรกับเขาอีก ความผิดของเธอคือการช่วยมารีน่าคิดหาวิธีหนีออกไปจากเกาะแห่งนี้ ที่ผ่านมาทำไมเขาจะไม่รู้ว่าทีน่าคือคนที่คอยกลั่นแกล้งผู้หญิงคนอื่นให้ทนอยู่ที่นี่ไม่ได้ เพียงแต่เขาไม่ได้คิดจะสนใจและเขาเองก็ไม่ได้จริงจังกับใครเป็นพิเศษ ถึงไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนกับสิ่งที่ทีน่าทำ แต่กับมารีน่ามันไม่ใช่ เธอคือคนที่ต้องอยู่ในเกมส์การแก้แค้นของเขาไปอีกนาน จนกว่าเขาจะพอใจ ซึ่งหากเขาไม่พาทีน่าออกไป เธออาจจะเป็นคนทำทุกสิ่งทุกอย่างของเขาพัง เพราะความรักอันแสนจะเพ้อเจ้อของเธอ หน้าชายหาด คริสเตียนเดินมาส่งทีน่าเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ป้าเซียร่า แม่บ้านประจำตัวของคฤหาสน์คาร์เซ้นต์กลับมาพอดี ป้าเซียร่าเพิ่งกลับมาจากลาพักร้อน พอมาถึงนางก็ได้เจอกับคริสเตียนและทีน่าพอดี “อ้าว คุณทีน่าจะไปไหนหรอคะ” หญิงชราเอ่ยถามเมื่อเห็นเด็กสาวที่อยู่ด้วยกันมาสองปีกว่าๆ กำลังหอบผ้าหอบผ่อนขึ้นเรือไป “ป้าเซียคะ อึก ทีน่าจะไปแล้วนะคะ” ทีน่าเดินมาสวมกอดเซียร่าด้วยความรัก เธออยู่กับป้าแม่บ้านมาตลอดและทั้งสองค่อนข้างจะผูกพันกันมากอยู่ทีเดียว “โธ่คุณทีน่า…ไม่ต้องร้องนะคะ ป้าขอให้เดินทางปลอดภัย” ถึงแม้จะไม่รู้เรื่องราวอะไรมากมายแต่เซียร่าก็ทำได้แค่เพียงปลอบ หลังจากที่ร่ำลากันเสร็จสรรพ เรือยอร์ชลำหรูก็เคลื่อนตัวออกไป ทีน่ามองภาพคฤหาสน์ที่เธอหวังจะได้ขึ้นเป็นนายหญิงด้วยหัวใจที่เจ็บปวด หากวันใดที่คริสเตียนรู้จักรักใครสักคนขึ้นมา เธอขอให้เขาผิดหวังและเจ็บปวด! เหมือนที่เธอกำลังรู้สึกอยู่ในตอนนี้…. “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะคุณคริส” ป้าเซียร่าเดินเข้ามาหาคริสเตียนที่ยืนมองทุกเหตุการณ์อยู่หน้าบ้านด้วยสายตาเรียบเฉย “ก็ไม่มีอะไรครับป้า ผมก็แค่ได้ของเล่นชิ้นใหม่” คริสเตียนพูดติดตลก แต่ดูเหมือนป้าเซียร่าจะไม่ตลกด้วย ถึงแม้เขาจะเป็นมาเฟียจอมมากอิทธิพลแต่สำหรับป้าเซียร่าคริสเตียนก็คือเด็กชายคนหนึ่งที่นางเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กๆ ดังนั้นป้าเซียร่าถึงรักเขาราวกับลูกแท้ๆ คนหนึ่ง เช่นเดียวกับเขานั่นแหละ เพราะบางเรื่องสิ่งที่เขาไม่เคยยอมให้ใคร เขากลับยอมให้ป้าเซียร่าเสมอ “ป้าเข้าบ้านดีกว่าค่ะ เบื่อคนไม่มีหัวใจจริงๆ” นางส่ายหัวให้กับเด็กหนุ่มที่ตนเองเลี้ยงมากับมือด้วยความเหนื่อยใจ หากพ่อแม่ของคริสเตียนไม่รีบจากไป เขาอาจจะคงยังหลงเหลือหัวใจอยู่บ้างก็เป็นได้ ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงประตูห้องนอนดังขึ้นมาสามครั้งก่อนที่มันจะถูกเปิดเข้ามา มารีน่าหันไปมองประตูด้วยความหดหู่ แต่มันก็จำต้องแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัยแทน เพราะเธอไม่รู้ว่าหญิงชราที่เดินเข้ามาในห้องคือใคร ป้าเซียร่ายิ้มให้สาวน้อยหน้าหวานน้อยๆ ก่อนจะเดินเข้ามาหาเธอที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนเตียงคนเดียว “สวัสดีค่ะนายหญิง” “นะนายหญิงหรอคะ หนูไม่ใช่หรอกค่ะ” มารีน่ารีบปฏิเสธเพราะเธอคิดว่าป้าเซียร่ากำลังเข้าใจผิด นายหญิงอะไรกัน นางบำเรอสิไม่ว่า! “คุณนั่นแหละค่ะนายหญิง” “เอ่อ หนูว่าคุณป้าน่าจะเข้าใจผิด หนูชื่อมารีน่าค่ะ หนูไม่ใช่นายหญิงของที่นี่” ต่อให้เป็นได้เธอก็ไม่อยากเป็น! ถ้าถามความรู้สึกของมารีน่าที่มีต่อคริสเตียนตอนนี้คงหนีไม่พ้นความเกลียดชัง! ป้าเซียร่ายิ้มให้มารีน่าอย่างเข้าใจ แต่มีหนึ่งสิ่งที่เธอไม่เข้าใจและเหตุผลที่ทำให้นางต้องเรียกเธอว่านายหญิงก็คือการที่คริสเตียนพาเธอเข้ามาอยู่ในห้องนี้ ในหลุมหลบภัยของเขา นั่นหมายความว่ามารีน่าคือคนสำคัญ เพราะปกติผู้หญิงที่คริสเตียนพามา จะไม่มีใครได้เข้ามาในห้องนี้เลย เขาจะพาไปห้องอื่นแทน ป้าเซียร่าค่อนข้างจะมั่นใจว่าคริสเตียนกำลังรู้สึกดีกับสาวน้อยหน้ามนคนนี้ และนางคาดว่าอีกไม่นานทั้งสองจะได้รู้ใจตัวเอง เมื่อถึงเวลานั้นนางก็คงจะได้มีนายหญิงสมใจตัวเองสักที “คุณคริสสั่งให้พวกเราทุกคนเรียกคุณว่านายหญิงค่ะ เพราะฉนั้นป้าไม่ได้เข้าใจผิดนะ” หญิงชรายิ้มร่าอย่างอารมณ์ดี ไม่คาดคิดเลยว่ากลับมาที่นี่รอบนี้นางจะได้รับข่าวดีแบบนี้ “ระเหรอคะ เขาเนี้ยนะสั่ง?” มารีน่ายังคงมึนงง เธอจัดการความรู้สึกของตัวเองไม่ได้เลย ว่าควรรู้สึกยังไง “ใช่ค่ะ ไปค่ะนายหญิง เราลงไปทำอาหารเย็นกันเถอะค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันตั้งโต๊ะ” นี่คือจุดประสงค์ที่ป้าเซียร่าขึ้นมาหาเธอที่นี่ “เอ่อ หนูลงไปได้หรอคะ เขา เอ่อ คุณคริสจะไม่ว่าเหรอคะ เขาสั่งหนูไว้ว่าห้ามออกไป” มารีน่ามีท่าทีกล้าๆ กลัวๆ เธอรู้สึกดีใจที่ได้เจอกับหญิงชราที่ดูใจดีคนนี้ มันทำให้เธอพอจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาได้บ้างดีกว่าอยู่ห้อมล้อมไปด้วยชายชุดดำที่ชวนให้รู้สึกหดหู่สุดๆ ทั้งวัน “ไปได้ค่ะ คุณคริสอนุญาติแล้ว ป้าเป็นคนขอให้เอง” “จริงหรอคะ คุณป้า…..” “เซียร่าค่ะ เรียกว่าป้าเซียเฉยๆ ก็ได้” มารีน่าพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเผยยิ้มออกมา นี่เป็นครั้งแรกเลยที่หญิงสาวกล้ายิ้มออกมาอย่างเปิดเผยและคลายความกังวล “ได้ค่ะป้าเซีย งั้นเราลงไปกันเถอะค่ะ” คนที่โดนขังให้อยู่ในนี้แทบทั้งวันลุกขึ้นยืนด้วยความดีใจก่อนจะรีบเดินตามหญิงชราลงมาทำอาหารที่ด้านล่าง ห้องทำงานของคริสเตียน ชาลีเดินเข้ามาหาเจ้านายพร้อมกับแฟ้มเอกสารสำคัญที่คริสเตียนต้องการ ทันทีที่เข้ามาถึงลูกน้องคนสนิทก็ก้มหัวให้เขาก่อนจะวางแฟ้มนั้นลงไปบนโต๊ะทำงานสีดำตัวโปรดของเขา “นี่คือประวัติของคุณมารีน่าเท่าที่เราหามาได้ครับ” “หมายความยังไง? เท่าที่หามาได้” คนตัวโตรีบหยิบแฟ้มนั้นขึ้นมาดูด้วยความสนใจ แต่คำพูดของลูกน้องกลับทำให้เขาต้องหยุดชะงัก “นักสืบของเราพยายามเสาะหาข้อมูลของเธอ แต่ว่าสืบไปก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องครอบครัวของเธอ” คริสเตียนก้มลงอ่านข้อมูลทั่วไปที่นักสืบของเขาหามาได้ มันมีเพียงชื่อ ข้อมูลสถานศึกษาของมารีน่าเพียงเท่านั้นและข้อมูลอื่นๆ ที่ดูเหมือนจะไม่ใช่ความลับ คริสเตียนวางกระดาษแผ่นนั้นลงอย่างครุ่นคิด ทำไมข้อมูลครอบครัวของมารีน่าถึงได้เป็นความลับ? เขารู้สึกว่าเรื่องนี้มันต้องเป็นเรื่องใหญ่มากๆ เกินกว่าที่เขาคิดเอาไว้แน่ๆ “หมายความว่ามารีน่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคนที่มีอิทธิพลงั้นหรอ?” เขามองหน้าชาลีเพื่ออยากได้ความคิดเห็นเพิ่มเติม “ผมคาดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นครับ ถึงไม่มีใครกล้าปริปากบอกข้อมูลอะไรเกี่ยวกับตระกูลมัสเลย” “ตระกูลมัสงั้นหรอ? งั้นจ้างนักสืบที่ไทย หาข้อมูลของครอบครัวมารีน่ามาให้ได้มากที่สุด” คริสเตียนคิดได้เพียงเท่านั้นจริงๆ มันต้องมีทางที่เขาจะได้รู้ความจริงบ้างแหละว่าครอบครัวของมารีน่าเป็นผู้มีอิทธิพลด้านไหน ถึงแม้เรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับการแก้แค้น แต่เขาเองก็อยากจะรู้ คริสเตียนไม่เคยคิดจะสงสัยในตัวเองเลยว่าทำไมเขาถึงได้สนใจผู้หญิงที่ชื่อมารีน่านักหนา หัวใจแกร่งที่เข้มแข็งของเขา กำลังเริ่มพ่ายแพ้ให้กับหน้าตาจิ้มลิ้มของสาวฮาฟไทย โดยที่ตัวเองยังไม่รู้ตัว “ครับนาย” กริ๊ง! กริ๊ง! เมื่อชาลีรับคำสั่งเสร็จเรียบร้อย จู่ๆ เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของคริสเตียนก็ดังขึ้นมา ชาลีเห็นดังนั้นจึงไม่คิดจะอยู่รบกวน เขาก้มหัวเพื่อบอกลาก่อนจะเดินออกไป คริสเตียนยกโทรศัพท์บ้านของตัวเองขึ้นมาไว้แนบหู สมองพลางคิดเดาไปว่าใครคือคนที่โทรเข้ามา “ฮัลโหล” (หวัดดี ไอ้นรก!) ชาร์ลเอ่ยเข้ามาในสาย ทำเอาคริสเตียนแปลกใจไม่น้อยว่ามันไปเอาเบอร์ของเขามาจากไหน แต่เรื่องนั้นมันไม่สำคัญเท่ากับว่ามันโทรมาหาเขาทำไมหรอก “โทรมาทำเหี้ยอะไร?” (ฮึ! คารีน่าคือน้องมึงงั้นหรอ?) น้ำเสียงอันแสนยียวนกวนประสาทของชาร์ลทำเอาคริสเตียนรู้สึกโกรธขึ้นมาได้ง่ายๆ ยิ่งมันเอ่ยถึงชื่อของน้องสาวของเขา เขายิ่งอยากจะเอาปืนยิงกบาลมันเสียตอนนี้เลย “มึงกลับไประลึกความชั่วของตัวเองตามที่กูบอกแล้วสินะ ถึงจำได้” (กูว่ามึงเข้าใจอะไรผิดไปนะ กูเพิ่งรู้วันนี้ว่าคารีน่าคือน้องสาวมึง) น้ำเสียงของปลายสายก็แอบหงุดหงิดอยู่เหมือนกัน แต่คริสเตียนได้หาสนใจไม่ เขาสนใจเพียงแค่คำพูดหมาๆ ของชาร์ลเท่านั้น! “นี่กูจำเป็นต้องเชื่อคนแบบมึงหรอ? มึงทำน้องกูตายแล้วยังกล้าจะมาปฎิเสธ มึงแม่งกระจอกชิบหาย!” เขาพูดออกไปอย่างเหลืออด ภาพวันที่น้องสาวเขาฆ่าตัวตายเริ่มย้อนกลับเข้ามาในหัวสมองของเขาอีกครั้ง จดหมายลาตายของคารีน่าคือสิ่งยืนยันได้ดีที่สุดว่าความเจ็บปวดที่เธอได้รับจะต้องมีคนรับผิดชอบ (ฮึ! มึงนี่แม่งยังโง่เหมือนเดิมสินะ ดี! งั้นมึงก็เชิญโง่ต่อไปเถอะ!) น้ำเสียงเย้ยหยันของฝ่ายตรงข้ามทำเอาคริสเตียนสงสัยไม่น้อยว่าชาร์ลกำลังหมายถึงเรื่องอะไร “มึงหมายถึงเหี้ยอะไรของมึง!” (อยากรู้หรอว่ากูหมายถึงอะไร? ถ้าอยากรู้มึงก็ปล่อยคนของกูมาก่อนสิ แล้วกูจะสงเคราะห์ความโง่ของมึงให้) “ทำไม? มึงอยากได้ของเหลือเดนจากกูว่างั้น?” (มึงพูดแบบนี้หมายความว่าไง? ไอ้คริส! มึงทำอะไรรีน่า!) คราวนี้ชาร์ลเป็นฝ่ายหัวเสียกลับมาเสียเอง เมื่อได้ยินคริสเตียนพูดออกมาราวกับว่าเขาได้ตัวมารีน่าไปครอบครองแล้ว “ทำอะไรหรอ? ทำในสิ่งที่มึงยังไม่เคยทำไง มึงแม่งโง่ปล่อยให้ผู้หญิงซิงๆ หลุดมือมาถึงกูได้ยังไง ฮึ! ถ้าอยากแดกต่อก็รอกูเบื่อก่อนนะ เดี๋ยวกูจะสงเคราะห์ให้” (ไอ้คริส! มึง! ไอ้…) ปึก! คริสเตียนวางหูใส่ชาร์ลอย่างหัวเสียเมื่อเขายังรู้สึกเเคลงใจกับคำพูดของศัตรู มันพูดราวกับว่ามีบางอย่างที่เขายังไม่รู้ แต่เขาไม่รู้ว่ามันคือเรื่องอะไรนี่สิ มารีน่ายืนกำถาดกาแฟเอาไว้แน่นเมื่อเธอเดินเข้ามาทันได้ฟังบทสนทนาเมื่อครู่ตั้งแต่แรกจนจบ ความรู้สึกเกลียดในตัวคริสเตียนยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเธอได้ยินทุกอย่างชัดแจ๋ว เขาดูถูกเธอ! ทำเหมือนกับเธอเป็นสิ่งของ! คนอย่างเขาเธอคงอยู่ด้วยและแบกรับความเจ็บปวดนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้วตอนพิเศษ 4. เกาะอันดารา 5 ปีต่อมา น้ำทะเลสีครามจัดของเกาะอันดาราสะท้อนแสงอาทิตย์ระยิบระยับ เรือยอร์ชลำหรูเคลื่อนตัวเข้าจอดเทียบท่าอย่างนุ่มนวล ครูซ ในวัยสิบสามปี ก้าวลงจากเรือเป็นคนแรก เด็กหนุ่มที่เคยตัวเล็กในวันนั้น บัดนี้ส่วนสูงเริ่มพุ่งพรวดจนเกือบเท่าไหล่ของผู้เป็นพ่อ ใบหน้าหล่อเหลาถอดแบบ คริสเตียน มาทุกกระเบียดนิ้ว โดยเฉพาะแววตานิ่งสนิทที่ดูลึกลับและทรงอำนาจเกินวัย“เกาะนี้สวยกว่าเดิมอีกนะครับแม่” เคย์เดน แฝดน้องเดินตามลงมาพร้อมรอยยิ้มขี้เล่นที่เป็นเอกลักษณ์ เขาดูขี้เล่นและเข้าถึงง่ายกว่าพี่ชาย แต่ไหล่ที่เริ่มกว้างขึ้นก็บ่งบอกว่าเขาเติบโตขึ้นมากเพียงใด“แน่นอนสิ ลุงตินทุ่มงบปรับปรุงไปตั้งหลายล้านแน่ะ“มารีน่าเอ่ยพลางยิ้มกว้าง เธอสวมชุดเดรสรับลมร้อนดูสวยสง่าไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเลย โดยมีคริสเตียนเดินประคองอยู่ข้างๆ แววตาของมาเฟียหนุ่มยังคงเต็มไปด้วยความรักที่มีต่อภรรยาไม่เสื่อมคลาย“ยินดีต้อนรับสู่เกาะอันดารา!” เสียงทุ้มกังวานของ มาร์ตินพี่ชายคนที่สามของมารีน่าดังขึ้น เขาเดินมาพร้อมกับลิษาภรรยาสาวที่ยังคงความสวยเฉี่ยวและลูคัสลูกชายตัวโตที่ดูทะมัดทะแมงและกร้านแดดจากการใช้ชีวิตอยู่
ตอนพิเศษ 63. กลับประเทศไทย หลายปีต่อมา สนามบินนานาชาติคึกคักตั้งแต่เช้า ครูซกับเคย์เดนในวัยเก้าขวบยืนลากกระเป๋าใบเล็กของตัวเองคนละใบ ใส่เสื้อฮู้ดเหมือนกันแต่คนละสี แม้ทั้งสองคนจะหน้าเหมือนกันเปี๊ยบ แต่ด้วยความที่นิสัยแตกต่างกันสิ้นเชิง ถ้าลองจ้องมองดีๆหลายคนก็อาจจะแยกออกได้ง่าย“แด๊ด เราจะได้นั่งชั้นไหน?” ครูซถามด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น“ชั้นประหยัด” มารีน่าตอบก่อนสามีสองแฝดหันขวับไปมองพ่อทันที ในขณะที่มารดาอมยิ้มเล็กน้อยหลังจากตอบคำถามนั้นไป ทำให้คริสเตียนเลิ่กคิ้ว “เครื่องบินลำนี้ไม่มีชั้นประหยัด” ก่อนจะตอบตัดจบการแกล้งลูกชายของภรรยา “ที่รัก!” มารีน่าตีแขนเขาเบาๆ“ผมรู้ว่าแด๊ดไม่มีวันให้หม่าม๊านั่งลำบากหรอก” เคย์เดนหัวเราะตอบ “จำไว้นะ ผู้หญิงในบ้านนี้ห้ามลำบาก”คริสเตียนก้มลงมองลูกชายคนเล็กก่อนจะเอ่ยบอกถ่อยคำนั้น แน่นอนว่าไม่ใช่ครั้งแรก “แล้วพวกผมล่ะ?” ครูซถามทันที“พวกลูกลำบากได้” เขาตอบนิ่งๆตามประสาคนเป็นพ่อ เขาสอนให้เด็กทั้งสองรู้ตักความลำบากเหมือนกันกับเขา แต่ในโหมดที่มีทุกอย่างพร้อมมากกว่า “อย่าสอนลูกแบบนั้นสิ” มารีน่าส่ายหัว “ก็ผมเป็นผู้ชาย” ครูซเถียงแม่ เขาเห็นด้วยกับ
SEP62: ครอบครัวที่สมบูรณ์ ร่างหนาเดินกระสับกระส่ายไปมาอยู่หน้าห้องคลอด ก่อนหน้านี้มารีน่าเกิดอาการปวดท้องและน้ำสีใสก็ไหลออกมาเหมือนเขื่อนแตก โชคดีที่เขาย้ายออกมาอยู่คอนโดในเมืองตั้งแต่เนิ่นๆ จึงสามารถมาโรงพยาบาลได้ทัน หากอยู่คฤหาสน์คงมาถึงที่นี่ไม่ทันแน่ “นายครับเป็นยังไงบ้างครับ” ชาลีวิ่งกระหืดกระหอบมาพร้อมกับข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กแรกเกิด เนื่องจากสัปดาห์ครรภ์ยังไม่ครบ 39 ทุกคนจึงไม่คาดคิดและเตรียมตัวไม่ทัน แต่โชคดีที่มารีน่าจัดของเตรียมคลอดไว้รออยู่แล้ว “ไม่รู้ หมอยังไม่ออกมาเลย” “ญาติคุณมารีน่าครับ ตอนนี้คนไข้จะคลอดแล้วครับ เนื่องจากเป็นครรภ์แฝด จึงมีโอกาสคลอดก่อนกำหนดเยอะมาก คนไหนคุณพ่อครับ” “ผะผมครับ ผมเป็นพ่อ” “เชิญเข้ามาเลยครับ” มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่เขารู้ตัวว่าตัวเองได้ลูกทีเดียวสองคน แถมยังเป็นลูกชายอีกด้วย เขารู้สึกขอบคุณภรรยาทุกๆวินาทีที่เธออุ้มท้องลูกให้เขา ครรภ์ของมารีน่าใหญ่มากจนบางครั้งชายหนุ่มแอบสงสารที่เธอจะต้องใช้ชีวิตโดยการแบกท้องเด็กสองคนไปพร้อมๆกัน ร่างสูงจัดการทำความสะอาดมือเรียบร้อย จากนั้นเขาก็รับชุดจากพยาบาลเข้าไปเป
SEP61. งานแต่งงานของเรา พิธีมงคลสมรสถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตามคำร้องขอของเจ้าสาวคนสวย มารีน่าเป็นคนที่ไม่ชอบทำอะไรที่มันยุ่งยาก จึงเลือกจัดพิธีขึ้นที่โบสถ์ตามศาสนาคริสต์อย่างเรียบง่าย เจ้าสาวร่างบางที่ดูราวกับว่าไม่ใช่คนท้อง กำลังยืนยิ้มอยู่ในกระจกบานใหญ่ด้วยสีหน้าสดใส ตอนนี้เธออยู่ในห้องแต่งตัว ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมช่วยเนรมิตสิ่งสวยงามพวกนี้ให้เธอ จนตัวเองยังตะลึงว่าเธอสามารถสวยได้ขนาดนี้เลยหรือ “อีกสิบนาทีจะเริ่มพิธีแล้วนะลูก” มาเรียมเดินเข้ามาหาลูกสาวด้วยใบหน้าแสนชื่นบาน มารีน่าในชุดเจ้าสาวเกาะอกสีขาว ลากยาวไปถึงพื้นทำให้นางหวนกลับไปนึกถึงตัวเองในวันวิวาห์เช่นกัน “ค่ะแม่ หนูตื่นเต้นจัง” มารีน่าว่าพลางหัวใจสั่นไหว ถึงแม้จะใช้ชีวิตอยู่กับเขามาหลายเดือนแล้วในฐานะ ผัว-เมีย แต่อีกไม่กี่นาทีเธอกับเขาก็จะได้เป็นสามี-ภรรยากัน อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งมันก็ให้ความรู้สึกที่ต่างกันไปอีกแบบ มาเรียมเดินเข้ามาโอบไหล่ลูกสาวเบาๆ นางจำได้ดี วันที่ตัวเองรู้ตัวว่าได้ลูกสาวนั้นนางดีใจแค่ไหนไม่น่าเชื่อเลยว่าเด็กหญิงที่เคยเดินตามพี่ชายทั้งสามต้อยๆ จะได้ออกเรือนเป็นคนแรก แถมยังพาหล
EP60. รักกัน จบบริบูรณ์ “เหนื่อยหรอที่รัก พักก่อนไหม เดี๋ยวผมไปทำแทนเอง” ถ้อยคำที่ดูเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงทำให้ทั้งคู่เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นไปอีก มารีน่ามองคนตรงหน้าอย่างคาดโทษ ถึงแม้เขาจะพูดจาได้น่าฟังรื่นหูแค่ไหน แต่เธอก็ยังรู้สึกไม่พอใจที่มีผู้หญิงหลายคนแอบมองมาที่เขาอยู่ดี “คุณอยากกลับบ้านก่อนฉันมั้ยคะ” “หื้ม? คุณรำคาญผมหรอ” คนตัวโตผงกศรีษะขึ้นมามองหญิงสาวเล็กน้อย เขาว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ ถ้างั้นเธอคงไม่แผ่รังสีอำมหิตออกมาขนาดนี้หรอก “เปล่าค่ะ รำคาญพวกผู้หญิงด้านนอกต่างหาก รู้มั้ยคะว่าวันนี้มีคนพูดถึงคุณสี่โต๊ะแล้วนะ” ร่างสูงยิ้มกริ่มออกมาเมื่อได้ฟังเหตุผล เขายิ้มจนตาหยี เพราะดีใจที่เมียแสดงอาการหึงออกมาอย่างโจ่งแจ้ง เขาจึงดึงเธอเข้ามากระชับกอดให้แน่นกว่าเดิมอย่างรักใคร่ “นี่คุณหึงผมใช่มั้ยที่รัก ไม่เห็นต้องคิดมากเลย ผู้หญิงพวกนั้นก็ได้แค่มอง แต่คุณทำได้ทุกอย่างเลยนะ จะจุ๊บ จะจูบ จะกอดหรือจะขึ้นมาขย่มบนตัวผัวแรงๆก็ย่อมได้” เพี๊ยะ! “หื่นไม่รู้เวลาอีกแล้วนะคะ” เธอหันไปค้อนเขาแววตาเขียวปั๊ด แต่พวงแก้มกลับแดงระเรื่อ ยอมรับว่าคำพูดของเขาก็แอบช่วยทำให้
EP59. สามีพี่เอง “อะแฮ่ม ทำอะไรกันอยู่?” มาติเนสเอ่ยขึ้นมาเสียงดัง วันนี้เขากะจะเข้ามาดูสถานการณ์ของน้องสาวกับว่าที่น้องเขยเสียหน่อย ไม่คาดคิดว่าจะได้เข้ามาเจอช็อตเด็ดแบบนี้เสียหน่อย มารีน่ารีบผลักหน้าอกแกร่งออกจากร่างทันที เมื่อได้ยินเสียงของพี่ชายดังเข้ามากระทบหู ใบหน้าของเธอแดงแปร๊ดเหมือนลูกตำลึง เขาทำเธออายอีกแล้ว อยากจะแทรกแผ่นดินหนีจริงๆเลย คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นไปมองพี่บายที่กำลังยืนกอดอกมองเธออยู่ด้วยรอยยิ้มแห้งๆ “พะพี่เนส มาตั้งแต่ตอนไหนคะ” “มานานแล้ว แล้วนี่…ดีกันแล้วหรอ” มาติเนสเดินเข้ามานั่งบนโซฟาใกล้ๆ เขาจ้องมองหน้าของทั้งคู่สลับกันไปมา เพื่อคาดคั้นจะเอาคำตอบ “ครับ เรากำลังจะแต่งงานกัน” “หื้ม? พี่หายไปแค่ไม่กี่วันตกลงจะแต่งงานกันแล้วหรอ แล้วพ่อกับแม่รู้หรือยัง” “ยังค่ะ รอบอกตอนพ่อกับแม่กลับมา” “พี่ยินดีด้วยนะ หวังว่าคุณจะดูแลน้องสาวผมเป็นอย่างดีนะครับคุณคริส” มาติเนสกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม ไม่อยากจะเชื่อว่าน้องสาวคนสุดท้องจะเป็นฝั่งเป็นฝาคนแรกของตระกูล มารีน่าตอบกลับพี่ชายด้วยรอยยิ้มเช่นกัน ตอนนี้เธอมีความสุขมากจริงๆ “ครับ ผมสัญญาจะดูแลรีน่ากับล







