Beranda / โรแมนติก / บ่วงรักผีเสื้อ / บทที่ 3 หมั้นกับตาแก่ - 100%

Share

บทที่ 3 หมั้นกับตาแก่ - 100%

last update Tanggal publikasi: 2024-12-23 19:45:15

กว่าหนึ่งชั่วโมงที่ห้องทำงานชั้นล่างปิดเงียบอยู่อย่างนั้น มีเปิดออกมาเพียงครั้งเดียวตอนที่รวิวรรณเดินมาหยิบขวดน้ำจากตู้เย็นในครัวไปสองขวด แล้วก็กลับเข้าไปในห้องตามเดิม

“พี่ทิตย์ครับ สำหรับเรื่องเงินผมไม่มีปัญหาหรอกนะพี่ก็รู้ เรามันก็คนบ้านใกล้เรือนเคียง ต่อให้พี่ขอยืมผมมากกว่านี้ผมก็ให้พี่ยืมอยู่แล้ว แต่เรื่องหมั้นผมว่าไม่จำเป็นก็ได้มั้งครับ น้องอายยังเด็กอยู่เลย ทางนั้นมันจะเห็นแก่ผลประโยชน์จนถึงขนาดหวังรวบรัดน้องอายทั้งที่ยังใส่ชุดนักเรียนนี่เชียวหรือ ถ้ามันจะเลวขนาดนั้น เดี๋ยวผมช่วยส่งคนคอยตามดูแลน้องอายให้ก็ได้ครับ ลูกน้องผมมีเยอะอยู่ พี่ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เลยครับระหว่างที่พี่ต้องจัดการธุระเรื่องงาน สำหรับผมแล้วน้องอายก็เหมือนหลานผมคนหนึ่ง ผมป้อนข้าวป้อนน้ำตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น”

ภีมพลพูดอย่างที่ใจคิด ภาพเด็กหญิงตัวกลมแก้มยุ้ยน่ารักผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง เขาจำรวิชาในตอนนั้นได้ เด็กน้อยตัวจ้อยยิ้มเก่ง หัวเราะง่าย แค่เขาแกล้งสะดุดขาตนเองจนเกือบล้มก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ ทั้งยังขี้อ้อนเป็นที่หนึ่ง

หนูน้อยเจอหน้าเขาทีไร จะกางแขนให้อุ้มพาขี่คอทุกที เวลาเขากลับจากโรงเรียนก็มักจะแวะรับหนูอายไปเล่นด้วยที่บ้านเสมอ เพราะมารดาของเขาอยากมีบุตรสาว เขาอุ้มรวิชามาที่บ้านทีไร มารดามักจะจับหนูน้อยแต่งตัวราวกับเล่นตุ๊กตา และดูเหมือนเด็กหญิงตัวน้อยก็โปรดปรานเหลือเกินเวลาที่ถูกจับแต่งตัวหรือทำผมสวย ๆ

“ยายหนูเรียนจบมัธยมแล้ว นี่ก็กำลังรอผลสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่ ไม่รู้ว่าคะแนนจะถึงพอได้เรียนคณะที่เล็งเอาไว้หรือเปล่า”

อาทิตย์ไขความกระจ่างให้ภีมพล รวิวรรณเองก็อมยิ้มเล็กน้อย ไม่แปลกที่ภีมพลจะคิดอยู่เสมอว่าบุตรสาวของเธอยังเด็ก เพราะครั้งสุดท้ายที่ชายหนุ่มเจอรวิชา ตอนนั้นบุตรสาวของเธอแค่สี่ขวบเท่านั้น

“อ้าว...โตขนาดนั้นแล้วหรือ ทุกวันนี้ผมยังนึกว่าน้องอายยังเรียนมัธยมต้นอยู่เลยนะ อย่างนี้เจอกันข้างนอกสงสัยจำกันไม่ได้แน่เลย เวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ”

ภีมพลยิ้มแก้เก้อ นึกถึงตอนที่เขาไปเรียนต่อเมืองนอกแล้วเข้ามาลาสองสามีภรรยาที่บ้านนี้ ตอนนั้นหนูน้อยรวิชาร้องตามเขาจนน้ำหูน้ำตาไหลพราก ทั้งยังสะอื้นตัวโยนจนเขาสงสาร

“ใช่ นานมากเลยนะที่คุณภีมไม่ได้เจอยายหนู” รวิวรรณนึกถึงช่วงที่ภีมพลห่างหายไป ในขณะที่ภีมพลก็ยิ้มขันเมื่อนึกถึงความเป็นจริง

“ตอนนี้ถ้าเจอกัน ผมว่าหนูอายก็คงจำผมไม่ได้แล้วละครับ ตอนนั้นยังตัวกะเปี๊ยกอยู่เลย” ภีมพลหยุดพูดไปสักพักหนึ่ง ก่อนจะเข้าเรื่องสำคัญอีกครั้ง

“ส่วนเรื่องที่เราคุยกัน...ผมว่าเอาวิธีที่สองก็ได้นะครับ ที่จะให้ผมไปซื้อหุ้นต่อจากนายบุญทรงอะไรนั่น เพราะผมคิดว่าเขาน่าจะยอมขายให้ผมดี ๆ นะ เขาเองก็รู้จักผมอยู่บ้าง ผมไม่อยากให้น้องอายรู้สึกอึดอัด ถ้ารู้ว่าต้องมาหมั้นกับตาแก่อย่างผม น้องกำลังวัยรุ่นเลย ถึงแม้จะรู้ว่าไม่ได้หมั้นกันจริง ๆ จัง ๆ ก็เถอะ ผมกลัวว่าน้องจะถูกเพื่อนล้อจนพานเกลียดขี้หน้าผมไปเลยน่ะสิ”

“ความจริงแล้วเรื่องหมั้นอะไรนี่ พี่ก็ปฏิเสธคุณบุญทรงเขาไปแล้วละ เพราะว่ายายหนูยังเด็กเพิ่งจะจบมัธยมปลายเอง เขาก็ดูเหมือนจะเข้าใจนะ แต่ก็ยังไม่ละความพยายาม อีกอย่าง ลูกชายเขาก็ไม่ค่อยเป็นโล้เป็นพายเท่าไร เรียนอยู่ปีสองหรือปีสามนี่แหละพี่ก็ไม่ค่อยแน่ใจ แต่ที่แน่ ๆ ดูไม่ค่อยมีความรับผิดชอบเท่าที่ควร แถมหนูอายก็ตั้งท่ารังเกียจเขาอย่างกับอะไรดี พี่เลยคิดว่ายังไงก็คงไม่มีทางให้ลูกสาวไปดองกับคนตระกูลนั้นแน่”

อาทิตย์เท้าความไปถึงตอนที่บุญทรงมาทาบทามรวิชาให้หมั้นหมายกับ    กลวิชรด้วยเหตุผลว่าไหน ๆ ก็ร่วมหุ้นลงทุนทำบริษัทด้วยกันแล้ว จึงน่าจะให้ทายาทของแต่ละคนได้หมั้นหมายกัน เข้าตำรา “เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน” แต่สำหรับเขาแล้วรู้ดีว่าบุญทรงต้องการอะไร เป้าหมายของบุญทรงคือต้องการควบรวมบริษัทของเขาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทนายบุญทรงที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าสำหรับโรงแรม

“เขาคงเห็นว่ายุคนี้สินค้าเกี่ยวกับสปาหรือสุขภาพเริ่มมาแรง ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่เริ่มดูแลเอาใจใส่หันเข้าหาธรรมชาติมากขึ้นเลยอยากลงมือทำเสียเอง ถ้าในอนาคตยายหนูต้องหมั้นหรือแต่งงานกับลูกชายของเขาเมื่อไร บริษัทที่พี่และคุณทิตย์ร่วมสร้างมาด้วยกันต้องถูกเขายึดไปแน่” รวิวรรณพูดขึ้นบ้างหลังจากที่นั่งฟังชายหนุ่มทั้งสองพูดปรึกษาหารือกันมานานพอสมควร

“ไม่ต้องห่วงครับพี่ ผมจะช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ ส่วนเรื่องเงินพรุ่งนี้ผมจะเอาเช็คเข้ามาให้ก็แล้วกันครับ”

ภีมพลรับคำหนักแน่นกับสองสามีภรรยา สำหรับครอบครัวนี้เขายินดีช่วยเหลือเสมอ ถึงแม้ไม่ได้พบปะพูดคุยกันมาเป็นเวลานาน แต่ความสัมพันธ์และความใกล้ชิดสนิทสนมที่เคยมีแต่เก่าก่อนก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป หนำซ้ำเขายังรู้สึกเอ็นดูบุตรสาวของบ้านนี้ราวกับเป็นลูกหลานของตนเองจริง ๆ ฉะนั้นหากต้องเห็นเด็กน้อยที่เขาเคยอุ้มเล่นตั้งแต่ยังตัวเท่าหัวเข่าต้องเดือดร้อน เขาจึงไม่ลังเลเลยที่จะยื่นมือเข้าช่วย

“จะว่าไป ผมไม่ได้เจอน้องอายนานมากแล้วนะครับ วันนี้แกอยู่บ้านหรือเปล่าครับ”

“คงเล่นเน็ตอยู่ข้างบนค่ะ วันนี้สะดวกมาดินเนอร์ด้วยกันไหมคะคุณภีม พี่กับคุณทิตย์ตั้งใจเอาไว้ว่าจะเลี้ยงฉลองที่น้องอายสอบเสร็จ”

รวิวรรณถือโอกาสชวนหนุ่มรุ่นน้องอย่างเป็นมิตร พร้อมกับบอกชื่อสถานที่ที่ครอบครัวของเธอมักไปใช้บริการบ่อย ๆ เนื่องจากรวิชาชอบอาหารหลากหลายของที่นั่น

“นั่นสิ มากินด้วยกันนะครับคุณภีม ยายหนูอายคงดีใจที่ได้เจออาภีมของแก” อาทิตย์เอ่ยชวนสำทับไปอีก เพราะช่วงที่เขากับภรรยาต้องเดินทางไปติดต่องานที่ต่างประเทศบ่อย ๆ รวิชาอาจจะต้องอยู่ในความดูแลของภีมพลไปก่อนสักระยะ เขาจึงต้องการให้คนทั้งคู่มาพบปะกันอีกครั้งจะได้ไม่ห่างเหินกันเกินไป

“ผมยังรับปากตอนนี้ไม่ได้นะครับพี่ ขอดูงานวันนี้ก่อน เอาเป็นว่าผมจะโทร. บอกอีกทีก็แล้วกันครับ” ภีมพลลุกขึ้นยืนเมื่อการพูดคุยสิ้นสุดลง พร้อมกับสองสามีภรรยาเจ้าของบ้านที่ลุกขึ้นยืนเช่นกัน

“ได้ครับ แต่ผมอยากให้มาจริง ๆ นะ จะได้เซอร์ไพรส์หนูอายด้วย”

อาทิตย์พูดขึ้นระหว่างที่เดินนำแขกไปยังประตู ตามหลังมาด้วยรวิวรรณที่ต้องการเดินไปส่งพร้อมกับสามี แต่เธอยืนส่งภีมพลอยู่แค่มุกหน้าบ้าน และให้สามีเดินไปส่งแขกหนุ่มถึงหน้าประตูรั้วที่กั้นระหว่างอาณาเขตของบ้านทั้งสองหลังด้วยตนเอง

เมื่อกลับถึงบ้าน ภีมพลตรงดิ่งไปที่ห้องทำงานทันที เขากดปุ่มเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่วางอยู่บนโต๊ะตัวใหญ่ แล้วโทรศัพท์หาลูกน้องคนสนิท

“เป็นต่อ เดี๋ยวนายช่วยแวะเข้าห้างฯ ให้ฉันหน่อยนะ ไปที่แผนกของเด็กเล่นน่ะ หาซื้อตุ๊กตาหมีตัวโต ๆ มาให้หน่อย เอาตัวใหญ่ที่สุดในนั้นน่ะ...เออน่า นายไม่ต้องถามมากหรอก ฉันจะซื้อมาเซอร์ไพรส์หลานฉัน”

สั่งเสร็จเขาก็กดวางสายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม อดคิดไม่ได้ว่า ป่านนี้ยายหนูของเขาจะโตแค่ไหนกันแล้ว และที่สำคัญ เจ้าตัวเล็กจะจำคนที่เคยขอให้พาขี่คอวิ่งรอบสระว่ายน้ำได้อยู่หรือเปล่า

เขายอมรับว่านึกไม่ออกจริง ๆ ว่าเด็กมัธยมปลายจะตัวโตแค่ไหนกัน แต่เท่าที่เขาเคยเห็นมาก็รู้สึกว่ายังดูเป็นเด็กกันอยู่ รวิชาก็คงเหมือนเด็กวัยรุ่นซุกซนตามประสาวัยใสทั่วไป และน่าจะยังชอบตุ๊กตาหมีเหมือนเดิม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 100%

    “อ้าว! วันนี้คุณอายไม่เข้าบริษัทหรือ” เมื่อเช้าก็ออกมาด้วยกันแท้ ๆ แต่แม่เจ้าประคุณแอบหนีไปเที่ยวไหนกันล่ะนี่ ชายหนุ่มคิดอย่างเข่นเขี้ยวในใจเมื่อเจอ “เซอร์ไพรส์” สุดพิเศษจากศรีภรรยาภีมพลยิ้มกริ่มอย่างหมายมาด เห็นทีต้องรีบกลับไปรับขวัญก่อนเวลาเสียแล้ว ชายหนุ่มหยิบกระเป๋าสตางค์กับกุญแจรถออกมา เหลือบไปเห็นแฟ้มงานสองแฟ้มที่ยังคงแผ่หราอยู่เต็มโต๊ะ แล้วนึกขึ้นได้ว่ายังดูค้างเอาไว้ เขากวาดตามองอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ใจจริงเขามีตัวเลือกเอาไว้อยู่แล้ว เมื่อตัดสินใจได้เขาก็คว้าแฟ้มขวามือเดินออกจากห้องทันที จากนั้นจึงไปยื่นให้กับเลขาฯ ส่วนตัว“ผมเลือกของบริษัทนี้ ให้ฝ่ายจัดซื้อทำเรื่องได้เลย อ้อ วันนี้ผมไม่เข้าแล้วนะ” พูดจบชายหนุ่มก็ผละออกไป และต้องหยุดชะงักเมื่อเลขาฯ รีบวิ่งมาถามถึงงานบางอย่างที่เขาให้เตรียมไว้สำหรับช่วงบ่ายนี้“คุณภีมคะ แล้วเรื่องที่ให้เตรียมเอาไว้บ่ายนี้ล่ะคะ”“ยังคอนเฟิร์มอยู่ แต่ว่าคุณช่วยอะไรผมหน่อยสิ”ภีมพลหันมายิ้มพรายเต็มวงหน้าเมื่อคิดอะไรดี ๆ ขึ้นมาได้

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 70%

    อดคิดไปถึงบิดามารดาผู้ล่วงลับไปแล้วไม่ได้ ท่านทั้งสองช่างมีความอดทนและมุมานะอย่างล้นเหลือที่สู้ฝ่าฟันจนกระทั่งบริษัทเป็นรูปเป็นร่างได้ขนาดนี้ นึกมาถึงตอนนี้แล้วก็โกรธตัวเองที่ตอนนั้นเอาแต่น้อยใจ คิดว่าท่านทำแต่งานจนไม่สนใจใยดีกับเธอผู้เป็นลูกสาวเพียงคนเดียว‘รวิชา แปลว่าลูกพระอาทิตย์ เพราะฉะนั้นหนูต้องเข้มแข็ง อดทนให้สมกับที่เป็นลูกสาวของพ่อ ชีวิตของหนูจะต้องรุ่งโรจน์สดใสเหมือนกับดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า’ถ้อยคำจากบิดายังคงดังก้องอยู่ในหัวทุกครั้งที่นึกถึงเวลาเมื่อรู้สึกอ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจ ถ้าไม่มีแม่นมชราและสามีที่คอยเป็นกำลังใจให้ ป่านนี้ชีวิตเธอจะหักเหไปทางไหนแล้วบ้างก็สุดรู้“อรุณสวัสดิ์จ้ะ”เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับจุมพิตเบา ๆ ที่ข้างแก้ม จากนั้นคนตัวโตก็ทรุดตัวลงนั่งซ้อนหลังไว้พร้อมกับดึงบ่าของเธอให้เอนซบลงมาบนตัวเขา“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ตื่นเช้าจังเลยนะคะ” หญิงสาวทักทายกลับไปก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของสามี“จำเป็นต้องตื่นเช้าน่ะ จู่

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 35%

    หลังจากถวายสังฆทานจนกระทั่งกรวดน้ำเสร็จเรียบร้อย ภีมพล รวิชา และนมพิมก็พากันเดินออกมาเทน้ำที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้ากุฏิ ชายหนุ่มสวดบทกรวดน้ำพึมพำโดยไม่ออกเสียง ในขณะที่หญิงสาวและนมพิมอธิษฐานเพื่อส่งผลบุญให้แก่ผู้ล่วงลับอยู่ในใจวันนี้เป็นวันครบรอบวันเสียชีวิตของบิดามารดาของรวิชา นมพิมเปรยเอาไว้หลายวันก่อนหน้าแล้วว่าอยากมาทำบุญให้ท่านทั้งสอง ซึ่งเธอเองก็เห็นด้วยเพราะคิดไว้เหมือนกันว่าจะมาทำบุญวันนี้ จึงชวนสามีหนุ่มให้มาด้วยกัน และเขาก็ไม่ขัดข้อง เพราะตั้งแต่ผ่านพ้นพิธีแต่งงานมาได้สองเดือน ภีมพลก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับพุทธศาสนาอีกเลยจากนั้นทั้งสามคนก็เดินทางกลับบ้าน พอมาถึง ชายหนุ่มปล่อยให้รวิชาได้อยู่กับแม่นมตามลำพังเพราะคิดว่าทั้งสองคนคงมีเรื่องอยากพูดคุยกัน เขาเองก็เห็นใจคนแก่อย่างนมพิม เพราะตั้งแต่รวิชาเรียนจบมาก็เอาแต่ทำงาน แถมหลังจากนั้นสองเดือนก็เข้าพิธีแต่งงานกับเขา ทำให้บางคืนรวิชาไม่ได้กลับไปนอนบ้านตัวเอง ถึงแม้เขากับรวิชาจะแก้ปัญหาด้วยการสลับบ้านนอนเป็นวันเว้นวันแล้วก็ตาม แต่หัวอกคนแก่ก็คงหงอยเหงาเป็นธรรมดา

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 100%

    “ตอบแบบนี้ค่อยชื่นใจหน่อย อย่างนี้ต้องให้รางวัล”ชายหนุ่มจับล็อกปลายคางมนของหญิงสาวไว้ แล้วก้มลงตบรางวัลให้คนปากหวานช่างจำนรรจาจนเขากระชุ่มกระชวยทุกทีที่ได้ฟังนาทีนี้ภีมพลเหมือนจะคลั่งเสียให้ได้ สาวน้อยช่างหวานจับจิตจับใจสมกับที่รอคอยมานานแสนนาน ถ้าไม่ติดว่าเธอยังใหม่กับความสัมพันธ์แบบนี้แล้วล่ะก็ รับรองได้เลยว่าทั้งเขาและเธอยังคงนัวเนียกันอยู่บนเตียงเป็นแน่“อื้ม...อาภีมขา นี่มันริมถนนนะคะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”แค่หญิงสาวพูดเบา ๆ แต่สำหรับชายหนุ่มแล้วน้ำเสียงสั่นพร่านิด ๆ นั้นช่างฟังดูเซ็กซี่ยั่วยวนดีเหลือเกิน เขานึกถึงตอนเธอครวญครางอยู่ใต้ร่างของเขา ทั้งภาพทั้งเสียงยังคงติดตาตรึงใจเสียจนอะไร ๆ มันพรักพร้อมขึ้นมาอีกแล้ว“เราเข้าหมู่บ้านมาแล้ว ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านมาหรอก รถอาก็มืด ใครจะมองเข้ามาเห็นล่ะคะ”เอาอีกแล้ว ลงท้ายด้วยคะ ขาแบบนี้แปลว่าเริ่มไม่ปลอดภัยแล้วเป็นแน่ ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดอะไร แต่ชายหนุ่มก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน“แวะบ้านอาก่อนนะคะ”แค่เห็นแววตาระยิบระยับแพรวพราวของเข

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 70%

    “ถ้าอย่างนั้น...คืนนี้อยู่กับอาทั้งคืนได้ไหม ตามใจอาหน่อยได้ไหมคะ”เขาถามพร้อมกับประพรมจุมพิตไปทั่วหน้าอย่างหลงใหล ก่อนจะเอ่ยประโยคสำคัญที่ทำให้คนฟังหัวใจพองฟูคับอก“อาก็รักน้องอาย ไม่ใช่แค่คืนนี้ที่อาอยากให้น้องอายอยู่ด้วยแต่เป็นทุก ๆ คืน และตื่นมาตอนเช้าก็เห็นหน้าน้องอายเป็นคนแรกในทุก ๆ เช้า”ชายหนุ่มหยุดพูด แล้วก้มลงจุมพิตที่หน้าผากอีกครั้งหนึ่งแล้วไต่ระเรื่อยมาจนถึงใบหู ใจอยากจะโจนจ้วงเข้าหาร่างเย้ายวนนี้ให้สมกับที่รอคอยมานานแสนนาน แต่ก็อยากให้หญิงสาวได้สัมผัสกับความสวยงามจากประสบการณ์ในรักครั้งแรกมากกว่า เขาจึงต้องอ่อนโยนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แม้ว่าความต้องการจะอัดแน่นจนแทบระเบิดแล้วก็ตาม“แต่งงานกับอานะคะ”ไหน ๆ เธอก็เรียนจบแล้ว มีงานมีการทำถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว หนำซ้ำยังจดทะเบียนสมรสเป็นคนคนเดียวกันในทางกฎหมายแล้วด้วย เขาจึงคิดว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องรออีกต่อไป เพราะเขากับเธอก็แทบจะเป็นของกันและกันอยู่แล้ว จะเหลือก็แต่การอยู่ร่วมบ้านเดียวกันในฐานะของสามีภรรยาเท่านั้นรวิชาคลี่ยิ้มกว้างพล

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 35%

    ภีมพลยืนยิ้ม มองภรรยาทางนิตินัยที่กำลังยักย้ายส่ายสะโพกอย่างสนุกสนานกับเพื่อนกลุ่มใหญ่อยู่ข้างล่างด้วยแววตาทอดอ่อน เมื่อวานสอบวันสุดท้าย วันนี้รวิชาจึงขออนุญาตเขาพาเพื่อน ๆ มาสนุกกันที่คลับอย่างเต็มที่เพื่อเป็นการฉลองจบการศึกษา อีกทั้งฉลองที่ยอดขายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสปานั้นทะลุเป้าเกินกว่าที่คาดหมายไว้พอสมควรสาวน้อยของเขาเรียนจบแล้ว...ปีกว่ากับการอยู่ในตำแหน่งคู่หมั้น สองปีกว่ากับการอยู่ในตำแหน่งสามีตามกฎหมาย รวมแล้วร่วมสี่ปีเต็มกับการเฝ้าดูแลเด็กสาวคนหนึ่งให้เติบโตเป็นหญิงสาวแสนสวย และมากความสามารถจนเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปเมื่อก่อนเขาเอาแต่นั่งนับวันเวลาว่าเมื่อไรเธอจะเรียนจบ เพราะอยากตีตราจองเธอเอาไว้ด้วยร่างกาย ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียวตามประสาผู้ชายทั่วไปที่คิดอยากมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนรัก ทว่าพอวันเวลาผ่านไป ความคิดของเขาก็ค่อยปรับเปลี่ยนไปทีละนิดตามความผูกพันที่เพิ่มขึ้นระหว่างเขากับเธอเซ็กซ์ไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่เขาต้องการจากเธอเพียงอย่างเดียวเหมือนเมื่อก่อน เพราะมันถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกมั่นคงในรัก และการรับรู้ถึงการเป็นส่วนหนึ่งขอ

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 19 ผีเสื้อปีกหัก - 25%

    “หนูอาย มาหาป้ามาลูก” ภาวิณีเรียกให้หญิงสาวที่รั้งตำแหน่งว่าที่ลูกสะใภ้เข้าไปหา รวิชาเดินเข่าเข้าไปใกล้ ๆ เมื่อถึงจุดที่เอื้อมมือถึง มารดาของภีมพลก็ตวัดแขนขึ้นโอบหญิงสาวไว้ในอ้อมกอดพร้อมกับพูดจาปลุกปลอบ“ป้าเสียใจด้วยนะลูกนะ คิดเสียว่าพ่อกับแม่ไปสบายแล้ว.

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 17 เข้าใจผิด - 100%

    ยามมองผู้หญิงเหล่านั้น แม้พวกหล่อนจะยิ้มให้ แต่รวิชาระแวงไปหมดว่าคนพวกนี้ยิ้มเยาะอยู่หรือเปล่า แอบสมเพชเธออยู่ในใจไหม ความคิดด้านร้ายวิ่งวนอยู่ในหัวจนรวิชาชักสีหน้าบึ้งตึงไม่เก็บอารมณ์อีกต่อไป“น้องอายเป็นอะไรหรือเปล่าครับ เวียนหัวไหมที่อาพาเดินไปเดินมา หรือว่าปวดขา อาพาไปพักบนห้องข้

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 16 ข่าวลือ - 75%

    เสียงโทรศัพท์ของรวิชาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นเบอร์ใหม่ ไม่ใช่เบอร์เดียวกันกับที่โทร. มาเมื่อครู่ หญิงสาวจึงจัดการปิดเสียง แล้วกดโทร. ออกหาคู่หมั้นหนุ่ม รอสายไม่นาน ภีมพลก็กดรับสาย“ว่าไงครับน้องอาย” แค่ได้ยินเสียงเท่านั้น เธอก็อยากให้เขามาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าในตอนนี้เหลือเกิน

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 15 เด็กเสี่ย - 50%

    หลังจากวางสาย เขาก็เดินออกจากฮอลล์อีกประตูแล้วอ้อมจากด้านหน้าที่มีการตรวจบัตร เดินผ่านเลยไปยังที่จอดรถสำหรับพนักงานแล้วเข้าประตูหลังเพื่อขึ้นไปยังออฟฟิศด้านบน พอเปิดประตูเข้าไปก็เห็นพนักงานตรวจบัตรนั่งรออยู่ในห้องก่อนแล้ว“อ้าว มาแล้วหรือ พวกนายมานี่สิฉันจะให้ดูอะไร”ภีม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status