بيت / โรแมนติก / บ่วงรักผีเสื้อ / บทที่ 9 คู่หมั้นของผม - 75%

مشاركة

บทที่ 9 คู่หมั้นของผม - 75%

last update تاريخ النشر: 2024-12-29 18:30:50

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เราก็แค่สนุกกันเกินไปหน่อย อย่างว่าแหละนะตอนเข้าด้ายเข้าเข็มใครจะมามัวนั่งสนใจกระเป๋า”

ปากกล้าแต่ขาสั่น ประโยคนี้เหมาะกับกลวิชรในตอนนี้ที่สุด เพราะเพียงเห็นประกายตาวาวโรจน์ของคนตรงหน้าก็ทำเอารู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาทันที

ภีมพลแค่นยิ้มมุมปาก เขาก้าวไปยืนจนแทบชิดกับตัวของกลวิชรจนอีกฝ่ายต้องผงะถอย

“แต่เท่าที่ฉันเห็นมันไม่ใช่อย่างนั้นนะ ทีหลังจะพูดจะจาหัดระวังปากไว้หน่อย ถ้ายังอยากมีฟันไว้เคี้ยวข้าว ครั้งนี้ฉันจะถือเสียว่าโดนหมามันเลียปาก แต่ถ้าครั้งหน้ายังเกรียนไม่เลิกก็อย่าหาว่าฉันรังแกเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างแกก็แล้วกัน ฉันเตือนแกแล้วนะ” ภีมพลพูดเสียงลอดไรฟัน แสยะยิ้มใส่กลวิชรอย่างอาฆาตมาดร้ายก่อนจะออกคำสั่ง

“ไสหัวไปได้แล้ว ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ”

กลวิชรผละไปขึ้นรถที่จอดไว้หน้าบ้านอย่างฮึดฮัดขัดใจ สตาร์ตรถได้ก็ขับกระชากออกไปอย่างเร็วจนล้อบดถนนเสียงดังสนั่น ภีมพลมองตามหลังท้ายรถคันนั้นอย่างหมายมาดแล้วหันไปพูดกับลูกน้องที่ยืนอยู่แถวนั้น

“เป็นต่อ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว” เขาพูดเพียงแค่นั้น ลูกน้องมือขวาของเจ้าพ่อซุสก็ผงกศีรษะรับคำสั่งในทันที

“ครับคุณภีม”

ภีมพลปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนเดินไปหารวิชาที่กำลังยืนมองนิ่ง เขาคลี่ยิ้มให้คู่หมั้นสาวพลางยื่นกระเป๋าสะพายใบเล็กเจ้าปัญหาส่งให้ แต่ช่อดอกไม้เขากลับยื่นไปที่สองสาวน้อย เพื่อนของรวิชา

“เอาไปตกลงกันเองนะครับสาว ๆ ว่าใครจะได้ช่อนี้ไป” เขายิ้มโปรยเสน่ห์ เผื่อแผ่มาถึงหญิงสาวตรงหน้านี้ด้วย

“อารู้ว่าน้องอายไม่อยากได้ดอกไม้ของหมอนั่นหรอก จริงไหม”

“น้องอายยังไม่ได้พูดสักคำว่าไม่อยากได้ จะว่าไปมันก็สวยดีนะคะ กุหลาบสีชมพูเสียด้วย” ปากพูดอย่างนั้นแต่สีหน้าไม่ได้มีแววว่าเสียดาย ภีมพลระบายยิ้มทั้งปากและตาแล้วเอ่ยชวนคู่หมั้นป้ายแดง

“คืนนี้ไปนั่งเล่นที่คลับไหม อาขอพ่อกับแม่ให้ ไปกับอาท่านอนุญาตอยู่แล้ว”

เขาเห็นสีหน้าตื่นเต้น ประกายตาวิบวับของรวิชาแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

“น้องอายอยากไปค่ะ แต่ให้เพื่อนน้องอายไปด้วยนะคะ น้องอายจะได้มีเพื่อน” หญิงสาวพยักพเยิดไปทางเพื่อนสาวสองคนที่นั่งคุยกันงุ้งงิ้งอยู่ข้างหลัง

“เอาสิครับ ตามสบายเลย คืนนี้อาเลี้ยงเต็มที่”

เขาพูดจบ รวิชาก็หันไปบอกพรรณรายกับอารดาทันที พรรณรายนั้นออกอาการดีใจอย่างไม่ปิดบัง ในขณะที่อารดาส่ายหน้าปฏิเสธ

“ฉันไปไม่ได้ ฉันต้องทำงานนะแกก็รู้ นี่อุตส่าห์ขอแลกกะกับพี่ที่ทำงานเพื่อมาที่นี่ เพราะฉะนั้นยังไงคืนนี้ฉันก็ขาดงานไม่ได้เด็ดขาด” อารดายิ้มแหย นึกเกรงใจชายหนุ่มที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้าไม่น้อย

“จริงด้วยสิ ฉันก็ลืมไปเลย งั้นเดี๋ยวฉันไปกับยายพิงค์สองคนก็ได้...อาภีมขา เพื่อนน้องอายไปคนหนึ่งค่ะคือพิงค์ ส่วนอุ้ยไปไม่ได้เพราะต้องทำงานพิเศษ อาภีมอย่าลืมไปขอคุณพ่อคุณแม่ให้น้องอายนะคะ”

หญิงสาวชี้ไปที่เพื่อนทีละคน ก่อนจะคว้าข้อมือเขามาเขย่าอย่างออดอ้อน ภีมพลได้แต่ยิ้ม มองอากัปกิริยานั้นด้วยความชอบใจ เขาชอบให้รวิชามาออดอ้อนออเซาะเหมือนลูกแมวน้อย มันทำให้เขารู้สึกระชุ่มกระชวยอย่างบอกไม่ถูก

เขาเพิ่งรู้ตอนนี้เองว่าทำไมพวกอาเสี่ย หรือป๋าถึงชอบเลี้ยงอีหนูคราวลูกไว้เป็นบ้านเล็กบ้านน้อย

“ได้สิ อาจะไปขอให้ แต่ไปค่ำ ๆ โน่นน่ะแหละ ไม่ต้องรีบหรอก...จริงสิ น้องอายไปรู้จักกับเพื่อน ๆ อาหน่อยนะ พวกเพื่อนอาอยากรู้จักเราน่ะ” พูดจบเขาก็ถือวิสาสะคว้าข้อมือของหญิงสาวเดินไปยังโต๊ะที่กลุ่มเพื่อนของเขานั่งอยู่

ท่าทางประหม่าด้วยความเขินอาย จนหน้านวลใสแดงระเรื่ออย่างน่าเอ็นดูของรวิชา ทำให้พชรกับเธียรทัตอดไม่ได้ที่จะกระเซ้าเย้าแหย่สาวน้อยที่เดินตามแรงจับจูงของภีมพลตั้งแต่ยังไม่ถึงโต๊ะ

“อากับหลานมาถึงกันแล้วเว้ยเฮ้ย” เธียรทัตยิ้มร่าเปิดปากตะโกนให้สองคนที่กำลังเดินมาได้ยิน พชรหัวเราะจนแทบสำลักน้ำ แต่ยังมิวายต่อประโยคเพื่อนเหมือนแก้ความเข้าใจเสียใหม่

“เฮ้ยไอ้บ้า! อากับหลานที่ไหนกันเล่า คู่หมั้นเว้ยคู่หมั้น นี่เรามางานหมั้นไอ้ภีมนะเว้ย ไม่ได้มางานฉลองรับเลี้ยงลูกบุญธรรม ฮ่า ๆ” พชรพูดกลั้วหัวเราะก่อนจะเปลี่ยนเป็นร้องโอดโอยเมื่อถูกช่อมาลีหยิกที่สีข้าง

“คุณโอมคะ น้องเขาอายจะแย่อยู่แล้วยังจะแซวไม่เลิกอีก นิสัยเสียจริงเชียว” ช่อมาลีเอ็ดให้คนรักก่อนจะยิ้มกว้างให้รวิชาที่หน้าแดงก่ำทำตัวไม่ถูกอยู่ข้างโต๊ะหลังจากเจ้าตัวยกมือไหว้ทุกคนแล้ว เธอรีบเอากระเป๋าสะพายของตนออกจากเก้าอี้ แล้วเชื้อเชิญให้สาวน้อยนั่งลงข้างตัวเอง

“น้องอายนั่งข้างพี่ก็ได้ค่ะ”

รวิชารีบนั่งตามคำเชิญทันที อย่างน้อยนั่งใกล้ผู้หญิงด้วยกันก็ยังดีกว่าต้องไปนั่งอีกฝั่งซึ่งใกล้กับเพื่อนผู้ชายของคู่หมั้นหนุ่ม

“ขอบคุณค่ะ” รวิชายิ้มขอบคุณสาวสวยที่เธอรู้มาว่าเป็นคนรักของพชร และรู้มาจากพรรณรายว่าเป็นอดีตนักร้องนำวงบัตเตอร์ฟลายที่เล่นให้คลับซุส

“สวัสดีครับน้องอาย พี่ชื่อพี่เธียรนะครับ ส่วนนี่พี่โอม พี่ม็อท พวกเราเป็นเพื่อนของ...อาภีมน่ะ”

เธียรทัตแนะนำตัวเองและคนอื่นให้สาวน้อยรู้จัก รวิชายกมือไหว้ทุกคนอีกครั้ง สักพักเธียรทัตก็หลุดหัวเราะเมื่อหันไปมองหน้าภีมพล

“นึกยังไงให้คู่หมั้นเรียกแกว่า “คุณอา” วะไอ้ภีม ฟังเหมือนเลี้ยงต้อยยังไงก็ไม่รู้ว่ะ” เธียรทัตหันไปหาเพื่อนที่นั่งทำหน้าไม่ถูก เหลือบมองสาวน้อยก็เห็นเจ้าตัวเอาแต่ก้มหน้างุดด้วยความเขิน

“จะเรียกยังไงก็ไม่สำคัญ เขาอยากเรียกฉันว่าอะไรก็ตามใจเขาเถอะ เพราะฉันก็เลี้ยงต้อยจริง ๆ นี่หว่า”

ภีมพลยักไหล่ตอบอย่างไม่แยแส สายตาจับจ้องอยู่แต่ใบหน้าของคู่หมั้นสาวที่อายม้วนจนแทบมุดไปอยู่ใต้โต๊ะ รู้ว่าเธอกำลังกลั้นยิ้มอย่างเต็มที่เพราะเห็นท่าทางเม้มปากล่างเสียแน่น นี่คงกำลังใช้ฟันกัดที่ปากด้านในอยู่เป็นแน่

“น้องอายครับ ไม่เอานะไม่ทำแบบนี้ เดี๋ยวเป็นแผล”

เขาเอื้อมไปแตะปลายคางของเธอแล้วใช้นิ้วโป้งกด ๆ คลึง ๆ อย่างแผ่วเบาที่ริมฝีปากอิ่มโดยไม่แคร์สายตาของเพื่อนร่วมโต๊ะที่มองอยู่

อาภีมบ้า! เขินจะตายอยู่แล้ว ยังมาทำอย่างนี้อีก

รวิชาแทบอยากแกล้งเป็นลมสลบอยู่ตรงนั้น เธออุตส่าห์นั่งนิ่ง ๆ แล้ว แต่เขายังมาทำให้เขินอีกจนได้ เธอแอบช้อนตามองเพื่อนของเขาแต่ละคน เห็นแววตาล้อเลียนมองมาจึงรีบก้มหน้าหลบแทบไม่ทัน ไม่รู้ตัวเลยว่าคู่หมั้นหนุ่มนั้นวาดแขนขึ้นมาพาดไว้บนพนักเก้าอี้ที่ตนนั่งอยู่ราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของ

“คืนนี้ฉันจะพาน้องอายกับเพื่อนไปที่คลับด้วย” ภีมพลหาทางเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะนึกเห็นใจสาวน้อยที่นั่งเก็บปากเก็บคำเงียบเชียบ

“เฮ้ยไม่ได้! อายุยังไม่ถึง ในฐานะที่ฉันก็เป็นหุ้นส่วน ฉันไม่อนุญาตให้เข้า”

พชรแกล้งทำท่าทางขึงขังแต่แววตาไหวระริกอย่างนึกสนุก จนคนที่อยากพาคู่หมั้นไปเที่ยวที่คลับต้องคว้าก้อนน้ำแข็งจากในแก้วเขวี้ยงใส่

“ทีอย่างนี้มาทำเป็นเคร่งครัดกฎระเบียบ แล้วใครวะดันแหกกฎที่ตัวเองตั้งไว้ว่าจะไม่กินไก่วัดน่ะ” ภีมพลแยกเขี้ยวใส่เพื่อนพลางชำเลืองมองไปทางช่อมาลี อดีตลูกน้องที่เคยเป็นเป็นนักร้องประจำคลับซุส

“แล้วจะทำไมวะ ก็ไก่มันน่ากิน ถ้าฉันไม่กินเองคนอื่นก็มาคว้าไปสิ เรื่องอะไรจะปล่อยให้คนอื่นล่ะ เนอะ” พชรหันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้แฟนสาว ช่อมาลีได้แต่ยิ้มเขิน ไม่พูดอะไรที่เป็นการวกเข้าหาตัวเอง

จากนั้นทั้งหมดก็นั่งคุยหยอกล้อกันไปสักพัก ก่อนจะแยกย้ายในเวลาต่อมา และนัดหมายกันอีกครั้งตอนสองทุ่มให้ไปเจอกันที่คลับ พรรณรายกับอารดานั้นกลับไปตั้งแต่ช่วงบ่าย ซึ่งพรรณรายบอกกับเพื่อนเอาไว้ว่าจะเดินทางไปที่คลับด้วยตัวเอง ส่วนอารดานั้นไปทำงานต่อทันทีหลังออกจากบ้านของรวิชาแล้ว

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 100%

    “อ้าว! วันนี้คุณอายไม่เข้าบริษัทหรือ” เมื่อเช้าก็ออกมาด้วยกันแท้ ๆ แต่แม่เจ้าประคุณแอบหนีไปเที่ยวไหนกันล่ะนี่ ชายหนุ่มคิดอย่างเข่นเขี้ยวในใจเมื่อเจอ “เซอร์ไพรส์” สุดพิเศษจากศรีภรรยาภีมพลยิ้มกริ่มอย่างหมายมาด เห็นทีต้องรีบกลับไปรับขวัญก่อนเวลาเสียแล้ว ชายหนุ่มหยิบกระเป๋าสตางค์กับกุญแจรถออกมา เหลือบไปเห็นแฟ้มงานสองแฟ้มที่ยังคงแผ่หราอยู่เต็มโต๊ะ แล้วนึกขึ้นได้ว่ายังดูค้างเอาไว้ เขากวาดตามองอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ใจจริงเขามีตัวเลือกเอาไว้อยู่แล้ว เมื่อตัดสินใจได้เขาก็คว้าแฟ้มขวามือเดินออกจากห้องทันที จากนั้นจึงไปยื่นให้กับเลขาฯ ส่วนตัว“ผมเลือกของบริษัทนี้ ให้ฝ่ายจัดซื้อทำเรื่องได้เลย อ้อ วันนี้ผมไม่เข้าแล้วนะ” พูดจบชายหนุ่มก็ผละออกไป และต้องหยุดชะงักเมื่อเลขาฯ รีบวิ่งมาถามถึงงานบางอย่างที่เขาให้เตรียมไว้สำหรับช่วงบ่ายนี้“คุณภีมคะ แล้วเรื่องที่ให้เตรียมเอาไว้บ่ายนี้ล่ะคะ”“ยังคอนเฟิร์มอยู่ แต่ว่าคุณช่วยอะไรผมหน่อยสิ”ภีมพลหันมายิ้มพรายเต็มวงหน้าเมื่อคิดอะไรดี ๆ ขึ้นมาได้

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 70%

    อดคิดไปถึงบิดามารดาผู้ล่วงลับไปแล้วไม่ได้ ท่านทั้งสองช่างมีความอดทนและมุมานะอย่างล้นเหลือที่สู้ฝ่าฟันจนกระทั่งบริษัทเป็นรูปเป็นร่างได้ขนาดนี้ นึกมาถึงตอนนี้แล้วก็โกรธตัวเองที่ตอนนั้นเอาแต่น้อยใจ คิดว่าท่านทำแต่งานจนไม่สนใจใยดีกับเธอผู้เป็นลูกสาวเพียงคนเดียว‘รวิชา แปลว่าลูกพระอาทิตย์ เพราะฉะนั้นหนูต้องเข้มแข็ง อดทนให้สมกับที่เป็นลูกสาวของพ่อ ชีวิตของหนูจะต้องรุ่งโรจน์สดใสเหมือนกับดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า’ถ้อยคำจากบิดายังคงดังก้องอยู่ในหัวทุกครั้งที่นึกถึงเวลาเมื่อรู้สึกอ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจ ถ้าไม่มีแม่นมชราและสามีที่คอยเป็นกำลังใจให้ ป่านนี้ชีวิตเธอจะหักเหไปทางไหนแล้วบ้างก็สุดรู้“อรุณสวัสดิ์จ้ะ”เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับจุมพิตเบา ๆ ที่ข้างแก้ม จากนั้นคนตัวโตก็ทรุดตัวลงนั่งซ้อนหลังไว้พร้อมกับดึงบ่าของเธอให้เอนซบลงมาบนตัวเขา“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ตื่นเช้าจังเลยนะคะ” หญิงสาวทักทายกลับไปก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของสามี“จำเป็นต้องตื่นเช้าน่ะ จู่

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 35%

    หลังจากถวายสังฆทานจนกระทั่งกรวดน้ำเสร็จเรียบร้อย ภีมพล รวิชา และนมพิมก็พากันเดินออกมาเทน้ำที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้ากุฏิ ชายหนุ่มสวดบทกรวดน้ำพึมพำโดยไม่ออกเสียง ในขณะที่หญิงสาวและนมพิมอธิษฐานเพื่อส่งผลบุญให้แก่ผู้ล่วงลับอยู่ในใจวันนี้เป็นวันครบรอบวันเสียชีวิตของบิดามารดาของรวิชา นมพิมเปรยเอาไว้หลายวันก่อนหน้าแล้วว่าอยากมาทำบุญให้ท่านทั้งสอง ซึ่งเธอเองก็เห็นด้วยเพราะคิดไว้เหมือนกันว่าจะมาทำบุญวันนี้ จึงชวนสามีหนุ่มให้มาด้วยกัน และเขาก็ไม่ขัดข้อง เพราะตั้งแต่ผ่านพ้นพิธีแต่งงานมาได้สองเดือน ภีมพลก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับพุทธศาสนาอีกเลยจากนั้นทั้งสามคนก็เดินทางกลับบ้าน พอมาถึง ชายหนุ่มปล่อยให้รวิชาได้อยู่กับแม่นมตามลำพังเพราะคิดว่าทั้งสองคนคงมีเรื่องอยากพูดคุยกัน เขาเองก็เห็นใจคนแก่อย่างนมพิม เพราะตั้งแต่รวิชาเรียนจบมาก็เอาแต่ทำงาน แถมหลังจากนั้นสองเดือนก็เข้าพิธีแต่งงานกับเขา ทำให้บางคืนรวิชาไม่ได้กลับไปนอนบ้านตัวเอง ถึงแม้เขากับรวิชาจะแก้ปัญหาด้วยการสลับบ้านนอนเป็นวันเว้นวันแล้วก็ตาม แต่หัวอกคนแก่ก็คงหงอยเหงาเป็นธรรมดา

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 100%

    “ตอบแบบนี้ค่อยชื่นใจหน่อย อย่างนี้ต้องให้รางวัล”ชายหนุ่มจับล็อกปลายคางมนของหญิงสาวไว้ แล้วก้มลงตบรางวัลให้คนปากหวานช่างจำนรรจาจนเขากระชุ่มกระชวยทุกทีที่ได้ฟังนาทีนี้ภีมพลเหมือนจะคลั่งเสียให้ได้ สาวน้อยช่างหวานจับจิตจับใจสมกับที่รอคอยมานานแสนนาน ถ้าไม่ติดว่าเธอยังใหม่กับความสัมพันธ์แบบนี้แล้วล่ะก็ รับรองได้เลยว่าทั้งเขาและเธอยังคงนัวเนียกันอยู่บนเตียงเป็นแน่“อื้ม...อาภีมขา นี่มันริมถนนนะคะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”แค่หญิงสาวพูดเบา ๆ แต่สำหรับชายหนุ่มแล้วน้ำเสียงสั่นพร่านิด ๆ นั้นช่างฟังดูเซ็กซี่ยั่วยวนดีเหลือเกิน เขานึกถึงตอนเธอครวญครางอยู่ใต้ร่างของเขา ทั้งภาพทั้งเสียงยังคงติดตาตรึงใจเสียจนอะไร ๆ มันพรักพร้อมขึ้นมาอีกแล้ว“เราเข้าหมู่บ้านมาแล้ว ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านมาหรอก รถอาก็มืด ใครจะมองเข้ามาเห็นล่ะคะ”เอาอีกแล้ว ลงท้ายด้วยคะ ขาแบบนี้แปลว่าเริ่มไม่ปลอดภัยแล้วเป็นแน่ ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดอะไร แต่ชายหนุ่มก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน“แวะบ้านอาก่อนนะคะ”แค่เห็นแววตาระยิบระยับแพรวพราวของเข

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 70%

    “ถ้าอย่างนั้น...คืนนี้อยู่กับอาทั้งคืนได้ไหม ตามใจอาหน่อยได้ไหมคะ”เขาถามพร้อมกับประพรมจุมพิตไปทั่วหน้าอย่างหลงใหล ก่อนจะเอ่ยประโยคสำคัญที่ทำให้คนฟังหัวใจพองฟูคับอก“อาก็รักน้องอาย ไม่ใช่แค่คืนนี้ที่อาอยากให้น้องอายอยู่ด้วยแต่เป็นทุก ๆ คืน และตื่นมาตอนเช้าก็เห็นหน้าน้องอายเป็นคนแรกในทุก ๆ เช้า”ชายหนุ่มหยุดพูด แล้วก้มลงจุมพิตที่หน้าผากอีกครั้งหนึ่งแล้วไต่ระเรื่อยมาจนถึงใบหู ใจอยากจะโจนจ้วงเข้าหาร่างเย้ายวนนี้ให้สมกับที่รอคอยมานานแสนนาน แต่ก็อยากให้หญิงสาวได้สัมผัสกับความสวยงามจากประสบการณ์ในรักครั้งแรกมากกว่า เขาจึงต้องอ่อนโยนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แม้ว่าความต้องการจะอัดแน่นจนแทบระเบิดแล้วก็ตาม“แต่งงานกับอานะคะ”ไหน ๆ เธอก็เรียนจบแล้ว มีงานมีการทำถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว หนำซ้ำยังจดทะเบียนสมรสเป็นคนคนเดียวกันในทางกฎหมายแล้วด้วย เขาจึงคิดว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องรออีกต่อไป เพราะเขากับเธอก็แทบจะเป็นของกันและกันอยู่แล้ว จะเหลือก็แต่การอยู่ร่วมบ้านเดียวกันในฐานะของสามีภรรยาเท่านั้นรวิชาคลี่ยิ้มกว้างพล

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 35%

    ภีมพลยืนยิ้ม มองภรรยาทางนิตินัยที่กำลังยักย้ายส่ายสะโพกอย่างสนุกสนานกับเพื่อนกลุ่มใหญ่อยู่ข้างล่างด้วยแววตาทอดอ่อน เมื่อวานสอบวันสุดท้าย วันนี้รวิชาจึงขออนุญาตเขาพาเพื่อน ๆ มาสนุกกันที่คลับอย่างเต็มที่เพื่อเป็นการฉลองจบการศึกษา อีกทั้งฉลองที่ยอดขายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสปานั้นทะลุเป้าเกินกว่าที่คาดหมายไว้พอสมควรสาวน้อยของเขาเรียนจบแล้ว...ปีกว่ากับการอยู่ในตำแหน่งคู่หมั้น สองปีกว่ากับการอยู่ในตำแหน่งสามีตามกฎหมาย รวมแล้วร่วมสี่ปีเต็มกับการเฝ้าดูแลเด็กสาวคนหนึ่งให้เติบโตเป็นหญิงสาวแสนสวย และมากความสามารถจนเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปเมื่อก่อนเขาเอาแต่นั่งนับวันเวลาว่าเมื่อไรเธอจะเรียนจบ เพราะอยากตีตราจองเธอเอาไว้ด้วยร่างกาย ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียวตามประสาผู้ชายทั่วไปที่คิดอยากมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนรัก ทว่าพอวันเวลาผ่านไป ความคิดของเขาก็ค่อยปรับเปลี่ยนไปทีละนิดตามความผูกพันที่เพิ่มขึ้นระหว่างเขากับเธอเซ็กซ์ไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่เขาต้องการจากเธอเพียงอย่างเดียวเหมือนเมื่อก่อน เพราะมันถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกมั่นคงในรัก และการรับรู้ถึงการเป็นส่วนหนึ่งขอ

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 18 ความสูญเสียที่คาดไม่ถึง - 80%

    “เพื่อนพี่ให้ไปหาที่ร้านกาแฟหน้ามอ ถ้างั้นพี่ขอตัวก่อนก็แล้วกันนะครับ แล้วตอนหมดคาบบ่ายพี่จะแวะมาหาใหม่” ประโยคท้ายนั้นเหมือนจงใจพูดกับ อารดาโดยเฉพาะ เพราะชายหนุ่มหันไปทางเธอคนเดียว ก่อนจะลุกเดินออกไปคล้อยหลังเขาแล้ว อารดาถึงได้มองตามแผ่นหลังของคนที่ก้าวห่างออกไปเรื่อย ๆ

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 17 เข้าใจผิด - 100%

    ยามมองผู้หญิงเหล่านั้น แม้พวกหล่อนจะยิ้มให้ แต่รวิชาระแวงไปหมดว่าคนพวกนี้ยิ้มเยาะอยู่หรือเปล่า แอบสมเพชเธออยู่ในใจไหม ความคิดด้านร้ายวิ่งวนอยู่ในหัวจนรวิชาชักสีหน้าบึ้งตึงไม่เก็บอารมณ์อีกต่อไป“น้องอายเป็นอะไรหรือเปล่าครับ เวียนหัวไหมที่อาพาเดินไปเดินมา หรือว่าปวดขา อาพาไปพักบนห้องข้

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 16 ข่าวลือ - 75%

    เสียงโทรศัพท์ของรวิชาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นเบอร์ใหม่ ไม่ใช่เบอร์เดียวกันกับที่โทร. มาเมื่อครู่ หญิงสาวจึงจัดการปิดเสียง แล้วกดโทร. ออกหาคู่หมั้นหนุ่ม รอสายไม่นาน ภีมพลก็กดรับสาย“ว่าไงครับน้องอาย” แค่ได้ยินเสียงเท่านั้น เธอก็อยากให้เขามาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าในตอนนี้เหลือเกิน

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 16 ข่าวลือ - 50%

    “เฮ้อ แย่เนอะ สมัยพวกเราเรียนมัธยมยังไม่เห็นมีแบบนี้เลย”ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้คุยอะไรกันต่อ เตชินทร์ก็เดินเข้ามาหา แล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับรวิชาอย่างถือวิสาสะ เขาหันมาส่งยิ้มให้อารดาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปคุยกับรวิชา“แย่หน่อยนะครับ เจอใครไม่เจอดันไ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status