Home / มาเฟีย / บ่วงรักมาเฟียเถื่อน / บทที่ 3 ความเจ็บปวดของชีวิต

Share

บทที่ 3 ความเจ็บปวดของชีวิต

last update Last Updated: 2026-01-13 12:29:10

เช้าวันใหม่ --------- บ้านลิปดา

ในสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และหญ้าเขียวขจี เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วรับบรรยากาศยามเช้าดังไปทั่วบริเวณ

แสงอาทิตย์อ่อนส่องลอดเข้ามาภายในครัวของบ้าน

รำพึงกำลังทำข้าวต้มกุ้งอยู่ริมหน้าต่างห้องครัว กลิ่นหอมอบอวลลอยไปทั่วทั้งบ้าน

เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ วิ่งลงบันไดเข้ามาใกล้ ลิปดาวิ่งมากอดแม่จากด้านหลัง

“หอมจังเลยค่ะแม่ มื้อเช้านี้ต้องเป็นข้าวต้มกุ้งใช่ไหมค่ะ”

เธอพูดพลางหอมแก้มแม่ไปหนึ่งฟอดใหญ่

“จ้า... ลูกสาวใครช่างปากหวานเสียจริง ๆ”

รำพึงตอบพร้อมหอมลูกสาวกลับ ก่อนจะเผลอมองดูว่าลิปดาโตเป็นสาวแล้ว

ย้อนคิดไปเมื่อสิบห้าปีก่อน... วันที่พ่อแท้ ๆ ของลิปดาจากไป รำพึงไม่เคยคิดเลยว่าจะเลี้ยงลูกเพียงลำพังได้ กระทั่งเธอได้พบกับนิคม ชายหนุ่มที่มีลูกติดเช่นกัน ทั้งสองแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกันจนถึงทุกวันนี้

“ลิปดา... ไปตามพ่อกับพี่พอลมาทานอาหารเช้าหน่อยลูก แม่เตรียมเสร็จแล้ว”

“รับทราบค่ะแม่ หนูจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”

ลิปดาตอบเสียงสดใสก่อนวิ่งออกไปตามพี่ชายทันที แม้พอลจะเป็นเพียงพี่ชายต่างพ่อ ต่างแม่ แต่สำหรับเธอแล้ว... เขาก็คือพี่ชายแท้ ๆ ที่เธอรักและเคารพไม่ต่างกันเลย

แต่สำหรับพอล เขาพยายามบอกตัวเองเสมอว่าลิปดาคือ “น้องสาว” ทว่าในบางครั้ง... หัวใจของเขากลับเผลอคิดไกลเกินกว่าคำว่า พี่น้อง ไปบ้าง

“พี่พอล แม่เรียกให้ไปทานข้าวค่ะ”

“โอเค ลิปดา... เดี๋ยวพี่ลงไปนะ ขอบใจมาก”

“รีบลงมานะคะ งั้นลิปดาไปตามพ่อก่อน น่าจะอยู่ที่สวนข้างบ้าน”

ลิปดายิ้มให้พี่ชายอย่างสดใส ก่อนจะวิ่งไปยังสวนเพื่อหานิคม พ่อเลี้ยงของเธอ

“พ่อคะ แม่ให้มาตามไปทานข้าวค่ะ... พ่อทำอะไรอยู่ ทำไมดูเหม่อ ๆ สีหน้าไม่ค่อยดีเลย ไม่สบายหรือเปล่าคะ?”

เด็กสาวถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย

“เปล่าหรอกลูก... ไปเถอะ ไปทานข้าวกัน”

นิคมตอบเสียงเบา ก่อนจะลุกขึ้น ยกแขนโอบไหล่ลิปดา แล้วพาเดินกลับเข้าบ้านไปยังโต๊ะอาหาร

บนโต๊ะอาหาร รำพึงเสิร์ฟข้าวต้มกุ้งร้อน ๆ พร้อมปาท่องโก๋และน้ำเต้าหู้ให้กับทุกคน ครอบครัวเล็ก ๆ นี้เต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่น

แม้นิคมจะเป็นเพียงพ่อเลี้ยง แต่เขาก็รักและเอ็นดูลิปดาไม่ต่างจากลูกสาวแท้ ๆ ไม่แปลกเลยที่ลิปดาจะเป็นที่ตามใจของทุกคนในบ้าน

“ลิปดา ทานเยอะ ๆ นะลูก มื้อนี้แม่ทำสุดฝีมือเลย”

รำพึงบอกลูกสาวด้วยรอยยิ้มอบอุ่น แต่ไม่ทันไรเธอก็ไอออกมาเบา ๆ

“แค่ก ...แค่ก ...แค่ก”

รำพึงใช้มือปิดปากไอจนตัวงอเธอใช้มือทาบอกด้วยอาการที่เหนื่อยล้า

“แม่... เป็นอะไรไปคะ? ช่วงนี้หมอบอกให้แม่พักเยอะ ๆ ไม่อย่างนั้นโรคอาจจะกำเริบ”

เสียงของลิปดาสั่นเครือด้วยความห่วงใยแม่ของเธอ

นิคมรีบยื่นแก้วน้ำให้ภรรยา ขณะที่พอลเองก็ส่งทิชชูให้รำพึงอย่างร้อนรน

เมื่อสองเดือนก่อนรำพึงตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งปอด ทุกคนในบ้านต่างรู้ดีว่าการรักษาต้องใช้เงินจำนวนมาก หากในวันนั้นเธอทำประกันสุขภาพไว้ก็คงไม่ต้องกังวลหนักเช่นนี้...

นิคมเห็นภรรยาไอหนักเขาจึงลุกขึ้นพยุงภรรยา

“คุณไปพักก่อนเถอะ เดี๋ยวผมพาไปที่ห้องเอง”

รำพึงพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นเดินเคียงข้างไปกับนิคมผู้เป็นสามี

“ขอบคุณนะคะ ฉันไม่เป็นไรแล้ว คุณไปทานมื้อเช้ากับลูก ๆ ต่อเถอะค่ะ... ฉันพักสักครู่ เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง”

รำพึงพูดเสียงอ่อนแรง ก่อนจะยิ้มให้นิคมอย่างฝืน ๆ

“ได้..ถ้าคุณต้องการอะไรเรียกผมนะเดี๋ยวผมมาดูแลคุณเอง”

สามคนนั่งทานอาหารเช้าด้วยกันจนเกลี้ยง พอลอาสาเก็บจานไปล้างในครัว ทว่าทันใดนั้น

“โครม!”

เสียงถีบประตูดังสนั่นลั่นบ้าน

แรงกระแทกสะเทือนจนแก้วน้ำบนโต๊ะสั่นไหว

“นายนิคมอยู่ไหน! ออกมาเดี๋ยวนี้!”

เสียงตะโกนก้องจากชายชุดดำสี่คนดังสะท้อนในโถงบ้าน เสียงรองเท้าหนังหนัก ๆ ก้าวย่ำบนพื้นไม้ดังก้อง สายตาของพวกมันกวาดไปรอบ ๆ ราวกับนักล่าที่กำลังเล็งเหยื่อ

ลิปดาตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมา เธอสั่นสะท้านด้วยความกลัวแต่ยังตะโกนกลับไป

“พวกแกเป็นใคร! มาตามหาพ่อฉันทำไม!?”

สิ้นเสียงนั้น พอลที่กำลังล้างจานในครัวรีบวิ่งออกมา เขายืนประจันหน้ากับชายแปลกหน้า กางแขนออกปกป้องน้องสาวทันที

“อย่าแตะต้องลิปดา!” เสียงเขากดต่ำ เต็มไปด้วยความโกรธ

ชายชุดดำคนหนึ่งหัวเราะหยัน

“พวกเรามาทวงหนี้ห้าล้านที่มันติดไว้! ถ้าไม่จ่ายก็ไม่ต้องหวังจะอยู่อย่างสงบสุขอีกต่อไป!”

“พวกแกโกหก! ถ้าเป็นมิจฉาชีพรีบออกไปซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะโทรหาตำรวจ!”

ลิปดาตะโกนกลับทั้งที่เสียงสั่นเครือ

“ตำรวจเหรอ? ฮึ! คิดว่าตำรวจจะกล้าทำอะไรพวกฉันงั้นเหรอ”

ชายอีกคนกระแทกเสียงพร้อมก้าวมาข้างหน้า ดวงตาเย็นชาจนลิปดารู้สึกหวั่นกลัว

ขณะนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นจากทางเดิน

นิคมเดินเข้ามาในห้องโถง สีหน้าหนักอึ้ง ราวกับรู้ดีว่าวันนี้เขาหนีไม่พ้นอีกต่อไป

“ฉันอยู่นี่... มีอะไรมาคุยกับฉัน”

เสียงเข้มของเขาสั่นเล็กน้อย แต่เต็มไปด้วยความเครียด

“ดี!” ชายชุดดำหัวหน้าแสยะยิ้มเย็นชา

“วันนี้นายต้องเคลียร์หนี้ห้าล้าน ถ้าไม่มี... ก็เตรียมเอาชีวิตไปแลกซะ!”

อาวุธครบมือในมือพวกมันแวววับสะท้อนกับแสงแดดยามเช้า

“อย่าทำอะไรพ่อฉันนะ! ไอ้พวกสารเลว!”

ลิปดาวิ่งเข้าไปขวาง ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตา

พอลพยายามพุ่งตามไปช่วย แต่กลับถูกชายอีกสองคนกระชากแขน ล็อกไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก

“ปล่อยกู! ไอ้เวร ปล่อยนะโว้ย!” เ

ขาดิ้นสุดแรง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและสิ้นหวัง

“แต่ไม่มีเงินก็ไม่เป็นไร...”

ชายชุดดำกระตุกยิ้มมุมปาก เสียงทุ้มต่ำแฝงอันตราย

“วิธีเดียวที่จะใช้หนี้หรือขัดดอกได้... ก็คือส่งลูกสาวแกไปกับพวกเรา หน้าตาอย่างลูกสาวแกน่าจะพอเป็นนางบำเรอนายพวกเราได้อยู่”

“อย่าแตะต้องเธอเด็ดขาด! เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่พวกแกจะมายุ่งด้วยได้!”

พอลพูดเสียงเข้ม เส้นเลือดบนขมับปูดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ลิปดาหันไปมองพ่อด้วยน้ำตาคลอเบ้า

“พ่อคะ... เป็นเรื่องจริงหรือคะ ที่พ่อติดหนี้พนันห้าล้าน?”

นิคมเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนถอนหายใจหนัก พยักหน้าช้า ๆ ดวงตาหม่นหมอง

“พ่ออยากได้เงินมารักษาแม่... พ่อหลงเชื่อคำพูดพวกมัน คิดว่าจะหาเงินมาคืนได้ แต่สุดท้ายกลับหมดตัว...”

“พ่อ!”

เสียงลิปดาสั่นเครือ

“ทั้งที่พ่อสอนพวกเราเองว่าอย่าข้องเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้... แต่ทำไมพ่อถึงทำแบบนี้คะ...”

น้ำตาไหลพรากลงอาบแก้ม ราวกับหัวใจกำลังแตกสลาย

นิคมน้ำตาไหลอาบแก้ม มือสั่นยกมือขึ้นปิดหน้า

“พ่อ... ขอโทษ... พ่อมันเลว...” เสียงเขาสั่นเครือเต็มไปด้วยความเสียใจและความผิดหวังในตัวเอง

รำพึงยืนเงียบอยู่ด้านหลัง เธอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนพูดเสียงนุ่มแต่หนักแน่น

“เอาบ้านหลังนี้ไปไปแทนได้ไหม อย่าเอาลูกสาวฉันไปเลย”

คำพูดของเธอเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความห่วงใย เธอไม่โกรธสามี เพราะรู้ดีว่า นิคมรักเธอมากเพียงใด ถึงแม้จะทำสิ่งที่ผิดพลาดจนทำให้ครอบครัวต้องตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก

“แม่... แม่ไม่สบาย ทำไมออกมาละค่ะ?”

ลิปดาปาดน้ำตา ดวงตาแดงก่ำด้วยความกลัว

ชายชุดดำยังยืนกราน กดดันจนบรรยากาศในบ้านอึดอัด

“เลือกเอา... จะยอมตายเอง หรือจะให้ลูกสาวแกไปใช้หนี้ขัดดอก”

รำพึงทรุดตัวลง ร้องไห้สะอึกสะอื้น นิคมคุกเข่าลงข้าง ๆ เธอ พอลยืนสั่นด้วยความโกรธ น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

“ว่าไง... เลือกเร็ว พวกเราไม่มีเวลารอคำตอบเป็นวันหรอกนะ”

ชายชุดดำตะคอกเสียงต่ำ ก้าวเข้ามาใกล้ราวกับจะกดทับทุกความหวัง

นิคมสูดหายใจลึก กำมือแน่น น้ำเสียงแน่วแน่

“เอาชีวิตฉันไป... ปล่อยลูกสาวฉันเถอะ!”

“พ่อ!”

ลิปดาตะโกนสุดเสียง น้ำตาไหลพราก เธอวิ่งเข้ามากอดนิคมแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความกลัวและความเจ็บปวด

“ลิปดาถ้าพ่อจากไปทุกอย่างจะได้จบนะลูก”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงรักมาเฟียเถื่อน   บทที่ 60 งานวิวาห์ (จบบริบูรณ์)

    งานวิวาห์ลิปดา&มาร์คบ้านพักตากอากาศที่เขาใหญ่ ท่ามกลางสายลมเย็นและหมอกบาง ๆ ที่ค่อย ๆ ลอยละล่องอยู่เหนือยอดไม้ งานแต่งงานของลิปดาและมาร์คถูกจัดขึ้นอย่างงดงามในสวนกุหลาบสีขาวที่กลีบดอกบานสะพรั่งเต็มไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ซึ่งผสมผสานกับบรรยากาศที่เขียวชอุ่ม ทำให้ทุกคนที่เข้ามารู้สึกสงบและอบอุ่นไปพร้อมกันพิธีจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมาย คุณปู่ของมาร์คยืนอยู่ด้านหน้า มองหลานชายและหลานสะใภ้ด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม พ่อแม่ของลิปดาก็ยืนอยู่ข้าง ๆ ส่งรอยยิ้มเต็มใบหน้าให้กับทั้งคู่คู่บ่าวสาวสวมชุดที่หรูหราสมกับทายาทธุรกิจหมื่นล้าน มาร์คสวมสูทสีเข้ม ตัดกับผ้าไหมขาวบริสุทธิ์ของลิปดา ทำให้เธอดูสง่างามและงดงามดั่งเจ้าหญิงที่หลุดออกมาจากเทพนิยายยี่หวาและพอล แก้มบุ๋มและกริช รวมถึงคุณปัญญาเลขา และเพื่อน ๆ แขกผู้มีเกียรติอีกมากมาย ต่างยืนจับมือ ส่งยิ้มอย่างอิ่มเอม พวกเขามองคู่บ่าวสาวด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรักและความยินดี“คู่บ่าวสาว สวยหล่อเหมาะสมกันมาก”“เจ้าสาวสวยเหมือนดาราเลย”“เจ้าบ่าวหล่อจนฉันอยากเป็นเจ้าสาวเสียเอง”“วาสนาเจ้าสาวมากได้สามีหล่อ”“อิจฉาเจ้าบ่าวเจ้าสาวสวยยังกะนางฟ้า”"เมื่

  • บ่วงรักมาเฟียเถื่อน   บทที่ 59 ความอบอุ่นยามเช้า

    ฝนเริ่มตกปรอย ๆ บรรยากาศเงียบสงบ ยี่หวาที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เธอเดินขึ้นเตียงที่พอลนอนรอเธออยู่ด้วยความหวัง“ยี่หวา ที่นี่อากาศดีจังเลย มาให้พี่กอดหน่อยสิครับ”“ให้กอดได้ค่ะ อยากกอดนานขนาดไหนก็ได้หมดเลย”พอลยิ้มแล้วดึงร่างเธอเข้ามาใกล้“แล้วถ้าพี่ขออย่างอื่น จะได้ไหม”ยี่หวายิ้มบางก่อนจะเอ่ย“ก็ต้องบอกมาก่อนว่าจะขออะไร”ยี่หวาพูดพร้อมสบตาเขา เธอพอจะรู้คำตอบ เมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“ก็จะขอ...ทำลูกสะหน่อย”เขาพูดพลางขยับอ้อมกอดแน่น“เดี๋ยวก่อนค่ะ...มีอะไรจะบอกค่ะ”พอลเลิกคิ้ว“อะไรครับ... พูดแบบนี้พี่ใจไม่ดีนะ”“รอบเดือนมาเมื่อครู่ค่ะ… เสียใจด้วยนะคะพี่พอล”พอลทำหน้าตกใจเล็กน้อย“โหย… ยี่หวา ทำไม.... ทำไมต้องเป็นพี่ด้วยที่มีแต่อุปสรรค”ยี่หวาพยักหน้าเบา ๆ“ช่วยไม่ได้ค่ะ”พอลยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางกระซิบ“งั้นพี่จะขอฝ่าไฟแดงนะ...ได้ไหม?”ยี่หวาหัวเราะเบา ๆ แต่หัวใจกลับอบอุ่นไปด้วยความใกล้ชิด“ไม่ได้ค่ะ ต้องรอให้หมดรอบเดือนก่อน เพราะมันไม่สะอาดนะคะ”“รออีกกี่วันอ่า… พี่จะอดใจไม่ไหวแล้วเนี่ย”“มาค่ะ มานอนกอดกันให้อุ่นดีกว่า เรารักกันแบบมองข้ามเรื่องเซ็กส์ไปก่อนเนอะ”“ใครจะมองข้ามก็มองไป ส่วนพี่

  • บ่วงรักมาเฟียเถื่อน   บทที่ 58 ฉันคุมเกม (NC20++)

    แสงอาทิตย์ยามเย็นค่อย ๆ ลับขอบเขา อุณหภูมิลดลงจนไอหนาวเริ่มล้อมรอบบ้านพักตากอากาศเสียงจิ้งหรีดแผ่วเบาปะปนกับเสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อนที่กำลังช่วยกันจัดโต๊ะอาหารตรงลานหน้าบ้านหลอดไฟเล็ก ๆ ถูกแขวนเรียงเป็นสายเหนือศีรษะ แสงไฟสีส้มอ่อนส่องกระทบไอหมอกบาง ๆ ที่ลอยคลอเคลียอยู่รอบตัว ราวกับเพิ่มประกายให้ค่ำคืนนี้มีมนตร์เสน่ห์ยิ่งขึ้น“แก้วนี้เพื่อมิตรภาพของพวกเรา!”กริชพูดพลางยกแก้วขึ้น เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมเสียงแก้วกระทบกันเบา ๆกลิ่นอาหารปิ้งย่างลอยแตะจมูก ลิปดานั่งย่างเห็ดร้อน ๆ ให้ทุกคน ส่วนมาร์คนั่งอยู่ข้าง ๆ เธอ คอยยื่นผ้าคลุมไหล่ให้เมื่อเห็นว่าเธอสั่นหนาวเล็กน้อย“อากาศเย็นแบบนี้ ต้องอยู่ใกล้เตาไฟหน่อยครับ เดี๋ยวจะไม่สบาย”เสียงของมาร์คอ่อนโยนจนลิปดาเผลอยิ้ม เธอพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเอนตัวพิงไหล่เขาอย่างอาย ๆรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงเพลงเบา ๆ จากลำโพง เสียงพูดคุยหยอกล้อของเพื่อน และกลิ่นหอมของอาหารที่อบอวลอยู่ในอากาศทั้งหมดนั้นผสมกันเป็นภาพของ “ความสุขเรียบง่าย”แก้มบุ๋มหันไปยิ้มให้กริช“หนาวจังเลย แต่ไฟตรงนี้อบอุ่นมาก”“อุ่นเพราะนั่งใกล้ผมหรือเปล่าครับ”กริชหัวเราะ พลางเอื้อมมือไป

  • บ่วงรักมาเฟียเถื่อน   บทที่ 57 ทริปเขาใหญ่

    สายหมอกบางลอยอ้อยอิ่งเหนือยอดไม้ กลิ่นดินชื้นหลังฝนตกเมื่อคืนแตะจมูกเบา ๆ บ้านพักตากอากาศตั้งอยู่ท่ามกลางความเขียวขจีของเขาใหญ่ปลายฝนต้นหนาว...อากาศเย็นพอดี แสงแดดยามเช้าทาบลงบนพื้นหญ้าเป็นประกาย เหล่าเพื่อนสนิทยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ พลางมองทิวเขาไกล ๆ ด้วยรอยยิ้ม“บรรยากาศยามเช้าดีมากเลยนะ ไอ้มาร์ค”กริชพูดพลางวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้“ยิ่งตอนเย็น ตอนพระอาทิตย์ตกท่ามกลางไอหมอก บอกเลย...ฟินสุด ๆ เมื่อคืนพวกเรามาถึงดึกไปหน่อยเลยพลาดวิวไป”มาร์คเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ“พี่พอลหลับสบายไหมครับเมื่อคืน?”มาร์คถามขึ้นในฐานะเจ้าบ้าน“หลับเป็นตายเลย พี่ง่วงมาก”พอลตอบพร้อมรอยยิ้มกว้าง“แสดงว่าเมื่อคืนไม่มีใครได้ทำกิจกรรมเลยสิ มัวแต่หลับกันหมด ฮ่า ๆ”กริชแซวเสียงดัง จนทุกคนหัวเราะตาม“คืนนี้คงต้องจัดให้สมกับบรรยากาศเป็นใจ ว่าแต่...ฝนจะตกไหมมาร์ค?”“ตกครับ บรรยากาศดี เป็นใจกับทุกคนเลย...ยกเว้นผม หมอห้าม”มาร์คพูดติดตลก“เอ็นดูมึงจริง ๆ ว่ะ มาร์ค ฮ่า ๆ ๆ”กริชหัวเราะลั่น“แต่กูมีความสุขมากนะเว้ย...กูมีลูกน้อย รอวันที่เขาจะออกมาลืมตาดูโลก”“พี่ยินดีด้วยจริง ๆ พี่ก็จะได้มีหลานกับเขาแล้ว”พอลพูดพลางตบบ่

  • บ่วงรักมาเฟียเถื่อน   บทที่ 56 ฉันให้อภัยคุณ

    มาร์คขับรถพุ่งไปตามถนนลูกรังที่เต็มไปด้วยฝุ่นและโคลนจากฝนที่ตกพรำ เขาไม่มองสิ่งรอบข้าง มีเพียงภาพโครงการบ้านริมน้ำที่ไฟลุกโชนอยู่ในสมองเมื่อมาถึง หน้างานเต็มไปด้วยกลุ่มคนงานที่วิ่งวุ่น แสงไฟสีส้มแดงกะพริบสะท้อนควันหนาทึบ มาร์คกระโดดลงจากรถทันที ร่างสูงเหยียบพื้นดินอย่างมั่นคง แม้ควันจะร้อนจนแทบหายใจไม่ออกมาร์คมองเข้าไปในอาคารที่ไฟกำลังลุกโชน เปลวไฟสีส้มแดงสะท้อนบนตัวบ้าน“คุณปัญญา คนงานติดอยู่กี่คน?”“เจ็ดคนครับคุณมาร์ค ตอนนี้นักดับเพลิงกำลังเร่งช่วยเหลืออยู่”เสียงนายปัญญาเลขาตอบอย่างร้อนรนสายตาของมาร์คจับจ้องไปที่เงาของคนงานบางส่วนที่ติดอยู่ในอาคารหัวใจเขาเต้นแรง แต่สายตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว“ผมจะเข้าไปใกล้ ๆ เผื่อมีใครออกมา จะได้ช่วยส่งต่อให้กับหน่วยกู้ภัย”"ไปพวกเราไปช่วยคุณมาร์ค"นายปัญญาสั่งเหล่าลูกน้องและบอดี้การ์ดมาร์คก้าวเท้าเข้าไปท่ามกลางควันหนาและเปลวไฟ เสียงกรีดร้องเบา ๆ ของคนงานดังแทรกอยู่ในความมืดมือของมาร์คมั่นคงและรวดเร็ว เขาช่วยดึงคนงานออกมาทีละคนจากนักดับเพลิง แล้วส่งต่อให้ทีมกู้ภัยจนแน่ใจว่าทุกคนออกมาอย่างปลอดภัย“ทั้งเจ็ดคนปลอดภัยทุกคนใช่ไหมครับ?” เข

  • บ่วงรักมาเฟียเถื่อน   บทที่ 55 ห่วงเขา

    คฤหาสน์ตระกูล วิวัฒน์วงศ์พานิชเสียงเครื่องยนต์ของรถหรูเงียบลงเมื่อรถจอดเทียบหน้าคฤหาสน์ใหญ่โอ่อ่า ประตูไม้แกะสลักหรูหราถูกเปิดออกท่ามกลางสวนสวยที่จัดไว้อย่างประณีตมาร์ครีบอ้อมมาเปิดประตูรถให้หญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ ด้วยท่าทีสุภาพ“เชิญครับ คุณผู้หญิง”เขาว่าพลางแกล้งยิ้มแซวเบา ๆลิปดาเหลือบมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะก้าวลงจากรถอย่างสง่างามโดยไม่พูดอะไร รอยยิ้มยังไม่ปรากฏบนใบหน้าเพราะเธอยังโกรธเขาอยู่“คุณลิปดามาแล้วค่ะคุณท่าน”เสียงแม่บ้านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนอบน้อมไม่นาน ชายชราในชุดผ้าแพรสีอ่อนก็ปรากฏขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น“อ้าว... ลิปดามาหาปู่แล้วเหรอ ดีใจจังเลยหลานสะใภ้ปู่”“สวัสดีค่ะคุณปู่”เธอกล่าวเสียงสุภาพพร้อมยกมือไหว้“เอ้อ ๆ มานั่งก่อนลูก มานั่งก่อน”น้ำเสียงของคุณปู่เต็มไปด้วยความเอ็นดู“ปู่ขอบใจหนูมากนะที่ยังนึกถึงคนแก่ อุตส่าห์มาหาปู่วันนี้”ลิปดายิ้มบาง ๆ“ต้องมาสิคะ ลิปดาต้องมาเยี่ยมคุณปู่อยู่แล้ว”คุณปู่หัวเราะเสียงดังอย่างพอใจ“ปู่อยู่คนเดียวก็เหงา มีหลาน ๆ มาเยี่ยมปู่ดีใจมาก ๆ”“ลิปดาไม่ปล่อยให้คุณปู่เหงาหรอกค่ะ”“หลานสะใภ้ปู่ช่างน่ารักเสมอ อ่อเห็นเจ้ามาร์คบอกว่าหนูตั้งครร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status