LOGIN“แต่พ่อค่ะ…ลิปดาคือลูกของพ่อ ลิปดาจะไม่ยอมให้พ่อต้องจากไปแบบนี้แน่ค่ะ”
“ลิปดา…” นิคมพูดเสียงสั่น น้ำตาเอ่อคลอ
“ลิปดาโตแล้วค่ะ ขอให้ลิปดาได้ตัดสินใจนะคะพ่อ ลิปดาคือส่วนหนึ่งของครอบครัว เมื่อครอบครัวเจอกับปัญหา ลิปดาจะไม่ทอดทิ้งครอบครัวค่ะ”
“ไม่นะ…ลูก…” นิคมพูดทั้งน้ำตา ใจแทบขาด ทุกคนในครอบครัวต่างเจ็บปวด
“ลิปดาเลือกที่จะไปใช้หนี้ให้พ่อค่ะ พี่ค่ะช่วยดูแลพ่อแม่แทนลิปดาด้วยนะคะ อย่าห่วงลิปดา… หนูเข้มแข็งกว่าที่คิดค่ะ”
“ลิปดา!…” พอลพูดออกมาเพียงเสียงสั่น เขารู้สึกเจ็บที่ช่วยเหลือน้องและครอบครัวไม่ได้
รำพึงนั่งอยู่กับพื้น ร้องไห้เจ็บปวด เธอเจ็บปวดที่เห็นลูกสาวต้องแบกรับภาระแบบนี้
ลิปดาเดินมานั่งลงข้าง ๆ กอดแม่ไว้ทันที
“แม่ค่ะ… ไม่เป็นไรนะ ลิปดาเรียนจบอย่างที่แม่หวังแล้ว การที่ลิปดาจะไปเป็นภรรยามาเฟียมันก็ไม่น่าจะแย่ขนาดนั้น หนูเอาตัวรอดได้ค่ะ แม่อย่าห่วงเลยนะ จากนี้ไปแม่กับพ่อและพี่… ต้องดูแลตัวเองนะคะ ไว้ลิปดาจะมาเยี่ยมค่ะ”
อาคมเดินเข้ามาโอบกอดลูกสาวและภรรยา พอลก็เดินเข้ามาร่วมกอดครอบครัว บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้า
“พอแล้ว...นี่จะลากันอีกนานไหม ไปได้แล้ว” เสียงตะโกนขู่ดังขึ้นจากชายชุดดำ
“ลิปดาไปก่อนนะคะพ่อแม่ … ไม่ต้องเป็นห่วงลิปดาค่ะ หนูจะกลับมาเยี่ยมทุกคนนะ”
รำพึงร้องไห้ ปาดน้ำตา กอดลูกสาวแน่นราวกับไม่อยากปล่อย
“แม่อย่าร้องนะคะ หนูจะกลับมา… ลูกสาวแม่เข้มแข็งพอค่ะ”
ลิปดาลุกขึ้น หันกลับมาแล้วยิ้มฝืน ๆ
“หนูไปนะคะ” เธอก้าวออกไป พร้อมชายชุดดำสี่คนที่เดินตามมายังรถหรู
เธอร้องไห้ออกมาแบบไม่มีเสียง พยายามเก็บความรู้สึกไว้ข้างใน ไม่อยากให้ครอบครัวต้องเป็นห่วง
ทันทีที่ประตูรถเปิด ลิปดาตกใจจนแทบล้ม เธอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“คุณ…” เธออุทานออกมาอย่างตกใจ ชายคนที่เธอเคยเจอที่ผับเมื่อคืน... คนที่เคยขอซื้อตัวเธอ… เขาคือเจ้าหนี้ของพ่อเธอเองหรือ
“ว่าไงลิปดา ...ผมบอกคุณแล้วว่าคุณก็คือผู้หญิงของผม”
ลิปดามองดูเขาด้วยความสบสน ทำไมเรื่องทุกอย่างถึงเกี่ยวข้องกับเขาแบบนี้
“คุณทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ตัวฉันแค่นั้นหรือ”
“เปล่า...ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย มันเป็นเรื่องบังเอิญที่พ่อคุณเป็นหนี้ในบ่อนของผม ผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่าผู้หญิงที่จะมาขัดดอกคือคุณ ช่างโชคดีเสียจริง”
“ไอ้เลว…คุณทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนสินะ”
เขายิ้มเย็นชา ราวกับมองเห็นความกลัวของเธอเป็นของเล่น
“ไม่ทุกคน… เพราะคนอื่น ๆ ผมให้เป็นของเล่นของลูกน้องผม แต่คุณ… ผมจะเก็บไว้เล่นเอง”
คำพูดของเขากระแทกหัวใจลิปดา เธอรู้ทันทีว่า เขาเป็นมาเฟียที่โหดเหี้ยม และเพียงคำสั่งเดียวจากเขา… พ่อและเธออาจตกอยู่ในอันตราย
“เอ่อ… ฉัน…” เธอแทบพูดไม่ออก
เขาขยับเข้ามาใกล้ ใกล้จนลมหายใจร้อนรดใบหน้า ลิปดาพยายามถอยหนี
“ถ้าขยับอีก… ผมนจะถือว่าคุณไม่อยากนั่งรถคันนี้... และผมจะให้ลูกน้องโยนคุณลงไป”
ความหวาดกลัวแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ลิปดากัดริมฝีปากแน่น น้ำตาเริ่มเอ่อ
แม้เขาจะเป็นมาเฟียแสนโหด แต่เมื่อเห็นผู้หญิงที่ตัวเองอยากครอบครองมีน้ำตา ใจเขาเองก็สั่นไหวอย่างห้ามไม่ได้ …ทว่าความเป็นมาเฟียไม่อนุญาตให้เขาอ่อนแอให้ใครเห็น
“เลิกร้องไห้เสียที… ลำคาญ”
น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยออกมาไม่ตรงกับความรู้สึกจริง เขาโยนผ้าเช็ดหน้าลงบนตักเธอ ก่อนขยับตัวถอยห่าง เกรงว่าจะทำให้เธออึดอัดเกินไป
ลิปดาเงยหน้ามองเพียงหัวไหล่กว้าง เขาเอียงหน้าออกไปนอกหน้าต่าง สีหน้าไร้อารมณ์ แต่กำมือบนตักแน่นจนเส้นเลือดปูด ความสั่นไหวที่พยายามซ่อนยังคงชัดเจนในแววตา
เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาเงียบ ๆ
บรรยากาศภายในรถเย็นเยียบ รถแล่นออกตัวเมืองกรุงเทพ มุ่งหน้าไปสู่บ้านพักตากอากาศเขาใหญ่ของประเทศไทย
ลิปดามองออกไปนอกหน้าต่างเธอพอจะรู้ดีว่าครั้งนี้เธอออกจากบ้านมาไกล เธอไม่รู้ว่าภายภาคหน้าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง แต่เธอก็พร้อมยอมรับชะตากรรม เพราะเธอเลือกที่จะเป็นแบบนี้เอง
เมื่อรถจอดสนิท เสียงเครื่องยนต์ดับลง ความเงียบก็เข้ามาแทนที่ทันที
ลิปดาเม้มปากแน่น มือกำผ้าเช็ดหน้าไว้จนสั่น เธอไม่กล้าลงจากรถ แต่เสียงทุ้มเย็นชาของเขาก็ดังขึ้น
“ลงมา…”
เพียงคำสั้น ๆ แต่กลับกดดันราวกับคำสั่งตัดสินชะตา ลิปดาลังเล ก่อนค่อย ๆ ขยับตัวลงจากรถ ขาของเธอสั่นเล็กน้อยทันทีที่สัมผัสพื้นหินกรวดเย็นเฉียบ
เขาเดินนำหน้าโดยไม่หันกลับมามอง เหมือนมั่นใจว่าเธอต้องเดินตามอย่างเลี่ยงไม่ได้
บ้านพักสไตล์โมเดิร์นตรงหน้าสง่างาม หรูหรา แต่กลับเย็นชาไม่ต่างอะไรจากเจ้าของมัน กระจกใสสะท้อนแสงไฟยามค่ำ เงาร่างของเธอเล็กจิ๋วเมื่อเทียบกับโครงสร้างโอ่อ่าที่สูงใหญ่
“ตั้งแต่วันนี้ไป… ที่นี่คือที่อยู่ของคุณ” เขาหยุดยืนหน้าประตู หันกลับมามองด้วยสายตานิ่งสนิท
ลิปดากำผ้าเช็ดหน้าไว้แน่น น้ำตาที่คิดว่าจะหยุดกลับเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง
“ฉัน…ต้องอยู่ที่นี่เพื่อขัดดอกนานแค่ไหนคะ” เสียงสั่นเครือหลุดออกมา เธอไม่กล้ามองสบตาเขา แต่ก็จำใจถาม อย่างน้อยเธออยากรู้ว่าฝันร้ายนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่
ริมฝีปากเขาโค้งยิ้มเล็กน้อย แต่รอยยิ้มนั้นกลับเย็นเยียบจนน่าขนลุก
“ทำไมล่ะ ยังไม่ทันลองอยู่เลยก็อยากถอนตัวแล้วหรือ… เธอต้องอยู่ที่นี่กับฉัน ตลอดไป และถ้าเธอกล้าหนี… พ่อของเธอ ตาย”
หัวใจลิปดากระตุกวูบ ความสิ้นหวังตีตื้นขึ้นมาจุกอก เธอพึมพำเสียงสั่น
“แล้วถ้าฉันหาเงินห้าล้านมาคืนคุณได้…คุณจะยอมปล่อยฉันไปหรือเปล่า”
แววตาเขาเย็นชา ริมฝีปากคลี่ยิ้มร้าย
“ก็ต้องดูก่อนว่าผมพอใจคุณแค่ไหน… จะปล่อยหรือไม่ มันขึ้นอยู่กับว่า…ผมเล่นเบื่อแล้วหรือยัง”
ลิปดาหลับตาแน่น น้ำตาไหลพราก ความจริงกระแทกใจอย่างโหดร้าย การก้าวเข้ามาที่นี่ ก็คือการก้าวเข้าสู่โลกของเขา โลกที่เธออาจไม่มีวันหลุดพ้นไปได้ง่าย ๆ
“คุณมันคนเลว… ไอ้มาเฟียใจโหด” เธอพึมพำทั้งน้ำตา เสียงสั่นจนแทบฟังไม่ออก
เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดเสียงเรียบ
“คืนนี้คุณนอนห้องเดียวกับผม และอย่าคิดหนีไปไหน เพราะถ้าอยู่ห่างจากผมเมื่อไหร่…ลูกน้องผมอาจจะจับคุณทำเมียแทนก็ได้”
ลิปดาเงยหน้ามองเขาด้วยทั้งโกรธ ทั้งเจ็บปวด แต่ไม่มีคำไหนพอจะสู้กับคำพูดของเขาได้ สุดท้ายได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรม เธอก้าวขาเดินเข้าไปในห้องนอนด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง
เธอคิดว่าตัวเองจะได้พักหายใจบ้าง แต่เสียงทุ้มเข้มของเขากลับดังตามมา ก่อนประตูห้องจะปิดลง
“คืนนี้…คุณไม่ได้มีสิทธิ์แค่พักผ่อน แต่ต้องเริ่มเรียนรู้หน้าที่ของ ผู้หญิงของมาเฟีย ตั้งแต่คืนนี้”
ริมฝีปากเขาโค้งยิ้มเย็นชา แววตากดดันจนลิปดาใจสั่นไม่เป็นจังหวะ
หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบระเบิดเพราะรู้ดีว่า คืนนี้จะไม่ใช่เพียงการนอนหลับธรรมดาอีกต่อไป…
งานวิวาห์ลิปดา&มาร์คบ้านพักตากอากาศที่เขาใหญ่ ท่ามกลางสายลมเย็นและหมอกบาง ๆ ที่ค่อย ๆ ลอยละล่องอยู่เหนือยอดไม้ งานแต่งงานของลิปดาและมาร์คถูกจัดขึ้นอย่างงดงามในสวนกุหลาบสีขาวที่กลีบดอกบานสะพรั่งเต็มไปด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ซึ่งผสมผสานกับบรรยากาศที่เขียวชอุ่ม ทำให้ทุกคนที่เข้ามารู้สึกสงบและอบอุ่นไปพร้อมกันพิธีจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมาย คุณปู่ของมาร์คยืนอยู่ด้านหน้า มองหลานชายและหลานสะใภ้ด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม พ่อแม่ของลิปดาก็ยืนอยู่ข้าง ๆ ส่งรอยยิ้มเต็มใบหน้าให้กับทั้งคู่คู่บ่าวสาวสวมชุดที่หรูหราสมกับทายาทธุรกิจหมื่นล้าน มาร์คสวมสูทสีเข้ม ตัดกับผ้าไหมขาวบริสุทธิ์ของลิปดา ทำให้เธอดูสง่างามและงดงามดั่งเจ้าหญิงที่หลุดออกมาจากเทพนิยายยี่หวาและพอล แก้มบุ๋มและกริช รวมถึงคุณปัญญาเลขา และเพื่อน ๆ แขกผู้มีเกียรติอีกมากมาย ต่างยืนจับมือ ส่งยิ้มอย่างอิ่มเอม พวกเขามองคู่บ่าวสาวด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรักและความยินดี“คู่บ่าวสาว สวยหล่อเหมาะสมกันมาก”“เจ้าสาวสวยเหมือนดาราเลย”“เจ้าบ่าวหล่อจนฉันอยากเป็นเจ้าสาวเสียเอง”“วาสนาเจ้าสาวมากได้สามีหล่อ”“อิจฉาเจ้าบ่าวเจ้าสาวสวยยังกะนางฟ้า”"เมื่
ฝนเริ่มตกปรอย ๆ บรรยากาศเงียบสงบ ยี่หวาที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ เธอเดินขึ้นเตียงที่พอลนอนรอเธออยู่ด้วยความหวัง“ยี่หวา ที่นี่อากาศดีจังเลย มาให้พี่กอดหน่อยสิครับ”“ให้กอดได้ค่ะ อยากกอดนานขนาดไหนก็ได้หมดเลย”พอลยิ้มแล้วดึงร่างเธอเข้ามาใกล้“แล้วถ้าพี่ขออย่างอื่น จะได้ไหม”ยี่หวายิ้มบางก่อนจะเอ่ย“ก็ต้องบอกมาก่อนว่าจะขออะไร”ยี่หวาพูดพร้อมสบตาเขา เธอพอจะรู้คำตอบ เมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“ก็จะขอ...ทำลูกสะหน่อย”เขาพูดพลางขยับอ้อมกอดแน่น“เดี๋ยวก่อนค่ะ...มีอะไรจะบอกค่ะ”พอลเลิกคิ้ว“อะไรครับ... พูดแบบนี้พี่ใจไม่ดีนะ”“รอบเดือนมาเมื่อครู่ค่ะ… เสียใจด้วยนะคะพี่พอล”พอลทำหน้าตกใจเล็กน้อย“โหย… ยี่หวา ทำไม.... ทำไมต้องเป็นพี่ด้วยที่มีแต่อุปสรรค”ยี่หวาพยักหน้าเบา ๆ“ช่วยไม่ได้ค่ะ”พอลยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางกระซิบ“งั้นพี่จะขอฝ่าไฟแดงนะ...ได้ไหม?”ยี่หวาหัวเราะเบา ๆ แต่หัวใจกลับอบอุ่นไปด้วยความใกล้ชิด“ไม่ได้ค่ะ ต้องรอให้หมดรอบเดือนก่อน เพราะมันไม่สะอาดนะคะ”“รออีกกี่วันอ่า… พี่จะอดใจไม่ไหวแล้วเนี่ย”“มาค่ะ มานอนกอดกันให้อุ่นดีกว่า เรารักกันแบบมองข้ามเรื่องเซ็กส์ไปก่อนเนอะ”“ใครจะมองข้ามก็มองไป ส่วนพี่
แสงอาทิตย์ยามเย็นค่อย ๆ ลับขอบเขา อุณหภูมิลดลงจนไอหนาวเริ่มล้อมรอบบ้านพักตากอากาศเสียงจิ้งหรีดแผ่วเบาปะปนกับเสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อนที่กำลังช่วยกันจัดโต๊ะอาหารตรงลานหน้าบ้านหลอดไฟเล็ก ๆ ถูกแขวนเรียงเป็นสายเหนือศีรษะ แสงไฟสีส้มอ่อนส่องกระทบไอหมอกบาง ๆ ที่ลอยคลอเคลียอยู่รอบตัว ราวกับเพิ่มประกายให้ค่ำคืนนี้มีมนตร์เสน่ห์ยิ่งขึ้น“แก้วนี้เพื่อมิตรภาพของพวกเรา!”กริชพูดพลางยกแก้วขึ้น เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมเสียงแก้วกระทบกันเบา ๆกลิ่นอาหารปิ้งย่างลอยแตะจมูก ลิปดานั่งย่างเห็ดร้อน ๆ ให้ทุกคน ส่วนมาร์คนั่งอยู่ข้าง ๆ เธอ คอยยื่นผ้าคลุมไหล่ให้เมื่อเห็นว่าเธอสั่นหนาวเล็กน้อย“อากาศเย็นแบบนี้ ต้องอยู่ใกล้เตาไฟหน่อยครับ เดี๋ยวจะไม่สบาย”เสียงของมาร์คอ่อนโยนจนลิปดาเผลอยิ้ม เธอพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเอนตัวพิงไหล่เขาอย่างอาย ๆรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงเพลงเบา ๆ จากลำโพง เสียงพูดคุยหยอกล้อของเพื่อน และกลิ่นหอมของอาหารที่อบอวลอยู่ในอากาศทั้งหมดนั้นผสมกันเป็นภาพของ “ความสุขเรียบง่าย”แก้มบุ๋มหันไปยิ้มให้กริช“หนาวจังเลย แต่ไฟตรงนี้อบอุ่นมาก”“อุ่นเพราะนั่งใกล้ผมหรือเปล่าครับ”กริชหัวเราะ พลางเอื้อมมือไป
สายหมอกบางลอยอ้อยอิ่งเหนือยอดไม้ กลิ่นดินชื้นหลังฝนตกเมื่อคืนแตะจมูกเบา ๆ บ้านพักตากอากาศตั้งอยู่ท่ามกลางความเขียวขจีของเขาใหญ่ปลายฝนต้นหนาว...อากาศเย็นพอดี แสงแดดยามเช้าทาบลงบนพื้นหญ้าเป็นประกาย เหล่าเพื่อนสนิทยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ พลางมองทิวเขาไกล ๆ ด้วยรอยยิ้ม“บรรยากาศยามเช้าดีมากเลยนะ ไอ้มาร์ค”กริชพูดพลางวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้“ยิ่งตอนเย็น ตอนพระอาทิตย์ตกท่ามกลางไอหมอก บอกเลย...ฟินสุด ๆ เมื่อคืนพวกเรามาถึงดึกไปหน่อยเลยพลาดวิวไป”มาร์คเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ“พี่พอลหลับสบายไหมครับเมื่อคืน?”มาร์คถามขึ้นในฐานะเจ้าบ้าน“หลับเป็นตายเลย พี่ง่วงมาก”พอลตอบพร้อมรอยยิ้มกว้าง“แสดงว่าเมื่อคืนไม่มีใครได้ทำกิจกรรมเลยสิ มัวแต่หลับกันหมด ฮ่า ๆ”กริชแซวเสียงดัง จนทุกคนหัวเราะตาม“คืนนี้คงต้องจัดให้สมกับบรรยากาศเป็นใจ ว่าแต่...ฝนจะตกไหมมาร์ค?”“ตกครับ บรรยากาศดี เป็นใจกับทุกคนเลย...ยกเว้นผม หมอห้าม”มาร์คพูดติดตลก“เอ็นดูมึงจริง ๆ ว่ะ มาร์ค ฮ่า ๆ ๆ”กริชหัวเราะลั่น“แต่กูมีความสุขมากนะเว้ย...กูมีลูกน้อย รอวันที่เขาจะออกมาลืมตาดูโลก”“พี่ยินดีด้วยจริง ๆ พี่ก็จะได้มีหลานกับเขาแล้ว”พอลพูดพลางตบบ่
มาร์คขับรถพุ่งไปตามถนนลูกรังที่เต็มไปด้วยฝุ่นและโคลนจากฝนที่ตกพรำ เขาไม่มองสิ่งรอบข้าง มีเพียงภาพโครงการบ้านริมน้ำที่ไฟลุกโชนอยู่ในสมองเมื่อมาถึง หน้างานเต็มไปด้วยกลุ่มคนงานที่วิ่งวุ่น แสงไฟสีส้มแดงกะพริบสะท้อนควันหนาทึบ มาร์คกระโดดลงจากรถทันที ร่างสูงเหยียบพื้นดินอย่างมั่นคง แม้ควันจะร้อนจนแทบหายใจไม่ออกมาร์คมองเข้าไปในอาคารที่ไฟกำลังลุกโชน เปลวไฟสีส้มแดงสะท้อนบนตัวบ้าน“คุณปัญญา คนงานติดอยู่กี่คน?”“เจ็ดคนครับคุณมาร์ค ตอนนี้นักดับเพลิงกำลังเร่งช่วยเหลืออยู่”เสียงนายปัญญาเลขาตอบอย่างร้อนรนสายตาของมาร์คจับจ้องไปที่เงาของคนงานบางส่วนที่ติดอยู่ในอาคารหัวใจเขาเต้นแรง แต่สายตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว“ผมจะเข้าไปใกล้ ๆ เผื่อมีใครออกมา จะได้ช่วยส่งต่อให้กับหน่วยกู้ภัย”"ไปพวกเราไปช่วยคุณมาร์ค"นายปัญญาสั่งเหล่าลูกน้องและบอดี้การ์ดมาร์คก้าวเท้าเข้าไปท่ามกลางควันหนาและเปลวไฟ เสียงกรีดร้องเบา ๆ ของคนงานดังแทรกอยู่ในความมืดมือของมาร์คมั่นคงและรวดเร็ว เขาช่วยดึงคนงานออกมาทีละคนจากนักดับเพลิง แล้วส่งต่อให้ทีมกู้ภัยจนแน่ใจว่าทุกคนออกมาอย่างปลอดภัย“ทั้งเจ็ดคนปลอดภัยทุกคนใช่ไหมครับ?” เข
คฤหาสน์ตระกูล วิวัฒน์วงศ์พานิชเสียงเครื่องยนต์ของรถหรูเงียบลงเมื่อรถจอดเทียบหน้าคฤหาสน์ใหญ่โอ่อ่า ประตูไม้แกะสลักหรูหราถูกเปิดออกท่ามกลางสวนสวยที่จัดไว้อย่างประณีตมาร์ครีบอ้อมมาเปิดประตูรถให้หญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ ด้วยท่าทีสุภาพ“เชิญครับ คุณผู้หญิง”เขาว่าพลางแกล้งยิ้มแซวเบา ๆลิปดาเหลือบมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะก้าวลงจากรถอย่างสง่างามโดยไม่พูดอะไร รอยยิ้มยังไม่ปรากฏบนใบหน้าเพราะเธอยังโกรธเขาอยู่“คุณลิปดามาแล้วค่ะคุณท่าน”เสียงแม่บ้านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนอบน้อมไม่นาน ชายชราในชุดผ้าแพรสีอ่อนก็ปรากฏขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น“อ้าว... ลิปดามาหาปู่แล้วเหรอ ดีใจจังเลยหลานสะใภ้ปู่”“สวัสดีค่ะคุณปู่”เธอกล่าวเสียงสุภาพพร้อมยกมือไหว้“เอ้อ ๆ มานั่งก่อนลูก มานั่งก่อน”น้ำเสียงของคุณปู่เต็มไปด้วยความเอ็นดู“ปู่ขอบใจหนูมากนะที่ยังนึกถึงคนแก่ อุตส่าห์มาหาปู่วันนี้”ลิปดายิ้มบาง ๆ“ต้องมาสิคะ ลิปดาต้องมาเยี่ยมคุณปู่อยู่แล้ว”คุณปู่หัวเราะเสียงดังอย่างพอใจ“ปู่อยู่คนเดียวก็เหงา มีหลาน ๆ มาเยี่ยมปู่ดีใจมาก ๆ”“ลิปดาไม่ปล่อยให้คุณปู่เหงาหรอกค่ะ”“หลานสะใภ้ปู่ช่างน่ารักเสมอ อ่อเห็นเจ้ามาร์คบอกว่าหนูตั้งครร







