เข้าสู่ระบบ“แต่พ่อค่ะ…ลิปดาคือลูกของพ่อ ลิปดาจะไม่ยอมให้พ่อต้องจากไปแบบนี้แน่ค่ะ”
“ลิปดา…” นิคมพูดเสียงสั่น น้ำตาเอ่อคลอ
“ลิปดาโตแล้วค่ะ ขอให้ลิปดาได้ตัดสินใจนะคะพ่อ ลิปดาคือส่วนหนึ่งของครอบครัว เมื่อครอบครัวเจอกับปัญหา ลิปดาจะไม่ทอดทิ้งครอบครัวค่ะ”
“ไม่นะ…ลูก…” นิคมพูดทั้งน้ำตา ใจแทบขาด ทุกคนในครอบครัวต่างเจ็บปวด
“ลิปดาเลือกที่จะไปใช้หนี้ให้พ่อค่ะ พี่ค่ะช่วยดูแลพ่อแม่แทนลิปดาด้วยนะคะ อย่าห่วงลิปดา… หนูเข้มแข็งกว่าที่คิดค่ะ”
“ลิปดา!…” พอลพูดออกมาเพียงเสียงสั่น เขารู้สึกเจ็บที่ช่วยเหลือน้องและครอบครัวไม่ได้
รำพึงนั่งอยู่กับพื้น ร้องไห้เจ็บปวด เธอเจ็บปวดที่เห็นลูกสาวต้องแบกรับภาระแบบนี้
ลิปดาเดินมานั่งลงข้าง ๆ กอดแม่ไว้ทันที
“แม่ค่ะ… ไม่เป็นไรนะ ลิปดาเรียนจบอย่างที่แม่หวังแล้ว การที่ลิปดาจะไปเป็นภรรยามาเฟียมันก็ไม่น่าจะแย่ขนาดนั้น หนูเอาตัวรอดได้ค่ะ แม่อย่าห่วงเลยนะ จากนี้ไปแม่กับพ่อและพี่… ต้องดูแลตัวเองนะคะ ไว้ลิปดาจะมาเยี่ยมค่ะ”
อาคมเดินเข้ามาโอบกอดลูกสาวและภรรยา พอลก็เดินเข้ามาร่วมกอดครอบครัว บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้า
“พอแล้ว...นี่จะลากันอีกนานไหม ไปได้แล้ว” เสียงตะโกนขู่ดังขึ้นจากชายชุดดำ
“ลิปดาไปก่อนนะคะพ่อแม่ … ไม่ต้องเป็นห่วงลิปดาค่ะ หนูจะกลับมาเยี่ยมทุกคนนะ”
รำพึงร้องไห้ ปาดน้ำตา กอดลูกสาวแน่นราวกับไม่อยากปล่อย
“แม่อย่าร้องนะคะ หนูจะกลับมา… ลูกสาวแม่เข้มแข็งพอค่ะ”
ลิปดาลุกขึ้น หันกลับมาแล้วยิ้มฝืน ๆ
“หนูไปนะคะ” เธอก้าวออกไป พร้อมชายชุดดำสี่คนที่เดินตามมายังรถหรู
เธอร้องไห้ออกมาแบบไม่มีเสียง พยายามเก็บความรู้สึกไว้ข้างใน ไม่อยากให้ครอบครัวต้องเป็นห่วง
ทันทีที่ประตูรถเปิด ลิปดาตกใจจนแทบล้ม เธอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“คุณ…” เธออุทานออกมาอย่างตกใจ ชายคนที่เธอเคยเจอที่ผับเมื่อคืน... คนที่เคยขอซื้อตัวเธอ… เขาคือเจ้าหนี้ของพ่อเธอเองหรือ
“ว่าไงลิปดา ...ผมบอกคุณแล้วว่าคุณก็คือผู้หญิงของผม”
ลิปดามองดูเขาด้วยความสบสน ทำไมเรื่องทุกอย่างถึงเกี่ยวข้องกับเขาแบบนี้
“คุณทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ตัวฉันแค่นั้นหรือ”
“เปล่า...ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย มันเป็นเรื่องบังเอิญที่พ่อคุณเป็นหนี้ในบ่อนของผม ผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่าผู้หญิงที่จะมาขัดดอกคือคุณ ช่างโชคดีเสียจริง”
“ไอ้เลว…คุณทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนสินะ”
เขายิ้มเย็นชา ราวกับมองเห็นความกลัวของเธอเป็นของเล่น
“ไม่ทุกคน… เพราะคนอื่น ๆ ผมให้เป็นของเล่นของลูกน้องผม แต่คุณ… ผมจะเก็บไว้เล่นเอง”
คำพูดของเขากระแทกหัวใจลิปดา เธอรู้ทันทีว่า เขาเป็นมาเฟียที่โหดเหี้ยม และเพียงคำสั่งเดียวจากเขา… พ่อและเธออาจตกอยู่ในอันตราย
“เอ่อ… ฉัน…” เธอแทบพูดไม่ออก
เขาขยับเข้ามาใกล้ ใกล้จนลมหายใจร้อนรดใบหน้า ลิปดาพยายามถอยหนี
“ถ้าขยับอีก… ผมนจะถือว่าคุณไม่อยากนั่งรถคันนี้... และผมจะให้ลูกน้องโยนคุณลงไป”
ความหวาดกลัวแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ลิปดากัดริมฝีปากแน่น น้ำตาเริ่มเอ่อ
แม้เขาจะเป็นมาเฟียแสนโหด แต่เมื่อเห็นผู้หญิงที่ตัวเองอยากครอบครองมีน้ำตา ใจเขาเองก็สั่นไหวอย่างห้ามไม่ได้ …ทว่าความเป็นมาเฟียไม่อนุญาตให้เขาอ่อนแอให้ใครเห็น
“เลิกร้องไห้เสียที… ลำคาญ”
น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยออกมาไม่ตรงกับความรู้สึกจริง เขาโยนผ้าเช็ดหน้าลงบนตักเธอ ก่อนขยับตัวถอยห่าง เกรงว่าจะทำให้เธออึดอัดเกินไป
ลิปดาเงยหน้ามองเพียงหัวไหล่กว้าง เขาเอียงหน้าออกไปนอกหน้าต่าง สีหน้าไร้อารมณ์ แต่กำมือบนตักแน่นจนเส้นเลือดปูด ความสั่นไหวที่พยายามซ่อนยังคงชัดเจนในแววตา
เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาเงียบ ๆ
บรรยากาศภายในรถเย็นเยียบ รถแล่นออกตัวเมืองกรุงเทพ มุ่งหน้าไปสู่บ้านพักตากอากาศเขาใหญ่ของประเทศไทย
ลิปดามองออกไปนอกหน้าต่างเธอพอจะรู้ดีว่าครั้งนี้เธอออกจากบ้านมาไกล เธอไม่รู้ว่าภายภาคหน้าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง แต่เธอก็พร้อมยอมรับชะตากรรม เพราะเธอเลือกที่จะเป็นแบบนี้เอง
เมื่อรถจอดสนิท เสียงเครื่องยนต์ดับลง ความเงียบก็เข้ามาแทนที่ทันที
ลิปดาเม้มปากแน่น มือกำผ้าเช็ดหน้าไว้จนสั่น เธอไม่กล้าลงจากรถ แต่เสียงทุ้มเย็นชาของเขาก็ดังขึ้น
“ลงมา…”
เพียงคำสั้น ๆ แต่กลับกดดันราวกับคำสั่งตัดสินชะตา ลิปดาลังเล ก่อนค่อย ๆ ขยับตัวลงจากรถ ขาของเธอสั่นเล็กน้อยทันทีที่สัมผัสพื้นหินกรวดเย็นเฉียบ
เขาเดินนำหน้าโดยไม่หันกลับมามอง เหมือนมั่นใจว่าเธอต้องเดินตามอย่างเลี่ยงไม่ได้
บ้านพักสไตล์โมเดิร์นตรงหน้าสง่างาม หรูหรา แต่กลับเย็นชาไม่ต่างอะไรจากเจ้าของมัน กระจกใสสะท้อนแสงไฟยามค่ำ เงาร่างของเธอเล็กจิ๋วเมื่อเทียบกับโครงสร้างโอ่อ่าที่สูงใหญ่
“ตั้งแต่วันนี้ไป… ที่นี่คือที่อยู่ของคุณ” เขาหยุดยืนหน้าประตู หันกลับมามองด้วยสายตานิ่งสนิท
ลิปดากำผ้าเช็ดหน้าไว้แน่น น้ำตาที่คิดว่าจะหยุดกลับเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง
“ฉัน…ต้องอยู่ที่นี่เพื่อขัดดอกนานแค่ไหนคะ” เสียงสั่นเครือหลุดออกมา เธอไม่กล้ามองสบตาเขา แต่ก็จำใจถาม อย่างน้อยเธออยากรู้ว่าฝันร้ายนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่
ริมฝีปากเขาโค้งยิ้มเล็กน้อย แต่รอยยิ้มนั้นกลับเย็นเยียบจนน่าขนลุก
“ทำไมล่ะ ยังไม่ทันลองอยู่เลยก็อยากถอนตัวแล้วหรือ… เธอต้องอยู่ที่นี่กับฉัน ตลอดไป และถ้าเธอกล้าหนี… พ่อของเธอ ตาย”
หัวใจลิปดากระตุกวูบ ความสิ้นหวังตีตื้นขึ้นมาจุกอก เธอพึมพำเสียงสั่น
“แล้วถ้าฉันหาเงินห้าล้านมาคืนคุณได้…คุณจะยอมปล่อยฉันไปหรือเปล่า”
แววตาเขาเย็นชา ริมฝีปากคลี่ยิ้มร้าย
“ก็ต้องดูก่อนว่าผมพอใจคุณแค่ไหน… จะปล่อยหรือไม่ มันขึ้นอยู่กับว่า…ผมเล่นเบื่อแล้วหรือยัง”
ลิปดาหลับตาแน่น น้ำตาไหลพราก ความจริงกระแทกใจอย่างโหดร้าย การก้าวเข้ามาที่นี่ ก็คือการก้าวเข้าสู่โลกของเขา โลกที่เธออาจไม่มีวันหลุดพ้นไปได้ง่าย ๆ
“คุณมันคนเลว… ไอ้มาเฟียใจโหด” เธอพึมพำทั้งน้ำตา เสียงสั่นจนแทบฟังไม่ออก
เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดเสียงเรียบ
“คืนนี้คุณนอนห้องเดียวกับผม และอย่าคิดหนีไปไหน เพราะถ้าอยู่ห่างจากผมเมื่อไหร่…ลูกน้องผมอาจจะจับคุณทำเมียแทนก็ได้”
ลิปดาเงยหน้ามองเขาด้วยทั้งโกรธ ทั้งเจ็บปวด แต่ไม่มีคำไหนพอจะสู้กับคำพูดของเขาได้ สุดท้ายได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรม เธอก้าวขาเดินเข้าไปในห้องนอนด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง
เธอคิดว่าตัวเองจะได้พักหายใจบ้าง แต่เสียงทุ้มเข้มของเขากลับดังตามมา ก่อนประตูห้องจะปิดลง
“คืนนี้…คุณไม่ได้มีสิทธิ์แค่พักผ่อน แต่ต้องเริ่มเรียนรู้หน้าที่ของ ผู้หญิงของมาเฟีย ตั้งแต่คืนนี้”
ริมฝีปากเขาโค้งยิ้มเย็นชา แววตากดดันจนลิปดาใจสั่นไม่เป็นจังหวะ
หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบระเบิดเพราะรู้ดีว่า คืนนี้จะไม่ใช่เพียงการนอนหลับธรรมดาอีกต่อไป…
เขายืนอยู่นานในห้องน้ำ น้ำอุ่นไหลผ่านร่าง แต่สมองกลับไม่หยุดคิด เขากังวลว่าเธอจะหยุดร้องไห้หรือยังเสียงสะอื้นก่อนหน้านี้ยังหลอนอยู่ในหัว ทำเอาใจเขาสั่น เขาไม่เคยรู้สึกสับสนกับผู้หญิงคนไหนแบบนี้มาก่อนใช่…แม้เธอจะมาเพื่อใช้หนี้แทนพ่อ แต่เขาไม่เคยคิดจะทำร้าย ไม่เคยตั้งใจย่ำยีให้เธอเจ็บปวด ความจริงแล้วเขาต้องการเธอ…อยากครอบครอง แต่ไม่รู้ว่าเขาต้องแสดงออกอย่างไร เพราะที่ผ่านมาเขาใช้เงินซื้อแล้วมีแต่คนเสนอมาบริการเขาอย่างเต็มใจ ผิดแต่เธอที่แตกต่างจากผู้หญิงพวกนั้น“ยัยนั้นจะหยุดร้องไห้หรือยัง… ไม่ใช่ออกไปแล้วยังร้องอยู่ไห้หรอกนะ ถ้าเป็นแบบนั้นจะทำยังไง โอ๊ยมาร์คเอ๊ยทำไมต้องใส่ใจเธอขนาดนั้นนะ”เขาพึมพำคนเดียว ลมหายใจช้า ๆ พยายามสงบใจไม่นาน เขาอาบน้ำเสร็จ เปิดประตูออกมา สิ่งที่เห็นคือร่างเล็ก ๆ ของเธอ นั่งกอดเข่าอยู่มุมห้อง เสียงสะอื้นเบา ๆ ดังอยู่ในความเงียบเขาถอนหายใจลึก ก่อนเอ่ย“ทำไมยังไม่หยุดร้องไห้อีก…ผมไม่ได้จับคุณมาฆ่ามาแกงเสียที่ไหน เลิกร้องสะทีน่ารำคาญมาก.....มันดึกแล้วไม่ง่วงนอนบ้างหรือไง”เธอยังคงสะอื้นต่อไป น้ำตาไหลไม่หยุด ราวกับไม่ได้ยินคำพูดของเขาเลยสักนิดเขาเดินเข้าไปใกล้
ลิปดาก้าวเข้ามาในห้องนอนกว้างใหญ่ที่หรูหรา ทุกสิ่งล้อมรอบเธอด้วยความโอ่อ่า แต่ในใจกลับอึดอัดเหมือนถูกกักขังอยู่ในกรงทองเสียงประตูปิดลงอย่างช้า ๆ ก่อนที่ร่างสูงจะเดินตามเข้ามา แววตาคมกริบของเขาไม่ละไปจากเธอแม้แต่วินาทีเดียว“ไปอาบน้ำสะคืนนี้ผมจะให้คุณมาปรนนิบัติผม”เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วแต่หนักแน่นหัวใจลิปดาเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา เธอรู้ว่าถ้าปล่อย ให้สถานการณ์ดำเนินไปต่อ เธออาจเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปโดยไม่เต็มใจ ความกลัวผลักดันให้เธอต้องหาทางเอาตัวรอด“เอ่อ…ฉัน…ปวดหัว…แล้วก็ปวดท้องด้วยค่ะ”เธอจับท้องตัวเอง ทำหน้าซีดเผือด พยายามแกล้งน้ำเสียงสั่นเหมือนคนหมดแรง“คงจะ…ใกล้มีรอบเดือนแล้ว อาการเลยเป็นแบบนี้”เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย จ้องเธออย่างจับผิด แต่เมื่อเห็นเหงื่อผุดบนหน้าผากเธอ เขาก็เริ่มใจอ่อน“ปวดขนาดนั้นเลยหรือ”เสียงเขายังคงเรียบเย็น แต่สายตากลับอ่อนลงโดยไม่รู้ตัวลิปดาพยักหน้าเบา ๆ กอดท้องตัวเองแน่นราวกับเจ็บจริง เธอหลุบตาหนี ไม่กล้าสบกับสายตาแหลมคมที่เหมือนมองทะลุทุกอย่างเขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจยาวเหมือนหงุดหงิดตัวเองที่กำลังใจอ่อน “ก็ได้…งั้นคืนนี้คุณพักไปก่อน”พูดจบเขาเ
“แต่พ่อค่ะ…ลิปดาคือลูกของพ่อ ลิปดาจะไม่ยอมให้พ่อต้องจากไปแบบนี้แน่ค่ะ”“ลิปดา…” นิคมพูดเสียงสั่น น้ำตาเอ่อคลอ“ลิปดาโตแล้วค่ะ ขอให้ลิปดาได้ตัดสินใจนะคะพ่อ ลิปดาคือส่วนหนึ่งของครอบครัว เมื่อครอบครัวเจอกับปัญหา ลิปดาจะไม่ทอดทิ้งครอบครัวค่ะ”“ไม่นะ…ลูก…” นิคมพูดทั้งน้ำตา ใจแทบขาด ทุกคนในครอบครัวต่างเจ็บปวด“ลิปดาเลือกที่จะไปใช้หนี้ให้พ่อค่ะ พี่ค่ะช่วยดูแลพ่อแม่แทนลิปดาด้วยนะคะ อย่าห่วงลิปดา… หนูเข้มแข็งกว่าที่คิดค่ะ”“ลิปดา!…” พอลพูดออกมาเพียงเสียงสั่น เขารู้สึกเจ็บที่ช่วยเหลือน้องและครอบครัวไม่ได้รำพึงนั่งอยู่กับพื้น ร้องไห้เจ็บปวด เธอเจ็บปวดที่เห็นลูกสาวต้องแบกรับภาระแบบนี้ลิปดาเดินมานั่งลงข้าง ๆ กอดแม่ไว้ทันที“แม่ค่ะ… ไม่เป็นไรนะ ลิปดาเรียนจบอย่างที่แม่หวังแล้ว การที่ลิปดาจะไปเป็นภรรยามาเฟียมันก็ไม่น่าจะแย่ขนาดนั้น หนูเอาตัวรอดได้ค่ะ แม่อย่าห่วงเลยนะ จากนี้ไปแม่กับพ่อและพี่… ต้องดูแลตัวเองนะคะ ไว้ลิปดาจะมาเยี่ยมค่ะ”อาคมเดินเข้ามาโอบกอดลูกสาวและภรรยา พอลก็เดินเข้ามาร่วมกอดครอบครัว บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้า“พอแล้ว...นี่จะลากันอีกนานไหม ไปได้แล้ว” เสียงตะโกนขู่ดังขึ้นจากชายชุดดำ“
เช้าวันใหม่ --------- บ้านลิปดาในสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และหญ้าเขียวขจี เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วรับบรรยากาศยามเช้าดังไปทั่วบริเวณแสงอาทิตย์อ่อนส่องลอดเข้ามาภายในครัวของบ้านรำพึงกำลังทำข้าวต้มกุ้งอยู่ริมหน้าต่างห้องครัว กลิ่นหอมอบอวลลอยไปทั่วทั้งบ้านเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ วิ่งลงบันไดเข้ามาใกล้ ลิปดาวิ่งมากอดแม่จากด้านหลัง“หอมจังเลยค่ะแม่ มื้อเช้านี้ต้องเป็นข้าวต้มกุ้งใช่ไหมค่ะ”เธอพูดพลางหอมแก้มแม่ไปหนึ่งฟอดใหญ่“จ้า... ลูกสาวใครช่างปากหวานเสียจริง ๆ”รำพึงตอบพร้อมหอมลูกสาวกลับ ก่อนจะเผลอมองดูว่าลิปดาโตเป็นสาวแล้วย้อนคิดไปเมื่อสิบห้าปีก่อน... วันที่พ่อแท้ ๆ ของลิปดาจากไป รำพึงไม่เคยคิดเลยว่าจะเลี้ยงลูกเพียงลำพังได้ กระทั่งเธอได้พบกับนิคม ชายหนุ่มที่มีลูกติดเช่นกัน ทั้งสองแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกันจนถึงทุกวันนี้“ลิปดา... ไปตามพ่อกับพี่พอลมาทานอาหารเช้าหน่อยลูก แม่เตรียมเสร็จแล้ว”“รับทราบค่ะแม่ หนูจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!”ลิปดาตอบเสียงสดใสก่อนวิ่งออกไปตามพี่ชายทันที แม้พอลจะเป็นเพียงพี่ชายต่างพ่อ ต่างแม่ แต่สำหรับเธอแล้ว... เขาก็คือพี่ชายแท้ ๆ ที่เธอรักและเคารพไม่ต่างกันเลยแต่สำหรับพอ
“นี่! คุณปล่อยฉันได้แล้วค่ะ!”สองมือของลิปดาผลักอกเขาออก แต่ร่างสูงกลับรัดเธอแน่นไม่ขยับ“ผมอุตส่าห์ช่วยคุณ ไม่อย่างนั้นคุณคงชนผมล้มไปกองกับพื้นแล้ว”“ฉันต้องขอบคุณ..คุณ? ...ว่างั้น”เขาพยักหน้าแล้วโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ลมหายใจร้อนฉ่ารดบนแก้มเนียนของเธอลิปดาหน้าแดงฉ่า ในชีวิตเธอไม่เคยใกล้ผู้ชายแบบนี้เธอสบตาเขา และรู้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้น่ากลัวที่สุดที่เธอเคยเจอเธอกลืนน้ำลายลงคอแล้วเอ่ยคำสั้น ๆ“ขะ…ขอบคุณค่ะ ปล่อยฉันได้แล้ว”เขายังคงจ้องเธอไม่ขยับ ลิปดาพยายามมองหาคนมาช่วย แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้“มองหาใครก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอก…ถ้าผมไม่ต้องการให้เข้ามา”“คุณหมายความว่าอะไร?”“ที่นี่ ผมคุม” เขายิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์“คุณต้องการอะไร ที่ตามฉันมาแบบนี้?”“ก็ดูออกนี่ว่าผมตามคุณมา”แรงอ้อมแขนของเขากระชับแน่นขึ้นอีก“ชื่ออะไร”ลิปดาเมินหน้า ใจสั่นกลัว แต่ต้องข่มใจไม่ให้เขาได้ใจ“ผมถาม...ตอบ” เขาทำเสียงเข้มจนเธอรู้สึกหวั่นใจ“ลิปดาค่ะ”“อืม…ชื่อน่ารักดี ผมสนใจคุณนะ...คืนนี้ไปกับผม คุณอยากได้เงินเท่าไหร่ บอกมาได้”ลิปดาโกรธจัด น้ำตาคลอ มือพยายามทุบอกเขา แต่ร่างสูงแข็งแรงเกินไป“ฉันแค่มาเที่ยวก
ผับแห่งหนึ่งย่านเอกมัยเสียงดนตรีครึกครื้นดังสนั่นสะเทือนจังหวะหัวใจ แสงไฟหลากสีสลับวูบวาบท่ามกลางฝูงชนที่โยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะของเพลงคู่รักหลายคู่ยกแก้วขึ้นชนพลางคลอเคลียกอดจูบกันไม่สนสายตาใครในบรรยากาศเย็นมืดสลัว ๆท่ามกลางความวุ่นวายนั้นลิปดา สาวน้อยวัย 22 นักศึกษาจบใหม่ หน้าตาสวยหวาน ดวงตากลมโต ผมยาวสลวย ผิวขาวนวลผ่อง เธอสวมเดรสสีดำสั้นเหนือเข่า คอเต่าแขนสั้นที่ขับผิวให้ดูเด่นยิ่งขึ้น กำลังยกแก้วดื่มพลางโยกย้ายไปมากับเพื่อนสาวอีกสองคน“นี่ถ้าไม่ใช่ฉลองเรียนจบนี่ ลิปดาไม่มีทางมากับพวกเราแน่ ๆ เลย”เสียงยี่หวา เพื่อนสนิทตะโกนแซวแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบไปทั่ว“ก็ที่นี่มืดและเสียงดังมาก ลิปดาไม่ค่อยชอบบรรยากาศแบบนี้เท่าไหร่”ลิปดาตอบพร้อมกวาดสายตามองรอบ ๆ แสงไฟที่กระทบผนังและมุมมืดทำให้เธอรู้สึกแปลกตาสายตาเธอเหลือบไปเห็นคู่วัยรุ่นกำลังจูบกันอย่างดูดดื่มตรงมุมด้านข้างห่างออกไปเพียงสามโต๊ะเท่านั้น“อื้อหือ…เล่นกันโจ่งแจ้งขนาดนี้เลยเหรอ คนเยอะก็ไม่เกรงใจสายตาใครเลยนะ”เธอบ่นพึมพำเบา ๆ พลางเบือนสายตากลับ“เป็นปกติของคนเที่ยวกลางคืน มีทั้งเพื่อน คู่รัก มั่วกันไปหมด พวกเรามาเที่ยวปล







