LOGINบทที่2
แบ่งขนมให้กัน
"โอ้โหเป็นนักกีฬาตั้งแต่เด็กเลยอยู่เนี่ย" ถ้วยรางวัลมากมายและใบประกาศนียบัตรที่ถูกจัดเรียงเอาไว้มีมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ
"ขนาดในรูปยังหล่อตัวจริงจะหล่อเหมือนในรูปไหมนะ" เสียงบ่นพึมพำดังไปถึงด้านหลังเธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังมีดวงตาคู่หนึ่งจดจ้องมองเธออยู่
"อยากรู้ก็หันมาดูสิ จะได้รู้ว่าฉันหล่อเหมือนในรูปหรือเปล่า"
O_O!
เสียงสุขุมนุ่มนวลดังมาจากด้านหลัง พิจิการีบหันไปมองแล้วหันกลับมามองกรอบรูปอีกครั้งให้ตายเถอะนี่มันคุณรณพีร์ลูกชายของหม่อมหลวงกัลยาณีตัวจริงเสียงจริง พิจิการีบนั่งคุกเข่าก้มหน้าแต่รณพีร์กับหัวเราะร่าเขาไม่ใช่คนเคร่งครัดขนาดนั้นเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งไม่จำเป็นต้องมากพิธี
"สวัสดีค่ะหนูขอโทษค่ะหนูไม่ได้ตั้งใจที่จะแซวขอโทษจริงๆ ค่ะ"
"ฮ่าๆๆ เอาเถอะฉันไม่ได้ถือโทษโกรธอะไรเธอหรอกฉันแค่แหย่เธอเล่นเห็นเธอบอกว่าในรูปฉันหล่อมากอยากเห็นตัวจริงก็ดูซะสิว่าหล่อหรือเปล่า"
พิจิกาเงยหน้าขึ้นมามองจะผิดไหมถ้าเธอจะบอกว่าเขาหล่อกว่าในรูปเป็นสิบเท่าในรูปดูหน้าตรงราวกับถ่ายรูปบัตรประชาชนแต่ตัวจริงมีเสน่ห์ยิ้มสวยดวงตาเป็นประกายผิวขาวอย่างกับหยวกกล้วยจู่ๆ เธอก็เขินจนต้องรีบก้มหน้าลงเพราะรู้สึกว่าตัวเองจะเผลอมองหน้าสบตาเขานานเกินไปแล้ว
"แล้วนี่คุณแม่ฉันอยู่ไหน?"
"คุณท่านพักผ่อนอยู่ในห้องเดี๋ยวหนูพาไปค่ะ"
พิจิกาเดินนำมาที่ห้องพักของหม่อมหลวงกัลยาณีเวลานี้ท่านกำลังนอนพักผ่อนหน้าต่างด้านหลังเปิดรับลมจากธรรมชาติกลิ่นหอมจากดอกกุหลาบและดอกกล้วยไม้พัดผ่านเข้ามาทำให้อากาศปลอดโปร่งรณพีร์นั่งคุกเข่าลงพร้อมจับมือของคุณแม่และแนบที่แก้มจนหม่อมหลวงกัลยาณีลืมตาขึ้นมา
"ตาพีร์! ทำไมมาซะเร็วเลย ไหนบอกว่ากลับอาทิตย์นี้แม่ก็ไม่ได้เตรียมตัวรอมันน่าตีจริงๆ" หม่อมหลวงกัลยาณีลุกขึ้นมานั่งโดยมีพิจิกาประคองท่านขึ้นมา
"สวัสดีครับคุณแม่เมื่อคืนที่ผมโทรมาหาผมถึงประเทศไทยแล้วครับพอดีนัดกับเพื่อนเอาไว้ว่าจะไปสังสรรค์กันนิดหน่อยเสร็จแล้วค่อยกลับบ้านคิดถึงคุณแม่จังเลยครับ"
รณพีร์สวมกอดผู้เป็นแม่แล้วรับพรจากผู้เป็นแม่พรอันประเสริฐนี้ทำให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อยเขาเป็นผู้ชายที่ใฝ่เรียนใฝ่รู้สอบติดหลายคณะแต่ได้เลือกเรียนบริหารเพื่อกลับมาดูแลกิจการของคุณพ่อที่จากไป
"ตายจริงแม่ทำขนมหม้อแกงไว้ไม่รู้ป่านนี้แม่บ้านกินกันหมดแล้วหรือเปล่า ดูท่าจะหมดจริงๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่ทำให้ใหม่นะลูก"
"ครับคุณแม่ ผมคิดถึงขนมไทยฝีมือคุณแม่มากไปอยู่ที่นู่นหาทานยากมากครับ"
"ของหนูมีค่ะคุณท่านหนูยังไม่ได้ทานเลยป้าศรีตัดแบ่งเอาไว้ให้เดี๋ยวหนูเอามาให้นะคะ"
"ไม่เป็นไร.... อ้าวไม่ทันครับน้องไปแล้ว"
รณพีร์มองตามหลังสาวใช้ที่รีบวิ่งหน้าตาตื่นออกไปไม่ถึงห้านาทีเธอก็กลับมาพร้อมจานขนมหม้อแกงสีสันหน้าตาน่าทานเพราะว่าเธอนำใบเตยมาตัดตกแต่งจนรณพีร์ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเพื่อเช็กอินว่าตอนนี้เขาถึงประเทศไทยแล้ว
"เอามาให้ตาพีร์แล้วหนูพิจะทานอะไรล่ะลูก" หม่อมหลวงกัลยาณีเอยถามเธออุตส่าห์มาช่วยทำขนมเรียกได้ว่าทำทุกขั้นตอนแต่กลับไม่ได้ทานฝีมือตัวเองมันก็น่าน้อยใจอยู่
"ไม่เป็นไรค่ะคุณพีร์ไม่ค่อยได้ทานคงอยากทานมากหนูเสียสละได้ค่ะไม่เป็นอะไร"
"น่ารักจริงๆ เลยลูก"
พิจิกายิ้มบางๆ แต่คนที่นั่งอยู่มองหน้าเธอสลับกับขนมจานนั้นเขารู้ว่าเธอก็อยากทานเหมือนกันคงตั้งใจจะทำงานบ้านให้เสร็จเดี๋ยวไปทานเงียบๆ คนเดียวตามประสาเด็กน้อยที่หวงขนมนั่นแหละแต่เพราะเขาเป็นเจ้านายเธอจึงยอมเสียสละให้
"เดี๋ยวฉันไว้ลงมือทำกับคุณแม่พรุ่งนี้เอง ขนมชิ้นนี้เธอเอาไปทานเถอะ"
"แต่คุณพีร์อยากทานไม่ใช่หรือคะหนูเสียสละได้ค่ะไม่เป็นอะไรเดี๋ยวพรุ่งนี้หนูจะรีบเตรียมของแต่เช้าเพื่อทำเพิ่มค่ะ"
"งั้นก็แบ่งคนละครึ่งโอเคไหมเธอครึ่งนึงฉันครึ่งนึง"
"จะดีหรือคะ"
"ดีสิมานี่เดี๋ยวฉันแบ่งเอง" หม่อมหลวงกัลยาณีจัดการตัดแบ่งขนมหม้อแกงให้ได้ขนาดเท่ากันจะได้ไม่มีการเอาเปรียบกันจากนั้นทั้งสองก็นั่งทานอยู่ตรงหน้ากัลยาณี รณพีร์เล่าเรื่องราวตอนเขาอยู่ต่างประเทศให้ฟังเขาได้มีโอกาสบินไปหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นสวิตเซอร์แลนด์ อเมริกา แคนาดาเพราะว่าเขามีความสามารถด้านธุรกิจจึงถูกเชิญไปเป็นวิทยากรในหลายประเทศทุกเดือน
การกลับมาครั้งนี้เขาตั้งใจจะมาบริหารงานธุรกิจของครอบครัวรวมถึงโรงแรมของคุณแม่ให้พัฒนาขึ้นกว่าเดิมเริ่มต้นจากการปรับปรุงรีโนเวทในส่วนที่เก่าและสึกหรอ การไปศึกษาดูงานในหลายประเทศทำให้เขาจับลู่ทางเศรษฐกิจได้บ้างแล้ว เมื่อสองแม่ลูกเริ่มคุยกันเรื่องงานพิจิกาจึงขอกลับมาทำงานของตนเองหม่อมหลวงกัลยาณีพยักหน้าให้เธอออกไปแต่ทว่าท่านกลับเห็นสายตาของลูกชายที่มองตามแผ่นหลังของสาวใช้ในบ้านจนพ้นสายตา
"เด็กคนนี้เป็นใครครับหรือเป็นลูกแม่บ้าน"
"หนูพิเป็นเด็กต่างจังหวัดการศึกษาเทียบชั้นเพราะว่าครอบครัวมีปัญหาเรื่องเงินเธอต้องออกไปทำงานโรงงานตั้งแต่อายุ 18 โดนเจ้านายเอาเปรียบเงินเดือนไม่พอจ่ายค่ารักษาของคุณยายเลยต้องออกมาหางานพิเศษทำ หนูพิไปเจอนายจ้างหลอกมาทำงานที่กรุงเทพฯ ด้วยการเสียเงินแลกเข้าเพื่อจะได้ทำงานในโรงงานที่ได้เงินเดือนถึง 25,000 บาทแต่ต้องยอมเสียเงิน 10,000 บาท เธอไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไรถึงถูกหลอกมาปล่อยไว้ที่กรุงเทพฯ"
"จริงหรือครับ"
"จริงลูกตอนแม่ไปเจอเธอมาสมัครงานที่โรงแรมของแม่แต่ว่าผู้จัดการไม่รับเลยเดินไปสมัครงานที่บริษัทแม่ไปเจอเธอนั่งรอสัมภาษณ์งานในตำแหน่งแม่บ้าน แม่จึงชวนมาทำงานที่บ้านของเรา"
"น่าสงสารนะครับเธอเป็นเสาหลักของครอบครัวเลยใช่ไหม"
"ใช่แล้วลูก แม่ก็ให้เงินพิเศษไปบ้างจะได้พอส่งค่ายาให้ยายของเธอ ถ้ามีงานอะไรจะให้หนูพิทำลูกก็คุยกับหนูพิได้เลยนะลูกเธอเป็นเด็กขยันสอนนิดสอนหน่อยก็เป็นแล้ว"
"ครับคุณแม่"
พิจิกาเดินออกมาทำงานของตัวเองต่อจนเสร็จหลังจากเสร็จงานบ้านปัดกวาดเช็ดถูเธอก็เดินไปทำความสะอาดข้างบ้านเสร็จจากงานข้างบ้านเธอก็มานั่งพักผ่อนแถวซุ้มไม้ที่แปลงดอกไม้ของหม่อมหลวงกัลยาณีเธอไม่เคยมีเวลาว่างมากพอที่จะดูแลตัวเองพักหายเหนื่อยเธอก็ไปช่วยงานแม่บ้านคนอื่นๆ และเป็นแบบนี้ในทุกๆ วันจนรณพีร์เห็นถึงความขยันในตัวเธอ
"เสร็จงานหรือยัง?" รณพีร์เอ่ยถามขณะเดินออกมาจากห้องทำงานวันนี้เขาสวมใส่กางเกงสแล็คสีดำเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนสองเม็ดพับแขนเสื้อมาถึงศอกดูสบายๆ
"เสร็จแล้วค่ะคุณพีร์มีอะไรให้พิทำไหมคะ"
"ตามฉันมาที่ห้องทำงาน"
"ค่ะคุณพีร์"
บทที่20ครอบครัวที่อบอุ่นตอนจบโรงแรมกัลยาณีสาขาภูเก็ต รณพีร์เดินกลับเข้าห้องพักของเขาหลังจากที่ส่งสองแสบให้แม่ๆ ของเขาได้เลี้ยงดู วันนี้เขาตั้งใจที่จะดื่มด่ำความสุขกับพิจิกาอย่างเต็มที่เพียงแค่เปิดประตูเข้ามาเขาก็ได้ยินเสียงเล่นน้ำจากสระน้ำริมระเบียงพอเห็นว่าภรรยาคนสวยกำลังเล่นน้ำอยู่คนเดียวเขาก็รีบถอดเสื้อผ้าออกทุกชิ้นแล้วเดินเปื่อยเปล่าลงไปในสระ"ไม่รอเลยนะหนูพิ~" เขาดึงเธอมาพร้อมกดจมูกหอมแก้มนวลๆ "อ๊ะ! ตกใจหมดเลยค่ะคุณพีร์" "วันนี้อากาศดีเหมาะกับการเสียตัวใช่ไหม หืมม" "บ้า ใครจะไปอยากเสียตัวกัน" "อื๊มมม~" แม้จะทำปากดีปฏิเสธแต่มือของเธอกำลังรูดท่อนเอ็นใต้น้ำอย่างแผ่วเบา มือบางรูดขึ้นรูดลงช้าๆ มือหนาจับปลายคางของเธอเชิดขึ้นแล้วประกบจูบอย่างเร่าร้อนเขาคงไม่รู้ว่าตอนนี้เธอเองก็ไม่ได้ใส่กางเกงจีสตริงแต่อย่างใด เมื่อสองขาเกี่ยวรั้งเอวหนาคนตัวสูงก็อุ้มเธอขึ้นแล้วดันตัวเธอชิดขอบสระ"อ๊าาา~" ท่อนเอ็นของเขาแนบชิดกับกลีบสาวสีหวานฉ่ำรณพีร์บดเอวถูไถเมื่อรู้ว่าเธอไม่ได้ใส่กางเกงจีสตริงแบบนี้สิถึงจะสนุก ริมฝีปากหนาบดจูบริมฝีปากบางอย่างเร่าร้อนไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาเห็นเพราะว่าที่ตรงนี้เป็น
บทที่19ชีวิตคุณรณพีร์พิจิกาตื่นขึ้นมาตอนนี้เธออยู่ในห้องพักฟื้นส่วนลูกสาวน้องพนิตาหรือหนูนิตกำลังถูกคุณพ่อมือใหม่อุ้มไม่ยอมวางแม่กับยายของเธอช่วยกันเตรียมข้าวของที่ต้องใช้ส่วนหม่อมหลวงกัลยาณีก็ไม่น้อยหน้าจัดเตรียมทองแท่งและเงินสดมากมายมารับขวัญหลานคนแรกของตระกูล "ตื่นแล้วเหรอครับคนเก่ง หนูนิตหิวนมพอดีเลย" พิจิการีบรับลูกสาวมาป้อนนมจากอกของเธอดูลูกสาวคนเก่งนี่สิพอได้เข้าเต้าก็กินนมไม่หยุดเลยเธอเห็นแม่กับยายมีความสุขก็วันนี้นี่แหละพวกท่านยิ้มสดใสมากกว่าตอนที่เธอได้แต่งงานเสียอีก รณพีร์เองก็เหมือนกันออกจากวงโคจรเพื่อนฝูงที่ชอบปาร์ตี้สังสรรค์เต็มที่ก็มีแค่นัดทานข้าวกันตอนกลางวันที่สำคัญเขาพาเธอไปด้วยทุกครั้ง "หลานสาวของย่าโตวันโตคืนนะลูกนะ" "ดูสิคะคุณหญิงผิวขาวอย่างกับหยวกกล้วยเลย""พ่อแม่ขาวกันทั้งคู่แถมหน้าตาดีกันหมดลูกออกมาไม่ต้องพูดถึงค่ะโตขึ้นมาตาพีร์คงปวดหัว ฮ่าๆ"นั่นสินะพิจิกาลืมคิดเรื่องนี้ไปเลยเธอมองหน้าคุณพ่อที่คิดตามคำพูดของผู้ใหญ่มันจริงทุกอย่างตอนนี้ลูกยังเล็กหากโตขึ้นจะเป็นยังไงคนเป็นพ่อคงปวดหัวน่าดู"สงสัยต้องมีลูกชายเอาไว้คอยปรามพี่สาวนะครับ-_-!" "เกินไปค่ะลูกเราคง
บทที่18สำนึกผิดแล้วพิจิกาเดินทางกลับมายังบ้านเกิดของเธอมาถึงแม่กับยายก็รีบวางของในมือแล้วเดินออกมารับลูกสาวที่กำลังอุ้มท้องกลับบ้านเธอไม่พูดอะไรแต่สายตานั้นบ่งบอกว่าเธอกำลังมีปัญหา ก่อนหน้านี้รณพีร์โทรหาแม่ของเธอแล้วเขาออกมาจากห้องประชุมเพื่อหยิบงานเอกสารที่ลืมเอาไว้พอเห็นโทรศัพท์ชาร์จแบตอยู่พร้อมรอยโทรหาจากที่บ้านหลายสิบสายรีบโทรกลับไปพอรู้เรื่องราวก็รีบโทรหาแม่ยายให้คอยดูเธอไว้ส่วนเขาจะรีบขับรถตามมา "เป็นอะไรหลานยาย มีปัญหาอะไรทำไมไม่ค่อยๆ คุยกัน ผัวเมียกันหนีกันแบบนี้มันไม่ดีนะลูก""หนูแค่เหนื่อยใจจ้ะยาย""เหนื่อยใจก็พักอยู่ที่บ้านนี่แหละยังไม่ต้องไปไหน ก่อนหน้าที่เอ็งจะมาพ่อพีร์เขาโทรมาหาแม่แล้วเขาขอโทษที่พูดจาไม่ดีแต่ที่เขาทำไปเพราะรักเพราะหวงไม่อยากให้เอ็งไปยุ่งวุ่นวายกับใคร แม่ก็เตือนนะว่าบางสิ่งบางอย่างก็ต้องใจเย็นเอ็งก็เป็นแม่ค้ามาตั้งแต่ตัวน้อยๆ พอเจอลูกค้าไม่เข้าใจสินค้าก็ต้องแนะนำมันก็ถูกต้องแล้ว""ช่างเถอะแม่หนูไม่อยากพูดถึงเขาแล้วขอขึ้นไปนอนบนบ้านก่อนนะแม่" เธออุ้มท้องขึ้นมาบนบ้านจนเสียงข้อความจากโรงพยาบาลส่งมาเรื่องเพศลูกของเธอ จากที่เครียดเรื่องครอบครัวกลายเป็นสมอง
บทที่17หึงหวงจนได้เรื่องเวลาผ่านไปจนถึงวันแต่งงานของรณพีร์กับพิจิกาในช่วงเช้าจะเป็นพิธีหมั้นของทั้งสองงานวันนี้ถูกจัดขึ้นที่โรงแรมในจังหวัดตอนแรกรณพีร์อยากไปจัดงานที่โรงแรมของเขาแต่ก็เป็นห่วงคุณยายคงจะเดินทางไกลไม่ค่อยไหวจึงตัดสินใจแต่งในจังหวัดบ้านเกิดของพิจิกาดีกว่าหลังจากสวมแหวนหมั้นในช่วงเช้าทั้งสองก็จดทะเบียนสมรสกันก่อนจะเริ่มพิธีรดน้ำสังข์ในช่วงเวลา09.09นาที เหล่าเพื่อนๆ ของรณพีร์ยังตกใจที่จู่ๆ เพื่อนก็ทักมาใน LINE กลุ่มแล้วแจ้งข่าวดีว่าตนนั้นจะแต่งงานทำเอาทุกคนตกใจกันหมดพอก่อนหน้านี้เพื่อนยังไม่มีแฟนเพิ่งจะมาบอกเมื่องานวันเกิดเพื่อนในกลุ่มว่าเขามีแฟนแล้วไม่ทันไรก็จะแต่งงานนี่มันยิ่งกว่า the fast เสียอีก"เจ้าสาวมึงสวยว่ะมีเพื่อนไหมวะ" แทงทองกระซิบถามเจ้าบ่าวที่เอาแต่นั่งมองเจ้าสาวขณะถูกรดน้ำสังข์"ไม่รู้! มึงรีบรดน้ำสังข์แล้วไปซะคนอื่นจะได้รดบ้าง-_-!""ทำห่วงเมียนะมึงอ่ะ" การลดน้ำสังข์เป็นไปอย่างสนุกสนานตามประเพณีช่วงกลางคืนก็เป็นเวลาที่หนุ่มสาวและชาวบ้านรอคอยงานเลี้ยงถูกจัดขึ้นในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมคนที่มาส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาวบ้านและกลุ่มเพื่อนพนักงานของรณพีร์ที่ขับรถมาจาก
บทที่16สู่ขอให้เป็นเรื่องเป็นราวNCช่วงตี2ของวันต่อมารณพีร์ทำหน้าที่ขับรถพาสองแม่ลูกเดินทางมาตลาดในตอนเช้ามืดใครจะไปคิดว่ารณพีร์จะชอบชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนที่นี่ เขาอุดหนุนพ่อค้าแม่ค้าแทบทุกร้านหวังจะได้ช่วยเหลือทุกคนจนตอนนี้รถเบนซ์ราคาหลายร้านเต็มไปด้วยข้าวของมากมายจนแทบจะขนกลับไปไม่ไหว "ซื้อขนาดนี้แม่จะขายทันไหมเนี่ย""นั่นสิแม่ เดี๋ยววันนี้สายๆ ไปเยี่ยมยายเอาขนมไปฝากคุณหมอกับพยาบาลบ้างดีกว่าค่ะ"สองแม่ลูกรีบเดินตามมาที่รถกลับถึงบ้านก็มีลูกค้าหลายสิบคนมารอซื้อของสดและของใส่บาตรทำบุญรณพีร์รีบเข้ามาช่วยขายของจนเป็นที่พูดถึงของเหล่าชาวบ้านว่าลูกเขยบ้านนี้ทั้งหล่อทั้งขยันที่สำคัญเป็นถึงลูกชายหม่อมหลวงเจ้าของธุรกิจมากมายและมีโรงแรมอยู่หลายจังหวัด"บุญของไอ้พิมันเนอะ" "นั่นนะสิ ไพรแกไม่ต้องไปกังวลแล้วพิมันมีผัวดีแกจะได้สบายไปด้วย""ก็ขอให้รักกันไปถึงฝั่งนั่นแหละมันเจอคนดีฉันก็เบาใจ" รณพีร์พูดคุยกับชาวบ้านจนถึงเวลาตีห้าพยาบาลพิเศษแจ้งมาว่าคุณยายรู้สึกตัวแล้วแต่ยังต้องอยู่ในห้อง ICU เพื่อดูอาการไปก่อนๆ กว่าจะได้เก็บร้านก็ตอนสายทุกคนจึงรีบพากันมาโรงพยาบาลเพื่อเข้าเยี่ยมคุณยายด้วยชุดปล
บทที่15พ่อพระมาโปรดพิจิกาเล่าอาการของคุณยายให้กับชายหนุ่มได้ฟังเขาจึงขอตัวไปคุยกับแพทย์เจ้าของไข้ที่กำลังเตรียมตัวเข้าห้องผ่าตัดคุณหมอมีท่าทีตกใจแถมยังถ่อมตัวด้วยการเว้นระยะกุมมือประสานกันแล้วก้มหัวให้เขาเป็นระยะจากนั้นบุคลากรทางการแพทย์ก็รีบพากันเข้าห้องผ่าตัดไม่มีอิดออด "เรื่องค่ารักษาพยาบาลฉันจัดการให้แล้วนะ แล้วก็ย้ายคุณย้ายของเธอไปอยู่ห้องพักพิเศษจนกว่าจะหายดีฉันจ้างพยาบาลพิเศษมาช่วยดูแลหลังจากผ่าตัดแม่ของเธอจะได้พักผ่อน""คุณพีร์... ฮึก!" เธอเข้าไปกอดเขาพร้อมร้องไห้สะอื้นเมื่อคืนทั้งคืนเธอก็ไม่ได้นอนคุณหมอก็รอเธอกับแม่ตัดสินใจเรื่องการผ่าตัดจนเธอรวบรวมเงินรวมถึงนำทองไปขายในตอนเช้าคุณหมอเห็นว่ายอดจำนวนเงินที่ทั้งสองรวมเงินกันได้แล้วมันเพียงพอจึงให้พยาบาลเตรียมห้องผ่าตัดโดยเร็วที่สุดแต่ใครจะคิดว่าลูกชายของหม่อมหลวงกัลยาณีจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างอีกทั้งยังบอกให้บุคลากรทุกคนทำงานกันให้เต็มที่ขออย่างเดียวให้คุณยายของว่าที่ภรรยาปลอดภัย"แล้วนี่แม่เธอไปไหนเอาทองไปขายหรือไง" ที่เขาถามเธอเพราะเมื่อกี้พยาบาลเล่าเรื่องราวให้ฟังว่าได้ยินสองแม่ลูกร้องห่มร้องไห้ต้องนำทองที่พ่อของเธอมา







