Mag-log inบทที่3
ปรับเปลี่ยนบุคลิก
พิจิกาเดินตามรณพีร์เข้ามาในห้องทำงานเธอมองดูความเรียบร้อยป้าศรีเป็นคนมาจัดการทำความสะอาดห้องนี้ไปแล้วหรือมีอะไรที่ยังขาดตกบกพร่องเธอจะได้รีบแก้ไขทำความสะอาดให้เขา
"เล่าประวัติของเธอมาให้ฉันฟังหน่อย"
"ประวัติของหนูหรือคะ?" อะไรกันเนี่ยทำไมต้องมาเล่าประวัติให้ฟังด้วยประวัติของเธอมันไม่ได้น่าจดจำสักเท่าไหร่เด็กโง่ๆ แบบเธอถูกหลอกซ้ำซากน่าอายจะตาย
"ใช่แล้วเล่ามาเถอะ"
เธอสูดหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวตั้งแต่เด็กยันโตเธอเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนพ่อแม่ทำงานรับจ้างทั่วไปคุณยายเป็นคนเลี้ยงเธอมาจนกระทั่งแม่ของเธอประสบอุบัติเหตุตกนั่งร้านทำให้ต้องผ่าตัดกระดูกสันหลัง หลังจากวันนั้นแม่ก็ไม่สามารถทำงานหนักได้อีกเลยแม่ของเธอจึงเปิดร้านขายของชำเล็กๆ ส่วนพ่อก็ยังไปทำงานก่อสร้างยังพอได้เงินก้อนในแต่ละเดือนมาใช้จ่ายและส่งเสียให้เธอเรียนจนเธอจบม.3 คุณยายก็มาล้มป่วยต้องใช้เงินรักษาจำนวนมากค่ายาในแต่ละเดือนเรียกได้ว่าเงินค่าแรงของพ่อก็แทบหมดเลยทำให้เธอตัดสินใจมาเรียนเทียบชั้นโดยทำงานรับจ้างในตลาดตื่นตั้งแต่ตี 2 ไปรับจ้างขายผักกลับจากตลาดตี 5 ก็แวะมาล้างจานร้านข้าวถึงจะได้เงินและได้กับข้าวหาป้าเจ้าของร้านขายไม่หมด
เธอใช้ชีวิตแบบนี้มาจนกระทั่งเธออายุ 18 มีวุฒิม. 6 จากการเรียนเทียบชั้นก็นำใบวุฒินั้นไปสมัครเข้าโรงงานแต่โรงงานในต่างจังหวัดเงินเดือนไม่ได้มากโขเธอได้เงินเดือนแค่ 9,000-10,000 บาทเท่านั้น เหมือนทุกอย่างจะเริ่มดีขึ้นเมื่อเธอมีงานทำแต่ว่าพ่อของเธอก็ดันมาเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตทำให้เธอกับแม่แล้วก็ยายต้องอยู่กันอย่างยากลำบาก
"หลังจากวันนั้นก็มีนายจ้างของหนูเขาชักชวนมาทำงานที่กรุงเทพฯ บอกว่ามาทำงานที่นี่หนูจะได้เงินเดือน 25,000 บาทแต่ต้องแลกกับเงิน 10,000 บาท เป็นเงินแรกเข้าเพราะเขาต้องไปเคลียร์กับผู้จัดการค่ะ วันนั้นเงินเดือนหนูออกพอดีได้เงิน 10,000 บาทบวกกับเงินเก็บเล็กน้อยที่หนูพอมีและแม่เอาเงินที่ร้านผสมมาให้เป็น 15,000 บาทหนูให้พี่เขาไป 10,000 บาทจนหนูเหลือ 5,000 บาทเขาบอกว่าไม่ต้องกลัวเรื่องค่ากินค่าอยู่เพราะเขามีที่พักให้ฟรีเรื่องค่ากินถ้าไม่พอก็กินกับเขาก็ได้ ตอนหนูมาถึงเขาบอกให้หนูรอตรงร้านสะดวกซื้อแล้วเอาเงินให้เขาไป 10,000 บาทเพื่อไปจัดการเรื่องที่ธนาคารแล้วพี่เขาก็หายไปเลยค่ะ"
"แล้วหลังจากนั้นเธอทำยังไง" รณพีร์เอ่ยถามแค่ฟังเขาก็รู้สึกสงสารเด็กบ้านนอกเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงแบบนี้ญาติพี่น้องก็ไม่มีคงจะกลัวไปหมด ตอนเขาไปอยู่เมืองนอกใหม่ๆ เขาก็ยังแอบหวั่นใจมองไปทางไหนก็มีแต่คนที่ไม่รู้จักมีปัญหาอะไรจะไปขอความช่วยเหลือจากใครก็ไม่ได้
"พอดีว่าวันนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถ่ายรูปที่ร้านสะดวกซื้อหนูเลยเข้าไปขอความช่วยเหลือค่ะ"
"แล้วตำรวจช่วยอะไรเธอบ้าง"
"ให้เงินหนูมา 200 บาทค่ะหนูก็ยืนงงอยู่ตรงนั้นเฮ้อ เงินที่มีอยู่ที่ตัวหนูไม่กล้าใช้สักบาทเลยค่ะหนูกลัวกลับไม่ถึงบ้านแต่มาขนาดนี้จะให้หนูดั้นด้นกลับไปบ้านก็ไม่รู้จะทำยังไงเลยเดินเตร็ดเตร่อยู่แถวนั้นจนเห็นป้ายรับสมัครแม่บ้านของโรงแรมกัลยาณีพอไปสมัครผู้จัดการบอกว่าตอนนี้ได้แม่บ้านแล้วให้ลองมาสมัครที่บริษัทSTดู เพราะรับสมัครแม่บ้านเหมือนกันพอหนูมาก็โชคดีค่ะที่ได้เจอกับคุณท่านคุณท่านเลยพาหนูมาทำงานที่บ้าน"
"ก็ถือว่าฟาดเคราะห์ไปแต่จริงๆ แล้วเธอควรแจ้งความนะเรื่องคนที่พามายังไงก็มีความผิด"
"ไม่เป็นไรค่ะหนูถือว่าชาติที่แล้วหนูคงทำเวรทำกรรมกับเขาเอาไว้จะได้หมดเวรหมดกรรมกันแค่ชาตินี้ค่ะ"
เป็นคำตอบที่รณพีร์ไม่คิดว่าจะได้ยินเธอมองโลกในแง่ดีเกินไปขนาดถูกหลอกมาทิ้งไว้ที่กรุงเทพฯ ยังมองว่าเป็นเวรกรรมเธอจะจิตใจดีไปถึงไหนคนผิดควรได้รับโทษสิถึงจะถูก
"ถ้าอย่างนั้นเธอมาทำงานกับฉันเพิ่มไหมล่ะเสร็จจากงานบ้านก็มาช่วยงานฉันจัดเรียงเอกสารนิดหน่อยอาจจะต้องคอยตามฉันไปที่บริษัทไปโรงแรมทำได้ไหมล่ะ"
"คือว่าหนูดีใจนะคะที่คุณพีร์มีเมตตาแต่ว่าหนูไม่ได้มีความรู้ขนาดนั้นค่ะการศึกษาก็ต่ำต้อยหนูกลัวทำงานของคุณพีร์เสียหายค่ะ"
"ก็แค่งานเล็กๆ น้อยๆ ไม่มีอะไรหรอกฉันไม่มีเลขาไม่มีผู้ช่วยแค่ช่วยจัดเรียงเอกสารเดี๋ยวฉันสอนงานเอง"
"ละ ลองดูก็ได้ค่ะแต่ถ้าเกิดหนูทำอะไรไม่ถูกใจคุณพีร์อย่าดุหนูนะคะ" เธอทำหน้าตาน่าสงสารทำแบบนี้รณพีร์จะไปกล้าดุเธอได้อย่างไร
วันนี้เขาเริ่มคุยงานกับเธอสอนให้เธอรู้จักจัดเรียงเอกสารวาระการประชุมต่างๆ และที่สำคัญช่วงบ่ายของวันนี้เขาพาเธอมาเดินห้างโดยมีเขาเป็นคนขับรถให้ จะทำงานเป็นคนติดตามโดยแต่งตัวมอซออย่างนี้คงจะเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ดี เขาจำเป็นต้องพาเธอมาเปลี่ยนบุคลิกทำผมเสียใหม่จากสาวใช้กลายเป็นคุณหนูทุกอย่างเปลี่ยนได้เพียงแค่มีเงิน
พิจิกาไม่เคยคิดไม่เคยฝันว่าเธอนั้นจะได้เข้าร้านเสริมสวยราคาแพงแบบนี้เธอนั่งเกร็งจนช่างทำผมต้องบอกให้เธอผ่อนคลายไม่ต้องกลัวอะไร ปกติแล้วเธอจะไว้ผมยาวแล้วม้วนผมเก็บให้เรียบร้อยเวลาทำงานเพราะว่างานของเธอจะอยู่ในครัวอยู่กับอาหารปล่อยผมยาวรุงรังมันไม่น่าดูเสียเท่าไหร่ วันนี้เธอเลยได้ยืดผมดัดลอนปลายให้เข้ากับรูปหน้า สีผมจากสีดำก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทำให้ผิวเธอดูขาวผุดผ่องขึ้นมาแต่ก็ยังไม่เพียงพอ
หลังจากทำผมเสร็จรณพีร์ก็พาเธอมายังเคาน์เตอร์แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำเขาให้พนักงานช่วยสอนแต่งหน้าและปรับบุคลิกพร้อมซื้อเครื่องสำอางที่จำเป็นทุกอย่างให้เธอ การแต่งหน้าในวันนี้ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเธอจดจำทุกสิ่งทุกอย่างที่พนักงานสอนและเธอก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณทุกคนจนพนักงานรับไหว้แทบไม่ทัน
"เสร็จแล้วค่ะคุณพีร์"
น้ำเสียงอ่อนหวานดังออกมาจากด้านหลังรณพีร์รีบหันไปมองเธอส่งแบล็กการ์ดสีดำไม่จำกัดวงเงินคืนให้แก่เขาแต่ทว่ารณพีร์ไม่ได้มองของในมือเธอเลยสายตาเขาจดจ้องไปที่ใบหน้ารูปไข่ที่ถูกเติมแต่งเครื่องสำอางจนทำให้เธอดูสวยสะดุดตาแม้แต่ชายหนุ่มที่นั่งโต๊ะข้างๆ รณพีร์ยังหันมามอง
"สวย...."
คนถูกชมหน้าแดงก่ำเธอเองก็ทำอะไรไม่ถูกเสื้อผ้าที่เขาซื้อให้เธอก็ได้สวมใส่ไหนจะทำผมแต่งหน้าและรองเท้าทุกสิ่งทุกอย่างทำให้เธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
"คุณพีร์อยากให้หนูทำอะไรอีกไหมคะ"
"ไปหาอะไรทานกันหิวหรือยัง" จู่ๆ เขาก็เกิดไม่อยากกลับบ้านตอนนี้อยากพาเธอเดินเที่ยวหาอะไรทานเสียก่อน
"หิวนิดนึงค่ะ" ไม่ใช่แค่หิวนิดนึงหรอกเธอหิวมากเพราะตั้งแต่มาตอนบ่ายจนตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเย็นเธอก็ยังไม่ได้ทานอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่า
"งั้นไปหาอะไรทานกันเถอะเดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง"
"ขอบคุณค่ะคุณพีร์"
บทที่20ครอบครัวที่อบอุ่นตอนจบโรงแรมกัลยาณีสาขาภูเก็ต รณพีร์เดินกลับเข้าห้องพักของเขาหลังจากที่ส่งสองแสบให้แม่ๆ ของเขาได้เลี้ยงดู วันนี้เขาตั้งใจที่จะดื่มด่ำความสุขกับพิจิกาอย่างเต็มที่เพียงแค่เปิดประตูเข้ามาเขาก็ได้ยินเสียงเล่นน้ำจากสระน้ำริมระเบียงพอเห็นว่าภรรยาคนสวยกำลังเล่นน้ำอยู่คนเดียวเขาก็รีบถอดเสื้อผ้าออกทุกชิ้นแล้วเดินเปื่อยเปล่าลงไปในสระ"ไม่รอเลยนะหนูพิ~" เขาดึงเธอมาพร้อมกดจมูกหอมแก้มนวลๆ "อ๊ะ! ตกใจหมดเลยค่ะคุณพีร์" "วันนี้อากาศดีเหมาะกับการเสียตัวใช่ไหม หืมม" "บ้า ใครจะไปอยากเสียตัวกัน" "อื๊มมม~" แม้จะทำปากดีปฏิเสธแต่มือของเธอกำลังรูดท่อนเอ็นใต้น้ำอย่างแผ่วเบา มือบางรูดขึ้นรูดลงช้าๆ มือหนาจับปลายคางของเธอเชิดขึ้นแล้วประกบจูบอย่างเร่าร้อนเขาคงไม่รู้ว่าตอนนี้เธอเองก็ไม่ได้ใส่กางเกงจีสตริงแต่อย่างใด เมื่อสองขาเกี่ยวรั้งเอวหนาคนตัวสูงก็อุ้มเธอขึ้นแล้วดันตัวเธอชิดขอบสระ"อ๊าาา~" ท่อนเอ็นของเขาแนบชิดกับกลีบสาวสีหวานฉ่ำรณพีร์บดเอวถูไถเมื่อรู้ว่าเธอไม่ได้ใส่กางเกงจีสตริงแบบนี้สิถึงจะสนุก ริมฝีปากหนาบดจูบริมฝีปากบางอย่างเร่าร้อนไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาเห็นเพราะว่าที่ตรงนี้เป็น
บทที่19ชีวิตคุณรณพีร์พิจิกาตื่นขึ้นมาตอนนี้เธออยู่ในห้องพักฟื้นส่วนลูกสาวน้องพนิตาหรือหนูนิตกำลังถูกคุณพ่อมือใหม่อุ้มไม่ยอมวางแม่กับยายของเธอช่วยกันเตรียมข้าวของที่ต้องใช้ส่วนหม่อมหลวงกัลยาณีก็ไม่น้อยหน้าจัดเตรียมทองแท่งและเงินสดมากมายมารับขวัญหลานคนแรกของตระกูล "ตื่นแล้วเหรอครับคนเก่ง หนูนิตหิวนมพอดีเลย" พิจิการีบรับลูกสาวมาป้อนนมจากอกของเธอดูลูกสาวคนเก่งนี่สิพอได้เข้าเต้าก็กินนมไม่หยุดเลยเธอเห็นแม่กับยายมีความสุขก็วันนี้นี่แหละพวกท่านยิ้มสดใสมากกว่าตอนที่เธอได้แต่งงานเสียอีก รณพีร์เองก็เหมือนกันออกจากวงโคจรเพื่อนฝูงที่ชอบปาร์ตี้สังสรรค์เต็มที่ก็มีแค่นัดทานข้าวกันตอนกลางวันที่สำคัญเขาพาเธอไปด้วยทุกครั้ง "หลานสาวของย่าโตวันโตคืนนะลูกนะ" "ดูสิคะคุณหญิงผิวขาวอย่างกับหยวกกล้วยเลย""พ่อแม่ขาวกันทั้งคู่แถมหน้าตาดีกันหมดลูกออกมาไม่ต้องพูดถึงค่ะโตขึ้นมาตาพีร์คงปวดหัว ฮ่าๆ"นั่นสินะพิจิกาลืมคิดเรื่องนี้ไปเลยเธอมองหน้าคุณพ่อที่คิดตามคำพูดของผู้ใหญ่มันจริงทุกอย่างตอนนี้ลูกยังเล็กหากโตขึ้นจะเป็นยังไงคนเป็นพ่อคงปวดหัวน่าดู"สงสัยต้องมีลูกชายเอาไว้คอยปรามพี่สาวนะครับ-_-!" "เกินไปค่ะลูกเราคง
บทที่18สำนึกผิดแล้วพิจิกาเดินทางกลับมายังบ้านเกิดของเธอมาถึงแม่กับยายก็รีบวางของในมือแล้วเดินออกมารับลูกสาวที่กำลังอุ้มท้องกลับบ้านเธอไม่พูดอะไรแต่สายตานั้นบ่งบอกว่าเธอกำลังมีปัญหา ก่อนหน้านี้รณพีร์โทรหาแม่ของเธอแล้วเขาออกมาจากห้องประชุมเพื่อหยิบงานเอกสารที่ลืมเอาไว้พอเห็นโทรศัพท์ชาร์จแบตอยู่พร้อมรอยโทรหาจากที่บ้านหลายสิบสายรีบโทรกลับไปพอรู้เรื่องราวก็รีบโทรหาแม่ยายให้คอยดูเธอไว้ส่วนเขาจะรีบขับรถตามมา "เป็นอะไรหลานยาย มีปัญหาอะไรทำไมไม่ค่อยๆ คุยกัน ผัวเมียกันหนีกันแบบนี้มันไม่ดีนะลูก""หนูแค่เหนื่อยใจจ้ะยาย""เหนื่อยใจก็พักอยู่ที่บ้านนี่แหละยังไม่ต้องไปไหน ก่อนหน้าที่เอ็งจะมาพ่อพีร์เขาโทรมาหาแม่แล้วเขาขอโทษที่พูดจาไม่ดีแต่ที่เขาทำไปเพราะรักเพราะหวงไม่อยากให้เอ็งไปยุ่งวุ่นวายกับใคร แม่ก็เตือนนะว่าบางสิ่งบางอย่างก็ต้องใจเย็นเอ็งก็เป็นแม่ค้ามาตั้งแต่ตัวน้อยๆ พอเจอลูกค้าไม่เข้าใจสินค้าก็ต้องแนะนำมันก็ถูกต้องแล้ว""ช่างเถอะแม่หนูไม่อยากพูดถึงเขาแล้วขอขึ้นไปนอนบนบ้านก่อนนะแม่" เธออุ้มท้องขึ้นมาบนบ้านจนเสียงข้อความจากโรงพยาบาลส่งมาเรื่องเพศลูกของเธอ จากที่เครียดเรื่องครอบครัวกลายเป็นสมอง
บทที่17หึงหวงจนได้เรื่องเวลาผ่านไปจนถึงวันแต่งงานของรณพีร์กับพิจิกาในช่วงเช้าจะเป็นพิธีหมั้นของทั้งสองงานวันนี้ถูกจัดขึ้นที่โรงแรมในจังหวัดตอนแรกรณพีร์อยากไปจัดงานที่โรงแรมของเขาแต่ก็เป็นห่วงคุณยายคงจะเดินทางไกลไม่ค่อยไหวจึงตัดสินใจแต่งในจังหวัดบ้านเกิดของพิจิกาดีกว่าหลังจากสวมแหวนหมั้นในช่วงเช้าทั้งสองก็จดทะเบียนสมรสกันก่อนจะเริ่มพิธีรดน้ำสังข์ในช่วงเวลา09.09นาที เหล่าเพื่อนๆ ของรณพีร์ยังตกใจที่จู่ๆ เพื่อนก็ทักมาใน LINE กลุ่มแล้วแจ้งข่าวดีว่าตนนั้นจะแต่งงานทำเอาทุกคนตกใจกันหมดพอก่อนหน้านี้เพื่อนยังไม่มีแฟนเพิ่งจะมาบอกเมื่องานวันเกิดเพื่อนในกลุ่มว่าเขามีแฟนแล้วไม่ทันไรก็จะแต่งงานนี่มันยิ่งกว่า the fast เสียอีก"เจ้าสาวมึงสวยว่ะมีเพื่อนไหมวะ" แทงทองกระซิบถามเจ้าบ่าวที่เอาแต่นั่งมองเจ้าสาวขณะถูกรดน้ำสังข์"ไม่รู้! มึงรีบรดน้ำสังข์แล้วไปซะคนอื่นจะได้รดบ้าง-_-!""ทำห่วงเมียนะมึงอ่ะ" การลดน้ำสังข์เป็นไปอย่างสนุกสนานตามประเพณีช่วงกลางคืนก็เป็นเวลาที่หนุ่มสาวและชาวบ้านรอคอยงานเลี้ยงถูกจัดขึ้นในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมคนที่มาส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาวบ้านและกลุ่มเพื่อนพนักงานของรณพีร์ที่ขับรถมาจาก
บทที่16สู่ขอให้เป็นเรื่องเป็นราวNCช่วงตี2ของวันต่อมารณพีร์ทำหน้าที่ขับรถพาสองแม่ลูกเดินทางมาตลาดในตอนเช้ามืดใครจะไปคิดว่ารณพีร์จะชอบชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนที่นี่ เขาอุดหนุนพ่อค้าแม่ค้าแทบทุกร้านหวังจะได้ช่วยเหลือทุกคนจนตอนนี้รถเบนซ์ราคาหลายร้านเต็มไปด้วยข้าวของมากมายจนแทบจะขนกลับไปไม่ไหว "ซื้อขนาดนี้แม่จะขายทันไหมเนี่ย""นั่นสิแม่ เดี๋ยววันนี้สายๆ ไปเยี่ยมยายเอาขนมไปฝากคุณหมอกับพยาบาลบ้างดีกว่าค่ะ"สองแม่ลูกรีบเดินตามมาที่รถกลับถึงบ้านก็มีลูกค้าหลายสิบคนมารอซื้อของสดและของใส่บาตรทำบุญรณพีร์รีบเข้ามาช่วยขายของจนเป็นที่พูดถึงของเหล่าชาวบ้านว่าลูกเขยบ้านนี้ทั้งหล่อทั้งขยันที่สำคัญเป็นถึงลูกชายหม่อมหลวงเจ้าของธุรกิจมากมายและมีโรงแรมอยู่หลายจังหวัด"บุญของไอ้พิมันเนอะ" "นั่นนะสิ ไพรแกไม่ต้องไปกังวลแล้วพิมันมีผัวดีแกจะได้สบายไปด้วย""ก็ขอให้รักกันไปถึงฝั่งนั่นแหละมันเจอคนดีฉันก็เบาใจ" รณพีร์พูดคุยกับชาวบ้านจนถึงเวลาตีห้าพยาบาลพิเศษแจ้งมาว่าคุณยายรู้สึกตัวแล้วแต่ยังต้องอยู่ในห้อง ICU เพื่อดูอาการไปก่อนๆ กว่าจะได้เก็บร้านก็ตอนสายทุกคนจึงรีบพากันมาโรงพยาบาลเพื่อเข้าเยี่ยมคุณยายด้วยชุดปล
บทที่15พ่อพระมาโปรดพิจิกาเล่าอาการของคุณยายให้กับชายหนุ่มได้ฟังเขาจึงขอตัวไปคุยกับแพทย์เจ้าของไข้ที่กำลังเตรียมตัวเข้าห้องผ่าตัดคุณหมอมีท่าทีตกใจแถมยังถ่อมตัวด้วยการเว้นระยะกุมมือประสานกันแล้วก้มหัวให้เขาเป็นระยะจากนั้นบุคลากรทางการแพทย์ก็รีบพากันเข้าห้องผ่าตัดไม่มีอิดออด "เรื่องค่ารักษาพยาบาลฉันจัดการให้แล้วนะ แล้วก็ย้ายคุณย้ายของเธอไปอยู่ห้องพักพิเศษจนกว่าจะหายดีฉันจ้างพยาบาลพิเศษมาช่วยดูแลหลังจากผ่าตัดแม่ของเธอจะได้พักผ่อน""คุณพีร์... ฮึก!" เธอเข้าไปกอดเขาพร้อมร้องไห้สะอื้นเมื่อคืนทั้งคืนเธอก็ไม่ได้นอนคุณหมอก็รอเธอกับแม่ตัดสินใจเรื่องการผ่าตัดจนเธอรวบรวมเงินรวมถึงนำทองไปขายในตอนเช้าคุณหมอเห็นว่ายอดจำนวนเงินที่ทั้งสองรวมเงินกันได้แล้วมันเพียงพอจึงให้พยาบาลเตรียมห้องผ่าตัดโดยเร็วที่สุดแต่ใครจะคิดว่าลูกชายของหม่อมหลวงกัลยาณีจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างอีกทั้งยังบอกให้บุคลากรทุกคนทำงานกันให้เต็มที่ขออย่างเดียวให้คุณยายของว่าที่ภรรยาปลอดภัย"แล้วนี่แม่เธอไปไหนเอาทองไปขายหรือไง" ที่เขาถามเธอเพราะเมื่อกี้พยาบาลเล่าเรื่องราวให้ฟังว่าได้ยินสองแม่ลูกร้องห่มร้องไห้ต้องนำทองที่พ่อของเธอมา







