ANMELDEN“คิดถึงพ่อขนาดนั้นเชียว”
“คิดถึงสิคะ คุณพ่อขา คุณแม่ป่วยหนักค่ะ ตอนนี้นอนอยู่โรงพยาบาล คุณพ่อไปไหนมาคะ ทำไมไม่อยู่ดูแลคุณแม่”
“พ่อไปทำงานน่ะลูก” พัลลภเอ่ยขึ้น ก่อนจะโยกศีรษะของลูกสาวคนเล็กเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
“งานยุ่งมากเหรอคะ”
“มากครับ เอาไว้เดี๋ยวพ่อพาไปเยี่ยมแม่นะ”
“ค่ะคุณพ่อ คุณพ่อไปเยี่ยมคุณแม่ คุณแม่อาจจะอาการดีขึ้นก็ได้ค่ะ”
“มินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวลงมาทานของว่างด้วยกัน”
“ค่ะพี่เม เดี๋ยวคุณพ่อทานของว่างพร้อมหนูกับพี่เมนะคะ”
“จ้ะ” พัลลภรับคำบุตรสาว
“คุณทำแบบนั้นทำไม” เมนิลาเอ่ยถามทันทีที่น้องสาวเดินขึ้นชั้นบนของบ้านไปแล้ว เธอไม่เรียกพัลลภว่าพ่ออีกเมื่อรู้ว่าความจริงแล้วว่าอีกฝ่ายคือบิดาเลี้ยง และเธอเป็นแค่ลูกติดของมารดาเท่านั้น
“ทำไมพูดจากับพ่อห่างเหินขนาดนั้นล่ะ” พัลลภเดินเข้าหา ก่อนจะวางมือบนไหล่ละมุนของลูกเลี้ยง แต่เมนิลาปัดมันทิ้ง มองคนตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง
“ทำไมทำท่ารังเกียจพ่อขนาดนั้นล่ะ”
“คุณไม่ใช่พ่อของฉัน”
“แต่ยังไงพ่อก็เลี้ยงลูกมานะ จะเนรคุณหรือไง”
“เนรคุณอย่างนั้นเหรอ คุณเคยมีบุญคุณกับพวกเราด้วยเหรอ ปล่อยแม่ให้เผชิญกับชะตากรรม เคยส่งเสียเลี้ยงดู ส่งเงินให้แม่สักบาทไหม แม่ทำงานเหนื่อยสายตัวแทบขาด”
“ก่อนแต่งงานกัน แม่ของเธอก็รู้ว่าฉันรายได้ไม่แน่นอน และบอกว่าเลี้ยงตัวเองได้ ไม่อยากเป็นภาระใคร จะมาเรียกร้องอะไร” พัลลภแบมือขึ้นข้างตัวด้วยท่าทียียวน ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวยาวอย่างแสนสบาย
“คุณเอาบ้านไปจำนองทำไม” เมนิลาถามตรงประเด็น
“ก็มันร้อนเงิน เป็นหนี้ ไม่มีเงิน ไม่เอาไปจำนอง มันก็มาฆ่าพ่อน่ะสิ”
“อย่ามาเรียกตัวเองว่าพ่อ เพราะคุณมันไม่มีความเป็นพ่อเลยสักนิด”
“มีไม่มีก็ทำให้แม่ของเธอท้องได้ แล้วยายมินก็เป็นลูกของฉัน เป็นน้องของเธอ”
“แม่ไม่น่ามาเจอคนไม่มีความรับผิดชอบแบบคุณเลย” ตอนนั้นเธอยังเด็ก จำได้ราง ๆ ว่ามารดาให้เรียกพัลลภว่าพ่อ เธอจึงเรียกพัลลภว่าพ่อมาตลอด และคิดว่าพัลลภคือพ่อ เธอมารู้ความจริงก็ตอนที่พัลลภทะเลาะกับมารดา วันนั้นเธอแอบได้ยินทุกอย่าง เมื่อก่อนเคยสงสัยว่าทำไมพ่อไม่รัก และทำไมเธอถึงไม่มีพ่อที่ดี เป็นหัวหน้าครอบครัวดูแลแม่ ดูแลเธอและน้องเหมือนพ่อคนอื่น แต่มารู้ตอนโตว่าแม่พลาดท่าเสียที ได้ผู้ชายไม่ดีมาเป็นสามีหลังจากที่พ่อแท้ ๆ ของเธอเสียชีวิต
เขาบอกว่ามีผัวผิดคิดจนตัวตาย นี่คือเรื่องจริงที่ใช้เปรียบเทียบคู่สามีภรรยาที่มีศีลไม่เสมอกันได้ทุกยุคทุกสมัย
“แล้วไง” คนพูดนั่งยืดขาอย่างแสนสบาย
“แล้วไง พูดออกมาได้”
“จุ๊ ๆ ๆ อย่าเสียงดังไปสิ จะให้ยายมินมาได้ยินเหรอว่าเราคุยอะไรกัน”
“อย่าบอกยายมินนะ” เธอไม่อยากให้มินรญากังวลเรื่องหนี้สินที่บิดาเลี้ยงก่อ
“ออกไปจากชีวิตของฉันกับน้องกับแม่ได้แล้ว คุณก็ได้ไปเยอะแล้ว อย่าทำตัวเป็นปลิงเป็นแมงดาเลย”
“ตอนนี้เธอรวยมากนี่นา ดังด้วย ถ้าอยากให้ฉันไปจริงก็เอาเงินมาให้ฉันสิ” อีกฝ่ายแบมือขอเงิน
“ไม่อายหรือไงมาแบมือขอเงินผู้หญิง”
“ทำไมต้องอาย ด้านได้อายอดเคยได้ยินไหม”
“ไสหัวออกไป หนี้สินที่คุณสร้างไว้มันก็มาเกินพอแล้ว ตอนนี้แม่นอนป่วยอยู่โรงพยาบาล ต้องใช้เงินรักษา ฉันไม่มีเงินให้คุณหรอกนะ” เธอพูดจบก็ท่าท่าจะเดินหนี แต่พัลลภรีบคว้าตัวของลูกเลี้ยงมากอดเอาไว้แนบอก
“นี่ปล่อยนะ ทำบ้าอะไรน่ะ”
“โตขึ้นเธอก็สวยเหมือนกันนะ สนใจจะไปทำงานกับเจ้าหนี้ฉันไหมล่ะ เงินดี งานสบายเอาไหม” พัลลภยื่นใบหน้าเข้าไปหาลูกเลี้ยงสาว พลางกวาดตามองใบหน้าหวานละมุนของอีกฝ่าย
“นี่ปล่อยนะ”
“เอาสิ โวยวายให้น้องของเธอลงมาเห็นเลย”
“ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วย” พูดจบเมนิลาก็กระแทกเข่าเข้าใส่หว่างขาของบิดาเลี้ยงเต็มแรง
“โอ๊ย!” พัลลภร้องด้วยความเจ็บจนจุก เมื่อโดนเข่าของลูกเลี้ยงกระแทกเข้าให้อย่างจัง
“ไสหัวออกไปซะ ถ้าไม่ไปฉันจะเอามีดสับคุณให้หัวแบะ” เมนิลาบ้าดีเดือด เธอทำได้ทุกอย่างเพราะอีกฝ่ายทำให้เธอโกรธ หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องครัว ก่อนจะถือปังตอออกมา พัลลภเห็นท่าไม่ดี เขาจึงรีบวิ่งหนีออกมาจากบ้านในทันที เธอเคยเรียนวิชาการป้องกันตัว และเป็นคนไม่ยอมใคร จะไม่ยอมให้ใครมาข่มเหงได้แน่ ๆ
“แล้วเธอจะต้องเสียใจที่ทำแบบนี้กับฉัน”
“ฉันไม่มีวันเสียใจแน่นอน และจะทำยิ่งกว่านี้อีกถ้าคุณกลับมาเบียดเบียนครอบครัวฉันอีก”
“พี่แจ๋วไปปิดประตูเร็ว แล้วอย่าให้ผู้ชายคนนี้เหยียบเข้ามาในบ้านอีก” เมนิลารีบสั่งสาวใช้ เมื่อผู้ชายไร้จิตสำนึกคนนั้นไปแล้ว เมนิลาก็ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างอ่อนแรง
“คุณไม่เป็นอะไรนะคะ”
“ขอบคุณพี่แจ๋วมากนะคะ”
“ความจริงคุณมินน่าจะต้องรู้นะคะว่าคุณพัลลภเลวเพียงใด” เพราะอยู่กันมานานจึงรู้ว่าใครเป็นยังไง
มินรญาถูกกันออกไปจากปัญหาทุกอย่าง เด็กสาวจึงไม่ได้รับรู้ว่าสถานะทางการเงินของครอบครัวว่าเป็นเช่นไร ในครอบครัวมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง
“คุณรู้แบบนี้แล้วก็อย่ามายุ่งกับผู้หญิงอย่างฉันเลยค่ะ ฉันไม่ดีพอสำหรับคุณหรอกค่ะ” “กับไอ้นทีก็ง่าย ๆ กับผมก็ง่าย ๆ เหมือนสมัยก่อนสิ” ดูเหมือนเขาจะพูดไม่รู้เรื่อง เธอถอยหนีเขาก็ตามติดรุกไล่ เธอตัดสินใจฟาดหนังสือใส่ แต่เกริกรวบเอาไว้ พลางบิดข้อมือของเธอจนหนังสือหล่นลงพื้น“โอ๊ย!”“หลังจากวันนี้ไป คุณกับผมจะต้องเป็นผัวเมียกันอีกรอบ ดูซิว่าถ้าท้องอีกรอบคุณจะเลิกกับผมจริงไหม”“ว้าย!” หญิงสาวร้องเสียงหลงเมื่อเขากระชากเข้าหา พลางกอดจูบอย่างดุเดือด ฟ้าลดาดิ้นรนจิกข่วนแต่เขาไม่ยอมปล่อย“ปล่อยนะ ไอ้คนเลว บอกว่าอย่ามายุ่งกับฉันอีก ยังไงเล่า ยังจะตามตื๊ออยู่ได้ ฉันเกลียดคุณ ไสหัวออกไปจากชีวิตฉันได้แล้ว ไอ้คนหน้าด้าน คุณจะกลืนน้ำลายตัวเองหรือไง ไหนบอกว่าเกลียดฉันเข้ากระดูกดำยังไงล่ะ” ฟ้าลดากรีดร้องดิ้นรนอย่างรังเกียจ เกริกกดร่างของเธอไปกับพื้น พลางฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเธออย่างไม่ปรานี“ว้าย!” ฟ้าลดาปัดป้องตัวสั่น ถึงเธอจะเคยเป็นของเขา แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว หากเธอไม่ยินยอม ถึงตายก็จะไม่ยอมตกเป็นเมียของเขาอีกอย่างเด็ดขาดเกริกก้มใบหน้าลงไปหวังที่จะรวบหัวรวบหางคนใต้ร่าง เอาอดีตเมียกลับมาเป็นของตนให้ได
“แล้วทางโน้นเขาจดหมายมาว่าอย่างไรคะ” ฟ้าลดาเอ่ยถาม เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของนที“คนของแม่ใหญ่ฝากจดหมายมาให้พี่ผ่านคุณแม่ บอกว่าแม่ใหญ่โดนคิมหันต์วางยา อยากให้พี่กลับไปช่วยจัดการ เขาจะยกทรัพย์สมบัติให้พี่ซึ่งเป็นทายาทเพียงคนเดียวทั้งหมด” นทีขยายความให้ฟ้าลดาฟังว่าคิมหันต์คือลูกเลี้ยงของฤดี ภรรยาแต่งของบิดาที่เกลียดชังเขากับแม่จับใจ แต่เพราะคิมหันต์รู้ว่าตัวเองไม่ใช่ทายาทที่แท้จริง จึงหวังฮุบสมบัติและวางยาให้ฤดีตาย เนื่องจากฤดีที่ได้ครอบครองสมบัติทั้งหมดหลังจากสามีเสียชีวิต ไม่ยอมยกสมบัติให้คิมหันต์เสียที“แล้วพี่นะจะกลับไปไหมคะ”ปัง ปัง ปัง โครม!!! คำตอบของนทียังไม่ทันได้เอ่ยออกมาจากปาก เสียงปืนก็ดังขึ้นเสียก่อนเสียงรถชนโครมเข้ากับต้นไม้ใหญ่ระหว่างทาง ควันสีขาวสลับดำพวยพุ่งออกมาจากรถ พวกมือปืนเดินมาข้างรถ ทำท่าจะกระหน่ำยิงให้คนในรถทั้งสองตายสนิท แต่มีรถยนต์ของคนที่ไปทำบุญที่วัดป่าผ่านมาพอดี แถมยังเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียด้วย นั่นทำให้พวกมันยังไม่ทันได้ลงมือ แต่ต้องรีบหนีไปเสียก่อนตำรวจหลายนายที่นั่งรถมาที่วัดป่าเพื่อมาทำบุญรีบกรูกันลงมาจากรถ ตำรวจปลอมตัวมาสืบคดี เรื่องพวกลักลอบเข
ฟ้าลดาสอดมือเข้าในกลุ่มผมดกหนาของเขา ก่อนที่จะหยัดกายหลุดเสียงครวญครางออกมาไม่ขาดปากเธอครวญครางไม่ได้ศัพท์เมื่อถูกปรนเปรอทั้งนิ้วและปากร้อนรุ่ม ฟ้าลดาปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสัมผัสอันแสนเร่าร้อนแต่ทนุถนอมอ่อนโยนอยู่ในทีของเขาปากหนาทำให้เธอถึงจุดสุดยอดได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง“ป้องกันสักนิดนะครับ” ประโยคของเขาดูช่างใส่ใจ เธอกะพริบตาปริบ ๆ ของพวกนั้นมันจะมีได้อย่างไรกันล่ะ นทีดูรับผิดชอบกับทุกสิ่งทุกอย่าง เขาลับหายไปเพียงครู่ ก่อนจะกลับมาพร้อมเครื่องป้องกันอารมณ์ของเธอยังไม่เหือดหายเมื่อเขากลับมาบดจูบริมฝีปากของเธออีกครั้ง ลิ้นหนาที่สอดแทรกเข้ามาทำให้เธอหัวหมุนและเสียวซ่าน เพียงไม่นานอารมณ์พิศวาสก็ลุกฮือได้อย่างรวดเร็วเขากำลังเสียดสีส่วนปลายของความแข็งแกร่งกับปากถ้ำสวาท สัดส่วนแข็งขึงบดบี้มาตรงติ่งกระสันครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้เธอหลุดเสียงครางออกมาด้วยใยหน้าเสียวซ่านเขาขยับกายเข้ามากอดรัดเธอเอาไว้อย่างแนบแน่น ก่อนที่จะกดกายเข้าหา นทีเอื้อเอ็นดูและไม่ทำรุนแรงให้เธอต้องเจ็บปวดหรือตกใจ สัมผัสของเขาค่อยเป็นค่อยไป ทำให้เธอเสียวซ่านสุดใจเพียงแค่เขากดสะโพกสอบเข้าหาอย่างล้ำลึก มันก็ทำให้เธอเ
“ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ” ฟ้าลดาดึงมือกลับมา ก่อนจะเท้าคางมองหน้าเขา“คุณฟ้ามองผมทำไมครับ”“พี่นะเป็นคนที่ไหนคะ”“เป็นคนใต้ครับ”“นั่นสิคะ ดูคมเข้มแต่ผิวก็ขาวจังค่ะ”“แม่ของผมเป็นคนภาคกลางครับ ผิวเลยขาวหน่อย ผมขาวเหมือนแม่ แต่หน้าผมเหมือนพ่อ” เขาตอบคำถามของเธอก็จริง แต่ก็ไม่ได้ขยายความถึงวัยเด็กและช่วงชีวิตที่ผ่านมา อาจเพราะนทีเป็นคนพูดน้อย ถามคำตอบคำเสียเป็นส่วนใหญ่ และเขาก็ไม่ขยายความอะไรมากมายหากไม่ได้ถามรายละเอียด“พี่นะมีพี่น้องไหมคะ”“ผมเป็นลูกคนเดียวครับ”“มีแฟนแล้วหรือยังคะ” เธอเหมือนจะเคยถามเขาแล้ว แต่เธอก็อยากเน้นย้ำ“ยังครับ”“เคยชอบผู้หญิงแบบจริงจังสักคนไหมคะ”“ก็มีนะครับ” ประโยคนี้ดูเหมือนเขาจะหยุดคิดขณะตอบ และมองหน้าเธอไม่วาง“เลิกรักผู้หญิงคนนั้นแล้วมารักฟ้าแทนได้ไหมคะ” เอาแล้วไง ฟ้าลดาอยากจะกัดลิ้นตัวเองนัก“ครับ” นี่ไม่ใช่การรับคำ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะอุทานออกมามากกว่า สีหน้าอึ้ง ๆ ของเขาทำให้ฟ้าลดาหน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหู“พี่นะรับคำแล้ว งั้นเรามาเป็นแฟนกันไหมคะ” ฟ้าลดาตีขลุมอย่างเนียน ๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าเขาหน้าเหวอ“คุณฟ้าล้อผมเล่นทำไมครับ” นทีคิดว่าเจ้านายส
ในอดีตอัคคีเคยคิดจะจัดการกับเกริก เธอคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องเอาไว้ เขาจึงไม่ทำ อัคคีเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น เขาไม่ใช่คนที่จะผิดสัญญาอะไรกับใครง่าย ๆ โดยเฉพาะน้องสาวอย่างเธอ “แม่ผมบวชเป็นแม่ชีอยู่วัดป่าน่ะครับ”“เหรอคะ วัดป่าที่ไหนคะ ฟ้าอยากไปทำบุญวัดนั้นจัง แล้วก็จะไปเยี่ยมท่านด้วยค่ะ”“หนทางค่อนข้างลำบาก แต่ถ้าคุณฟ้าจะไปผมก็จะพาไปครับ” เขาไม่ได้ปฏิเสธ แต่ในประโยคนั้นแฝงเอาไว้ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยจนเธอสัมผัสได้“ดีเหมือนกันนะคะ จะได้ไปทำบุญ ลำบากไม่กลัวหรอกค่ะ แม่ของพี่นะยังไปอยู่ที่นั่นได้เลย”“จริง ๆ วัดป่าก็อยู่ที่กาญจนบุรีนี่แหละครับ” เขาเอ่ยบอกเจ้านายสาว“งั้นมาเที่ยวพักผ่อนรอบนี้พี่นะพาฟ้าไปไหว้แม่ของพี่บ้างนะคะ” เธอยื่นมือไปเขย่าแขนของเขา นทีก้มมองมือนุ่มของเธอ ทำให้ฟ้าลดาต้องดึงมือหนี“ได้ครับ”“พี่นะใจดีที่สุดเลยค่ะ”“ผมยินดีรับใช้คุณฟ้าอยู่แล้วครับ”“ฟ้าอยากถ่ายแบบชุดที่ฟ้าเพิ่งตัดเสร็จ อยากได้วิวที่ไร่ของพี่ไฟ พี่นะถ่ายให้หน่อยได้ไหมคะ”“ให้ผมถ่ายเหรอครับ”“ใช่ค่ะ”“ถ่ายออกมาจะสวยหรือเปล่าผมไม่แน่ใจนะครับ”“ฟ้าไม่อยากจ้างช่างภาพแล้วค่ะ เราถ่ายเอาเองดีกว่า ชุดสวย แบล็กกราวดี นำภ
คนงานเลี้ยงเป็ดไก่ โดยเลี้ยงแบบปล่อยและคอยเก็บไข่กินเป็นอาหาร ไม่ต้องซื้อหา อาหารพวกมันก็คุ้ยเขี่ยหากินเอง ไม่ต้องลำบากหาอาหารให้พวกมันกิน ก็ไม่ต้องมีภาระอะไร มื้ออาหารค่ำ ฟ้าลดาเป็นคนจัดการเองทั้งหมด โดยมีผู้ช่วยที่ดูจะหัวหมุนมากกว่าใครเพื่อนคือนที แต่เขาก็ทำตามเธอสั่งไม่ได้ติดขัดแต่อย่างใด อาจเพราะว่าเขาเองก็มีฝีมือการทำอาหารด้วยเช่นกันฟ้าลดานั่งดื่มเบา ๆ กับคนงานขณะรับประทานอาหารด้วยกันหน้าบ้านพัก คืนนี้บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวพร่างพราว ฟ้าลดาเงยหน้ามองแล้วรู้สึกมีความสุขกับบรรยากาศเช่นนี้เป็นอันมาก“คุณฟ้านี่ทำอาหารอร่อยมากๆ เชียวครับ พวกเราเพิ่งได้มีโอกาสกินอาหารฝีมือคุณฟ้าก็วันนี้แหละ” เป็นอาหารมื้อแรกที่เธอทำให้คนงานในไร่ของพี่ชายกิน เพราะเมื่อก่อนเธอทำอาหารไม่เป็นฟ้าลดายิ้มและไม่พูดอะไร บรรยากาศรอบกายปกคลุมไปด้วยความมืด ในความมืดนั้นยังมีแสงจากเปลวเพลิงที่คนงานสุมเอาไว้เพื่อไล่ยุงและทำให้บรรยากาศอบอุ่นขึ้น เธอมองนทีที่เขากำลังรับประทานอาหารกับคนงานอย่างเป็นกันเอง เขาจิบเครื่องดื่มเบา ๆ และอุ้มเด็กชายตัวน้อยมานั่งบนตักด้วยความเอ็นดู“เอาสักคนสิคะคุณนะ” เสียงเอ่ยแซวนั้นทำให้







