เข้าสู่ระบบ“มิน มินรีบโทร. เรียกรถพยาบาลเร็ว” เมนิลาเรียกน้องสาวที่อยู่บนบ้าน มินรญาวิ่งมาดูเหตุการณ์อย่างตกใจ ก่อนจะโทร. เรียกรถพยาบาลให้มารับร่างอันไร้สติของมารดาโดยเร็ว โดยมีจารวีหรือพี่แจ๋ว สาวใช้คนเดียวของบ้านรีบวิ่งมาดูอย่างตกใจไม่ต่างกัน
ใจของสองพี่น้องสั่นรัวเมื่อส่งมารดาเข้าห้องฉุกเฉินไปเรียบร้อยแล้ว
“ทำไมแม่ถึงได้เป็นแบบนี้คะพี่เม” มินรญาเอ่ยถามเสียงสั่น ใจคอไม่ดีเอาเสียเลย
“พี่ก็ไม่รู้ พี่ตื่นขึ้นมาแม่ก็นอนหมดสติจมกองเลือดอยู่ตรงพื้นแล้ว”
“มินใจคอไม่ดีเลยพี่เม” มินรญาเขย่าแขนของพี่สาวไปมาอย่างขวัญเสีย แม่คือแก้วตาดวงตาของลูก ๆ อย่างพวกเธอ หากไม่มีแม่ป่านนี้พวกเธอเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไร
“แม่จะต้องไม่เป็นอะไร มินใจเย็น ๆ ก่อนนะ” แม้เธอจะเครียดแล้วก็กลัวไม่ต่างจากน้องสาว แต่ในเวลานี้เธอต้องเป็นที่พึ่งทางใจให้แก่น้อง จะร้องไห้ฟูมฟายไม่ได้เด็ดขาด
คุณหมอออกมาจากห้องฉุกเฉินและแจ้งว่ามารดาเส้นโลหิตในสมองแตก นั่นทำให้สองพี่น้องตกใจเป็นอันมาก
“พี่เม คุณแม่จะเป็นอะไรไหมคะ” มินรญามีสีหน้าเป็นกังวล และพอรู้ว่ามารดาจะไม่เหมือนเดิมอีก เมนิลาก็แทบช็อก
เธอทุ่มเงินไปกับการรักษามารดาจนหมด เลือกโรงพยาบาลที่ดีที่สุด ยาที่ดีที่สุด การรักษาที่ดีที่สุด คุณหมอต้องรีบผ่าตัดและเมนิลาก็ไม่รั้งรอที่จะให้คุณหมอช่วยชีวิตมารดาเอาไว้
ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก เมื่อเจ้าหนี้มาทวงหนี้เพื่อจะยึดบ้านของเธอ
“ฉันไปเป็นหนี้คุณตอนไหน” เมนิลาเอ่ยถามอย่างงุนงง
“พ่อของเธอเอาบ้านมาจำนอง ตอนนี้ถึงเวลาต้องยึดแล้ว เพราะพ่อของเธอไม่ยอมใช้หนี้ ดอกเบี้ยก็ไม่จ่าย ต้นก็ไม่จ่าย ฉันไม่ได้ทำมูลนิธิหรือการกุศลนะ ถึงจะให้ใครเอาเงินไปใช้ฟรี ๆ”
“ขอเวลาฉันสักนิดได้ไหมคะ ฉันเพิ่งรู้ว่าพ่อเอาบ้านไปจำนอง ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ฉันใช้หนี้พวกคุณไปแล้วค่ะ” เธออ่านสัญญาแล้วช็อก ดีที่น้องสาวไปเรียนหนังสือ ไม่ต้องมารับรู้เรื่องไม่ดีแบบนี้ ถ้ารู้เรื่องนี้เข้าคงตกใจไม่ต่างจากเธอ มารดานอนป่วยเป็นอัมพาตอยู่บนเตียงก็ว่าหนักแล้ว ถ้ามารู้ว่าบ้านจะโดนยึดและจะไม่มีที่ซุกหัวนอนคงทุกข์ใจไปมากกว่านี้
“ฉันให้เวลาเธอก็ได้ แต่เมื่อไหร่ระบุเวลามาด้วย” เจ้าหนี้หน้าเลือดขอคำมั่นสัญญา เวลาวารีไม่เคยรอใคร เขาปล่อยเงินกู้ก็ต้องได้ดอกผลเป็นค่าตอบแทน ไม่อย่างนั้นลูกหนี้รายอื่นก็คงขอเวลาด้วยกันทั้งนั้น เขาก็ขาดทุนสิ
“ขอเวลาสักสามเดือนได้ไหมคะ ฉันจะรีบทยอยจ่ายให้คุณ” เธอคำนวณจากรายได้คงพอทำให้เธอมีเงินไปใช้หนี้สักครึ่งหนึ่ง หนี้สองล้านบาทกับบ้านหลังที่เธออยู่มันไม่คุ้มกันเลย เพราะบ้านหลังนี้เธอหามาด้วยน้ำพักน้ำแรง ค่าบ้านราคามากกว่าสองล้านเสียด้วยซ้ำ อาจจะสองล้านห้าแสนบาทถึงสามล้านบาท หากไม่รีบขาย
“สามเดือนนานไป ให้เวลาหนึ่งอาทิตย์ ถ้าเธอยังขืนต่อรองอีก ฉันจะเอาเงินจากเธอวันนี้แหละ เธอมีไหมล่ะ”
“อาทิตย์เดียวฉันหาเงินไม่ทันหรอกค่ะ”
“ไม่ทันก็เรื่องของเธอสิ นั่นมันปัญหาของเธอ”
เจ้าหนี้จากไปแล้ว ในขณะที่เมนิลายังยืนนิ่งไม่ไหวติง เหมือนหุ่นปั้น
“พี่เม พี่เม พี่เมคะ”
“จ๊ะ” เมนิลาสะดุ้งหันไปมองหน้าน้องสาวที่เรียกเธอด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“พี่เมเป็นอะไรคะ เรียกตั้งนานไม่ได้ยิน กังวลเรื่องคุณแม่เหรอคะ”
“จ้ะ” เมนิลาตอบสั้น แต่รู้ว่าตัวเองโกหกคำโต
“แม่อยู่ใกล้มือหมอคงไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ แถมพี่เมยังจ้างพยาบาลพิเศษดูแลแม่อีก” มินรญาปลอบใจพี่สาว แต่นั่นก็เท่ากับปลอบใจตัวเองด้วย
เพราะต้องทำงาน เมนิลาคิดว่าหากเธอยังขืนเฝ้ามารดาด้วยตัวเองจะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลท่าน และไม่มีเงินให้น้องสาวไปเรียน สถานะทางการเงินของเธอกำลังติดลบ แต่เธอไม่ได้บอกให้น้องสาวได้รับรู้ เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเป็นกังวล
“จ้ะ”
“พี่เมมีอะไรให้มินช่วยก็บอกนะจ๊ะ” มินรญากอดพี่สาวเอาไว้ สิ่งไหนที่เธอพอจะช่วยพี่สาวได้ เธอก็อยากจะช่วยให้ได้มากที่สุด อย่างน้อยพี่สาวของเธอก็ทำงานเหนื่อยหาเลี้ยงทุกคนในครอบครัว สิ่งไหนที่จะเบาแรงพี่สาวไปได้ เธอก็ควรที่จะทำมันในทันที
“ไม่ต้องหรอกจ้ะ แค่มินขยันเรียน แค่นั้นก็พอแล้ว งานในบ้านก็ให้พี่แจ๋วทำไป ส่วนการดูแลคุณแม่ก็ให้พยาบาลพิเศษช่วยดูแล แล้ววันไหนเราว่างตรงกันก็ไปเยี่ยมคุณแม่พร้อมกัน”
“มินสงสารคุณแม่จังเลยค่ะ คุณแม่ไม่น่าป่วยหนักแบบนี้เลย ท่านคงจะทรมานน่าดู” มินรญาพูดเสียงเศร้า
“คุณแม่ของพวกเราเป็นคนเข้มแข็ง ท่านจะต้องผ่านทุกอย่างไปได้พร้อม ๆ กันกับเรา พี่เชื่อแบบนั้น”
“พี่เมอย่าทำงานหนักมากนะคะ มินเป็นห่วงค่ะ”
“จ้ะ กลับมาเหนื่อยๆ อาบน้ำแล้วก็ทานของว่างนะ พี่ให้พี่แจ๋วเตรียมของว่างเอาไว้ให้เราแล้ว”
“คุณพ่อมาค่ะพี่เม” มินรญาตรงเข้าไปกอดรัดบิดาด้วยความคิดถึง ในขณะที่เมนิลาหน้าตึง แต่ไม่ได้อาละวาดโวยวายให้น้องสาวได้รับรู้
“คุณรู้แบบนี้แล้วก็อย่ามายุ่งกับผู้หญิงอย่างฉันเลยค่ะ ฉันไม่ดีพอสำหรับคุณหรอกค่ะ” “กับไอ้นทีก็ง่าย ๆ กับผมก็ง่าย ๆ เหมือนสมัยก่อนสิ” ดูเหมือนเขาจะพูดไม่รู้เรื่อง เธอถอยหนีเขาก็ตามติดรุกไล่ เธอตัดสินใจฟาดหนังสือใส่ แต่เกริกรวบเอาไว้ พลางบิดข้อมือของเธอจนหนังสือหล่นลงพื้น“โอ๊ย!”“หลังจากวันนี้ไป คุณกับผมจะต้องเป็นผัวเมียกันอีกรอบ ดูซิว่าถ้าท้องอีกรอบคุณจะเลิกกับผมจริงไหม”“ว้าย!” หญิงสาวร้องเสียงหลงเมื่อเขากระชากเข้าหา พลางกอดจูบอย่างดุเดือด ฟ้าลดาดิ้นรนจิกข่วนแต่เขาไม่ยอมปล่อย“ปล่อยนะ ไอ้คนเลว บอกว่าอย่ามายุ่งกับฉันอีก ยังไงเล่า ยังจะตามตื๊ออยู่ได้ ฉันเกลียดคุณ ไสหัวออกไปจากชีวิตฉันได้แล้ว ไอ้คนหน้าด้าน คุณจะกลืนน้ำลายตัวเองหรือไง ไหนบอกว่าเกลียดฉันเข้ากระดูกดำยังไงล่ะ” ฟ้าลดากรีดร้องดิ้นรนอย่างรังเกียจ เกริกกดร่างของเธอไปกับพื้น พลางฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเธออย่างไม่ปรานี“ว้าย!” ฟ้าลดาปัดป้องตัวสั่น ถึงเธอจะเคยเป็นของเขา แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว หากเธอไม่ยินยอม ถึงตายก็จะไม่ยอมตกเป็นเมียของเขาอีกอย่างเด็ดขาดเกริกก้มใบหน้าลงไปหวังที่จะรวบหัวรวบหางคนใต้ร่าง เอาอดีตเมียกลับมาเป็นของตนให้ได
“แล้วทางโน้นเขาจดหมายมาว่าอย่างไรคะ” ฟ้าลดาเอ่ยถาม เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของนที“คนของแม่ใหญ่ฝากจดหมายมาให้พี่ผ่านคุณแม่ บอกว่าแม่ใหญ่โดนคิมหันต์วางยา อยากให้พี่กลับไปช่วยจัดการ เขาจะยกทรัพย์สมบัติให้พี่ซึ่งเป็นทายาทเพียงคนเดียวทั้งหมด” นทีขยายความให้ฟ้าลดาฟังว่าคิมหันต์คือลูกเลี้ยงของฤดี ภรรยาแต่งของบิดาที่เกลียดชังเขากับแม่จับใจ แต่เพราะคิมหันต์รู้ว่าตัวเองไม่ใช่ทายาทที่แท้จริง จึงหวังฮุบสมบัติและวางยาให้ฤดีตาย เนื่องจากฤดีที่ได้ครอบครองสมบัติทั้งหมดหลังจากสามีเสียชีวิต ไม่ยอมยกสมบัติให้คิมหันต์เสียที“แล้วพี่นะจะกลับไปไหมคะ”ปัง ปัง ปัง โครม!!! คำตอบของนทียังไม่ทันได้เอ่ยออกมาจากปาก เสียงปืนก็ดังขึ้นเสียก่อนเสียงรถชนโครมเข้ากับต้นไม้ใหญ่ระหว่างทาง ควันสีขาวสลับดำพวยพุ่งออกมาจากรถ พวกมือปืนเดินมาข้างรถ ทำท่าจะกระหน่ำยิงให้คนในรถทั้งสองตายสนิท แต่มีรถยนต์ของคนที่ไปทำบุญที่วัดป่าผ่านมาพอดี แถมยังเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียด้วย นั่นทำให้พวกมันยังไม่ทันได้ลงมือ แต่ต้องรีบหนีไปเสียก่อนตำรวจหลายนายที่นั่งรถมาที่วัดป่าเพื่อมาทำบุญรีบกรูกันลงมาจากรถ ตำรวจปลอมตัวมาสืบคดี เรื่องพวกลักลอบเข
ฟ้าลดาสอดมือเข้าในกลุ่มผมดกหนาของเขา ก่อนที่จะหยัดกายหลุดเสียงครวญครางออกมาไม่ขาดปากเธอครวญครางไม่ได้ศัพท์เมื่อถูกปรนเปรอทั้งนิ้วและปากร้อนรุ่ม ฟ้าลดาปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสัมผัสอันแสนเร่าร้อนแต่ทนุถนอมอ่อนโยนอยู่ในทีของเขาปากหนาทำให้เธอถึงจุดสุดยอดได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง“ป้องกันสักนิดนะครับ” ประโยคของเขาดูช่างใส่ใจ เธอกะพริบตาปริบ ๆ ของพวกนั้นมันจะมีได้อย่างไรกันล่ะ นทีดูรับผิดชอบกับทุกสิ่งทุกอย่าง เขาลับหายไปเพียงครู่ ก่อนจะกลับมาพร้อมเครื่องป้องกันอารมณ์ของเธอยังไม่เหือดหายเมื่อเขากลับมาบดจูบริมฝีปากของเธออีกครั้ง ลิ้นหนาที่สอดแทรกเข้ามาทำให้เธอหัวหมุนและเสียวซ่าน เพียงไม่นานอารมณ์พิศวาสก็ลุกฮือได้อย่างรวดเร็วเขากำลังเสียดสีส่วนปลายของความแข็งแกร่งกับปากถ้ำสวาท สัดส่วนแข็งขึงบดบี้มาตรงติ่งกระสันครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้เธอหลุดเสียงครางออกมาด้วยใยหน้าเสียวซ่านเขาขยับกายเข้ามากอดรัดเธอเอาไว้อย่างแนบแน่น ก่อนที่จะกดกายเข้าหา นทีเอื้อเอ็นดูและไม่ทำรุนแรงให้เธอต้องเจ็บปวดหรือตกใจ สัมผัสของเขาค่อยเป็นค่อยไป ทำให้เธอเสียวซ่านสุดใจเพียงแค่เขากดสะโพกสอบเข้าหาอย่างล้ำลึก มันก็ทำให้เธอเ
“ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ” ฟ้าลดาดึงมือกลับมา ก่อนจะเท้าคางมองหน้าเขา“คุณฟ้ามองผมทำไมครับ”“พี่นะเป็นคนที่ไหนคะ”“เป็นคนใต้ครับ”“นั่นสิคะ ดูคมเข้มแต่ผิวก็ขาวจังค่ะ”“แม่ของผมเป็นคนภาคกลางครับ ผิวเลยขาวหน่อย ผมขาวเหมือนแม่ แต่หน้าผมเหมือนพ่อ” เขาตอบคำถามของเธอก็จริง แต่ก็ไม่ได้ขยายความถึงวัยเด็กและช่วงชีวิตที่ผ่านมา อาจเพราะนทีเป็นคนพูดน้อย ถามคำตอบคำเสียเป็นส่วนใหญ่ และเขาก็ไม่ขยายความอะไรมากมายหากไม่ได้ถามรายละเอียด“พี่นะมีพี่น้องไหมคะ”“ผมเป็นลูกคนเดียวครับ”“มีแฟนแล้วหรือยังคะ” เธอเหมือนจะเคยถามเขาแล้ว แต่เธอก็อยากเน้นย้ำ“ยังครับ”“เคยชอบผู้หญิงแบบจริงจังสักคนไหมคะ”“ก็มีนะครับ” ประโยคนี้ดูเหมือนเขาจะหยุดคิดขณะตอบ และมองหน้าเธอไม่วาง“เลิกรักผู้หญิงคนนั้นแล้วมารักฟ้าแทนได้ไหมคะ” เอาแล้วไง ฟ้าลดาอยากจะกัดลิ้นตัวเองนัก“ครับ” นี่ไม่ใช่การรับคำ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะอุทานออกมามากกว่า สีหน้าอึ้ง ๆ ของเขาทำให้ฟ้าลดาหน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหู“พี่นะรับคำแล้ว งั้นเรามาเป็นแฟนกันไหมคะ” ฟ้าลดาตีขลุมอย่างเนียน ๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าเขาหน้าเหวอ“คุณฟ้าล้อผมเล่นทำไมครับ” นทีคิดว่าเจ้านายส
ในอดีตอัคคีเคยคิดจะจัดการกับเกริก เธอคุกเข่าอ้อนวอนขอร้องเอาไว้ เขาจึงไม่ทำ อัคคีเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น เขาไม่ใช่คนที่จะผิดสัญญาอะไรกับใครง่าย ๆ โดยเฉพาะน้องสาวอย่างเธอ “แม่ผมบวชเป็นแม่ชีอยู่วัดป่าน่ะครับ”“เหรอคะ วัดป่าที่ไหนคะ ฟ้าอยากไปทำบุญวัดนั้นจัง แล้วก็จะไปเยี่ยมท่านด้วยค่ะ”“หนทางค่อนข้างลำบาก แต่ถ้าคุณฟ้าจะไปผมก็จะพาไปครับ” เขาไม่ได้ปฏิเสธ แต่ในประโยคนั้นแฝงเอาไว้ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยจนเธอสัมผัสได้“ดีเหมือนกันนะคะ จะได้ไปทำบุญ ลำบากไม่กลัวหรอกค่ะ แม่ของพี่นะยังไปอยู่ที่นั่นได้เลย”“จริง ๆ วัดป่าก็อยู่ที่กาญจนบุรีนี่แหละครับ” เขาเอ่ยบอกเจ้านายสาว“งั้นมาเที่ยวพักผ่อนรอบนี้พี่นะพาฟ้าไปไหว้แม่ของพี่บ้างนะคะ” เธอยื่นมือไปเขย่าแขนของเขา นทีก้มมองมือนุ่มของเธอ ทำให้ฟ้าลดาต้องดึงมือหนี“ได้ครับ”“พี่นะใจดีที่สุดเลยค่ะ”“ผมยินดีรับใช้คุณฟ้าอยู่แล้วครับ”“ฟ้าอยากถ่ายแบบชุดที่ฟ้าเพิ่งตัดเสร็จ อยากได้วิวที่ไร่ของพี่ไฟ พี่นะถ่ายให้หน่อยได้ไหมคะ”“ให้ผมถ่ายเหรอครับ”“ใช่ค่ะ”“ถ่ายออกมาจะสวยหรือเปล่าผมไม่แน่ใจนะครับ”“ฟ้าไม่อยากจ้างช่างภาพแล้วค่ะ เราถ่ายเอาเองดีกว่า ชุดสวย แบล็กกราวดี นำภ
คนงานเลี้ยงเป็ดไก่ โดยเลี้ยงแบบปล่อยและคอยเก็บไข่กินเป็นอาหาร ไม่ต้องซื้อหา อาหารพวกมันก็คุ้ยเขี่ยหากินเอง ไม่ต้องลำบากหาอาหารให้พวกมันกิน ก็ไม่ต้องมีภาระอะไร มื้ออาหารค่ำ ฟ้าลดาเป็นคนจัดการเองทั้งหมด โดยมีผู้ช่วยที่ดูจะหัวหมุนมากกว่าใครเพื่อนคือนที แต่เขาก็ทำตามเธอสั่งไม่ได้ติดขัดแต่อย่างใด อาจเพราะว่าเขาเองก็มีฝีมือการทำอาหารด้วยเช่นกันฟ้าลดานั่งดื่มเบา ๆ กับคนงานขณะรับประทานอาหารด้วยกันหน้าบ้านพัก คืนนี้บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวพร่างพราว ฟ้าลดาเงยหน้ามองแล้วรู้สึกมีความสุขกับบรรยากาศเช่นนี้เป็นอันมาก“คุณฟ้านี่ทำอาหารอร่อยมากๆ เชียวครับ พวกเราเพิ่งได้มีโอกาสกินอาหารฝีมือคุณฟ้าก็วันนี้แหละ” เป็นอาหารมื้อแรกที่เธอทำให้คนงานในไร่ของพี่ชายกิน เพราะเมื่อก่อนเธอทำอาหารไม่เป็นฟ้าลดายิ้มและไม่พูดอะไร บรรยากาศรอบกายปกคลุมไปด้วยความมืด ในความมืดนั้นยังมีแสงจากเปลวเพลิงที่คนงานสุมเอาไว้เพื่อไล่ยุงและทำให้บรรยากาศอบอุ่นขึ้น เธอมองนทีที่เขากำลังรับประทานอาหารกับคนงานอย่างเป็นกันเอง เขาจิบเครื่องดื่มเบา ๆ และอุ้มเด็กชายตัวน้อยมานั่งบนตักด้วยความเอ็นดู“เอาสักคนสิคะคุณนะ” เสียงเอ่ยแซวนั้นทำให้







