Masukบัญญัติ 10 ประการของมาเฟีย ในเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 2007 ชาวซิซิเลียนได้ออกมาแฉบัญญัติ 10 ประการของมาเฟียโดยบอสมาเฟียนามว่า Salvatore Lo Piccolo ให้สาธารณชนได้รับทราบ ด้วยเกียรติของมาเฟีย ซึ่งมีหัวข้อดังต่อไปนี้
1.ห้ามเปิดเผยตัวตนกับศัตรู มันเป็นกิจที่บุคคลที่สามพึงกระทำ
2.อย่าสนใจภรรยาของเพื่อน
3.อย่าให้ตำรวจจับได้
4.ห้ามไปเที่ยวผับและคลับ
5.พึงระลึกเสมอว่าการเป็นมาเฟียต้องเรียกใช้งานได้เสมอ แม้ว่าภรรยาของตนจะต้องคลอดลูกก็ตาม
6.ตำแหน่งเป็นสิ่งที่พึงเคารพ
7.ภรรยาต้องได้รับการดูแลด้วยความเคารพ
8.หากถูกถามต้องตอบแต่ความจริงเท่านั้น
9.เงินของผู้อื่นหรือครอบครัวของผู้อื่นห้ามนำไปใช้เป็นการส่วนตัว
10.คนที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ คนที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อครอบครัว คนเลวที่ไม่มีศีลธรรมรวมไปถึงคนร่วมรักเพศ ห้ามเข้ากลุ่มมาเฟียโดยเด็ดขาด
ราฟาเอล ซิวีลิอาโน่ อ่านบัญญัติ 10 ประการของมาเฟียจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วเผลอหัวเราะออกมา เขาเรียนรู้เรื่องนี้ตั้งแต่จำความได้เพราะเขาเป็นลูกชายของริคาโด้ ซิวีลิอาโน่ แต่ในยุคนี้ไม่ค่อยมีใครเคร่งครัดกับบัญญัตินั่นแล้วแม้กระทั้งตำรวจยังอยู่ข้างพวกเขาด้วยซ้ำไปแล้วจะกลัวไปทำไมว่าอย่าให้ตำรวจจับได้
“ขออนุญาตครับคุณราฟาเอล” สุรัตก้าวเข้ามาอย่างเงียบๆ แต่เขารู้ว่าบอสหนุ่มรู้จังหวะการเคลื่อนไหวของเขาเป็นอย่างดี “กาแฟครับ”
ราฟาเอลพยักหน้ารับและปรายตามองกาแฟที่ส่งกรุ่นไอตรงหน้า ครู่ต่อมาสุรัตก็ส่งแฟ้มเอกสารให้เขาเอื้อมมือมารับอย่างรอคอยเพราะที่เขาบินข้ามน้ำข้ามทะเลมานอกจากจะพาเถ้ากระดูกของแม่กลับมาแล้ว ยังต้องจัดการงานบางอย่างให้เสร็จสิ้นลง
“การกว้านซื้อที่ดินบนเกาะไม่มีปัญหาใช่ไหม” เขาเอ่ยถามขณะไล่สายตาบนหน้ากระดาษ
“ครับ ตัวแทนของเราเข้าไปเกลี่ยกล่อมจนซื้อมาได้เกือบทั้งหมดแล้ว”
“ทำไมมันง่ายนักล่ะ ใช้กำลังหรือใช้เงิน”
“ทั้งสองอย่างละครับ”
สุรัตหัวเราะในลำคอเห็นบอสหน้าอ่อนไม่คิดว่าจะรู้ทันกันแบบนี้ เขาเคยพบราฟาเอลตั้งแต่ยังเด็ก เพราะทุกปีเขาต้องมารายงานความเรียบร้อยกิจการในไทยของตระกูลซิวีลิอาโน่ในงานวันเกิดของท่านริคาโด้ แม้ว่าสาขาในเมืองไทยจะไม่ใหญ่โตหรือมีชื่อเสียงเทียบเท่าที่อื่น แต่ธุรกิจที่นี่ก็สร้างเม็ดเงินจำนวนไม่น้อยและไม่น่าแปลกใจที่จะได้ยินว่าท่านริคาโด้ต้องการสร้างแหล่งฟอกเงินแห่งใหม่ที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่นี่
‘จอมขวัญ’ภรรยาสาวอายุคราวลูกของริคาโด้ เป็นลูกครึ่งไทยอังกฤษแต่เติบโตที่อิตาลี่ เขารู้จักจอมขวัญตอนที่ไปหาท่านริคาโด้ เธอนั่งอยู่เพียงลำพังในสวนดอกไม้ท่าทางเรียบร้อยสงบเสงี่ยมจนน่าแปลกใจที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ทำให้ท่านริคาโด้ยอมเซ็นรับเป็นภรรยาคนที่สามอย่างออกหน้าออกตา แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยอยากเป็นที่รู้จักของใครนัก
อาจเพราะเป็นคนไทยเหมือนกันทำให้จอมขวัญเปิดใจพูดคุยกับเขาราวกับพี่น้อง ตอนนั้นเขาไม่รู้หรอกว่าหน้าท้องทีหนานูนนั่นมีสิ่งมีชีวิตรอถือกำเนิดในปีถัดมาเขาได้ยินข่าวว่าเธอคลอดลูกชายแต่ปีนั้นเขาถูกลอบยิงบาดเจ็บสาหัสจึงมิได้เดินทางมาเคารพท่านริคาโด้เช่นทุกปีแม้ในปีถัดไปเขาจะกลับไปอีกแต่ก็ไม่พบเธอได้ยินเพียงแค่ว่าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงจึงไปพักฟื้นอีกเมืองและราวๆ เจ็ดปีต่อมาเขาก็ได้พบเด็กชายตัวน้อยที่มีบุคลิกแบบผู้นำแต่ดวงตาแสนอ่อนโยนในงานเลี้ยงวันเกิดของท่านริคาโด้
‘ชื่อของเราคือราฟาเอล นายชื่ออะไร’
‘ราเฟลเอล ทำไมไม่สุภาพอย่างนี่ละลูก ขอโทษนะคะคุณสุรัต แกถูกตามใจจนเคยตัว’
‘ลูกชายของคุณจอมขวัญหรือครับ’
‘ค่ะ ลูกของฉันกับริคาโด้’
เขายังจดจำความปวดร้าวในอกได้เป็นอย่างดี เพราะมันทำให้เขารู้ว่าเขาหลงรักผู้หญิของเจ้านายเข้าให้แล้ว แต่ถึงจะเป็นความรักที่เป็นไปไม่ได้เขาก็ยังคงเก็บความรู้สึกดีๆ ไว้ข้างในอย่างมิดชิด เขาไม่ค่อยได้พบจอมขวัญและลูกนักอาจเป็นเพราะตัวเขาเองเลี่ยงที่จะเจอ จนเมื่อราวๆ สี่เดือนที่แล้วที่บอสใหญ่เรียกเขาเข้าพบเพื่อคุยเรื่องกิจการที่เมืองไทยซึ่งท่านริคาโด้ตั้งใจจะส่งราฟาเอลมาดูแลนอกจากจะเป็นการฝึกฝนราฟาเอลแล้วยังการขยายอาณาจักรซิวีลิอาโน่อีกด้วย
ด้วยวัยสามสิบสามปีของราฟาเอล ซิวีลิอาโน่ดูจะผ่านอะไรต่ออะไรมาอย่างโชกโชน ราฟาเอลมีท่าทีนิ่งสงบและใบหน้าเย็นชาเดาอารมณ์ยากอยู่เสมอ แต่มีสิ่งเดียวที่ดูจะไม่เปลี่ยน แปลงจากวัยเด็กคือดวงตาคู่นี้ที่ซ่อนความอ่อนโยนไว้ซึ่งคงได้มาจากมารดาของเขาเอง และอีกสิ่งที่เดาได้ไม่ยากว่ามาจากบิดาก็คือชื่อเสียงความเป็นเพลย์บอยที่ควงสาวๆ ระดับดารา-นางแบบทั้งนั้น
“รถของฉันมาส่งหรือยัง” ราฟาเอลเอ่ยถามพลางลุกขึ้นยืน เขาโยนแฟ้มลงบนโต๊ะทำงานราวกับหนังสือพิมพ์ที่อ่านแล้ว“เรียบร้อยแล้วครับ แต่ผมยังไม่ได้จัดหาคนขับรถประจำตัวให้ท่าน”
“เรื่องนั้นไม่จำเป็น”
“แต่ท่านต้องมีคนค่อยติดตามนะครับ”
“ฉันขับรถเป็น” เขาเอ่ยเสียงเรียบ “เส้นทางในกรุงเทพผมก็ดูแผนที่แล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องให้ผมไปด้วย”
“ไม่จำเป็น” ราฟาเอลลุกขึ้นยืนจ้องเขม็งที่อีกฝ่ายแต่ไร้วี่แววว่าคนตรงหน้าจะแสดงความหวาดกลัวออกมา
“จำเป็นครับ” สุรัตพยักหน้าช้าๆ “เพราะผมคือคนที่รู้ว่าบ้านเกิดของคุณจอมขวัญ-แม่ของคุณราฟาเอลอยู่ที่ไหน”
ราฟาเอลสบถออกมาเป็นภาษาอิตาเลี่ยนอย่างหงุดหงิด ปกติมีแต่คนตามใจเขาไม่มีใครกล้าขัดใจเลยแม้แต่น้อยแค่มองตาก็กลัวกันหัวหดไปหมดแต่นี่ นายสุรัตอะไรนี่ดูท่าจะไม่มีความกลัวเขาเลยสักนิด
“แต่ฉันอยากไปคนเดียว” เขาสารภาพความจริงออกมา
“ผมจะขับรถไปให้...เมื่อถึงที่หมายผมจะให้ท่านอยู่ตามลำพังอย่างที่ต้องการครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้” ดูเหมือนเขาต้องยอมจำนนอย่างเสียไม่ได้
“ผมจะไปเตรียมรถอีกสิบห้านาทีเราจะเดินทางกันครับ”
“หึง” กีณรินทวนคำแล้วหัวเราะคิกคัก “คุณมาหึงฉันเรื่องอะไรคะ”“ก็เธอกับผู้ชายที่ชื่อนัทธี” เขาโคลงศีรษะไปมา “คาร่าเอาคลิปมือถือให้ผมดู เป็นคุณกับผู้ชายกำลังจูบกัน ผมโมโหแทบบ้า ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน”“แต่ฉันกับนัทไม่มีอะไรกันนะคะ” เธอรีบปฏิเสธ“เรื่องนั้นผมรู้แล้ว ระหว่างที่คุณหมดสติ อรพิมสารภาพว่ากับผมหมดแล้ว”“ถึงอรจะดูร้ายไปบ้างแต่อรก็เป็นคนดีค่ะ” กีณรินเอ่ยเบาๆ“โครงการที่เกาะได้รับการอนุมัติเรียบร้อย มันจะเป็นไปในรูปแบบที่เราเคยคุยกันไว้ ชาวบ้านจะได้เงินเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสมและไม่จำเป็นต้องย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตตามเดิม”“งานเสร็จแล้ว” กีณรินรู้สึกใจหาย “คุณจะกลับอิตาลี่ใช่ไหมคะ”ราฟาเอลพยักหน้าแทนคำตอบ “กีณรินฉันอยากดูแลเธอ แต่ชีวิตของฉัน มันอาจจะมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีก เธออาจจะต้องบาดเจ็บเพราะฉันอีก แต่ตอนที่เธอยังไม่ได้สติฉันพยายามคิดว่าจะมีชีวิตยังไงถ้าไม่มีเธอ”น้ำใสๆ ไหลจากดวงตาคู่สวยของกีณริน หญิงสาวแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน “คุณพูดเหมือนจะขอฉันแต่งงาน”“ถ้าฉันพูดแบบนั้น...เธอจะตกลงไหม”“อะไรนะคะ” เธอส่ายหน้าไปมาทำหน้าไม่เชื่อ “อย่ามาล้อเล่นแบ
แต่สุรัตเชื่อว่าความโยนนั้นไม่ใช่เพราะแค่ได้รับมาจากแม่ แต่เพราะแพทย์เจ้าของไข้ของกีณรินรายงานว่าเธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ“ผมจะโทรญาติๆ ของคุณกีณรินว่าเธอปลอดภัยแล้ว”ราฟาเอลพยักหน้ารับ ครู่ต่อมาแพทย์และพยาบาลก็ให้เขาเข้าเยี่ยมกีณรินได้ ราฟาเอลเดินกลับเข้ามาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย กีณรินกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ยนเตียงสีขาว เธอดูซีดเซียวแต่รอยยิ้มนั้นก็ทำให้ห้องสว่างไสวกว่าที่เคยเป็น สำหรับเขาแล้ว เธอเหมือนแสงสว่างเดียวที่ลอดผ่านเข้ามาในชีวิตที่ดำมืดและเยียบเย็น ในขณะที่กีณรินหมดสตินั้นเขาได้ทบทวนความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อหญิงสาวคนนี้ มันแตกต่างจากคนอื่นและเธอก็พิเศษกว่าคนอื่น เธอไร้จริตมารยาและใสซื่อมีแต่เขาทีเห็นแก่ตัวตักตวงสิ่งนั้นจากเธอทั้งที่รู้ว่าเธอจริงใจกับเขาเพียงใด“ทั้งแม่และเด็กปลอดภัยครับ แต่ก็ต้องอยู่ในความดูแลของหมออีกสักระยะ” แพทย์รายงานคราวๆ“เด็ก” กีณรินทวนสิ่งที่ได้ยินอย่างงุนงง“คุณกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ผมแนะนำให้ฝากครรภ์ในอายุครรภ์ยี่สิบแปดสัปดาห์แรก แพทย์จะนัดตรวจทุกสี่สัปดาห์ อายุครรภ์ยี่สิบแปดถึงสามสิบหกสัปดาห์จะนัดตรวจทุกสองสัปดาห์ อายุครรภ์สามสิบหกสัปดาห์ขึ้นไป จนถึ
“ขาดความสุขุมเยือกเย็นไม่สมกับเป็นคนในตระกูลซิวีลิอาโน่เลยนะราฟาเอล”น้ำเสียงที่เอ่ยตอบปนหัวเราะทำให้ราฟาเอลชะงัก เขาคุ้นกับน้ำเสียงนี้แต่ก็ยังยกปืนเล็งไปยังต้นเสียงที่ดังมาจากด้านหนึ่งและในนาทีต่อมาชายคนหนึ่งก็โผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ที่ยืนหลบอยู่พร้อมกับยกปืนชูขึ้นเหมือนจะยอมแพ้“ฟรานเชสโก้” ราฟาเอลลดปืนที่เล็งอยู่ลง “ทำไมนายมาอยู่ที่นี”“ก็มาตรวจสอบพฤติกรรมของนายไง” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอแล้วเดินเอื่อยๆ เหมือนไม่ทุกข์ร้อนอะไร“ตรวจสอบ พ่อให้ฉันดูแลโครงการนี้แล้วทำไมนายต้องยื่นมือมายุ่งด้วย” “มันเป็นธรรมเนียมของตระกูลเราอยู่แล้วนี่ แค่นี้นายทำเป็นลืมได้ไงไอ้น้องชาย” ฟรานเชสโก้แตะไหล่ราฟาเอลที่สั่นเทิ้มด้วยความโกรธ “แล้วทำไมต้องทำร้ายผู้หญิง”“ก็จะได้ดูปฏิกิริยาความอ่อนไหวของนายไง” เขามองน้องชายต่างมารดาแล้วหัวเราะร่วน “อย่าให้ผู้หญิงคนเดียวมาปั่นหัวนายได้ซิ”“กีณรินไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น” ราฟาเอลตะคอกอย่างลืมตัวแล้วหมุนตัวจะกลับไปดูกีณริน คนยิงปืนแม่นอย่างฟรานเชสโก้ไม่มีทางยิงพลาดในระยะแค่นี้ นอกเสียงจากจะจงใจ แต่ฟรานเชสโก้บีบไหล่ราฟาเอลไว้แน่นทำให้เขาต้องหยุดหันไปสบต
“ขอโทษครับ” ชายหนุ่มเอ่ยตอบหยิบข้าวกล่องออกมา“เอามาเร็วๆ หิว” เสี่ยสมเกียรติสั่งเพราะความโมโหหิวแต่แล้วดวงตาของเขาก็เบิกกว้างเมื่อชายหนุ่มที่เขาคิดว่าเป็นลูกน้องเปิดกล่องอาหารที่ไม่มีอาหารแต่มีปืนอยู่ข้างใน“เฮ้ย”“หิวไม่ใช่เหรอ...จะป้อนด้วยลูกปืนนี่ไง” ราฟาเอลใช้ปืนจ่อขมับเสี่ยสมเกียรติ ปรายตาเขารู้สึกว่ามีคนเล็งปืนมาทางเขา แต่ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำเขาตวัดปืนยิงใส่ไปก่อนที่อีกฝ่ายจะได้ทำร้ายเขา“จะเอาอะไรเอาไปเลยแต่ปล่อยฉันไปเถอะ”เสี่ยสมเกียรติละล่ำละลักเข่าอ่อนหมดแรงลงไปทรุดกับพื้น“กีณรินอยู่ไหน”“อยู่ข้างในนั้น” เสี่ยสมเกียรติพยักเพยิดไปทางห้องด้านหลังที่เขายืนอยู่ “สุรัตจัดการทางนี้หน่อย”“ครับบอส”ราฟาเอลเดินเร็วๆ ไปผลักประตูแต่เข้าไม่ได้ต้องใช้ไหล่กระแทกเข้าไป แต่เมื่อเปิดประตูได้กลับไร้ร่างของกีณริน “เล่นตลกอะไรวะ ผู้หญิงอยู่ไหน” ราฟาเอลโมโหเดือดพล่านยิงปืนใส่เสี่ยสมเกียรติเฉียดใบหูไปนิดเดียวแต่กระนั้นเลือดสีเข้มก็ไหลออกมาทำให้เสี่ยสมเกียรติกลัวลนลาน“มันอยู่ในนั้น” เสี่ยสมเกียรติวาดลั่นทั้งโมโหและหวาดกลัว เขาเคยแต่ถือปืนจ่อคนอื่นไม่เคยถูกใครเอาป
อรพิมสูดลมหายใจลึกก่อนจะถอดเสื้อยืดที่ตัวเองสวมอยู่ออกเหลือเพียงชั้นในลูกไม้สีดำ รอยช้ำบนร่างกายทำให้ผู้เป็นพ่อถึงกับตกตะลึง นัทธีรีบถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกของตัวเองสวมให้อรพิมทันทีแต่หญิงสาวปัดออกอย่างไม่ไยดี“แผลพวกนี้คือสิ่งที่ไอ้เสี่ยโรคจิตมันทำทิ้งไว้บนตัวฉัน” อรพิมกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ “ตอนที่ถูกมันจับขึ้นพืดฉันได้ยินมันคุยโทรศัพท์สั่งลูกน้องให้ปลุกปั่นไม่ยอมทำตามข้อเสนอของคุณ เพราะมันวางแผนให้ชาวบ้านเกลียดคุณ ถ้ามีบ่อนการพนันก็จะมียาเสพติด มีโสเภณี ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงเกาะนี้ก็ไม่เหลือความสวยงามอะไรอีกแล้ว”“แล้วทำไมพวกมันถึงจับตัวกีณริน” สุรัตเอ่ยถาม “เพื่อต่อรองกับคุณราฟาเอลรึ”อรพิมไม่ตอบแต่พยักหน้ารับ ราฟาเอลหัวเราะในลำคอทำเอาทุกคนมองกันอย่างงุนงง“ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้สำคัญกับผมมากมายอะไรนัก” เขาโคลงศีรษะไปมา “แต่เอาเถอะ ถ้าพวกมันอยากเล่นเกมผมก็จะเล่นด้วย”“ทำไมคุณพูดจาแบบนี้” นัทธีอดโมโหไม่ได้ “รินไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่คุณจะมาพูดจาดูถุกดูแคลนแบบนี้”“เอาละๆ เรื่องนี้ผมจะจัดการเอง” ราฟาเอลยกมือขึ้นตบไหล่นัทธีสองสามครั้ง “คุณไม่ต้องห่วงว่าคนรักจะบุบสลายหรอก ผมจะพากลับมาให้ครบทุกชิ้นส
นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ปั่นจักรยานรับลมทะเลแบบนี้ กีณรินยิ้มบางๆ อย่างไม่รู้ตัว เธอพยายามนึกและนับดูว่าช่วงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงมันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เขาจะรู้ไหมนะว่าดวงตาสีฟ้าเข้มที่จ้องมองเธอในร้านอาหารวันนั้นติดตรึงในความทรงจำที่อ่อนหวาน จนเมื่อเธอได้มาพบตัวตนที่แท้จริงที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเธอให้พลิกจากหน้าเป็นหลังมือแค่เดือนเศษๆ เท่านั้นเองใช่ไหม มันเป็นช่วงเวลาที่แสนสั้นแต่ยาวนานในความรู้สึก เธอรู้จักเขา สัมผัสเขาในรูปแบบอารมณ์ที่แตกต่าง เขาดูเป็นคนโมโหร้ายแต่ก็อ่อนหวานกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เสมอ ถ้าเราได้เจอกันในสถานการณ์ที่ปกติและธรรมดากว่านี้ เขาจะมองเธอหรือเปล่านะ ผู้หญิงที่ไม่มีอะไรโดดเด่นเลย แต่ฐานะที่แตกต่างกันคงไม่มีวันที่เส้นขนานอย่างเธอกับเขาจะมาบรรจบพบกันได้ ใบหน้าหวานเศร้าลงในทันที ระหว่างเขากับเธอถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องเข้าใจผิดกันในครั้งนั้นคงไม่ทำให้ได้รู้จักกันในวันนี้ แม้เขาจะร้ายกาจกับเธอแต่เขาก็อ่อนโยนในนาทีต่อมา แม้ใบหน้าของเขาแทบจะไม่เห็นรอยยิ้มนักแต่เธอก็รู้ด้วยหัวใจว่าเขายิ้มให้เธอเสมอทุกครั้งที่เธอหันไปสบตาหญิงสาวนึกถึงสิ่งที่ราฟาเอลอธ
รถญี่ปุ่นคันเล็กน่ารักขับมาเรื่อยๆ นาฬิกาบอกเวลาเลยเที่ยงคืนแล้วถนนที่เคยหนาแน่นด้วยรถราในตอนกลางวันแต่บัดนี้โล่งผิดไปถนัดตา นัทธีลอบยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของหญิงสาวที่นั่งอยู่เบาะข้างมีอาการผ่อนคลายมากขึ้นกว่าตอนที่พามาจากร้านอาหาร ชายหนุ่มยอมรับว่าเขารักกีณรินมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่งกีณรินไม่เหมือนกับ
จังหวะดนตรีไม่คุ้นหูเรียกสายตาเขาให้จ้องมองเรือนร่างบอบบางอ่อนช้อยที่ร่ายรำอยู่บนเวทีซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เรียกสติไม่ให้หลับใหลของเขาได้ เขาไม่รู้จักการแสดงบนเวทีนักแต่การเคลื่อนไหวพลิ้วไหวเข้ากับจังหวะดนตรีนั้นงดงามไม่น้อย เขาพยายามเพ่งมองนางรำที่ร่ายรำบนเวที นึกเสียดายที่โครงหน้าสวยๆ ฉาบเครื่องสำอ
หญิงสาวตรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้าชุดนางรำแบบไทยภาคกลาง ใบหน้าสวยหวานแต่งหน้าเข้มจัดจ้านจนเจ้าของใบหน้ายังได้แต่แอบถอนหายใจเฮือกใหญ่“โอเคไหมริน ไปคล้องพวงมาลัยให้แขกเถอะจ๊ะ”“ค่ะพี่แป๋ม”กีณริน ปรีดานันท์ หญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดฝืนยิ้มเนืองๆ ออกมาจากห้องแต่งตัว รับพวงมาลัยดอกมะลิหอมกรุ่นไว้ในมือแล้ว
บทนำ“แม่ฮะ ทำไมคนอื่นๆ ชอบแกล้งผมจังเลยฮะ ดูเหมือนใครๆ ก็ไม่ชอบหน้าผม”“ลูกคิดไปเองหรือเปล่าจ๊ะ”“ไม่นะฮะ ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ”“คงเพราะลูกเป็นลูกของริคาโด้ ซิวีลิอาโน่ จำไว้นะราฟาเอล ไม่ว่าใครจะพูดยังไงลก็เป็นลูกชายคนหนึ่งของคุณพ่อริคาโด้ ถ้าวันหนึ่งวันใดที่แม่ไม่อยู่ ลูกต้องเชื่อฟังคุณพ่อนะลูก







