LOGINนาฬิกาในร้าน ‘บีทผับ’ บอกเวลาสองทุ่ม แต่พนักงานส่วนใหญ่ก็ประจำหน้าที่ของตัวเองแล้วเว้นแต่หญิงสาวในชุดเสื้อสายเดี่ยวสีขาวเข้ากับกระโปรงสั้นพลิ้วสีดำลายตารางหมากรุก ใบหน้าคมแต่งหน้าจัดจ้านผมก็เซ็ทเป็นทรงทันสมัยแทบดูไม่ออกเลยว่ายังเป็นนักศึกษาอยู่
อรพิมดูจะไม่สนใจคำนินทาของบรรดาสาวเสิร์ฟที่จ้องมองเธอนัก ช่างประไรสมัยนี้ถ้าผู้หญิงไม่ไล่จับผู้ชายก่อนแล้วจะเหลือผู้ชายหล่อๆ รวยๆ ให้ตะครุบเหรอนี่เธอลงทุนมานั่งเฝ้าเจ้าของร้านขนาดนี้ก็เพราะเรื่องนี้หรอกนะ รถสปอร์ตสุดหรูเข้ามาจอดหน้าร้านเรียกสายตาของอรพิมให้หันไปมองได้อย่างรวดเร็ว เธอรีบคว้าตลับแป้งมาดูความเรียบร้อยของใบหน้าแล้วฉีกยิ้มหวานฉ่ำทันทีที่ชายหนุ่มเจ้าของร้านเดินเข้ามา
“พี่บอยมาร้านเร็วจังค่ะ” อรพิมปรี่เข้าไปเกาะแขนอย่างเอาอกเอาใจทันที
“น้องอร” บอยหรือบารมีทำหน้าเลี่ยนๆ ที่เห็นหญิงสาวคนนี้ เขามั่นใจในเสน่ห์ของตนเองแต่บางทีมันก็น่ารำคาญที่ต้องเจออะไรแบบนี้ “น้องอรมาเร็วจังครับ”
“ก็น้องอรรีบมาเผื่อว่าจะช่วยงานอะไรพี่บอยได้ไงคะ”
‘อย่างเธอจะช่วยอะไรได้นอกจากนั่งอ่อยเรียกลูกค้า’
บารมีนึกต่อว่าในใจแต่ก็ยิ้มแย้มออกมา “ขอบคุณน้องอรมากเลยครับ น้องอรแค่นั่งเฉยๆ ยิ้มหวานๆ ตรงเคาน์เตอร์หรือจะแดนซ์ด้วยก็ได้นะครับ...พี่ชอบ”
“พี่บอยชอบเหรอคะ งั้นน้องอรจะทำให้เต็มที่เลยค่ะ”
“ดีครับ เดี๋ยวพี่ขอตัวสักครู่นะครับ”
บารมีแกะมือที่เกาะแขนตนเองออกแล้วเดินไปด้านในซึ่งเป็นห้องทำงานของผู้จัดการร้าน ผู้หญิงแบบอรพิมมีเยอะแยะจนคร้านจะใส่ใจ พวกนี้ชอบคิดว่าตัวเองสวยแต่ทำตัวไร้สมองเพราะคิดว่าผู้ชายจะยอมสยบเพราะความสวย หารู้ไม่ว่าไม่มีใครอยากจริงจังกับผู้หญิงแบบนี้นัก จะหาแม่ของลูกทั้งทีก็ต้องได้ ‘ดีๆ’หน่อยซิ ไม่ใช่ผู้หญิงประเภทพร้อมจะขึ้นเตียงกับผู้ชายคนไหนก็ได้ จะว่าไป ‘ผู้หญิงดีๆ’ ในประเทศนี้ก็หายากเหลือเกิน แต่ที่แน่ๆ คงไม่โผล่มาแถวนี้หรอกชายหนุ่มมีนึกขำกับความคิดตัวเองแล้วโทรเรียกรองผู้จัดการร้านเข้ามาพบ
“เดี๋ยวผมจะออกไปหาอะไรกินแล้วจะเข้ามาอีกทีนะ”
“ครับผม”
บารมีสั่งงานอีกเล็กน้อยแล้วลุกออกมาจากห้องแต่เลี่ยงที่จะเดินมาด้านหน้าร้าน เขายังไม่อยากเจอเด็กสาวๆ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อใกล้ชิดเขาในเวลานี้ชายหนุ่มตั้งใจจะเดินไปที่ร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งอยู่ถัดไปอีกสองบล็อกซึ่งก็เป็นร้านอาหารของเพื่อนสนิทร่วมรุ่นอีกคนหนึ่ง ผับบาร์หลายแห่งเริ่มคึกคักแต่ผู้คนจะมาก กว่านี้เมื่อหลังสามทุ่มไปแล้ว เขาตัดสินใจทำผับก็แค่หาอะไรทำแก้เบื่อก่อนจะไปเรียนเมืองนอกเท่านั้น แต่ขณะที่เดินอยู่นั้นสายตาของเขาก็สะดุดกับหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเหลียวซ้ายแลขวาเหมือนกำลังหลงทาง
‘หลงทาง’ หลงทางในอาร์ซีเอบ้านะซิ! ไม่มีใครมาหลงทางในนี้หรอก แต่เอ๊ะ หน้าคุ้นๆ แหะ?
บารมีขมวดคิ้วอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มที่มุมปากออกมา เขาเดินตรงไปหาเธออย่างมั่นใจว่าจะทักไม่ผิดคน เพราะเขามีความสามารถพิเศษที่จดจำผู้หญิงสวยๆ ได้แม้จะเจอกันเพียงหนเดียวก็ตาม
“น้องรินใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ เอ่อ คุณ...”
“พี่บอยไงครับ น้องรินเป็นนางรำของแป๋ม ตอนนั้นพี่จ้างให้รำอวยพรในงานวันเกิดของพ่อพี่”
“อ้อ...สวัสดีค่ะพี่บอย” กีณรินยกมือไหว้รู้สึกโล่งอกขึ้นมา ถึงแม้ว่าเธอจะทำงานกลางคืนแต่เธอก็ไม่ชอบสถานที่เสียงดังและแสงน้อยแบบนี้เลย แค่เดินเข้ามาไม่กี่นาทีเธอก็เริ่มรู้สึกมึนศีรษะแล้ว
“น้องรินมาทำอะไรแถวนี้ครับ อย่าบอกนะว่ามาเที่ยว”
“เปล่าค่ะ” กีณรินส่ายหน้าไปมาจนผมยาวสยายพลิ้วไปมา “รินกำลังจะไปร้านของพี่บอยแต่ไปไม่ถูกค่ะ”
“ไปร้านพี่นะเหรอ?” บารมีทำหน้างุนงง ผู้หญิงแบบกีณรินนะเหรอจะไปผับของเขาได้
“รินจะไปตามหาอรค่ะ พี่บอยเห็นอรไหมคะ”
กีณรินเอ่ยถาม วันที่เธอไปรำในงานวันเกิดของพ่อคุณบารมีก็เจออรพิมไปที่งานด้วย แต่ไปในฐานะของเพื่อนคุณบารมี ท่าทางอรพิมจะอายมากที่รู้ว่าเธอมางานเดียวกันแต่คนละสถานะกัน แต่บารมีกลับแสดงความชื่นชมเธอออย่างออกนอกหน้าทำเอาอรพิมไม่พอใจโกรธเธอไปหลายวันทีเดียว
บารมีร้องอ้อ! อยู่ในใจ แล้วพยักหน้ารับ “เห็นซิครับ นั่งอยู่ที่ร้านของพี่นั้นแหละ”
“จริงหรือคะ” กีณรินทำหน้าโล่งอก “ขอบคุณมากค่ะพี่บอย รินขอตัวไปหาอรก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวเข้าไปพร้อมพี่ดีกว่า” เขายิ้มแล้วพากีณรินกลับเข้ามาในร้าน บารมีรู้สึกชอบนิสัยซื่อๆ ของกีณรินและออกจะแปลกใจที่อรพิมกับกีณรินเป็นลูกพี่ลูกน้องทั้งที่นิสัยต่างกันสุดขั้ว
“อร!” กีณรินเรียกอย่างดีใจแต่ก็ตกใจเมื่อเห็นอรพิมกำลังดื่มเหล้ากับผู้ชายแปลกหน้าแถมคลอเคลียกันอีกด้วย
“ยัยริน!” อรพิมทำหน้าเหม็นเบื่อ “เธอมาทำอะไรที่นี่”
“ก็มาตามอรนะซิ”
“ตาม...ตามทำไม ถึงเวลาฉันก็กลับเองนั้นแหละ”
“ก็ลุงพงษ์โทรมาให้กลับบ้านด่วน มีเรื่องที่บ้าน”
“เหรอจ๊ะ” อรพิมหัวเสีย แต่พอมองเห็นบารมียืนอยู่ด้านหลังกีณรินก็รีบปรับน้ำเสียงใหม่ “คงไม่มีอะไรหรอก พ่อก็คงแค่คิดถึงพวกเราแล้วหาเรื่องมาอ้างให้เรากลับบ้านนั้นแหละ”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก” กีณรินรู้สึกปวดหูเพราะเสียงเพลงในผับที่เปิดดังลั่นและยังต้องตะโกนคุยกันอีก “กลับบ้านเถอะ”
“ถ้าไม่มีธุระด่วนพ่อคงไม่โทรมามั่งครับน้องอร” บารมีนึกอยากหัวเราะอรพิมจริงๆ ที่แสร้งตีสองหน้าแบบนี้
“ดีใจจังที่พี่บอยเป็นห่วงอร” เธอปราดเข้ามาเกาะแขนบารมี แต่ส่งสายตาดุๆ ไปที่กีณริน “แต่อรรู้นิสัยพ่อของอรดีค่ะ ก็อรเป็นลูกนี่คะ”
คำพูดของอรพิมกรีดหัวใจของกีณรินนัก เธอรักและเคารพลุงพงษ์พ่อของอรพิมประดุจพ่อแท้ๆ เพราะถ้าไม่มีลุงพงษ์เธอก็ไม่รู้จะเป็นอย่างไร อาจจะถูกส่งไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าที่ไหนสักแห่งก็เป็นได้
“ถ้างั้น รินกลับไปดูลุงพงษ์นะ”
“แหมริน รินไม่ต้องเดือดร้อนกับเรื่องในครอบครัวอรก็ได้” อรพิมหัวเราะเสียงรื่นที่เห็นสีหน้าทุกข์ใจของกีณริน แต่ก็พอนึกได้ว่าอาร์พาเม้นท์จะว่างไม่มีใครมาเป็นก้างขวางคออีก “แต่ถ้ารินอยากไปก็ได้นะ”
กีณรินพยักหน้ารับเนืองๆ แล้วยกมือไหว้ลาบารมี ที่ไม่ทันรั้งกีณรินไว้ได้ทัน หญิงสาวรีบเดินเร็วๆ จนเกือบจะเป็นวิ่งออกมาแต่ก็ปะทะเข้ากับร่างสูงของใครคนหนึ่งเข้า
“หึง” กีณรินทวนคำแล้วหัวเราะคิกคัก “คุณมาหึงฉันเรื่องอะไรคะ”“ก็เธอกับผู้ชายที่ชื่อนัทธี” เขาโคลงศีรษะไปมา “คาร่าเอาคลิปมือถือให้ผมดู เป็นคุณกับผู้ชายกำลังจูบกัน ผมโมโหแทบบ้า ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน”“แต่ฉันกับนัทไม่มีอะไรกันนะคะ” เธอรีบปฏิเสธ“เรื่องนั้นผมรู้แล้ว ระหว่างที่คุณหมดสติ อรพิมสารภาพว่ากับผมหมดแล้ว”“ถึงอรจะดูร้ายไปบ้างแต่อรก็เป็นคนดีค่ะ” กีณรินเอ่ยเบาๆ“โครงการที่เกาะได้รับการอนุมัติเรียบร้อย มันจะเป็นไปในรูปแบบที่เราเคยคุยกันไว้ ชาวบ้านจะได้เงินเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสมและไม่จำเป็นต้องย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตตามเดิม”“งานเสร็จแล้ว” กีณรินรู้สึกใจหาย “คุณจะกลับอิตาลี่ใช่ไหมคะ”ราฟาเอลพยักหน้าแทนคำตอบ “กีณรินฉันอยากดูแลเธอ แต่ชีวิตของฉัน มันอาจจะมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีก เธออาจจะต้องบาดเจ็บเพราะฉันอีก แต่ตอนที่เธอยังไม่ได้สติฉันพยายามคิดว่าจะมีชีวิตยังไงถ้าไม่มีเธอ”น้ำใสๆ ไหลจากดวงตาคู่สวยของกีณริน หญิงสาวแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน “คุณพูดเหมือนจะขอฉันแต่งงาน”“ถ้าฉันพูดแบบนั้น...เธอจะตกลงไหม”“อะไรนะคะ” เธอส่ายหน้าไปมาทำหน้าไม่เชื่อ “อย่ามาล้อเล่นแบ
แต่สุรัตเชื่อว่าความโยนนั้นไม่ใช่เพราะแค่ได้รับมาจากแม่ แต่เพราะแพทย์เจ้าของไข้ของกีณรินรายงานว่าเธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ“ผมจะโทรญาติๆ ของคุณกีณรินว่าเธอปลอดภัยแล้ว”ราฟาเอลพยักหน้ารับ ครู่ต่อมาแพทย์และพยาบาลก็ให้เขาเข้าเยี่ยมกีณรินได้ ราฟาเอลเดินกลับเข้ามาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย กีณรินกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ยนเตียงสีขาว เธอดูซีดเซียวแต่รอยยิ้มนั้นก็ทำให้ห้องสว่างไสวกว่าที่เคยเป็น สำหรับเขาแล้ว เธอเหมือนแสงสว่างเดียวที่ลอดผ่านเข้ามาในชีวิตที่ดำมืดและเยียบเย็น ในขณะที่กีณรินหมดสตินั้นเขาได้ทบทวนความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อหญิงสาวคนนี้ มันแตกต่างจากคนอื่นและเธอก็พิเศษกว่าคนอื่น เธอไร้จริตมารยาและใสซื่อมีแต่เขาทีเห็นแก่ตัวตักตวงสิ่งนั้นจากเธอทั้งที่รู้ว่าเธอจริงใจกับเขาเพียงใด“ทั้งแม่และเด็กปลอดภัยครับ แต่ก็ต้องอยู่ในความดูแลของหมออีกสักระยะ” แพทย์รายงานคราวๆ“เด็ก” กีณรินทวนสิ่งที่ได้ยินอย่างงุนงง“คุณกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ผมแนะนำให้ฝากครรภ์ในอายุครรภ์ยี่สิบแปดสัปดาห์แรก แพทย์จะนัดตรวจทุกสี่สัปดาห์ อายุครรภ์ยี่สิบแปดถึงสามสิบหกสัปดาห์จะนัดตรวจทุกสองสัปดาห์ อายุครรภ์สามสิบหกสัปดาห์ขึ้นไป จนถึ
“ขาดความสุขุมเยือกเย็นไม่สมกับเป็นคนในตระกูลซิวีลิอาโน่เลยนะราฟาเอล”น้ำเสียงที่เอ่ยตอบปนหัวเราะทำให้ราฟาเอลชะงัก เขาคุ้นกับน้ำเสียงนี้แต่ก็ยังยกปืนเล็งไปยังต้นเสียงที่ดังมาจากด้านหนึ่งและในนาทีต่อมาชายคนหนึ่งก็โผล่ออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ที่ยืนหลบอยู่พร้อมกับยกปืนชูขึ้นเหมือนจะยอมแพ้“ฟรานเชสโก้” ราฟาเอลลดปืนที่เล็งอยู่ลง “ทำไมนายมาอยู่ที่นี”“ก็มาตรวจสอบพฤติกรรมของนายไง” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอแล้วเดินเอื่อยๆ เหมือนไม่ทุกข์ร้อนอะไร“ตรวจสอบ พ่อให้ฉันดูแลโครงการนี้แล้วทำไมนายต้องยื่นมือมายุ่งด้วย” “มันเป็นธรรมเนียมของตระกูลเราอยู่แล้วนี่ แค่นี้นายทำเป็นลืมได้ไงไอ้น้องชาย” ฟรานเชสโก้แตะไหล่ราฟาเอลที่สั่นเทิ้มด้วยความโกรธ “แล้วทำไมต้องทำร้ายผู้หญิง”“ก็จะได้ดูปฏิกิริยาความอ่อนไหวของนายไง” เขามองน้องชายต่างมารดาแล้วหัวเราะร่วน “อย่าให้ผู้หญิงคนเดียวมาปั่นหัวนายได้ซิ”“กีณรินไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น” ราฟาเอลตะคอกอย่างลืมตัวแล้วหมุนตัวจะกลับไปดูกีณริน คนยิงปืนแม่นอย่างฟรานเชสโก้ไม่มีทางยิงพลาดในระยะแค่นี้ นอกเสียงจากจะจงใจ แต่ฟรานเชสโก้บีบไหล่ราฟาเอลไว้แน่นทำให้เขาต้องหยุดหันไปสบต
“ขอโทษครับ” ชายหนุ่มเอ่ยตอบหยิบข้าวกล่องออกมา“เอามาเร็วๆ หิว” เสี่ยสมเกียรติสั่งเพราะความโมโหหิวแต่แล้วดวงตาของเขาก็เบิกกว้างเมื่อชายหนุ่มที่เขาคิดว่าเป็นลูกน้องเปิดกล่องอาหารที่ไม่มีอาหารแต่มีปืนอยู่ข้างใน“เฮ้ย”“หิวไม่ใช่เหรอ...จะป้อนด้วยลูกปืนนี่ไง” ราฟาเอลใช้ปืนจ่อขมับเสี่ยสมเกียรติ ปรายตาเขารู้สึกว่ามีคนเล็งปืนมาทางเขา แต่ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำเขาตวัดปืนยิงใส่ไปก่อนที่อีกฝ่ายจะได้ทำร้ายเขา“จะเอาอะไรเอาไปเลยแต่ปล่อยฉันไปเถอะ”เสี่ยสมเกียรติละล่ำละลักเข่าอ่อนหมดแรงลงไปทรุดกับพื้น“กีณรินอยู่ไหน”“อยู่ข้างในนั้น” เสี่ยสมเกียรติพยักเพยิดไปทางห้องด้านหลังที่เขายืนอยู่ “สุรัตจัดการทางนี้หน่อย”“ครับบอส”ราฟาเอลเดินเร็วๆ ไปผลักประตูแต่เข้าไม่ได้ต้องใช้ไหล่กระแทกเข้าไป แต่เมื่อเปิดประตูได้กลับไร้ร่างของกีณริน “เล่นตลกอะไรวะ ผู้หญิงอยู่ไหน” ราฟาเอลโมโหเดือดพล่านยิงปืนใส่เสี่ยสมเกียรติเฉียดใบหูไปนิดเดียวแต่กระนั้นเลือดสีเข้มก็ไหลออกมาทำให้เสี่ยสมเกียรติกลัวลนลาน“มันอยู่ในนั้น” เสี่ยสมเกียรติวาดลั่นทั้งโมโหและหวาดกลัว เขาเคยแต่ถือปืนจ่อคนอื่นไม่เคยถูกใครเอาป
อรพิมสูดลมหายใจลึกก่อนจะถอดเสื้อยืดที่ตัวเองสวมอยู่ออกเหลือเพียงชั้นในลูกไม้สีดำ รอยช้ำบนร่างกายทำให้ผู้เป็นพ่อถึงกับตกตะลึง นัทธีรีบถอดเสื้อเชิ้ตตัวนอกของตัวเองสวมให้อรพิมทันทีแต่หญิงสาวปัดออกอย่างไม่ไยดี“แผลพวกนี้คือสิ่งที่ไอ้เสี่ยโรคจิตมันทำทิ้งไว้บนตัวฉัน” อรพิมกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ “ตอนที่ถูกมันจับขึ้นพืดฉันได้ยินมันคุยโทรศัพท์สั่งลูกน้องให้ปลุกปั่นไม่ยอมทำตามข้อเสนอของคุณ เพราะมันวางแผนให้ชาวบ้านเกลียดคุณ ถ้ามีบ่อนการพนันก็จะมียาเสพติด มีโสเภณี ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงเกาะนี้ก็ไม่เหลือความสวยงามอะไรอีกแล้ว”“แล้วทำไมพวกมันถึงจับตัวกีณริน” สุรัตเอ่ยถาม “เพื่อต่อรองกับคุณราฟาเอลรึ”อรพิมไม่ตอบแต่พยักหน้ารับ ราฟาเอลหัวเราะในลำคอทำเอาทุกคนมองกันอย่างงุนงง“ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้สำคัญกับผมมากมายอะไรนัก” เขาโคลงศีรษะไปมา “แต่เอาเถอะ ถ้าพวกมันอยากเล่นเกมผมก็จะเล่นด้วย”“ทำไมคุณพูดจาแบบนี้” นัทธีอดโมโหไม่ได้ “รินไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่คุณจะมาพูดจาดูถุกดูแคลนแบบนี้”“เอาละๆ เรื่องนี้ผมจะจัดการเอง” ราฟาเอลยกมือขึ้นตบไหล่นัทธีสองสามครั้ง “คุณไม่ต้องห่วงว่าคนรักจะบุบสลายหรอก ผมจะพากลับมาให้ครบทุกชิ้นส
นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ปั่นจักรยานรับลมทะเลแบบนี้ กีณรินยิ้มบางๆ อย่างไม่รู้ตัว เธอพยายามนึกและนับดูว่าช่วงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงมันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เขาจะรู้ไหมนะว่าดวงตาสีฟ้าเข้มที่จ้องมองเธอในร้านอาหารวันนั้นติดตรึงในความทรงจำที่อ่อนหวาน จนเมื่อเธอได้มาพบตัวตนที่แท้จริงที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเธอให้พลิกจากหน้าเป็นหลังมือแค่เดือนเศษๆ เท่านั้นเองใช่ไหม มันเป็นช่วงเวลาที่แสนสั้นแต่ยาวนานในความรู้สึก เธอรู้จักเขา สัมผัสเขาในรูปแบบอารมณ์ที่แตกต่าง เขาดูเป็นคนโมโหร้ายแต่ก็อ่อนหวานกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เสมอ ถ้าเราได้เจอกันในสถานการณ์ที่ปกติและธรรมดากว่านี้ เขาจะมองเธอหรือเปล่านะ ผู้หญิงที่ไม่มีอะไรโดดเด่นเลย แต่ฐานะที่แตกต่างกันคงไม่มีวันที่เส้นขนานอย่างเธอกับเขาจะมาบรรจบพบกันได้ ใบหน้าหวานเศร้าลงในทันที ระหว่างเขากับเธอถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องเข้าใจผิดกันในครั้งนั้นคงไม่ทำให้ได้รู้จักกันในวันนี้ แม้เขาจะร้ายกาจกับเธอแต่เขาก็อ่อนโยนในนาทีต่อมา แม้ใบหน้าของเขาแทบจะไม่เห็นรอยยิ้มนักแต่เธอก็รู้ด้วยหัวใจว่าเขายิ้มให้เธอเสมอทุกครั้งที่เธอหันไปสบตาหญิงสาวนึกถึงสิ่งที่ราฟาเอลอธ
“ได้ซิ ที่นี่ก็เหมือนบ้านของหลานด้วยเหมือนกัน”ราฟาเอลเอ่ยลาหญิงชราแล้วหมุนตัวเดินกลับมาที่รถ เขาไม่อาจอยู่สถานที่นี่ได้นานเพราะความไม่คุ้นเคยกับบรรยากาศแบบนี้ สุรัตเองก็ดูไม่แปลกใจที่เขาเดินกลับมาเร็วนัก เขาเปิดประตูให้เจ้านายเข้าไปนั่งแล้วจึงขึ้นไปประจำที่ฝั่งคนขับ“กลับเลยนะครับ”ราฟาเอลพยักหน้า
ราฟาเอลพยักหน้ารับเนื่องๆ เขาผลุบหายเข้าไปจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เป็นแบบสบายๆ ง่ายๆ แต่ยังคงโทนสีเข้มขรึมอย่างที่สวมอยู่เป็นประจำราวกับชีวิตของเขาไว้ทุกข์ตลอดเวลา เขาเดินไปหยิบโกศเก็บอัฐิของมารดา ความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบายไหลเวียนอยู่ภายใน เขาไม่ได้ร้องไห้ในวันที่แม่เสียราวกับรับรู้มาตลอ
บัญญัติ 10 ประการของมาเฟีย ในเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 2007 ชาวซิซิเลียนได้ออกมาแฉบัญญัติ 10 ประการของมาเฟียโดยบอสมาเฟียนามว่า Salvatore Lo Piccolo ให้สาธารณชนได้รับทราบ ด้วยเกียรติของมาเฟีย ซึ่งมีหัวข้อดังต่อไปนี้ 1.ห้ามเปิดเผยตัวตนกับศัตรู มันเป็นกิจที่บุคคลที่สามพึงกระทำ2.อย่าสนใจภรรยาของเพื่อน3
กีณรินเดินมาถึงหน้าห้องพักแล้วไขประตูเข้าไปอย่างเบาที่สุดเพราะเกรงใจ ‘อรพิม’ รูมเมทที่พักห้องเดียวกันเธอ แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เจอกับรองเท้าผู้ชายที่ถอดวางไว้อย่างไร้ระเบียง เธอวางกระเป๋าของตัวเองลงข้างประตูแล้วค่อยๆ เพ่งมองฝ่าความมืดในห้อง แต่ก้าวไปแค่สองก้าวก็เตะเข้ากับเสื้อตัวหนึ่







