เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทว่าในความรู้สึกของอลิซ หญิงสาววัยยี่สิบสองปี เสียงเหล่านั้นกลับเหมือนการนับถอยหลังของระเบิดเวลาที่พร้อมจะพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวิตเธอ ดวงตากลมโตที่เคยสดใสและเปี่ยมไปด้วยความหวัง บัดนี้แดงก่ำและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา เธอมองผ่านกระจกใสเข้าไปในห้องไอซียู ร่างของผู้เป็นพ่อ รอยด์ เวเมนสัน ชายวัยสี่สิบเจ็ดปีที่เคยสง่างามและแข็งแกร่ง ตอนนี้นอนนิ่งอยู่บนเตียงผู้ป่วยโดยมีสายระโยงระยางเต็มไปหมด
รอยด์ล้มป่วยกะทันหันด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันและภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง อาการของเขาอยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการผ่าตัดและดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าค่าใช้จ่ายนั้นมหาศาลเกินกว่าที่คนธรรมดาจะจินตนาการได้ แต่ปัญหาที่แท้จริงไม่ได้มีเพียงแค่นั้น
เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ตระกูลเวเมนสันยังคงเป็นหนึ่งในตระกูลที่มั่งคั่งและมีหน้ามีตาในสังคม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวกำลังไปได้สวย ทว่าในตอนที่รอยด์เริ่มมีอาการป่วยและไม่สามารถเข้ามาบริหารงานได้อย่างเต็มที่ ความไว้ใจที่เขามีต่อบรรดาผู้บริหารระดับสูงกลับกลายเป็นหอกที่หันมาทิ่มแทงตัวเอง พวกหน้าไหว้หลังหลอกเหล่านั้นร่วมมือกันยักยอกเงิน ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน และสร้างหนี้สินเทียมขึ้นมาจนบริษัทขาดสภาพคล่องอย่างหนัก กว่าที่รอยด์จะรู้ตัวและพยายามแก้ไข ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว
บริษัทถูกฟ้องล้มละลาย ทรัพย์สินทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นคฤหาสน์ รถยนต์หรู หรือแม้แต่เงินในบัญชีส่วนตัวถูกอายัดเพื่อนำไปชำระหนี้ ความเครียดที่ถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วงเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ร่างกายของรอยด์รับไม่ไหวจนต้องล้มหมอนหนอนเสื่อ และนั่นทำให้อลิซต้องเผชิญหน้ากับโลกที่โหดร้ายเพียงลำพัง
“คุณอลิซครับ” เสียงของนายแพทย์เจ้าของไข้ดังขึ้นด้านหลัง ทำให้อลิซต้องรีบเช็ดน้ำตาและหันไปเผชิญหน้ากับความจริง
“คุณพ่อ... อาการของคุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ” เธอถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
คุณหมอถอนหายใจเบาๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความเห็นใจ “อาการของคุณรอยด์ยังคงทรงตัวครับ แต่เราจำเป็นต้องทำการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจโดยด่วนที่สุด หากปล่อยไว้นานกว่านี้... หมอเกรงว่าคนไข้จะทนไม่ไหว ปัญหาคือค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดครั้งนี้สูงมาก และทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องให้ทางญาติวางเงินมัดจำล่วงหน้าเพื่อเบิกอุปกรณ์พิเศษครับ”
ตัวเลขที่คุณหมอแจ้งมาทำให้โลกของอลิซแทบจะหยุดหมุน มันเป็นจำนวนเงินหลักสิบล้านที่เธอไม่มีทางหามาได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าห้องไอซียู สองมือปิดหน้ากั้นเสียงสะอื้นที่เล็ดลอดออกมา เธอโทรศัพท์หาญาติพี่น้องและเพื่อนสนิททุกคนที่เคยล้อมหน้าล้อมหลังในวันที่ตระกูลเวเมนสันรุ่งเรือง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงคำปฏิเสธ ข้ออ้างสารพัด และการตัดสายทิ้ง บางคนถึงขั้นบล็อกเบอร์ของเธอไปเลยด้วยซ้ำ
‘ไม่มีใครช่วยเราได้เลยจริงๆหรอ’ อลิซคิดในใจด้วยความสิ้นหวัง เธอทอดสายตามองเข้าไปในห้องผู้ป่วยอีกครั้ง ภาพของพ่อที่นอนไม่ได้สติทำให้หัวใจของเธอถูกบีบรัดจนเจ็บปวดไปหมด พ่อคือครอบครัวเพียงคนเดียวที่เธอเหลืออยู่ ตั้งแต่แม่จากไป พ่อก็ทำหน้าที่ดูแลและมอบความรักให้เธออย่างดีที่สุดมาโดยตลอด เธอไม่สามารถปล่อยให้พ่อตายไปต่อหน้าต่อตาได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
ในวินาทีที่ความสิ้นหวังเกาะกินหัวใจจนถึงขีดสุด ชื่อของใครคนหนึ่งก็สว่างวาบขึ้นมาในความคิด
‘ริชาร์ด แบล็กวูด’ ชายวัยสี่สิบเจ็ดปี เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของพ่อที่เคยร่วมเป็นร่วมตายกันมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ริชาร์ดไม่ใช่แค่นักธุรกิจธรรมดา แต่เขาคือมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่สุด คุมอำนาจมืดและธุรกิจสีเทาทั้งประเทศ ว่ากันว่าไม่มีสถานที่ใดที่สายตาของเขาเข้าไม่ถึง และไม่มีกฎหมายใดที่สามารถเอาผิดเขาได้ เขาดุดัน เด็ดขาด อำมหิต และมีข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับรสนิยมส่วนตัวที่มักจะเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ความหื่นกามและความดิบเถื่อนของเขาเป็นที่เลื่องลือในแวดวงสังคมชั้นสูง ไม่มีใครกล้าขัดใจเขา และไม่มีใครอยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวหากไม่จำเป็น
อลิซเคยเจอกับริชาร์ดเพียงไม่กี่ครั้งตอนที่เธอยังเด็ก เขามักจะมองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เป็นสายตาของนักล่าที่มองดูเหยื่อตัวเล็กๆ พ่อเคยเตือนเธอเสมอว่าให้อยู่ห่างจากริชาร์ด เพราะโลกของชายคนนั้นอันตรายเกินกว่าที่เด็กสาวอย่างเธอจะเข้าใจ แต่ในตอนนี้ ริชาร์ดคือฟางเส้นสุดท้าย คือความหวังเดียวที่สามารถพลิกสถานการณ์และช่วยชีวิตพ่อของเธอได้
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปาดน้ำตาหยดสุดท้ายออกจากใบหน้า แววตาที่เคยอ่อนแอและหวาดกลัวถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและกดหาเบอร์โทรศัพท์ที่พ่อเคยบันทึกไว้ในสมุดโน้ตส่วนตัว เบอร์สายตรงของมือขวาคนสนิทของริชาร์ด
รอสายเพียงไม่นาน ปลายสายก็กดรับ “แบล็กวูดคอร์ปอเรชั่น มีอะไรให้รับใช้ครับ” เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้น
“ฉัน... อลิซ อลิซเบธ เวเมนสัน ลูกสาวของรอยด์ เวเมนสัน ฉันต้องการพบคุณริชาร์ด แบล็กวูด เป็นเรื่องด่วนที่สุดค่ะ” อลิซพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์ ก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ยังคงความเย็นชา “คุณริชาร์ดไม่เปิดรับแขกที่ไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าครับคุณผู้หญิง ยิ่งเป็นเรื่องของตระกูลเวเมนสันในตอนนี้ด้วยแล้ว...”
“ได้โปรดเถอะค่ะ!” อลิซแทรกขึ้นมาอย่างร้อนรน “บอกเขาว่าฉันมีข้อเสนอ... ข้อเสนอที่เขาจะต้องสนใจ ฉันขอเวลาแค่สิบนาทีเท่านั้น ถ้าเขาปฏิเสธ ฉันจะไม่ไปกวนใจเขาอีกเลย”
ความเงียบปกคลุมสายอีกครั้ง คราวนี้ยาวนานจนอลิซรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น ในที่สุดปลายสายก็ตอบกลับมา
“นายท่านอนุญาตให้คุณเข้ามาพบได้ที่เพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของตึกแบล็กวูดทาวเวอร์ในอีกหนึ่งชั่วโมง หากมาช้ากว่านั้น ถือว่าการนัดหมายยกเลิก”
“ขอบคุณค่ะ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้” อลิซกดวางสาย หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตา จัดเผ้าผมให้ดูเรียบร้อยที่สุด แม้เสื้อผ้าที่สวมใส่จะเป็นเพียงเสื้อยืดและกางเกงยีนส์ธรรมดาๆ แต่เธอไม่มีเวลาที่จะกลับไปเปลี่ยนชุดอีกแล้ว เธอต้องรีบไปหาชายผู้เปรียบเสมือนมัจจุราช เพื่อต่อรองขอชีวิตพ่อของเธอคืน
**แบล็กวูดทาวเวอร์**
ตึกระฟ้าที่สูงที่สุดและหรูหราที่สุดใจกลางเมืองหลวง เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและอำนาจที่ไร้ขีดจำกัดของริชาร์ด แบล็กวูด อลิซก้าวเข้ามาในล็อบบี้ด้วยความรู้สึกประหม่า ทันทีที่เธอแจ้งชื่อกับพนักงานต้อนรับ ชายชุดดำร่างยักษ์สองคนก็เดินเข้ามาประกบและพาเธอไปยังลิฟต์ส่วนตัวที่มุ่งตรงสู่ชั้นบนสุดโดยไม่แวะพักที่ชั้นใดเลย
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก อลิซก็พบกับโถงทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อนสีดำขลับ ตกแต่งอย่างเรียบหรูแต่น่าเกรงขาม ชายชุดดำอีกคนเปิดประตูไม้บานใหญ่ให้เธอเดินเข้าไปภายในห้องทำงานที่กว้างขวางจนน่าตกใจ ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสเผยให้เห็นวิวเมืองหลวงแบบพาโนรามา แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของอลิซไม่ได้อยู่ที่วิวทิวทัศน์ หากแต่เป็นชายร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่
"คุณอาริชาร์ด..." แม้อายุจะล่วงเลยเข้าสู่วัยสี่สิบเจ็ดปี แต่กาลเวลาไม่สามารถทำลายความสมบูรณ์แบบของเขาได้เลย รูปร่างของเขากำยำและเต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ด ใบหน้าหล่อเหลาคมคายประดับด้วยรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้วซ้าย ซึ่งยิ่งเพิ่มความดุดันและอันตรายให้กับเขา ดวงตาสีเทาเข้มดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองมาที่อลิซตั้งแต่หัวจรดเท้า เป็นการมองที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้าออกจนหมดสิ้น ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นปราดไปตามไขสันหลัง
“อลิซ...” เสียงทุ้มแหบพร่าของริชาร์ดดังขึ้นก้องกังวานในห้องที่เงียบสงัด เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและค่อยๆ ก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหาเธอ “โตขึ้นมากเลยนะ ไม่เจอกันตั้งหลายปี กลายเป็นสาวสวยสะพรั่งจนฉันแทบจำไม่ได้”
อลิซพยายามยืนให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าขาของเธอจะสั่นจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น “สวัสดีค่ะ คุณอา...”
“อย่าเรียกฉันว่าอา” ริชาร์ดตัดบทเสียงเรียบ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นแต่มันไปไม่ถึงดวงตา “ฉันไม่ใช่ญาติของเธอ และในเมื่อพ่อของเธอ... กำลังนอนรอความตายอยู่ในไอซียู สถานะความเป็นเพื่อนของเราก็ถือว่ากำลังจะสิ้นสุดลงเช่นกัน เข้าเรื่องของเธอมาเลยดีกว่า ข้อเสนอที่เธอว่าคืออะไร”
ความตรงไปตรงมาและไร้ซึ่งความเห็นใจของริชาร์ดทำให้อลิซจุกอยู่ที่ลำคอ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี “ฉันต้องการให้คุณช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดของคุณพ่อ รวมถึงจัดการเคลียร์หนี้สินบางส่วนเพื่อไม่ให้เจ้าหนี้ตามไประรานท่านที่โรงพยาบาลค่ะ”
ริชาร์ดเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขาเดินเข้ามาใกล้จนอลิซได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่ผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่และนิโคตินจางๆ ซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ทรงพลัง “แล้วฉันจะได้อะไรตอบแทน? เงินสิบล้านอาจจะเป็นเศษเงินสำหรับฉัน แต่นักธุรกิจอย่างฉันไม่เคยลงทุนในสิ่งที่ไม่มีผลกำไร ตระกูลเวเมนสันตอนนี้ล้มละลาย ไม่มีอะไรเหลือมาค้ำประกันได้เลยสักอย่าง”
“ฉันทราบค่ะ...” อลิซช้อนตามองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว แม้จะมีความหวาดกลัวซ่อนอยู่ลึกๆ “ฉันไม่มีเงิน ไม่มีทรัพย์สิน ไม่มีอะไรเลยนอกจาก... ตัวฉันเองตอนนี้” พูดจบอลิซก็ได้แต่ก้มหน้างุด
ริชาร์ดหยุดเดิน เขาชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่ดวงตาสีเทาเข้มจะเปล่งประกายวาวโรจน์ด้วยความพึงพอใจและปรารถนาที่ปิดบังไม่มิด สายตาของเขากวาดมองเรือนร่างอรชรของหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง คราวนี้เป็นการมองที่เต็มไปด้วยความหื่นกระหายมากยิ่งขึ้น
“เธอหมายความว่ายังไง อลิซ” เขาถามเสียงพร่า ขยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน อลิซกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เธอพูดออกไปจะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล แต่เพื่อพ่อ เธอไม่มีทางเลือกอื่น “ฉันจะขายตัวให้คุณค่ะ... ฉันจะเป็นของคุณ จะทำตามคำสั่งของคุณทุกอย่าง ไม่ว่าคุณจะต้องการอะไร หรือให้ฉันอยู่ในสถานะไหน ฉันยอมรับได้ทั้งหมด ขอเพียงแค่... ขอเพียงแค่คุณรักษาชีวิตพ่อของฉันไว้ ได้โปรดเถอะค่ะ”
น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้ม อลิซหลับตาลง ไม่กล้ามองดูปฏิกิริยาของมัจจุราชตรงหน้า เธอพร้อมรับชะตากรรมทุกอย่าง
ริชาร์ดยกมือหนาขึ้นมาเช็ดน้ำตาออกจากแก้มเนียนของเธออย่างแผ่วเบา แต่สัมผัสนั้นกลับแฝงไปด้วยความคุกคาม “ทุกอย่างเลยงั้นเหรอ? แม้ว่าฉันจะขึ้นชื่อเรื่องความซาดิสม์และหื่นกามขนาดไหน เธอรู้ใช่ไหมว่าการตกเป็นของริชาร์ด แบล็กวูด หมายความว่าเธอจะไม่มีอิสระ ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ และต้องรองรับอารมณ์ของฉันทุกรูปแบบ”
“ค่ะ... ฉันตกลง” อลิซตอบเสียงสั่น ริชาร์ดหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้คนฟังขนลุกซู่ เขาเชยคางของหญิงสาวขึ้นมาให้สบตากับเขา “ดีมาก เด็กดี... ข้อเสนอนี้ถือว่าน่าสนใจ ฉันจะจัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาลและหนี้สินของรอยด์ให้ทั้งหมดภายในวันนี้ พ่อของเธอจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุด”
หัวใจของอลิซพองโตด้วยความโล่งอก อย่างน้อยพ่อของเธอก็รอดแล้ว แต่ประโยคถัดมาของริชาร์ดก็ดึงเธอกลับลงสู่ขุมนรกอีกครั้ง
“แต่สัญญานี้จะเริ่มขึ้นเดี๋ยวนี้... ถอดเสื้อผ้าของเธอออกซะ อลิซ ให้ฉันดูหน่อยว่าสินค้าที่ฉันเพิ่งซื้อมาด้วยราคาแพงลิบลิ่ว จะคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปหรือเปล่า”
ดวงตาของอลิซเบิกกว้างด้วยความตกใจ ร่างกายของเธอแข็งทื่อราวกับถูกสาป เธออยู่ในห้องทำงานของเขา ในตึกที่มีคนนับพัน แต่กลับรู้สึกโดดเดี่ยวและไร้ทางหนี สายตาหื่นกระหายและดุดันของริชาร์ดกำลังกดดันเธอ นี่คือจุดเริ่มต้นของการชดใช้หนี้ที่เธอต้องจ่ายด้วยเรือนร่าง
“เร็วเข้า ฉันไม่ชอบรออะไรนานๆ” ริชาร์ดออกคำสั่งเสียงเข้ม มือของเขาเลื่อนลงมาบีบที่เอวบางของเธออย่างถือวิสาสะ
อลิซมือสั่นเทาขณะที่ค่อยๆ เอื้อมมือไปจับชายเสื้อยืดของตัวเอง น้ำตาไหลรินลงมาไม่ขาดสาย เธอรู้แล้วว่านับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตของ อลิซเบธ เวเมนสัน ไม่ใช่ของเธออีกต่อไปแล้ว แต่มันตกเป็นของ ริชาร์ด แบล็กวูด มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและอันตรายที่สุด