Se connecter7 ปีต่อมา
ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือก ดีดตัวลุกขึ้นมาจากที่นอนในท่านั่งก้มหน้าลงเล็กน้อย ดวงตาคมเบิกโพลงท่ามกลางแสงสว่างที่กำลังสาดส่องเข้ามาในห้องนอน เผยอปากเพื่อกอบโกยลมหายใจเข้าปอด เหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมบนกรอบหน้าจนเปียกชุ่ม ทั้งที่กำลังนอนอยู่ในห้องที่เปิดแอร์เย็นเฉียบ
ทันใดนั้นก็มีน้ำเสียงหวานดังเข้าหูมาโดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายแอบเข้ามาในห้องของเขาตอนไหน พลันทำให้หนุ่มหล่อเหลียวมองคนที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียง
“ฝันร้ายเหรอคะ”
คนเอ่ยถามคือ หนูนา นลินญา ศิลป์นภา หญิงสาวในวัย 20 ปี นักศึกษาคณะบัญชี ปี 2 เจ้าของใบหน้าสวย ดวงตากลมโต ผิวขาว ผมยาวลอนใหญ่สีผมน้ำตาลเข้มตัดกับไฮไลต์สีทองอย่างเข้ากัน กำลังใช้มือเล็กทั้งสองข้างเท้าคาง เอียงใบหน้าสวยมีรอยยิ้มหวานจ้องมองพี่ชายที่เพิ่งสะดุ้งตื่น
“แอบเข้ามาในห้องพี่อีกแล้วนะ”
“ก็ห้องของพี่ทิศเหนือไม่ได้ล็อกประตูนี่คะ”
เธอเอ่ยตอบแววตาใสซื่อ ทั้งที่ตั้งใจเข้ามาหาอีกฝ่าย เพราะจะมาปลุกลงไปกินมื้อเช้าด้วยกัน
“พี่ทิศเหนือฝันร้ายเหรอคะ เหงื่อเต็มหน้าเลย”
หนูนาเอ่ยพลางหยัดกายลุกขึ้นยืน ก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งขอบเตียง เลื่อนมือเข้ามาเช็ดคราบเหงื่อบนใบหน้าหล่อของพี่ชายอย่างไม่รังเกียจ ทว่าทิศเหนือกลับเอนตัวหลบ พร้อมกับจับข้อมือข้างนั้นของเธอเพื่อหยุดการกระทำแบบถึงเนื้อถึงตัวเกินงาม ก่อนจะปล่อยข้อมือของคนตัวเล็กให้เป็นอิสระขณะเอ่ย
“พี่ทำเองได้”
ทิศเหนือ ธนาเศรษฐ์ พิมุกต์มนตรี มาเฟียหนุ่มในวัย 26 ปี ลูกชายเจ้าของบริษัทรักษาความปลอดภัย พิมุกต์มนตรี จำกัด และได้รับมอบหมายให้ควบคุมและสร้างทีม P.M. BODYGUARD VIP (พี.เอ็ม. บอดีการ์ด วีไอพี) เบื้องหน้าให้บริการอารักขาบุคคลสำคัญ นักการเมือง ดารา หรือมหาเศรษฐีระดับประเทศ แต่เบื้องหลังกลับฝึกนักฆ่าฝีมือดีส่งไปทำภารกิจลับให้กับนักธุรกิจสีเทาทั้งในไทยและญี่ปุ่น และเขายังเป็นหนึ่งในหุ้นส่วน V.K.T. Pub (วี.เค.ที. ผับ)
เขามักจะถูกฝันร้ายในอดีตก่อกวนอยู่ซ้ำ ๆ จนไม่อาจลืมเหตุการณ์ในวันนั้นได้ โดยเฉพาะเวลาได้เห็นใบหน้าของหนูนา ก็ยิ่งตอกย้ำว่าเขาเคยทำให้แม่ของเธอต้องจบชีวิตลงก่อนวัยอันควรอย่างไร
มาเฟียหนุ่มใช้หลังมือปาดคราบเหงื่อลวก ๆ ก่อนจะเอ่ยถามหญิงสาว
“เข้ามาหาพี่จะมาอ้อนเอาอะไรอีก”
“เย็นนี้หนูนาขอไปเที่ยวกับเพื่อนได้ไหมคะ พอดีเป็นวันเกิดของยัยครีม”
“นัดกันที่ไหน” เสียงทุ้มเอ่ยถาม
“ร้านเหล้าหลังมหา’ลัยค่ะ”
หญิงสาวทำหน้าอ้อน กระพริบตาปริบ ๆ ริมฝีปากอมยิ้มจ้องใบหน้าหล่อของพี่ชายต่างสายเลือด ก่อนจะส่งเสียงเว้าวอน พร้อมกับมือเล็กทั้งสองข้างที่เลื่อนไปจับแขนข้างหนึ่งของทิศเหนือ แล้วเขย่าเบา ๆ
“นะคะพี่ทิศเหนือ”
“พี่ให้เวลาไม่เกินสองทุ่มครึ่ง” เขายื่นคำขาด
“โอเคค่ะ”
คนตัวเล็กตอบรับทันควัน พร้อมกับโผเข้าสวมกอดคนที่เพิ่งตื่นนอนใหม่ วางใบหน้าสวยซบแผงอกของอีกฝ่ายอย่างไม่ระวังตัว ทั้งที่เธอก็เป็นสาวเต็มตัวแล้ว
“เลิกกอดพี่ได้แล้ว พี่ยังไม่ได้อาบน้ำเลย”
มือหนาผละตัวของน้องสาวออก หนูนาก็ช้อนดวงตากลมโตขึ้นมอง
“ไม่เห็นเป็นไรเลยค่ะ หนูนาไม่ได้รังเกียจพี่ทิศเหนือสักหน่อย ตัวพี่ออกจะฮ้อม… หอม” เธอคลี่ยิ้มจนตาหยี
“เห็นว่าพี่ตามใจเข้าหน่อยก็อวยใหญ่เลยนะ ออกไปได้แล้ว พี่จะอาบน้ำ”
“ก็ได้ค่า…”
เธอลากเสียงคำหลัง ใบหน้าคลี่ยิ้มฉายแววทะเล้นเล็กน้อย ก่อนจะลุกออกจากเตียง เดินออกไปจากห้องนอนของพี่ชาย
.
ตกเย็นทิศเหนือก็ออกจากคฤหาสน์ไปพร้อมกับหนูนา โดยมีสิงห์ลูกน้องคนสนิทของเขาเป็นคนขับรถให้ เพราะตั้งแต่วันที่เขาขับรถชนแม่ของเธอเสียชีวิตก็ไม่เคยขับรถเองอีกเลย
มาเฟียหนุ่มแวะไปส่งน้องสาวต่างสายเลือดที่ร้านเหล้าหลังมหาวิทยาลัย ก่อนเธอจะเปิดประตูลงจากรถก็กำชับอีกครั้ง
“อย่าลืมที่รับปากพี่ด้วยล่ะ”
“ไม่ลืมแน่นอนค่ะ ออกจากร้านไม่เกินสองทุ่มครึ่ง ไปถึงบ้านก็ไม่เกินสามทุ่ม ไว้เจอกันที่บ้านนะคะพี่ทิศเหนือ”
ส่งน้องสาวเสร็จ รถหรูก็มุ่งหน้าไปที่ V.K.T Pub
ทิศเหนือเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานที่อยู่บนชั้นสอง หย่อนก้นลงนั่งโซฟาตัวเดียวกันกับวิคเตอร์ ส่วนคิณนั่งอยู่โซฟาอีกตัวที่วางอยู่ข้างกัน
“มึงกะจะแดกให้ครบทั้งเดือนเลยหรือไง ลำบากพวกกูต้องมานั่งกินเป็นเพื่อนอีก”
ทิศเหนือหันไปเอ่ยกับคิณ ซึ่งเพื่อนคนนี้กำลังหนีเมียมานั่งดื่มเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม เพียงเพราะอยากให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดว่าหนีไปนอนกกกับหญิงอื่น
ช่วงเที่ยงของอีกวัน“เมื่อคืนดื่มกับเพื่อนจนลืมพี่เลยนะครับ”เสียงทุ้มละมุนของหนุ่มหล่อที่กำลังขับรถอยู่เอ่ยถามกับหญิงสาวที่นั่งเบาะข้างกัน หนูนาเผยรอยยิ้มบางเบา ทั้งรู้สึกเมาค้างเล็กน้อย เอ่ยตอบเขาด้วยสีหน้ารู้สึกผิด“ขอโทษนะคะพี่เขื่อน ไม่ได้เจอเพื่อน ๆ นาน เลยดื่มกันจนแทบกลับห้องไม่ไหว พอหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตายเลยค่ะ”เมื่อคืนอีกฝ่ายส่งข้อความมาหา บอกว่าจะมารับเธอไปกินข้าว และแวะไปดูคอนโดด้วยเลย ทว่าหนูนาเพิ่งมาเห็นข้อความตอนสิบโมงของวันนี้และคนที่เอ่ยกับเธอก็คือ เขื่อน หนุ่มรุ่นพี่ที่เรียนปริญญาโทด้วยกันที่อังกฤษหนูนาเจอกับเขาในวันที่สายฝนโปรยลงมาในฤดูหนาว เป็นช่วงที่เปิดภาคเรียนได้ไม่ถึงครึ่งเดือน จู่ ๆ อีกฝ่ายก็กางร่มวิ่งเข้ามาหาเธอ และอาสาไปส่งเธอที่หอพัก หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เริ่มคุยกันมากขึ้น เริ่มปรึกษาเรื่องเรียน และเรื่องทำงานหลังจากเรียนจบ และที่สนิทกันก็อาจเป็นเพราะเขาเป็นคนไทยคนเดียวที่เรียนปีการศึกษาเดียวกัน หลักสูตรเดียวกันเขื่อนเป็นลูกชายของผู้ถือหุ้นรายใหญ่และประธานกรรมการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธารินทร์ จำกัด พอเรียนจบเขาก็กลับมารับตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดก
เวลาผ่านไปหนึ่งปีกว่าชายร่างสูงกำยำสวมใส่เสื้อเคโกกิและกางเกงฮากามะ สองมือกระชับดาบไม้ไผ่เอาไว้มั่น ใบหน้าหล่อปราศจากหน้ากากป้องกัน เผยให้เห็นดวงตาคมกริบจดจ่ออยู่กับการเคลื่อนไหวและทิศทางของดาบไม้ไผ่ที่ฟาดฟันออกไปเป็นจังหวะหนักแน่นขณะนั้นเอง หูของทิศเหนือก็ได้ยินเสียงประตูบานเลื่อนถูกเปิดออก ชายชราในร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในโรงฝึกด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย ใบหน้าที่มีริ้วรอยตามกาลเวลายังคงแฝงความดุดันของอดีตหัวหน้าแก๊งยากูซ่า แม้จะวางมือไปแล้ว ทว่าปัจจุบันกลับยังมีอิทธิพลอย่างกว้างขวางในประเทศญี่ปุ่นชายชราสวมชุดฝึกเคนโด หรือการฝึกฟันดาบไม้ไผ่เช่นเดียวกับหลานชาย โดยไม่สวมหน้ากากป้องกัน ผู้เป็นตาไม่ได้เอ่ยทักทาย เพียงก้าวอย่างเงียบเชียบเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ขณะยกดาบไม้ไผ่ขึ้นตั้งตรงทิศเหนือกระตุกยิ้มรับ ยกดาบไม้ไผ่ขึ้นรับการโจมตี ก่อนที่ตาของเขาจะพุ่งเข้าหา ทำให้ดาบไม้ไผ่สองเล่มปะทะกันเสียงดังอย่างต่อเนื่อง แม้ทิศเหนือจะได้เปรียบเรื่องความแข็งแกร่งและรวดเร็ว แต่ชายชรากลับเหนือกว่าด้วยประสบการณ์เพียงไม่นานตาของทิศเหนือที่มีชื่อว่า เก็นยะ ก็สกัดการโจมตีของเขาเอาไว
“พ่อครับ ผมอยากไปอยู่กับคุณตาสักระยะ”ทิศเหนือเอ่ยความต้องการกับผู้เป็นพ่อหลังจากเลิกงานแล้วกลับมาถึงคฤหาสน์ พร้อมกับใช้สายตาวิงวอนเพื่อให้ท่านอนุญาต น้องสาวต่างสายเลือดไปเรียนต่อเมืองนอกหลายเดือนแล้ว แต่เขายังคงจมอยู่กับความรู้สึกผิด ไม่อาจลบเรื่องนี้ออกไปจากใจได้“ถ้าแกไป แล้วใครจะดูแลพีเอ็ม”“ผมจะให้ไอ้สิงห์อยู่ที่นี่ มีมันคอยดูแล พ่อวางใจได้”“ช่วงนี้ข่าวของแกกับหนูเอวาก็หลุดออกมาบ่อย ๆ ท่านพงษ์สิทธิ์ก็มักจะถามทีเล่นทีจริงว่าเมื่อไหร่จะมีข่าวดี”ทิศเหนือถอนหายใจ มันจะมีข่าวดีได้อย่างไร ในเมื่อหัวใจของเขามันยังไม่ได้เปิดรับเอวาเข้ามาเลยด้วยซ้ำนับตั้งแต่หมั้นกัน ความสัมพันธ์ของเขากับเอวาก็ไม่คืบหน้าไปมากกว่าเดิม แต่เธอกลับไม่ใส่ใจต่อความเย็นชาของเขา และมักใช้ประโยชน์จากสื่อหลายต่อหลายครั้ง เพื่อทำให้ข่าวถูกเผยแพร่สู่สายตาของคนทั้งประเทศว่า เขานั้นดูแลเธอดีแค่ไหน“ผมยังไม่อยากแต่ง เลื่อนเวลาออกไปสักสองสามปีไม่ได้เหรอครับ”“ฉันรอได้ แล้วหนูเอวาล่ะ”“ผมจะคุยกับเอวาเอง แต่งงานกันตอนนี้ก็เป็นการฝืนใจกัน เธอคงไม่มีความสุขหรอกครับ”“แล้วแกจะไปนานเท่าไหร่”“ยังไม่มีกำหนด เอาไว้ถ้าสภาพจิตใจ
หนูนายังคงไปทำงานพาร์ตไทม์ที่ร้าน Eve’s Coffee House อย่างตรงเวลา เธอเปิดประตูก้าวเข้าไปในร้านด้วยรอยยิ้มบางเบา เอ่ยทักทายพนักงานที่มีอายุมากกว่าเธอสองปีขึ้นไปหลังจากถอดเสื้อโค้ตเก็บไว้ในล็อกเกอร์ของพนักงาน หญิงสาวก็หยิบผ้ากันเปื้อนสีดำ มีโลโก้ของร้านติดอยู่บริเวณหน้าอกมาคล้องคอ แล้วผูกสายบริเวณเอวไว้ทางด้านหลัง ก่อนจะเดินไปประจำตำแหน่งตรงหลังเคาน์เตอร์หน้าที่ของหนูนาคือรับออเดอร์จากลูกค้า แล้วบันทึกรายการลงในเครื่องคิดเงิน และรับชำระเงิน เมื่อไม่มีลูกค้ารออยู่หน้าเคาน์เตอร์ เธอก็หันไปช่วยเตรียมเครื่องดื่ม หยิบขนมใส่จาน และนำอาหารไปเสิร์ฟให้ตามโต๊ะแม้จะเป็นช่วงเย็น แต่ทว่าลูกค้ายังคงแวะเวียนเข้ามาในร้านอย่างต่อเนื่อง บางคนนั่งจิบกาแฟสลับกับอ่านหนังสือ บางโต๊ะพูดคุยกันระหว่างกินอาหารเย็น ขณะที่ลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งจะสั่งเครื่องดื่ม เบเกอรี หรืออาหารเพื่อนำกลับบ้านกระทั่งถึงเวลาสองทุ่มครึ่ง ลูกค้าคนสุดท้ายก็เดินออกจากร้าน พนักงานทุกคนก็ช่วยกันทำความสะอาดบริเวณที่ตนเองรับผิดชอบ เสร็จแล้วหนูนาก็ถอดผ้ากันเปื้อนออก ก่อนหยิบเสื้อโค้ตมาสวมใส่เพื่อเตรียมตัวกลับหอพัก“แบ่งกันไปกินเหมือนเดิมนะ
ทิศเหนือปรือดวงตาอย่างงัวเงีย ก่อนจะดันตัวลุกนั่งบนเตียงอย่างเชื่องช้า เหลียวมองไปรอบห้องด้วยสภาพที่ยังไม่ได้สติเต็มร้อย แต่ก็จำได้ว่าเขาอยู่ในห้องนอนของผับเขานั่งทำใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลุกไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ แล้วเปิดประตูออกไปข้างนอก พลันเห็นลูกน้องคนสนิทนั่งอยู่บนโซฟาตรงกลางห้องทำงาน แล้วสิงห์ก็เอ่ยถาม“ตื่นแล้วเหรอครับ”มาเฟียหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา หยิบขวดน้ำแร่ธรรมชาติขนาดห้าร้อยมิลลิลิตรที่วางอยู่บนโต๊ะด้านหน้ามาเปิดฝายกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด เนื่องจากร่างกายมีอาการคอแห้ง พะอืดพะอม และปวดศีรษะตุบ ๆ ก่อนเอ่ยถามลูกน้องคนสนิท“กี่โมงแล้ววะ”“ใกล้จะเที่ยงแล้วครับ”“ทำไมมึงไม่ปลุกกู”มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงของตัวเอง ใบหน้าหล่อเลิ่กลั่กหันซ้ายมองขวาคล้ายกับหาอะไรบางอย่าง สิงห์รู้ทันความคิดของผู้เป็นนาย คิดว่ากำลังหาโทรศัพท์อยู่แน่ ๆ จึงเอ่ยพลางลุกออกจากโซฟา“ผมเข้าไปดูในห้องให้ครับ”สิงห์เข้าไปในห้องนอนก็พบโทรศัพท์เครื่องหรูวางอยู่ข้างหมอน เลยนำออกมายื่นให้กับมาเฟียหนุ่ม“ผมปลุกแล้ว แต่คุณทิศเหนือไม่ตื่น ก็เลยโทรสั่งงานหัวหน้าเก่งเรียบร้อยแล้วครับ อีกอย่างวันนี้ก็ไม่มีประชุมสำคั
ทิศเหนือเลือกไปนั่งดื่มน้ำเมาอยู่บนห้องทำงานของ V.K.T. Pub โดยมีลูกน้องคนสนิทนั่งเป็นเพื่อน ดื่มกันได้สักพักสิงห์ก็เริ่มตั้งคำถาม เพราะอีกฝ่ายเอาแต่นั่งเงียบเหมือนคนอมทุกข์“ไม่ไปขึ้นเครื่องแล้วเหรอครับ”“พ่อกูไม่ให้ไป”คำตอบสั้น ๆ ที่ทำให้สิงห์ไม่กล้าถามต่อ เพราะถึงอย่างไรคำสั่งของฉัตรพลถือเป็นประกาศิตที่ทุกคนต้องทำตาม ไม่เว้นแม้กระทั่งสายเลือดเพียงคนเดียวอย่างทิศเหนือเหล้าขวดแรกหมดลง และไม่มีทีท่าว่ามาเฟียหนุ่มจะหยุดดื่ม สิงห์เลยต้องสั่งให้พนักงานนำเหล้าขวดที่สองขึ้นมาส่งให้บนห้องทำงานไม่นานวิคเตอร์กับคิณก็เปิดประตูเข้ามา แล้วหย่อนก้นลงนั่งข้างกันบนโซฟาตัวที่ยังว่าง“อยากเมาก็ไม่ชวนพวกกูเลยนะ” วิคเตอร์เอ่ยขึ้น“พวกมึงมากันได้ไง”ทิศเหนือเอ่ยถามคนที่เพิ่งมาใหม่ ยังไม่ถึงสิ้นเดือน ไอ้สองคนนี้ก็โผล่หน้ามาพร้อมกัน สงสัยจะเป็นลูกน้องคนสนิทของเขาที่บอกให้คิณกับวิคเตอร์มาแน่ ๆ“พวกกูก็อยากมานั่งเมาที่ผับของตัวเองบ้างไม่ได้เหรอวะ” คิณเอ่ยตอบทิศเหนือตวัดสายตามองลูกน้องคนสนิทจนสิงห์ขนลุกวาบ คิดว่าต้องโดนตำหนิเสียแล้ว แต่ผิดคาด“มึงไปเอาแก้วมาอีกสองใบ”“ครับ”สิงห์รีบลุกไปหยิบแก้วมาเทเหล้าใ







