เข้าสู่ระบบ
7 ปีก่อน
คืนนี้เป็นวันฉลองเปิดผับใหม่ ชื่อว่า V.K.T. Pub (วี.เค.ที. ผับ) ซึ่งทิศเหนือและเพื่อนสนิทอีกสองคนในวัยสิบเก้าปี ได้ร่วมหุ้นกันเปิดสถานบันเทิงแห่งนี้ด้วยกัน
นักศึกษาหนุ่มหล่อทั้งสามคนนั่งดื่มน้ำสีอำพันอยู่บนห้องทำงานของผับ ตั้งแต่หลังเลิกเรียนจนกระทั่งปิดให้บริการ ก็ได้เวลาแยกย้ายกันกลับไปนอนพัก เพราะพรุ่งนี้ยังมีเรียนแต่เช้า
“ไอ้ทิศเหนือ มึงกลับไหวไหมวะ”
วิคเตอร์เอ่ยถามเสียงยาน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงของคิณ
“ถ้าไม่ไหวก็จอดรถทิ้งไว้ที่นี่ก็ได้นะเว้ย เดี๋ยวกูแวะไปส่ง”
“ไหว ๆ กูไม่ได้เมา”
ทิศเหนือเอ่ยตอบอย่างมั่นใจ ขณะนั่งควบรถบิ๊กไบค์สีเขียวมะนาวตัดดำ ราคาหนึ่งล้านสองแสนกว่าบาท มือหนาหยิบหมวกกันน็อกมาสวมลงบนศีรษะเสร็จก็สตาร์ตเครื่องยนต์ แล้วบิดคันเร่งออกจากที่จอดรถส่วนตัวด้านหลังผับทันที
แต่ดูเหมือนว่าเขาจะทำทรงปากเก่งไปอย่างนั้น เพราะค่อนข้างเมาหนักตั้งแต่เหล้าขวดที่สามลดลงไปครึ่งขวด แต่ก็ฝืนดื่มกับเพื่อนต่อจนหมด พอขี่รถบิ๊กไบค์อยู่บนถนนได้สักสิบนาที เปลือกตาที่หนักอึ้งก็พลันปิดลง
โครม!
ทิศเหนือไม่รู้ตัวเลยว่ารถมอเตอร์ไซค์สุดเท่ของเขาที่ขี่มาดี ๆ ได้เสียหลักพุ่งชนแม่ค้าขายปลาหมึกย่างคนหนึ่งที่กำลังเข็นรถอยู่ข้างทางเพื่อกลับเข้าบ้าน
นักท่องเที่ยวบางส่วนกำลังออกจากร้านเหล้าในระแวกนั้นผ่านมาเห็นก็พากันจอดรถรีบเข้ามามุงดู บางคนก็โทรเรียกรถฉุกเฉินให้มารับผู้บาดเจ็บ
ร่างของคนหมดสติทั้งสองคนถูกหามขึ้นรถฉุกเฉินคนละคัน มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด
.
ทิศเหนือฟื้นขึ้นมาในช่วงสายของวัน เขาปรือดวงตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย ปวดศีรษะจากอาการเมาค้าง พอภาพตรงหน้าชัดขึ้นก็พลันรับรู้ได้ว่าไม่ใช่ห้องนอนของตน จึงหันไปมองโดยรอบ ดวงตาคมเห็นผู้เป็นพ่อนั่งอยู่บนโซฟา แล้วท่านก็เอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงเรียบ แววตาตำหนิ
“ฟื้นได้สักทีนะ รู้ตัวไหมว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น”
ฉัตรพลลุกออกจากโซฟา ก้าวเข้าไปยืนอยู่ข้างเตียงคนไข้ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ทิศเหนือเห็นมือของตัวเองมีสายให้น้ำเกลือติดอยู่ ขณะหายใจก็ปวดร้าวบริเวณหน้าอก จึงเอ่ยถาม
“นี่โรงพยาบาลเหรอครับ แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
“เหล้ามันไปล้างสมองของแกหมดแล้วรึไง เมื่อคืนแกขับรถชนคน จำไม่ได้เลยเหรอ”
“ชนคน?” แววตาของทิศเหนือวูบไหว ก่อนจะเอ่ยถาม “แล้วคนถูกชนเป็นยังไงบ้างครับ”
“ตายแล้ว”
คนเป็นพ่อเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากลับทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของลูกชายเต้นแรงแทบจะหลุดออกมาจากอก ใบหน้าของทิศเหนือซีดเผือด รู้สึกชาไปทั้งตัว หัวสมองอื้อไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น
เหตุการณ์ในครั้งนี้คนเมามีเพียงรอยถลอกตามตัวและเจ็บหน้าอกเนื่องจากกระดูกซี่โครงร้าว แต่ทว่าร่างของแม่ค้าปลาหมึกย่างได้กระแทกเข้ากับเสาไฟฟ้าอย่างรุนแรง ทำให้มีเลือดออกในช่องท้องปริมาณมาก อาการค่อนข้างวิกฤต และได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนคืนเมื่อช่วงเช้าตรู่
ขณะที่ทิศเหนือนิ่งไปครู่หนึ่ง ประตูห้องพักผู้ป่วยพิเศษก็มีเสียงเคาะจากด้านนอก ก่อนจะมีตำรวจสองนายเปิดประตูเดินเข้ามา
“ขออนุญาตสอบปากคำนายธนาเศรษฐ์ พิมุกต์มนตรีครับ”
ตำรวจนายหนึ่งเอ่ยขึ้น ทิศเหนือก็หันไปมองพ่อของเขาที่กำลังพยักหน้าลงเพื่ออนุญาตแก่ตำรวจสองนายนั้น ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปนั่งที่โซฟา ปล่อยให้เขาถูกสอบปากคำอยู่นานสองนานจนได้ข้อสรุป
“คุณจะถูกตั้งข้อหาขับรถขณะเมาสุรา จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกสามถึงสิบปี ปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทไปจนถึงสองแสนบาท และจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ แต่คุณจะมีสิทธิ์ยื่นขอประกันตัวในชั้นศาลด้วยวงเงินหนึ่งแสนห้าหมื่นถึงสองแสนบาท”
คิ้วของทิศเหนือขมวดเข้าหากันเป็นปม ขณะขบกรามแน่นข่มกลั้นความเจ็บปวดที่กัดกินใจอย่างแสนสาหัส แม้แต่หายใจเข้าออกอาการเจ็บหน้าอกก็ยังคอยย้ำเตือนถึงความผิดที่เขาได้กระทำลงไปเพราะความเมา ทนฟังตำรวจนายหนึ่งเอ่ยถึงข้อกล่าวหาที่เขาสมควรได้รับจนจบ ผู้เป็นพ่อก็ลุกออกจากโซฟา เดินเข้ามาหาพนักงานสอบสวน
“ผมขอเวลาสักครู่ เชิญไปคุยกันข้างนอกหน่อยครับ”
ทิศเหนือมองแผ่นหลังของบิดาเดินออกไปพร้อมกับตำรวจทั้งสองนายด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะล้มตัวลงนอนหนุนหมอนอย่างเชื่องช้าใบหน้าหมดอาลัยตายอยากเงยมองฝ้าเพดา ในหัวเอาแต่คิดว่าทำไมคนที่ตายไม่เป็นเขา ทำไมถึงต้องเป็นผู้เคราะห์ร้ายคนนั้น
เวลาผ่านไปพักใหญ่ ผู้เป็นพ่อก็กลับเข้ามาในห้อง พร้อมกับบอกว่าเขาจะไม่ถูกฝากขังระหว่างรอขึ้นศาล เพราะต้องรักษาตัวจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
*
*
สองวันต่อมาทิศเหนือก็ได้ออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้าน และต้องหยุดเรียนเป็นเวลาสองอาทิตย์ตามคำสั่งของแพทย์ แม้แต่งานบำเพ็ญกุศลของผู้เคราะห์ร้ายเขาก็ไม่มีโอกาสได้ไปกราบขอขมา แต่ทว่าผู้เป็นพ่อก็ได้รับเป็นเจ้าภาพจัดการให้ทุกอย่างจนแล้วเสร็จ
เย็นวันเดียวกันพ่อของเขาก็ได้จูงมือเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง อายุก็น่าจะอยู่ในช่วงวัยรุ่นตอนต้น เดินเข้ามาในคฤหาสน์พร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้า แล้วพามาแนะนำให้ทิศเหนือที่กำลังนั่งเล่นเกมในโทรศัพท์แก้เบื่อในห้องนั่งเล่นได้ทำความรู้จักกัน
“นี่พี่ทิศเหนือ ต่อไปจะเป็นพี่ชายของหนู”
ฉัตรพลเอ่ยกับเด็กสาวใบหน้าจิ้มลิ้ม ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนยิ่งกว่าตอนพูดกับลูกชายตัวเองเสียอีก
“สวัสดีค่ะพี่ทิศเหนือ”
หนูนายกมือไหว้ด้วยสีหน้าหงอย เนื่องจากความเสียใจจากการสูญเสียมารดายังไม่จางหาย อีกทั้งไม่คุ้นเคยทั้งสถานที่ และก็คนในบ้านหลังนี้
ทิศเหนือพยักหน้าลงให้กับเด็กสาว ก่อนจะเบี่ยงสายตามองผู้เป็นพ่อด้วยแววตาสงสัย
“ใครเหรอครับ”
“หนูนา ลูกสาวบุญธรรมของฉันเอง”
นับตั้งแต่วันนั้นเด็กสาวที่มีชื่อเล่นว่าหนูนา ก็ได้ถูกรับเลี้ยงดูโดยฉัตรพล และมีทิศเหนือเป็นพี่ชายต่างสายเลือด
และเป็นเพราะความรู้สึกผิดที่เขาทำให้แม่ของเธอเสียชีวิต และเรื่องนี้หนูนาก็ไม่เคยทราบมาก่อนว่าตัวการก็คือพี่ชายคนนี้นี่เอง จึงทำให้ทิศเหนืออาศัยความไม่รู้ของเธอคอยดูแลเด็กคนนี้เป็นอย่างดี
แต่ใครจะคิดว่าพอหนูนาโตเป็นสาวสะพรั่ง ใบหน้าจิ้มลิ้มแปรเปลี่ยนเป็นสะสวยและมีเสน่ห์แบบหญิงไทย และได้ข่าวเข้าหูอยู่บ่อยครั้งว่ามีหนุ่ม ๆ มาตามจีบตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย
และดูเหมือนว่าน้องสาวขี้อ้อนคนนี้มักจะชอบทำให้พี่ชายหวงเป็นพิเศษ หรือเป็นเพราะเธอกำลังแอบคิดเกินเลยกับพี่ชายต่างสายเลือดคนนี้กันแน่
หลายนาทีก่อนหลังจากทิศเหนือได้รับข้อความจากน้องสาวตอนที่เธอขอไปเข้าห้องน้ำว่า ให้มารอรับได้เลย เขาและลูกน้องคนสนิทก็ได้เดินทางออกจาก V.K.T. Pub มุ่งหน้าไปยังสถานบันเทิงแห่งหนึ่งขณะอยู่ระหว่างทางมาเฟียหนุ่มก็ได้รับสายของหนูนาอีกครั้ง ทว่าปลายสายกลับไม่ได้กำลังพูดกับเขา ทำให้มาเฟียหนุ่มร้อนใจ เพราะจากที่ได้ยินคาดว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย“ไอ้สิงห์ เหยียบให้มิด กูต้องการไปถึงคลับให้เร็วที่สุด”“ครับ”สิงห์กดปลายเท้าลงบนคันเร่งตามที่ได้รับคำสั่ง ไม่ถึงสามนาทีรถหรูก็เคลื่อนเข้าไปจอดที่ลานจอดรถของคลับ ซึ่งอยู่ห่างจากผับของทิศเหนือประมาณสามกิโลเมตรขณะก้าวลงจากรถด้วยความเร่งรีบ ทิศเหนือก็ออกคำสั่ง“โทรตามคนของเรามาเดี๋ยวนี้”“ครับ”สิงห์เร่งฝีเท้าตามหลังผู้เป็นนาย พลางล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาต่อสายไปยังผู้ควบคุมดูแลบอดีการ์ด สั่งให้ทางนั้นรีบนำลูกน้องมาที่คลับแห่งนี้โดยด่วน“คุณลูกค้ามากันกี่ท่านครับ”พนักงานของร้านเดินมาต้อนรับ ทว่ากลับไม่ได้รับคำตอบจากชายหนุ่มทั้งสองราย มาเฟียหนุ่มจ้ำอ้าวไปหยุดอยู่หน้าห้องวีไอพีที่หนูนาบอกให้เขาทราบ มือหนาเลื่อนจับก้านโยกประตู ทว่ากลับถูกล็อกกลอ
คราแรกธีร์ก็หลงใหลในรูปโฉมของหนูนา อยากเชยชมตอนสาวสวยคนนี้เปลือยกายอยู่บนเตียงของเขาสักครั้ง ทว่าเธอดูไม่ง่ายเหมือนคนก่อน ๆ ประจวบกับได้รับงานจากบริษัทของวัฒนา ซึ่งทั้งสองมักจะตกลงกันเรื่องส่งต่อเด็กฝึกงานให้มาเป็นของเล่นบนเตียงของนักธุรกิจวัยกลางคน เพื่อแลกกับค่าตัวหลักหมื่นที่ธีร์จะได้รับ และในเมื่อหนูนาไม่ยอมเล่นกับเขา ในฐานะพี่เลี้ยงที่เธอไว้วางใจจึงวางแผนเรื่องตรวจเอกสารผิดพลาด เพื่อพาเธอมาส่งให้ถึงมือของวัฒนาด้วยตัวเอง“ขอให้มีความสุขกับน้องหนูนานะครับ”“ฮ่าฮ่าฮ่า”วัฒนาส่งเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข ทันใดนั้นหญิงสาวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็เปิดประตูเข้าห้องมา พี่เลี้ยงของเธอก็ลุกออกจากโซฟา พลางเอ่ย“ฝากคุณวัฒนาด้วยนะ พี่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน”หนูนาพยักหน้าลงเป็นการตอบรับ ก่อนจะนั่งลงโซฟาตัวเดิม ภายในห้องเหลือกันเพียงชายหนึ่งหญิงหนึ่ง นักธุรกิจวันกลางคนก็เริ่มออกลาย“มานั่งกับพี่ไหม จะได้ไม่เหงา”“มะ ไม่เป็นไรค่ะ”“มาเถอะครับ พี่อยากอยู่ใกล้น้องใจจะขาด”วัฒนาเลื่อนมือหนาไปกอบกุมข้อมือของหนูนา ส่งผลให้เธอผละตัวออกจากโซฟาเพราะถูกแรงของอีกฝ่ายเหนี่ยวรั้ง หญิงสาวในชุดนักศึกษาโน้มกายลงทาบท
หนูนาเดินทางไปยังสถานที่นัดเลี้ยงลูกค้าพร้อมกับธีร์ คราแรกเธอก็นึกว่าเป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ทั่วไป ทว่ารถของพี่เลี้ยงกลับเลี้ยวเข้าไปที่คลับแห่งหนึ่ง เธอจำต้องก้าวลงจากรถ เดินตามหลังอีกฝ่ายเข้าไปข้างใน ก่อนตัดสินใจเอ่ยถาม ขณะหยุดยืนอยู่หน้าห้องวีไอพี“นัดลูกค้าที่นี่เหรอคะ”“อืม คุณวัฒนาไม่ชอบสถานที่ผู้คนพลุกพล่าน มันแอร์อัด พี่ก็เลยจองห้องวีไอพีไว้รับรองลูกค้า”หนูนาเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปห้องรับรองส่วนตัวของสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาคนละตัว ด้านหน้ามีโต๊ะกลาง และเมนูอาหารวางอยู่“อยากกินอะไรสั่งได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”“พี่ธีร์สั่งได้เลยค่ะ หนูขอแค่น้ำเปล่าก็พอ”“มาเที่ยวทั้งทีจะกินแค่น้ำเปล่าได้ไงครับ งั้นพี่สั่งเป็นคอกเทลให้แล้วกัน ดื่มง่าย ค่อย ๆ จิบไป”“ค่ะ”ไม่นานพนักงานของคลับก็ได้ทยอยนำเครื่องดื่มและกับแกล้มที่ลูกค้าสั่งเข้ามาวางไว้บนโต๊ะ สักพักประตูห้องวีไอพีก็ถูกเปิดออก ก่อนที่ชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบปลาย ๆ จะก้าวเดินเข้ามา พร้อมกับกวาดสายตามองคนที่นั่งอยู่ภายในห้องเขาคือ วัฒนา เจ้าของบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม เป็นคนรูปร่างสูงท้วมเล็กน้อย ตัด
หนูนาพาพี่ชายเข้าไปล้างแผลในห้องน้ำ เนื่องจากเธอต้องใช้น้ำเกลือราดลงบนบาดแผลโดยตรง ไม่ได้ใช้วิธีเช็ด ก่อนจะส่งเสียงพึมพำ“ไม่รู้ว่าไปโดนเลือดของพวกมันด้วยรึเปล่า ต้องล้างให้สะอาดก่อนค่ะ”หนูนาหยิบผ้าสะอาดมาซับคราบน้ำที่มือของพี่ชาย ทั้งสองคนก็เดินออกจากห้องน้ำไปนั่งตรงปลายเตียง เธอบีบเนื้อครีมของยาฆ่าเชื้อพร้อมสมานแผลลงบนนิ้ว จากนั้นค่อย ๆ เกลี่ยตัวยาลงบนแผลถลอกด้านหลังมือ ซึ่งเป็นผิวหนังตรงกระดูกที่เชื่อมต่อไปยังนิ้วมือทั้งห้าด้วยความระมัดระวัง“แสบไหมคะ”เธอช้อนดวงตาขึ้นมองใบหน้าของพี่ชายที่เอาแต่นั่งนิ่ง สีหน้าไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย อีกฝ่ายก็ส่ายหน้าให้เธอเป็นคำตอบ“หนูนาไม่อยากเห็นพี่ทิศเหนือเจ็บตัวแบบนี้เลย”“หึ เห็นแผลแค่นี้ทำเป็นใจเสาะไปได้ พี่ก็แค่เจ็บมือ ไม่ได้ตายสักหน่อย”มือเล็กยกขึ้นปิดริมฝีปากของทิศเหนือเมื่อได้ยินเขาเอ่ยถึงเรื่องอัปมงคล“ห้ามพูดค่ะ พี่ทิศเหนือจะต้องไม่เป็นอะไรทั้งนั้น”เขาจับมือของน้องสาวออก แล้วเอ่ย“ต่อไปพี่จะระวังให้มากกว่านี้ เธอเองก็เหมือนกัน ถ้ารู้ว่าสู้ไม่ได้ทำไมถึงไม่โทรมาหาพี่”“หนูนาขอโทษค่ะ ตอนนั้นเหตุการณ์มันฉุกละหุก แต่คิดว่ายังไงก็ต้องมีพระ
คนถูกหมัดไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นนั่ง นอนยกมือสั่นเทาไหว้หนุ่มรุ่นน้องที่กำลังใช้เท้าเหยียบหน้าอกเต็มแรง ร้องขอความเห็นใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ปะ ปล่อยฉันไปเถอะ สร้อยเส้นนี้ฉันจะยกให้แทนคำขอโทษ”มาเฟียหนุ่มโน้มกายลงไปจับสร้อยเส้นหนาน้ำหนักสิบบาท มุมปากของเขายกยิ้มเย้ยหยัน ก่อนผละมือออก เมื่อของสิ่งนั้นช่างไร้ค่าในสายตาของเขา“กูจะเอาสร้อยของมึงมาทำห่าอะไร ถ้ามึงไม่เสนอหน้ามายุ่งกับน้องกูก่อน จุดจบของมึงก็คงไม่เป็นแบบนี้”ทิศเหนือกระทืบซ้ำหลายครั้งระบายอารมณ์ ก่อนจะเตะสวนเข้าใบหน้าของคนที่มันกล้ามายุ่งกับหนูนาจนหน้าหัน สลบไปทันที“ฆ่าพวกมันเลยไหมครับ” สิงห์เอ่ยถาม“ความตายมันง่ายไป คนอย่างพวกมันต้องไปลิ้มรสข้าวแดงในคุก มึงโทรหาผู้กำกับกิตติ แล้วขอยาเสพติดที่รอทำลายมายัดใส่ท้ายรถของพวกมัน จากนั้นก็จัดฉากเหมือนว่าขัดผลประโยชน์กันเอง แล้วให้ผู้กำกับนำทีมมาจับพวกมันซะ อย่าลืมจัดการกับภาพที่หลุดไปในคืนนี้ด้วยล่ะ”ทิศเหนือเคยเห็นเสี่ยคนนี้หลายครั้ง มาที่ผับของเขาแต่ละทีก็มักจะตอแยนักท่องเที่ยวสาวไปทั่ว บางครั้งก็มีการนัดรับส่งอะไรบางอย่างกันที่โรงจอดรถของผับ ในเมื่อมันกล้ามาหยามเขาถึงที่ เขา
โชคดีที่การ์ดของผับหลายคนเข้ามาขวางเอาไว้ได้ทันก่อนที่ลูกน้องของเสี่ยจะถึงตัวพวกเธอ จากนั้นก็มีชายในชุดสูตคนหนึ่ง เซตผมเป็นทรงดูดี จ้ำอ้าวเข้ามาหา“คุณหนูนาเป็นยังไงบ้างครับ”“ฉันไม่เป็นไรค่ะ คุณคือ…” คิ้วเรียวย่นเข้าหากัน จ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาสงสัย“ผมเป็นผู้จัดการผับครับ ต้องขอโทษด้วยที่ดูแลคุณหนูนากับเพื่อนได้ไม่ดี”“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ใช่ความผิดของคุณ”ผู้จัดการผับหันไปส่งสายตาให้กับพวกการ์ดที่กำลังล็อกตัวเสี่ยและลูกน้องอีกสองคนกดลงกับพื้น ท่ามกลางสายตาของนักดื่มที่จ้องมองมาทางโต๊ะของหนูนา บางคนก็นำโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพและถ่ายวิดีโอ แล้วสามคนนั้นก็ถูกคนของผับลากตัวออกไป“เชิญดื่มต่อได้เลยนะครับ ส่วนคนพวกนั้นเดี๋ยวผมจัดการให้เอง”ผู้จัดการผับโค้งศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามหลังคนเหล่านั้นออกไปทางด้านมาเฟียหนุ่มและเพื่อนสนิทกำลังนั่งตรวจบัญชีรายรับรายจ่ายที่ฝ่ายการเงินสรุปยอดมาให้ ประตูห้องทำงานก็มีเสียงเคาะดังขึ้น ก่อนที่สิงห์จะเปิดประตูเข้ามาแจ้งข่าวให้แก่ผู้เป็นนาย“เกิดเรื่องกับคุณหนูนาแล้วครับ”ทิศเหนือตวัดสายตาคมจ้องหน้าลูกน้องคนสนิท “น้องกูทำไม”“มีคนเข้าไปหาเรื่องคุณหนูนา







